END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 21 : บันทึกของเพื่อน ฉบับ17 “ทุกอย่างที่กลับมา 1”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ค. 63

Por Part

 

ในห้องที่มืดที่สุดย่อมมีแสงสว่างเกิดขึ้น เช่นเดียวกับห้องที่มีแสงสว่างย่อมเกิดเงาจากความมืดขึ้นเสมอ

หากเรากำลังอยู่ในห้องที่มืดสนิท เราแค่ต้องหาจุดเล็ก ๆ แห่งแสงสว่างให้เจอเพื่อให้มันนำพาเราออกจากห้องแห่งความมืดนั้น เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ผมได้กลับมายืนอยู่บนพื้นที่ของแสงสว่างอีกครั้ง

 

“ดูแม่งดิ ดีกันปุ๊บกูแม่งเป็นหมาปั๊บ” ณดลเริ่มบ่น

“ไม่ใช่แค่แกหรอกณะ ฉันก็หมาด้วย” แป้งเริ่มบ่นตาม

“กลายเป็นหมาตัวผู้กับหมาตัวเมียที่ยืนมองพวกแม่งดีกัน” ณดลยังบ่นต่อไปด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ

“แล้วมึงจะเลิกเห่าได้หรือยัง” ปั๊มเริ่มบ่นบ้าง

“โฮ่ง ๆ ๆ เฮ้ย! นอกจากมึงไม่สนใจกูแล้วยังด่ากูอีกเหรอ นี่กูเพื่อนมึงนะ” ณดลเริ่มโวยวาย

“ก็ใช่ แต่วันนี้กูไม่อยากสนิทกับมึงเท่าไหร่” ปั๊มตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวน ๆ

“ไอ้เชี่ยปั๊ม ส้นตีนมาก!” คำพูดนั้นทำให้ณดลหงุดหงิดจนเผลอผรุสวาทออกมา

“ใจเย็นก่อนนะเพื่อน ปั๊มก็ด้วยอย่าไปว่าณะแบบนั้น” มีแค่ผมอย่างนั้นเหรอที่ใจเย็นอยู่ได้คนเดียว

“แกไม่ต้องพูดเลยปอ แกมันเป็นต้นเหตุให้เพื่อนตีกัน” คราวนี้เป็นถุงแป้งที่เริ่มโจมตีผมบ้าง

“ยายแป้ง! แกต้องช่วยเราห้ามสิ”

“ฉันไม่เข้าข้างแกตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่เทให้ฉันกลับคนเดียวละ ยุงกัดจนขาลาย ฉันแค้นค่ะ” เธอชี้หน้าคาดโทษผม

“เราขอโทษนะ” ผมได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดกับเพื่อนสาว

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันล้อเล่น คิดถึงเนอะ” เพื่อนสาวผมเริ่มหัวเราะออกมา

“แกหมายถึงเรื่องอะไรแป้ง”

“ก็พวกเราไง ไม่ได้กัดกันแบบนี้ตั้งหนึ่งอาทิตย์”

“โคตรจริง! กูนั่งเหงาปากกับไอ้ปั๊มตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ โคตรเบื่อแม่ง”

“ณะ มึงคิดถึงแป้งล่ะสิ ทำไมไม่พูดตรง ๆ” ปั๊มที่โดนแซวตอนแรกเริ่มเอาคืนณดลบ้าง

“บ้า! อย่ามาใส่ไฟกู นั่นมันมึงที่คิดถึงปอ”

“เออ กูยอมรับ” ไอ้ปั๊ม! มึงจะยอมรับหน้าตายแบบนั้นไม่ได้

“หืม มีคนบอกคิดถึงเพื่อนฉันด้วยแหละ” ถุงแป้งเริ่มกลอกตาใส่ผม นี่ก็แซวเก่งจัง ตกลงแกอยู่ข้างใครกันแน่

“แป้ง! เลิกแซวเราได้แล้วน่า”

 

“แล้วเรื่องประกวดดาวเดือนพวกมึงสองตัวเอายังไง” ณดลถามด้วยความสงสัย เพราะเรื่องนี้ทำให้เราทะเลาะกัน

“เราคงไม่ประกวดแล้วล่ะ” ผมตอบไปตามความจริง

“อ้าว ทำไมแกไม่ประกวดแล้วล่ะ ฉันกะว่าจะเชียร์แกให้ชนะกายกับปั๊มเสียหน่อย”

“ไม่รู้จะประกวดอะไร ไม่มีความสามารถ ตลกเนอะ”

จริง ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะประกวดอะไรดีนั่นแหละ พยายามคิดแล้วคิดอีกว่าตัวเองมีความสามารถอะไร ถ้าไม่โชว์คิดเลขเร็วผมคงไม่ชนะพวกมันอยู่ดี แล้วยิ่งตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากเอาชนะไอ้ปั๊มแบบคราวก่อนแล้วด้วย ถอยหลังตอนนี้คงไม่สายเกินไปนะ

“แล้วมึงล่ะไอ้ปั๊ม” ณดลเปลี่ยนเป้าหมายจากผมไปหาคนข้างตัวทันที

“กูก็ไม่”

“ฮะ! นี่พวกมึงกะถอนตัวทั้งคู่เลยเหรอวะ” เพื่อนผมทำหน้าตกใจทันที

“กูไม่คิดจะประกวดแต่แรกอยู่แล้ว” เรื่องนี้ผมคุยกับปั๊มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว เราตกลงว่าจะไม่เอาทั้งคู่

“แล้วตอนนั้นมึงเสือกไปแย่งไอ้ปอเพื่ออะไรครับเพื่อน”

“กูแค่ไม่อยากให้มันประกวด เดี๋ยวดังละคนเข้าหาเยอะ”

“มึงหวงเพื่อนว่างั้น” ณดลถามย้ำแต่คนตัวสูงข้างผมกลับไม่ยอมพูดอะไร

“...” ทำไมผมถึงพูดอะไรไม่ออกเลยนะ

“ซวยไอ้กายแล้วไง เสือกถอนตัวสองคนแบบนี้ มันคงต้องลงประกวดแทนพวกมึงดิวะ”

“ก็เรื่องของมัน” ไอ้ปั๊มแม่งตอบได้ไม่สนไม่แคร์โลกมาก

“มึงนี่นะ อาทิตย์ก่อนโกรธกันจะเป็นจะตาย กูอยากรู้จริง ๆ ว่าไปดีกันได้ยังไง”

“ช่างเถอะยังไงก็ดีกันแล้ว เอ้อ บ่ายนี้ต้องเลือกชมรม จะเข้าชมรมไหนกัน” ผมขี้เกียจเล่าเลยเปลี่ยนประเด็นแทน

“ฉันยังคิดไม่ออกเลย อยากเข้าชมรมที่ผู้ชายหน้าตาดีอยู่เยอะ ๆ”

“ยังไม่เลิกมโนอีก ถ้าหน้าเขาดีเขาก็ไม่มองมึงหรอกแป้ง”

“ไอ้ณะ! พูดแบบนี้เอาตีนหน่อยไหม” ถ้าวันไหนสองคนนี้ไม่กัดกันกลุ่มเราคงขาดสีสันไปเยอะ

“พูดความจริงแล้วของขึ้นเหรอ คนไม่สวย ฮ่า ๆ” ผมว่าอีกไม่นานยายแป้งต้องอารมณ์ขึ้นแบบไม่ยอมลงอีกแน่

“กูว่าจะเข้าชมรมกีฬาอะ อยากเล่นบาส” คนข้างตัวผมพูดแทรกเข้ามา ดีมากปั๊มที่ช่วยขัดพวกมันไม่ให้กัดกัน

“ส่วนเราว่าจะเข้าชมรมติวอะ” ผมตอบไปตามตรง เพราะผมชอบชมรมนี้จริง ๆ

“งั้นกูเปลี่ยนใจ กูจะเข้าชมรมติว”

“ไอ้เชี่ยปั๊ม มึงจะตามติดชีวิตปอ 24 ชั่วโมงเลยเหรอ ให้มันมีเวลาส่วนตัวบ้าง” ณดลขัดคนข้างตัวผมทันที

“เราว่าปั๊มอยู่ชมรมกีฬาดีกว่า แต่ก่อนเล่นทุกวันหลังเลิกเรียนไม่ใช่เหรอ” ผมพูดไปตามที่คิด

“อืม...งั้นอยู่สองชมรม”

 

 

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายที่ต้องเลือกชมรม สำหรับตัวผมน่าจะเหมาะกับชมรมติวเพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้ดีตอนมัธยม

จะให้ผมไปสมัครชมรมประสานเสียง ชมรมกีฬา ชมรมสันทนาการและผู้นำเชียร์ หรือชมรมดนตรีสากลแบบที่คนส่วนใหญ่ทำก็คงไม่รอด ผมทำอะไรพวกนั้นเป็นที่ไหนกัน

 

“งั้นแยกตรงนี้ เจอกันอีกทีบ่ายสามนะปอ” ถุงแป้งหันมาบอกผมกับปั๊ม

“ตามนั้น แล้วแกจะไปหาชมรมกับณะเหรอ” ผมอดสงสัยไม่ได้ เพราะทั้งคู่กำลังเดินไปด้วยกัน

“ก็แค่ไปดูเฉย ๆ ไม่ได้จะไปอยู่ชมรมเดียวกันเสียหน่อย”

“โอเค งั้นแยกกันเลยเนอะ”

ถุงแป้งเดินแยกไปกับณดลเพื่อมองหาชมรมที่เหมาะกับตัวเอง ส่วนผมแยกมากับปั๊มที่กำลังมองหาชมรมติวท่ามกลางความวุ่นวาย อากาศก็ร้อนมากพอแล้วยังต้องมาแออัดเบียดเสียดแย่งชิงกับคนอื่น ผมไม่โอเคเลยว่ะ

 

ทั้งที่ยังหาชมรมติวไม่เจอแท้ ๆ แต่ผมกลับเดินมาถึงชมรมกีฬาของไอ้ปั๊มก่อน

“ชมรมกีฬาทางนี้เลยครับน้อง!”

“รอกูแป๊บ ขอกรอกใบสมัครก่อน”

“อื้ม งั้นรอข้างหน้านะ”

“เสร็จแล้วจะบอก”

“ถ้าชอบกีฬาทางนี้เลยครับ เรามีกีฬาให้เล่นหลายอย่าง”

“...”

“หรือถ้าไม่ชอบกีฬา เราก็มีนักกีฬาหุ่นดีให้มองนะครับ”

“...”

“หรือถ้าไม่ชอบเล่นกีฬา สนใจรับแฟนเป็นนักกีฬาไปสักคนไหมครับน้อง”

“เอ่อ...พี่หมายถึงผมเหรอ” ผมหันซ้ายหันขวาสองสามครั้งก่อนจะหันไปสบตากับรุ่นพี่นักกีฬาหุ่นดีคนหนึ่ง ที่เหมือนพูดกับผมทั้งที่ควรจะพูดกับทุกคนที่ต้องการสมัครชมรม

“ไม่ใช่น้องแล้วจะมีใครอีกล่ะครับ สนใจเข้าชมรมพี่ไหม” ผมเริ่มคิดในใจกล้ามแขนพี่เขาดูใหญ่กว่าขาผมด้วยซ้ำ

“คือผมไม่ชอบเล่นกีฬาเท่าไหร่ ก็เลย...” ถ้าให้ผมไปเล่นกีฬาจนแขนใหญ่เท่านี้ ขอบายดีกว่า ผมเกลียดกีฬา

“ถ้าไม่ชอบเล่นงั้นเปลี่ยนมาดูพวกพี่เล่นแทนไหม แค่น้องมาเชียร์พวกพี่ก็มีกำลังใจแล้ว”

“เอ่อ...” บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ผมว่าพี่คนนี้ดูแปลก ๆ ยังไงชอบกล

“หรือไม่อย่างนั้น รับนักกีฬาไปดูแลหัวใจน้องสักคนไหมครับ”

“...” เป็นรอยยิ้มที่โคตรไม่น่าไว้ใจ คนสมัยนี้น่ากลัวเนอะ แต่เดี๋ยวนะผมก็อายุไม่ต่างกับเขานี่ อ้าวสมัยเดียวกัน

“อึ้งไปเลยเหรอน้อง งั้นกรอกใบสมัครก่อนนะ” ไม่ใช่แค่พูดแต่รุ่นพี่ในชุดกีฬากล้ามแน่นคนนั้นคว้าข้อมือผมไปรับใบสมัครพร้อมยัดปากกาลูกลื่นใส่มาโดยที่ผมไม่เต็มใจ แบบนี้มันบังคับกันเกินไปไหมวะ

“พี่ครับคือว่าผม...”

“กรอกใบสมัครเลยน้อง แล้วอย่าลืมเขียนไอดีไลน์ด้วย ไม่ใช่เขียนให้ชมรมหรอก แต่เขียนให้พี่นะครับ”

“ขอโทษนะครับ!” อยู่ ๆ ข้อมือผมก็ถูกคว้าออกไปพร้อมกับใบสมัครและปากกาที่กระเด็นหล่นลงพื้น

“ปะ...ปั๊ม”

“พอดีเพื่อนผมไม่ได้อยากเข้าชมรมนี้” เพื่อนผมจัดการตอบรุ่นพี่แทนทุกอย่าง

“เอ่อ...คือพี่ไม่ได้ถามน้อง พี่คุยกับเพื่อนน้องอยู่...”

“ไม่ก็คือไม่! ผมไม่พูดซ้ำนะ ไปมึง” คนตัวสูงไม่รอช้า ข้อมือเล็กของผมถูกแขนแกร่งดึงออกไปจากตรงนั้นในทันที

“เดี๋ยวน้อง! น้องยังไม่เขียนไอดีไลน์ให้พี่เลย” ไอ้รุ่นพี่นั่นยังตะโกนไล่หลังผมกับปั๊มอยู่

“ไม่ให้! คนนี้มีเจ้าของแล้ว จบนะ!”

 

เชี่ย อยู่ ๆ ไอ้ปั๊มก็หันไปตะโกนใส่หน้ารุ่นพี่คนนั้นด้วยสายตาอาฆาต

มึง...เขาแค่ขอไลน์เว้ย ไม่ได้จะพาไปฆ่าไม่ต้องทำหน้าดุขนาดนั้นก็ได้

มึงต้องอยู่ชมรมนี้อีกนานไม่ใช่เหรอ เหตุการณ์นั้นทำให้บรรยากาศระหว่างเราเงียบงันลงอีกครั้ง

 

“ปั๊ม...” เพราะแบบนั้นผมจึงต้องทำลายความเงียบนี้

“ทำไมมึงไม่ปฏิเสธ” น้ำเสียงเรียบเฉยถูกส่งผ่านแววตาดุดันท่ามกลางผู้คนมาคาดคั้นความจริงจากผม

“ปฏิเสธไปแล้ว แต่พี่เขาไม่ฟัง” ผมตอบไปตามความจริง ถ้าไม่เชื่อถามคนอ่านได้ ผมมีพยานเยอะนะ

“เฮ้อ...มึงนี่จริง ๆ เลย ชอบทำให้กูหงุดหงิดอยู่เรื่อย”

“ไหนบอกจะพยายามใจเย็นลงกว่านี้ไง”

“กูขอโทษ กูพยายามเย็นอยู่”

“ถ้าเมื่อกี๊ไม่จับมือไว้ปั๊มจะวิ่งไปกระชากคอพี่คนนั้นแบบเราไหมเนี่ย เลิกอารมณ์ขึ้นง่าย ๆ ได้แล้ว”

“มึงก็เลิกไปทำตัวน่ารักใส่คนอื่นได้แล้ว” รู้สึกว่าอากาศรอบตัวมันเริ่มร้อนขึ้นอีกแล้ว

ไม่มีการพูดคุยใด ๆ ต่อจากนั้น มึงพูดแบบนี้แล้วจะให้กูทำยังไงล่ะปั๊ม กูอยู่เฉย ๆ เว้ย กูปฏิเสธเขาไปแล้ว

แต่อย่างว่าแหละครับ ข้อเสียของผมอีกข้อคือผมปฏิเสธคนไม่เก่ง และคนตัวสูงข้างตัวผมรู้เรื่องนี้ดี

 

เราเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าห้องชมรมติวที่ปลายแถวสมัครเข้าชมยาวเหยียดเป็นกิโล จริง ๆ ไม่ได้ยาวขนาดนั้นหรอกผมแค่พูดเล่น

“ตกลงกูไม่ต้องสมัครใช่ปะ”

“เออสิ ปั๊มไม่ได้ชอบติวชอบสอนคนอื่นไม่ใช่เหรอ”

“แต่กูชอบติวให้มึงนะ”

“แต่ล่าสุดเราเป็นคนติวแล็บฟิสิกส์ให้” แล้วมึงก็เอาไปติวต่อให้สาว อย่าคิดว่าคนอย่างปอจะลืมอะไรง่าย ๆ

“ก็หมายถึงเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ก็ยังชอบติวให้มึงอยู่นะ”

“เออ ๆ รอตรงนี้แหละ ขอไปเขียนใบสมัครแป๊บ”

 

ผมแยกกับปั๊มเพื่อเข้าแถวรอเขียนใบสมัคร จริง ๆ ก็อยากให้มันสมัครชมรมนี้เหมือนกัน แต่ผมก็อยากให้มันได้เล่นกีฬาที่ชอบอย่างเต็มที่มากกว่า

ถ้าเลือกมากกว่าหนึ่งชมรมหน้าที่ความรับผิดชอบกิจกรรมต่าง ๆ ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ผมถึงอยากให้มันเล่นบาสแบบเต็มที่

“ปอ! ใช่ปอไหม เฮ้ย! ใช่สิใช่จริงด้วย!” ผมหันไปตามต้นเสียงก่อนจะเจอผู้ชายตัวเล็กประมาณผมส่งเสียงเรียก

“อ้าวซัน! ซันอยู่ชมรมนี้เหรอ” โลกมันกลมจริง ๆ เลยครับทุกคน

ซันคือเพื่อนสมัยมัธยมปลายของผม เราเจอกันครั้งแรกตอนผมขึ้น ม.4 ที่กวดวิชาใกล้บ้าน ซันเป็นคนที่ดูคล้ายกับผมทั้งความน่ารักน่าค้นหาแถมเรียนเก่ง

ซันแตกต่างกับผมตรงที่เขาเป็นคนน่ารักสดใสร่าเริงยิ้มง่ายและเข้าถึงคนอื่นได้เก่งกว่าผมที่ชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่คุยกับใคร ถึงจะอยู่คนละโรงเรียนกันแต่เราก็เรียนพิเศษด้วยกันแทบทุกคอร์สที่กวดวิชา ซันเลยกลายเป็นเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของผมช่วง ม.ปลาย

“ใช่ ๆ รุ่นพี่ที่โรงเรียนลากเรามาสมัคร” ซันตอบกลับด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่เป็นธรรมชาติ

“ดีเลย เรากำลังกังวลว่าจะไม่มีเพื่อนอยู่”

“ฮ่า ๆ ได้เราเป็นเพื่อนแล้วหนึ่งคน เอ้อ! ปอเรียนวิศวะอุตสาหการใช่ปะ”

“ใช่ ทำไมเหรอ”

“รุ่นพี่โรงเรียนที่ลากเรามาสมัครชมรมเรียนภาคเดียวกับปอเลย”

“อ้าวเหรอ พี่เขาชื่ออะไรอะ”

“เดี๋ยวพามาเจอเลยดีกว่า ถ้าเห็นแล้วปอต้องชอบพี่เขาแน่”

 

ผมกรอกใบสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมายืนอยู่แถวทางเข้าห้องชมรมที่ซันเดินเข้าไปก่อนหน้า ซันหายเข้าไปในห้องชมรมหลายนาทีก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับใครบางคนในชุดเสื้อชอปสีเทาเข้มซึ่งผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

“อ้าวน้อง เฮ้ยคุณ”

“พะ...พะ...พี่เติม!” ฉิบหายแล้วไอ้ปอ อย่าบอกนะว่าคนที่ซันพูถึงคือ...

“ทั้งสองคนรู้จักกันอยู่แล้วเหรอ ดีเลยพี่เติม ซันจะได้ไม่ต้องแนะนำ” ซันตอบและหันไปยิ้มให้เฮ้ดว้ากภาคผม

“ซัน…คือพี่คนนี้เป็นพี่ว้ากภาคเรา” ผมไม่ค่อยมั่นใจว่าพูดเรื่องนี้ได้ไหม แต่ถ้าซันรู้คงไม่เป็นอะไร

“อ้าว! พี่เติมเป็นพี่ว้ากเหรอ ไม่เห็นบอกซันเลย” ซันตอบพร้อมหันไปเขย่าแขนพี่เติมเบา ๆ

“คือพี่...” ผมไม่เคยเห็นพี่เติมมุมนี้เลย มุมที่เหมือนถูกไล่ต้อนจนไปต่อไม่เป็น ร่างประฐานเชียร์ของพี่หายไปไหน

“ปกติพี่เติมออกจะใจดี ซันไม่คิดเลยว่าพี่จะว้ากใครเป็น ฮ่า ๆ” ซันพูดพร้อมหัวเราะจนเห็นลักยิ้ม

“ซัน! อย่าแซวพี่”

 

ระหว่างที่ผมกำลังตกใจกับพี่ว้ากตรงหน้าอยู่ บานประตูของชมรมได้ถูกเปิดออกอีกครั้งจนทำให้ผมสะดุดตากับใครบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นระลอกสอง

“พี่เติม ไหนน้องภาคที่จะมาสมัครชมรมเรา อ้าว! น้องปอ!”

“พี่บอสด้วยเหรอ” ชมรมนี้มันแหล่งรวมรุ่นพี่อุตสาหการหรือไง เล่นมาพร้อมกันแบบนี้ผมก็เกร็งจนทำตัวไม่ถูกสิ

“นี่ก็รู้จักกันเหรอ” เป็นซันที่เอ่ยถามผมกับพี่บอสพร้อมกับส่งสายตาสลับไปมา

“ใช่แล้วน้องซัน นี่น้องสุดที่รักของพี่เอง จริงไหมน้องปอ” พี่บอสยังพูดจาแบบเดิม หวังว่าไอ้ปั๊มจะไม่อยู่แถวนี้นะ

“เอ่อ...คือ ใช่ก็ได้ครับ”

“ไอ้ปอ! เสร็จแล้วทำไมไม่บอก” พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ไอ้ปั๊มเดินมาตามผมถึงที่เลยครับ

“เสร็จแล้ว ๆ พอดีคุยกับเพื่อนอยู่” ผมพยายามชี้ไปทางซันแต่ไอ้ปั๊มเอาแต่จ้องหน้ารุ่นพี่ปีสอง

“สวัสดีครับน้องปั๊ม” เป็นพี่บอสที่ส่งสายตาอย่างยียวนใส่เพื่อนผม ขอเถอะพี่อย่าเปิดสงครามกับมันเลยนะ

“นี่พวกพี่อยู่ชมรมนี้กันเหรอ” ใบหน้าเพื่อนผมกำลังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามแล้วครับ

“ใช่ครับ” เป็นพี่เติมที่ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“ถ้างั้นผมขอใบสมัครเพิ่มอีกใบ!” คนข้างตัวตอบกลับไปอย่างจริงจัง

“อ้าวปั๊ม ไหนบอกไม่...” ไหนตอนแรกตกลงกันแล้วไงว่ามันจะอยู่ชมรมกีฬาแล้วผมอยู่ชมรมติว

“อย่ายุ่ง! กูจะสมัคร จบนะ”

“เอ่อ...งั้นซันเข้าไปเอาใบสมัครให้เพื่อนก่อนนะพี่” ซันเหมือนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ จึงรีบชิ่งหนีไปก่อน

‘ไอ้ซัน! อย่าพึ่งทิ้งกู...’

 

อย่าทิ้งให้ผมอยู่ท่ามกลางผู้ชายสายเถื่อนสามคนแบบนี้ คราวก่อนพี่บอสกับไอ้ปั๊มก็ทีหนึ่งแล้ว คราวนี้ยังมีพี่เติมมายืนจ้องหน้าอีก

ชมรมติวของผมจะกลายเป็นชมรมติวหนังสือหรือชมรมทำสงครามกันแน่ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบชมรมกีฬาเมื่อครู่จะเป็นยังไง โธ่...ชีวิตไอ้ปอทำไมถึงวุ่นวายแบบนี้

 

sds

ให้ภาพนี้แทนตอนที่เพื่อนคนหนึ่ง ยืนรอเพื่อนอีกคนกรอกใบสมัครชมรม

 

_________________________

 

หลังจากอยู่กับตอนพิเศษไปนานก็กลับมาสู่เนื้อเรื่องปัจจุบันแล้ว

ตอนนี้ขอเปิดตัวนักแสดงหน้าใหม่อย่างน้องซันเพื่อนสนิทน้องปอไปเพิ่มอีกคนนะครับ

 

Enjoy Reading

รัก... Run(END)

2 ความคิดเห็น