ตอนที่ 70 : แฟนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61

“อะไรว่ะแด ทำไมทำตัวน่ารำคาญแบบนี้อ่ะ”

 “แล้วต้องแบบไหนละที่ไม่น่ารำคาญ ที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่นายชอบ”

 “......”

 ผมเข้าใจนะว่าคนเป็นแฟนมันก็มีทะเลาะกันบ้าง งอนกันหน่อย เบื่อกันบ้าง แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งมันถึงทำให้ผม...

 

 “เลิกกันไหม...”

 “......”

 “......”

 “ทำไม...”

 “เราไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกันแทบทุกวัน เราเบื่อด้วยละ” คบกันมาได้ปีกว่าๆแล้ว ผมกับเขาทะเลาะกันบ่อยมากๆ และผมก็เริ่มเบื่อด้วยละถึงได้ขอเลิกเขาก่อน เพราะถ้าฝืนทนคบกันไปต่อ....ไม่รู้สิ...แค่ในความรู้สึกผมตอนนี้โครตเบื่อเขาเลย

 “เธอมีคนอื่นหรอ”

 “ไม่” ผมตอบไปตามความจริง

 “เราก็เตรียมใจเอาไว้ก่อนแล้วแหละว่าวันนี้มันต้องมาถึง...แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วแบบนี้”

 “.....”

 ผมมองหน้าคนรักของผมด้วยความรู้สึก ทำอะไรไม่ถูก งงกับความรู้สึกตัวเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมในใจลึกมันถึงหน่วงนิดๆ ในเมื่อผมเบื่อเขานิ

 จงแดเขาไม่พูดหรือเสวนาอะไรกับผมต่อ นอกจากหันหลังให้ผมแล้วเดินหนีเข้าไปในห้องนอนของผมกับเขา หลังจากนี้ผมก็คงนอนต้องนอนคนเดียวแล้วสิ

 สักพักเขาก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าใบโตที่กำลังถืออยู่ข้างซ้ายมือของเขา ผมไม่ได้โง่ที่จะถามเขาว่าคืออะไร มันคือกระเป๋าผ้าไง ใบหน้าของอีกฝ่ายหันมามองผมนิ่งๆแต่นัยน์ตาของเขานั้นไม่ได้นิ่งเลย มันเศร้าและสั่นไหว ดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ ผม......

 “เราเก็บแต่เสื้อผ้ามานะ เหลือก็แต่พวกหนังสือสองสามเล่มจะทิ้งก็แล้วแต่เลยนะ” จงแดร่ายบอกผมยาวแล้วหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องไป แผ่นหลังเล็กๆของเขามันสั่นเพราะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเอง ผมรู้แต่ทำไม.....ไม่รั้งว่ะ....

 

 ลืมไปว่าผมเริ่มเบื่อเขาแล้วนิ....

 

 ในที่สุดบานประตูห้องก็ปิดสนิทลงหลังจากเขาเดินออกจากห้องไปครั้งสุดท้าย ส่วนตัวผมก็ยืนโหว่งเหวงอยู่กลางห้อง ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน จนคิดได้ละมั่งว่า....

 

 “วันนี้บอลโลกนิ” ผมตัดเรื่องของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องผมไปเมื่อสักครู่ และพยายามก้าวขาของตัวเองช้าๆไปที่โซฟาหน้าทีวี

 แปลกแฮะผมว่าจะมาดูบอลในตอนแรกที่คิดหลังจากหลุดออกจากพวังกลางห้อง แต่ทำไมถึงได้นั้งนิ่งๆมองหน้าจอทีวีทั้งที่ยังไม่เปิด

 “เดี๋ยวก็อยู่ได้เองแหละ” ผมพูดกับตัวเองแล้วหยิบรีโมททีวีที่วางนอนอยู่ข้างๆที่นั้งโซฟา และเปิดดูบอล

 

 เช้าต่อมา...

 ทำไมวันนี้จงแดถึงไม่ปลุกผมนะ

 “แด แด แดครับ” ผมเรียกชื่อคนตัวเล็กแล้วลุกขึ้นนั้งบนเตียงเพื่อกวาดหาคนที่ตัวเองเรียกชื่อ...

 

 ลืมไปว่าเลิกกันแล้ว

 

 “เฮ้อ...” ผมถอนหายใจเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ ก็แค่เลิกกันไหมว่ะ เดี๋ยวมันก็ชินเองแหละ

 

 

 เช้านี้ไม่มีอะไรน่าดูเลยหรือไงบนไอจี เสื้อผ้าลดราคาหรือข่าวดาราเลิกกันก็ได้ ผมนั้งสไลด์หน้าจอโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอนของตัวเอง

 

 “เอ๊ะ?” ผมหลุดอุทานหลังสไลด์เจอไอจีของเพื่อนที่รู้จักกัน

 


 rel_park:ขอบคุณนะที่เปิดใจให้กัน #J#21

 

 “หึ เราเลิกเขามีแฟนกัน” ในตอนที่เห็นที่เพื่อนโพสต์ผมก็ไม่ได้คิดหรือตงิดใจใดๆรู้สึกตามที่พูดกับตัวเองไปอย่างนั้นแหละครับ

 หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตปกติมาโดยตลอด พอเริ่มได้สองสามเดือนอาจจะโหว่งๆบางก็เถอะจนเข้าเดือนที่สี่

 อาการผมมันก็เริ่มออก...อาการคิดถึง...

 

 “....” ผมนิ่งดูไอจีของเพื่อนที่รู้จักกันเหมือนทุกครั้งเพียงแต่วันนี้มันทำให้อาการของผมออกแล้วละ เป็นไปได้ในตอนแรกผมอยากจะสไลด์หนี

 


  rel_park:เสื้อๆให้ดูเสื้อเฉยๆจริงๆนะ #J#21

  Xinmin__: “อวดแฟน” พิมพ์งี้มึง

 Park.Jay:นี้น้องสะใภ้พี่หรอว่ะไอ้เสือ น่ารักดีๆพามาไหว้ป๊าม๊ามั่งนะเสือ

 

 นิ้วมือผมกำลังจะกดถูกใจก็นิ่งค้างกะทันหัน นี้สินะคนที่ใช้อารมณ์ตัวเองในการตัดสินใจ ผมกดปิดเครื่องแล้วโยนมันไปที่ไหนไม่รู้

 “นานๆไปเดี๋ยวก็ดีเองแหละ” รู้ใจตัวเองแล้วแท้ๆสุดท้ายผมก็ยังโกหกมันอยู่ดี

 

 

 

 

 

.

  “นึกคึกอะไรมาชวนกูดื่มว่ะ”

 “เปล่า ก็เห็นว่าหลังๆมานี้มึงแม่งไม่ออกเหมือนแต่ก่อน”

 “แค่นี้”

 “อืม แค่นี้ทำไมว่ะ” ผมส่ายหน้าแทนให้เพื่อนรักอย่างลู่หาน อ๋อ!วันนี้อยู่ดีๆไอ้ลู่มันก็โทรมาชวนผมดื่ม แต่จะว่าไปตั้งแต่เลิกกับจงแดผมก็ไม่ค่อยออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนที่คบกับเขา ผมคิดว่าข้างนอกมันน่าเบื่อ ไม่น่าเที่ยวหรือดื่มเหมือนเคย ผมจำได้ดีเลยว่าเวลาเมาขับรถกับคอนโดไม่ได้ เพื่อนๆในวงเหล้ามันจะโทรหาจงแดให้มารับผม ส่วนคนที่มักจะต้องตื่นมากลางดึกมารับผมอีกฝ่ายไม่เคยบ่นหรือพูดอะไรใส่ผมในตอนเช้าเลย นอกเสียจากเวลาตื่นมาแล้วอีกคนจะถามก่อนเสมอเลยว่า”หายแฮงค์ยังเธอ” “หิวหรือยัง” อยากอาบน้ำไหม” แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงคิดว่าไอ้ประโยคที่ดูเหมือนเป็นห่วงเป็นใยของเขามันถึงน่าเบื่อ น่ารำคาญ

 “เอ้า!ไอ้ลู่มาด้วยหรอว่ะ” ประโยคสงสัยของบุคคลคนใหม่แทรกขึ้นหลังจากผมกับไอ้ลู่เดินเข้าร้านมา

 “เอ่อ แล้วมึงมาเชี้ยไรว่ะ” ไอ้ลู่ขานตอบรับแบบไม่สมอารมณ์ แล้วถามกลับผู้ชายร่างสูงที่ทักมันก่อนเมื่อกี้ ส่วนผมก็มองมันสองคนคุยกันตามประสาคนรู้จักกัน จนมีประโยคที่มันสองคนคุยกันทำไมให้ผมต้องตั้งใจฟัง

 “แล้วมึงมากับใครว่ะฮุน”

 “มากับชานยอลมันว่ะ แม่งพาแฟนมาด้วยกูเลยต้องเดินหนีมานี้แหละมึง” จงแด ชานยอล

 “ทำไมทนดูคนมีแฟนหยอกกันไม่ได้?”

 “เอ่อ!มึงนี้! ว่าแต่ใครว่ะมึง”

 “อ่อไอ้นี้อ่ะนะเพื่อนกู” ไอ้ลู่ตอบคนที่ถามมันไปแบบกวนเบื้องล่าง

 “เอ่อ ให้กูเรียกมันว่าไร เพื่อนลู่อย่างนี้เหรอ”

 “เอ้า ก็มึงถามว่ามันเป็นใครมันก็เป็นเพื่อนกูไง มึงนี้นอกจากจะไม่หล่อยังโง่แบบไม่มีวัวผสม โง่แบบไม่มีสารเจือปนใดๆ” ผมแอบหลุดขำกับประโยคร่ายยาวของไอ้ลู่ที่กำลังด่าไอ้หนุ่มหล่อข้างหน้าเราสองคน

 “เอ่อ! ไอ้ผู้ฉลาด ไอ้ผู้ประเสริฐ หมายถึงชื่อไหมละ มึงมากกว่ามั่งที่โง่แบบไม่มีสารเจือปน ไอ้ห่าลากนิ!” พอเพื่อนไอ้ลู่พูดจบมันก็เตรียมจะเต๊ะไอ้ลู่ จนผมต้องขัดเอาไว้ก่อนเพราะในใจผมตอนนี้กำลังอยากจะเจอคนที่ไม่ได้เจอกันสี่ห้าเดือน ผมอยากเจอเขา

 “ไอ้ลู่กูจะได้แดกไหม เหล้าอ่ะ!” ได้ผลครับมันสองคนเลิกเล่นกันแล้วหันมาพยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว และก็ได้คนที่มันรู้จักอย่างเซฮุนพาเดินนำหน้าเข้าไปตรงโซนที่อยู่กันครับ

 

 ผมตื่นเต้น....

 

 ตื่นเต้นที่จะได้เจอเขา...

 

 ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือข้างในผับมันร้อนกันแน่ เหงื่อถึงเริ่มออกมาตามไลผมของผม มือที่ชื่นเหงื่อ

 

 

  “ไม่เอาชานยอลเดี๋ยวฮุนกลับมาเห็นนะ”

  “แค่ขอหอมเองนะแด งื้อ~~ชงชางเก๊าเตอะ” ถึงแม้ว่าผมจะเดินรั้งท้ายตามสองคนข้างหน้ามา แต่หูสองข้างของผม มันกลับได้ยินเสียงพูดคุยของจงแดและชานยอลได้อย่างชัดเจน มันชัดมาก มากจนผมอยากให้ตัวเองเป็นคนหูหนวกไปกระทั่งหัน

 “เอาๆให้มันหอมๆไปเถอะจงแด ชงชางมันเถอะ” เป็นเซฮุนที่พูดกับจงแดเมื่อเดินมาเห็นเพื่อนตัวเองกับแฟนตัวเล็กของมันกำลังนั้งเกยตักกันอยู่ สำหรับเขามันเป็นเรื่องปกติที่เห็นสองคนนี้มันทำกันแบบนี้ แต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นคนข้างหลังของเซฮุนเสียมากกว่า

 ลู่หานเบิกตากว่าแล้วหันไปหาเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้เปลี่ยนมายืนข้างๆกันแล้ว “มึง...” ลู่หานสะกิดเรียกเพื่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองชานยอลและจงแดแฟนมัน...ไม่สิลู่หานคิดว่าน่าจะเป็นเป็นแค่แฟนเก่าแล้วละ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ไม่รู้ว่าในดวงตาของเพื่อนคู่นั้นกำลังรู้สึกยังไง

 เฉยๆ...

 เสียใจ...

 หรือคิดถึง...

 

 “กูไม่เป็นไรมึง ไม่ต้องพูดอะไรนะ” ลู่หานส่งเสียงอืมในลำคอสั้นๆให้เพื่อน และกลับมาทำสีหน้าปกติยิ้มแย้มพูดคุยกับเซฮุน และชานยอลเพื่อนของเซฮุนอีกที

 

 ส่วนจงแดเองก็...

 

 ตกใจไม่ต่างกันที่เห็นแฟนเก่าของตัวเองที่เลิกกันไปได้หลายเดือนแล้ว ส่วนอีกคนที่ตามมากับแฟนเก่าคงจะเพื่อนของอีกฝ่ายในกลุ่มด้วยกันจงแดคิด

 “ขัดจังหวะจริงมึงนะไอ้ฮุน”

 “ขอโทษครับพ่อออ นี้หันมาสนใจเพื่อนกูก่อนแล้วค่อยไปจู๋จี๋กันคร๊าบบ” ชานยอลส่ายหน้าให้กับความกวนของเพื่อนแล้วก็หันมาหาคนที่เพื่อนจะแนะนำให้รู้จักและคิดว่าคืนนี้ก็คงได้เป็นเพื่อนกินเหล้าด้วยกัน โดยยังมีจงแดนั้งเกยตักอยู่

 “ชานๆให้เรานั้งดีเถอะ เดี๋ยวชานก็หนักหรอก” จงแดหันไปเขย่าหัวไหล่ของแฟนร่างสูงให้ทำตามคำขอร้องของตน

 “คร๊าบบ” ส่วนชานยอลก็ทำตามอย่างว่าง่าย จนทำให้คนคนหนึ่งในวงที่นั้งด้วยกัน รู้สึกจุกอยู่ในอก เมื่อเห็นท่าทางที่สองคนทำใส่กัน

 “ว่า”

 “ก็ไม่มีไรก็อยากให้มึงรู้จักเพื่อนกูไงเว้ยย ไอ้เตี้ยแข้งเหล็กชื่อไอ้ลู่หานเรียกมันว่าลู่ก็ไดเส่วน...มึงชื่ออะไรนะ...” เซฮุนแนะนำไอ้ลู่อย่างสนิทสนมพอมาถึงผมที่มันจะต้องแนะนำก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง ก็แหงะละ ผมกับมันเพิ่งเจอกันวันนี้มันจึงหันมาถามผม แต่ยังไม่ทันที่ผมจะตอบมัน คนข้างๆของชานยอลก็...

 

 “เดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะชาน”

 “อ๋อ อืมๆ”

 อยู่ๆคนตัวเล็กก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากบอกชื่อเซฮุน

 

 “เอ้า!สรุปมึงชื่อไรว่ะ?” เซฮุนมันเรียกเตือนสติผมว่าตอนนี้กำลังคุยอยู่กับมัน ผมละสายตาจากแผ่นหลังเล็กๆที่เดินออกไปไกลเรื่อยๆเรื่อยๆและเรื่อยๆ...

 

 

 

 

 

 “กูชื่อ....เลย์”




 

คุณคิดว่าเรื่องของผมหลังจากนั้นมันดำเนินไง...หึ...มันก็ยังใช้ชีวิตประวันเหมือนเดิมละครับ...บทเรียนที่มันสอนผม...มันสอนให้รู้ว่าคนที่มักจะใช้อารมณ์ร้อนของตัวเองมากกว่าความรู้สึกจะต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง สูญเสียสิ่งที่ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ และต้องสูญเสียลมหายใจอีกครึ่งนึงของชีวิตไป

 ถ้าถามว่าทำไมผมไม่ง้อจงแดหรือขอจงแดกลับมาคืนดีคบกันใหม่....ผมทำไม่ได้...เวลาเห็นเขาอยู่กับชานยอลด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มสุข ผมไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นตัวที่ทำให้เขาสองคนต้องลำบาก โดยเฉพาะจงแด...

 ส่วนชานยอล...ผมเพิ่งรู้ว่าชานยอลเป็นเพื่อนกับจงแดมาตั้งแต่สมัยมัธยม และชานยอลเองมันก็แอบชอบจงแดไม่สิเรียกว่ารักเลยดีกว่ามาโดยตลอด เคยบอกรักจงแดไปตอนก่อนจะจบม.6 แต่จงแดปกิเสธเพราะคิดกับชานยอลได้แค่เพื่อนจริง หลังจากนั้นก็เหมือนว่าทั้งสองจะไม่ได้เจอกันนานจนมาพบกันอีกครั้งตอนเรียนมหาลัยจงแดก็คบกับผม ส่วนชานยอลยังรักจงแดเสมอมาไม่เคยคบกับใคร ไม่รู้สิ เรื่องแค่นี้ที่ไอ้ลู่เล่าให้ผมฟังมันก็ทำให้ผมกล้าไว้ใจชานยอล และเชื่อว่ามันต้องดูแลจงแดได้ดีกว่าคนอย่างผมแน่นอน...



 คนอย่าง จาง อี้ชิง...




 THE END. 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #197 c0921 (@c0921) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:42
    ไม่น่าใจร้อนเลย
    #197
    0
  2. #196 Mochi. (@mmatchima) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 01:23
    ทำตัวเองนะจางอี้ชิง
    #196
    0