Vanilla Cola

ตอนที่ 3 : เหงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61

      มิเกลหยุดกึก เหมือนคนเดินสะดุด เมื่อพวงกุญแจตุ๊กตาหมีลายสก็อตนอนขวางทางอยู่

      "เกือบเหยียบแล้ว ดีนะที่ยั้งคอนเวิร์สไว้ทัน"มิเกลหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วเอาห้อยไว้ที่กระเป๋าเป้ตัวเอง เช้านี้ที่สถาบัน ในศูนย์อาหารคนค่อนข้างแน่น มิเกลเลี่ยงออกมาหาอะไรกินง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อหน้าสถาบันแทน

      "นั่นพวงกุญแจน้องหมีของเรา"มือเล็กๆ สะกิดกระเป๋าเป้มิเกล

      "เจอเจ้าของจนได้"มิเกลหันไปยิ้มให้ แล้วสตั๊นไปสามวิ

      "น้ำ!"

      ฮะ! จริงเหรอวะ นี่มันน้ำแฟนเชมที่เราแอบชอบ

มิเกลสตั๊นสามวิอีกรอบ






      เม็ดฝนโปรยลงมาเบาๆ พอให้บรรยากาศเปียกชื้น มิเกลยืนรอให้ฝนบางเม็ดกว่านี้ ค่อยกลับบ้าน

      "ฝนตกตอนเย็นอีกแล้ว เดี๋ยวรอให้ท้องฟ้าหายหงุดหงิดก่อน ค่อยไปต่อก็ได้"มิเกลหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ไม่กล้าสบตา

      "รอให้ฝนซากว่านี้ เดี๋ยวเราเดินไปส่ง"มิเกลมองเม็ดฝน

      "เรามาคบกันมั้ย นายจะได้เดินไปส่งน้ำทุกวันเลย"น้ำยิ้มหวาน มิเกลตาค้าง

      "แล้วเชมล่ะ น้ำไม่ใช่แฟนเชมเหรอ"

      "ก็แค่สนิทนิดๆ"ประโยคนี้ของน้ำทำเอามิเกลยิ้มกว้างอวดเหล็กดัดฟัน
 
      นี่มันไม่ใช่ความฝัน แต่เหมือนเราติดอยู่ในความฝัน เราอยากจะตะโกนบอกให้คนทั่วทั้งโลกรับรู้เลยละว่า น้ำที่เราแอบชอบอยู่ห่างๆ ข้างเดียว ขอคบเรา แต่ก่อนอื่นเลยอันดับแรก เราอยากจะบอกกับเอี๊ยมก่อนใครว่าเอี๊ยมเรามีอะไรจะบอก






      "ไม่บอกดีกว่า แค่แอบมองเฉยๆก็พอ ขืนบอกออกไปว่าชอบ มีหวังได้เลิกคบเป็นเพื่อน ต่อไปแค่มองก็ยังทำไม่ได้"

      "ถ้านายไม่บอกออกไปแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าชอบ มันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่นายคิดก็ได้ แค่บอกว่าชอบเอง บอกตรงๆ ไม่ได้ก็บอกแบบเหนื่อยหน่อย"

      "มันหมายความว่ายังไง"เอี๊ยมสงสัย

      "ก็บอกแบบอ้อมๆ ไง"

      "ทำไง"เอี๊ยมเท้าคางรอความหวัง

มิเกลเหลือบมองภาพความคิดในสมองของตัวเอง เอี๊ยมกำลังจะโพสต์สเตตัสเฟซบุ๊ก แต่เอี๊ยมยังคิดไม่ออกว่าจะตั้งสเตตัสว่าอะไร...

      "อือ เอางี้ นายตั้งสเตตัสว่า อืมมม"นิ้วมือมิเกลเผลอเกาคางเรียวเบาๆ อย่างเมามัน

      "แอบมองเธออยู่รู้ตัวบ้างไหม ว่าทั้งหัวใจแอบชอบเวเฟอร์ เธอคือนางในเฟซ"

      "นั่นเหรอคือบอกแบบอ้อมๆ ของนาย หือ หวือหวา สเตตัสแบบนั้นคงมีแต่คนบอก เฮ้ย! ไม เห่ย เฮ้ย เห่ย มิเกลความคิดนายมันล้นกรอบไปแล้ว เราไม่เอาด้วยหรอก เราไม่กล้าบอกรักออกอากาศขนาดนั้น"

      "เฮ้ย! นั่นเวเฟอร์เดินมาโน่น นายบอกรักตอนนี้เลย เวเฟอร์!"

      "มิเกลไม่เอา เรายังไม่พร้อม"เอี๊ยมกระซิบกระซาบ

      "บอกไปเหอะ มากสุดก็แค่หน้าแตก นายเคยหน้าแตกมั้ยเอี๊ยม"

      "บ่อยครั้ง"

      "อือ อีกสักครั้งจะเป็นไรไป"

      "มิเกลเล่นทีเผลอผลักเอี๊ยมพุ่งเข้าใส่เวเฟอร์




      "มีไรเหรอเอี๊ยม"เวเฟอร์ทักทายด้วยประโยคคำถาม

      "เอิ่ม..."เอี๊ยมตัวสั่นหงึกๆ ใจเต้นตึกตัก

      "เอ่อ..."เอี๊ยมเหงื่อแตกซิก

      "อ่า..."เอี๊ยมใจคอไม่ดี

      "อ้า..."เอี๊ยมกำลังรวบรวมความกล้า

      "เอี๊ยมนายไม่ได้รูดซิปอะ!"เวเฟอร์กล่าวคำอำลาด้วยประโยคบอกเล่า

เอี๊ยมอึ้ง ปล่อยให้เวเฟอร์เดินจากไป แต่ยังคงฝากเสียงหัวเราะคิกไว้ให้เอี๊ยมเป็นที่ระลึก

      "เราคงไม่กล้ามองหน้าเวเฟอร์ไปอีกนานแสนนาน"เอี๊ยมหน้ามุ่ยใส่มิเกล

      "อ้าว ก็ไหนนายบอกว่าแค่แอบมองก็พอแล้วนี่"

      "เป็นเพราะนายเลยมิเกล นายยังมีหน้ามาซ้ำเติมอีก ฮือ! I'm Not Okey!"เอี๊ยมเข้าสู่โหมดเศร้าหมอง

      "No One Perfekt"มิเกลปลอบโยนเอี๊ยม

      "เอี๊ยมอะไรก็เป็นไปได้ในมังงะ"

      "แต่นี่มันไม่ใช่การ์ตูน มันคือชีวิตจริง มิเกลนายออกมาจากหนังสือได้แล้ว"

      "นายท่องไว้ I Believe In God"มิเกลตบไหล่เอื๊ยมเบาๆ






      'เมื่อตกหลุมรักใครสักคน ยากต่อการถอนตัวให้ขึ้น และสิ่งที่พอจะทำได้คือ ถอนหายใจ เฮ้อ!'

มิเกลกวาดสายตาบนไทม์ไลน์ ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนพบเจอกับอีกสเตตัสนึงของเอี๊ยม

      'ความรักมันแปลก เดี๋ยวก็ฝันที่เป็นจริง เดี๋ยวก็ฝันลมๆ แล้งๆ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวมีความสุข เดี๋ยวเศร้า เอาสักอย่างเหอะเดี๋ยวบ้า'
มิเกลคอมเมนต์ใต้โพสต์

      'เราคิดถึงพระเจ้าตอนที่เรารู้สึกแย่ แต่พระเจ้าคิดถึงเราทุกวัน' เวเฟอร์คอมเมนต์ต่อจากมิเกล

      "เฮ้ย! เวเฟอร์คอมเมนต์สเตตัสเราด้วย"เอี๊ยมขาสั่น

      "เอี๊ยม นายทำใจดีๆ ไว้ ตอนนี้ห้องน้ำไม่ว่าง ฮะๆ! ฮะ..."

หนึ่งคำขอพบเพื่อนใหม่ กำ ของแพง ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนถึงคุณ มีเพื่อนร่วมกัน16คน รวมทั้ง มันไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงก็ได้ เพราะผมจริงใจซะอย่าง และครูนนท์ หลิว

      ใคร...หรือว่า ไอ้หื่น!

มิเกลกดยืนยันไปแล้ว ค่อยตั้งคำถามกับตัวเอง

หนึ่งรายการแจ้งเตือน กำ ของแพงก็ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของมันไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงก็ได้ เพราะผมจริงใจซะอย่าง

      'เข้าข่ายรักข้างเดียวเหรอนั่น'

      'อย่ามายุ่ง!'มิเกลคอมเมนต์ตอบกลับ

      'อ้าว น้องโรตีสายไหม ไปนอนได้แล้วนะครับ ดึกแล้ว'

      'เราจะลบไอ้หื่นอย่างนายออกจากเพื่อน'

      'ลบยังไงนายก็ยังเจอเราที่สถาบันน่าไอ้น้องชาย'มิเกลได้รับข้อความจากเม็สเซ็จ

      'เป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่ไม่มีน้อง ไม่มีพี่ชายเฮงซวยอย่างนายโว้ย'

      "เอี๊ยม!"

      "หืม มีไร"

      "เราจะกลับแล้ว เรามัวแต่เถลไถลอยู่ในเฟซบุ๊ก ลืมไปเลยว่าคุณย่ารอกินข้าวอยู่"

มิเกลถอดเฮดโฟน เดินออกจากร้านเกมส์ ปล่อยเอี๊ยมไว้กับสเตตัสเพ้อๆ ของตัวเอง

      "มันช่างเป็นวันหยุดที่สุดจะเซ็ง มีแต่เรื่องเลวร้าย น้ำไม่ออนไลน์ เกมแมนทาแนนซ์ แล้วยังเจอคนที่เกลียดเข้าไสัในเฟซบุ๊กอีก หลังจากเกมแมนทาแนนซ์ หวังว่าอะไรๆ มันจะดีขึ้นนะ"มิเกลบ่นอุบ






      "มิเกลนายอยากเปลี่ยนให้มันมากกว่าเดินจับมือกันมั้ยล่ะ ถ้าผู้หญิงตกใจ ก็จะกระโดดกอด ผู้หญิงกลัวผี นายก็แค่หลอกให้น้ำกลัวผี แล้วน้ำก็จะกระโดดกอดนายเองอย่างออโต้"มิเกลเคลิ้มไปกับคำแนะนำของเอี๊ยม






      วันนี้ตอนเย็นหลังเลิกเรียน มิเกลตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง จากเดินไปส่งน้ำกลับบ้านเป็นพาน้ำเข้าห้องน้ำชาย

      "ก๊อกน้ำในห้องน้ำชายอะ จู่ๆ น้ำก็ไหลออกมาเองแบบว่ามือยังไม่ได้ไปเฉียดเซ็นเซอร์เลย"มิเกลทำเสียงสั่น

น้ำจ้องก๊อกอยู่สักครู่ จริงอย่างที่มิเกลบอกน้ำในก๊อกมันไหลออกมาเอง

      "นั่นไงน้ำ!"มิเกลทำหน้าตกใจ

จู่ๆ ไฟฟ้าในห้องน้ำที่ส่องสว่างก็ดับวูบ น้ำตกใจรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องน้ำ แต่ไม่ได้ตกใจแล้วกระโดดกอดมิเกลอย่างที่เอี๊ยมบอก

      พรึ่บ!

หลอดไฟฟ้าสว่างวาบ แล้วเริ่มติดๆ ดับๆ หลอดไฟกะพริบแสงถี่ยิบ ก่อนจะดับวูบอีกครั้ง

      หมับ!

มิเกลยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อมีมือปริศนามาจับขาเอาไว้

      "ผะ ผี ต้องเป็นผีแน่ๆ"มิเกลขาสั่น

      "ปล่อย! ปล่อยโว้ย!"มิเกลโวยวายลั่นห้องน้ำ มือที่จับหมับอยู่กับขามิเกลค่อยๆ ปล่อยขา

      "ฮะ! ผีปล่อยมือจากขาเราแล้ว มันฟังภาษาไทยเข้าใจ มันต้องเป็นผีไทย ผีกระสือ! ไม่ใช่ๆ ผีกระสือไม่มีมือ งั้นมันต้องเป็นผีปอบ บรื๋อ!"

      พรึ่บ!

ไฟฟ้าในห้องน้ำสว่างวาบ มิเกลปรายตามองจินตนาการในสมองของตัวเอง

      "ถ้าหันหลังกลับไปเราจะเจอกับอะไรล่ะ ในเมื่อขาเป็นอิสระแล้ว เราจำเป็นต้องรอให้สมองสั่งการอีกเหรอ เราต้องวิ่งหนี ตอนนี้เลย วิ่ง!"

      หมับ!

มิเกลสะดุดกึกก่อนออกตัววิ่ง โดนดึงฮู้ดดี้เอาไว้ด้วยมือลึกลับ ร่างน้อยๆ หงายหลัง หายเข้าไปในห้องน้ำ

      "ว้าก! ผีหลอก! ทะ ทำไมมันมืดไปหมด ไฟดับอีกแล้วเหรอ"มิเกลหลับตาปี๋

      "ไม่ใช่นี่หว่า เราแค่หลับตา"

มิเกลตัวสั่นหงึกๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้าง ภาพตรงหน้าที่เห็นในระยะใกล้จนสัมผัสได้กับลมหายใจของ...

      "ไอ้กำแพง!"

กำแพงแสยะยิ้ม แปะนิ้วชี้ลงไปที่ผนังห้องน้ำ ตรงข้อความที่ถูกเขียนทิ้งไว้ด้วยปากกาเคมี

      "ข้องใจ ใครเขียน From M. เนี่ย เป็นนายใช่มั้ย"

      "ชื่อที่ย่อมาจากตัวเอ็มมีตั้งเยอะตั้งแยะไป อาจจะเป็นน้องเมย์ก็ได้"

      "เมย์ไหนวะ!"

      "ก็ เมย์ คาซาฮาระ ตัวละครของฮารูกิ มูราคามิไงล่ะ"

      "นายอย่ามามั่ว เอาตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อม เมื่อย! ทำไมนายไม่ชอบเรา ตอบ!"

      "ถ้ารู้สึกชอบ ก็คือชอบ ถ้ารู้สึกไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่มีคำตอบ ไม่มีคำอธิบาย นายอย่ามายุ่ง!"

      "งั้นนายก็เป็นคนไม่มีเหตุผล อยากจะชอบหรือไม่ชอบใครก็ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสิน ทำตัวเหมือนเด็กๆ!"

      "เราไม่ใช่เด็ก! เราเข้าสู่วัยรุ่นแล้วโว้ย!"

      "งั้นมาทดลองงานหน่อยมั้ยว่าวัยรุ่นเขาทำอะไรกันยังไง"กำแพงแกล้งแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

มิเกลเลียริมฝีปากแห้งผาก เตรียมตั้งท่าวิ่งหนี แต่กำแพงรู้ทันรีบคว้าตัวมิเกลเอาไว้ก่อนที่จะหายตัว

      "ปล่อยนะโว้ย!"มิเกลกัดฟันกรอด

      "ก็นายมันน่ากินนี่หว่า เหมือนโรตีสายไหม หวังว่ารสชาติคงแซบเข้าท่า"นิ้วมือกำแพงเกี่ยวเส้นผมมิเกลเล่น อีกมือตรึงไหล่ไว้กับผนังห้องน้ำ

      "ช่วยด้วย! ผมจะโดนไอ้หื่นกำแพงข่มขืน!"

      "เออ! อยากพูดไม่รู้เรื่องดีนัก เดี๋ยวจะปล้ำซะให้เข็ดเลย"

กำแพงตรึงมิเกลเอาไว้แน่นกับผนังห้องน้ำ มิเกลดิ้นไม่หลุด จำเป็นต้องใช้ไม้ตายสุดท้ายกับกำแพง

      แควก!

      "โอ๊ย!"

      "อยากรู้เหตุผลที่เราเกลียดนายมากใช่มั้ย ที่เราเกลียดนายก็เพราะว่านายเกลียดเราไง"มิเกลเสียงสั่นน้ำตาคลอ

      "วันนั้น ที่นายจับเราส่งตำรวจ คุณย่าเป็นลม ต้องนอนโรงพยาบาล นายทำให้เราติดคุก แถมทำให้คุณย่าป่วยด้วย เข้าใจมั้ย ไอ้หื่น!"

มิเกลปล่อยโฮวิ่งหนีออกมาจากห้องน้ำ ปล่อยให้กำแพงยืนอึ้งอยู่กับรอยเล็บเจ็บแสบที่ฝากไว้บนใบหน้า

      "เป็นนายนี่เองมิเกล วันนั้นมันเป็นนายงั้นเหรอ ก็เราไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า...ขอโทษว่ะ"กำแพงงึมงำ






      "ฮือๆ!"

มิเกลวิ่งไปร้องไห้ไปจนเกือบชนกับครูหลิว

      "มิเกล! นั่นเป็นอะไรน่ะ"

      "ครูหลิวครับ ผมโดนผีหลอก"มิเกลสะอื้นฮึก

      "ฮะ! ตั้งแต่ครูโตมาจนอายุยี่สิบหก ครูยังไม่เคยเจอผีหลอกเลย ครูเคยเจอแต่คนหลอก"






      กำแพงนั่งมองรอยเล็บบนใบหน้าอีกข้าง ข่วนครั้งแรกซีกซ้าย ครั้งนี้ย้ายมาข้างขวา

      "อืม หรือว่าเมื่อมีคนตบหน้าข้างขวา เราต้องยื่นหน้าข้างซ้ายให้ตบซ้ำ เหมือนกับที่พระเจ้าบอก ใช่ มันเป็นการพิจารณาตัวเองว่าทำไมถึงโดนตบ เพราะเราทำอะไรที่ไม่ดีลงไปกับคนๆ นั้นใช่มั้ย เออ เราโดนข่วนหน้าซ้ายขวาซ้าย ตอนนี้ก็ครบทั้งสองข้างแล้ว เหลือแค่เสยปลายคาง แต่มันยังไม่เจ็บแสบเท่าความรู้สึกผิดที่เราทำให้มิเกลติดคุก ตกเป็นผู้ต้องหา แถมทำให้คุณย่าของมิเกลต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ให้พูดคำขอโทษเป็นพันครั้งมันยังน้อยไป"กำแพงถูรอยข่วนบนใบหน้าเบาๆ

      "ยังไงซะ พรุ่งนี้เราจะต้องไปขอโทษมิเกลให้ได้!"

      เมี้ยว!

หมูทอดส่งเสียงร้องสนับสนุน






      ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดยืนกำหมัดแน่น หน้าร้านขายของชำ กำคำพูดขอโทษเอาไว้ในมือ ตั้งใจจะพูดมันออกมาจากใจ เมื่อเห็นร่างน้อยโผล่ออกมารับลูกค้าหน้าร้าน

      "รับอะไรครับ"มิเกลสะอึก เมื่อเห็นหน้าลูกค้า

      "ขอโคล่าขวดนึง"กำแพงโพล่งออกไป แต่มันไม่ใช่สิ่งที่อยากจะพูด

      "หมด"มิเกลพูดห้วน

กำแพงมองของในตู้แช่ ขวดเครื่องดื่มหลากหลายยืนเรียงแถวแช่เย็นอยู่เต็มตู้

      "นั่นไงโคล่า"

      "ไม่ขายโว้ย! มีก็ไม่ขาย"

      "ไปซื้อที่อื่นก็ได้วะ"

      "เออ! เชิญตามสบาย"มิเกลสะบัดเสียงใส่

      "พูดออกไปจนได้"กำแพงพึมพำ หันหลังกลับเดินเชื่องช้า

      "แทนที่จะพูดคำขอโทษ แต่กูกลับพูดอะไรออกไปวะ"กำแพงบ่นอุบ เดินก้มหน้าก้มตาจนเกือบชนกับคุณย่าที่เดินสวนมา

      "ขอโทษครับ!"กำแพงรีบยกมือไหว้

      "หนูๆ"

      "ครับ"กำแพงขานรับ

      "หนูเป็นเพื่อนกับมิเกลเหรอลูก"

      "คุณย่า"กำแพงรีบยกมือขึ้นไหว้โดยอัตโนมัติ

คุณย่ายิ้ม พูดคุยกับกำแพงต่ออีกสองสามคำ ส่งกล่องกระดาษสีขาวที่ข้างในมีลูกชุบหลากสีสันบรรจุอยู่ยัดใส่มือกำแพง แล้วเดินจากไป ปล่อยกำแพงที่ยังไม่ทันได้พูดคำขอบคุณทิ้งไว้กับกล่องขนม

      "ถ้าพ่อตามใจเรา เอาแค่เรื่องเรียนต่อก็พอ เราคงไม่ต้องหนีออกจากบ้านมาแบบนี้ น่าอิจฉามิเกลที่มีคุณย่าน่ารัก แล้วเราก็เคยทำร้ายจิตใจคุณย่าแบบว่าไม่ได้ตั้งใจด้วย แถมเรายังไม่ได้ขอโทษมิเกลอีก แต่อย่างน้อยเราก็ได้พูดคำขอโทษออกไปแล้วกับคุณย่า"กำแพงพึมพำกับกล่องขนม






      มิเกลมองกับข้าวมื้อเย็นบนโต๊ะ รู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปบางอย่าง ทั้งๆ ที่มีหมูทอดของโปรดพูนจานวางอยู่เคียงข้างข้าวสวยร้อนๆ

      "คุณย่าครับ ผมคิดถึงเจ้กิ เฮียกี้ ฮานะ ป๊ากับม๊าด้วย อยากนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน"มิเกลรู้สึกถึงสิ่งที่ขาดไป

      "คุณย่าครับผมอยากไปญี่ปุ่น เราไปเยี่ยมครอบครัวของฮานะกัน ไปนะครับคุณย่า ผมอยากไปตามหาพ่อด้วย"มิเกลก้มหน้าก้มตากินไปพูดไป

      "ถ้าเจอพ่อเราก็จะอยู่ที่ญี่ปุ่นกันเลย ผมจะเรียนมังงะที่นั่น ถ้าไม่เจอเราก็กลับ"

      "มิเกลมีย่าคนเดียวก็พอแล้วลูก ไม่ต้องไปตามหาพ่อให้เหนื่อยหรอก เพราะย่าไม่ไปอยู่ญี่ปุ่น ย่าจะอยู่ที่นี่"

      "เพราะคุณย่าหวงผม ทำไมต้องห้ามผมตามหาพ่อ กลัวผมจะเปลี่ยนใจไปรักพ่อมากกว่าคุณย่าเหรอครับ"มิเกลวางช้อน

      ที่ย่าไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมบอกอะไร เพราะย่ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเกี่ยวกับพ่อ และแม่ของลูกนะมิเกล ให้ย่ายอมโกหกดีกว่าให้หลานของย่าเสียใจกับความจริง

      "อิ่มแล้วเหรอลูก กินเยอะๆ นะ จะได้โตเร็วๆ ตัวสูงๆ"คุณย่าส่งรอยยิ้มอบอุ่นแทนความลับในใจให้หลานชาย

      "ผมโตแล้ว แต่ผมก็ยังทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้อย่างที่อยากจะทำ ถ้าคุณย่าไม่ไปญี่ปุ่น เพราะเหตุผลที่ไม่เข้าท่านั่น ผมจะเกลียดคุณย่า!"มิเกลเขี่ยหมูทอดออกจากจานข้าว






      มื้อเช้านี้คุณย่าวางจานหมูทอดไว้ให้มิเกลเหมือนเดิม แต่มิเกลไม่เหมือนเดิม

      "ผมไม่กินข้าวเช้า ผมไม่หิว"มิเกลส่ายหัว

      "เอาไปกินมื้อกลางวันสิลูก"คุณย่าหยิบหมูทอดเทลงกล่องข้าว มิเกลรีบยกมือขึ้นปฏิเสธ

      "ไม่เอาครับคุณย่า!"

      "ทำไมล่ะลูก ย่าทำไม่อร่อยเหรอ"

มิเกลมองหมูทอดในกล่องข้าว มันดูชืด จืดสนิทสำหรับวัยกำลังติดเพื่อน

      ไม่เอาหรอก อายตายชัก เราไม่มีทางเอาข้าวกล่องไปกินตอนมื้อเที่ยง เหมือนตอนเป็นเด็กประถมเด็ดขาด วัยรุ่นอะตอนเช้าไม่กินข้าว แค่แซนด์วิชตามร้านสะดวกซื้อ ส่วนตอนกลางวันก็ต้องอาหารจานเดียวที่ศูนย์อาหารของสถาบัน ตอนเย็นแวะกินฟาสต์ฟู้ดกับเพื่อนก่อนกลับบ้าน แล้วตอนค่ำก็เสริมนมสักกล่องนี่สิถึงจะเข้าท่า แต่ส่วนสูงของเราก็ยังไม่ค่อยคืบหน้า

      "ไม่เอาไปกินเหรอลูก"

      "ไม่ ผมไม่ชอบหมูทอดแล้ว เพราะคนที่ผมเกลียดที่สุดมันชอบกิน"

      "ไม่ใช่ว่า มิเกลยังโกรธย่าอยู่เหรอลูก"

      "เปล่าครับ"

      "ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นไปซื้อของกับย่าที่ตลาด ลูกอยากกินอะไรที่ไม่ใช่หมูทอดก็ไปเลือกเอา"

      "ครับ ถ้าผมกลับมาทัน"มิเกลไม่หันมามองคุณย่า แต่ยังไม่ลืมพูดประโยคสวัสดีครับ ผมไปเรียนแล้วครับ






      "ทำไมป่านนี้ มิเกลยังไม่กลับมา"คุณย่ามองนาฬิกาแขวนผนัง แล้วกดโทรศัพท์มือถือโทรหา

      "ผมติวหนังสืออยู่ ยังไม่กลับง่ายๆ หรอกครับ คุณย่าอยากซื้ออะไรก็ซื้อมาเลย ผมเอาอะไรก็ได้ครับ"

มิเกลโกหก เย็นนี้มิเกลอยากเถลไถลออกนอกเส้นทางกลับบ้านบ้าง เพราะรู้สึกเบื่อ

      "เฮ้ย! ไปนั่งรถเล่นมั้ย"เชมลดกระจกลง ชะลอรถ มิเกลเปิดประตูรถเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับตามคำชวน

      "ได้ข่าวว่ากิ๊กกั๊กกับน้ำอยู่เหรอไอ้น้อง"เสียงกู๊ดจ๊อบดังมาจากเบาะหลัง

      อ้าว! นี่เราขึ้นรถผิดคันซะแล้ว

มิเกลนั่งเงียบกริบ ปล่อยให้รุ่นพี่กับรุ่นน้องคุยข้ามหัวกันไปมา

      "น้ำก็คบไปทั่ว แต่ตัวจริงของน้ำคือเชม"

กู๊ดจ๊อบพูดทิ้งท้ายก่อนลงจากรถ เมื่อประตูรถถูกปิด เชมก็เปิดฉากคุยกับมิเกล

      "ทีนี้ก็เหลือมึงกับกูแล้วนะที่ต้องเคลียร์กัน"เชมฮึ่มใส่มิเกลที่นั่งตัวแข็งทื่อ

      "มึงก็รู้ น้ำเป็นของกู"

เชมเหยียบมิดจนเหมือนล้อไม่ติดพื้น แล้วจู่ๆ รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูง เพราะอารมณ์เสียของเชมก็ส่ายเป็นงู

      "เฮ้ย! รถเป็นอะไรวะ!"เชมเอะอะโวยวาย

      รถส่ายไปมา แล้วหมุนติ้วหลายตลบ ก่อนสงบนิ่งเมื่อมันกระแทกกับแบริเออร์ คอนกรีต แรงกระแทกทำให้มิเกลกระเด็นจากที่นั่งข้างคนขับไปอยู่เบาะหลัง เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย แต่ยังไม่ถึงกับกระเด็นออกมานอกรถ เมื่อคลานออกมาจากซากรถได้ มิเกลค่อยๆ ยืนขึ้น แต่เข่ากระตุกให้ตัวทรุดลงไปนั่งกับพื้นถนน
      มิเกลมองสำรวจตัวเอง มันแค่บาดเจ็บเล็กน้อย มีรอยแผลเล็กๆ จากเศษกระจกบาด และแรงกระแทกทำให้เข่าช้ำ ส่วนเชมยังติดอยู่ในซากรถหงายล้อชี้ฟ้าในสภาพกลับหัว มีแค่แผลถลอกตามตัว เพราะคาดเข็มขัดนิรภัย






      "รถใหม่ๆ อยู่ในสภาพพังยับ ต้องใช้บริการรถยก แต่ดีที่ไม่มีคู่กรณี ตำรวจถึงปล่อยตัว แค่ตักเตือน"

      "ก็ผมมีพ่อรับประกัน"เชมยังยิ้มได้

      "หึ ใช่รถมีประกันก็จริง แต่ไม่รับประกันว่าเด็กที่ไม่มีใบขับขี่ แล้วแอบหนีเอารถพ่อมาขับจะโดนอะไร"อาจารย์โชเสียงเข้มใส่เชม

เสียงโทรศัพท์มือถือของมิเกลดัง ขัดจังหวะเสียงบ่นอุบลูกชายของผู้อำนวยการ

      "คุณย่า!"มิเกลปล่อยโทรศัพท์มือถือจากมือ






      "คุณย่า! ผมจะเข้าไปช่วยคุณย่า!"มิเกลโวยวายหน้าห้องฉุกเฉิน

     "ไม่ได้ค่ะ! ญาติเข้าไม่ได้นะคะ"พยาบาลสาวห้ามมิเกล พอดีกับที่คุณหมอเดินสวนออกมา

      "คนไข้เสียเลือดเยอะมาก ต้องให้เลือด ต้องการเลือดด่วน"

      "ผมครับ! ผมเป็นหลานคุณย่า ผมจะให้เลือดคุณย่าเอง"

      "น้องยังเด็กอยู่ ยังให้เลือดไม่ได้นะคะ ต้องอายุสิบแปดปี และมีร่างกายที่สมบูรณ์ค่ะ"พยาบาลสาวมองร่างกะทัดรัด สูง 168 cm

      "ผมอายุสิบเจ็ดแล้วครับ ไม่ใช่เด็ก เลือดกรุ๊ปโอของผมเข้มข้นพอครับ!"มิเกลมั่นใจในความแข็งแรงของตัวเอง

      "แต่เราต้องการเลือดกรุ๊ปเอ"คุณหมอบอก

      "ฮะ! เลือดกรุ๊ปเอ ทำไมคุณย่าของผมเลือดกรุ๊ปเอล่ะ"มิเกลสงสัย แต่ยังไปต่อ ไม่ละความพยายาม

      "เลือดกรุ๊ปโอมันให้เลือดกรุ๊ปเอได้ มันให้ได้ทุกกรุ๊ป!"มิเกลเสียงแข็ง

      "นั่นมันในกรณีฉุกเฉิน จริงๆ มันไม่เสมอไปนะคะ เพราะถ้าอย่างนั้นตอนรับบริจาคโลหิต เราคงรับแต่เลือดกรุ๊ปโอกรุ๊ปเดียวแล้วสิคะ"พยาบาลสาวแย้ง






      เลือดกรุ๊ปเอ! ทำไมล่ะ ทำไมคุณย่าเลือดกรุ๊ปเอ แล้วเราจะไปหาเลือดกรุ๊ปเอได้จากที่ไหนล่ะ
 
มิเกลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน หลับตาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ภายในเปลือกตาที่ปิดสนิท มีภาพกำแพงปรากฏขึ้นจนชัดเจน

      กำแพง! ประวัตินักกีฬาเซปักตะกร้อที่เราเคยอ่านผ่านตาในเว็บ

      "กำแพงเลือดกรุ๊ปเอ!"

มิเกลลืมตาโพลง มือสั่นหงึกๆ นิ้วจิ้มจอโทรศัพท์มือถือ โทรเม็สเซ็จเจอร์หากำแพง

      Miguel
กำลังโทรถึงคุณบนMessenger...

      "เอ่อ นายมีอะไร"กำแพงรับ ประหลาดใจที่มิเกลโทรหา

      "กำแพง! เราต้องการเลือดนาย"

      "ฮะ! นายว่าอะไรนะ"

      "เราต้องการเลือดกรุ๊ปเอ นายอายุถึงสิบแปดยัง"

      "อืม ก็พอได้อยู่"

      "คุณย่าของเราประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ"มิเกลเสียงสั่น

      "กำแพงเราขอร้อง เราไม่มีใครอีกแล้ว มีแต่นายเท่านั้น กำแพงนายต้องช่วยเรานะ คุณย่าจะ..."เสียงสะอื้นฮึกหยุดประโยคของมิเกลที่จะพูดต่อ สิ้นสุดการสนทนา

      "ฮือ!ๆ คุณย่าจะตายไม่ได้ เราไม่ยอมให้คุณย่าตาย!"มิเกลกำโทรศัพท์มือถือแน่น ร้องไห้เสียงดังอย่างไม่อายใคร






      กำแพงกลับไปแล้ว หลังจากที่มาบริจาคเลือดให้คุณย่า มิเกลยังนั่งรอคุณย่าจนหลับคาเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน

      "มิเกล ตื่นได้แล้วลูก"คุณย่าเรียกชื่อมิเกล ส่งรอยยิ้มอบอุ่น

มิเกลค่อยๆ ลืมตาขึ้น เหลือบมองนาฬิกาที่ฝังติดกับผนังโรงพยาบาล

      "นี่ตีสองสิบหกนาทีแล้วเหรอ"มิเกลขยี้ตา

คุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน บอกกับมิเกลว่าคุณย่าเสียแล้ว






      "ครูนนท์ครับ"

      "ว่าไง มิสเตอร์กำแพง เด็กเกรดเอที่ชอบแอบหลับในห้องเรียน"

      "ประโยคทักทายของครูนนท์ทำเอาเจ็บจี๊ดๆ"กำแพงหัวเราะแหะๆ

      "เฮ้ย! ครูยังไม่ได้กัดเลย"

      "ผมไม่ได้ว่าครูเป็น...อ้าว เฮ้ย! เกือบไปแล้ว"กำแพงรู้สึกหวุดหวิด

      "ก๊าก! ครูแกล้งนักศึกษา ฮาแล้วนะ"ครูหลิวขำคิก

     "ผมขอโทษครับครู ที่ชอบเผลองีบในห้องเรียน"

      "ครูก็แค่แหย่เล่น แต่ก็ทำให้กำแพงสารภาพออกมาว่าชอบงีบ"ครูหลิวขำ ทำให้กำแพงเขิน

      "ผมยังไม่ได้สมุดโน้ตเลยครับ เอ่อ ครูนนท์สนิทกับมิเกลเหรอครับถึงเรียกกันด้วยชื่อเล่น"

      "เรียกครูว่าครูหลิวเหอะ ครูก็อยากสนิทกับทุกคน เหมือนกับที่ครูสนิทกับมิเกลเด็กสอบได้ที่ห่วย หึๆ เด็กเรียนอ่อน แต่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ที่ซ่อนไว้ ครูแอบหวังว่าสักวันจะได้เห็นมิเกลเป็นศิลปิน หรือไม่ก็นักเขียนที่ฉีกแนวจนหน้าหนังสือขาดแควก ครูอยากดึงแววของเด็กๆ ออกมา เด็กทุกคนมีแววไม่ว่าจะฉลาด หรือไม่เก่งเลย แต่ครูเชื่อว่าพระเจ้าสร้างคนให้เกิดมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เกิดมาเพื่อสิ่งไหน ทำในสิ่งนั้น"

      "ครูหลิวเห็นแววมิเกลแล้วเหรอครับ"

      "ยังหรอก ยังมองไม่เห็นอะไรเลย มิเกลวาดภาพได้ดี ฝีมือใช้ได้ แต่วาดแค่มังงะ จะส่งประกวดอะไรก็ไม่ได้ เลยยังไม่มีวี่แววของแวว"

      "ครูหลิวครับ"

      "หืม"

      แต่ผมเห็นแล้ว ลูกเสิร์ฟตะกร้อของมิเกลเปี่ยมไปด้วยพลังงานจลน์ ราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากคันธนูของจูมง ซีรีส์เกาหลีเรื่องโปรดของผม เล็งตรงเป้าเตะเข้าเบ้าตาเป๊ะ!

      "มิสเตอร์กำแพง!"

      "ฮะ! เฮ้ย ขอโทษครับครูหลิวผมเพลินไปหน่อย คือผมอยากจะถามว่า ทำไมวันนี้ไม่มีโน้ตจากเด็กแนวล่ะครับ ผมยังไม่ได้สมุดโน้ตเลย"

      "วันนี้มิเกลไม่มาเรียน คุณย่ามิเกลเสีย ครูกำลังจะไปที่งาน ไปด้วยกันเลยมั้ย"

      ฮะ! คุณย่าเสียแล้ว เป็นไปได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ เมื่อวานเรายัง...กำแพงเดินตามครูหลิวไปอย่างเงียบๆ หยุดที่จะคิดอะไรต่อ






      "ถ้าเย็นวันนั้นเราไม่ออกนอกเส้นทาง ถ้าเรารีบกลับบ้านมาหาคุณย่า คุณย่าคงยังอยู่กับเรา...มีจานหมูทอดวางอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่มีคุณย่านั่งอยู่บนเก้าอี้ คุณย่าไปเที่ยวแล้ว...คุณย่าไปที่นั่น แล้วทิ้งเราไว้ที่นี่กับความเหงาอย่างงั้นเหรอ เหงา! ไม่ว่าเราจะตื่น หรือจะฝัน มันก็...เหงา"มิเกลลูบขนอู่ไช้ อีกมือลูบคลำ'ไอ้เน่า'หนังสือกึ่งสมุดบันทึกของขวัญวันครบรอบวันเกิดที่คุณย่ามอบให้

      "ต่อไปนี้ เมื่อเราตื่นขึ้นมา เราจะไม่มีคุณย่าทอดหมูให้กินอีกแล้ว...คุณย่าครับ อาหารเช้าที่ผมชอบที่สุดคือหมูทอดของคุณย่า"

มิเกลนั่งวาดภาพคุณย่าลงบนหน้ากระดาษของไอ้เน่า ปล่อยให้หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนภาพของวันวาน นั่นเป็นเพียงสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในวันนี้



      หลังจากงานศพของคุณย่า ผู้หญิงที่มิเกลเรียกว่าแม่ก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้พร้อมกับสีส้มเด็กชายวัยมัธยมต้นพี่น้องต่างพ่อของมิเกล สำหรับมิเกลมันเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาย้อมสีภาพของวันวานให้เลอะเทอะอย่างไม่ทันตั้งตัว

      "ที่แม่มาที่นี่พร้อมกับสีส้ม แม่ไม่ได้มาดูแลมิเกลอย่างเดียว แต่แม่จะมาทวงสิทธิ์ของแม่คืนด้วย บ้านหลังนี้พร้อมที่ดินของคุณย่า มันเคยเป็นสิทธิ์ของแม่มาก่อนที่มิเกลจะเกิด"นั่นเป็นประโยคทักทายจากแม่

นับจากวันนี้ ภาพของแม่จะเข้ามาแทนที่ทับซ้อนภาพของคุณย่า ยังขาดแต่ภาพของพ่อที่มิเกลยังคงโหยหา










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

8 ความคิดเห็น