END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 19 : บันทึกของเพื่อน ฉบับพิเศษ "ถ่ายรูป 1"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

Por part

 

“น้องปอ! ทำไมพวกน้องไม่ยอมมาถ่ายรูปตามที่พวกพี่บอกครับ!”

“พี่บอส! ปอขอโทษครับพี่”

ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน พวกพี่ปีสองเรียกประชุมอย่างเร่งด่วนเพราะพวกเราเพิ่งได้ป้ายชื่อมาใหม่ เป็นป้ายชื่อที่พวกเราลงมือทำกันเองและผมค่อนข้างภูมิใจกับป้ายชิ้นนี้

แม้จะมีตัดเบี้ยวหรือเผลอทำคัตเตอร์บาดมือไปบ้าง แต่ก็ได้ไอ้ปั๊มช่วยทำแผลให้ แต่แม่งมือหนักฉิบหายเลย ข้ามเรื่องนั้นไปก่อนดีกว่า ประเด็นคือที่พวกพี่ปีสองเรียกปีหนึ่งมาประชุมอย่างเร่งด่วนคือเรื่องการถ่ายรูปครับ

เป็นธรรมเนียมของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการที่ต้องถ่ายรูปในชุดนักศึกษาพร้อมป้ายชื่อนี้กันทุกคน พวกรุ่นพี่ให้เหตุผลว่ารูปนี้จะเก็บไว้ให้พวกเราระลึกถึงอีกครั้งตอนวันรับปริญญา ความหรรษาจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเรามองดูสภาพตัวเองที่ดูสดใสสดใหม่เป็นเฟรชชี่ในวันที่ใส่ชุดครุยรับปริญญา

 

“ไหนขอเหตุผลที่พี่บอสสุดหล่อคนนี้จะไม่โกรธน้องปอหน่อยครับ”

“เอ่อ...คือว่า...”

เพราะในวันที่พี่บอสเรียกไปถ่ายรูปดันเกิดปัญหากับกลุ่มพวกผมขึ้น รายงานวิชาอาจารย์เอเกิดความผิดพลาดจนอาจารย์เรียกพวกผมทั้งกลุ่มไปคุยเป็นการส่วนตัว จนทำให้เสียเวลาไปยกใหญ่แต่ที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้นคืออาจารย์บอกว่า

[จริง ๆ อาจารย์ไม่ได้รีบขนาดนั้น นักศึกษามาหาพรุ่งนี้ยังได้เลย]

โถ่อาจารย์! ถ้าไม่ด่วนขนาดนั้นทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะครับ พวกผมตกใจกันแทบแย่โดยเฉพาะยายถุงแป้งที่โวยวายบอกว่าอาจติดเอฟได้เพราะรายงานนี้

“ไงล่ะอีแป้ง กูบอกแล้วว่าอาจารย์เอไม่ได้โหดขนาดนั้น” ณดลทักยายแป้งทันทีที่ออกจากห้องพักอาจารย์

“ก็ฉันจะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อพวกรุ่นพี่ชอบบอกว่าอาจารย์ภาคเราโหด”

“กูว่าเว้นอาจารย์เอไว้คนหนึ่งเถอะอีแป้ง ใจดียิ่งกว่าพ่อกูอีก”

“แล้วนี่จะเอายังไง พวกพี่เขานัดถ่ายรูปตอนบ่ายโมง นี่ก็ปาเข้าไปห้าโมงแล้วนะ” คราวนี้ปั๊มถามขึ้นบ้าง

“ฉันว่ากลับกันเลยก็ได้ ป่านนี้คงถ่ายกันเสร็จหมดแล้ว”

“เชี่ย! มึงดูไลน์กลุ่ม”

 

ความน่าสะพรึงตอนปิดมือถือเพื่อเข้าไปคุยกับอาจารย์คือแจ้งเตือนไลน์กลุ่มที่ขึ้นเลข 99+ สีแดงจนโทรศัพท์ค้าง ข้อความในนั้นเต็มไปด้วยการแท็กชื่อพวกเราทั้งสี่คนพร้อมบอกว่า พี่ปีสองตามจิกให้ไปถ่ายรูป ผมไล่อ่านข้อความเหล่านั้นอย่างร้อนรนจนพบข้อความสุดท้าย

[พวกมึงไม่ต้องมากันละ ช่างภาพกลับไปแล้ว]

 

นั้นไงครับทุกคนงานงอกกันทั้งกลุ่มแล้วครับ ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้ามันด่วนขนาดนี้ทำไมไม่มีใครสักคนต่อสายตรงโทรหาพวกเราแทนการทักไลน์ล่ะครับ เฮ้อ...แล้วพวกผมจะทำยังไงดีเนี่ย

“ฉันว่าฉันมีแผน”

“แผนอะไรของมึงล่ะอีกแป้ง”

“เราต้องมีตัวแทนกลุ่มไปขอโทษพวกพี่ ๆ จะได้ไม่ต้องโดนด่ากันทุกคน”

“ความคิดดี แล้วใครจะเป็นฝ่ายไปขอโทษพวกพี่ ๆ เขาล่ะ”

“เรื่องนั้นถุงแป้งคิดไว้เรียบร้อยแล้วค่ะเพื่อน”

ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกจากปากยายถุงแป้งนอกเสียจากสายตาเจ้าเล่ห์ที่จดจ้องมายังผม

 

 

“พี่บอสสุดหล่อ หล่อที่สุดของที่สุดจนไม่มีใครสู้ได้ ปอขอโทษแทนเพื่อน ๆ ด้วย อย่าโกรธพวกเราเลยนะครับ”

เดาออกใช่ไหมครับทุกคนว่าใครต้องมาเป็นตัวแทนกลุ่มเพื่อขอโทษพี่ปีสอง

“ถ้าน้องปอพูดขนาดนั้นพี่จะยกโทษให้ก็ได้”

“เยส”

“เมื่อกี๊น้องพูดว่าอะไรนะ”

“อ๊ะ! ปะ...ปะ...เปล่าครับ พี่บอสสุดหล่อ” ฉิบหายแล้วไง เผลอดีใจมากไปหน่อย

“ถ้าอย่างนั้นวันศุกร์ตอนบ่ายสองน้องปอพาเพื่อนมาที่ห้องภาคชั้นเก้านะ เดี๋ยวพี่ไปหาช่างภาพคนอื่นมาถ่ายให้ ช่างคนเดิมงานเขารัดตัว ไม่เป็นไรนะถ้ารูปจะสวยไม่เท่าเพื่อน"

“มะ...ไม่เป็นไรเลยครับ” ผมตอบพี่บอสอย่างว่องไว แค่พี่ไม่โกรธผมก็ดีใจจะแย่แล้ว

“ถึงรูปถ่ายจะไม่สวย แต่น้องปอสวยเสมอนะครับ”

“เอ่อ...”

“โถ่ พี่ล้อเล่นแค่นี้ก็ทำหน้าบึ้งใส่พี่อีกแล้ว ยิ้มหน่อยสิครับน้อง”

ทันทีที่พี่บอสพูดจบพี่เขาขยับสองมือเข้ามาใกล้ใบหน้าผมทันที มันเหมือนตอนนั้นไม่มีผิดมันเหมือนตอนที่พี่เขาดึงแก้มผมแล้วบอกให้ยิ้มเหมือนคราวก่อน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะขยับตัวหลบเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากอีกมุมทันที

“ไอ้บอส! มานั่งทำอะไรตรงนี้กับน้องปอคนเดียว”

“เอ่อ...เปล่านะพี่ไบรท์ ผมแค่มาคุยกับน้องนิดหน่อยเอง”

โชคดีที่พี่ไบรท์เข้ามาช่วยไว้ทันไม่อย่างนั้นผมอาจจะทะเลาะกับไอ้ปั๊มอีกรอบเรื่องให้คนอื่นจับแก้ม ขอบคุณประธานชมรมติวมากครับ หลังจากนี้ผมสัญญาเลยว่าจะเข้าชมรมให้บ่อยขึ้น

 

 

เมื่อเสร็จสิ้นธุระทั้งหมดผมจึงเดินออกมาอย่างสบายใจจากห้องที่พี่บอสเรียกผมเข้าไปคุย ทันทีที่เดินพ้นประตูผมก็ได้ยินเสียงของใครบางคนพูดขึ้นทันที

“เมื่อกี๊กูเห็นนะปอ”

“เฮ้ย! ปั๊ม! มาเมื่อไหร่”

“ตั้งแต่พี่บอสสุดหล่อ กูได้ยินทุกคำแม้กระทั่งตอนที่มึงอ้อนพี่เขาให้ยกโทษให้”

“เอ่อ...คือว่า...”

“แล้วก็เห็นตอนที่มึงกำลังจะโดนจับแก้มด้วย”

“...”

ฉิบหายแล้วไงครับทุกคน สายตาไอ้ปั๊มเล่นเอาผมขนลุกซุ่ชูชันไปทั้งตัวเลยครับ

 

“ทำไมทำหน้าเหมือนเจอผีขนาดนั้น”

“ปั๊ม...คือกู...”

“ไปเหอะ กลับบ้านกัน เย็นแล้วเดี๋ยวรถติด”

“หา?”

เดี๋ยวนะครับ คราวก่อนโกรธผมจะเป็นจะตาย วันนี้ไอ้ปั๊มมันกินยาไม่เขย่าขวดมาหรือยังไงกัน

 

“มึงจะหาอะไรฮะปอ”

“ไม่โกรธกูเหรอ”

“โกรธ”

“ฮือ...กูขอโทษ ทำยังไงมึงถึงจะหายโกรธ”

“เรียกกูแบบที่เรียกพี่บอส”

“ฮะ! มึงว่าไงนะ” พูดแบบนี้มันคงไม่ได้หมายความว่า...

“พี่ปั๊มสุดหล่อ หล่อที่สุดของที่สุดจนไม่มีใครสู้ได้”

“...”

 

ช็อกครับทุกคน เมื่อครู่ที่ผมยอมพูดแบบนั้นเพราะนั่นคือพี่บอสที่ต้องติดต่อเรื่องถ่ายรูปให้กลุ่มพวกเรา แล้วมึงเกี่ยวอะไรด้วยวะปั๊ม ทำไมผมต้องพูดแบบนั้นต่อหน้ามันด้วย

 

“ไม่พูดก็ไม่เป็นไร” ไอ้ปั๊มพูดตัดพ้อและเดินหนีผมทันที

“ดะ...เดี๋ยวก่อน” ผมคว้าเข้าที่ข้อมือแกร่งของอีกฝ่ายจนเพื่อนตัวสูงหันกลับมามอง

“หนึ่ง”

“...” เดี๋ยวนะ เริ่มนับเลขแบบนี้มันหมายความว่า...

“สอง”

“เฮ้ยปั๊ม ขอเวลากูทำใจแป๊บดิวะ”

“สะ...”

“เอ้อ! พี่ปั๊มสุดหล่อ หล่อที่สุดของที่สุดจนไม่มีใครสู้ได้ หายโกรธน้องปอเถอะนะครับ”

 

ด้วยความกดดันที่อีกฝ่ายมอบให้ผมจึงต้องจำใจพูดประโยคน่าอายนั้นออกไป ไอ้ปั๊มยืนมองผมนิ่ง ๆ ก่อนระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ไอ้เพื่อนบ้า มันน่าตลกตรงไหนกันวะ

 

“จริง ๆ พี่ปั๊มสุดหล่อไม่ได้โกรธน้องปอตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ”

“อ้าว!”

“กูแค่อยากแกล้งมึง”

“โอย...ไอ้บ้า เล่นอะไรก็ไม่รู้”

“ก็พี่ปั๊มสุดหล่ออยากได้ยินประโยคนั้นจากน้องปอคนสวยนี่ครับ”

“ไอ้ปั๊ม!!! เลิกแซวเลิกล้อได้แล้ว จะกลับไหมบ้านน่ะ”

“โถ ๆ ๆ เขินจนต้องเปลี่ยนเรื่องเลยเหรอมึง”

“บ้า ใครเขิน ไม่มีเถอะ” ตรงนี้ไม่มีใครเขินทั้งนั้น มันมีแค่อาการตั้งตัวไม่ทัน

“แล้วไอ้ที่แดง ๆ อยู่บนหน้านั่นมึงร้อนเหรอ”

“เอ้อ อากาศตรงนี้มันร้อนจริง ๆ เลย”

“แอร์หนาวจนมือเย็นขนาดนี้มึงยังร้อนอีกเหรอ”

“เออสิปั๊ม บอกว่าร้อนก็ร้อนสิวะ” ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับมัน เลยเลือกที่จะเดินหนีมายังลิฟต์เพื่อลงจากตึกนี้

“ไอ้ปอ นั่นมึงจะไปไหน”

“ก็ลงลิฟต์ไปข้างล่างไง ถ้ามึงไม่ไปกูทิ้งมึงไว้ที่นี่นะ”

“มึงแน่ใจนะว่ามึงกำลังจะลงลิฟต์”

“ก็ใช่อะดิ แล้วมึงจะทำ...” คำถามนั้นทำให้ผมฉุกคิดแล้วเริ่มมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“ถ้ามึงจะลงลิฟต์แล้วมึงไปยืนหน้าบันไดหนีไฟทำไม”

“...”

“หรือมึงอยากลงบันไดหนีไฟ ถ้าอย่างนั้นกูลงลิฟต์ไปรอข้างล่างก็ได้นะ”

ไอ้บ้าเอ๊ย ก็รู้ว่าเขินแล้วจะแกล้งทำไมนักหนาวะ อย่าให้ถึงคราวของผมบ้างแล้วกัน

 

เฮ้ย! แล้วนี่ไม่คิดจะรอกันจริงดิ

ไอ้ปั๊ม! นี่มึงจะให้กูลงบันไดเก้าชั้นจริง ๆ เหรอวะ

ไอ้เพื่อนเวร! เปิดประตูลิฟต์ออกมาก่อนนนน

sds

​หน้าตอนเขินแล้วไม่ยอมรับ ก็จะประมาณนี้แหละ

 

___________________________________

 

ตอนแรกรันว่าจะพาท่านผู้อ่านเข้าสู่เนื้อเรื่องหลัก แต่นึกตอนพิเศษขึ้นมาได้เลยเขียนออกมาก่อน

เนื้อหาในตอนนี้คือช่วงเวลาหลังจากทุกคนทำป้ายชื่อด้วยกันจนสำเร็จ

เป็นช่วงที่ต้องบันทึกความทรงจำทั้งหมดไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย

 

ปล1 ตอนพิเศษนี้ยังไม่จบ ยังมีครึ่งหลังอีกในครั้งถัดไปนะครับ

ปล2 ตอนนี้เป็นการทดลองครับ เพราะในหนึ่งตอนรันตั้งใจว่าจะแบ่งครึ่งแล้วอัปเดตวันพฤหัสกับอาทิตย์ ตอนพิเศษนี้เลยเป็นเหมือนตอนแรกที่ทดลองลงก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักครับ

 

 

Enjoy Reading

รัก... Run (END)

2 ความคิดเห็น