ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้อยากอายุยืนขนาดนั้น (yaoi)

ตอนที่ 10 : ชินอ๋องผู้มีดวงตาสีเทา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 695 ครั้ง
    23 มี.ค. 60

           








            หลังกลับจากลอบสังเกตการณ์ ข้าในชุดคุณชายสีขาวสวมหน้ากากเงิน นั่งกระดิกเท้าเอื้อยเฉื่อยอยู่ในห้อง ที่มีเพียงแสงเทียนสลัวโดยมีนักฆ่าหมายเลขหนึ่ง สอง และสามแห่งหอโบตั๋นที่ติดตามไปด้วยเมื่อครู่ยืนรอคำสั่งอย่างสงบนิ่ง ข้ารู้ว่าในใจพวกเขาย่อมมีคำถาม แต่ตลอดเวลาสองปีต่างถูกสั่งสอนให้ละทิ้งความสงสัยของตนไปหมดแล้วในฐานะคนของข้า

           ข้าให้เทียนฟงปลอมเป็นจินหรงออกไปยืนยามหน้าห้อง นัยหนึ่งเพื่อเบนความสนใจ อีกนัยหนึ่งเพื่อกันผู้มีพิรุธออกจากแผน

            "นายท่านโปรดสั่งการ"

            จินหรงเดินออกมาจากเงามือร่างที่หลอมรวมกันจากเถ้าสีดำทำให้เงาของข้าดูคล้ายภูติผีปีศาจ แต่สำหรับข้าที่เห็นเงาของท่านพ่อทำมาแต่เด็กกลับเป็นเรื่งชินชา เพราะมันคือวิชาลับจาก 'หมู่บ้านนักฆ่าหิมะเลือด' ที่เร้นกายจากโลกภายนอกมาหลายทศวรรษ แต่ในสายตาของคนหอโบตั๋นที่ยืนดู ชายชุดดำผู้นี้คืออาจารย์และผู้ที่ต้องเคารพยำเกรงที่สุดรองจากข้า เมื่อพวกเขาเห็นก็พร้อมใจกันเอามือทาบอกซ้ายก้มศรีษะคำนับ

            "นางลงทุนฆ่าตัวตายเพื่อเบี่ยงความสงสัย หากหลักฐานยังไม่พร้อมมูล เราคงลงมือด้านสว่างไม่ได้มาก" ข้ายกจอกชาที่ยังอุ่นขึ้นจิบ "พบตัวเสนาบดีไป๋หรือยัง"
 
             "จากรายงานล่าสุดของหน่วยข่าวกรองเมืองซื่อหลาง มีคนพบเห็นชายลักษณะคล้ายเสนาบดีไป๋แต่งตัวเป็นพ่อค้า นัดพบกับชายลึกลับผู้หนึ่งที่โรงเตี๊ยมก่อนทั้งคู่จะพากันออกนอกเมืองแล้วหายตัวไปขอรับ" จินหรงรายงานด้วยนำเสียงราบเรียบเจือแววหงุดหงิดที่ข่าวที่ได้มาขาดหายไป ข้าพยักหน้ารับนิ่งๆ นึกติดใจเล็กน้อยกับเรื่องชายลึกลับที่ว่า

            "ตามสืบต่อไป อย่าให้ข่าวสารตกหล่นอีกเป็นอันขาด" ข้าเอ่ยเสียงเฉียบ ด้วยพายุหิมะที่โหมอยู่ภายใน จินหรงที่จับความรู้สึกนั้นได้ส่งสายตาขออภัยมาให้พร้อมประสานมือรับคำ ข้าหมุนจอกจอกชาในมือ เรียบเรียงความคิดในหัวประหวัดย้อนถึงอาการบาดเจ็บของไป๋หยางอวี้

          "แล้วไป๋หยางอวี้.... ใครเป็นคนรักษา"

            แววตาของมือสังหารหนุ่มไหววูบไปครู่นึง ก่อนจะกลับมาทอประกายเยือกเย็นเช่นเดิม

            "หลังพบว่านางแทงตนเอง ทหารรักษาการจึงไปตามหมอหลวงที่เพิ่งออกเวรตรวจพระอาการฮ่องเต้มารักษา แต่บังเอิญพบท่านหมิงจื้อและราชครูเฟิงอยู่ที่นั่นอยู่ด้วย พอนายทหารอธิบายไม่ทันจบ ท่านหมิงจื้อกับราชครูก็รีบไปดูอาการทันทีขอรับ"
 
            จริงสิ ฮ่องเต้กับพระญาติและสหายหารือกันอยู่ตั้งแต่พลบค่ำ นางคงฉวยโอกาสที่ราชครูเฟิงคนรักเก่าและคนอื่นๆออกมาจากตำหนักพร้อมแพทย์ที่เข้าเวรตรวจเล่นตามแผน
      
            แถมยังบังเอิญได้หมิงจื้อไปช่วยเสียอีก!

             "หึ...นางช่างเลือกเวลาลงมือได้ดีนัก! ต้องมีคนในที่รู้เห็นคอยส่งข่าวให้นางแน่ จินหรง...ให้คนของเราไปสืบมาว่าหนูสกปรกตัวนั้นเป็นใคร..." ข้าวางจอกชาลงบนโต๊ะ ออกแรงเพียงนิดจอกชาลายดอกท้อราคาแพงก็ป่นเป็นผุยผง

           "...จับเป็นมันด้วยล่ะ เพราะข้ามีเรื่องที่ต้องการรู้อีกมาก"

           ทั้งห้องเงียบสงัด ข้าแอบได้ยินเสียงเจ้าหมายเลขสองลอบกลืนน้ำลายหวาดหวั่นกับพลังของข้า ในใจคงลอบไว้อาลัยแก่ 'หนู' ตัวนั้นไปแล้วครึ่งนึง

           ข้ากักเก็บไอสังหารในกาย กราดสายตามองหมายเลขหนึ่งถึงสามที่จินหรงบอกว่าเป็นมือดีที่สุดของเรา
      
           "พวกเจ้ากลับไปสวมหน้ากากเข้าเวรยามตามกรมกองในประวัติปลอม ข้าไม่ต้องการใหม่ใครรู้ว่ามีทหารหายไปตอนนี้"

             ไม่ต้องให้สั่งซ้ำ ร่างชุดดำทั้งสามทาบมือที่อกก้มศรีษะ สะกิดปลายเท้เผ่นแผ้วไปอย่างรวดเร็ว

            ข้าพ่นลมหายใจหนักๆ ที่แท้ที่คิดว่าตนเองไม่หนักใจเพียงนิด แต่กลับอึดอัดเช่นกัน

           "วันนี้นายท่านจะเขียนหนังสือต่อหรือไม่" จินหรงถาม ไม่ทันได้คำตอบกระดาษพู่กันก็วางรอบนโต๊ะเสร็จสับ ส่วนคนถามก็ยืนฝนหมึกเงียบๆอยู่ข้างกาย

             ข้าย่อมรู้ว่านี่เป็นวิธีการแสดงความห่วงใยแบบของเขา


             "...ขอบใจเจ้า" ข้าตอบพร้อมยิ้มน้อยๆออกมา มือขวาจับพู่กันจุ่มหมึกอีกมือช่วยรั้งชายเเขนเสื้อให้ร่นขึ้นไม่ให้เประเปื้อน ตวัดเขียนเป็นอักษรสวยงามอ่านสบายตาชุดหนึ่ง

             พักนี้ข้ามีงานอดิเรกใหม่นอกจากจัดการกิจการต่างๆนั่นคือแต่งหนังสือเรื่องยาวที่ข้าเรียกว่า 'นิยาย' ในชีวิตก่อนน้องสาวข้านำมันมาให้เป็นของขวัญก่อนเข้าวัง และข้าก็ชื่นชอบมันมากจนเริ่มเขียนเอง ที่ข้าถนัดที่สุดคือนิยายเกี่ยวกับรหัสคดีสืบสวนสอบสวน พอวางจำหน่ายได้ไม่นานก็ต้องมีการคัดลอกซ้ำ แพร่หลายในหมู่บัณทิตรวมถึงขุนนางราชสำนัก ทำให้ข้าเป็นสนมชายที่มีชื่อเสียงมาก

            นิยายเรื่องใหม่นี้ข้าแต่งมาได้สักพัก ที่จริงข้าว่ามันเป็นเหมือนบันทึกประจำวันของข้าตั้งแต่มีชีวิตใหม่มากกว่า ส่วนแนวสืบสวนก็ยังเขียนอยู่บ้าง ออกไปเท่าใดก็ขายหมดเท่านั้น

            ข้ายังคงเขียนนิยายไปเรื่อยๆจนเสียงกลองบอกเวลาของเมืองตีบอกเวลายามพระจันทร์ขึ้นถึงกลางฟ้า จินหรงออกไปจัดการงานลับให้ข้าได้ครู่ใหญ่ บ่าวไพร่ในเรือนล้วนถูกข้าไล่ไปนอนจนหมด นอกจากแสงเทียนไม่กี่แท่งที่วูบไหวกับจอกชาที่เย็นชืดมาเกือบครึ่งชั่วยาม เรือนพักของข้าก็เงียบสงัด ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตโดยสิ้นเชิง

            แกร๊ก...

            เว้นแต่จะมี 'หมาป่า' ที่พักหลังเริ่มเลี้ยงไม่เชื่องดอดเข้ามาน่ะนะ

            "นายท่าน..."

             ร่างสูงของเทียนฟงที่ถูกไล่ไปยืนหน้าเรือนอยู่เป็นนานก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อระบายรอยยิ้มอ่อนหวานสายหนึ่ง ไม่ทันที่ข้าจะพูด ร่างสูงก็ใช้เคล็ดก้าวพริบตาพุ่งเข้าประชิดตัว!

             ข้าเบิกตากว้าง มีดสั้นที่ซุกในอกเสื้อตวัดออกโดยไม่ต้องยั้งคิด คมของมันปาดเข้าที่อกเสื้อสีดำขาดลุไปถึงแผ่นอกแกร่งเป็นแนวเล็กๆ ข้าดีดตัวออกห่างจากจุดเดินไปเกือบสิบก้าว ร่างกายของเทียนฟงไม่อาจใช้พลังปราณต่อสู้ได้ รั้งอยู่ใกล้มีแต่จะอันตราย

             "เจ้า...คิดจะทำอะไร" ข้าตวัดสายตาจ้องมองร่างสูงของเทียนฟงที่ยืนนิ่งไม่คิดตอบโต้ ร่างสูงเพียงก้มมองโลหิตสีเข้มซึมออกมาจากบาดแผลที่เริ่มช้ำม่วงเงียบๆไม่ได้รุกไล่ตามมาอย่างที่คิด ข้ากางพลังครอบห้องไว้ทันที อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้ข้าอุ่นใจขึ้นว่าจะไม่มีผู้อื่นเข้ามาวุ่นวายในสถานการณ์นี้

             ใบหน้าหล่อซีดลงเล็กน้อย พิษสลายโลหิตที่ทาบนใบมีดคงเริ่มทำงานแล้ว

             สรรพสิ่งไร้สำเนียง ชั่วก้านธูปยาวนานราวแรมปี เมื่อคิดว่าตนกำลังถูกหลอกลวงจากคนใกล้ตัวอีกครั้งในอกข้าพลันปวดหนึบราวกับถูกบีบ เพียงแต่ครานี้ ใจข้ามิได้มีความแค้นเจือปนเหมือนที่มีกับฝ่าบาทและไป๋หยาวอวี้ เพียงแต่มันเจ็บร้าวในแบบที่ข้าเองก็ไม่เข้าใจ
 
             "...คิดไว้ไม่ผิดว่าท่านต้องระแวงข้า นายน้อย" เทียนฟงเงยหน้าขึ้นเอ่ยช้าๆ วิธีที่เรียกแทนไร้ซึ่งความขี้เล่นเช่นเคย ร่างแกร่งคล้ายเย็นชาสิบส่วน ท่วงท่าการยืนที่ดูทรงอำนาจขึ้นจนดูเหมือนราชทูตช่างหยิงผู้ลึกลับผู้นั้นไม่ผิดเพี้ยน แม้แต่แววตาสีเทาก็ไม่มีร่องรอยออดอ้อนจนน่าโมโหแบบที่ข้าคุ้นเคยมานับปี

             "เจ้า...ไม่สิ ท่านกับราชทูตช่างหยิงเกี่ยวพันกันมาก่อนใช่หรือไม่" ข้าที่เกือบหลุดเรียกสรรพนามติดปากรีบเปลี่ยนท่าที สัญชาติญาณระวังภัยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เพียงแต่ลดมีดลงให้ดูไม่เหมือนกำลังกลัวการถูกคุกคามเท่านั้น

             "หึ ทั้งใช่และไม่ใช่" ใบหน้าหล่อระบายยิ้มบางที่ไม่ทราบความหมายมือหนายกขึ้นทาบอก โคจรลมปราณให้ไอพลังสีเทาแผ่ออกจากฝ่ามือเยี่ยวยาบาดแผลบนอกช้าๆ ขณะที่ดวงตาสีอ่อนจ้องมาที่ข้าไม่หลบสายตา วูบหนึ่งคล้ายมีประกายเว้าวอนรุนแรงออกมาจากด้วงตาสีโลหะคู่นั้น จนใจข้ากระตุกวูบ
 
             "ท่านจงใจแฝงตัวเข้ามาติดตามคุณชายรองตระกูลพ่อค้าที่ลือกันว่าใบหน้าเสียโฉมผู้หนึ่ง ข้าไม่เห็นความจำเป็นใดในเรื่องนี้เลย" ข้าไม่แยแสอาการปวดลึกยังคงถามต่อ เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ป่วยการที่จะอ้อมไปอ้อมมา ร่างสูงเพียงเดินไปทรุดนั่งที่โต๊ะที่ข้านั่งอยู่ตอนแรก เมื่อคลายมือบาดแผลที่อกประสานกันสนิท ผ่านไปชั่วอึดใจเทียนฟงก็ค่อยๆเปิดปากเล่าเรื่อง

             "เดิมการที่ข้าได้พบท่านมิได้อยู่ในแผนที่วางไว้ ที่แท้ข้าเพียงลอบเข้ามาเพื่อสำรวจเเคว้นรอบนอกแต่บังเอิญพบท่านเข้า และตัดสินใจตามมาด้วยความเต็มใจ" เทียนฟงสบตาข้าอย่างอ่อนโยนอีกครั้งขณะเว้นจังหวะหายใจ "ท่านคงรู้จากรัชทายาทหยางหรงแล้วว่าพลังของดวงตามรกตนั้นพิเศษเช่นไร และไม่ว่าจักรพรรดิจะมีพระโอรสหรือพระธิดานับสิบร้อย ผู้ที่มีดวงตาสีมรกตราวกับทะเลสาบหยกของบรรพกษัตริย์มังกรเท่านั้นที่จะได้เถลิงราช ส่วนผู้ที่มีดวงตาสีอื่นๆจะได้พลังพิเศษอื่นๆที่ต่างออกไป..."

              "แต่เกียรติสูงสุดของเชื้อพระวงศ์เรา ก็คือได้เป็นหอกโล่ให้กับสายเลือดราชา และขะ...เปิ่นหวางได้รับเกียรตินั้นในฐานะชินอ๋อง พระเชษฐาผู้หนึ่งของฝ่าบาท แม้จะต้องแลกด้วยการปิดบังเจ้าก็ตาม ...นายน้อยเสวียนเอ๋อร์"
 

              แสงเทียนทำให้ใบหน้าคมเกิดเป็นเงาสายหนึ่งทาบทับ คำว่า 'ได้รับเกียรติ' ของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกยากอธิบาย


               ความคิดในหัวข้าตีกันสับสนวุ่นวาย รู้ตัวอีกทีเมื่อมือหยาบของชินอ๋องแตะที่มือข้าที่กำหมัดแน่นจนได้แผล แล้วค่อยๆคลายมันออก ก่อนจะค่อยๆดึงแขนข้าไปยังอ่างน้ำมุมห้องแล้วล้างมือให้ช้าๆจนแทบจะเรียกว่าทะนุถนอม

              "เสวียนเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องให้อภัยเปิ่นหวาง แค่อย่าทำให้ตนเองเจ็บ" แววตานิ่งเฉยของเจ้าหมาป่าอ่อนแสงลง ขณะมองโลหิตสีแดงบนฝ่ามือข้าเจือผสมกับน้ำเย็นเฉียบ

              "ฝ่าบาท...จะนำความแจ้งฮ่องเต้ชิงหยวนหรือไม่" ข้าเมินคำพูดที่แสดงความห่วงใยนั้น เลือกจะเบนหน้าไปอีกทางแล้วถามในสิ่งที่สำคัญกว่า

              สังเกตุว่าหัวไหล่หนาเกร็งขึ้นเมื่อได้ยินชื่อฮ่องเต้แคว้นเยว่ "ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องบอก..."

               ข้าหันกลับมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างงุนงง คนผู้นี้ต้องการอะไร หรือคิดจะข่มขู่อันใดกัน ข้าจ้องเขม็งเผลอถามด้วยเสียงกระชาก "ทำไม!"

               บุรุษต่างแดนไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองกับท่าทางค่อนข้างหยาบคายนั้น ชินอ๋องเพียงแค่นยิ้มตอบแม้แต่น้ำเสียงก็กระด้างขึ้น "บุรุษเช่นนั้นเปิ่นหวางไม่เคยเห็นในสายตา ใยต้องนำเรื่องของเสวียนเอ๋อร์ไปบอกด้วยเล่า!" ดวงตาสีอ่อนมีประกายอำมหิตวาบผ่าน ดุดันจนข้าอึ้งไม่รู้จะกล่าวอันใดอีก ได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกจากแขนเสื้อ บรรจงเช็ดของเหลวสีแดงจากรอบเล็บจิกเบาๆ

              "...เช่นนั้นกระหม่อมก็ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ" ข้ากล่าวรอบรัดแล้วดึงมือออกจากการเกาะกุม "จากนี้ฝ่าบาทจะทำเช่นไรกับกระหม่อม แล้วจะให้กระหม่อมเรียกพระองค์เช่นไร"

              "ก็ไม่ทำอะไร เทียนฟงเป็นนามจริงๆของเปิ่นหวางอยู่แล้ว เพียงตัดชื่อราชวงศ์ช่างหยิงที่นำหน้าออกไป ดังนั้นเปิ่นหวางก็จะเป็น 'เทียนฟงของเสวียนเอ๋อร์' เหมือนเดิม ส่วนเสวียนเอ๋อร์ก็เป็นเสวียนเอ๋อร์ เป็น 'นายท่านของเปิ่นหวาง' ต่อไปเท่านั่น" ใบหน้าเย็นชาเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ทำให้ร่างสูงดูหล่อเหลาร้ายกาจราวกับตัวร้ายในนิยายประโลมโลก

               ข้าเลิกคิ้วกับคำว่า 'ของ' ที่เหมือนอีกฝ่ายจะเน้นเป็นพิเศษ


               "แล้วฝ่าบาทจะแฝงตัวนานเท่าไหร่พะย่ะค่ะ" ให้ที่พักพิงลับๆกับราชวงศ์ต่างแคว้น คำว่า 'กบฏ' คงแปะอยู่กลางหน้าผากข้าเป็นแน่

                "เท่าที่เปิ่นหวางจะทำงานสำคัญสำเร็จ..." ชินอ๋องช่างหยิงเทียนฟงยิ้มบางๆดูอ่อนโยน ก่อนใบหน้าคมก้มลงจนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดต้นคอ

                ข้าขยับจะถอยหนี แต่หมาป่าหนุ่มไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น แขนแกร่งโอบรัดรอบเอวดึงร่างข้าเข้ามาประชิด ศรีษะข้าซบที่อกแกร่ง ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายเอ่ยกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่า...

               "....และจนกว่าจะได้ 'หัวใจ' ของเจ้า" พูดจบร่างสูงก็จุมพิตเบาๆที่ต้นคอ แล้วใช้วิชาตัวเบาโดดออกจากหน้าต่างหายไปในความมืดทันที
        

                .
                .
                .

               ข้ายกมือสั่นระริกขึ้นแตะรอยสัมผัสร้อนที่ต้นคอ พร้อมกับหัวใจที่ดีดไปมาเหมือนจะทะลุ เป็นครั้งแรกที่ข้าอยากจะด่าไปให้ถึงพระบิดาของชินอ๋องเทียนฟงถึงแคว้นช่างหยิง...


                ท่านจักรพรรดิ!! ลูกชายท่านกินเต้าหู้ข้า!!!!!!!!

 
                เวลานั้นข้าไม่รู้เลยว่า ณ ส่วนลึกของพระราชวังสีขาวบนเนินเขาสูงที่หิมะกำลังโปรยปราย ดินแดนลึกลับอันเกรียงไกรที่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ ร่างของบุรุษสูงใหญ่วัยกลางคน เจ้าของเรือนผมสีขาวโพลนและดวงตาสีมรกต จักรพรรดิช่างหยิงกำลังรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างประหลาด

      



      

               สรุปคืนที่ผ่านมาข้าไม่ได้นอนเลยสักเค่อเดียวเพราะมีเรื่องให้ต้องคิดเยอะแยะไปหมด ทำให้เช้านี่ขอบตาของข้าคล้ำขึ้นจนคนนิ่งๆอย่างจินหรงเอ่ยทัก

               "นายท่านดูอ่อนเพลีย เมื่อคืนแต่งหนังสือดึกหรือขอรับ" ร่างสูงพูดขณะช่วยเอาปิ่นหยกรวบผมให้ข้า ข้ากรอกตามองกระจกที่สะท้อนภาพเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดที่ดูโทรมกว่าทุกคราว

                ใช่...คนที่หน้าโทรมเหมือนศพนั่นคือข้าเอง

               "ประมาณนั้นแหล่ะ" ข้าตอบแบบขอไปที "จริงสิจินหรง เรื่องเทียนฟงที่ข้าให้เจ้าสืบน่ะ ไม่ต้องแล้วนะ"  ข้ารีบพูดลิ้นแทบพันเมื่อนึกออก ใบหน้านิ่งๆของเงาที่กำลังทำตัวเป็นคนรับใช้เคร่งเครียดขึ้น

               "นายท่านทราบแล้วว่าเขาเป็นใคร?"

               "ใช่...แต่เขาไม่ใช่ผู้ที่เราจะต่อกรได้" ข้าลดเสียงลงเมื่อเอยประโยคหลัง เท่านั้นร่างสูงก็ไม่ได้ถามอะไรต่อตั้งหน้าตั้งตาทำผมให้ข้าจนเสร็จพร้อมกับช่วยสวมหน้ากากโลหะที่ขัดเงาเรียบร้อย

               "เจ้าน่าจะเกิดเป็นสตรี..." ข้ามองนักฆ่าที่พักหลังเริ่มเหมือนพ่อบ้านส่วนตัวกำลังช่วยสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวให้ข้า "ข้าจะได้ไม่ต้องรับเทียบเชิญจากจวนนั้นจวนนี้ แล้วแต่งกับเจ้าไปให้หมดเรื่อง"

               "นายท่าน..." จินหรงมีสีหน้ามืดครึ้มขณะที่ใบหูเริ่มเจือสีชมพู ข้าหลุดขำพรืดกับท่าทางน่าขันที่หาได้ยากจากนักฆ่าหนุ่ม แต่ไม่ทันได้เอ่ยหยอกอะไรต่อ เจ้าของเสียงที่ทำให้ข้าคิดมากมาทั้งคืนก็ดังขึ้น

               "นายท่านขอรับ สำรับเช้ามาแล้ว" เทียนฟงที่วันนี้ยังปลอมตัวเป็นจริงหรงเดินถือถาดอาหารเข้ามาแล้วยังบริการจัดถ้วยต่างๆลงบนโต๊ะสบายๆเหมือนเมื่อคืนไม่ได้ก่อวินาศกรรมใดๆทั้งสิ้น ข้าลอบขบริมฝีปาก แต่ก็ลุกขึ้นไปนั่งนิ่งๆบ้าง


              ในเมื่อชินอ๋องเทียนฟงทำตัวปกติได้ ข้าก็ต้องทำได้เช่นกัน!


              มื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะทั้งสามคนในห้องต่างคนต่างกินไม่พูดจา ข้าจิบน้ำชาลอยดอกเหมยล้างคอไม่ทันไรก็มีเสียงกุกกักที่หน้าเรือน จินหรงหายตัวไปทันทีส่วนข้ากับเทียนฟงก็ขยับกายอยู่ในท่าที่ดูเป็นการเป็นงานกว่าเดิมเล็กน้อย แล้วรีบเอ่ยเชิญ

              ผู้ที่มาใหม่คือท่านมหาขันทีจี้กงกับขบวนนางกำนัล ใบหน้าชรายังมีรอยยิ้มละมุนเช่นเคย ส่วนแววตามีประกายวูบวาบอ่านยาก

              "ขออภัยที่มารบกวนราชครูพิเศษแต่เช้า ฝ่าบาทขอเชิญท่านไปเข้าเฝ้า" ไม่ต้องเยิ่นเย้อ ชายชราก็เอ่ยปากเข้าประเด็น ข้าที่กำลังเลิกคิ้วกับสรรพนามใหม่ใต้หน้ากากรีบกล่าวรับคำ สลับกันพูดจาประสาเกรงใจอยู่ไม่นานก็ลุกตามออกไป แน่นอนว่าเทียนฟงยังประกบตามข้าไม่ห่าง ซึ่งท่านจี้กงก็ไม่ได้สนใจอะไร

               ข้ากับท่านจี้กงเดินคุยกันไปเรื่อยๆจนผ่านเขตจวนเจ้าเมืองจนถึงหน้าเขตพระราชฐาน ยิ่งใกล้ตำหนักก็เห็นภาพความวุ่นวายลางๆ นางกำนัลกำลังวิ่งวุ่น บางนางถือถังน้ำร้อน บางนางถือกาต้มสมุนไพร แม้แต่หัวหน้าทหารที่รักษาการที่ใส่ชุดเปื้อนเลือดก็ยังดูเคร่งเครียดจนไม่มีใครสนใจถือกฏรักษาวัง ปล่อยเทียนฟงตามข้ามาอย่างง่ายดาย

               คงเพราะเรื่องไป๋หยางอวี้เมื่อคืนนี้...

              "เกิดอันใดขึ้นหรือ" ข้าแสร้งถามท่านจี้กงอย่างสับสน ขันทีเฒ่าถอนหายใจ

              "ไป๋หยางอวี้บุตรสาวมหาเสนาบดีที่ถูกจับข้อหาพยายามปลงพระชมน์ถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย ทหารเดินเวรไปพบเข้าจึง ฝ่าบาททราบเรื่องเลยให้หัวหน้าทหารรักษาการพามารักษาที่ตำหนัก" มหาขันทีเล่า ชายชราหันกลับมาแสดงสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย "จากนี้ต้องรบกวนท่านราชครูน้อยเดินไปเอง ฝ่าบาทอยู่ที่ห้องที่ท่านมาเมื่อวาน ข้าจะให้นางกำนัลไปส่งท่าน ส่วนตัวข้าต้องไปจัดการความเรียบร้อย ต้องขออภัยยิ่ง" ว่าพลางขยับมือส่งนางกำนัลน้อยที่ตามมาตั้งแต่แรกให้ก้าวมาข้างหน้า

              "ท่านจี้กงไม่ต้องลำบาก ข้าน้อยเดินไปเองได้ขอรับ" ข้าประสานมือตอบเกรงใจ แต่ดูเหมือนชายชราจะกังวลอยู่ สุดท้ายข้าก็ต้องยอมให้สตรีน้อยพาเดินไปยังห้องที่อดีตสวามีผู้นั้นประทับอยู่จนได้







        

...................50%
เอาไปเท่านี้ก่อนนะครับ ช่วงนี้ไปโอเพ่นเฮ้าส์+เรียนพิเศษตลอดเพราะจะขึ้นม.6แล้ววุ่นวายมากๆ 

มีแต่คนเชียร์ให้เราเล่นงานไป๋หยางอวี้เนอะ แต่ถ้าจะให้เสียนเอ๋อร์ลงมือทั้งทีจะรีบร้อนไม่ได้นะ 5555 ส่วนใครที่สงสัยว่า แล้วราชทูตช่างหยิงที่หน้าเหมือนเทียนฟงเป็นใคร อดใจรอไปก่อนนะครับ เดี๋ยวมีเฉลยแน่นอน

ปล.ฝากถึงใครที่ติดตามคงเพราะเป็นคุณ นิยายอีกเรื่องของผมนะครับ เร็วๆนี้อาจจะมีอัพต่อ(หลังาากดองมานาน) ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

ปล.2 ชอบไม่ชอบยัง ติชมได้นะครับ ขอบคุณมาครับ ^^


...................100%
มาต่อเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำผิดจะหรือส่วนที่ติมาจะแก้ไขหลังรีไรท์ครั้งใหญ่ทีเดียวนะครับ ขอบคุณที่แนะนำและติดตามครับ
  
          
แก้ไขกินเต้าหู้แล้วนะครับ ขอบคุณที่ช่วยแนะนำครับ

                   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 695 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,166 ความคิดเห็น

  1. #2144 แรมโรย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 02:08
    ใครพระเอกก็ได้ แต่เชียร์พี่ตาเขียวเป็นพิเศษนะ5555
    #2,144
    0
  2. #2132 first_m16 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:05
    ฮ่องเต้หมดสิทธิ์
    #2,132
    0
  3. #2091 Nice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:40

    ตตกลงเทียนฟงคือพระเอกสินะ5555

    #2,091
    0
  4. #2087 þ姆êl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 19:46
    อยากจะลงสักเรือก็กลัวล่มเลยขึ้นจรวดพุ่งไปเลยจ้าา555555//ชินอ๋องงง
    #2,087
    0
  5. #2083 Nadia. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:11
    ฉันชอบฮ่องเต้นะ ถ้าตัดความโง่ออกไป!
    #2,083
    0
  6. #2070 W.Xian (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 08:15
    ใครพระเอกไม่รู้ แต่ฉันชอบจินหรง น่ารักอ่ะะะะ
    #2,070
    0
  7. #2056 Ray RZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 18:40
    เทียนฟงเป็นพระเอกแน่เลยอะ เหมือนจะสัมผัสได้ถึงออร่าพระเอก(?)รอบๆตัวท่านเทียนฟงได้
    #2,056
    0
  8. #1999 nicharipaen04 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:42
    ไม่ธรรมดาาาาา
    #1,999
    0
  9. #1963 tunty0505 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 19:59
    จริงๆนะ ชอบจินหรงมากเลย แต่ยังไม่เห็นแววเป็นพระเอกT T
    #1,963
    0
  10. #1943 jkooktaev (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 21:58
    ตอนนี้ลงหลายเรือมากกก~
    แล้วใครจะเป็นพระเอกที่แท้จริงกันเนี่ยยยย (ขอให้เป็นมครก็ได้ที่ไม่ใช่ฮ่องเต้อ่ะ หมั่นไส้โว้ย!!)
    #1,943
    0
  11. #1929 tangmo_univers (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 13:05
    4p.... เทียนฟง/ช่างหยิงหยางหรง/จินหรง.....
    เอาอิเต้ออกไป!!!
    #1,929
    0
  12. #1925 intothemooN95 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 21:42
    ชั้นเลือกนาย เทียนฟง!!
    #1,925
    0
  13. #1846 axaum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:45

    ทีมเทียนฟงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    #1,846
    0
  14. #1797 No_nueng (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:13
    สับสนแล้วสิ ใครพระเอกที่แท้ทรู ปมและปริศนาที่เยอะจนไม่รู้จะเยอะไปไหนอีก ยากแท้หยังถึงจังเชียว
    #1,797
    0
  15. #1785 The_Fear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:06
    เอาล่ะ กำลังจะมีพระเอกตกกระป๋องล่ะ ว้ายๆๆๆ
    #1,785
    0
  16. #1765 PaulaPum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:38
    พี่เทียนมาเหนือมากกกก
    #1,765
    0
  17. #1757 Cho_co_late (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 12:38
    ลงเรือชินอ๋องละจ้า
    #1,757
    0
  18. #1743 chocolato.p (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 21:08

    อาฆาตแรงขนาดที่ส่งไปถึงฮ่องเต้ต่างแผ่นดิน 55555555555 ขำตอนนายน้อยบอกว่าจินหรงน่าจะเป็นหญิง ถ้าจินน้ำอยู่จินหรงคงสำลักตาย 5555555555 ไม่ลงเรือทั้งฮ่องเต้ทั้งชินอ๋องค่ะ หมันไส้ทั้งคู่ เราชอบแบบคุณหมอ 5555

    #1,743
    0
  19. #1721 rattanasrilay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 00:00
    ไม่รู้จะลงเรือไหนดีแล้วววววว
    *เสร็จสรรพ
    #1,721
    0
  20. #1692 trp1021 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:14

    ข้า ไม่รู้จะลงเรือใคร

    #1,692
    0
  21. #1598 KmowmaybeCH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 17:39
    อ่ะ ข้าลงเรือชินอ๋อง
    #1,598
    0
  22. #1592 snasxbng (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 18:35

    อ้ากกกก!!! เลือกลงเรือไม่ถูกอ่ะ
    #1,592
    0
  23. #1582 นัทมิมิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 01:54
    ฮืออ สรุปละเราก็ยังเลือกเรือไม่ได้ บ้าจริง
    #1,582
    0
  24. #1567 bellzatail (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:32
    ในที่สุดเรือก้ผายต่อไป อิอิ เชียร์ตั้งแต่นางกินเต้าหู้ครั้งแรกโดยการโอบเอวแล้ว มาเหนือมาก แต่รัชธยาทก้ได้นะ โอ็ยโลเล อย่าคู่กับฮ่องเต้เป้นพอ!!!!-0-
    #1,567
    0
  25. #1528 คิเซริ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 16:00
    นิยายเรื่องนี้ทำให้เรากลายเป็นคนโลเล
    กูจะลงเรือลำไหนดีวะเนี่ยยยยย
    55555
    #1,528
    0