END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 22 : บันทึกของเพื่อน ฉบับ17 "ทุกอย่างที่กลับมา 2"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

Por Part

 

หนึ่งสัปดาห์ที่เรากลับมาอยู่ด้วยกันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ศุกร์ที่ผ่านมาเราดีกันจนทำให้ผมรู้ว่าใครบางคนมีอิทธิพลกับชีวิตผมมากเพียงใด 

เดี๋ยวนี้มันตัวติดกับผมมากกว่าแต่ก่อนอีก จะแยกกันก็แค่วันที่เรียนแล็บฟิสิกส์เพราะมันต้องไปทำแล็บคู่กับสาวสวยดาวอุตสาหการคนนั้น ผมลองสังเกตทั้งคู่ดูแล้วมันเหมือนกับทั้งสองคนดูสนิทกันมากกว่าเพื่อนภาคคนอื่นที่เพิ่งรู้จักกัน หรือทั้งคู่จะรู้จักกันมาก่อน

ช่างเถอะผมคงคิดมากเกินไป สงสัยผมต้องหวงมันให้น้องลงหน่อยแล้ว

 

ศุกร์หน้าเป็นวันประกวดเฟรชชี่ไนท์แล้วครับ นั่นทำให้ไอ้กายรับเคราะห์จากผมและปั๊มที่ถอนตัวจากการประกวดไปเรียบร้อย

พี่บอสกับพี่เติมที่เป็นอดีตเดือนภาคซึ่งมารับผิดชอบเรื่องนี้ถึงกับส่ายหน้าถอนหายใจไปตาม ๆ กัน

ทำยังไงได้ล่ะ ใจจริงเราสองคนไม่ได้อยากเป็นสักหน่อย ก็แค่อยากเอาชนะอีกฝ่ายเท่านั้นเอง

 

เย็นนี้เป็นวันที่พี่รหัสผมเคยพูดไว้ว่า ยังไงก็ต้องเข้าประชุมกับพี่ปีสองให้ได้ ผมไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่คิดว่าคงไม่มีอะไรทำร้ายจิตใจผมได้เท่ากับการฉีกป้ายชื่อด้วยมือคู่ที่สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองแล้ว

พูดไปก็เศร้าครับ คิดถึงป้ายชื่อใจจะขาด ดีว่าวันนั้นปั๊มเก็บชื่อในกระดาษเหลืองมาให้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เหลืออะไรเป็นของที่ระลึก

“สวัสดีครับน้องปี 1 วันนี้พี่มีเรื่องสำคัญมากที่อยากคุยกับพวกน้อง” พี่บอสเป็นฝ่ายเริ่มพูด

“นานมากไหมพี่ เย็นนี้กองประกวดนัดผมกับไอรินซ้อม Blocking บนเวที” กายถามกลับไปทันที

“ไม่นานเลยกาย แต่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก พี่อยากให้น้องอยู่ฟังกันทุกคน”

 

ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไรหรือเปล่า แต่รอบห้องที่นัดคุยให้บรรยากาศที่แตกต่างออกไปจนผมรู้สึกได้ตั้งแต่ก้าวแรก วันนี้มีพี่หลายคนที่ผมไม่เคยเห็นหน้าคร่าตามาก่อน แถมวันนี้จำนวนพี่ปีสองยังมีมากกว่าน้องปีหนึ่งด้วย

 

“เรื่องที่พี่จะพูดในวันนี้คือเฟรชชี่ไนท์ครับน้อง”

“เย่”

“เป็นตีมที่ทางสภานักศึกษาจัดมาให้นะครับ สีเสื้อที่เป็นตีมหลักของเราคือ ขาว เทา และดำ”

“คือต้องใส่เสื้อที่มีครบสามสีเลยเหรอพี่” ใครบางคนในรุ่นตะโกนถามรุ่นพี่จากด้านหลัง

“เปล่าครับ แต่ละสีมีความหมายซ่อนอยู่ น้องใส่แค่สีเดียวก็พอ แค่นี้คนรอบตัวก็รู้แล้วว่าน้องอยากบอกอะไร”

“...” นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งต่างพากันเงียบลงแล้วตั้งใจฟัง

“คนที่ใส่เสื้อสีดำ หมายถึงมีแฟนแล้ว , ส่วนคนที่ใส่เสื้อสีขาวหมายถึงโสดนั่นเอง”

“เฮ้ย! โคตรชอบตีมนี้”

“ไปซื้อเสื้อขาวกัน”

“ถ้ามีแฟนแล้วใส่ขาวกูจะผิดปะวะ” เสียงเพื่อนยังคงดังขึ้นเป็นระยะแต่ผมยังคงสงสัยสีเทาที่เหลืออีกสี

 

“พี่บอสครับ แล้วสีเทาที่เหลืออีกสีหมายถึงอะไรเหรอครับ” ผมถามบ้างเพราะคาใจกับสีที่เหลือ

“สีเทาหมายถึง อยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างอธิบายยาก หรือง่าย ๆ ก็คือไม่อยากบอกคนอื่นว่าอยู่ในสถานะไหนนั่นเองครับน้องปอ”

“อ๋อ”

“ถ้าเรื่องของเรามันอธิบายยาก น้องปอจะใส่สีเทาก็ได้นะครับ พี่บอสยินดี ฮ่า ๆ ๆ”

“เอ่อ...” พี่บอสเอาอีกแล้ว จะก่อสงครามกับเพื่อนผมอีกแล้วเหรอ

“ล้อเล่นนะครับน้อง อย่าเพิ่งให้เพื่อนลุกมาต่อยพี่นะ จริง ๆ น้องจะไม่ใส่สีตามนี้ก็ได้ครับ มันแค่ตีมเพื่อเพิ่มความบันเทิงให้กับงานเฉย ๆ”

“ใส่พี่! ตีมดีขนาดนี้เย็นนี้ไปหาชุดเลย” เพื่อนแต่ละคนเริ่มครึกครื้น

“อย่าลืมไปเชียร์กายกับไอรินกันด้วยนะน้อง ไอ้กายช่วยขายของกับเพื่อนมึงหน่อยดิ”

“พวกมึงอย่าลืมมาเชียร์กูรับไอรินนะเว้ย งานนี้กูโคตรตั้งใจ” กายจะโกนขึ้นจากด้านหลัง

“อีกเรื่องที่พี่อยากฝากไว้นะครับ ในงานนี้คนค่อนข้างเยอะ ยังไงเราช่วยกันดูแลเพื่อน ๆ ด้วยนะครับ คนบางกลุ่มค่อนข้างอันตราย ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะผู้หญิงอย่างเดียวนะครับที่อันตราย ผู้ชายบางคนอาจจะไม่ปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะอย่างน้องปอเนี่ย โคตรเหยื่อแบบแรร์ไอเท็มสำหรับคนในงาน ฮ่า ๆ”

 

ไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลย

 

ไอ้โคตรเหยื่อแบบแรร์ไอเท็มสำหรับคนในงานที่พี่บอสพูดนี่หมายถึงอะไรวะ ทำไมผมฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของหายากทั้งที่ผมดูธรรมดาจะตาย

ตั้งแต่มัธยมก็ไม่เคยมีใครเข้าหาหรือเข้ามาคุย แล้ววันดีคืนดีผมจะกลายเป็นของแรร์ไอเท็มที่ไม่ปลอดภัยได้ยังไงล่ะ

 

“โอเคครับน้อง ๆ เฟรชชี่ไนท์มีเท่านี้แหละครับ สำหรับเรื่องต่อไปนี้เป็นไฮไลต์ของวันนี้แล้วนะครับ พี่อยากให้น้องทุกคนอยู่ในความสงบและนั่งกันนิ่ง ๆ” พี่บอสพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ความประหลาดใจพุ่งเข้าแทรกผมและเพื่อนทุกคนทันที ตั้งแต่ประชุมเชียร์และคุยงานกันมาพี่บอสไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนี้มาก่อน สงสัยคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

“ตอนนี้จริงจังนะครับ พี่ขอให้น้องทุกคนหลับตา ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรห้ามแอบลืมตาก่อนที่พี่จะบอก หลังจากหลับตาแล้วพี่อยากให้น้องจับมือเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างตัวน้องไว้นะครับ”

 

ด้านซ้ายมือของผมคือถุงแป้งเพื่อนสนิท และด้านขวาคือปั๊มเพื่อนรัก มือของพวกเรากอบกุมกันอย่างแน่นหนาแต่ไม่อึดอัด ผมรู้สึกได้ถึงสัญญาณจากการบีบมือของคนตัวสูงเป็นระยะเพื่อบอกผมว่าจะอยู่ข้าง ๆ ไม่หายไปไหน

ผมหลับตาลงอย่างไร้ข้อสงสัย แม้จะได้ยินเสียงกุกกักและเสียงฝีเท้าดังพลุกพล่านท่ามกลางความมืดก็ไม่คิดที่จะแอบมอง

“ตั้งแต่ที่พวกน้องเปิดเทอมมา พวกเราผ่านอะไรด้วยกันมามาก ทั้งตอนที่หัวเราะด้วยกัน เครียดไปพร้อมกัน ร้องไห้และคอยปลอบกัน เหนื่อยกันไหมครับ” น้ำเสียงนุ่มลึกจากพี่บอสชวนให้นึกย้อนกลับไปในวันที่พวกเราเคยผ่านมา

“เหนื่อยครับ / เหนื่อยค่ะ”

“หลายครั้งที่พี่เห็นน้องเหนื่อยและท้อกับประชุมเชียร์ พี่เป็นอีกคนที่อยากวิ่งเข้าไปหาน้อง อยากเข้าไปดูแลคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้พวกเราผ่านมันไปด้วยกัน และวันนี้พวกเราได้ผ่านมันมาแล้ว น้องเก่งมากเลยครับ”

“อึก...” มาแล้ว มันเริ่มมาแล้ว ความรู้สึกที่ร้อนผ่าวแบบนี้ ถ้าพี่ยังพูดต่อมีหวังวันนี้ผมน้ำตาแตกอีกแน่

“ไม่ใช่แค่พี่คนเดียวที่เป็นห่วง แต่พี่ปีสองรวมถึงพี่สายรหัสของน้องทุกคนเป็นห่วงน้อง ๆ มากครับ แต่ในฐานะที่น้องเพิ่งเข้ามาใหม่ เราเลยต้องใช้เวลาทำความรู้จักและเรียนรู้กันมากหน่อย วันนี้พวกพี่ได้เห็นถึงความอดทนและความพยายามของน้องทุกคนแล้วครับ”

 

คำพูดนั้นทำให้ผมนึกถึงข้อความของใครบางคนที่เป็นห่วงผมมาก ๆ เป็นคนที่ห่วงผมมากจนเหมือนเป็นพี่ชายแท้ ๆ ขนมของกินที่ได้รับทำให้เห็นว่าใครบางคนใส่ใจผมมาก มากขนาดที่จำได้ว่าผมชอบอะไรไม่ชอบอะไรด้วยข้อความไม่กี่บรรทัดที่เราคุยกัน ความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านตัวอักษรไม่เว้นวันทำให้ผมอยากเจอพี่เกียร์มากขึ้น ผมอยากขอบคุณเขา

“ยินดีด้วยนะครับ น้องได้ใจของพี่ ๆ มาหนึ่งรุ่นแล้ว พี่ปีสองขอต้อนรับน้อง ๆ เข้าสู่ภาควิชานะครับ เหลือแค่ปีสามปีสี่กับพี่บัณฑิตพี่เชื่อว่าน้องทุกคนทำได้แน่นอนครับ”

ความตื้นตันภายในอกอัดแน่นจนแทบระเบิดออก

 

‘น้องได้ใจพี่มาหนึ่งรุ่นแล้วนะครับ’

 

นั่นหมายความว่าตอนนี้ผมมีพี่รหัสแล้ว ผมจะได้เจอและขอบคุณคนที่ผมอยากเจอมาตลอดแล้ว ถึงจะอยากรู้ว่าเขาเป็นใครแต่ตอนนี้ผมกลับอยากขอบคุณเขามากกว่า อยากขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

“ตอนนี้พี่รหัสของน้องได้ยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนแล้วครับ ของในมือที่พวกพี่ถืออยู่เป็นของขวัญที่พี่ช่วยกันทำมาให้ หลายคนอาจคิดถึงมันมาก ยังไงครั้งนี้พี่ขอให้น้องเก็บมันไว้ดี ๆ อย่าให้ใครมาเอามันไปได้อีกนะครับ”

ให้ตายเถอะผมล่ะดีใจจนบอกไม่ถูก พี่รหัสผมพี่เกียร์กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับของขวัญที่พี่เขาเตรียมมาให้ หรือมันจะเป็น...

“พร้อมเจอพี่ ๆ กันแล้วใช่ไหม น้องค่อย ๆ ลืมตาได้เลยครับ”

‘พี่เกียร์ครับผมอยากจะบอกพี่มากเลยว่าผมขอบคุณ...’ ผมค่อย ๆ เปิดดวงตาออกอย่างเชื่องช้า

 

...ว่างเปล่า...

 

ตรงหน้าผมไม่มีใครยืนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ไม่มีรุ่นพี่ไม่มีใครสักคน มีแต่ความว่างเปล่าที่ผมพยายามมองหา

ไม่จริงน่า พี่รหัสของผมไม่มีตัวตนอย่างนั้นเหรอ

ผมยังไม่เชื่อสายตาตัวเองจึงได้แต่หันมองรอบตัว ทางซ้ายเป็นถุงแป้งที่ลืมตาขึ้นมาเจอพี่เจนพี่รหัสคนสวยที่เป็นสวัสดิการตอนประชุมเชียร์พร้อมกับ...ป้ายชื่อถุงแป้งที่ใหม่เอี่ยม เพราะถูกซ่อมแซมมาเป็นอย่างดี

ทางขวาเป็นปั๊มที่กำลังพูดคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายอย่างสนุกสนานพร้อมกับป้ายชื่อที่ถูกซ่อมอย่างสวยงามในคอ ทุกคนต่างยิ้มมีความสุข ต่างจากผมที่อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว พี่เกียร์พี่เป็นใครกันแน่ พี่ทำแบบนี้กับผมทำไม

ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากคุยกับใครหยดน้ำสีใสจากปลายขนตาเริ่มไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ มันคงเป็นความรู้สึกที่เรากำลังจะได้เจอพี่ชายที่เรารักมาก ๆ แล้วใครคนนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงน้องชายให้อยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางคนมากมายที่กำลังมีความสุขกับคำว่าสายรหัส

 

การรู้สึกดีกับใครสักคนแล้วอยู่ ๆ เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยนี่โคตรเจ็บเลยว่าปะ

 

“น้องปอคะ เป็นอะไรหรือเปล่า” พี่เจนพี่รหัสของถุงแป้งเป็นคนแรกที่สังเกตความผิดปกติของผม

“ปอ! แกร้องไห้ทำไม” ทันทีที่ถุงแป้งหันมาเห็นผมนั่งน้ำตาคลอเธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

“พี่เจนครับ อึก...คือ...พี่รหัสผมล่ะครับ”

“พี่นึกว่าน้องปอรู้แล้ว น้องปอสายรหัส36 ใช่ไหม”

“ใช่ครับพี่”

“คือ...รุ่นพี่ปีที่แล้วไม่มีสายรหัส36 ค่ะ พี่กับถุงแป้งรหัส35 ปีที่แล้วพี่เลยทำแล็บกับเพื่อนที่รหัส37”

“...” ผมกำลังช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน

“เหมือนว่าสายรหัส36 ของน้องปอจะไม่มีทั้งปีสามแล้วก็ปีสี่เลยด้วย พี่ ๆ ชอบพูดว่า 36 มันเป็นสายอาถรรพ์”

“อึก...” เจอแบบนี้ก็จุกจนพูดไม่ออกสิครับ แล้วคนที่มาคุยแช็ตกับผมนั่นใคร ทำไมต้องทำให้ผมรู้สึกดีด้วย

“แต่น้องปอยังมีสายโคนะคะ”

“ครับ?” ช่วยพูดเคลียร์ ๆ หน่อยครับพี่เจน ผมงง

“สายโคของน้องปอไง พี่จำได้ว่าน้องมีสายโคอยู่คนหนึ่ง”

“ใครเหรอครับ ใช่พี่...” คราวนี้ดวงตาผมกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“พี่จำไม่ได้ว่าใครอะ ขนาดสายโคของพี่ยังจำได้ไม่หมดเลย แหะ ๆ”

“แกโอเคไหมอะ” ถุงแป้งที่เห็นท่าไม่ดีเริ่มถามผมขึ้นบ้าง

“อืม ไม่เป็นไรหรอก”

 

พี่สายโคอย่างนั้นเหรอ หรือว่าพี่เกียร์ เป็นพี่สายโคของผม อาจเพราะเหตุผลบางอย่างเลยทำให้ไม่สามารถมาเจอได้ในตอนนี้ แต่พี่เขาก็บอกเองว่าต้องมาให้ได้ เขาต้องฝากอะไรไว้บ้างสิ หรือจะฝากพี่บอสมาแบบคราวก่อน แต่ทำไมผมถึงไม่เห็นพี่บอสเลยล่ะ

ผมพยายามหันซ้ายหันขวาอีกครั้งก่อนจะเจอกับถุงกระดาษใบใหญ่อยู่บนพื้น

ผมหยิบถุงใบนั้นขึ้นมาทันทีก่อนจะพบกับ...ป้ายชื่อของผม ป้ายชื่อที่ผมเคยฉีกมันไปกับมือแต่ตอนนี้อยู่ในสภาพใหม่เอี่ยมจากการซ่อมแซมโดยใครบางคน ผมพยายามค้นในถุงอีกครั้งก่อนจะเจอกระดาษปึกใหญ่อยู่ในนั้นพร้อมกับโพสต์อิทสีฟ้าที่หน้ากระดาษชุดนั้น

 

[ข้อสอบกลางภาควิชาแคลคูลัสกับฟิสิกส์ครับน้อง

พี่ทำเฉลยไว้ให้หมดแล้ว ตั้งใจอ่านนะครับ]

 

ผมพยายามค้นถุงกระดาษอีกครั้งก่อนจะเจอกับกล่องของขวัญใบเล็กที่ก้นถุงพร้อมกับโพสต์อิทหน้ากล่องที่ติดไว้ว่า

 

[ของขวัญสำหรับวันนี้]

 

ผมเปิดกล่องออกจึงพบว่ามันคือปากกาเรียบหรูราคาแพงด้ามจับสีดําเมทัลลิคพร้อมกริปสีเงินสะท้อนแสงซึ่งถูกสลักชื่อไว้ตรงปลายว่า ‘Por 36’ บ้าเอ๊ยทำไมพี่เกียร์ถึงน่ารักแบบนี้ พอไม่ให้ของกินกลับรู้ด้วยว่าผมชอบอะไรที่มันดูพิเศษเฉพาะเจาะจงและมีชิ้นเดียวแบบนี้ ให้ตายเถอะโคตรรักพี่เลยว่ะ

ผมทั้งตะลึงและรู้สึกขอบคุณพี่เขามาก ๆ กับของขวัญชิ้นนี้จนทำให้เห็นกระดาษอีกแผ่นที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ถุงกระดาษอย่างแนบเนียน ภายในกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความยาวเหยียดจากใครบางคนเขียนไว้ดังนี้

 

 

[To…N’ Por

ขอโทษนะครับที่ไม่ได้มาหา วันนี้พี่มีเรื่องจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ พี่คิดว่าน้องน่าจะรู้แล้วว่าเราไม่ได้เป็นสายรหัสโดยตรงแต่เป็นสายโคกัน

น้องปออย่าคิดมากนะเพราะสำหรับพี่ไม่ว่าน้องจะเป็นอะไร ยังไงพี่ก็โคตรรักน้องเลย ถึงเราจะเป็นแค่สายโคแต่พี่ก็อยากดูแลและคอยช่วยเหลือน้องทุกอย่างเลยนะ มีอะไรเล่าให้พี่ฟังได้ตลอด

เห็นของขวัญแล้วใช่ไหม หวังว่าจะชอบนะ พี่ตั้งใจเลือกเอง มันคือปากกาที่มีสองด้ามในโลก ด้ามแรกอยู่ในมือน้องและด้ามที่สองอยู่ในมือพี่ เก็บรักษามันไว้ดี ๆ เพราะมันคือของขวัญต้อนรับน้องเข้าสู่สายรหัสของพี่สายที่มีแค่เราสองคน

ขอโทษอีกทีที่ไม่ได้ไปเจอ แล้วอย่าแอบไปร้องไห้ที่ข้างสนามบอลคนเดียวอีกนะ

รักนะครับ น้องรักของพี่

From… P’ G 63]

 

 

ทันทีที่ผมอ่านข้อความเหล่านั้นจบ ผมไม่รีรอที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคน แอปพลิเคชันไลน์สีเขียวถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อสื่อสารกับคนที่เป็นเจ้าของกระดาษเมื่อครู่

‘ขอบคุณมากนะครับพี่เกียร์ ผมดีใจมากเลย ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ ผมชอบมากเลย’

 

LINE

G

[ยินดีครับ]

[พี่ก็ดีใจที่น้องปอชอบนะ]

[รักษาของขวัญพี่ไว้ดี ๆ นะ] ^_^

 

เป็นอีกครั้งที่น้ำตาผมไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แต่มันแตกต่างจากเมื่อครู่ตรงที่คราวนี้มันกลับเป็นน้ำตาจากความดีใจ ความดีใจที่ผมไม่เคยคิดว่านอกจากครอบครัวและเพื่อนสนิทแล้วจะมีใครบางคนดูแลและใส่ใจเราได้มากขนาดนี้ คำว่าขอบคุณสำหรับพี่แล้วผมว่ายังน้อยเกินไปเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งเห็นข้อความที่พี่สายของผมตอบกลับมาทันที ผมว่าพี่เขาคงกำลังรอให้ผมทักไปหาอยู่แน่ สิ่งนั้นทำให้ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูก วันนี้อุตส่าห์จะไม่ร้องไห้แล้วนะ แต่มัน...ฮือ ขอหน่อยแล้วกัน

“พอแล้ว...เลิกร้องไห้ได้แล้ว”

ข้อมือแกร่งของใครบางคนปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของผมอย่างแผ่วเบาจนรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและความห่วงที่ส่งผ่านการกระทำเหล่านั้น

“รู้ว่าดีใจ แต่เดี๋ยวก็ตาบวมแบบศุกร์ที่แล้วอีกหรอก”

“แค่นี้ไม่บวมหรอก ขอบคุณนะปั๊ม”

“ขอบคุณเรื่องอะไร ไปเก็บของเร็ว เดี๋ยวไปส่งที่บ้าน”

“อะ...อื้ม”

 

sds

ในเวลาเดียวกันนี้มีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังประตูหน้าห้อง ตำแหน่งนั้นเป็นมุมที่สามารถจ้องมองเด็กปีหนึ่งในห้องเรียนที่กำลังดีใจกับป้ายชื่อคำว่า ‘ปอ’ ได้ชัดเจนที่สุด

ร่างของใครบางคนคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ ทันทีเมื่อได้รับข้อความจากคนที่อยู่ในห้องผ่านโทรศัพท์มือถือ มือแกร่งค่อย ๆ เอื้อมไปคว้าบางสิ่งที่บริเวณไหล่ซ้ายของชุดชอปสีเทาเข้ม

ปากกาด้ามจับสีดําเมทัลลิคพร้อมกริปสีเงินสะท้อนแสงซึ่งสลักชื่อไว้ตำแหน่งเดียวกันพร้อมรหัสนักศึกษาหมายเลข 63 ถูกนำมาวางเคียงคู่เทียบกับช่องแช็ตของใครบางคน รอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มปรากฏออกมาอีกครั้งพร้อมกับคำพูดที่แผ่วเบา

“หวังว่าน้องจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะครับ”

 

________________________

 

ฮือ....ขอโทษที่มาช้ากว่าวันที่นัดหมายกันไว้

เมื่อวานรันวุ่นวายกับงานตลอดทั้งวันเลยไม่สามารถลงนิยายได้ 

ครั้งถัดไปจะพยายามลงให้ได้ทุก อาทิตย์และพฤหัส

 

ชวนคุยเรื่องนิยายบ้างดีกว่า ตอนนี้คือหนึ่งในตอนที่รันชอบมากที่สุด

ความรู้สึกมันอบอุ่นมาก ๆ มันเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไป

และมันเป็นหนึ่งในประสบการณ์จริงที่รันเคยได้รับ

 

รักนักอ่านทุกคนนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่

 

Enjoy Reading

รัก... Run(END)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 X251745 (@X251745) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:46
    มีหลากหลายอารมย์ ต้องค่อยๆอ่านแต่เราชอบอ่ะมันดูคลุมเคลือดี
    #2
    1
    • #2-1 Run (END) (@Pond_PSP) (จากตอนที่ 22)
      26 กรกฎาคม 2563 / 21:12

      ขอบคุณที่ชอบนะค้าบ ❤️❤️❤️
      #2-1