END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 18 : บันทึกของเพื่อน ฉบับพี่ชายปั๊ม “เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63

Turbine part

 

ครอบครัวเรามีสมาชิกกันทั้งหมดสี่คนครับ นอกจากพ่อแม่ก็มีผมและน้องชายอีกคน ผมเป็นพี่ชายคนโตของบ้านชื่อเทอร์ไบน์ที่แปลว่ากังหัน บ้านเราออกจะแปลก ๆ หน่อยเพราะพ่อดันเป็นวิศวกรเลยตั้งชื่อลูกว่า Turbine กับ Pump ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในระบบทางวิศวกรรม จนผมสงสัยเลยว่าถ้าเกิดมีน้องชายอีกคนน้องผมคงได้ชื่อ Motor

ครอบครัวเราออกจะเป็นแปลกประหลาดนิดหน่อยเพราะพ่อแม่เลี้ยงดูเราแบบปล่อยให้โตและเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ด้วยตนเอง ผมกับน้องเลยลำบากอยู่ไม่น้อย

บ้านเราเป็นโรงงานอยู่แถบนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมลพิษค่อนข้างหนักผมและน้องชายจึงต้องย้ายมาอยู่บ้านอีกหลังในตัวเมืองที่ใกล้โรงเรียนมากกว่าขณะที่พ่อแม่เราอาศัยที่บ้านในรั้วโรงงานของพื้นที่อุตสาหกรรม เราจึงอยู่บ้านกันแค่สองคน นั่นทำให้ผมและน้องชายสนิทกันมากเป็นพิเศษ

ผมอายุห่างกับน้องชายประมาณสี่ปี ตอนนี้น้องชายผมอยู่ ม.4 ในขณะที่ผมเพิ่งจบปีหนึ่งเทอมสองหรือเรียกว่ากำลังปิดเทอมเพื่อรอขึ้นปีสอง ผมสอบได้มหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างไกลบ้านเลยทำให้ผมต้องย้ายออกมาอยู่หอ นาน ๆ ทีถึงจะได้กลับบ้าน เทอมที่ผ่านมางานค่อนข้างเยอะผมจึงไม่ค่อยได้กลับบ้านจนกระทั่งถึงปิดเทอมใหญ่อย่างช่วงนี้

 

“ปั๊ม บ่ายนี้เล่นเกมกันไหม พี่เพิ่งซื้อเกมใหม่มา”

“พี่เทอร์ไบน์เล่นไปก่อนเลย ปั๊มไม่ค่อยอยากเล่น”

แปลกประหลาดมากกับคำตอบของน้องชายผม ในฐานะเกมเมอร์อย่างเราสองคนที่ไม่เคยมีพ่อแม่เข้ามาห้ามหรือกำหนดตารางเวลาว่าเล่นได้แค่วันละสองหรือสามชั่วโมง ทำให้เราทั้งคู่ไม่เคยปฏิเสธเกมได้แม้จะเป็นช่วงสอบ ผมไม่เจอน้องแค่ไม่กี่เดือนเองทำไมน้องชายผมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้วะ

 

“ปั๊ม มีร้านสเต๊กเปิดใหม่ที่ซอยใกล้ ๆ เย็นนี้ไปกินกันไหม”

“พี่เทอร์ไบน์ไปกินก่อนเลย ปั๊มยังไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่”

แปลกมาก แปลกยิ่งกว่าแปลก ก็ในเมื่อสเต๊กนี่มันของที่ปั๊มโคตรของโคตรชอบ ปกติผมใช้สเต๊กหลอกล่อน้องชายตัวเองทุกครั้งที่เผลอทำให้มันโกรธ แต่วันนี้มันกลับบอกว่าไม่ค่อยอยากกิน น้องผมมันต้องเป็นอะไรแน่ ๆ

 

“ปั๊มเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรเล่าให้พี่ฟังได้นะ”

“เปล่าครับพี่ ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ”

ตอบแบบนี้คือมึงเป็นเว้ยปั๊ม ร้อยวันพันปีน้องชายตัวดีของผมไม่เคยใช้คำว่าครับกับพี่ชายแท้ ๆ อย่างผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว การที่มันพูดแบบนี้แสดงว่ามันยิ่งต้องมีอะไรแต่ไม่อยากเล่าให้ผมฟังแน่ ๆ

 

ผมเริ่มสังเกตอาการน้องชายหลังจากนั้นเป็นต้นมา จึงเห็นว่าน้องผมมีอาการชอบเก็บตัว ไม่ลงมานั่งเล่นเกมในห้องนั่งเล่นชั้นล่างด้วยกันอย่างเมื่อก่อน ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวภายในห้องนอน คุยกันน้อยลงแบบเห็นได้ชัด ไม่ค่อยเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง แถมยังไม่เล่าเรื่องเพื่อนสนิทที่ชื่อปอให้ผมฟังอย่างเคยด้วย

ผมกำลังค้นเอกสารบางอย่างที่โต๊ะข้างโซฟาจึงได้เห็นภาพน้องชายตนเองกับเพื่อนสนิทในชุดนักเรียนตอนชั้น ม.3 ทั้งคู่ดูสดใสเอามาก ๆ แต่ที่น่าแปลกคือกรอบรูปใบดังกล่าวนั้นวางคว่ำหน้าไว้อยู่ พร้อมกับหนังสือมากมายที่วางทับอยู่หลายต่อหลายเล่ม น้องชายผมรักภาพถ่ายใบนี้มากผมจึงตั้งใจจะถือภาพถ่ายใบดังกล่าวขึ้นไปถามเขาที่ห้องนอน

เมื่อผมเดินขึ้นมากลับพบว่าประตูห้องนอนของน้องชายผมเปิดแง้มไว้ ผมที่ตั้งใจจะเดินเข้าไปต้องชะงักค้างกับภาพที่เห็น น้องชายผมกำลังนั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่ที่มุมห้องข้างถังขยะ ด้วยลมหายใจหอบถี่และร่างกายที่สั่นเทา ผมรับรู้ได้ทันทีว่ามันต้องเกิดอะไรกับน้องชายผมแน่ ๆ และคงมีแนวโน้มสูงมากที่คนในห้องจะไม่ยอมเล่าอะไรให้ผมฟัง

สิ่งแรกที่โผล่เข้ามาในหัวคือน้องผมแม่งเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าวะ ผมเองก็ไม่ค่อยรู้จักโรคนี้เท่าไหร่เพียงแต่ว่าเห็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ว่าช่วงนี้มีคนที่ป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้น ด้วยความสงสัยผมจึงสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็วจนได้ข้อมูลคร่าว ๆ มาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งดังนี้

 

อาการของโรคซึมเศร้า [1]

ผู้เป็นโรคซึมเศร้ามักมีอาการดังต่อไปนี้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์

  • เก็บตัว แยกตัวออกจากสังคม
  • ขาดความสนใจหรือความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมต่างๆ
  • เคลื่อนไหวช้างลงหรือกระสับกระส่าย
  • เหนื่อยและอ่อนเพลียตลอดเวลา
  • ขาดสมาธิ ความสามารถในการคิดและการตัดสินใจน้อยลง
  • เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากขึ้น
  • นอนมากหรือน้อยกว่าปกติ
  • รู้สึกตนเองไร้ค่า รู้สึกผิดและโทษตนเองตลอดเวลา
  • มีความคิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • มีปัญหาในการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม

 

ถึงผมจะกลับมาอยู่บ้านยังไม่ถึงสองสัปดาห์แต่เห็นได้ชัดเลยว่าน้องชายผมเปลี่ยนไป ทั้งเก็บตัวแยกตัวออกจากผม ไม่สนใจกิจกรรมที่ชอบอย่างเกมที่ผมชวนเล่น เบื่ออาหารทั้งที่เป็นของโปรด นั่งกระสับกระส่ายตัวสั่นในห้องคนเดียว ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ตรงหลายข้อแบบนี้น้องผมมันจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าวะ

ถึงผมจะอยากพาน้องไปหาหมอแต่การกระทำเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบทางจิตใจให้น้องชายผมเพิ่มขึ้นอีก ผมเคยได้ยินมาว่าคนที่เป็นโรคนี้เขาไม่อยากรู้สึกว่าตนเองแปลกหรือแตกต่างจากคนอื่น

แบบนี้ผมจะทำยังไงเพื่อช่วยน้องชายดี ผมควรจะเข้าไปคุยกับน้องตรง ๆ ดีไหม แล้วถ้าเกิดผลลัพธ์มันออกมาเป็นแบบอื่นจนน้องชายคนนี้ไม่ไว้ใจผมขึ้นมา ผมจะทำยังไงต่อไปดี เฮ้อ...คิดแล้วปวดสมอง เทอร์ไบน์เครียดครับทุกคน

 

[เพราะแบบนี้ เทอร์ไบน์เลยต้องโทรมาปรึกษาพี่ใช่ไหม]

“ใช่ครับ ผมไม่รู้จะพึ่งใครนอกจากพี่แล้วจริง ๆ ครับ”

[ไหนลองเล่าอาการน้องปั๊มให้พี่ฟังหน่อยว่าเป็นยังไง]

“คือน้องชายผม...”

ผมพยายามนึกย้อนไปยังบุคคลที่สามารถช่วยเหลือได้ และผมได้นึกถึงรุ่นพี่โรงเรียนผมคนหนึ่งที่ผมเคยสนิทกับเขามาก ๆ ซึ่งตอนนี้เขาเป็นนิสิตที่ศึกษาอยู่คณะจิตวิทยาชั้นปีที่4 เอกจิตวิทยาการปรึกษา ผมจึงขอคำปรึกษารุ่นพี่ผมเกี่ยวกับสิ่งที่น้องชายผมได้แสดงออกมาว่าน้องผมจะเป็นอะไรไหม

 

[พี่ว่าตอนนี้ยังไม่รุนแรงถึงโรคซึมเศร้า แต่ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไรก็มีแนวโน้มจะเป็นสูงมาก]

“แล้วตกลงน้องผมเป็นอะไร”

[ครั้งแรกที่เทอร์ไบน์เห็นว่าปั๊มแปลก ๆ ไปคือตอนไหน]

“จริง ๆ น้องเคยเงียบแบบนี้ช่วงที่กลับมาจากค่ายลูกเสือตอน ม.2 แล้วน้องก็มาเป็นอีกทีแบบไม่ยอมคุยกับผมเมื่อไม่กี่วันที่ผมกลับมาบ้านครับ ตอนนี้น้องชายผมเรียน ม.4 อยู่ มันเกี่ยวกันเหรอครับพี่”

[พี่ก็ไม่แน่ใจนะ แต่เคยเห็นกรณีศึกษาที่อาจารย์เล่าให้ฟังมันคล้าย ๆ กับเรื่องนี้เลย บางทีน้องปั๊มอาจจะได้รับความรุนแรงหรือผลกระทบทางจิตใจมาก่อน เลยส่งผลให้ร่างกายสร้างกลไกป้องกันตนเองออกมาในแบบที่เราเห็น]

“ยังไงนะพี่”

 

 

กลไกป้องกันตนเอง (Narcissistic defense) [2]

1. การปฏิเสธ (denial)

การไม่ยอมรับสภาวะทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด การกระทำหรือสถานการณ์บางอย่างที่มีผลกระทบต่อจิตใจตนเองอย่างรุนแรง

2. การบิดเบือน (distortion)

การบิดเบือนความจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการภายในของตนเอง

3. การกล่าวโทษผู้อื่น (projection)

การกล่าวอ้างความคิดความรู้สึกหรือความต้องการของตนเองที่ไม่ดีและสิ่งที่รับไม่ได้ไปให้คนอื่น เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นฝ่ายผิด

 

 

[พี่ว่าน้องปั๊มอาจอยู่ในขั้นตอนที่1 ที่ปฏิเสธสิ่งรอบตัว อาจควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยได้ในบางครั้ง เพราะเคยเจอเหตุการณ์บางอย่างที่รุนแรงกับสภาพจิตใจ]

“เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดเช่นอะไรบ้างเหรอพี่”

[ก็อย่างเช่น...การสูญเสียบุคคลที่รัก การทำร้ายร่างกาย การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การโดนบูลลี่อะไรพวกนี้]

“พวกนี้มันร้ายแรงระดับไหนเหรอครับ”

 

 

ผลกระทบด้านอารมณ์และจิตใจ [3]

มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และจิตใจ ซึ่งมีผลต่อการปรับตัวการอยู่ร่วมกับคนอื่นและบุคลิกภาพ

  1. เกิดความกลัววิตกกังวลใจ รู้สึกควบคุมสถานการณ์รอบตัวและช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ขาดความมั่นใจ มีอารมณ์โกรธและฉุนเฉียวง่ายมาก บางรายอาจรู้สึกว่าตนแตกต่างจากคนอื่น
  2. รู้สึกอับอาย เกิดสภาวะเครียดและซึมเศร้าเป็นระยะ จนสามารถพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้าละก่อให้เกิดการฆ่าตัวตายได้

 

[สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มพี่ว่าเขาอาจจะยังควบคุมเรื่องรอบตัวไม่ได้ หรือไม่บางครั้งอาจจะโมโหรุนแรง]

“มันเรียกว่าบาดแผลทางใช่ไหมครับ”

[ใช่ บาดแผลทางใจหรือที่บางคนเรียกมันว่าทรอม่า (trauma) ]

“แบบนี้ตกลงว่าน้องผมเป็นอะไรกันแน่ล่ะครับ”

[ถ้าให้พูดใหม่ตอนนี้ปั๊มอาจจะอยู่ในสภาวะที่เกิด PTSD]

 

 

ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ (Post-traumatic Stress Disorder : PTSD) [4]

เป็นสภาวะที่จิตใจสับสนจนเกิดเป็นความเครียดจากเหตุการณ์ไม่ปกติทางความรู้สึก ผู้ที่มีอาการ PTSD จะรู้สึกว่าตนกำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้น ความทรงจำนั้น เห็นภาพและเสียงของเหตุการณ์นั้น เพราะจะรู้สึกเหมือนตนเองหลงกลับไปอยู่ในช่วงเวลาเดิมที่ผ่านมา เหมือนคนที่ติดอยู่ในวังวนของเวลาจนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

บาดแผลทางกายเปรียบเสมือนแผลผ่าตัดที่อาการหนักในช่วงแรก แต่จะทุเลาเบาบางลงเมื่อเวลาผ่านไป แตกต่างจากบาดแผลทางใจที่ตอนแรกไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่แต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

 

“แล้วผมต้องช่วยน้องชายยังไง ผมไม่อยากให้น้องเป็นแบบนี้”

[เทอร์ไบน์ต้องเข้าใจก่อนว่าน้องไม่ได้ป่วยหรือเป็นโรค แต่เหตุการณ์ร้ายแรงต่างหากที่ทำให้เขาเครียด อย่าแยกตัวห่างจากน้องบ่อยแม้น้องจะอยากอยู่คนเดียว ตอนนี้น้องแค่กำลังอ่อนแอ ควรพาน้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างช่วงก่อนที่น้องจะมีอาการ พยายามฝืนให้น้องกินอาหารเยอะ ๆ ชวนเล่นกิจกรรมหรือชวนออกกำลังกายก็ได้ [5] ]

“ครับพี่”

[บางทีถ้าน้องปั๊มได้เห็นสิ่งที่พี่ชายแสดงออกว่ารักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน อาการ PTSD อาจจะหายไปก็ได้ ถ้าไม่ดีขึ้นยังไงลองพาไปหาหมออีกทีนะ อาการเบื้องต้นพี่คงแนะนำได้เท่านี้ มีอะไรโทรมาได้เสมอ]

“ขอบคุณมากครับพี่”

[ยินดีมากเลยเทอร์ไบน์ พี่เป็นกำลังใจให้นะ]

 

ได้ฟังแบบนั้นผมจึงพยายามมองหาสิ่งที่จะช่วยดึงปั๊มออกจากความเครียด ผมเดินไปเดินมาในห้องนั่งเล่นพักใหญ่ก่อนจะเจอวัตถุบางอย่างที่ผมไม่ชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก แต่เพื่อน้องชายแล้วผมคงจำเป็นต้องทำ

“เฮ้ยปั๊ม สอนหน่อย อยากเล่นเป็นบ้าง” ผมพูดพลางโยนบางสิ่งให้น้องชายที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องนอน

“อะไรของพี่วะเนี่ย ร้อยวันพันปีเห็นจับแต่เกมกด วันนี้นึกคึกอะไรถึงอยากให้ปั๊มสอน”

“ก็คนมันอยากเล่นเป็น สอนพี่หน่อย” นาน ๆ ทีผมจะโกหกน้องชายตัวเอง

“ถ้าพี่เทอร์ไบน์ขอร้องขนาดนั้นจะสอนให้ก็ได้ แต่มาหัดเล่นเอาตอนเรียนมหาวิทยาลัยมันไม่ช้าไปเหรอพี่”

“ถ้าใจมันรัก ก็ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับพี่”

“พี่เนี่ยนะรักกีฬา ให้พูดใหม่”

“เออ กูรักมาก รักกีฬานี้ที่สุดแล้ว”

“คนอย่างพี่เนี่ยนะรักบาส แม่งโคตรไม่เข้ากับหน้าพี่เลยว่ะ เลิกโกหกเหอะ พี่เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ”

“พี่...” น้องชายผมแม่งรู้ทันทุกอย่าง มันรู้ว่าผมไม่ชอบบาสแต่ชอบเล่นเกม มันเลยรู้ว่าผมโกหก

“แต่ถ้า...พี่ไม่เปลี่ยนใจเดี๋ยวสอนให้ก็ได้” น้องชายผมเริ่มคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งขณะมองลูกบาส

“จะ...จริงนะ”

“แต่ปั๊มเป็นโค้ชที่โหดมากนะ พี่ไหวเหรอ ถ้าโยนไม่ลงห่วงโดนน้องด่านะ”

“ไหวสิวะ ก็พี่บอกแล้วว่าอยากเล่น”

“ถ้าอย่างนั้นเราออกไปสนามบาสกัน”

“...”

“ซ้อมโยนในบ้านเดี๋ยวของพังแล้วแม่ด่า”

“...”

“อีกอย่าง บาสมันต้องเล่นเป็นทีมว่ะพี่ ไม่ใช่เล่นกันแค่คนสองคน”

อย่างน้อย ๆ วันนี้ผมก็ทำให้น้องชายจอมเก็บตัวยอมลงมาจากห้องนอน ยอมคุยกับผม และยอมออกจากบ้านได้แล้ว ถึงพี่จะเล่นบาสได้ห่วยแตกมากแต่พี่จะช่วยน้องให้กลับมาร่าเริงเอง เชื่อใจไอ้พี่ชายคนนี้ได้เลย

 

เอกสารอ้างอิง

[1] ข้อมูลจาก ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/depression

[2] กลไกป้องกันตนเอง https://th.wikipedia.org/wiki/กลไกป้องกันตน

[3] การล่วงละเมิดทางเพศ https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/elaw_parcy/ewt_dl_link.php?nid=1740

[4] บาดแผลทางใจ (ทรอม่า - trauma) https://www.choojaiproject.org/2018/05/cause-of-trauma/

[5] โรคเครียด PTSD ภาวะป่วยทางใจที่ต้องเฝ้าระวัง หลังประสบภัยรุนแรงในชีวิต https://health.kapook.com/view97511.html

sds

​​

________________________________

 

สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะคุ้มค่ากับการรอหนึ่งสัปดาห์ไหม

แอบสารภาพว่าต้นฉบับนิยายดั้งเดิมไม่มีเนื้อหาตอนนี้ รันเพิ่งเพิ่มเข้ามาหลังจากได้ทำการรีไรต์

เพราะรันได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง บอกว่าหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นดูเลื่อนลอยจนไม่มีน้ำหนักและดูห่างไกลความเป็นจริง รันจึงเพิ่มเนื้อหาตอนนี้เข้ามาเพื่ออ้างอิงถึงหลักฐานทางการแพทย์ ทำให้เนื้อเรื่องไม่ลอยจนเกินไป และเป็นการสอดแทรกเกร็ดความรู้เล็ก ๆ ให้ท่านผู้อ่านด้วย

หากเนื้อหาในตอนนี้ทำให้ท่านไม่พอใจรันขออภัยด้วย พี่เทอร์ไบน์แอบมาเข้าฉากแค่ตอนนี้ตอนเดียวเท่านั้นครับในตอนหน้ารันจะพาทุกคนกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักตามเดิมแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามกันมา เป็นกำลังใจให้ปั๊มปอ และจบรักสถานะเพื่อนในครึ่งเรื่องหลังด้วยนะครับ : )

 

ปล1รันแอบไปวาดภาพประกอบมา ถ้าลงสีเสร็จแล้วจะมาอัปเดตให้ชมกันนะครับ

ปล2 ฝีมือศิลปะรันน้อยนิดมาก พอวาดเองลายเส้นเลยกาก ๆ หน่อย ไม่โกรธกันนะครับ 5555

 

 

Enjoy Reading

รัก... Run(END)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น