Vanilla Cola

ตอนที่ 26 : เราและนาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

        "ลมทะเลพัดพากลิ่นพิซซ่าโชยมาเตะจมูก มันเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน แต่เหมือนมันนานแสนนาน คืนวันของเรากับพิซซ่าถาดนั้น รสชาติของมันยังคงติดลิ้น แต่สมุดโน้ตของนายหายไปไหน ทำไมมันไม่วางไว้ที่เดิม"

กำแพงหยุดรำพัน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบกับหู โทรหาเบอร์ที่อยากได้ยินเสียงเจ้าของเลขหมาย





        "ไม่มีสัญญาณตอบรับๆ ไม่จ่ายค่าโทรศัพท์เหรอไงวะ!"กำแพงหยุดกึกความหงุดหงิดเมื่อสายตาสบกับ

        "เมี้ยว! นั่นนาย นี่หว่า"
กำแพงยัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าหลังกางเกงยีนส์  ใจเต้นแรงกับภาพแมวตัวน้อยสูง 168 cm ที่กำลังบีบหัวใจ ตอนนี้มิเกลอยู่ตรงหน้า นั่งมองทะเล ในมือถือสมุดโน้ตเล่มนั้น

        "นั่นมันสมุดโน้ตของนาย ที่กำลังจะกลายเป็นของเรา"

        "หือ"มิเกลตอบรับเสียงงึมงำของกำแพง

        "ทำไมโทรไปไม่รับ"

        "เล่นตัวมั้ง"มิเกลก้มหน้าก้มตา ตอบคำถามทีเล่นทีจริง สายตาจ้องมองรองเท้าผ้าใบคู่คุ้นๆ ที่เจ้าของร่างสูงโปร่งพามันมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

        นี่มันคอนเวิร์สคู่เซอของเรา นายยังคงใช้มัน

        "คอนเวิร์สมันขาดเหวอะขนาดอ้าปากค้างแล้ว ว่างๆ นายก็พามันไปหาหมอฟันมั่งก็ได้นะ"

        "หืม..."กำแพงสบตากับมิเกลที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี

        "เปล่า ไม่มีอะไร เราก็แค่มีเรื่องกวนนาย ไม่ใช่สิ จริงๆ แค่อยากจะขอคำปรึกษามากกว่า นายพอจะเสียเวลากับเราได้เปล่า"

        "เราก็มีเรื่องอยากจะคุยกับนาย"กำแพงสบตาคนตรงหน้า

        มิเกล เราก็แค่อยากให้นายอ่านสายตาเราออก อยากให้นายมองตาเราแล้วรู้ใจว่าเราคิดอะไรกับนาย

        "อือ"

        "งั้นเราไปเปลี่ยนรองเท้าแพล็บ เอาคอนเวิร์สนายไปเก็บในล็อคเกอร์ก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยพามันไปพบทันตแพทย์"






มิเกลเปิดโอกาสให้กำแพงพูดเรื่องของตัวเองก่อน ระหว่างทางเดินกลับคอนโดบนถนนเลียบหาดเส้นเดิม

        ตึกตัก!

        ตึกตัก!

เสียงฝีเท้าสลับกับเสียงเดินลากเท้าเพื่อท้าทายความสึกของส้นรองเท้า

        ตึกตักๆ!

มิเกลหันมองหน้าคนที่เดินอยู่ข้างๆ

        นี่มันเสียงตึกตักจากรองเท้า หรือว่าเสียงหัวใจของนาย ที่มันเต้นดังตึกตัก...ตึกตัก

มิเกลละสายตาจากการสบตา รีบหันหน้าหนี ปล่อยยิ้มเต็มที่กับเหล็กดัดฟันในปาก

        เมื่อกี้กำแพงขอคบกับเรา

มิเกลหันกลับมาสบตากำแพงอีกครั้ง กำแพงรีบหันหน้าหนี

        เมื่อกี้ใจมันเต้นตึกตักๆ มิเกลจะได้ยินเสียงหัวใจของเราหรือเปล่าวะ

        "มิเกล!"
        "กำแพง!"

มิเกลเปิดโอกาสให้กำแพงพูดก่อน เมื่อต่างคนต่างเรียกชื่อของกันและกันขึ้นมาพร้อมกัน

        "แต่มีข้อแม้ว่านายห้ามให้ใครรู้ว่าเราคบกัน"

        "ทำไม"

        "แล้วนายจะคบกับเราหรือเปล่าล่ะ ขอเป็นคำตอบที่ชัดเจน"

        "เราตอบไปแล้ว"

        "ฮะ! ไหนนายพูดอีกทีซิ เหมือนนายจะพูดคำนั้นไม่ชัด เพราะเหล็กดัดฟันใช่มั้ย"

        "อือ ใช่ เราควรคบกันก่อน จากนั้นค่อยแต่งงาน แล้วค่อย...มีอะไรกัน..."มิเกลหยุดประโยคนั้นไว้ที่อืม

        "หืม ทำไมล่ะ เรากำลังตั้งใจฟังเลย"

        "อืม เราสองคนไม่น่าจะไปถึงขั้นนั้นก่อน เราไม่น่าข้ามขั้นตอนมาซะไกล แต่เราก็ทำไปแล้ว"

        "แต่มันก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ในเมื่อพวกเรายังวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัย"

        "ทำไมถึงยังวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัยล่ะ ในเมื่อ..."

        "ก็นายมันความสูงแค่นั้น ขาสั้นเหมือนเต่าจะวิ่งเข้าเส้นชัยเมื่อไหร่ล่ะครับ แบบว่ากระต่ายหลับไปหลายตื่นแล้ว นายก็ยังวิ่งมาไม่ถึง"

        "หนอยหนอย นายอย่ามาพูดจาดูถูกความสูงของเรา"มิเกลชกเบาๆ ไปที่แขนกำแพง

        "หมัดของนายทำอะไรเราไม่ได้หรอก"

        "กำแพง"

        "หืม"กำแพงส่งยิ้มตาเยิ้ม

        "ถ้าเราแต่งงานกันในโบสถ์ เราอยากรู้ว่าระหว่างนายกับเราใครจะเป็นเจ้าสาว"

        "ฮะๆ!"กำแพงปล่อยเสียงหัวเราะดังแข่งกับเสียงคลื่นบนถนนเลียบหาด

        "เราจริงจังนะ ตอบมาตอนนี้เลย"มิเกลจ้องเขม็ง กำแพงจับหัวมิเกลเขย่าเล่นเบาๆ

        "เรามาวิ่งแข่งกัน ถ้าใครแพ้ คนนั้นจะเป็นเจ้าสาว"

        "โธ่! นายอย่าเล่นแรงเดะ นายเป็นนักกีฬาดีเด่น แถมนายวิ่งทุกวัน เราไม่แพ้ก็ไม่ใช่ละ"มิเกลตัดพ้อรู้สึกท้อแท้

        "นายอย่าลืมสิครับว่านายก็เป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อของสถาบัน"กำแพงเขย่าหัวมิเกล

        "สู้สิครับคุณเมี้ยว"

        "ก็ได้ แต่นายต้องต่อให้เราก่อน ถ้านายไม่ต่อให้ เราไม่แข่ง"

        "โอเคครับ รับทราบ"

มิเกลทำหน้าสงสัยใส่กำแพงที่ยอมความอย่างว่าง่าย

        "หืม นายยังมีข้อแม้อะไรกับเราอีก"กำแพงจ้องหน้าหาคำตอบ

        "เปล่า ไม่มีอะไร"มิเกลกลืนประโยคที่อยากจะพูดกับกำแพงลงไปในคอ หลังจากนั้นสมองตั้งคำถามที่ไม่ตรงกับใจออกมาจากปาก

        "เราแค่อยากจะถามนายว่า ทำไมนายชอบวิ่ง"

        "วิ่งเป็นกีฬาที่ไม่เรื่องมาก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ประกอบฉาก เราก็แค่วิ่งเหมือนกับเฮียมูของนาย"

มิเกลจ้องรองเท้า NIKE (FLEX EXPERIENCE RN5) ไซส์ 10 ของกำแพง

        "ใช่เหรอ ที่นายว่าไม่มีอุปกรณ์เสริม"

        "มันก็ต้องมีมั่ง อุปกรณ์เสริมกำลังใจในราคาเบาๆ"

        "อือ ก็ได้ งั้นนายสอนเราออกตัวหน่อยเดะ"

        "นายก็แค่..."กำแพงสาธยาย หลังจากที่มิเกลออกจากจุดสตาร์ท

        "เฮ้ย! นายฟาวล์ ปรับแพ้ อย่างนี้ต้องโดนทำโทษ!"

        "ก็นายบอกจะต่อให้! จับเราให้ได้ก่อนเดะแล้วจะยอมให้ทำโทษ!"มิเกลตะโกนบอก

        "ถ้าเราจับนายได้จะจูบไม่ยั้งเลย!"

ต้นสนเอนไหว เมื่อทั้งสองคนวิ่งผ่านป่าสนบนถนนเลียบหาด กับค่ำคืนของแสงไฟฟ้าตามเสาส่องสลัวนัวกับแสงมัวของดวงจันทร์บนแผ่นฟ้าสีหม่น

        "ฟินว่ะ!!!"กำแพงตะโกนบอกป่าสน





        เราไม่ได้วิ่งเพื่อการแข่งขัน แต่เราแค่วิ่งไปด้วยกันบนลู่วิ่งของเราสองคน อะไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะล้มลงคลุกฝุ่น เราจะยื่นมือเข้าไปดึงให้ลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากกางเกง แล้วค่อยวิ่งต่อ เราและนายวิ่งไปบนถนนที่มีเราสองคนวิ่งด้วยกัน

มิเกลหันไปมองกำแพงที่วิ่งตามมาห่างๆ

        กำแพงเมื่อเราคบกันแล้ว นายจะยอมเราง่ายๆ ทุกอย่างเลยเหรอ กำแพงที่แข็งแรง และไม่ยอมใครง่ายๆ นายจะยอมเราได้เหรอ อือ แต่ถ้านายไม่ยอม เราคงต้องยอม เพราะนายทำให้เราชอบเข้าไส้ซะแล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #6 Andy Ryu (@Pigg-hiro-6) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:30

    Error 2016

    #6
    0