[🚫งดอัพชั่วคราว] เป็นแฟนกันต์มั๊ย? MarkBam

ตอนที่ 6 : กาแฟทำให้ใจสั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61


กาแฟทำให้ใจสั่น



         สุดท้ายผมก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆจากเพื่อนผมทั้งสิ้น นี่แหละน๊าคนเรา เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี หัดมีความลับได้ไงแบมไม่เข้าใจ!!
         และเนื่องด้วยความงอนของผมทำให้เพื่อนทั้งสอง ไม่เห็นจะตามง้อผมซักนิด! เอ๊า? ตามความเป็นจริงแล้วผมควรถูกง้อป่าววะ? แต่ก็นั่นแหละครับ ตอนแรกผมแสร้งทำเป็นว่างอนคนทั้งคู่นักหนา จนกระทั่งเลิกเรียน พวกมันก็ไม่มาง้อ... ผมก็เลยงอนพวกนั้นจริงๆซะเลย

         "อะไรวะ เพื่อนทั้งคนเลยนะเว้ย! ทำไมไม่ง้อกันบ้างวะ ถ้าบอกว่าจะเลี้ยงติมก็หายงอนนานแล้วแมะ เฮื่อยยย~" 
         ผมเดินบ่นอยู่คนเดียวหลังจากที่เลิกเรียน ระหว่างทางที่ต้องเดินไปเอาจักรยาน เอาจริงๆคือมันก็เป็นปกติอยู่แล้วนะครับที่ผมทำแบบนี้ แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยปกติ....
         ....ทำไมมันวังเวงจังวะ?

         อาจเป็นเพราะฝนที่ใกล้จะตกหรืออะไรก็ตาม แต่ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย เหมือนผีจะโผล่มายังไงก็ไม่รู้... ลมเย็นๆงี้ เสียงใบไม้ปลิวแซ่กๆงี้ แล้วก็.....

         "แบม!!!" จู่ๆก็มีเสียงเรียกชื่อผมขึ้นอย่างดัง พร้อมกับฝ่ามือเย็นๆที่จับแน่นอยู่ที่ไหล่ ทำให้ผมถึงกับอุทานออกมาอย่างห้ามไม่ได้
         "เหี้ย!! เหี้ยๆๆ กลัวแล้วๆๆๆ" ผมได้แต่พนมมือพร้อมหลับตาปี๋ อยากจะวิ่งหนีใจแทบขาด แต่ขาดันก้าวไม่ออกซะงั้น โดนแล้วไงกู ฮื่อออ รู้งี้ไม่น่ามาคนเดียวเลย ปล่อยผมไปเถอะค้าบ
         "แบม..." ผีนั่นยังคงเรียกชื่อผม แต่ไม่ดังเหมือนคราวที่แล้ว เชี้ย....ผีรู้ชื่อกูด้วย ผีใครว้า...ถามไปงั้นอ่ะ!! ไม่ได้อยากรู้หรอก! ไม่ต้องตอบผมน๊า...

         "ไอ้เด็กแบม มึงเป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย" ....ผีตีซี้
         "ฮื่อออ ไปผุดไปเกิดเถอะครับ เดี๋ยวผมทำบุญไปให้" 
         "กูมาร์คไม่ใช่ผี!! แหกตาขึ้นมาดูเดี๋ยวนี้!"
         "อย่าหลอกนะ" 
         "เออออออ"

         ผมลองลืมตาขึ้นดู และเห็นว่าคนตรงหน้าคือไอ้พี่มาร์คจริงๆ เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากเบะปากใส่พี่มัน
   
         "เอ้า! เบะใส่กูอีก"
         "พี่แกล้งผม!"
         "กูแกล้งอะไรมึงไหนพูด"
         "ก็พี่ตะโกนเรียกผมซะดังเลย แถมยังเอามือเปียกน้ำมาตีปั๊บ!ที่ไหล่ผมอีก ในบรรยากาศแบบนี้เป็นใครก็นึกว่าโดนผีหลอกกันทั้งนั้นอ่ะ!!"

         ผมตะโกนใส่หน้าพี่มันไปด้วยความโมโห แม้ว่าก่อนหน้านี้จะกลัวจนน้ำตาเล็ดก็ตาม แต่ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว ถ้าจะให้พูดคือน้อยใจมากกว่า

         "รู้จักกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่รู้รึไงว่าผมกลัวผีอ่ะ!!! ฮึก..."

[MARK TALK]

         จู่ๆน้องที่ตะโกนอัดหน้าผมตู้มๆเพราะโมโห ก็เงียบไปพร้อมกับมีหยดน้ำตาไหลเผาะเผาะลงมาแทน ในใจตอนนี้เลยได้แต่คิดว่า....
         .....ชิบหายแล้ว

         "มึง...กูขอโทษ" ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะทำไงดี ผมเลยได้แต่เอ่ยคำขอโทษกับคนตัวเล็กกว่า แต่....น้องมันก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด 
         ซวยแท้ๆเลยกู

         "ฮึก....โกรธมากเลย ไอ้พี่บ้า ฮึก กลัวมากด้วย ฮือออ " อ้าว ไปกันใหญ่เลยทีนี้ ไอ้มาร์ค! มึงอ่ะ! เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง น้องโกรธมึงเลยเนี่ยเห็นมั๊ย ผมได้แต่ก่นด่าตัวในใจที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้
         จากสภาพคนตรงหน้าทำให้ผมได้แต่ยืนมองอย่างใช้ความคิดว่าจะเอายังไงต่อดี แล้วผมก็ได้ข้อสรุปว่า...

         หมับ!

         ผมคว้าน้องเข้ามากอดไว้ พร้อมกับลูบหัวเพื่อเป็นการปลอบประโลม น้องมันก็สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน 

         "แบมม กูขอโทษ นะ ยกโทษให้กูเถอะ"
         "ทำไม ฮึก ต้องแกล้ง แบบนี้ด้วยเนี่ย ฮึก..." ดูเหมือนว่าน้องจะไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยด้วยซ้ำ ทุกคำที่ออกมาจากปากเด็กแบมนี่....มีแต่ความผิดกูล้วนๆ!
         "งอแงจังวะ... เอาน่า...อยู่กับกูไม่ต้องกลัวหรอกผีอ่ะ"
         "ไม่ใช่พระอย่ามาคุย เคยบวชรึยังก็ไม่รู้ ฮึก ทุกวันนี้นี่สวดมนต์เป็นปะเหอะ ฮึก..." อื้อหือ เป็นชุด!

         ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ยังคงกอดปลอบคนตัวเล็กอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอาการสะอื้นของน้องเริ่มลดลง ผมจึงค่อยๆผละตัวเองออกเพื่อพูดคุยกับคนตรงหน้าอีกครั้ง

         "แดกติมมะ? กูเลี้ยง บิงซูเลยก็ได้อ่ะ เย็นขนาดนี้ร้านหน้าซอยคงจะเปิดละ" ผมลองยื่นคำขอโทษ(?)ให้น้องมันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้น้องมันดูจะสนใจเป็นพิเศษ
         ".....ถ้าผมไม่อิ่มห้ามกลับนะ" อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นๆเพราะพึ่งผ่านการร้องไห้มา พร้อมเงยหน้ามองผม อื้อหือ น้องที่ตอนนี้จมูกแดงๆ กับพวงแก้มที่ขึ้นสีเล็กน้อย และดวงตาที่ฉ่ำวาวนั่น บอกได้เลยว่า...

          โคตรน่ารัก!!

          แม้จะรู้สึกผิดที่ทำให้น้องต้องร้องไห้ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าน้องมุมนี้แม่งโคตรจะน่ารัก ดูเป็นเด็กน้อยใสๆอ่ะ คือดีย์ต่อใจไอ้มาร์คมากกก

         "เออ รู้แล้วน่า..." ผมตอบพลางเสมองไปทางอื่น แน่สิครับ เพราะถ้าจ้องน้องนานกว่านี้ มันต้องมีหน้าแดงกันบ้างล่ะ
         "เป็นไรหูแดงอ่ะพี่" อ้าว เสือกหูแดงอีกกู
         "ยุงกัดอ่ะ ปะๆอย่ายุ่งกับหูกูเลย สรุปแดกไร?"
         "ทั้งคู่อ่ะ แต่กินบิงซูก่อน พี่ไปเอาจักรยานมาด้วยนะเดี๋ยวผมไปรอหน้าโรงเรียน" จะให้ผมไปคนเดียวได้ไงล่ะ ไม่ยอมหรอก
         "จะเดินไปหน้าโรงเรียนคนเดียวจริงๆหรออออออ~" คนตัวเล็กที่กำลังหันหลังจะเดินกลับไปทางเก่าถึงกับชะงัก แล้วค่อยๆหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ผม
         "พี่แม่งก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ!!"

         ว่าแล้วน้องก็ยอมเดินไปเอาจักรยาน(ตัวเอง)เป็นเพื่อนผม พร้อมกับนั่งซ้อนท้ายที่ประจำทันทีที่ผมเอาจักรยานออกจากที่จอดแล้ว สบายจริงๆเล้ยยย ไอ้เด็กแบมเอ้ย 
         ผมปั่นจักรยานไปตามทางที่คุ้นเคย และจอดมันทันทีเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางที่มีชื่อว่า ลั้ลลาน้ำแข็งใส บอกตามตรงว่าถึงชื่อร้านจะลั้ลลาแค่ไหน แต่คนข้างกายนั้น... ลั้ลลากว่า 
         เรื่องแดกฟรีไว้ใจแบมแบมได้ มาร์คขอรับประกัน แหม ก็มีซะที่ไหนครับเค้าให้กินบุฟเฟ่ต์ชั่วโมงครึ่ง ไอ้นี่เล่นกินซะไม่ถึงชั่วโมงเจ้าของร้านก็แทบกราบให้ออกจากร้านแล้ว อารมณ์ลุงแกก็ประมาณว่า ถ้าให้น้องมันอยู่นานกว่านี้ร้านคงเติมของไม่ทัน....ไม่ก็ขาดทุนแน่ๆ

         แต่เอาเถอะครับ ผมว่าผมเลี้ยงไหว 

         ผมกับเด็กแบมเดินเข้าไปในร้านด้วยอารมณ์ที่เรียกได้ว่าดี๊ด๊ากันเลยทีเดียว เอาจริงๆคือแค่น้องนั่นแหละครับ ส่วนผมน่ะ....ไม่ชอบของหวาน แต่ยังดีที่ร้านนี่เป็นแนวคาเฟ่หน่อยๆ ทำให้เมนูนั้นมีให้เลือกมากกว่าแค่ของหวาน ซึ่งก็ดีนะ ผมชอบ
         เมื่อได้มุมนั่งดีๆแล้ว พวกเราก็เริ่มสั่งของที่ตัวเองต้องการทันที

         "ผมขออเมริกาโน่ร้อน แล้วก็เค้กชาเขียวแบบเข้มข้น 1 ที่ครับ" 
         "ผมขออันนี้ อันนี้ อันนี้และก็อันนี้ครับ เอ้อ ขอช็อคโก้มิลค์เชคด้วยนะครับ ^ ^"
         "เอ่อ....ไม่ทราบว่ามากันกี่ท่านหรอคะ?  ให้จัดโต๊ะเพิ่มมั๊ยคะ?"
         "อุ๊บ 55555 ไม่ต้องหรอกครับ มาแค่นี้ หมูอ่ะครับมันก็ต้องกินเยอะเป็นธรรมดา" ผมตอบกลับพนักงานทั้งขำๆ คิดเอาเถอะครับว่าน้องมันสั่งเยอะขนาดไหน
         "พี่มาร์คคคค"
         "ค่ะๆ 555 ถ้างั้นกรุณารอซักครู่นะคะ"

         เมื่อพวกเรานั่งรอกันไปซักพัก เมนูที่สั่งก็ถูกทยอยมาเสิร์ฟ เด็กแบมนี่ถึงกับตาลุกวาวเลยครับ ม.4 จริงดิ? ผมจำได้ว่าเมื่อตอนป.4 มันก็เป็นแบบเนี๊ยะ!!
         คนตัวเล็กไม่รอช้าที่จะหยิบกล้องตัวเก่งขึ้นมาถ่ายรูปของกินตรงหน้า ที่หน้าของมันก็ดูดีพอสมควร จากนั้นน้องก็หันกล้องมาทางผม

         "พี่มาร์คยิ้ม" 

         'แช๊ะ'

         รู้สึกถึงความเป็นดาราในตัวเองเลยครับจริงๆ ผมโดนน้องมันถ่ายไปหลายรูปอยู่ แต่ถึงกระนั้นผมก็ต้องปรามน้องเอาไว้ก่อน ก็เล่นสั่งบิงซูมาตั้งกี่ถ้วยน่ะดูสิ บิงซูนะครับ ไม่ใช่น้ำแข็งขั้วโลก ปล่อยไว้นานๆมันก็ละลายได้เหมือนกัน

         "แดกเถอะเด็กแบม ถ้าไม่รีบแดกนะ กูว่ามึงได้ขอหลอดเค้ามาดูดแน่ สั่งมาซะเยอะเชียว"
         "อีกรูปเดียวๆ รอบนี้ถ่ายคู่กันมา ผมจะอัพไอจี" น้องมันว่าพลางยื่นหน้ามาใกล้ผมและกดถ่าย 
         ....บอกเลยว่าไม่ได้มองกล้อง

         จากนั้นเด็กแบมก็ตั้งหน้าตั้งตากินของหวานตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมหันมาขอชิมอเมริกาโน่ของผมอีกต่างหาก

 [MARK TALK END]

         "แหวะ! ขมอ่ะ กินได้ไงเนี่ย" ผมเอ่ยออกมาหลังจากได้ชิมกาแฟที่พี่มันสั่งมากิน เค้กนั่นก็ด้วย ไม่เห็นหวานเลย กินได้ไงเนี่ย... แถมมากินกาแฟตอนนี้เนี่ยนะ เดี๋ยวก็นอนไม่หลับกันพอดี
         "มึงยังไม่รู้ถึงอิทธิฤทธิ์ของกาแฟดำเว้ย ยิ่งกว่านี้อีกกูบอกเลย" ยังมียิ่งกว่านี้อีกหรอ? ใครเค้าจะกินวะ

         ผมเลิกให้ความสนใจกับพี่มัน แล้วหันกลับมาตักของหวานรสชาติอร่อยที่ตัวเองสั่งมาเข้าปากต่ออย่างสบายอารมณ์ จนกระทั่ง...

         "กินเลอะเป็นเด็กเลยนะมึงเนี่ย ปากเปื้อนหมดแล้ว"

         พี่มันว่าพลางเอามือมาประคองไว้ที่หน้าผม แล้วค่อยๆใช้หัวแม่มือเช็ดไปตามริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน จากนั้นไอ้พี่มาร์คก็ชักมือกลับ พร้อมทั้งดูดนิ้วที่พึ่งจะเช็ดปากให้ผมไปเมื่อกี้อีกต่างหาก

         ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

         ชิบหายละ.... ใจสั่นเพราะกินกาแฟรึเปล่าว่ะเนี่ย
         ต้องใช่สิ! ใช่แน่ๆ ไม่งั้นจะเพราะอะไรอ่ะ เพราะพี่มาร์คหรอ? ไม่น่าใช่อ่ะ! ไม่หรอก! ไม่แน่ๆ ....ไม่มั้ง

         หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน ไม่ได้ว่าเขินหรืออะไรนะ มัวแต่เขมิบบิงซูอยู่ ผ่านไปนานพอควร หมดครับ! หมดแล้ว แต่เล่นเอาอิ่มเลยนะเนี่ย เมื่อพี่มาร์คเห็นว่าผมกินหมดแล้วจึงเรียกคนมาเก็บเงิน

         "ป่ะ! กลับบ้านกันเถอะ" ผมไม่ได้ชวนนะ พี่มันต่างหาก
         "เดินไม่ไหวอ่าา หนักพุง ค่อยกลับไม่ได้หรอพี่" ผมบ่นเอื่อยๆให้พี่มันรู้ว่า นี่ยกธงขาวให้กับการเดินแล้วจ้า ไม่ไหวแล้วว

         พี่มันนิ่งไปแป๊บนึงก่อนจะหันมาทางผมพร้อมกับบอกว่า
 
         "แต่กูอยากกลับบ้าน...." นี่ไม่ได้ฟังที่ผมพูดรึไง ฮื่อออ บอกว่าไม่ไหวๆ
         "เดินไม่ไหวอ่าาา..." ยังคงยืนยันคำเดิมครับ ก็มันไม่ไหวจะให้ทำไงเล่า!

         พี่มาร์คหันมามองผมอีกครั้งก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา แค่เดินไม่ไหว อย่าทำหน้าเหมือนผมสอบตกสิพี่...

         "กูต้องกลับไปอ่านหนังสือ..."
         "ผมไม่มีการบ้าน ผมไม่รีบ"
         "เห็นแก่ตัว..."
         "ยอม... พี่มาร์คคค~ ก็คนมันเดินไม่ไหวจะให้ทำไงอ่า"
         "ให้กูแบกมั๊ยล่ะ?"
         "ได้ก็ดีครับ"

         ช่วงที่ผมกำลังจะหันไปบอกว่าล้อเล่น ร่างของผมก็ลอยวืดขึ้นไปบนอากาศทำให้ผมต้องรีบเอามือมาคล้องคอพี่มันโดยอัตโนมัติ ครับ...ผมโดนอุ้ม! จะแหกปากก็เกรงใจเหลือเกิน...ลูกค้าเต็มร้านเลย แต่พอออกมานอกร้านเท่านั้นแหละครับ! ก็ไม่ได้แหกเหมือนเดิม 

         "พี่มาร์ค ปล่อยผมลงได้แล้วน่า!" เหมือนจะดังครับ แต่ก็ได้ยินกันอยู่ 2 คนนั่นแหละ มันค่ำแล้วไม่อยากรบกวนคนอื่นเค้า แต่ผมก็ดิ้นเล็กๆให้พอเป็นพิธีนะครับ
         "มึงก็หยุดดิ้นก่อนสิ เดี๋ยวก็อ้วกหรอก"
         "ก็พี่ไม่ปล่อยผมอ่ะ อุ๊บ!" ทักทำไม! จะอ้วกเลย ดีนะปิดปากทัน
         "ยังไงๆจะอ้วกมั๊ย?" พี่มันว่า แล้วค่อยๆวางผมลงกับพื้น ผมจึงรีบพยักหน้าแล้ววิ่งกลับเข้าไปในร้านอีกรอบ ปล่อยให้พี่มันรออยู่ข้างนอก

          
         "ไงล่ะมึง? ไหวป่าว" พี่มันเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เห็นผมออกมาแล้ว
         "ออกหมดเลย..." ผมตอบกลับไปพลางทำหน้าหงอย อุตส่าห์กินอ่ะ เศร้า....
         "อ่ะ หน้าหมา...หงอย ไปอีกนะมึง" ผมค้อนควับทันทีที่พี่มันเว้นวรรคผิด นิสัยอ่ะ
         "ได้โปรดอย่าพึ่งยุ่ง ผมไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ตอนนี้ กำลังเศร้า"
         "เศร้าทำไม...กูคนเสียตังค์"
         "เลี้ยงข้าวหน่อยสิพี่"
         "ไม่เลี้ยง..."
         "ใจร้าย"
         "เดี๋ยวทำให้กิน"

         เราพูดกันคำต่อคำซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม สงสัยจะอืดกาแฟ เอ่อ...ไม่เกี่ยวมั้ง ว่าแล้วผมก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยาน(อีกแล้ว) แล้วพี่มันก็ปั่นกลับบ้านด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนปั่นมาร้านลั้ลลาน้ำแข็งใสประมาณเท่าตัว จนกระทั่งเรามาถึงบ้าน และนั่นทำให้ผมรู้ว่า ที่พี่มันคะยั้นคะยอให้ผมรีบออกมาจากร้านและถามคำตอบคำเพื่อให้ประโยคมันจบเร็วๆนั้นเป็นเพราะอะไร

         'ซ่าาาาา~'

         ไม่ได้มีใครเปิดขวดเอสแต่อย่างใด แต่นั่นคือเสียงฝนที่เทลงมาแทบจะทันทีที่พวกเราข้ามาอยู่ในชายคาบ้าน จังหวะซิทคอมรึเปล่า? ทำไมถึงได้พอดิบพอดีขนาดนี้

         "นี่ถ้ามึงอ้วกช้ากว่านี้อีกนิดเดียวนะ ได้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำกันทั้งคู่แน่" พี่มันว่าพลางหันมายิ้มกวนๆให้ผม
         "จ้าาา พ่อออ"
         "เข้าบ้านเร็วเดี๋ยวเป็นหวัดหรอก แล้วก็จะได้มาช่วยกูทำข้าวเย็นด้วย"
         "ห่วงไม่จริงนี่หว่า...ที่แท้ก็แค่อยากได้คนช่วยทำข้าวเย็น" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่มันในครัว 

         "กินไรดีวะเด็กแบม มึงช่วยคิดดิ๊ หิวไม่ใช่?" เมื่อเห็นว่าผมเข้ามาในห้องครัวแล้ว อีพี่มันก็เรียกใช้ผมทันที ถึงจะให้ใช้แค่ความคิดก็เถอะ...
         "....ผัดไทมะ?"
         "มีหรอ?"  
         "ไม่มีอ่ะ...แต่อยากกิน"
         "เด็กแบมเอ้ยยย มึงนี่น๊า เปลี่ยนๆไม่มีผัดไทเว้ย"

[MARK TALK]

         "ไม่เอาแล่ว! ไม่กินแล่ว ไปเช็ดกล้องดีกว่า" เด็กแบมพูดพลางหันมามองผมน้อยๆ
         "จะขึ้นไปเช็ดบนห้องหรอ?"
         
         'ซ่าาาา ครืนนน'

         "มะ ไม่ละ ผมจะเช็ดอยู่ในครัวนี่แหละ พี่จะทำอะไรกินก็ทำเลย ดะ เดี๋ยวผมนั่งเป็นเพื่อน"
         "อ้อหรออออ~ เป็นพระคุณกูจริงๆเล้ยยยย"
         "พี่มาร์คคค"
         "ไปๆไปเอากล้องมาเช็ดเลยไป"

         ผมบอกน้องให้ทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำ น้องมันก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กๆไปหยิบกล้องมา คือดุ๊กดิ๊กจริงๆนะ ใครนึกไม่ออกให้ลองไปดูคลิปหมูวิ่งอ่ะครับ 
         แต่ทีนี้พอถึงขากลับ...

         'ครืนน บึ๊ม!!'

         ครับ...ฟ้าผ่า ผ่าตอนน้องมันกำลังจะวิ่งมาถึงเก้าอี้แล้วเชียว

         "อ๊าาาาาาาา!!"

         น้องสะดุ้งจ้า ไม่สะดุ้งเปล่ากล้องเกลิงเหวี่ยงกระจาย 

         "เฮ้ยยย!! ไอ้เด็กแบม!"

         ผมนี่ทิ้งทุกอย่างที่กำลังถืออยู่เลยครับ ก็ต้องตามไปรับกล้องให้น้องมันน่ะสิ! ราคาเกือบแสน แถมน้องมันเก็บตังค์ซื้อเองอีกต่างหาก ผมจะยอมให้ร่วงไม่ได้เด็ดขาด

         'ตุบ'
   
         ในที่สุด ผมก็เซฟไว้ได้ เฮ้ออ อยากจะถอนหายใจออกมายาวๆ โล่งอกอย่างกับเป็นของตัวเอง แต่คนตัวเล็กนี่สิหลังจากที่โยนกล้อง(?)เสร็จแล้วก็ยังยืนปิดหูอยู่อย่างนั้น โถ...หมูน้อยเอ้ย น่าสงสาร

         "แบม เด็กแบม!"
         "ห้ะ!? พี่มาร์คกล้องผมอ่ะๆ" น้องมันถามพลางหันซ้ายหันขวาพร้อมหน้าตาประมาณว่า ชิบหายแล้ว 5555 ทำไมหน้ามันตลกจังวะ

         "นี่ๆอยู่นี่กูรับไว้ได้ทันพอดี" ผมว่าพลางยื่นกล้องไปให้น้องมัน เด็กแบมรีบคว้ากล้องจากมือผมเข้ากอดไว้แนบอก
         "แม่ขอโทษนะลูก แม่สัญญาจะไม่ปล่อยหนูกระเด็นออกไปแบบนั้นอีกแล้ว" อ่ะ..โอ๋กันไม่เกรงใจกูเลยนะ
         "เด็กแบม...ขอบคุณกูหน่อยมั๊ยล่ะ กูอุตส่ารับลูกมึงให้นะเนี่ย"

         น้องมันเงยหน้าจากการปลอบกล้อง(?)ขึ้นมาหาผม พร้อมกับยิ้มให้
 
         "แฮ่ๆ ขอบคุณครับพี่มาร์คที่รับลูกผมไว้อ่ะ ผมซึ้งใจมากจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย นี่ไม่ได้ประชดนะ ผมพูดจากใจจริงๆ"
         "เชื่อก็ได้ว้า ว่าแต่...ทำไมถึงแทนตัวเองว่าแม่อ่ะ ไหนว่าไม่อยากเป็นเมียไง?" ผมพูดในขณะที่ก้มลงไปเก็บหม้อที่ทำหล่นไว้ก่อนหน้า

         "ก็...ผมเป็นคนซื้อช้ะ ก็เหมือนคลอดออกมานั่นแหละ เพราะฉะนั้นคนที่คลอดก็คือแม่ ถูกแมะ?"
         "โห....ลึกซึ้งชิบหาย กับกล้องนี่ต้องขนาดนี้เลย?"
         "โห้! ให้น้อยกว่านี้ได้ไงล่ะ เป็นทั้งลูกรักทั้งช่วยหาตังค์เลยนาา"
         "ทีกับกูไม่เห็นเป็นงี้มั่งเลย..." ผมบ่นงืมงำเบาๆ แต่ไม่คิดว่าเด็กแบมจะได้ยินด้วย
     
         "พี่เกี่ยวอะไรกับผมอ่าา" จุกมั๊ยล่ะ  ...จุกสิ ตอบไม่ได้เลยว่าเกี่ยวอะไรกับน้องมัน ตอบว่าเป็นพี่แถวบ้านงี้หรอ? สำคัญเนาะ!
         "เอ่อ...ก็กูเป็น..."
         "เป็น...?"
         "เป็น...นายแบบให้มึงไง เป็นคนดูแลมึง แถมเมื่อกี้รับลูกมึงให้อีก กูสำคัญกับมึงพอมะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงปนน้อยใจกลายๆ จากตอนแรกที่จะต้มมาม่ากิน ตอนนี้ไม่กินละ

         น้องมันนิ่งไปซักพัก ก่อนจะเอาลูกรักมันไปวางบนโต๊ะกินข้าว พร้อมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมแล้วทำท่าเหมือนว่าจะยกมือไหว้ขอบคุณ หรือขอโทษอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ แต่...

         'เปรี๊ยงงง!!!'

         จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาอย่าแรง แรงกว่าคราวที่แล้วอีก ไม่รู้ทำไมผมถึงโล่งใจ...ที่น้องแม่งวางกล้องไปแล้ว แต่ความโล่งใจก็เปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้นแทน เพราะเด็กแบมที่ตกใจกับเสียงฟ้าผ่าเมื่อกี้กระโจนกอดผมเข้าให้ แถมกอดแน่นมากซะด้วย
         ใบหน้าเล็กแนบอยู่กับอก จนผมรับรู้ได้ถึงความนุ่มหยุ่นของแก้มกลม แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากลูบหัวปลอบ 

         เมื่อความกลัวเริ่มคลายลงแล้ว คนในอ้อมกอดก็พูดกับผมโดยที่ยังเอาหัวแนบกับอกผมอยู่

         "พี่มาร์ค..."
         "หืม?"
         "พี่กินกาแฟหมดแก้วใช่ป่าว?"
         "เออดิ เสียดายตังค์ ถามไมอ่ะ?"
         "ถึงว่าดิ...ใจงี้สั่นเชียว"

         ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

         'กูบอกมึงได้มั๊ยอ่ะ ว่าไม่ใช่เพราะกาแฟ...'

[MARK TALK END]

---------------
#เป็นแฟนกันต์มั๊ย
#ฟิคแฟนกันต์

@MTBBgot7Ahgase
ทักมาทวงฟิคได้จ้า ไม่ได้บ้าและไม่กัด

แง่งงง มาแล้ว หายหน้าไปนาน
ลืมกันยังเอ่ยยย?

1 เม้น 1 กำลังใจ
เม้นไหลฟิคไหลเด้อจ้าา
อ่าน เฟป เม้น เย้!!

ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #16 Facebook12345 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 17:45

    โอ้ยแบมลูก

    #16
    1
    • #16-1 Point_of_View(จากตอนที่ 6)
      8 สิงหาคม 2561 / 22:20
      แหะๆ น้องคือน้องอ่ะ
      #16-1
  2. #10 Titima124 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:56
    โอ้วมาแล้วววววววว เกวมาต่อน้า
    #10
    3