ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 11 : ผลประโยชน์สำคัญที่สุดสำหรับพ่อค้า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 707 ครั้ง
    22 เม.ย. 60

       





     

          เพราะรอบข้างยังวุ่นวาย พิธิการขานชื่อต่างๆจึงถูกละ วรกายสูงขององค์ฮ่องเต้ยังยืนมองไปทางเรือนที่รักษาไป๋หยางอวี้ แต่ที่ข้าแปลกใจคือหมิงจื้อที่ตอนแรกคิดว่าคงไปช่วยแม่นางเอกงิ้ว หรืออดีตคู่หมั้นอย่างราชครูเฟิงยังอยู่ที่นี่ด้วย รวมถึงท่านแม่ทัพ องครักษ์ซื่อและจวิ้นอ๋อง สามบุรุษที่ข้าเรียกว่าลูกสมุน(?)ฮ่องเต้หน้าเดิมๆยังอยู่กันครบจนข้าอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีคนวางเพลิงตำหนักนี้ แผ่นดินเยว่คงเสียเสาหลักหมดสิ้นทันที โดยเฉพาะฝ่าบาทงี่เง่านี่!
      
          ....ข้าแค่คิดเฉยๆนะ ถึงบางทีแว้บนึงจะอยากทำจริงบ้างก็ตาม ข้าสาบานได้!

      
         "ถวายพระพรฮ่องเต้พะย่ะคะ ที่เรียกกระหม่อมเข้าเฝ้ามีอะไรให้กระหม่อมรีบใช้พะย่ะคะ" ข้ารีบกล่าวอย่างไม่พิรี้พิไร
   
         "เจ้าช่วยพูดกับท่านเทพรักษาให้ข้าทีเถิด หากเราไม่ยื้อชีวิตไป๋หยางอวี้ คงไม่อาจสาวผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางมาได้แน่" พระพักต์คมคายเครียดขึง "ท่านเทพรักษาเป็นชาวยุทธภพ ตามหลักแล้วเราไม่สามารถบังคับหรือขอร้องอะไรได้ หวังเพียงให้เจ้าที่เป็นสหายจะช่วยเห็นแก่บ้านเมืองเจรจาให้" ดวงตาสีเข้มไม่ได้จ้องมาแต่รู้ว่าคงเจาะจงพูดกับข้าแน่ๆ ข้าเลิกคิ้วขณะที่สีหน้ายังนิ่งสงบ แต่สมองกำลังเดือดปุดๆ

         อยู่วังหลังมาตั้งนานก็เพิ่งรู้นี่แหล่ะว่าเวลาฮ่องเต้จะบังคับคนต้องเอาบ้านเมืองมาอ้างทุกที!

         "ข้าจะรักษาคนที่อยากรักษา..." หมิงจื้อเอ่ยแทรกด้วยเสียงเคร่งขรึม "ถึงจะเป็นสตรีที่ไม่มีแรงเชือดไก่ แต่แค่ยาระงับอาการปวดที่ข้าให้ก็พอให้นางมีลมหายใจจนพวกหมอหลวงช่วยได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงมือข้าสักนิด เป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับห่วงสตรีมารยาคนเดียวจนนั่งไม่ติดที่ ช่างไร้สาระนัก" จบคำก็หยิบพัดสีขาวขึ้นมาโบกนิ่งๆ ข้าลอบกลั้นหัวเราะจนไหล่สั้นกระเพื่อม

         อ่า หมิงจื้อของข้าช่างร้ายกาจ ร้ายกาจยิ่งนัก! ที่ต่างแคว้นให้เขากินอะไร ใยจึงเปลี่ยนเขาจากบุรุษแข็งนอกอ่อนใน เป็นหินแหลมสมบูรณ์เช่นนี้ได้

         ใครรู้บอกข้าด้วยนะ ข้าอยากจะไปซื้อมาต้มให้พ่อบ้านกับท่านพ่อข้ากินบ้าง!

        "เจิ้นจะไม่ถือสาคำพูดท่าน แต่อย่างไรไป๋หยางอวี้ก็เป็นสตรี ท่านไม่ควรเรียกนางเช่นนั้น" เป็นชิงหยวนต้าเทียนที่เอ่ยขัด หมิงจื้อเพียงมองเมินทำให้พระพักต์มืดครึ้มลงอีกสองส่วน

        บรรยากาศกลายเป็นอึดอัดในบัดดล จวิ้นอ๋องอารมณ์ดีจึงรีบเอ่ยขึ้นเพื่อเบี่ยงประเด็นสนทนา
 
        "คุณชายรองมาพอดี เสด็จพี่ฮ่องเต้อยากให้ท่านแจ้งกับทางแคว้นช่างหยิงเรื่องเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น..."

        "แล้วเจิ้นก็อยากให้เสวียนเอ๋อร์หาข้ออ้างกลบเกลื่อนให้ด้วย คงไม่ลำบากเกินไปใช่หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถพอ" เป็นชิงหยวนต้าเทียนพูดต่อ คราวนี้ทุกสายตาย้ายมาจ้องที่ร่างข้าแทน แต่ข้ากลับไม่กดดันเท่าสายเทียนฟงที่ยังมองจ้องหน้าชิงหยวนต้าเทียนเขม็ง ถ้าไม่ติดว่าปลอมตัวอยู่คงชักกระบี่แทงบุรุษในชุดมังกรไปแล้ว
 
         ระหว่างอดีตสวามีที่ควบตำแหน่งเจ้าแผ่นดิน กับอ๋องแคว้นใหญ่ที่ยืนใกล้ชนิดแค่ชักมีดก็เชือดข้าได้ แน่นอนว่าข้าคงต้องเลือก...

        "เป็นกระหม่อมเกรงว่าจะไม่เหมาะพะย่ะค่ะ" ข้ารีบคุกเข่าประสานมือ จงใจเม้มริมฝีปากที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาแสดงความหนักใจ "เกิดเรื่องเช่นนี้ขณะที่พระองค์เสด็จกับรัชทายาทฝ่ายนั้น ไม่เพียงทำให้ฝ่าบาททั้งสองเป็นอันตรายแต่ยังกระทบถึงความสำคัญของทั้งสองแคว้น หากให้กระหม่อมที่เป็นเพียงผู้แปลสารไป คงจะทำให้ทางช่างหยิงไม่พอใจได้พะย่ะค่ะ ขอฝ่าบาทพิจารณาด้วย"

       ข้ารีบหาเหตุผลมาหว่านล้อม จะให้คนว่าข้าขี้ขลาดก็ย่อมได้ คนอื่นคงอยากทำหน้าที่นี้จนเนื้อเต้น แต่ข้าเป็นพ่อค้ารับจ้างมาทำงานชั่วคราวไม่ใช่ขุนนางเชื้อพระวงศ์อะไรสักหน่อย ความโลภมันก็มีข้อดี แต่ความโลภโง่ๆมันกินไม่ได้ รักษาชีวิตไม่ได้สักหน่อย

        "เจิ้นคิดว่าเจ้าจะเป็นคนกล้าหาญกว่านี้นะ น่าเสียดาย" ฮ่องเต้มองข้าด้วยสายตาผิดหวังเล็กน้อย ก่อนสะบัดหน้าไปอีกทาง ดวงตาคมนั้นกร้าวขึ้น หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงร้อนรนนั่งไม่ติดที่ แต่หลังจากถูกคำพูดร้ายๆว่าใส่หน้าตอนถูกสั่งประหาร ข้ากลับคิดว่าความผิดหวังจากคนเช่นนี้หาได้สำคัญไม่

        เสียงหัวเราะแผ่วๆของคนที่ยืนข้างหลังกลับทำให้ข้าหนาวๆร้อนๆยิ่งกว่า ไม่ทราบว่าอ๋องร่างถึกที่ปลอมเป็นจินหรงจะพอใจหรือไม่

        "ทูลฝ่าบาท ที่คุณชายเสวียนพูดก็มีเหตุผลพะย่ะค่ะ เรื่องนี้มีความสำคัญระดับแคว้น จะให้เขาไปคนเดียว ช่างหยิงอาจคิดว่าเราหมิ่นเกียรติได้ อีกทั้งเรื่องนี้เกิดระหว่างรัชทายาทช่างหยิงหยางหรงประทับในเรา แคว้นช่างหยิงอาจใช้สาเหตุนี้โจมตีก่อนก็เป็นได้พะย่ะค่ะ" เป็นราชครูเฟิงที่ก้าวพูดต่อ แม้เหตุผลเขาจะฟังเข้าเค้า แต่ถ้าคิดให้ลึกจะพบช่องโหว่

       หากไม่มีใครจับช่องโหว่ได้ ทุกอย่างก็เข้าทางข้า...

       "ฝ่าบาท กระหม่อมกลับคิดว่าโอกาสที่ช่างหยิงจะใช้ข้ออ้างนี้โจมตีเป็นไปได้น้อย" แม่ทัพหนุ่มแย้งขึ้น ข้าลอบคิ้วกระตุก "ข้าเห็นด้วยที่ควรมีผู้มีศักดิ์ไปเจรจากับช่างหยิง แต่ท่านราชครู..." ประโยคหลังหันมาทางสหายผู้น้องที่มักมีความเห็นต่างกันเสมอ 

       "...หากแคว้นนั้นคิดโจมตีจริงคงทำไปแต่แรกไม่เสียเวลาส่งราชทูตมาก่อน ข้าคิดว่าพวกเขามีแผนอื่นที่ไม่ใช่การรุกรานทางตรงเช่นนั้น ฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยพะย่ะค่ะ" แม่ทัพไร้พ่ายประสานมือกล่าวฉะฉาน ที่เขามาถึงจุดนี้มิใช่เพราะบารมีตระกูล แต่เป็นเพราะความสามารถด้านกลยุทธที่ไม่ด้อยกว่ากุนซือคนใด

        และสิ่งที่เขาพูดคือช่องโหว่ที่ข้าว่า แต่ก็ยังดีที่ทุกคนเห็นด้วยที่จะไม่ส่งข้าเข้าปากเสือคนเดียว

       "เจิ้นเข้าใจแล้ว" ฮ่องเต้ยกมือปราม ใบหน้านิ่งเรียบนั้นคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก "เจิ้นจะไปพูดกับรัชทายาทช่างหยิงเอง แต่เสวียนเอ๋อร์คงต้องไปด้วย คงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่"

       "รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ" ข้าลอบยิ้ม กล่าวรับราชโองการ ตอนนั้นเอง...

       "ฝ่าบาท! แย่แล้วพะย่ะค่ะ ไป๋หยางอวี้กำลังจะตายแล้วพะย่ะค่ะ!!!" ขันทีเฒ่าวิ่งหน้าตื่นเข้ามา บุรุษในห้องผุดลุกขึ้นแล้วรีบก้าวออกจากห้องทันที โดยเฉพาะราชครูเฟิงที่ดูตื่นตกใจกว่าใคร ข้าเห็นหมิงจื้อขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด แม้แต่ฮ่องเต้ยังมีท่าทางหัวเสีย

       "นางอาการเป็นยังไง" ข้าได้ยินเสียงหมิงจื้อเอ่ยถามขณะที่ก้าวเร็วแทบวิ่ง
 
        "นางกระอัก...โลหิตสีดำ..เหมือนร่างกาย..ถูกพิษ..." เพราะระยะห่างที่ไกลมากขึ้นบวกกับเจ้าของเสียงกำลังเคลื่อนไหว แม้ใช้วรยุทธข้าก็ยังได้ยินไม่ชัดมาก แต่ก็จับใจความได้

       เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วทั้งบริเวณเหลือเพียงข้าเเละเทียนฟง  ข้าจึงลุกขึ้นช้าๆ ไม่ได้ร้อนรนอะไรเพราะหมิงจื้อน่าจะยื้อชีวิตนางได้

       ที่ข้าสงสัยก็คือ ถ้าไป๋หยางอวี้เลือกใช้แค่อาวุธธรรมดาและตั้งใจไม่แทงตนเองที่จุดสำคัญ เพราะเป้าหมายจริงๆคือตั้งใจจะสร้างภาพน่าสงสารจากฝ่าบาทจนพ้นผิด ตรงนี้เป็นไปได้ว่าจะเป็นแผนที่นางกับคนที่อยู่เบื้องหลังได้วางไว้แต่แรก และตัวนางเองก็คงมั่นใจว่าไม่น่ามีอะไรผิดพลาด...

       แต่ทำไมจู่ๆอาการของนางถึงรุนแรงจนปางตาย ไหนจะพิษปริษนาอีก?

       หรือว่า...
      
        อ่า นางโดนซ้อนแผน... พวกมันไม่ได้ตั้งใจให้นางรอดแต่แรก ถ้าครานี้นางตาย เรื่องแต่งที่พวกมันให้นางอ้างคือเรื่องจริงทันที ถ้าข้าเดาไม่ผิด อาวุธที่ไป๋หยางอวี้เองคิดว่าเป็นมีดธรรมดาคง...

       "จินหรง" ข้าพีมพำเบาๆ เงาร่างที่พรางกายอยู่ก็ก้าวออกจากเงามาคุกเข่าข้างเดียวตรงหน้า "ตรวจสอบอาวุธที่ไป๋หยางอวี้ใช้แทงตนเอง ดูว่ามียาพิษอยู่หรือไม่ แล้วสืบที่มาของพิษให้ได้"

       "รับทราบ" ร่างสูงกล่าวเพียงเท่านั้นแล้วเลือนหายไป

       ข้าก้าวออกจากตำหนักนี้ช้าๆ ในช่วงที่ทุกอย่างวุ่นวายไม่มีใครสนใจพ่อค้ากับผู้ติดตามที่ไม่มีศักดิ์ใด ข้าประสานมือไพล่หลัง มองหิมะที่ค่อยๆตกซ้ำ 

       หิมะที่ขาวสะอาดตาเหมือนแซ่ไป๋ของนางอสรพิษที่กำลังอยู่ระหว่างประตูยมโลกผู้นั้น

       เป็นอีกครั้งที่ข้าเหยียดยิ้มโหดเหี้ยมโดยไม่รู้ตัว


       ไป๋หยางอวี้ นางเอกผู้น่าสงสาร ครานี้เจ้าได้รับกรรมเพราะบทงิ้วของตัวเองแท้ๆเชียว...






          ข้ากลับมาที่เรือนพักไม่ถึงสามชั่วยามก็ได้ยินข่าวว่าอาการของไป๋หยางอวี้ก็เริ่มทรงตัวอีกครั้ง ถึงจะรำคาญไปบ้างแต่ก็ไม่ทำให้ข้าร้อนรนอะไรมาก แค่สภาพอยู่ไม่สู้ตายของนางงูพิษที่พวกเงาเล่าให้ฟังทำให้ข้าสบายอกสบายใจจนสามารถรับข้าวเย็นเพิ่มได้อีกถ้วย

          ข้าสวมชุดสีขาวบาง ล้มตนลงนอนบนเตียงช้าๆ เพราะใช้สมองมากมายในการคิดแผนการอีกหลายขั้นข้าจึงหลับอย่างรวดเร็ว

          เป็นอีกคืนที่ข้าฝันประหลาด...

          ในฝันข้ากำลังเล่นพิณในสวนบนยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงามแปลกตา เสียงวิหคหลายสีร้องรับกัน ดอกไม้ทั้งที่อยู่บนพื้นดินเขียวขจีและบนกิ่งต้นใหญ่ใกล้ตัวข้าแข่งกันบานสะพรั่ง ที่ไกลออกไปเบื้องล่างคือลำธารใสที่สะท้อนแสงตะวันระยิบระยับ

         ข้ารู้ว่าตนเองเรียกหาบุรุษสูงใหญ่ผู้หนึ่งที่พอตื่นแล้วข้าจำกลับชื่อไม่ได้ แต่ภาพที่ข้าเห็นชัดที่สุดคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและคุ้นเคยนัก...


         แน่นอน ข้านับว่านั่นคือฝันดีในรอบหลายคืนของข้าเช่นกัน




          ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ฮ่องเต้จะไปที่ตำหนักส่วนที่ใช้รับรองทูตช่างหยิงเพื่อสังเกตท่าทีและแสดงความรับผิดชอบในฐานะเจ้าบ้าน รวมถึงแจ้งกำหนดกลับเมืองหลวงกับช่างหยิงหยางหรงด้วยตนเอง และข้าต้องตามเสด็จด้วย

          แม้ประชาชนแคว้นเยว่จะรู้ว่าปกติที่การล่าสัตว์ในแต่ละครั้งจะต้องกินกว่าสิบสี่วันผิดกับครานี้ที่ร่นเหลือเพียงสิบวัน แต่คนของชิงหยวนต้าเทียนก็ได้ปล่อยข่าวลือไปว่าเป็นเพราะพระองค์ล่าสิงโตหิมะได้ตั้งแต่ห้าวันแรก ผนวกกับอากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษปลายเหมันต์จึงเสด็จกลับก่อน พวกขุนนางต่างปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าพูดความจริงให้หัวหลุดจากบ่า

          ทั้งห้องเงียบสนิท ชินอ๋องเทียนฟงหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน ไม่พ้นคงไปเล่าสถานการณ์ให้บรรดาพระญาติที่เรือนพักของทูต ในห้องจึงเหลือเพียงจินหรงที่กำลังใช้หวีไม้หอมแปรงผมให้ข้าอยู่ วันนี้ข้าเลือกชุดสีน้ำเงินเหมือนเดิมแต่เลือกใช้พักสีขาวและใช้ปิ่นปักผมเป็นหยกขาวเพื่อแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับรัชทายาทช่างหยิง

          "นายท่าน นี่คือตัวอย่างพิษที่ข้าเก็บมาจากเลือดไป๋หยางอวี้ขอรับ" จินหรงส่งผ้าที่หอเข็มขนาดเล็กให้ การใช้เข็มเงินจุ่มเก็บตัวอย่างพิษจะทำให้ทางการตรวจสอบร่องรอยได้ยาก วิธีนี้ข้าเรียนรู้มาจากหมิงจื้อตอนที่พวกเรายังเด็ก

          "ทำได้ดี" ข้ารับผ้าสีขาวจากมืออีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะ "เจ้าคิดว่าการที่ข้าสืบสาวเบื้องหลังไป๋หยางอวี้เช่นนี้ จะทำให้ข้าต้องเข้าใกล้ราชสำนักมากขึ้นหรือไม่"

          มือที่สางผมอย่างนุ่มนวลชะงักไปเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็กลบเกลือนด้วยการหวีต่ออย่างเบามือกว่าเดิม
  
          "อาจเป็นได้ขอรับ..." มือหนาที่หยาบจากการจับอาวุธยกขึ้นรวมผมสีดำเงาเหมือนขนกาของข้าขึ้นพร้อมปักปิ่นหยกสีขาวให้ทีละอัน ครานี้อีกฝ่ายเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาจนหูคนธรรมดาจับใจความไม่ได้ "...แต่ถ้าท่านเลี่ยงไม่กำจัดฝูงหมาจรจัดที่จ้องผลไม้เหมือนกับเราก่อน เกรงว่าท่านจะแย่งชิงผลไม้จากเจ้าของสวนได้ยาก"

         ร่างสูงลดมือลง "และข้าไม่คิดว่าท่านจะเกิดสงสารเจ้าของสวนขึ้นมา ดังนั้นที่ท่านทำตอนนี้ถูกต้องแล้ว"

          ข้าจ้องหน้าคนพูดผ่านกระจก ดวงตาสีขุ่นของอีกฝ่ายยังคงจ้องมองศรีษะข้าไม่สบตาขณะที่เสียงทุ้มเอ่ยอย่างประชดประชัน ข้าแค่นเสียงหึในลำคอ เลื่อนสายตามองใบหน้างดงามของตนในวัยสิบห้าย่างสิบหกที่ไม่อาจเรียกว่าหล่อเหลาสมบุรุษแต่ก็ไม่อาจเรียกว่างดงามเท่าสตรีของตน มือที่ขาวซีดจับแก้ม เอียงคอช้าๆ มุมปากดึงเป็นรอยยิ้มนุ่มนวล
 
          น่ารัก...แต่ไม่ถึงดวงตา
      
          "จินหรง ที่ข้าถามไม่ใช่ว่าข้าใจอ่อนกับชิงหยวนต้าเทียนและจะวางมือจากคนเบื้องหลังสกุลไป๋" น้ำเสียงข้าเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นเมื่อไรไม่ทราบแต่จินหรงกลับรีบคุกเข่าลงอย่างหวาดหวั่น ข้าผุดลุกขึ้น หยิบเข็มที่ปลายจุ่มเลือดสีดำขึ้นพิจารณา

           "แต่ข้ากำลังชั่งน้ำหนัก ว่าระหว่าง 'สังหารฝูงหมา' หรือ 'ปลูกวัชพืชไว้ในสวน' อย่างไหนจะทำให้ข้ายึดครอบสวนได้ง่ายกว่ากัน.... แม้ว่าตอนนี้ข้าจะเริ่มทำไปทั้งสองอย่างแล้วก็ตาม"

          ข้าสะบัดชายเสื้อหันไปอีกทาง พ่อค้าเช่นข้าไม่เคยทำสิ่งใดโดยไม่หวังผลกำไร ทางไหนที่คุ้มกว่าข้าย่อมเลือกวิธีนั้น

          ที่สำคัญ...อย่าเอาคนของเราไปเปรียบกับฝูงหมาเน่าพวกนั้นอีก มันคนละชั้น!


          ตอนนั้นเองเงาร่างของใครบางคนก็ปรากฏที่หน้าประตู จบเสียงเคาะรหัสที่รู้กันภายในข้าก็เอ่ยอนุญาติให้เข้ามาได้

          "นายท่าน ขบวนขององครักษ์มารอรับท่านแล้วขอรับ" 

          อีกฝ่ายปลดผ้าปิดหน้าออกเพื่อยืนยันตัวตน ชินอ๋องที่หายไปเฝ้ารัชทายาทหมอดู(?) สวมบทบาทจินหรงได้แนบเนียน ทว่าตอนที่ร่างสูงเหลือบมองจินหรงที่คุกเข่าน่าสงสารข้างหลังข้า...

          แวบนึงข้าคิดว่าดวงตาสีเทาคู่นั้นมีแววเยาะเย้ยปรากฏขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ และจินหรงเองก็คงเห็น ถึงได้ใช้สายตาน้ำแข็งมองตอบ

          ตอนนี้ข้าเชื่อว่า แม้แต่จินหรงยังคิดว่าอ๋องถึกผู้นี้ช่างน่าตายนัก!
 
          ข้าเลิกสนใจว่างสองคนนั้นจะจ้องกันจนท้อง(?)หรือไม่ หมุนตัวไปจัดชุดและเครื่องประดับให้เรียบร้อยอีกครั้งแล้วกำชับให้จินหรงซ่อนเข็มพิษให้ดี

          "เอาของไปเก็บให้ดี ข้าต้องรีบแล้ว ไม่อยากให้ฝ่าบาทผู้นั้นรอนาน"

          จินหรงรับไว้เงียบๆก่อนจะหายตัวไปด้วยสีหน้าน่ากลัว ส่วนเทียนฟงก็พอได้ยินข้าพูดถึงชิงหยวนต้าเทียนก็หมุนตัวก้าวฉับๆนำไปไม่สนข้าเลยสักนิดเดียว

          คนของข้าแต่ละคนนับวันจะแสดงอาหารซดน้ำส้มจนเกินงามไปแล้ว ไม่ใช่ว่าข้าซื้อบื้อไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดอย่างไรหรอกนะ ข้าแค่ไม่อยากทำชิงหยวนต้าเทียนหงุดหงิดโดยใช่เหตุก็เท่านั้นเอง

         ข้ายังมีเป้าหมายอื่นที่ต้องใช้เขาอยู่ แค่นี้พวกเจ้าไม่เข้าใจกันหรืออย่างไร!

          จินหรงนี่ก็เหมือนกัน เจ้าไม่ชอบชิงหยวนต้าเทียนข้าไม่ว่า แต่ลืมตัวประโคมปิ่นมาทำไมเต็มหัวข้าขนาดนี้ ถึงมันจะสวยงามมาก แต่ข้าไม่ใช่สตรีที่กำลังจะไปงานเลี้ยงดูตัวนะ! 

          ปิ่นจำนวนมากพอผนวกกับน้ำหนักหน้ากากเหล็กที่ข้าเพิ่งจะหยิบใส่ หากข้าไม่เป็นวรยุทธคงคอหักตายเพราะน้ำหนักมากเกินขนาดไปแล้ว ข้าโคจรลมปราณไปที่คอแล้วเดินตามร่างชุดดำไปช้าๆ จนอ๋องถึกรู้ถึงความช้าผิดปกตินั่นแหล่ะ จึงหันกลับมา

          "ท่านหนักหัว?" ถามพลางเลิกคิ้ว ข้าพยักหน้านิ่งๆ ที่จริงข้าจะแกะออกก็ย่อมได้ แต่ข้าเสียดายว่าผมที่รวบมาตั้งสองก้านธูปจะหลุดหมด

          อ๋องเทียนฟงส่ายหัว มือหนาดึงปิ่นออกให้ทีละอัน แต่ด้วยฝีมือยอดเยี่ยมปิ่นเกือบสิบอันหลุดแล้ว แต่ผมข้ายังเข้าทรงเช่นเดิม แลดูสมบุรุษมากขึ้นด้วย

          "เปิ่นหวางว่าเหลือไว้บางก็ดี" ร่างสูงพิจศรีษะข้าอย่างพิจารณา สรรพนามนายบ่าวเปลี่ยนมาเป็นอ๋องกับพ่อค้าอีกครั้ง

          "แต่มันก็ยังหนักนี่พะย่ะค่ะ" ข้ากรอกตา คิดจะเอื้อมไปปลดออกอีก แต่กลับถูกอีกคนจับมือไว้ ข้าขมวดคิ้วแต่ร่างสูงกลับจงใจสบตาข้าแล้วพูดช้าๆเบาๆ

          "...วันนี้เสวียนเอ๋อร์งดงามมาก แม้ปกติจะงดงามมากที่สุด แต่วันนี้งดงามเป็นพิเศษ..." ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม ใบหน้าที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ยกม้าดำขึ้นปิดยิ่งหล่อเหลา 


         "...เปิ่นหวางชอบมาก ดังนั้นไม่ต้องเอาออกหรอกนะ"



           พูดจบร่างหนาก็ดึงผ้าดำขึ้นคลุมหนา ถือปิ่นอีกเกือบสิบอันของข้าเดินจากไปทันที ทิ้งข้าให้ยืนอึ้งเป็นครั้งที่สองวัน

           เหอะ! ตั้งแต่ถูกรู้ว่าเป็นอ๋องเหมือนว่าบุรุษผู้นี้จะพัฒนาความน่าโมโหไปอีกหลายขั้น ไหนจะบรรยากาศทรงอำนาจและสายตาที่ลึกซึ้งที่ขยันส่งมาไม่ให้ตั้งตัวนี่อีก

          .
          .
          .

          แล้วหัวใจข้านี่จะเต้นแรงอะไรนักหนา!





            
..........................50%
ขอโทษครับบบบบ รับปากว่าจะมาแต่งต่อแต่สุดท้ายก็ช้าไปหลายสัปดาห์ ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามครับครับ TT      

         
...........................100%
จบตอนล้าววววววว พลังงานหมดเลย 5555 วันนี้ไรท์ไปเข้าค่ายทำกิจกรรมมาครับ สนุกแต่เหนื่อยมากๆๆ ตอนแรกว่าจะอัพดึกๆ แต่คิดว่าตัวเองอาจจะเผลอหลับก่อนได้ เลยรีบมาลง ถ้ามีพิมพ์ผิดทักได้เลยนะครับเพราะพิมพ์ในโทรศัพท์

ปล. พระเอกตัวจริงมาแล้วนะครับ ใครต่อเรือไหนไว้ เตรียมย้ายเรือกันได้ 555555


ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 707 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,158 ความคิดเห็น

  1. #2145 แรมโรย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 02:15
    อ่าาาาห์ คิดว่าเราน่าจะลงเรือถูกละล่ะ อื้มๆ
    #2,145
    0
  2. #2133 first_m16 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:11
    เรือแรงมากกก
    #2,133
    0
  3. #2102 Ningsun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 22:50

    เราขึ้นเรือเทียนฟงเสวียนเอ๋อ ดีก่า


    #2,102
    0
  4. #2092 Nice (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:59

    ว่าแระ5555..โอ้ยยย..เอ็นดู หนักปิ่น🤣🤣🤣🤣

    #2,092
    0
  5. #2084 Nadia. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:20
    เคี้ยกกกกก
    #2,084
    0
  6. #2071 W.Xian (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    ท่าเรือที่นี่มีเรือเยอะเหลือเกิน ลงลำไหนดีนะ
    #2,071
    0
  7. #2064 black00 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 01:11
    จะไม่บอกหรอกค่ะว่าเขินมาก
    #2,064
    0
  8. #2059 Konatsu Warren (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 04:02
    จินหรงได้เงินเดือนส่วนพ่อบ้านไหมคะ555555
    #2,059
    0
  9. #2048 Angzaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:03

    ท่านอ๋องสู้ๆเจ้าค่ะ
    #2,048
    0
  10. #2024 Night Blue Demon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 18:16
    จินหรงเหมือนคุณพ่อหวงลูกสาว555555555555
    #2,024
    1
  11. #2000 nicharipaen04 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 22:05
    ซดน้ำส้มกันเก่งจริงๆนั่นแหละ5555

    เลือกเรือไม่ถูกเลย
    #2,000
    0
  12. #1964 tunty0505 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:16
    เหมือนจะเขินแต่เราดันหมั่นไส้ แงงงง ขึ้นเรือไม่ลง5555
    #1,964
    0
  13. #1944 jkooktaev (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:47
    ทำคะแนนเก่งขนาดนี้ก็ต้องเทใจเอนเอียงมาให้ท่านอ๋องเทียนฟงมากกว่าผู้อื่นสักหน่อยดีมั้ยเพคะ ดีตีอใจมาก แล้วแบบเสวียนเอ๋อร์งมงามมาก แล้วแทนตัวเองเปิ่นหวาง โอ้ยยยยำวดนา่่ดรำนดนรากแหงนอดสดแรสไ
    #1,944
    0
  14. #1912 ซาตาลครั่ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:35
    3pไปเลย
    #1,912
    0
  15. #1909 NPWYF00 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 14:56
    ชินอ๋องคือพระเอกกกก
    #1,909
    0
  16. #1875 Omma1991 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:45
    เอาแล้วววววว ใครพระเอกอะ5555 ใจสั่นกับอ๋องมากบอกเลย
    #1,875
    0
  17. #1864 รุ่งอรุณที่ไร้แสง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:18
    งื้อ~หนูจะเอา4p
    #1,864
    0
  18. #1847 axaum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:53

    ชินอ๋องเท่าน้านนนนนนนนนน ลงเรือนี้ๆๆๆๆๆๆ

    #1,847
    0
  19. #1798 นมชาเขียว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 22:12
    พระเอกใครก็ไม่รู้ รู้แต่ชินอ๋องนี่แบบ ฮืออออออออออออ ยอมแล้วจ้า
    #1,798
    0
  20. #1786 The_Fear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 09:42
    เลิ่กลั่กๆๆ ใครเปนพระเอกตัวจริงกันแน่
    #1,786
    0
  21. #1766 PaulaPum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:52
    สรุปเป็นท่านอ๋องสินะะ
    #1,766
    0
  22. #1744 chocolato.p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 21:18

    กรี๊ดดดดดด เราชอบคุณหมอจริงๆด้วย ซีนที่กัดฮ่องคือเริ่ดดดด ด.เด็กล้านตัว สะใจหลายค่า ชายในฝันน้อง เทียนฟงแหงเลยอะ แต่เราหมันไส้ เราไม่เชียร์ 555555

    #1,744
    0
  23. #1693 trp1021 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:30

    จะรัชทายาทหรือชินอ๋องนะ

    #1,693
    0
  24. #1648 _Daonuea_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 16:24
    เชียร์เทียนฟง555
    #1,648
    0
  25. #1644 Molu- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 02:31

    แอบเชียร์จินหรงอยู่น้า

    #1,644
    0