Vanilla Cola

ตอนที่ 2 : โรตีสายไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    18 พ.ค. 62

      มิเกลมองต้นไม้ปลายฤดูร้อนภายในสถาบันวานิลลา ยังคงออกดอกสีเหลืองบานเต็มต้น จนกลืนกินใบไม้สีเขียวหมด

      "อืม ดอกไม้สีเหลือง แล้วเราล่ะ สำหรับแม่เราจะเป็นสีอะไร"มิเกลยิ้มมุมปาก

      "ช่างมันเหอะ เพราะเราก็ยังไม่รู้เลยว่า'พ่อ'ของเราเป็นสีอะไร แค่เรามี'คุณย่า'ที่เป็นสีขาวก็พอแล้ว"มิเกลพึมพำ

      "มิเกล!"เอี๊ยมเรียกชื่อเสียงดัง จนกำแพงหันขวับ

      "มิเกล"กำแพงงึมงำ

      "นี่เหรอมิเกล เด็กภาคปกติคู่หูของเรา"

วันนี้วันพุธ เป็นวันหยุดงานของกำแพง ร่างสูงโปร่งขยับเขัาไปใกล้ๆ ร่างน้อยๆ ก่อนหยุดกึกกับประโยคของจี๊ด ที่คุยกันเมื่อวานตอนเบรค



      "กูอยากเจอว่ะมิเกล ชื่อแม่งลูกครึ่งชัดๆ"

       "ไอ้กำแพงมึงอย่าเข้าใจอะไรผิดๆ ไป มันไม่ใช่ลูกครึ่งอย่างแม่มึงหรอกนะ เด็กวรรณกรรมภาคปกติ มันมีโลกส่วนตัวสูง กูขอเตือน มึงควรระวังตัว!"

กำแพงสลัดประโยคของจี๊ดทิ้งไป จ้ำอ้าวก้าวเข้าไปใกล้ จนเกือบถึงตัว มิเกลหันมาสบตาผู้มาเยือน ดึงฮู้ดดี้ออกจากหัวตัวเอง

      "เฮ้ย!"กำแพงอ้าปากค้าง

มิเกลอยู่ในฮู้ดสถาบันสีดำตัดกับผิวสีขาวเหมือนแผ่นแป้ง ผมสีซ่าหริ่ม

      "Spiky Emo Hair แถม Half-And-Half Hair Colors สีสันขนาดนี้ นี่มันโรตีสายไหมชัดๆ!"กำแพงเผลอโพล่งออกมาเสียงดัง

      "ฮะ! นายว่าอะไรนะ ไอ้ลูกหมา!"

      "อ้าว ไอ้ลูกแมว ตัวเล็กเด็กกว่าอย่าทำซ่าสิครับน้อง"

      "มิเกลอย่ามีเรื่อง เขาเป็นเด็กภาคพิเศษ คู่หูของนายนะ"เอี๊ยมดึงแขนเพื่อนสนิท

      "ม่าย! ใครเป็นน้องนาย เราไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีพี่ไม่มีน้อง เป็นลูกคนเดียวโว้ย!"

      "อ๋อ เหรอครับ งั้นน้องก็ค่อนข้างเป็นเด็กมีปัญหานะครับ ถึงว่าทรงผมมันแหลมคมทิ่มแทงได้ขนาดนี้ โอ๊ย! ตะปูตำเข้าลูกตา"

     "ไอ้บ้า! บอกว่าอย่ามาเรียกเราว่าน้อง นายมาทางไหนไปทางนั้นเลย!"มิเกลตวาดลั่น

     "ยังไม่ไปไหน จนกว่าจะหายสงสัย ชื่อมิเกล นายเป็นลูกครึ่งเหรอ"

     "คนไทยโว้ย!"มิเกลทำเสียงกวน

     "ทำไม! คนไทยชื่อเป็นภาษาต่างประเทศไม่มีเหรอในประเทศไทยอะ"

     "อืม มันก็มีละนะ แต่ผู้ชายที่กันคิ้วบางเฉียบ กรีดขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้า แถมทาเล็บสีดำทุกนิ้ว เหมือนหลุดออกมาจากฮาราจุกุ มันไม่ค่อยมีหรอกนะใน
ประเทศไทย"กำแพงขำคิกก้มลงสัมผัสเส้นผมสีชมพู ม่วง พาสเทล มิเกลปัดมือกำแพงออกอย่างแรง

      "อย่ามายุ่ง!"

      "นายรู้เปล่า ผู้ชายที่แต่งหน้าทาปาก กรีดขอบตาทาเล็บ ถ้าไม่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ก็คงเป็นอย่างว่า"กำแพงรู้สึกสนุกที่ยั่วให้มิเกลยิ่งโมโห

       "นายอยากลองมั้ย เดี๋ยวจัดให้" กำแพงยักไหล่ แล้วพร้อมเดินจากไป แต่มิเกลรีบดึงชายเสื้อกำแพงเอาไว้

      "เดี๋ยวสิ! นายอย่าเพิ่งไป เรามีของฝากให้นายด้วย"กำแพงหันขวับกลับมายิ้มยียวน

       "หืม อะไรเหรอครับ"

       แควก!

      "โอ๊ย!"






       กำแพงมองรอยเล็บบนใบหน้า หลังจากที่โกนหนวดเกลี้ยงเกลา

      "โดนใบมีดโกนแทะเนื้อตอนโกนหนวดยังไม่แสบเท่าเล็บมัน ไอ้โรตีสายไหมรสแซบ ทำกูแสบมาก เห็นตัวน้อยๆ อย่างนั้น แต่ดันคลั่งเหมือนกับแมวบ้า สักวันหนึ่งต้องจับมันไปฉีดยาให้ได้ ฮึ่ม! ฝากไว้ก่อนเหอะไอ้เมี้ยววว!"

      เมี้ยว!

เสียงหมูทอดขานรับ สมน้ำหน้ารอยข่วนที่เหมือนโดนแมวเล่นงานบนใบหน้ากำแพง






      "เป็นไงล่ะ เด็กภาคปกติ มันไม่ปกติใช่มั้ย ลูกครึ่งของมึง ครึ่งคนครึ่งแมว ฮะๆ! โดนแมวชื่อมิเกลข่วน"จี๊ดหัวเราะรอยเล็บบนใบหน้ากำแพง

      "เออ! รอยเล็บของมันแสบเข้าไส้ แล้วมึงก็หยุดหัวเราะเยาะกูได้แล้วไอ้จี๊ด"กำแพงกำมีดในมือสองข้าง สับหมูกับเขียงเสียงดังโป๊กๆ

      "ไข่เจียวหมูสับได้แล้วครับ ต้มยำกุ้งรสชาตินุ่มนวลชวนชิมพร้อมเสิร์ฟครับ ทำทุกอย่างตั้งแต่สับยันเสิร์ฟ"กำแพงบ่นอุบอิบ

      "มึงหยุดบ่นเหอะไอ้กำแพง กูโคตรรำคาญ เดี๋ยวก็ได้เบรคแล้ว"

      "เออ เบรคแล้วกูขอไปอ่านหนังสือดีกว่า แก้เครียด ขี้เกียจนั่งดมควันบุหรี่มึง"






      เมื่อมาถึงร้านอาหารไทยวานิลลาเฟลเวอร์ เพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ของมิกิกับมิกกี้ก็โบกไม้โบกมือให้นั่งประจำโต๊ะที่จองไว้แล้ว

      "เอี๊ยมนายรู้มั้ย เจ้กิกับเฮียกี้ฝากช่อดอกไม้เยอะมากไว้กับเรา แล้วก็ไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ทิ้งเราเอาไว้ให้น้อยใจเล่น วันรับปริญญาทั้งที เราก็อยากแสดงความยินดีมั่ง อยากถ่ายรูปมั่ง แต่นี่เราไปในฐานะอะไรกันแน่ คนช่วยถือของ หรือว่าน้องชาย"มิเกลบ่นอุบกับเอี๊ยม

      "ว้าว! น้องชายเหรอมิกิ น่ารัก น่าหยิกจัง"เพื่อนๆ ผู้หญิงกลุ่มใหญ่เข้ามารุมมิเกลกับเอี๊ยม

      "ขอหอมแก้มได้มั้ย"

      "เฮ้ย! ไม่ได้นะครับ ผมเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว!"

มิเกลหน้าแดงรีบดึงเอี๊ยมออกมาจากดงสาวๆ แล้วขอตัวไปอ่านหนังสือที่ร้านกลิ่นวานิลลาฝั่งตรงข้าม ระหว่างรอสั่งอาหาร






      "ร้านหนังสือกลิ่นวานิลลาสวัสดีค่ะ"เชียร์ยิ้มต้อนรับลูกค้าที่เดินผ่านประตูเข้ามาภายในร้าน

      "เชียร์เราพลาดไปซื้อหนังสือร้านทางผ่าน ดูดิหนังสือมือหนึ่งอย่างกับหนังสือมือสอง แทนที่จะซื้อร้านประจำ เราเกือบลืมกลิ่นวานิลลาไปได้ยังไงเนี่ย"

      ติ๊ด!

เวเฟอร์ยื่นหน้าเข้ามาที่เคาเตอร์ ส่งหนังสือให้เชียร์สแกนบาร์โค้ด เชียร์ยิ้มให้เวเฟอร์ กระซิบเสียงเบา

      "แต่เวเฟอร์ก็ยังไม่ลืมกลิ่นวานิลลา แค่เกือบลืม...สวัสดีค่ะ! กลิ่นวานิลลายินดีต้อนรับค่ะ หนังสือเสิร์ฟร้อนจากเตา กลิ่นหอมกรุ่น ซีลทุกเล่มเพื่อความสดใหม่ ก่อนส่งตรงถึงมือคุณจากใจของเรา มีหนังสือตัวอย่างให้ทดลองอ่านนะคะ ต้องการเล่มไหนแจ้งกับพนักงานค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกนะคะ บริการห่อปกหนังสือ เชิญที่เคาเตอร์แคชเชียร์ค่ะ"เชียร์กล่าวยืดยาวเสียงดังฟังชัด

      "แหม ก็บริการดีขนาดนี้ เราถึงต้องซื้อแล้วซื้ออีกไง เชียร์ต้องพูดประโยคยาวเหยียดแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ"เวเฟอร์เท้าแขนกับเคาเตอร์

      "ใช่ เพราะงานของเราคือบริการที่จะประทับอยู่ในใจคุณ"เชียร์ยิ้มกว้างทำเอาเวเฟอร์หัวเราะคิกคัก

      "อ่ะ เสร็จแล้ว"เชียร์ใส่หนังสือที่เพิ่งห่อปกเสร็จลงถุงส่งคืนลูกค้าคนสำคัญ

      "กลิ่นวานิลลา ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ"

เวเฟอร์หัวเราะคิกอีกครั้ง ชี้มือไปที่เชลฟ์

      "สองคนนั้นก็มาด้วย คงอีกนาน"เชียร์ยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย

      "งั้นเรากลับแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้ บ๊ายบายเชียร์"

      "ร้านหนังสือกลิ่นวานิลลา ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ"เชียร์เดินไปส่งเวเฟอร์ถึงหน้าประตูร้านด้วยประโยคขอบคุณลูกค้า






      เหมือนพายุหมุนเคลื่อนผ่าน มิเกลรู้สึกถึงพลังงานเหลือเฟือของคนที่เดินผ่าน แถมยังพกพากลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกมาด้วย แล้วกลิ่นน้ำหอมก็ค่อยๆ จางหาย
กำแพงชะงักฝีเท้า หยุดมองใครบางคน

      "นายนั่นเอง ไอ้แสบโรตีสายไหม"

มิเกลได้กลิ่นน้ำหอมอีกครั้ง กลิ่นคุ้นเคยใกล้เข้ามาเหมือนกับอยู่ด้านหลังนี่เอง แต่มิเกลไม่ใส่ใจ เพราะยังไงก็สู้กลิ่นหอมของหนังสือไม่ได้

      ฟืด!

มิเกลสูดกลิ่นหนังสือเข้าไปเต็มๆ ปอด

      "อ้า! หอม!"

เอี๊ยมส่ายหัวดุกดิกกับอาการชอบดมหนังสือจนออกนอกหน้าของมิเกล

      "มิเกล แม้แต่ในที่สาธารณะนายก็ไม่ละเว้น"

มิเกลยังคงสูดดมหนังสือต่อไป ไม่ใส่ใจประโยคของเพื่อนสนิท มันไม่ใช่สิ่งผิดปกติสำหรับเอี๊ยม แต่มันเป็นสิ่งผิดปกติสำหรับคนรอบข้างใสขณะนี้

      "ไอ้แสบนี่มันโอตาคุ หลุดมาจากฮาราจุกุชัดๆ หลงใหลคลั่งไคล้ ขนาดจะเข้าไปสิงสู่อยู่ในหนังสือการ์ตูน"เสียงงึมงำของกำแพงดังพอที่จะทำให้เอี๊ยมได้ยิน

      "ชู่ว!"กำแพงยกนิ้วชี้ขึ้นทาบปาก เอี๊ยมหลีกทางให้แต่โดยดี

มิเกลวางหนังสือการ์ตูนไว้ที่เดิม เมื่อเตะตากับหนังสือท่องเที่ยวเชลฟ์บนสุด

      "เอี๊ยมมีแต่หนังสือท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างนี้เราคงทำรายงานลำบากแย่เลย"มิเกลบ่นอุบ เขย่งสุดความสูงเอื้อมหยิบหนังสือบนเชลฟ์

      "อุปสรรคของเราคือหาหนังสือท่องเที่ยวในประเทศดีๆ ไม่ได้สักที ฮึ๊บ ว้าก!"มิเกลทำได้แค่แตะสุดปลายนิ้วเท่านั้น หนังสือบนเชลฟ์กำลังจะหล่นลงมา

      "เฮ้ย!"มีมือยื่นมาคว้าไว้ได้ทันจากด้านหลัง

      "ฮู่ว!"มิเกลถอนหายใจเฮือกใหญ่โล่งอกไปที

      "อุปสรรคของนายคือความสูงมากกว่ามั้ง"เจ้าของประโยคเชือดเฉือนยิ้มยียวน

มิเกลยืนตัวแข็ง กำหมัดแน่น อยากจะชกหน้าเจ้าของคำพูดไม่ถนอมความรู้สึก ร่างน้อยๆ กัดฟันกรอด พ่นประโยคเล็ดลอดผ่านเหล็กดัดฟัน

      "นายอย่ามายุ่งกับความสูงของเรา"

      "ฮะๆ! เตี้ยแล้วพาล อากาศข้างล่างเป็นไงบ้างล่ะ"

      "หนอยหนอย ไอ้ดอทดอทดอท ปากเสีย"มิเกลด่ากำแพงด้วยคำหยาบคายที่สุดจนต้องเซ็นเซอร์

      "ที่เราเตี้ย เราก็มีเหตุผลของเรา"

มิเกลหันหลังกลับไปเจอกับแผ่นอกกว้างของกำแพง ตัวอักษรภาษาอังกฤษสีดำในกรอบสีเงินของป้ายชื่อพนักงานเตะตามิเกลเข้าอย่างจัง

      Kampang P.

      กำแพง 

      มิเกลทวนชื่อนั้นในใจ



      "กำแพง!"มิเกลกระแทกเสียงแหบแตกๆ ใส่หน้ากำแพง

      "หือ เรียกทำไม นายอย่าเรียกชื่อเราด้วยน้ำเสียงฮอร์โมนพลุ่งพล่านอย่างนั้น เดี๋ยวเรามีอารมณ์นะ"

      "นายชื่อกำแพง ส่วนตัวอักษรพีย่อมาจากนามสกุล"

      "ช่าย"

      "อืม ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ"

      "ก็กำแพง นักกีฬาเซปักตระกร้อดีเด่นไง ดังใช่มั้ยล่ะ"

      "อือใช่ เคยได้ยินชื่อนี้บ่อยมากในวงการเซปักตะกร้อ แต่ไม่รู้ว่าไอ้กำแพงมันหน้าตาเป็นยังไง ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น"

      "อ้าว ซะงั้น"กำแพงเกาหัวแกรกยังคงยิ้มกวน

      กำแพงเหรอ เป็นมันนี่เองที่จับเราส่งตำรวจ ทำให้เราต้องติดคุก และที่แย่กว่านั้น มันทำให้คุณย่าต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะมัน! มันต้องชดใช้ มิเกลฮึ่มในใจ ยืนนิ่งคิดไปไกลถึงแผนการแก้แค้น

กำแพงจ้องหน้ามิเกลทีเผลอ เมื่อมิเกลกำลังมีอาการเหม่อลอย ดวงตากลมโต ไม่แหลมคมไร้เส้นกรีดทับที่ลวงตา ใบหน้าขาวใสรับกับคางเรียวจัดว่าน่ามองเชียว

      หือ เนเจอร์ขนาดนี้ นายนี่มันขาดความมั่นใจในตัวเองจริงๆ แค่คำพูดของคนที่นายเกลียดอย่างกับขี้ไม่กี่คำ ทำให้นายต้องโมหน้าตัวเองใหม่เลย เฮ้ย! แล้วทำไมเราต้องเอาตัวเองไปเปรียบกับขี้ด้วยวะ เหอ เหอ เผลอไปว่ะ

กลิ่นน้ำหอมคุ้นๆ สะกิดให้มิเกลสบตากำแพงที่กำลังจ้องหน้าตัวเองอยู่

      ฮะ! กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้มันกลิ่นเดียวกับแฟนของเฮียกี้ นี่มันน้ำหอมของผู้หญิง แล้วทำไมไอ้บ้านี่ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ อ๊ะ! นั่นสิไอ้กำแพงมันเป็น...

      "มองอะไร!"

      "แล้วนายล่ะ มองอะไร แอบปลื้มความสูงของเราอยู่ใช่มั้ย หรือไม่ก็อยากทำเรื่องอย่างว่า"กำแพงแกล้งทำตาเยิ้ม

      "ไอ้หื่น! ไปให้พ้นเลย อย่ามายุ่ง"มิเกลรีบวิ่งหนีกลับมาที่ร้านอาหารไทย






      "ต้มยำกุ้งรสชาตินุ่มๆ เมนูแนะนำของร้านมาแล้วครับ"กำแพงยกอาหารมาเสิร์ฟตรงหน้า

      "น้องเซอเหมือนซันนี่ อยากได้พี่เป็นเพื่อนสนิทมั้ย"

เสียงมิกิแซว ตามด้วยเสียงวี้ดวิ้วผิวปากของผองเพื่อน กำแพงอมยิ้ม มิเกลนั่งหน้างอหงิกไม่สนุกกับมุกตลก กำแพงหายเข้าไปหลังร้าน เปลี่ยนจากเสิร์ฟอาหารมาเช็ดกระจกนอกร้าน

     ก๊อกๆ!

มิเกลหันไปตามเสียงเคาะ กำแพงฉีดน้ำยาเช็ดกระจกใส่หน้ามิเกลจนละอองฟองแตกกระจายบนกระจกบานใส มิเกลสะดุ้งโหยงตกใจ แต่ไม่ลืมแลบลิ้นให้กำแพง ร่างสูงโปร่งหัวเราะชอบใจหันไปเช็ดกระจกต่อ มิเกลเผลอตัวมองตามกำแพง

      ดูๆ ไป นายก็หล่อดี น่าอิจฉาความสูงของนาย เกย์นี่มันเท่ชะมัด!
 
มิเกลมองกำแพงเพลินผ่านกระจกร้าน ระหว่างนั้นจี๊ดเข้ามาสมทบช่วยกันเช็ดกระจก แล้วจู่ๆ กำแพงก็นึกอยากจะเล่นอะไรแผลงๆ แกล้งมิเกลขึ้นมา

      "ไอ้จี๊ด มึงช่วยจูบกูที"กำแพงกระซิบ

      "มึงเสี้ยนขนาดนั้นเลยเหรอวะ ถุย! กูไม่เอานะโว้ย จูบแรกของมึง"

      "เปล่าๆ กูแค่จะแกล้งไอ้แสบโรตีสายไหมที่นั่งอยู่ในร้านนั่น มันเข้าใจว่ากูเป็นเกย์"กำแพงยักคิ้วให้มิเกล

      "มึงก็แค่บังแบบในหนังไทยเดะวะ แม่งจูบกันอย่างดูดดื่ม"

กำแพงหันหลังกลับ ผลักจี๊ดเข้ากำแพง ละเลงจูบปลอมๆ มิเกลอ้าปากค้าง เอามือปิดตา






      หลังจากที่มิกิกับมิกกี้กลับไปแล้ว มิเกลกับเอี๊ยมขอตัวไปอ่านหนังสือในร้านกลิ่นวานิลลาต่อ แต่ก่อนออกจากร้านอาหารไทยวานิลลา เฟลเวอร์ มิเกลคุยเสียงเข้มกับผู้จัดการหน่อยที่นั่งอยู่หน้าเคาเตอร์ แล้วรีบย้ายตัวเองมายังร้านหนังสือฝั่งตรงข้าม
      มิเกลต่อยอดความต้องการของตัวเองด้วยหนังสือเพิ่มเติมอีกสองสามเล่ม ที่บอกกับตัวเองไว้ว่าจะยังไม่ซื้อในวันนี้ แต่ก็เผลอหิ้วติดมือมาจนได้ มิเกลกับเอี๊ยมยังคงเดินเรื่อยเปื่อยในซูเปอร์มาเก็ต สายตามิเกลสะดุดกับมุมผ้าขนหนู

      "เฮ้ย! ผ้าขนหนูลาย Big Hero 6 ลิขสิทธิ์จากดิสนีย์ เหลือผืนสุดท้ายพอดี"มิเกลรีบปรี่เข้าไปคว้าไว้ แต่ไม่ทัน มีมือดีมาคว้ามันไปก่อน

      "ว่าไงครับ ไอ้โรตีสายไหม"ประโยคที่ฟังแล้วไม่เข้าหู แต่ได้ยินชัดเจนดังขึ้น

      "ไอ้บ้า! เอาคืนมานะ!"มิเกลกระชากผ้าขนหนูกลับมา

      "ลูกค้าคอมเพลน คือนายใช่มั้ย"

      "ใช่! ก็สั่งหมูทอดไปตั้งนานแล้ว ไม่ได้กินสักที จะกินวันนี้โว้ย ไม่ใช่กินพรุ่งนี้"

      "บังเอิญจังเลยที่เราดันชอบหมูทอดเหมือนกัน ก็นะ อยากจะกินของดีๆ ก็ต้องรอสิวะ!"กำแพงกระชากผ้าขนหนูกลับไป

      "ไอ้หื่นเอาคืนมานะโว้ย!"มิเกลดึงผ้าขนหนูกลับมา ไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างยื้อแย่งผ้าขนหนูกันไปมา

      "หยุด! ไม่ต้องแย่งกันค่ะ"พนักงานขายรีบเข้ามาห้ามปราม

      "ผ้าขนหนูผืนนี้มันต้องเป็นของผม เพราะว่าผมมาก่อนก็ต้องได้ก่อนตามคิวเดะ"มิเกลฟ้อง

      "แต่ตอนนี้มันอยู่ในมือใครล่ะ"กำแพงยิ้มร่า แกว่งผ้าขนหนูไปมา

      "ตามกฎแล้ว พนักงานของวานิลลาซูเปอร์มาเก็ต ไม่มีสิทธิ์ซื้อสินค้าตัดหน้าลูกค้า เพราะลูกค้าต้องสำคัญกว่าเสมอ"พนักงานสาวกล่าว

มิเกลชิงคว้าผ้าขนหนูคืนมาจากมือกำแพง ยิ้มเยาะเย้ยอย่างผู้ชนะ






      ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เอี๊ยมเริ่มต้นบทสนทนากับมิเกลด้วยคำถามข้องใจ

      "มิเกล ทำไมนายชอบทะลาะกับพี่กำแพงเหรอ เห็นเจอกันทีไรเป็นต้องมีเรื่องตลอด ดูนายไม่ชอบพี่เขาเอาซะเลย"

      "อืม ไม่รู้เดะ จู่ๆ ก็ไม่ชอบขี้หน้าขึ้นมาเฉยๆ มั้ง"มิเกลตอบคำถามเอี๊ยมไปส่งๆ

      "นายเป็นอะไรของนาย ทำตัวเป็นเด็กไปได้ นายลองคุยกับพี่กำแพงดีๆ มั่ง ยังไงพี่เขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกกับเรา"

     "โลกคู่ขนานมากกว่า คนละซีกโลก กลางวันกับกลางคืน ตื่นกับฝัน"

      "แต่เราชอบพี่เขานะ ปลื้มมากตรงที่เป็นนักกีฬาเซปักตระกร้อดีเด่น เราว่าจะขอลายเซ็นต์ แต่ลืมทุกทีเลย ก็นายนั่นละ มัวแต่ทะเลาะกันอยู่ได้"

      "เอี๊ยมนายอาจจะผิดหวังในตัวพี่กำแพงของนายก็ได้ ถ้านายได้รู้ความจริงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับไอ้หมอนั่น"มิเกลกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อน

      "จริงๆ แล้ว พี่กำแพงของนายอะ อ้อร้ออ้อติ้ง!"






      มิเกลใช้เงินจนหมดภายในวันเดียวจนได้ เผลอซื้อหนังสือหลายเล่ม แถมผ้าขนหนูลายลิขสิทธิ์อีก ร่างน้อยค่อยๆ ย่องเข้าบ้าน ต้องรีบไปอ้อนขอเงินคุณย่า ก่อนที่คุณย่าจะเข้านอน แต่ก่อนผ่านประตูบ้าน มิเกลไม่ลืมที่จะฉกนมกล่องจากตู้แช่ในร้านขายของชำเล็กๆ หน้าบ้าน
      เด็กผู้หญิงวัยประถม ตากลม ผมหน้าม้า ย่องเข้ามาตะปบขามิเกล ตามด้วยเสียงเห่าโฮ่งของสุนัขพันธุ์ชิสุขนฟู มัดจุกผูกโบ ทำเอามิเกลใจหายวาบ

      "ฮานะ!"

      "เฮียเกล!"ฮานะยิ้มกว้างอวดฟันแท้ที่เพิ่งขึ้น

      "เฮียเกลมาพร้อมละครหลังข่าวเลยนะ"

      ละครหลังข่าว ที่มีแต่เรื่องราว ตบตี แย่งสามี แย่งสมบัติ พี่น้องเกลียดชังกัน เราไม่ชอบดูละครหลังข่าวแนวนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เวลาของละครหลังข่าว เป็นเวลาของครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันบนโซฟา อบอุ่นกับอาหารว่างที่วางตรงหน้า
      ม๊ากับป๊า เจ้กิกับเฮียกี้กำลังนั่งดูละครหลังข่าว แล้วก็ฮานะเปิดดีวีดีทิ้งไว้ เหมือนเดิม มันเป็นภาพที่คุ้นชินตาเรา แต่แล้วจู่ๆ ภาพครอบครัวอบอุ่นบนโซฟาก็กำลังจะจางหายไปง่ายๆ เหมือนหมอกตอนเช้า
      นั่นสิ อีกไม่กี่อึดใจครอบครัวนี้จะย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น...เราก็อยากไปตามหาพ่อที่ญี่ปุ่น มันคงไม่ไกลเกินฝันใช่มั้ย

      "เฮียเกลๆ!"ฮานะเสียงแจ๋ว

      "หืม...ฮะ! ว่าไงฮานะ"มิเกลขยี้ตา ตื่นเพราะเสียงปลุกของฮานะ

      "ฮานะอยากอัดผู้ร้ายให้คว่ำเลย อัดมันให้เหมือนจีจ้าในเรื่องช็อกโกแลต"ฮานะหันไปแขวะตัวร้ายในละคร

     "โอ๊ย! เก่าไปแล้ว ฮานะ หนังเรื่องนั้นฮานะยังไม่เกิดเลย ฮานะเป็นเด็กหัวโบราณ"ป๊าแซว

      "ใช่ ฮานะยังเป็นวุ้นอยู่เลย"มิเกลเสริม

      "เป็นวุ้น"ฮานะทวนคำ

      "ฮานะขอเป็นช็อกโกบอลได้มั้ย เพราะฮานะชอบกิน"ทุกคนขำคิกขึ้นมาพร้อมกัน

      "ไม่ว่าจะเป็นจีจ้า ในช็อกโกแลต หรือเจี๊ยบกับน้อยหน่า ในแฟนฉัน บานปลายไปจนถึงดิสนีย์ ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะเก่าแค่ไหน ฮานะจะใช้คำว่าคลาสสิคแทนใช่มั้ย"มิเกลแสดงความคิดเห็น

      "ใช่เลยเฮียเกล จีจ้าไม่เก่า ทำไมฮีโร่ของเราต้องถูกลืม เพราะคำว่าเก่า หรือเอาท์ไม่อินเทรนด์ แต่ฮานะขอใช้คำว่าคลาสสิค"

      "อือใช่ ฮานะดูหนังเก่าๆ เรื่องเดียวได้ทั้งวัน แล้วก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอ ช็อกโกแลต 2 อย่างใจจดใจจ่อ เฮียก็ขอเอาใจช่วยอยู่เงียบๆ นะ"

      "เฮียเกล" ฮานะดึงชายเสื้อมิเกลเอาไว้

      "หือ"

      "งั้นเรามานั่งดูแฟนฉันกันก่อนดีกว่า"

      "ฮะ! ฮานะวันนี้เฮียเห็นเจี๊ยบวิ่งตามน้อยหน่าหลายรอบแล้วนะ ว่าแต่นี่รอบที่เท่าไหร่แล้วล่ะ"

      "ห้าเอง" ฮานะยกมือขึ้นมาชูห้านิ้ว

      "เฮียว่าเจี๊ยบคงเหนื่อยแล้วนะ เรามาดูเรื่องอื่นกันดีมั้ย"

      "ม่าย ฮานะจะดูให้ถึงตอนที่เจี๊ยบวิ่งก่อนจะได้ครบรอบที่ครึ่งโหล"

มิเกลหยิบกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นส่งให้ฮานะ

      "อ่ะ เฮียให้"

ฮานะหยิบหลอดครีมน้ำมันระกำออกมาจากกล่อง ถือพลิกไปพลิกมาในมือ

      "อย่าลืมทาให้เจี๊ยบนะ กล้ามเนื้อคงอักเสบแย่เลย"มิเกลจับหัวฮานะเขย่าเบาๆ หอมแก้มฟอดใหญ่

      "เฮียเกล ฮานะอยากได้ผ้ายืดพันเคล็ดด้วย"

      "หืม"มิเกลจ้องมองเจี๊ยบในจอ

เจี๊ยบจะต้องวิ่งวนอยู่แบบนี้ อีกกี่รอบมันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้อยหน่า แต่มันจะขึ้นอยู่กับฮานะ

      "ฮานะ เฮียขอตัวไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวเฮียมา"มิเกลหาทางเลี่ยงออกมาจากแฟนฉัน

      "เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป เฮียเกลลืมอะไรหรือเปล่า"ฮานะแบมือทวงของ

      "เฮียเกลสัญญาว่าคืนนี้จะเล่านิทานให้ฮานะฟัง แล้วไหนล่ะหนังสือนิทาน"

มิเกลค้นกุกกักในกระเป๋าเป้

      "อ้าว เฮ้ย เฮียไปลืมไว้ที่ไหนหว่า นึกไม่ออกอะ หรือว่าซื้อแล้วลืมหยิบมาด้วย เพราะมัวแต่ทะเลาะกับไอ้หื่น จนทำให้ลืมหนังสือนิทานของฮานะเลย"

    "ไอ้หื่น เป็นใครคะ"ฮานะสงสัย

      "อย่าใส่ใจเลย ชื่อหมาน่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเฮียไปซื้อให้ใหม่พรุ่งนี้"

      "ไม่เป็นไร ฮานะไม่เอาแล้ว ถึงคืนนี้เฮียเกลไม่อ่านนิทานให้ฮานะฟัง ฮานะก็ยังได้ยินเสียงเฮียเกลอยู่ดี ก็เฮียเกลกรนเสียงดังซะขนาดนั้น"

      "อ้าว!"มิเกลหน้าเหวอ

      "ฮะๆ! ฮานะล้อเล่นน่า"

      "ถ้าฮานะไปญี่ปุ่นแล้ว เฮียคงเหงาแย่ ไม่มีใครแหย่ให้หัวเราะ"มิเกลหน้าหงอย

      "โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ ยังไงเราก็สัญญาว่าจะคิดถึงกันเมื่อเรามองก้อนเมฆแล้วนี่"ฮานะชูนิ้วก้อยเล็กๆ ขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยมิเกล

      "ใช่ ไม่ว่าก้อนเมฆจะเป็นรูปทรงอะไรก็ตาม แต่ความคิดถึงของเราจะคงที่"

      "งั้น ฮานะไปนอนนะ ฝันดีเฮียเกล"ฮานะหอมแก้มมิเกลดังฟอด

เป็นอีกคืนที่ทุกคนในบ้าน นอนหลับฝันหวานภายใต้ผ้าห่มอุ่น ยกเว้นมิเกล คืนนี้ทั้งคืนมิเกลนอนพลิกไปพลิกมา คิดถึงแต่วิชาภาษาอังกฤษจนนอนไม่หลับ

      "จะเอายังไงให้สอบผ่าน"มิเกลถอนหายใจเอามือก่ายหน้าผาก

      "เฮ้อ! คืนนี้เราคงไม่มีโอกาสนอนกรนก่ายหมอนข้าง อย่างมีความสุขแล้วสิ ฝันร้ายนะมิเกล"






      "นายกำแพงเธอค่อนข้างว่างมั้ย พอดีเย็นนี้ครูค่อนข้างไม่ว่าง คือครูจะขอยืมตัวมาเป็นติวเตอร์จำเป็นหน่อย ฝากเด็กภาคปกติคนนึง สอบตกแล้วสอบตกอีก นี่แค่สอบเก็บคะแนนเอง ทำเอาครูค่อนข้างเอือมระอา"ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษส่ายหัวไปมา

      "ทำไมต้องเป็นผมครับ"กำแพงเกาหัวแกรก

      "ผมขอเหตุผล"

      "ครูก็ไม่รู้สินะ อืม มันค่อนข้างอธิบายยาก เหมือนกับสถานะความสัมพันธ์เฟซบุ๊ก"

      "ครับ เอ่อ แล้วน้องคนนั้นชื่ออะไรครับ"






      มิเกลฟุบหลับคาโต๊ะ ตะแคงหน้าอ้าปากค้าง

      "ให้ท่องจำศัพท์แค่นี้ทำเป็นเพลีย เฮ้ย! ปากเผยอ เหล็กโผล่ น้ำลายยืดแล้ว"กำแพงแกล้งเอานิ้วแหย่เข้าไปในปากมิเกล

      "ว้าก! ไอ้ดอทดอทดอท"มิเกลลุกขึ้นโวยวาย แล้วลงไปฟุบกับโต๊ะต่อ

      "เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน เซ็งโว้ย!"

      ปึง! 

มิเกลทุบโต๊ะ

      "เย็นวันศุกร์ทั้งที แทนที่จะได้เล่นเกมโต้รุ่ง ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ดันโดนจับเข้าสถานกักกันความสุข บ้าชะมัด!"

      "ก็เพราะนายมันพยายามในเรื่องไร้สาระอะเดะ ผลสอบถึงออกมาเหมือนหวยออกแบบนี้ เฮ้อ! แทงเท่าไหร่ก็ไม่ถูก เอ่อ ว่าแต่ว่าเกมอะไรของนายล่ะ"

      "อย่ามายุ่ง! ไปให้พ้นเลยไอ้หื่น"มิเกลสะบัดประโยคใส่หน้ากำแพง วางคางไว้กับแขน พอดีกับที่ตาเหลือบไปเห็นคนเดินผ่านห้องเรียน

      "ครูหลิวครับ!"

      "หืม"ครูหลิวหันกลับมามองตามเสียงเรียกของลูกศิษย์

มิเกลรีบกระโดดออกไปนอกห้องเรียน กำแพงตามออกมาติดๆ

      "เป็นไงมิเกล ครูได้ข่าวว่าตกวิชาภาษาอังฤษ ขนาดซ่อมแล้ว ยังได้คะแนนน้อยกว่าเดิมอีก อ้าว! มิสเตอร์กำแพงที่ชอบแอบงีบในห้องเรียน แต่เรียนได้ไม่เลว เป็นคนติวให้เหรอ"

      "ครับครูหลิว แล้วผมก็โดนเด็กภาคพิเศษรังแก กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมให้หนีกลับบ้านด้วยครับ"มิเกลฟ้อง

      "ก็นายมันทำตัวน่ารังแกนี่หว่า ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ไม่เชื่องสักที"

      "เฮ้! นายอย่ามาจ้องเป๋งกันเซ่ นายมันพูดภาษาไทยไม่รู้เรื่องเองต่างหาก"มิเกลสวนกลับฉับพลัน

      "เอาน่า อย่าทะเลาะกัน"ครูหลิวยกข้อมือขึ้นดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา

      "เดี๋ยวภาคพิเศษก็จะเริ่มสอน ตอนนี้มันเลยเวลากลับบ้านของภาคปกติแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวันพรุ่งนี้มั่งเหอะ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่าหักโหม เดี๋ยวจะเคล็ดขัดยอกเอา"

      "แต่ครูนนท์ครับ ผมอยากให้สอบซ่อมคราวนี้ผ่านไปด้วยดี ผมมองว่ามันยังพอไหวมันยังไปต่อได้ แต่มิเกลไม่ยอมให้ความร่วมมือ ชอบอ้างโน่นอ้างนี่ เอาเข้าจริงๆ อุปสรรคมันก็คือตัวมิเกลนั่นละครับที่ไม่มีความพยายาม ผมขัดใจ!"มิเกลรีบแอบหลังครูหลิว หลบคำวิพากษ์วิจารณ์ของกำแพง

      "มิเกลก็ลองใช้ความพยายามไล่ต้อนอุปสรรคดูสิ กวดมันให้โกยแน่บ วิ่งหนีหางจุกตูดไปเลย"มิเกลเกือบหลุดขำออกมาทั้งที่ทำหน้าเครียด

     "ครูมีสอนต่อ อ่ะ ก่อนไปฝากไว้ในใจเธอ อยากได้รูปก็ต้องลงมือร่าง อยากได้บ้านก็ต้องสร้างบ้าน อยากได้คำก็ต้องลงมือเขียน"

      "อยากเรียนภาษาอังกฤษเก่ง ก็ต้องเชื่อฟังผู้สอน"กำแพงสอดแทรก
มิเกลค้อนประโยคของกำแพง รีบหันมาหาครูหลิว

      "ครูหลิวครับ ผมไปด้วยครับ"

      "เชิญ ตามสบายเลยคุณลูกศิษย์"

มิเกลวิ่งตามก้าวครูหลิวจนถึงตัว กำแพงมองตามแผ่นหลังลูกศิษย์กับครูเดินเคียงคู่กัน มิเกลหันขวับกลับมาแลบลิ้นให้กำแพง

      แบร่!

      ฮะ! เดี๋ยวเถอะนาย ฝากไว้ก่อนเหอะ ฮึ่ม!






      "เฮียเกล"

      "หือ"

      "เฮียเกลรู้มั้ย ฮานะไม่ชอบเขียนภาษาอังกฤษตัวเขียน แต่ฮานะโดนบังคับให้เขียนตัวเขียนติดกันเป็นพรืด ฮานะอ่านภาษาอังกฤษตัวเขียนไม่ได้ เพราะมันไม่เหมือนกับตัวพิมพ์ในหนังสือเรียน คุณครูบอกว่าถ้าเรียนภาษาอังกฤษกับคุณครู แล้วต้องเขียนตัวเขียนได้ทุกคน ฮานะอยากให้คุณครูบอกว่า ถ้าเรียนกับคุณครูแล้ว ฮานะจะอ่านภาษาอังกฤษออกมากกว่า"

      "อือ ฮานะเฮียก็เคยเป็นแบบนั้น โดนเน้นในสิ่งที่ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษ แต่ฮานะไม่ต้องรู้สึกผิด ถ้าเราจะพูด จะเขียน จะอ่านภาษาอังกฤษไม่ถูก เพราะเราไม่ใช่เจ้าของภาษา เราไม่ได้พูดภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เกิด เราก็แค่ค่อยๆ เติบโตไปกับมัน"ฮานะจ้องมิเกลตั้งใจฟัง

      "ตัวหนังสือตัวเล็กๆ ค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นหนังสือเล่มหนา ก้อนอิฐก้อนเล็กๆ ยังสร้างบ้านได้หลังใหญ่ๆ ครูหลิวบอกว่า อยากได้บ้านก็ต้องสร้างบ้าน ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ยังไงซะมันก็จะกลายเป็นบ้าน พยายามเข้า ทำไม่ได้ดีกว่าไม่ได้ทำ"มิเกลพยักหน้ายิ้มให้ฮานะ

      "Okey!"ฮานะยิ้มกว้างชูสองนิ้วสู้ตาย






      วันนี้เป็นอีกวันที่มิเกลไม่อยากให้มีวันที่บนปฏิทิน ครอบครัวของฮานะออกเดินทางไปญี่ปุ่น ไม่มีอีกแล้วละครหลังข่าว ที่มีทุกคนนั่งดูพร้อมหน้าพร้อมตาบนโซฟา 
      มีแต่คุณย่านั่งอยู่บนเก้าอี้ กับอู่ไช้สุนัขพันธุ์ชิสุที่ชอบเห่าคนในบ้าน แต่ชอบเลียคนแปลกหน้า และพรหล้าพี่เลี้ยงขี้บ่น
      มิเกลแก้เบื่อด้วย Ameba Pigg เกมออนไลน์จากญี่ปุ่น ภายในเกม ในห้องของเจ้กิ เฮียกี้ และฮานะว่างเปล่า ไม่มีใครออนไลน์ มิเกลกดเข้าไปในห้องของฮานะ วางข้อความลงช่องแชท

      Miguel : คิดถึง

มิเกลพูดคุยคนเดียวในห้องแคบๆ ภายในเกม แล้วออฟไลน์

      LINE!

ฮานะส่งภาพปีกเครื่องบินท่ามกลางสีฟ้าสดของท้องฟ้า แต้มด้วยปุกปุย กลุ่มก้อนสีขาวนุ่มนิ่ม แถมข้อความต่อท้ายภาพตามมาติดๆ

      "เฮียเกล ทายซิว่าก้อนเมฆเป็นรูปทรงอะไร"มิเกลยิ้มรีบพิมพ์ตอบกลับไป

      "ก้อนเมฆเป็นหน้าฮานะไงล่ะ"

มิเกลวางมือถือรีบวิ่งไปเปิดม่านหน้าต่าง มองผ่านกรอบสี่เหลี่ยมออกไป เห็นก้อนเมฆสีขาวลอยคว้างกลางท้องฟ้าสีสด แต่ทว่ามิเกลมองเห็นก้อนเมฆเป็นหน้ากำแพง

      "เฮ้ย! ไอ้หื่น นายตามมารังควานถึงหน้าบ้านเลยเหรอวะ"มิเกลขยี้ตาแรงๆ






      เมฆก้อนมหึมาระบายบนท้องฟ้าบ่ายคล้อย กำแพงวิ่งเหยาะๆ ออกกำลังกายบนชายหาด ทรายนุ่มหนึบหนับเท้าให้ความรู้สึกสนุก เคล้ากลิ่นทะเลหอมกรุ่น น่าสูดอากาศ ดวงอาทิตย์สาดแสงสะท้อนกับผิวน้ำทะเลวิบวับ 
      กำแพงเตะตากับภาพผู้ชายสองคนบนชายหาด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเคลือบผิวเป็นประกาย เมื่อถูกแสงแดดแตะต้องจนต้องหยุดวิ่ง แต่ที่สะดุดตาที่สุด คงหนีไม่พ้น ผู้ชายคนนั้น ท่อนบนเปลือยเปล่า ผิวขาว เหมือนกับเม็ดทรายมันเข้ากันได้ดีกับผมสีโรตีสายไหม ท่อนล่างสวมกางเกงยีนส์ขาเดฟซีดขาด มิเกลเป็นประกายระยิบระยับกับแสงแดด เพิ่มสีสันให้น้ำทะเลสีสด

      "โรตีสายไหม ทำไมนายน่ากินจัง ขาวโจ๊ะโฟ๊ะ ขนาด"

      ผัวะ!

      "โอ๊ย!"

      "เฮ้ย! พี่กำแพง เป็นอะไรมั้ย!"เอี๊ยมหน้าเสีย

      "ฮะๆ!"มิเกลหัวเราะตัวงอ หลังจากซัดลูกตระกร้อใส่หน้ากำแพงเต็มแรง

      "เฮ้ย! นี่มันจงใจแกล้งกันนี่หว่า เตะลูกตะกร้อเข้าเบ้าตา แล้วยังจะมีหน้ามาหัวเราะเยาะอีก จะพูดขอโทษสักคำก็ไม่ทำ"กำแพงซี้ดปาก เอามือกุมลูกตา

      "ขอโทษนะครับ แล้วทำไมนายไม่รับล่ะครับ ไหนนายบอกว่าเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อดีเด่นไง ทำไมไม่เอาความเฟี้ยวของนายออกมาใช้ล่ะ"

      "ใครจะไปรับทันวะ นายเล่นลอบกัดทีเผลออะ"

      "ฮะๆ! พอดีเซปักตะกร้อชายหาดของเรา มันไม่มีกฎ ไม่มีกติกา และไม่มีมารยาทว่ะ"มิเกลสะใจที่ทำให้กำแพงเจ็บตัว

มันเพิ่งเริ่มต้นความเจ็บเอง มันยังไม่จบง่ายๆ หรอกกำแพง

มิเกลฮึ่มในใจ






      กำแพงนั่งทำรายงานไป ใส่หูฟังเปิดเพลงวง 60 Miles ไป ให้เพลงโปรดช่วยกันทำรายงานด้วย

      "กว่าจะเสร็จ ก็ทำเอาปวดตาจิ๊บๆ"กำแพงใช้เวลาเบรคไปกับรายงานที่เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ

      "ไอ้กำแพงมึงเป็นไรวะ แปะตา"จี๊ดทัก

      "อุบัติเหตุนิดหน่อย แล้วมึงไปไหนถึงเพิ่งมา"

      "เออดีเลย งั้นเย็นนี้มึงไม่ต้องไปเรียน มึงอยู่แทนกูให้หน่อย วันนี้กูมีธุระด่วนส่วนตัว"

      "ไม่ได้ กูต้องไปส่งรายงาน"

      "งั้นมึงฝากกูส่งให้ก็ได้ กูจะแวะสถาบันก่อน กูว่าจะแวบเข้าไปเซ็นต์ชื่อ เดี๋ยวกูเซ็นต์ให้มึงด้วยเลย"

      "เออ มึงอย่าลืมส่งรายงานให้กูแล้วกัน เป็นสำคัญ"กำแพงย้ำ






      จี๊ดเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ เมื่ออิ่มกับมื้ออาหารของเบรคยามบ่าย ร่างสูงใหญ่หนาเตอะ เดินผ่านโต๊ะอาหารที่กำแพงนั่งอยู่ในศูนย์อาหารพนักงาน

      "เฮ้ย! ไอ้กำแพงมึงนั่งทำอะไรอีกล่ะ เบรคทั้งทีต้องมานั่งทำแต่รายงานๆ แล้วนั่นมึงจะประกวดคัดลายมือเหรอวะ"จี๊ดหย่อนก้นลงเก้าอี้

      "ไอ้จี๊ด ที่กูฝากมึงไปส่งรายงาน มึงส่งรายงานอะไรให้กู"

      "ก็รายงานของมึงไง กูไม่เจอครูมึง แต่พอดีเลยกูเจอเด็กภาคปกติ ที่มึงบอกว่าสีผมมันเหมือนโรตีสายไหมที่ขายตามตลาดนัดอะ มันอาสาไปส่งให้ กูก็เลยฝากมันไป"

      "เหรอ มึงมานี่สิ ม่ะกูจะเล่าอะไรให้ฟัง ระหว่างที่กูเล่ามึงช่วยกูคัดคำไปด้วยก็ดี"กำแพงเริ่มเล่าเรื่องราวยาวยืด...



"...นี่นายกำแพง ครูผิดหวังในตัวเธอมาก ครูเป็นเพื่อนเล่นเธอเหรอ เธอถึงกล้าส่งรายงานล้อเล่นกับครูขนาดนี้"ครูสาวหัวเสีย
      "G เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
      PG ผู้ปกครองควรพิจารณาว่าผู้ปกครองควรรับชมหรือไม่
      PG-13 ไม่เหมาะกับอายุต่ำกว่า 13 แต่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว
      R เนื้อหารุนแรงแซงทางโค้ง ผู้ปกครองควรพิจารณาว่าจะซื้อเรื่องไหนดีถึงจะสนุก และเร้าใจ
      NC-18 เนื้อหารุนแรงมาก 18+ ขึ้นไปอ่านได้ อายุต่ำกว่า18 ห้ามอ่าน แต่ไม่ห้ามซื้อขาย แล้วข้อนี้มันอะไรกัน เนื้อเพลงของวง 60 Miles ล้วนๆ แต่ไม่เป็นไร"ครูสาวเสียงเรียบ

      "ข้อนี้ครูให้อภัย เพราะครูก็ชอบนักร้องวงนี้เหมือนกัน แต่ที่เธอเสียมารยาทกับครู นั่นมันเกินคำบรรยาย! เพราะฉะนั้นเธอไปคัดคำว่า'ขอโทษ'มาหนึ่งพันคำจนกว่าจะสำนึกผิด"



      "ฮะๆ!"จี๊ดขำคิกไม่ยอมหยุด

      "เพราะมึงเลยไอ้จี๊ด ยังมีหน้ามาขำกูอีก"

      "เพราะกูที่ไหน เพราะไอ้โรตีสายไหมรสแซบ! ของมึงต่างหาก"






      "หนูขอลาออกค่ะคุณย่า"

      พรหล้าพี่เลี้ยงของมิเกลเก็บกระเป๋าเดินทางกลับต่างจังหวัด เพราะหมดความอดทนกับความเกรี้ยวกราดของฮอร์โมนวัยรุ่นที่พลุ่งพล่านในตัวมิเกล
      มิเกลมองตามหลังพี่เลี้ยงที่กำลังเดินจากไปอย่างไร้ความรู้สึก

      "ไปซะได้ก็ดี ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีคนมาจู้จี้จุกจิก กวนใจไปซะทุกเรื่อง มันน่ารำคาญมากแค่ไหนที่ต้องมีคนมาวุ่นวายกับโลกส่วนตัวของเราที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่ง"มิเกลโบกมือบ๊ายบายความอึดอัดใจ

      "แต่ยังเหลือนายอีกคนสินะ ไอ้หื่น"มิเกลลูบขนอู่ไช้ คิดแผนแก้แค้นกำแพง






      กำแพงหอบหนังสือเป็นตั้ง เดินตามหลังร่างน้อยๆ ที่สียังทิ้งคราบไว้บนผ้ากันเปื้อน ฟ้องให้รู้ว่าเพิ่งเดินออกมาจากช็อปศิลป์ ผมที่รวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นต้นคอขาว เจ้าของต้นคอขาวๆ เดินกร่างเต็มทางเดิน แต่ละก้าวย่างอย่างเชื่องช้า เหมือนจงใจจะแกล้งเดินขวางทาง

      เย็นนี้เราจะโดนดีอะไรจากไอ้โรตีสายไหม เหมือนที่ผ่านมามั้ยวะ กำแพงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันทีทันใด แต่ก็ไม่วายปากดีโพล่งออกไปจนได้

      "เดินช้าขนาดนี้ อ่อยเหรอ!"

มิเกลหยุดกึก ทำให้กำแพงที่เดินตามติดมาในระยะกระชั้นชิดชนแผ่นหลังมิเกลจนหนังสือที่หอบมาเป็นตั้งในมือหล่นกระจัดกระจาย

      "ขอโทษ!"มิเกลพูดห้วน หันกลับมาช่วยเก็บหนังสือ

      "เฮ้ย! นาย นั่นหน้าหรือว่าจานสี"กำแพงกลั้นขำ เมื่อเห็นรอยสีเลอะบนใบหน้าเรียว ยังไม่ทันที่มิเกลจะอ้าปากพูดอะไร กำแพงก็เอาแขนเสื้อค่อยๆ เช็ดรอยเปื้อนออกให้จากใบหน้า มิเกลปัดแขนกำแพงออก

      "ไม่ต้องมาหวังดี เราไม่ได้มีรสนิยมเดียวกับนาย แต่ขอบใจก็ได้"

      "เมื่อไหร่นายกับเราจะคุยกันดีๆ สักที ขอแค่วันเดียวก็ไม่ได้เหรอ"

      "อืม เราสองคนเหรอ อาจจะไม่มีวันนั้นมั้ง แต่มีคนอยากคุยกับนายวันนี้ เพื่อนเราอยากได้ลายเซ็นต์นายอะ นายพอจะเสียเวลาก่อนเข้าเรียนได้เปล่า"






      "เอ่อ...คือว่า...เอ่อ พี่กำแพงครับ ผมชอบพี่มาก!"เอี๊ยมออกอาการอาย

      "ตอนที่พี่แข่ง ผมตามดูตลอด พี่เรียนไปทำงานไป แถมยังเรียนเก่งอีกต่างหาก"

      "ขอบคุณมากครับน้อง แล้วจะให้พี่เซ็นต์ตรงไหนครับ"

      "เอ่อ...คือว่า...เอ่อ พี่ครับ"เอี๊ยมอึกอักอ้ำอึ้ง

      " เอ่อ...คือว่า...เอ่อ ผมขอโทษนะครับ พี่พอจะมีปากกากับกระดาษมั้ยครับ"

มิเกลกลั้นเสียงหัวเราะ ยื่นน้ำอัดลมกระป๋องให้กำแพง

      "อ่ะ ค่าเสียเวลาของนาย วานิลลา โคล่า เราชอบรสมันว่ะ ซ่าแบบซอฟท์ๆ"

กำแพงรับกระป๋องโคล่ามาดื่มอึกใหญ่ ลืมระวังถึงความปลอดภัยของตัวเอง สายไปซะแล้ว จู่ๆ อาการปวดท้องก็จี๊ดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

      "ฮะ! นายเป็นอะไรน่ะ "มิเกลออกอาการเป็นห่วง

      "จู่ๆ มันก็อยากจะจู๊ดๆ"กำแพงหมดแรงจะพูด

      "เอี๊ยมนายรอเราอยู่นี่ก่อน เดี๋ยวเรามา ป่ะ! นายรีบไปกับเราเหอะ"มิเกลอาสาพากำแพงไปห้องน้ำ






      "มีใครอยู่ข้างนอกมั้ย! ผมขอความช่วยเหลือหน่อย ส่งทิชชู่ให้ผม เอ่อ..."

      ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย ใช่สิ นี่มันไม่ใช่เวลาเรียนของภาคปกติแล้ว ห้องน้ำถึงเงียบฉี่ จะมีใครผ่านมาทางนี้มั้ยวะ สงสัยเราคงต้องใช้บริการพี่เบิ้มแล้วแหละ...




      "ไอ้จี๊ดมึงมาช้าเป็นบ้า มึงรีบมาช่วยกูที"กำแพงโทรเร่งจี๊ด

      "มึงรอแพล็บ เดี๋ยวกูไปใกล้เสร็จแล้ว"

      "เฮ้ย! ไอ้จี๊ด แต่มีเรื่องนึงที่กูรอไม่ได้ เมื่อกี้เจดาไลน์หากู แต่กูเสือกไปอ้ำอึ้งไม่คุยด้วย เจดาคิดว่ากูอยู่กับกิ๊ก เจดาบังคับให้กูเปิดกล้องคุย แล้วกูจะเปิดได้ยังไงล่ะตอนนี้ ไอ้จี๊ดมึงไลน์บอกเจดาให้กูเดี๋ยวนี้ว่ากูป่วยกะทันหัน บอกว่ากูหลับก็ได้ แบบกูเหนื่อยมากเลยต้องแอบหลับ"

      "เออ! กูไลน์ไปแล้ว เจดาไม่เชื่อกู มึงคุยกันเองเหอะ"

      "กูจะคุยยังไง ขี้อยู่ ทิชชู่หมด มึงก็ยังไม่มา มึงส่งรูปของกู รูปห่ะอะไรก็ได้ ไปให้เจดาดู เอาแบบกูโคม่าๆ อะ"

จี๊ดส่งรูปที่แอบถ่ายกำแพงนั่งหลับตอนเบรค กำแพงอ้าปากค้าง แถมน้ำลายยืด

      "เจดาฝากบอก ถ้ามึงตื่นให้บอกกับมึงว่านั่นมึงหลับหรือตายห่ะ"

      "เฮ้ย! มึงส่งรูปอะไรให้เจดา"

      "รูปที่กูแอบถ่ายมึงไง"

      "ไอ้จี๊ดมึงส่งไปไม่ปรึกษากูก่อน"

      "อ้าว! ก็มึงบอกให้กูส่งรูปอะไรก็ได้ที่มึงดูโคม่า งานนี้ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป"

      "โธ่เอ๊ย! ไอ้สัตว์ของมึง คือกูใช่มั้ย"

      "รู้แล้ว ยังเสือกถามอีก ฉลาดแกมโง่นี่มึง"

      "ไอ้จี๊ด ให้กูออกไปได้ก่อนเหอะมึง"

      "งั้นกูไม่ให้มึงออกมาแล้ว"

      "เฮ้ย! กูขอโทษ"

      "เออๆ กูยกโทษให้ เดี๋ยวกูโทรบอกให้เจดามาช่วย"

      "ไอ้พยาธิตัวจี๊ด มึงเลิกกวนตีน แล้วมึงรีบมาเดี๋ยวนี้"

      ไอ้โรตีสายไหมรสแซบ มันแสบมาก หลอกให้เรากินวานิลลาโคล่า ซ่าแบบซอฟท์ๆ แถมใจดี ให้เราเข้าห้องน้ำที่มันจัดให้

      "ห้องนี้เลย สำหรับนายโดยเฉพาะ"กำแพงได้ยินเสียงมิเกลดังก้องในห้องน้ำ

      "ไอ้มิเกล นายมันแสบมาก ให้-กู-ออก-ไป-ได้-ก่อน"

กำแพงกัดฟันกรอด มองไปรอบๆ ห้องน้ำแคบๆ สายตาสะดุดกับตัวอักษรบนผนังด้านขวามือ มีข้อความบางอย่าง เขียนทิ้งไว้ด้วยปากกาเคมีสีน้ำเงิน

      เกลียดไอ้ Kampang P. ไอ้ขี้เก๊ก

      From M.










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

8 ความคิดเห็น