END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 17 : บันทึกของเพื่อน ฉบับ16 “please come back to me”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63

Pang Part

 

“แป้ง”

“หืม”

“เราขออยู่คนเดียวสักพักได้ไหม”

“แต่แกเพิ่งจะ...”

“เรายังไม่พร้อมพูดอะไรตอนนี้ทั้งนั้น”

“...”

“ขอร้องเถอะนะ เพื่อน”

 

แววตาสั่นระเรื่อของเพื่อนรักส่งผ่านความอ่อนแอและความอดกลั้นทั้งหมดทั้งมวลออกมาอีกครั้ง การขออยู่คนเดียวในความหมายของปอครั้งนี้จึงหมายถึงการขอร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว เพราะไม่อยากให้คนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนต้องเห็นน้ำตา ในเมื่อพูดขนาดนี้แล้วฉันจะปฏิเสธแกได้ยังไงล่ะ

“เฮ้อ...เอาอย่างนั้นก็ได้” ฉันยอมแพ้ให้กับสิ่งที่เพื่อนร้องขอ

“ขอบใจนะ”

“แต่เสร็จแล้วต้องรีบตามมานะ เดี๋ยวรอที่ลานจอดรถ”

“อื้ม”

ฉันเดินออกจากบริเวณพื้นที่ริมสนามฟุตบอลทันที ทิ้งไว้แต่เพื่อนรักตัวเล็กที่กำลังนั่งเศร้าอยู่ แม้ฉันจะเดินออกมาไกลพอสมควร แต่ยังคงได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ปลิวมากับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดผ่านใบหน้าไป ‘ปอ...ฉันควรจะช่วยแกยังไงดี ฉันโคตรไม่อยากเห็นแกเป็นแบบนี้’

 

ปอเป็นคนตั้งกำแพงไว้ในตัวสูงมาก แม้กระทั่งครอบครัวหรือเพื่อนสนิทอย่างฉันก็ไม่อาจผ่านกำแพงเหล่านั้นเข้าไปได้ครบทั้งหมด ฉันค่อย ๆ เดินมายังลานจอดรถอย่างเชื่องช้า โดยเหลียวหลังกลับไปมองเป็นระยะ เผื่อว่าใครบางคนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมา แต่มันกลับเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี

ฉันเดินมาถึงลานจอดรถแล้ว ยังคงชะเง้อคอมองไปยังสนามฟุตบอลเป็นระยะ ปอยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเคลื่อนย้าย ความเสียใจครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ เพราะป้ายชื่อของพวกเราคือสิ่งที่ปอรักที่สุด เหมือนกับตอนนั้น

 

“เฮ้ยแก! ฝนตกอะแล้วจะไปเรียนที่อาคารเรียนรวม1 ยังไง”

“วิ่งลุยไปไหม จากหอสมุดไปตึกเรียนนิดเดียว”

“แล้วป้ายชื่อทำยังไงล่ะคะเพื่อน ถ้าเปียกน้ำมันจะพังนะแก”

“งั้นเราเอาตัวบังป้ายไว้ไม่ให้เปียกแล้วรีบวิ่งไป”

“ปอ! แกจะบ้าเหรอ” ฉันว่าปอมันต้องพูดเล่นแน่ ๆ แกจะรักป้ายขนาดนั้นเลยเหรอ

“แกเอากระเป๋ากับตัวบังป้ายไว้นะ”

“แต่ว่า...”

“หนึ่ง สอง ไป!”

“ไอ้ปอ! รอฉันด้วย!”

ไม่ทันขาดคำเพื่อนผู้ชายตัวเล็กข้างฉันก็เอาตัวบังป้ายฝ่าสายฝนนำลิ่วไปจากฉัน แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม

“แค่นี้ป้ายก็ไม่เปียกแล้ว”

“ใช่! ป้ายไม่เปียก แต่ฉันเนี่ยเปียกทั้งตัว”

“ไป ๆ เข้าห้องเรียนกัน”

“แอร์ในห้องก็หนาว ถ้าฉันป่วยฉันจะโทษแก”

“ฝนแค่นี้ไม่ทำให้ป่วยหรอกน่า”

เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น

“วันนี้แกเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่าแกดูซึม ๆ นะ”

“ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่...”

“แค่อะไร”

“แค่ไข้ขึ้นเพราะตามฝนเมื่อวาน แล้วมานั่งห้องแอร์”

“แกนี่มันจริง ๆ เลย”

“เอาเถอะน่า อย่าบอกไอ้ปั๊มแล้วกัน”

 

โดยเฉพาะตอนนั้น

“เฮ้อ...โคตรเบื่อหน้าฝน ตกทีไรมาเรียนสายทุกที”

“แกก็แค่ตื่นให้เช้าขึ้นเองแป้ง”

“คนที่สายตั้งแต่วันปฐมนิเทศมีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยเหรอคะเพื่อน”

“ยายแป้ง! ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ”

“ก็เรื่องจริงปะ ฮ่า ๆ ๆ”

“เอ้อ! เราไม่คุยกับแกแล้ว! เชอะ!”

“ปอระวัง!”

 

โครม!

 

“โอ๊ย” พูดไม่ทันขาดคำปอก็ลงไปล้มพับอยู่กับพื้น

“ค่อย ๆ ลุกนะแก”

“สงสัยฝนตก พื้นลื่น เลยล้มง่ายไปหน่อย”

“แล้วเป็นอะไรไหม”

“ไม่เป็นไร ไม่ยับเลย เมื่อกี๊คว้าไว้ทันเลยไม่เปื้อนน้ำ”

“เดี๋ยวนะ แกหมายถึงอะไร”

“ป้ายชื่อไง ดูสิ ไม่มีรอยเลยแม้แต่นิดเดียว”

“โอย! ฉันหมายถึงตัวแกเว้ย”

“ล้มก้นกระแทก สะโพกน่าจะช้ำเลยลุกไม่ขึ้น ถอดกางเกงมาคงเขียวทั้งขา”

“แกนี่แม่ง ทำไมไม่ปล่อยป้ายแล้วคว้าอะไรไว้”

“ไม่ได้สิแก ทำแบบนั้น...ป้ายก็เป็นรอยพอดี”

“ถามจริง ระหว่างป้ายกับตัวแกอะไรสำคัญกว่ากัน”

“ป้าย” คนที่นั่งอยู่บนพื้นตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ขอเหตุผลค่ะเพื่อน”

“ก็ถ้าเราได้แผลรอไม่กี่วันแผลก็หาย แต่ถ้าป้ายเป็นรอยหรือพังมันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่สามารถรักษาสิ่งสำคัญไว้กับตัวเองได้ มันมีค่ามากกว่าป้ายชื่อเว้ย มันมีความหมายมันมีรอยยิ้มมันผ่านอะไรด้วยกันมา มันมีเรื่องราวของเพื่อนทุกคนอยู่ในนั้น” ปอตอบอย่างยืดยาวจนเล่นเอาฉันตาค้าง

“...” พูดขนาดนี้ฉันจะขัดอะไรได้อีก

“สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นแค่ป้ายชื่อธรรมดา แต่สำหรับเรา...มันคือของที่โคตรสำคัญ”

“ท่าทางเพื่อนฉันจะเป็นเอามาก”

“ช่างเถอะ แล้วนี่แกจะไม่ช่วยดึงเราให้ลุกขึ้นยืนหน่อยเหรอ!”

“จะให้ฉันดึงยังไงล่ะ ในเมื่อแกเล่นจับป้ายชื่อไว้สองมือแบบนั้น”

“โทษทีเพื่อน ฮ่า ๆ โอ๊ย! เบาเพื่อน! เบา! เจ็บตูดอยู่โว้ย”

“คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องไอ้ปั๊มให้ทายาแกหนัก ๆ เหมือนคราวก่อน”

“ถุงแป้งเพื่อนรัก อย่าทำอย่างนั้นเลยนะจ๊ะ”

คิดถึงเรื่องพวกนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับปอด้วย ฉันเริ่มจะเข้าใจความหวังดีของพี่เติมกับพี่บอสเมื่อตอนเที่ยงแล้วสิ ว่าทำไมทั้งคู่ดูอยากให้พวกเราลาไปธุระหนึ่งวัน

 

ในฐานะเพื่อนฉันควรทำยังไงให้มันรู้สึกดีขึ้นกันนะ คิดแล้วก็นึกถึงเพื่อนรักไอ้ปออีกคน ตั้งแต่วันนั้นก็เล่นหายหัวไปเลย ป่านนี้จะรู้บ้างไหมว่าไอ้ปอนั่งซึมร้องไห้อยู่คนเดียวที่ริมสนามบอล แล้วถ้ามันรู้มันจะยังสนใจอยู่หรือเปล่าวะ

ไอ้ปั๊ม! แกไปอยู่ไหนวะ! ตอนนี้ปอคงต้องการแกมากที่สุด น่าจะมากกว่าฉันเสียด้วยซ้ำ “เฮ้อ...” ได้แต่ถอนหายใจแล้วหันไปมองรถอีกคันที่จอดอยู่ด้านข้าง ก่อนที่ใครบางคนจะเดินตรงมายังรถของตัวเอง

“อ้าว...ถุงแป้ง”

“ปะ...ปะ...ปั๊ม!” พูดถึงปุ๊บมาปั๊บ แกนี่มาเร็วกว่าระบบสี่จีเยอะเลย

“ยังไม่กลับอีกเหรอ ดึกแล้วนะ” ปั๊มพูดด้วยสีหน้าปกติ

“ก็อยาก แต่ยังกลับไม่ได้”

“ทำไมอะ” ปั๊มถามพลางเปิดท้ายรถเก็บกระเป๋ากับหนังสือเรียน

“รอไอ้ปออยู่”

“...” คำพูดนี้ทำให้ปั๊มชะงักค้างตอนกำลังจะปิดท้ายรถ

“...”

“งั้นกลับกันดี ๆ ล่ะ” ปั๊มตอบพร้อมหันหน้าไปอีกทาง

“แกไม่คิดจะถามถึงไอ้ปอหน่อยเหรอ”

“คือ...” ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความลังเล

“แกหายไปไหนมาเป็นอาทิตย์วะ!” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอใส่ไอ้ปั๊มมันหน่อยเถอะ

“ก็...”

“แล้วแกรู้บ้างไหมว่าตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับแกปอมันไม่เคยยิ้มเลย!”

“แป้งว่าไงนะ”

“ก็ตั้งแต่วันนั้นมันก็เอาแต่เงียบ นั่งหงอยแล้วยิ้มแบบฝืน ๆ”

“ฝากดูมันด้วยแล้วกัน” ปั๊มเริ่มหลบตาฉันอีกครั้ง

“ปั๊ม! ฉันถามแกจริง ๆ นะ แกโกรธมันเรื่องอะไร”

“เรื่องนั้น...”

“ถ้าเป็นเรื่องพี่บอส ฉันอยู่กับมันตลอด ดังนั้นบอกได้เลยว่ามันไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“...”

“แล้วแกกับมันก็เป็นเพื่อนกัน ไม่ชอบอะไรก็คุยกันตรง ๆ สิวะ ไม่ใช่ประชดใส่กันแล้วเงียบหายไปแบบนี้”

“ก็ไอ้ปอมันทำให้เราโมโหก่อนอะ”

“แต่แกก็ไม่ควรไปพูดกับมันแรงขนาดนั้น”

“แป้งหมายถึง...เราพูดอะไร”

“ที่แกบอกมันว่า เรียกร้องความสนใจเป็นเด็กมีปัญหาที่แม่ไม่รัก”

“ขอโทษ...ตอนนั้นโกรธจนจำอะไรไม่ได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป” ให้มันได้อย่างนี้สิวะ

“แกอาจจะรู้ว่าปอไม่ถูกกับแม่ แต่แกคงไม่รู้อีกเรื่อง”

“หมายถึง...”

“แม่ปอเสียไปเมื่อสองปีก่อน ช่วง ม.ปลายที่แกไม่ได้ติดต่อกับปอ”

“เชี่ยเอ๊ย! ทำไมกูมันเลวอย่างนี้วะ!” เหมือนอย่างที่ฉันคิด ปั๊มไม่เคยรู้เรื่องนี้จริง ๆ

“ปอนั่งอยู่ที่สนามบอล รีบ ๆ ไปขอโทษมัน” ฉันพูดกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง

“ปออยู่กับใคร!”

“มันอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องทำหวงออกนอกหน้า”

“คนเดียว?”

“มันบอกว่าขออยู่คนเดียวสักพัก ฉันเลยเดินมารอมันตรงนี้ไง”

“...”

“มันเสียใจกับป้ายชื่อ ตอนนี้คงนั่งร้องไห้อยู่ เลยไม่อยากให้ฉันเห็นน้ำตา”

“แป้งกลับบ้านไปก่อนเลยก็ได้นะ” เดี๋ยวนะไอ้ปั๊ม แกไม่ต้องมาไล่ฉันให้กลับก่อนเลย

“ไม่ได้! ฉันรอปออยู่”

“เดี๋ยวไปส่งให้เอง” ร่างสูงพูดพร้อมก้าวเท้าวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ

“ไอ้ปั๊ม! ปออยู่สแตนด์เชียร์ด้านหลังสนามบอลนะ” หวังว่าแกจะช่วยให้มันดีขึ้นได้

“เอ้อ! ขอบใจ!”

“แล้วถ้าทำปอร้องไห้อีกฉันเอาแกตายแน่!!!”

“เออ! รู้แล้วน่า! ถ้ามันร้องเดี๋ยวกลับมาให้กระทืบเลย!”

“ล้างเท้ารอเลยค่ะเพื่อน!” ถ้าไอ้ปอร้องไห้กลับมา ฉันจะกระทืบแกให้ไส้แตกจนปางตายเลยคอยดู

ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็หวังว่าฉันจะไม่ได้กระทืบไอ้ปั๊มมันหรอก ปอ...ฉันคงทำหน้าที่เพื่อนให้แกได้ดีที่สุดเท่านี้แหละ หวังว่าแกจะหยุดร้องไห้และกลับมาร่าเริงได้แบบเดิมถ้าได้เพื่อนคนนี้ไปช่วยปลอบ

“เอ่อ...แล้วนี่ฉันต้องกลับบ้านเลย หรืออยู่รอกลับพร้อมไอ้ปอวะ” ถุงแป้งสับสนถุงแป้งตัดสินใจไม่ได้ค่ะ

 

Por Part

เคยมีคนบอกไว้ว่าเวลาที่เศร้าหรือเสียใจมาก ๆ ให้ร้องไห้ออกมาดัง ๆ แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง ทฤษฎีนี้คงใช้กับผมไม่ได้โดยเฉพาะในเวลาที่ร่างกายอ่อนแอแบบนี้

ไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่คนเดียวมานานแค่ไหนหลังจากที่บอกถุงแป้งไปว่าขออยู่คนเดียวสักพัก ผมอยากร้องไห้ออกมาให้เต็มที่โดยที่เธอไม่เห็น จนถึงตอนนี้น้ำตาผมก็ยังไม่หยุดไหล แม้จะไม่ฟูมฟายโวยวายเหมือนตอนแรกแต่เสียงสะอื้นยังคงดังอย่างไม่ขาดสาย

ผมต้องการใครสักคนมาปลอบประโลม แต่จะมีใครมาปลอบได้ยังไงในเมื่อผมเพิ่งขออยู่คนเดียวไปหมาด ๆ ป่านนี้ถุงแป้งคงนั่งหน้างอรอผมที่ลานจอดรถนานแล้ว ผมเองก็ควรลุกไปจากที่นี่เสียที แต่ลึก ๆ แล้วผมยังทำใจไม่ได้เลย ทั้งที่ผมพยายามหลอกตัวเองตลอดว่า ‘มันก็แค่กระดาษที่มีชื่อเขียนใบเดียวเอง’

พูดไปแบบนั้นทั้งที่สายตายังจดจ่อกับตัวอักษรคำว่า ‘ปอ’ บนกระดาษสีเหลืองในมือ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ค่อย ๆ หยดลงสู่กระดาษใบนั้นอีกครั้ง การหลอกตัวเองมันคงยากเกินไปสำหรับผม

ถ้ามันยังอยู่ในมือผมแบบนี้คงหยุดร้องไห้ไม่ได้แน่ ผมจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เจ็บปวดมากกว่า คือวางมันทิ้งไว้บนอัฒจันทร์แล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเป็นครั้งที่สอง

 

ผมเดินมาล้างหน้าที่ห้องน้ำอาคารเรียนรวมสี่ซึ่งอยู่ใกล้อัฒจันทร์ที่ผมนั่งมากที่สุด เหลือแค่รอให้เสียงสะอื้นหายไปผมก็พร้อมจะเดินย้อนกลับไปหาถุงแป้งที่ลานจอดรถแล้ว

ผมค่อย ๆ ก้าวออกจากห้องน้ำช้า ๆ แต่กลับพบว่ามีร่างของใครบางคนยืนขวางทางออกนั้นไว้ ร่างสูงโปร่งที่หายหน้าไปเป็นอาทิตย์ ร่างสูงที่ทำร้ายจิตใจผมด้วยคำพูดและการกระทำจนผมต้องกลับไปร้องไห้อยู่คนเดียว เป็นไอ้ปอคนเดิมเหมือนกับเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง

“ปะ...ปั๊ม”

คงเป็นความซวยซ้ำซ้อนที่ผมดันมาเจอมันในเวลานี้ ความอ่อนแอทั้งหมดเริ่มจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว แค่คิดว่าคนตรงหน้ากำลังจะเยาะเย้ยหรือทำเมินเฉยเป็นคนไม่รู้จัก ร่างกายของผมก็เริ่มเสียสติ หยดน้ำตามากมายที่เคยหยุดทำงานไปเมื่อหลายนาทีก่อนได้กลับมาอีกครั้งพร้อมถาโถมความรุนแรงที่หนักหน่วงกว่าเก่าหลายเท่า ใบหน้าเรียบเฉยของคนคุ้นเคยจ้องมองผมผ่านดวงตาสีสวยก่อนจะหันหน้าหลบไป ผมไม่ไหวแล้ว ผมยืนไม่ไหว

“อึก...ฮือ...”

“ปอ”

“ยะ...อึก...อย่าพึ่งพูดอะไร ฮือ...”

ผมหลบสายตาคู่นั้นด้วยเสียงสะอื้นที่ผสานเข้ากับลมหายใจ ถ้ามันพูดอะไรขึ้นมาตอนนี้ผมอาจจะร้องไห้ทั้งคืนจนไม่ได้นอนเลยก็ได้ ผมจึงพยายามแทรกตัวผ่านร่างสูงออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาซึ่งผมกำลังจะกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไม่ไหวแล้ว

 

หมับ

 

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” แขนแกร่งคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กของผมทำให้ไม่สามารถหนีจากที่แห่งนี้นี้ได้

“แต่เราไม่มี อึก...ปั๊มปล่อยเราไปเถอะ”

“...”

“บอกให้ปล่อยไง! อึก...เรา...เราอยากอยู่คนเดียว” จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า

“คิดจะหนีแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่” คนตรงหน้าถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อึก...” ยะ...อย่าพูดแบบนั้น ผมจะกลั้นไม่ไหวแล้ว

“เงยหน้าก่อน มองหน้ากูสิปอ”

“อึก...”

 

พรึบ

 

มืออีกข้างของร่างสูงคว้าเข้าที่ปลายคางของผม การกระทำเหล่านั้นเป็นการช้อนคางอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเพื่อให้ผมสบตากับมัน แต่สายตาของผมยังไม่อาจจดจ้องกับคนตรงหน้าได้

“มองตากูก่อน มึงหนีแบบนี้ไม่เหนื่อยเหรอ” เป็นน้ำเสียงนุ่มลึกที่แปรเปลี่ยนไปจากช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เสียงที่อบอุ่นแบบเดิม เสียงที่เคยห่วงใยปลอบประโลมผมอยู่เป็นประจำ

“ปั๊ม...อึก...”

“พอแล้ว ไม่ต้องหนีแล้ว กูอยู่นี่แล้ว กูอยู่ข้าง ๆ มึงแล้ว”

ร่างสูงได้ดึงผมไปกอดแนบแน่นจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่อีกฝ่ายตั้งใจส่งมาให้ ใบหน้าของผมแนบชิดอยู่บริเวณอกแกร่งจนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ มันทำให้ผมปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเก่ามาก

แม้เราจะไม่ได้พูดอะไรกันแต่ผมกลับรับรู้ได้จากสองมือที่โอบกอดอย่างแน่นหนา คนตรงหน้าใช้ฝ่ามือลูบไล้ที่หัวของผมอย่างแผ่วเบา แม้จะไม่ชอบการถูกเล่นหัวเท่าไหร่แต่สำหรับคนตรงหน้าคงต้องยกเว้นเป็นกรณีพิเศษเพราะมันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง

 

“ทำไมถึงเพิ่งกลับมา”

“กูขอโทษนะ คือ...”

“ทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนปั๊มไม่เคยประชดหรือใช้กำลังกับเรา ไม่เคยทำให้เรากลัวหรือร้องไห้แบบนี้”

“กูตอบมึงไม่ได้เหมือนกัน บางอย่างในตัวกูเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอน ม.4 ที่มึงย้ายโรงเรียน ตอนแรกกูคิดว่าอาการโมโหจนเผลอทำอะไรโดยไม่รู้ตัวจะหายไปแล้ว แต่อยู่ ๆ กูก็กลับมาเป็นอีก กูคุมตัวเองไม่ได้ว่ะ”

“ปั๊มมีอะไรอยากเล่าให้เราฟังไหม” ผมรู้ดีว่าเพื่อนผมมีเหตุผลเสมอ เหตุผลที่ทำให้มันเปลี่ยนไป

“วันนี้มึงเจอเรื่องแย่ ๆ มามากแล้ว ไว้พรุ่งนี้กูจะเล่าให้ฟังทุกอย่างเลย กูหวงมึงมากไปหน่อย เลยเผลอพูดไม่ดีใส่ กูขอโทษที่พูดไปแบบนั้น กูเพิ่งรู้จากถุงแป้ง กูคงเป็นเพื่อนที่โคตรแย่ในสายตามึงมาก แต่กูอยากขอโอกาส”

“มึงจะทำให้กูเจ็บแบบวันนั้นอีกไหมปั๊ม”

“ถ้าคราวหน้ากูโมโหขาดสติจนมือสั่น มึงช่วยนั่งข้าง ๆ กุมมือบอกให้กูใจเย็นหน่อยได้ไหม กูจะพยายามเพื่อมึง กลับมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งนะ กูจะไม่ทำให้มึงร้องไห้อีกแล้ว

“อื้ม เราก็...ขอโทษปั๊มด้วยเหมือนกันที่ทำตัวแย่ ๆ ใส่ ยกโทษให้เรานะ”

“กูหายโกรธตั้งแต่เห็นมึงนั่งร้องไห้ที่อัฒจันทร์คนเดียวละ”

“เฮ้ย! เห็นด้วยเหรอ นี่ปั๊มมาตั้งแต่ตอนไหน”

“พักใหญ่ ๆ แต่ไม่กล้าเข้ามาทัก ยืนทำใจอยู่”

“ทำใจเรื่อง?”

“ก็เรื่องที่มึงโกรธกูไง กลัวมึงไม่หายแล้วกูจะหมา”

“ก็เพราะปั๊มนั่นแหละ ที่ทำให้เราเป็นแบบนี้!”

“กูขอโทษ แล้วก็...มึงลืมของไว้” ร่างสูงพูดพลางล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบบางอย่างมาใส่มือผม

“ปั๊มเก็บป้ายชื่อเรามาทำไม เราไม่อยากเห็นมันแล้ว”

“กูรู้ว่ามึงรักป้ายชื่อพวกนี้มากแค่ไหน และมึงก็ไม่ได้อยากทิ้งมันไปจริง ๆ”

“แต่...”

กูไม่ได้ให้มึงเก็บไว้ตอกย้ำเรื่องที่เสียใจ แต่ให้เก็บไว้ดูว่าวันหนึ่งเราเคยมีความทรงจำดี ๆ กับมันขนาดไหน

“...”

“หรืออย่างน้อย ๆ มันก็เป็นของขวัญที่ทำให้กูกับมึงกลับมาคืนดีกัน” ร่างสูงพูดพลางเลื่อนสายตาจากกระดาษสีเหลืองในมือมาส่งสายตาที่อบอุ่นพร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นเคยให้ผม อย่าทำสายตาแบบนั้น เดี๋ยวผมก็ร้องอีกรอบหรอก

“อื้ม ขอบคุณนะ”

“ไปเร็ว กลับบ้านกัน เดี๋ยวไปส่ง”

“เฮ้ย!!! เราลืมถุงแป้ง”

“กูบอกให้แป้งกลับไปก่อนแล้ว เพราะกูจะไปส่งมึงเอง”

“แต่กูว่าแป้งยังอยู่ คราวนี้ระเบิดลงจนตายคู่แน่ไอ้ปั๊มเอ๊ย”

“งั้นถ้าตาย เราจะตายพร้อมกัน กูจะนอนตายข้างมึงเอง กูจะไม่ทิ้งมึงแล้ว”

“บ้าเหรอ! ดูพูดเข้า” ทั้งที่ผมอยากจะด่ามัน แต่ปลายเสียงกับไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย จะเสียงอ่อนลงทำไมวะ

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นเราทั้งคู่จึงเดินตรงดิ่งออกจากห้องน้ำอาคารเรียนรวม4 เพื่อไปยังลานจอดรถ โดยที่มือขวาของผมยังคงถูกคนข้างตัวกอบกุมอยู่เต็มฝ่ามือ ผมได้แต่แอบมองหน้าคนตัวสูงด้านข้างพร้อมกับความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นในหัวใจ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่เราเดินจับมือกันตอนผมร้องไห้ ทำไมถึงได้อบอุ่นแบบนี้นะ ขอบคุณมากนะปั๊มที่กลับมา

“นี่แกจะให้ฉันรอยันชาติหน้าเลยไหม!” เสียงของถุงแป้งดังขึ้นทันทีเมื่อพวกเราสองคนเดินมาถึง เวลานี้ลานจอดรถหลงเหลือยานพาหนะเพียงแค่สองคันเท่านั้น

“ขอโทษนะแก เราใช้เวลามากไปหน่อย” ผมตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“เมื่อกี๊ก็บอกให้กลับไปก่อนแล้วไง ทำไมไม่ฟัง” คนข้างตัวผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เหอะ! ปั๊ม! อาทิตย์ก่อนแกทำเพื่อนฉันเสียใจขนาดนั้น แถมวันนี้มันยังร้องไห้โคตรหนัก แกจะให้ฉันวางใจแล้วทิ้งเพื่อนไว้กับคนอย่างแกเนี่ยนะ”

“เอ่อ...” ปั๊มถึงกับพูดไม่ออก

“แต่ตอนนี้คงดีกันแล้วสินะ” ถุงแป้งเลื่อนสายตามามองหน้าผมแทน

“แกรู้ได้ยังไง”

“ยัง...ยังอีก!”

“ยังอะไรแป้ง”

“ยังไม่ปล่อยมือกันอีก! ฉันเห็นนะว่าเดินจับมือกันมาตั้งแต่ที่สนามแล้ว!”

“เฮ้ย! คือมันไม่ใช่แบบ...” ผมตกใจและกำลังจะปล่อยมือออก แต่คนข้างตัวกับกระชับฝ่ามือให้แน่นหนาขึ้น

“พอค่ะเพื่อน แกไม่ต้องอธิบาย ขึ้นรถค่ะฉันง่วงแล้ว” เธอชูมือมาปิดปากผมทันทีอย่างตัดรำคาญ

“คือว่า...คืนนี้ปั๊มจะไปส่งเรา”

“นี่แกให้ฉันรอเกือบชั่วโมง เพื่อให้แกมาบอกว่าปั๊มจะไปส่งเนี่ยนะ”

“ขอโทษนะแป้ง”

“เฮ้อ พอผู้ชายกลับมาชะนีอย่างฉันก็กลายเป็นหมาเลยเนอะ คนอุตส่าห์เป็นห่วง”

“แก มันไม่ใช่อย่างนั้น เราขอโทษ”

“ถามจริงนะปอ ไอ้ปั๊มมันไปง้อแกท่าไหน ถึงได้ดีกันเร็วขนาดนี้”

“ก็...”

“ช่างเถอะ เห็นแกเป็นฝ่ายขอ วันนี้ฉันยอมให้ปั๊มไปส่งแกก็ได้” เธอพูดกับผมแต่ดันหันไปมองทางคนตัวสูงแทน

“อะ...อื้ม ขอบใจมากนะแป้ง”

 

ปั๊มขับรถมาส่งผมที่บ้านทันทีที่แยกกับถุงแป้งตรงลานจอดรถ เหมือนวันนี้มันจะเอาใจผมเป็นพิเศษด้วยการชวนคุยโน่นนั่นนี่สงสัยมันจะเหงา จะว่าแต่มันก็ไม่ได้เพราะผมก็เหงา เล่นหายไปเป็นอาทิตย์จนหันไปไหนก็เจอแต่ยายถุงแป้งตลอด คุยกันแค่นี้คงเทียบไม่ได้กับหนึ่งอาทิตย์ที่หายไปหรอก

ก่อนกลับปั๊มแวะเข้ามาทักทายป๊าผมพร้อมฝากเนื้อฝากตัวที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง ปั๊มบอกว่าวันไหนต้องกลับดึกมันจะเป็นคนดูแลพาผมมาส่งที่บ้านเองป๊าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่รู้ว่ามันกำลังทำดีไถ่โทษเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนหรือว่าต้องการไม่ให้ป๊าผมเป็นห่วงลูกชายคนเดียวของบ้านกันแน่ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันมาบ้านผมสักหน่อยแต่ก่อนมันมาบ่อยจะตาย

ทันทีที่ปั๊มกลับไปเป็นเวลาเดียวกับที่ผมขึ้นห้องนอน ผมเริ่มนอนเล่นมือถืออีกครั้งหลังจากเล่นครั้งล่าสุดไปเมื่อตอนกลางวันที่ไลน์ขอบคุณของเทคจากพี่รหัส

ทันทีที่ไวไฟเชื่อมต่อสำเร็จผมได้รับข้อความแจ้งเตือนมหาศาลจนเครื่องค้าง ทั้งจากยายถุงแป้งที่ไลน์บอกว่าปั๊มกำลังไปหา เสร็จรึยัง รอนานแล้ว ไปจนถึงไลน์ของพี่บอสที่ทักมาเป็นระยะว่าเป็นห่วงผมมาก แต่แช็ตที่ดูกระวนกระวายที่สุดคงเป็นแช็ตจากพี่รหัสผมแทน

 

LINE

G

[น้องปอโอเคไหมครับ]

[ตอบพี่หน่อย]

[พี่เป็นห่วงน้องมากเลย]

[หยุดร้องไห้รึยัง]

[เห็นน้ำตาน้องแล้วพี่ใจไม่ดีเลย]

[พี่ขอโทษ พี่น่าจะบอกน้องว่าวันนี้ไม่ต้องไป]

[G send sticker] TT_TT

‘Por send sticker’

[น้องปอตอบพี่แล้ว]

[เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้อยู่ไหน]

[ดีขึ้นยัง ร้องไห้อยู่หรือเปล่า]

[พี่ขอโทษจริง ๆ นะ]

พี่เกียร์ใจเย็น ๆ ก่อน

[พี่โคตรเป็นห่วง]

ผมโอเคขึ้นแล้วครับพี่

วันนี้ร้องไห้หนักมาก

แต่หยุดร้องไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

[เฮ้ย ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ร้องนานมาก]

[คงทำให้น้องตาบวมหมดแล้ว พี่ขอโทษนะ]

พี่จะขอโทษผมทำไมล่ะครับ

ในเมื่อพี่ไม่ได้เป็นคนสั่งให้ฉีกป้าย

[พี่ผิดที่ห้ามเพื่อนเรื่องนี้ไม่ได้]

[พี่โคตรไม่เห็นด้วยกับวิธีลงโทษแบบนี้]

[แต่เสียงข้างพี่น้อยกว่า]

[ยิ่งพี่เห็นน้ำตาน้องพี่ยิ่งโคตรไม่โอเค]

วันนี้พี่มาด้วยเหรอ

[พี่ก็ไปทุกวันแหละ]

แบกโต๊ะหนักไหมครับ

[ไม่ได้แบก พี่หลบอยู่ด้านหลัง]

อ่อ...

[แอบมองน้องอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ]

[ใจพี่เสียตั้งแต่ตอนน้องปอพูดถึงป้ายชื่อละ]

ผมพูดจริง ๆ นะ

[พี่เชื่อน้อง พี่เลยโคตรเสียใจ]

ขอบคุณนะครับพี่

[ขอบคุณเรื่องอะไร พี่ทำให้น้องร้องไห้นะ]

ขอบคุณที่เป็นห่วงผมไง

ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้วครับ

[อาทิตย์หน้าพี่ปีสองจะเรียกประชุม]

[ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ได้นะ]

ทำไมต้องไปให้ได้เหรอครับ

[พี่พูดอะไรมากไม่ได้]

[บอกได้แค่ว่ามันเป็นวันที่สำคัญมาก]

[เชื่อพี่นะครับ ว่าน้องจะรู้สึกดีกับวันนั้นมาก]

ได้ครับพี่เกียร์

ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะ

แต่ตอนนี้ขอไปอาบน้ำนอนก่อน

วันนี้ร้องไห้จนหมดแรงแล้ว 55555

[พี่ขอโทษอีกที]

[เดี๋ยววันจันทร์เอาขนมไปให้เป็นการไถ่โทษ]

พี่ทำเหมือนผมเป็นคนเห็นแก่กินเลย

[พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้น พี่แค่อยากขอโทษน้อง]

งั้นผมขอรับไว้แค่คำขอโทษนะ

ไม่ต้องลำบากซื้อขนมมาหรอก

[เนี่ย ยิ่งน้องน่ารักแบบนี้พี่ยิ่งอยากดูแล]

[งั้นถ้าไม่อยากได้ขนมแล้วอยากได้อะไร]

อยากได้รูปพี่

หมายถึงรูปหน้าพี่ แหะ ๆ

[อันนั้นไม่ได้นะน้อง]

ก็ผมอยากเห็นหน้าพี่

[จริง ๆ น้องเคยเห็นหน้าพี่แล้วแหละ]

หรือว่าจะเป็นพี่....

[เอาเป็นว่าเปิดสายเมื่อไหร่ค่อยเจอกันนะ]

ผมจะรอนะครับ

[ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว เหนื่อยอยู่ไม่ใช่เหรอ]

[น้องปอต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ]

งั้นฝันดีล่วงหน้าครับพี่ (-_-) zzZ

[ฝันดีครับ]

 

ในฐานะของเด็กปีหนึ่งถือว่าผมมีสายรหัสที่น่ารักมาก ไม่รู้ว่าสายอื่นจะเป็นแบบผมไหม การที่รู้ว่ามีใครบางคนคอยเป็นห่วงความรู้สึกผมมากขนาดนี้ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวทุกที ‘ขอบคุณมากนะครับพี่เกียร์’ อย่างน้อย ๆ วันนี้ผมก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

ทันทีที่ผมกำลังจะลุกไปอาบน้ำเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของใครบางคนได้เรียกให้ผมเดินกลับไปมองอีกครั้ง ข้อความในนั้นทำให้ผมเผลอปล่อยยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

 

Pump send message

[รีบนอน วันนี้มึงร้องไห้จนตาบวมหมดละ]

[เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาที่บ้านตอนบ่าย ๆ]

[พรุ่งนี้จะเล่าทุกอย่างที่อยากรู้ให้ฟัง]

[ฝันดีนะมึง]

 

“ฝันดีเหมือนกัน”

ขอบคุณที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไปไหน ขอบคุณที่คอยเช็ดน้ำตาให้ ขอบคุณที่คอยอยู่ด้วยในวันที่รู้สึกแย่ที่สุด ขอบคุณที่ยอมยกโทษให้ และขอบคุณที่ไม่หายไปแบบตอนนั้น

พรุ่งนี้ผมคงจะได้รู้เหตุผลจากการกระทำทั้งหมดของปั๊มแล้วว่าเพราะอะไรเพื่อนผมถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น สามปีที่ผ่านมาคงทำให้ตัวตนของเราทั้งคู่ถอยห่างจากเมื่อก่อน หวังว่าเราจะกลับมาสนิทได้แบบตอนมัธยมต้นไว ๆ

‘ขอบคุณนะ...เพื่อนรัก’

 

____________________________________

 

และแล้วนิยายเรื่อง END love "จบรักสถานะเพื่อน" ก็ได้ดำเนินมาถึงกลางเรื่องแล้ว

รันขอขอบคุณนักอ่านทุกคนมากครับที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้

 

แอบมีข้อความหลังไมค์มาว่าแต่ละตอนเนื้อหาเยอะมากเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น ๆ

รันเลยจะแก้ไขตั้งแต่ตอนที่ 17 เป็นต้นไป

คือในหนึ่งตอนรันจะแบ่งเนื้อหาเป็นครึ่งแรกและครึ่งหลัง

อัปเดตสัปดาห์ละสองครั้ง ในวันอาทิตย์และวันพฤหัสนะครับ

รวม ๆ แล้วอาทิตย์ละตอนเหมือนเดิมครับ

รันจะมีเวลาทำงานเพิ่มขึ้น และคุณผู้อ่านจะรู้สึกปลอดโปร่งทางสายตามากขึ้น 5555

 

ปล ในวันอาทิตย์หน้าเนื้อหาเป็นตอนพิเศษนะครับ เป็นการย้อนอดีตของปั๊มสั้น ๆ อธิบายอาการกับช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำหรับอาทิตย์ถัดไปรันจะพาทุกคนกลับมาสู่เนื้อเรื่องหลักตามเดิมนะครับ

 

Enjoy Reading

รัก...Run(END)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น