Vanilla Cola

ตอนที่ 28 : ฟีโรมึน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    29 ก.ค. 62

        กำแพงเลิกล่องลอยในความทรงจำเมื่อมิเกลเรียกชื่ออีกคำ

        "กำแพง!"

        "หืม"เจ้าของใบหน้ายียวนเงยหน้าขึ้นมาสบตา

        "นายทำภาพความทรงจำของเราพังครืน"กำแพงพึมพำ

        "นายโอเค"มิเกลสบตาตอบตอกย้ำความเป็นห่วง กำแพงดึงตัวมิเกลลงนั่งบนตัก กอดร่างน้อยไว้แนบตัว วางคางไว้บนหัว นิ้วมือซนเขี่ยเส้นผมสีดำสนิทเล่น

       "นายเป็นห่วงเราด้วย"กำแพงยิ้มอ่อนโยนให้ร่างน้อยที่โดนจับมาซุกไว้กับแผ่นอก มิเกลเผลอทำมิดีมิร้ายกับกำแพงอยู่เงียบๆ ในใจ

        ตอนนี้หน้าเราแนบกับแผ่นอกนาย เราค่อยๆ สูบเคมีของนายเข้าไปเต็มๆ สเปรย์น้ำหอมกลิ่นช็อกโกแลต โคล่า ผสมกับกลิ่นเหงื่อ อ้าาา! เป็นการสื่อสารโดยสารเคมี ซึ่งนำไปสู่ความตื่นเต้นต่อการผสมพันธุ์ นายทำให้เราอยากจะบ้า...

        "ฟีโรมึน"มิเกลกระซิบกับแผ่นอกกว้างขวาง

กำแพงขัดจังหวะความมึนได้ที่ของมิเกลด้วยประโยคบอกเล่า

        "เรื่องอาชีพของนาย พักไว้ก่อนเหอะ ตอนนี้นายยังเรียนไม่จบ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของพรุ่งนี้เหอะ ถ้ายังไม่ตาย ยังไงซะนายก็ต้องได้พบกับมันแน่ เมื่ออนาคตมาถึง"

        "อือ ก็ยังไม่ตายไง"มิเกลสลัดหัวไล่อาการมึนฟีโรโมนของกำแพง

        "และเราไม่ได้กลัวตายด้วย แค่เรากลัวเจ็บ ถ้าตายแบบไม่เจ็บ นั่นคือไปสบาย"

        "แล้วนายคบกับเรา นายไม่กลัวเจ็บเหรอ"

        "กำ-แพง-นาย-มัน-บ้า-ชะ-มัด"มิเกลเน้นประโยคเสียงเข้ม

        "เออ ยอมรับ ว่าแต่ว่าคืนนี้นายจะนอนที่ห้องเรามั้ย"

        "No!!! เราจะกลับ"มิเกลหวุดหวิดตอบเยส

        "จะรีบกลับไปไหน พรุ่งนี้ก็วันหยุดนาย แถมนายยังออกอาการมึนๆ อีก ค่อนข้างน่าเป็นห่วง"

        "ก็รีบกลับไปทำรายงานน่ะเซ่"มันเป็นข้ออ้างที่คิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

        "แล้วถ้าเราไม่ให้กลับล่ะ"กำแพงซบหน้ากับแผ่นอกมิเกลบ้าง

        "อย่ามาอ้อน อย่ามาใกล้เดี๋ยวใจอ่อน"มิเกลหนีจากกอด และการกระทำกระตุ้นต่อมหวั่นไหว แต่กำแพงดึงมิเกลกลับสู่อ้อมกอดตามอำเภอใจ ต่อด้วยจู่โจมจูบปาก มิเกลเผลอจูบตอบอย่างลืมตัวและเผลอใจจนสำลักน้ำลายในปากกำแพงที่มีรสหวานซ่าบาดคอ เหมือนกับดื่มโคล่ากระป๋อง

        "ไม่เบิ้ล!!! ไม่เอาแล้วกำแพง! จูบตลอดเลย เรายังไม่อยากเป็นโรคปากเปื่อย"มิเกลเม้มปากแน่น

        "งั้นเปลี่ยนเป็นจูบที่อื่น"

        "ม่ายยย!"มิเกลยกมือขึ้นห้าม แต่ยังไม่วายโดนจูบหน้าผาก

        "แทนสัญญานะว่า เราจะดูแลนายอย่างดี และตลอดเวลาที่เราคบกัน เราเท่านั้นที่จะดูแลนายได้"มิเกลทำตาปริบๆ เมื่อกำแพงจูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากบาง

กำแพงแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากมิเกล"ตรงนี้ห้ามใครจอด นอกจากเรา เพราะตอนนี้นายเป็นสิทธิ์ของเรา แค่เราเท่านั้นที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถูกต้อง"

        "นายมันมากเกินไปแล้ว"มิเกลอายจนอยากแทรกแผ่นอกกำแพงหนี

        "ถ้าน้อยกว่านี้ นายก็คงไม่ซบที่อกเรา"

        "เฮ้ย!"มิเกลผวา ที่เผลอตัวพลาดท่าให้กับความไม่เข้าทีของกำแพงจนได้

        "นายสนุกเหรอ แกล้งเราอะ"

        "ตั้งแต่เรารู้ตัวว่าเรารักนาย เราก็อยากแกล้งนาย"กำแพงยิ้มยียวน

        "แล้วจี๊ดล่ะ นายไม่รักจี๊ดแล้วเหรอ"มิเกลยังซบอยู่กับแผ่นอก

        "เอ่อ"

        "ทำไมใจนายเต้นแรง แค่เราเอ่ยชื่อจี๊ด ในเมื่อนายรักจี๊ด แล้วนายมาบอกรักเราง่ายๆ นายต้องการอะไร ขอเคลียร์ๆ"มิเกลสูดกลิ่นสเปรย์น้ำหอมผสมเหงื่อเข้าไปลึกๆ อัดมันจนเต็มปอด

        "เอ่อ คือ เราเลิกกับจี๊ดแล้ว"

        "ตั้งแต่เมื่อไหร่"ร่างน้อยระบายลมหายใจออก ทำหน้าไม่น่าเชื่อ

        "ตั้งแต่เรารู้ตัวว่าเรารักนาย"กำแพงกระซิบบอก

        "นายตั้งใจฟังนะ เราบอกเลิกจี๊ด เพราะจี๊ดบอกรักเรา แต่เราไม่ได้รักจี๊ด เรารักนาย มิเกล...เรารักนาย"

        "แล้วทำไมเราต้องคบกันแบบเงียบกริบ ไม่เปิดเผย นายยังไม่ได้บอกเราเลยอะ ไหนนายช่วยอธิบายเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ของนายเด๊ะ ไอ้คนมีเหตุผล"

มิเกลตั้งคำถามสั่นคลอนความมั่นคงต่อคำตอบ กำแพงกุกกักกับคำถาม ไม่มีทางตอบตามตรง ลงมือสร้างเรื่องโกหกด้วยปาก

        "เหตุผลของเราเหรอ ที่ต้องปิดเงียบ ไม่ให้ใครต่อใครรู้ว่าเราคบกัน เพราะเราเพิ่งบอกเลิกจี๊ด ถ้าเรื่องของเราสองคนเข้าหูจี๊ด นายคิดดูเดะ จี๊ดคงเจ็บปวดอลัง"กำแพงรีบซดโกโก้ตามเข้าไป กลบเกลื่อนความรู้สึกผิด

        ถ้าไอ้จี๊ดมันรู้ว่าเราเอามันมาปู้ยี่ปู้ยำ กระทำชำเราขนาดนี้ คงโดนมันเตะก้นป้าบ ต่อด้วยแม่ไม้มวยไทยครบชุด จัดเต็ม ปริมาณสุทธิความแซบเท่ากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งน้ำใส ฟีทเจอริ่ง น้ำข้น

        "แล้วนายกับจี๊ด ใครเป็นอุเคะ"

        ปู้ด!!!

กำแพงพ่นโกโก้พุ่งปรี๊ดออกจากปาก ตามด้วยเสียงไอแค่กๆ

        "ก็ต้องไอ้จี๊ดเดะ"นิ้วมือปาดคราบโกโก้ตรงมุมปากที่เพิ่งพ่นคำโกหกออกไป

        "จี๊ดคงเจ็บแย่ เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แถมถูกปฏิเสธ"มิเกลจ้องผู้ชายตัวโตตรงหน้าตาไม่กะพริบ

        กำแพงนายชอบผู้ชายด้วยกัน นั่นคือรสนิยมของนาย เราไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่เราเผลอไปรู้สึกแปลกๆ กับนาย แถมเป็นความรู้สึกแปลกที่รู้สึกดีอย่างไม่มีเหตุผล หมายความว่า เราอยากเป็นอุเคะงั้นเหรอ

        "ใช่สิ"

        "ฮะ!"

        "ใช่สิ เราไม่อยากทำให้จี๊ดเสียใจไปมากกว่านี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งปฏิเสธมัน แต่ดันมาคบกับนาย เพราะงั้นเรื่องของเรา เลยต้องปิดเป็นความลับไปก่อน แล้วนายเป็นอะไรอะ ทำไมต้องร้องฮะแล้วตาค้างด้วย"

        "เปล่าๆ ไม่มีอะไร นายไปต่อเหอะ"

        เหตุผลที่เราขอคบกับนาย แท้จริงคืออันดับแรกเลย เราอยากมีเซ็กส์กับนาย แต่เราจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่า เราคบกับผู้ชาย โคตรอาย อันดับต่อไป อันนี้ไคลแมกซ์ ถ้าเจดารู้ว่าเรานอกใจ ฮึ่มไอ้กำแพง...มึงตาย!

        "ไม่เป็นไร วันนั้นมันยังมาไม่ถึง อย่าเพิ่งไปคาดเดาอนาคต เพราะมันเป็นอะไรที่ทายยากที่สุด คบกันเงียบๆ วันนี้ อาจจะมีเซอร์ไพรส์วันหน้า"กำแพงยิ้มกว้างให้มิเกล

         "ไม่เป็นไรเหรอ ในเมื่อนายไม่ได้รักจี๊ด แต่นายมีอะไรกัน ตอนนั้นนายจูบกับจี๊ดที่ร้านอาหารในเวลางาน ต่อหน้าเรา เรายังจำได้"

         เอาแล้ว เรื่องวันนั้นที่ร้านอาหารไทย เราแค่แกล้งแหย่เล่น แต่มิเกลยังไม่ลืมอีกเหรอวะ

        "เอ่อ แค่ไม่กี่ครั้ง อย่าใส่ใจเลย"กำแพงปาดเหงื่อ

        "เฮ้ย! ทำไมนาย เลว...ได้ขนาดนั้น"

        "พวกเราคบกันแบบไม่ผูกมัด บอกเลิกคือจบ ไม่มีสิ่งตกค้าง ต่างคนต่างไป นั่นคือข้อตกลงของเราก่อนคบ แต่จี๊ดทำเกินข้อตกลง"

        "เหมือนกับหุ่นยนต์ ไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก ไม่มีรักแท้มีแค่เซ็กส์ นั่นเหรอข้อตกลงของนาย กำแพง แล้วข้อตกลงของเราล่ะ"

        "เราไม่มีทางทำอย่างนั้นกับนายเด็ดขาด เพราะเราไม่ได้รักจี๊ด แต่เรารักนาย"

        "เอ่อ ประโยคนั่นทำเอาเราแทบจะฝังหน้าลงไปในอกนาย"

        "เออ ตอนนี้นายคงหน้าแดงเหมือนสตรอเบอร์รี่ที่เชียงใหม่"นิ้วกำแพงเกี่ยวปลายคางเรียวขึ้นมามองสบตาซึ้ง

        "มิเกล...นายมีขี้ตาด้วย ม่ะเขี่ยให้"

        "ไอ้กำแพง!"

        "ฮะๆ! ไม่เอาน่า เราก็แค่แก้เขินให้นาย เมื่อกี้นายอายจนหน้าแดง แต่ตอนนี้โกรธจนหน้าเขียว ถ้ามีสีเหลืองอีกสี นายกลายเป็นสัญญาณไฟจราจรเลยละ ฮะๆ! ฮะ!"

        "มันไม่ตลก!"มิเกลถลึงตาใส่

        LINE!

        "ฮานะ"มิเกลเลิกสนใจกำแพง หันไปสนใจข้อความผ่านไลน์จากมือถือในมือแทน

        "ฮานะเป็นใคร นายเล่าเรื่องครอบครัวของนายให้ฟังมั่งเดะ"

        "ทำไมเราต้องเล่า นายอย่ามายุ่งกับครอบครัวของเรา...ฮานะเกิดเดือนเมษาเลยชื่อฮานะ ชอบดูหนังเรื่องแฟนฉัน แบบว่านั่งดูได้ทั้งวัน"

        "ขอคุยด้วยเดะ วิดีโอคอลหน่อยเด๊ะ ฮานะ! นี่คือว่าที่พี่เขยในอนาคตนะครับ!"กำแพงตะโกนใส่โทรศัพท์มือถือ

        "เฮ้ย!"มิเกลปัดมือกำแพงออกจากมือถือ

        "หนอยหนอย เดี๋ยวเหอะนาย มากไปแล้ว"

กำแพงกดคางลงกับไหล่บาง ไม่ฟังเสียงดุของคนข้างๆ กอดร่างน้อยแนบแผ่นอกแน่น

        "อย่ามายุ่ง!"

        "ไม่ให้ยุ่ง แต่นายยอมให้เรากอด"

        "นายมันไอ้หื่นชอบฉวยโอกาสมากกว่า ถ้าคืนนั้นนายไม่ตามใจเราที่ไร้สติ มันก็ไม่มีเรื่องอย่างว่าหรอก"

        "คืนนั้นเรา เอ่อ เราไม่ได้ตั้งใจ ก็นายไม่ยอมอ่านหนังสือ"

        "หืม นายไม่ได้ตั้งใจ"มิเกลมองด้วยหางตา

        "ใช่ แต่คืนนี้เราตั้งใจ"กำแพงจู่โจมจูบกระหน่ำ ทำเอามิเกลตั้งตัวไม่ทัน ใจสั่นหงึกๆ

        "เฮ้ย! นายกลัวเราเหรอมิเกล แต่อาการตัวสั่นของนายมันก็น่าน่าเอ็นดูเอาการเลยอะ"เส้นผมกระด้างจากการทำสีของมิเกลถูกกำแพงลูบเล่น

         "ทำไมอะ นายบอกเราได้มั้ย นายกลัวเราทำไม"นิ้วมือบีบคางเรียวเบาๆ ขอคำตอบ มิเกลแสดงทีท่าหวาดกลัวตอบกลับไปอย่างไม่ตั้งใจ

        "เออ นายกลัวเราจริงแฮะ"

        เปล่า ไม่เลย เราไม่เคยหวาดกลัวนาย แค่เราอยู่ใกล้นายแล้วเราอยากละลาย จูบของนายมันทำให้เราทรุดฮวบ ควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้

        "มิเกล...นายลองเป็นฝ่ายกระทำเราสิ เผื่ออาการขี้กลัวของนายจะหายขาด"กำแพงซุกหน้ากับซอกคอขาว ปลายลิ้นซุกซนเริ่มหาอะไรทำ

        "เฮ้ย!...เราจะกลับบ้าน"มิเกลรีบดึงตัวเองออกจากกำแพงก่อนจะเตลิด

        "เราต้องไปแล้ว ดึกแล้ว"

        "ความรักก็เหมือนรถเมล์ ถ้าไม่อยากให้มันเกเร รีบโบก"

        "อะไรของนายอะกำแพง"

         "เราหมายถึงถ้าไม่รีบโบกรถเมล์ก็ไม่จอดป้ายเดะ แล้วก็คืนนี้เราไม่ให้นายกลับไง นายต้องนอนที่นี่"กำแพงดึงตัวมิเกลกลับมาที่เดิม

        "กำแพง! เราแค่มาขอคำปรึกษาเรื่องเรียน ไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องบนเตียง"

        "มิเกลเรามีอะไรจะบอก"

        "อะไร! ถ้าเรื่องอย่างว่านายอย่าฝัน"

        "เราชอบที่นายจับก้นเรา ตอนที่เรามีอะไรกัน แต่เราไม่ชอบให้นายจิกข่วน แค่นายลูบๆ คลำๆ ก็พอ เราอยากจะบอกว่า เราแสบตูด! จริงๆ"

       ตุ้บ! ตั้บ!

มิเกลรัวกำปั้นใส่กำแพงไม่ยั้ง ถีบตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของกำแพง คว้าเป้กับคอนเวิร์ส ดิ่งไปที่ประตู ปิดประตูห้องเสียงดังปัง! กำแพงเดินตามไปที่ประตูรู้ว่ามิเกลกำลังแกะเชือกรองเท้าที่พันกันยุ่ง ผลักประตูยื่นหน้าออกมา

       "มิเกล...เราชอบเสียงครางของนายอะ"

มิเกลเอามือยันหน้ากำแพงสุดแรง ปิดประตูห้อง รีบวิ่งไปที่ลิฟท์"ไปตายซะ!"

        โครม!

        "เฮ้ย! กำแพง เสียงโครมนั่นเดาว่าไม่น่าใช่เสียงปิดประตู"

มิเกลรีบวิ่งกลับไปดูอาการกำแพง เมื่อประตูห้องถูกเปิด ภาพที่เห็นเป็นภาพกลับหัว กำแพงคว้าตัวมิเกลขึ้นพาดบ่า ไหล่กว้างแบกร่างไซส์สกินนี่ไปวางไว้บนเตียง

       "นายอย่าเพิ่งปล้ำ เรายังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย!"มิเกลอ้าปากค้าง เมื่อกำแพงทิ้งทั้งตัวลงมาสบตาในระยะหวังผล แต่แขนสองข้างคงยังยันเตียงไว้

        "นายไม่ต้องยิงไกล เพราะมันไม่มีทางตุงตาข่าย"มิเกลรีบหลับตาปี๋ก่อนติดกับดัก

        "ถ้านายถอดรองเท้า แล้วเราปล้ำนายได้ใช่เปล่า"

        "ม่ายยย!"

ปลายนิ้วชี้ของกำแพงเขี่ยเส้นผมสะเปะสะปะออก โน้มตัวลงจูบเบาๆ บนหน้าผาก

        "ทำได้ เราก็ไม่ทำนายหรอก ถ้านายไม่เต็มใจให้ทำ เราก็แค่อยากจะไปส่งนายที่บ้านเท่านั้นเอง"

มิเกลค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้าง ใบหน้าของกำแพงลอยอยู่ตรงหน้า เงาสะท้อนภาพของตัวเองอยู่ในแววตาของกำแพง ค่อยๆ เลื่อนระดับสายตาลงมาที่แผงอก มิเกลใจเต้นตึกตักทุกครั้ง เมื่อกำแพงหลั่งฟีโรมึน

        "คำเตือน ฟีโรโมน เป็นเคมีที่ทำให้มีอาการมึนได้"

         "หืม นายว่าอะไรนะ"

        จ๊อก!

        "ฮะๆ! หิวเลยเหรอครับเมี้ยว ไม่เสียแรงที่เล่นกับเรา ป่ะ กลับบ้านกัน แต่ก่อนส่งนายถึงบ้าน ต้องแวะกินอะไรรอบดึกกันก่อน"กำแพงยันตัวขึ้นจากเตียง ส่งมือให้มิเกลดึงตัวเองขึ้นมานั่งบนที่นอนนุ่ม

        "นายมันก็ดื้อวันยังค่ำ"กำแพงลูบผมสีดำสนิทเล่น

        "แต่นายก็น่าเอ็นดูทุกวัน"

มิเกลค้อนความเอ็นดูของกำแพง"ไม่ต้องมาทำเป็นเอ็นดู เราไม่ใช่เด็ก เรารู้ว่านายคิดอะไรอยู่"

        "ง่ะ ตั้งแต่ยังไม่คบกันยันคบกัน นายรู้ใจเราอีกแล้ว"

        "นายไปตายซะ"





        มิเกลลุกพึ่บจากเตียง วิ่งหนีกำแพง วิ่งทิ้งห่าง นำกำแพงไปหลายช่วงตัว ไม่ปล่อยให้ระยะก้ำกึ่ง กำแพงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมิเกลบนถนนเลียบหาดเส้นเดิมยามดึก มีต้นสนยืนเรียงแถวทะมึนประกอบฉาก ดวงจันทร์หายวับเข้ากลีบเมฆ ทิ้งไว้เพียงดาวดวงเดียวที่มองลงมายังผิวน้ำทะเล แสงดาวในคืนเดือนดับตกกระทบต่อภาวะเดียวดายได้เป็นอย่างดี
        มิเกลหยุดวิ่ง โน้มตัวลงเท้าแขนกับเข่า มองเม็ดเหงื่อหยดจากปลายจมูก เมื่อกำแพงวิ่งแซงตรงป่าสน

         "ถึงสิ่งที่เราเลือกเรียนจะไม่สามารถสร้างรายได้อย่างมหึม แต่เราก็ไม่อยากแต่งงานกับอาชีพที่เราไม่ถนัด เพราะเราไม่อยากปวดใจถ้าเราต้องทนทำงานที่เราไม่ได้รักไปเกือบทั้งชีวิต แต่เราอยากแต่งงานกับนายนะกำแพง ถ้า...นายอาจจะเป็นคู่ชีวิตให้เราได้"มิเกลงึมงำแข่งกับเสียงคลื่น

        "วู้ว! มิเกล! นายแพ้แล้ว ชุดทักซิโด้สีขาว และชุดเจ้าสาวสีดำ กำลังรอพวกเราอยู่ นายเตรียมตัวเสียสาว!"

มิเกลตะโกนตอบกลับ"มีน้ำใจนักกีฬาหน่อย! ในฐานะที่นายเป็นผู้ชนะ นายห้ามเสียดสี!"
        

        

        
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

8 ความคิดเห็น