Vanilla Cola

ตอนที่ 29 : ผีตากผ้าอ้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

                พักกลางวันของอีกวัน กำแพงพามิเกลออกมากินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทนอกสถาบัน สั่งของโปรดให้มิเกลพร้อมบริการถึงโต๊ะ มิเกลยังไม่กล้าสรุปว่านี่คือการเอาใจ

        "นายให้เราจ่ายเองเหอะ"

        "มื้อนี้เราขอเลี้ยงข้าวนายไม่ได้เหรอ"

        "งั้นเราเลี้ยงน้ำนาย จะได้หายกัน"

        "โอเคเบบี้"

        "แค่กๆ!"มิเกลรีบกลบเกลื่อนอาการอายด้วยอาการไอ

        "ฮะๆ! นายเอาโกโก้ของโปรดใช่เปล่า"กำแพงขำคิก

        "อือ"

มิเกลมองตามหลัง เมื่อกำแพงลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง อยากจะเดินตามไปด้วย แต่กลัวว่ามันจะออกนอกหน้า สักครู่เท่านั้นที่กำแพงกลับมาพร้อมโกโก้เย็นจากร้านขายเครื่องดื่มในฟู้ดคอร์ทส่งตรงถึงมือมิเกลที่โต๊ะ

        "อ่ะ"

        "ทำไมนายซื้อมาแค่แก้วเดียว เราบอกแล้วไงว่าเราเลี้ยง"

        "เราอยากกินโกโก้เหมือนกัน แต่มันเหลือแค่แก้วเดียวเท่านั้น เป็นอันว่าเราเสียสละให้นาย"กำแพงโกหกหน้าตาย

        "นายอยากกินโกโก้แบบคืนนั้น ฮะๆ!"มิเกลแซวกำแพง พร้อมดูดโกโก้เย็นเสียงดังสวบ

        "โอ๊ย!!! เย็นจี๊ดขึ้นสมอง"

        "ฮะๆ! นายนี่ไม่รอให้ร่างกายปรับอุณหภูมิเลยอะ สงสัยจะชอบเล่นกับสิ่งแปลกปลอม"

        "หุบปากซะ วันนี้วันหยุดนาย ทำไมนายไม่นอนอยู่ห้อง ยังจะอุตส่าห์ลากสังขารมาเถียงกับเราจนได้"

        "ก็เราอยากเห็นหน้านาย อยากมาหานายที่นี่ดีกว่านอนเปลี่ยวจินตนาการถึงนายอยู่บนเตียงข้างดียว"

ประโยคของกำแพงทำเอามิเกลกัดหลอดแตก กำแพงแย่งโกโก้เย็นจากปากมิเกลมาดูด

        คร่อกๆ!

เสียงดูดน้ำจากหลอดเหมือนกับเสียงกรน"อ้าาา! อา มิเกลเรากระหายนายเป็นบ้า ว่าแต่ว่านายจะกัดหลอกแตกทำไม เราดูดโกโก้ไม่ได้ งั้นเปลี่ยนเป็นดูดนายแล้วกัน"

        "นายอย่ามาโทษมั่ว เมื่อกี้เรายังดูดได้อยู่เลย"มิเกลคว้าแก้วจากมือกำแพงมาดูดโกโก้จากหลอด พิสูจน์รอยแตก

        "เฮ้ย! ลืมเลยอะ เราดูดหลอดเดียวกันกับนาย นั่นก็หมายความว่า เราดูดปากกันทางอ้อม"

        "เอาจริงๆ คนที่หื่นนี่มันนายนี่หว่า ไม่ใช่เราละ อย่างนี้นายต้องรีบมาให้เราดูแลซะดีๆ เพราะเรามีวิธีแก้หื่น"

        "หนอยหนอย นายอย่ามาทำเป็นปากดี งกอย่างนายเหรอจะดูแลเราได้ ตอนจูบกับนายเราสัมผัสได้กับความเค็มในปาก มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรสชาติของความงก"

        "นั่นนายยังเรียกว่าจูบเหรอ นายทำอะไรเราไม่ได้เลยนอกจาก นายไม่ได้ทำต่างหาก จูบกับนายไม่ต่างอะไรกับจูบมือใหม่หัดขี่ มาให้เราดูแลซะดีๆ เราจะสอนวิธีจูบซะให้เข็ด"กำแพงยิ้มกวน

        "เราคบกันแล้ว แล้วเมื่อไหร่นายจะให้เราดูแลล่ะ"

        "ยังไม่ว่างโว้ย! คืนนี้ต้องนั่งทำรายงานวิชา เอ่อ วิชา..."มิเกลก้มหน้าก้มตา กัดหลอดแน่น หลบตากำแพงที่จ้องมาอย่างไม่วางตา

        เลิกเหอะเรา อย่าพูดต่อ ยังไงก็โดนจับโกหกได้

มิเกลเงยหน้าขึ้นสบตากำแพง"เราว่างก็ได้ เอ่อ คือ เราไปนั่งเล่นห้องนายคืนนี้เลยก็ได้"มิเกลตะกุกตะกักพูดออกไป ตกอยู่ในสถานการณ์สมยอม กำแพงยิ้มกริ่ม โน้มตัวจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พ่นเสียงกระซิบใส่ใบหูมิเกล

        "คืนนี้นายจะได้ชิมเราแบบครบทุกรสชาติ"กำแพงงับเบาๆ ที่ใบหู





        "กำแพง! เบาๆ เราเจ็บ!"กำแพงจับมิเกลฉีกขากางเกือบ 180 องศา

        "กำแพง! ไม่เอาแล้วเจ็บ!"

        "เราค่อยๆ ทำเอง นายเป็นนักกีฬาซะเปล่า ขยันทำหน่อยเดะ นี่แค่วอร์มเอง"

        "พอแล้ว เราไม่ได้ไปแข่งโอลิมปิก"

        "นายก็รู้นี่มิเกล เซปักตะกร้อไม่ได้บรรจุในกีฬาโอลิมปิก"

มิเกลแลบลิ้นให้กำแพง ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในสนามเซปักตะกร้อ สมทบกับเอี๊ยมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

         "เอากับมันเดะ"กำแพงส่ายหัว





        ฝนโปรยเม็ดเปาะแปะลงมาจากท้องฟ้าสีขมุกขมัวของยามค่ำคล้อย ดวงจันทร์เล่นซ่อนหา หมกดวงมิดในเมฆฝนสีหม่น

        "เอาจนได้ แค่แวะซื้อแปรงจัดฟันเอง"มิเกลบ่นอุบ ยกมือขึ้นรองเม็ดฝน

        "เอาน่า ฝนตกเอาแต่ใจตัวเอง เพราะมันเป็นฤดูฝน นายก็คิดซะว่า เราสองคนผจญฝนกระหน่ำ เหมือนฉากรักโรแมนติกในละครหลังข่าว เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น"กำแพงยักคิ้วข้างเดียวให้มิเกล ยักคิ้วอีกข้างให้ฟ้าฝนเป็นใจ

        "เราอยากให้ฝนตกทั้งคืน แช่เราสองคนไว้ในความเปียกชื้น ฉ่ำ!"

กำแพงคว้ามือเย็นเฉียบมากุมไว้ มิเกลรู้สึกวาบ เมื่อความอุ่นจากร่างสูงโปร่งพุ่งผ่านปลายนิ้วไปจนถึงหัวใจ

        "เป็นอะไรที่โคตรคูลเลยอะ"กำแพงฟิน

        "เป็นช่วงเวลาปลื้มปริ่มของเราทั้งสอง ท่ามกลางฝนโปรยปรายสายปรอยๆ ค่อยๆ เดินย่ำฝนบนถนนเลียบหาดเส้นเดิม เพิ่มเติมคือความสุขสุด อยากหยุดเวลาไว้บนถนน ตากฝนจนฉ่ำกับนาย"กำแพงยิ้ม ตะโกนบอกป่าสน
        "วู้ว! ฟินว่ะ!"

        "นายมันบ้าชะมัด"มิเกลแอบมองใบหูกำแพง ล่องลอยไปถึงฉากหนึ่งในนวนิยายของ ฮารูกิ มูราคามิ

         "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย เมื่อวาตานาเบะแอบหื่นใส่ใบหูนาโอโกะ"มิเกลพ่นลมหายใจออกจากปาก

        กำแพงเราอยากจะแกล้งสะดุดล้มข้อเท้าแพลง หลังจากนั้นนายจะให้เราขี่หลัง ตอนนี้ละเป็นโอกาสที่เราจะโอบรอบคอนาย และงับใบหู เพราะใบหูของนายมันโคตร be cool




        ภายนอกหน้าต่างฝนยังคงพรำเม็ดสม่ำเสมอ ภายในห้อง กำแพงรีบคว้าร่างมิเกลมากอด

        "กอดเราหน่อย เราหนาว"กำแพงปากสั่นหงึกๆ

        มิเกลนายเหมือนสารเสพติด เราต้องเสพนายทุกคืน ถ้าคืนไหนเราไม่ได้เสพนาย มันเหมือนจะลงแดงตาย

         "ฝนกระหน่ำขนาดนี้ นายคงกลับไม่ได้ละ แถมรถเราน้ำมันหมดอีก คืนนี้นายคงต้องค้างที่นี่ เราไม่สามารถไปส่งนาย"กำแพงส่ายหน้า

        หนอยหนอย แค่ฝนพรำ แต่นายบอกฝนกระหน่ำหน้าตาเฉย กำแพงนายร้ายกว่าที่คิด

มิเกลลากเก้าอี้ไปที่หน้าต่าง งัดตุ๊กตาไล่ฝนจากร้านทุกอย่างหกสิบบาทข้างทางขึ้นแขวน หันมาบอกกำแพง"เดี๋ยวฝนก็หยุดตกละ"

กำแพงดึงตัวมิเกลลงจากเก้าอี้มากอดไว้เหมือนเดิม"นายจะไล่ฝนทำไมอะ ฝนตกไม่หยุด ดีกว่าฝนหยุดไม่ตก"

ภายนอกหน้าต่างฝนยังคงส่งเสียงคราง ภายในห้อง ทั้งสองคนนอนฟังเสียงฝนบนโซฟา

        เมี้ยว!!! หมูทอดมาไล่ที่ จนต้องหนีไปนั่งเบียดกันบนเตียง มิเกลเดาว่ากำแพงต้องเปิดเพลงคลอเบาๆ เคล้าเสียงฝน แค่ฟังอินโทรก็อยากข้ามไปให้ถึงเอาท์โทร แต่ผิดคาด กำแพงเปิดเพลงเสียงดังแข่งกับเสียงฝนตกกระทบกันสาด ผีตากผ้าอ้อม ของ The Yers เป็นอีกเพลงของวงโปรดที่มิเกลหลง!



        "เราคือยมฑูตมาที่นี่เพื่อดูดวิญญาณนาย"มิเกลประกบปากกับปาก สอดลิ้นเข้าไปควานหาไออุ่น โยกตัวตามจังหวะเพลง ฝังร่างตัวเองลงในร่างหนา มิเกลรู้สึกได้ว่า เหมือนกำลังกอดหมี

        "Bear Hug"

        "หืม น้ำหนักตัวของเราทำให้นายเจ็บตัวใช่มั้ย"

        "อือ มันเจ็บ"

        "งั้นเปลี่ยนท่า"

        "ถ้าคนที่ทำให้เราเจ็บคือนาย มันเจ๋ง"มิเกลสบตากับความรู้สึกดีที่กำแพงมอบให้





        จูบเบาๆ สลับกับจูบหนักหน่วงของกำแพง ทำเอามิเกลครางแข่งกับเสียงฝน ก่อนผล็อยหลับเพราะความเพลีย ซุกตัวในอ้อมกอดอุ่น หนุนแผ่นอกกำแพงแทนหมอน นอนฟังเสียงฝนบรรเลงเพลงกล่อม

        "แมวตัวน้อยของเรา คืนนี้นายคงยากที่จะตื่นจากฝัน"กำแพงเอื้อมหยิบเสือฮู้ดที่ยับย่นบนเตียงคลุมตัวมิเกล ประคองร่างในอ้อมแขนอย่างระวัง เหมือนกับมิเกลเป็นเด็กน้อยที่หลับคาตัก ต้องค่อยๆ ขยับตัว เพราะกลัวจะตื่นขึ้นมางอแง จากนั้นค่อยๆ เอนตัวลงบนเตียง แล้วหลับไปด้วยกันกับร่างน้อยที่นอนอยู่บนตัว





        เมี้ยว!...เมี้ยว!...เมี้ยว!

หมูทอดแมวไทยพันธุ์ขาวมณีเป็นมือที่สาม แทรกตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ส่งเสียงร้องเหมียวดังกว่าเสียงนาฬิกาที่ตั้งเวลาไว้ ปลุกให้กำแพงตื่น

        "เสียงนกร้องจิ๊กจั๊ก ฟีทเจอริ่ง เสียงไก่ขันเจี๊ยวจ้าว มันเช้าแล้วเหรอ"กำแพงขยี้ตา

แสงจากดวงอาทิตย์เลียเส้นขอบฟ้า ลามมาถึงขอบหน้าต่าง มิเกลค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้าง แต่แสงเช้าจ้าบาดตามากเกินไปสำหรับอาการงัวเงีย มิเกลรีบฟุบหน้ากับหมอนบรรเทาอาการง่วงนอน กำแพงลุกจากเตียง ดึงผ้าม่านปิดทับแสง ห้องทั้งห้องเปลี่ยนเป็นสีทึมทึบ

        ติ๋ง!

หยดฝนทิ้งตัวลงมาจากกันสาด มันคือร่องรอยของเมื่อคืน แวดล้อมไปด้วยความเปียกชื้น

        "ฉ่ำ"กำแพงทิ้งตัวลงบนเตียง ถอนหายใจยาวๆ รู้สึกอยากเริ่มงานแต่เช้า

        "มันอดไม่ได้ที่จะจูบลงไปบนหน้าผากนาย แก้มข้างขวาและซ้าย ริมฝีปากล่างและบน แล้วก็"กำแพงเลิกเท้าแขนมองมิเกล เปลี่ยนเป็นจูบไปทั่วตัว แต่เจ้าของร่างกลับไร้ความรู้สึก

        "นายมันเจ้าชายนิทราขี้เซา"

        "อือออ"

        "ตื่นได้แล้วนายอะ"กำแพงบดซอกคอขาวด้วยปาก

        "ฮื่อออ นายจะทำอะไร"

        "ก็ปลุกนายไง ให้เราปลุกนายทุกเช้าแบบนี้เอามั้ย"กำแพงไล้ลิ้นเล่นตรงซอกคอ

        "กำ...แพง"

        "หืม"

        "เราหิวแล้ว"

        "ฮะ!"

        "ขนมปังปิ้งสักแผ่นก็ยังดี นายคงไม่งกกับเราใช่เปล่า"

        "ฮะๆ! มิเกลนายมัน..."





       มิเกลคว้าเป้สะพายหลัง ทั้งๆ ที่ยังคาบแผ่นขนมปังปิ้งคาปาก รีบสวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สคู่เซอสุด ค่อยๆ แก้เชือกรองเท้าที่พันกันยุ่งเหยิง กำแพงคว้าเป้ได้ก็เดินตามมิเกลมาติดๆ ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง ต่างคนต่างเตรียมตัวแยกย้าย เพื่อรอการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อเวลาค่ำเดินทางมาถึง

        "นายจะไม่จูบลาเราหน่อยเหรอ"กำแพงอ้อนขอจูบ

        "ม่ายยยเลยยย"มิเกลพูดไปเคี้ยวขนมปังปิ้งไป

        "เดี๋ยวเราก็เจอกันแล้ว นายอย่ามากเกินไป"กำแพงทำหน้าหมดกำลังใจทำงาน มิเกลดึงคอเสื้อกำแพง เขย่งตัวขึ้น จูบปากแบบเน้นๆ ทั้งๆ ที่ขนมปังปิ้งยังเต็มปาก

        "นี่ขนมปังปิ้งฝีมือนาย นายโอเคยัง"กำแพงไม่ให้คำตอบสำหรับคำถาม

        "Are You Okay?"กำแพงแข็งทื่อ

        "หรือว่าจูบของเรายังไม่โอเค"มิเกลขาดความมั่นใจ

        เหอ เหอ เราคงต้องเปลี่ยนแปรงจัดฟันอันใหม่อีกแล้วเหรอ







        
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

8 ความคิดเห็น