Red Velvet - Mama Rocker! งานนี้หม่ามี๊ขอร็อค

ตอนที่ 4 : Sweet Child O' Mine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

She got a smile that it seems to me
Reminds me of childhood memories
Where everything was as fresh as bright blue sky

     เวนดี้เอนตัวลงกับเตียงในท่ากึ่งนั่งนอน ในมือถือกีต้าร์โปร่งตัวเก่าที่ทำความสะอาดมาแล้วดีดเบาๆหลังเก็บของเสร็จ เด็กหญิงตัวน้อยปีนขึ้นมาบนเตียงกับแม่ เธอยืนขึ้นแล้วโยกตัวไปตามจังหวะอะคูสติกตามประสาเด็กร่าเริง

Oh, oh, oh, oh
Sweet child o' mine
Oh, oh, oh
Sweet love of mine

     ผู้เป็นแม่เริ่มจังหวะให้สนุกขึ้น ซึงอาส่งเสียงหัวเราะแล้วกระโดดเด้งไปรอบๆเตียงพร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด เมื่อเวนดี้เห็นดังนั้นก็รู้สึกขำ แต่ก็ต้องร้องเพลงต่อไป

She's got eyes of the bluest skies
As if they thought of rain
I hate to look into those eyes
And see an ounce of pain
Oh, oh, oh, oh
Sweet child o' mine
Oh, oh, oh
Sweet love of mine

     แอแอ่แอแอ๊~

    โรเซ่เดินเป่าฮาโมนิก้าอันเล็กๆเข้ามาในห้อง ซึงอาที่ได้ยินเสียงแปลกปลอมเข้ามาในห้อง เธอก็ลืมแม่และสไลด์ลงเตียงไปหาโรเซ่อย่างรวดเร็ว

     "น้าโรเจ้ ขอหนูเล่นอันนั้นนะคะ" เด็กน้อยกระโดดแหยงๆจะเอาฮาโมนิก้าในมือเพื่อนแม่

     "น้ายกให้เลยจ้ะ"

     "เย้!!" ซึงอาคว้าเครื่องดนตรีอันน้อยแล้ววิ่งกลับขึ้นเตียงไปหาเวนดี้

     "ขอบคุณน้าด้วยสิคะ" ซึงวานเตือนลูก

     "แต๊งกิ้วค่า" ซึงอารีบกล่าวก่อนที่จะเอาหัวไปนอนตักแม่แล้วเป่าฮาโมนิก้ามั่วๆอย่างสนุกสนาน

     "พ่อซึงอาคงไม่มีวันให้ของแบบนี้แน่ๆ" เวนดี้บ่นลอยพลางลูบหัวลูกสาว 

     "ว่าแต่แกเถอะ ได้ทีก็เล่นทั้งวันเลย" โรเซ่ถามย้อนแล้วดึงกีต้าร์โปร่งออกจากมือเวนดี้เอาไปไว้ข้างเตียง ตั้งแต่เพื่อนเธอกลับมาจากสมัครงานก็เล่นกีต้าร์ไม่ยอมหยุดจนถึงตอนนี้ ปลายนิ้วนุ่มนิ่มกลายรอยแดงจากการจับคอร์ดกีต้าร์ มันสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่เพิ่งหัดเล่นหรือห่างหายไปนาน แต่เวนดี้คงไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก

     ทั้งเธอและเวนดี้พยายามฟอร์มเป็นวงดูโอ้กันเพราะชอบเล่นดนตรีทั้งคู่ ถึงฝั่งหนึ่งจะเป็นร็อคเกอร์และอีกจะเป็นฮิปฮอปแต่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี มาเลิกงานดูโอ้อีกทีตอนเวนดี้ก็แต่งงานแล้ว ส่วนโรเซ่ก็ทำงานด้านเพลงต่อไป เอาจริงๆเธอก็อยากมีแฟนนะ แต่เธอชอบทำงานมากกว่า

     เอาเข้าจริงอดีตสามีเองก็ไม่เคยรู้ตัวตนที่แท้จริงของเวนดี้เหมือนกัน เขาคิดว่าซึงวานคงเป็นสาวเรียบร้อยตามสเปคหนุ่มบ้านรวย แต่นั่นคงเป็นหน้ากากที่ใหญ่ที่สุดบนหน้าของซึงวานแล้วล่ะ 

     ไม่อยากจะนึกถึงตอนที่เวนดี้กลับแต่งหน้าแต่งตาสโมคกี้อายเหมือนตอนเป็นวัยรุ่นมันจะเป็นยังไง เรียกได้ภาพคุณแม่ในตอนนี้มันลบล้างอดีตไปหมดแล้วนั่นเอง แม้แต่ตัวเองก็ยังลืมตัวตนของตัวเองไปแล้วเลย

     "ที่ใหม่ที่จะไปอยู่นี่คือที่ไหนเหรอ?" โรเซ่ถามขึ้นหลังจากเห็นซึงอาผล็อยหลับไปแล้ว

     "ก็เข้าไปอยู่หอเดียวกับวงนั่นแหล่ะ แต่คนละห้อง อีกอย่างมันใกล้โรงเรียนลูกกว่าที่นี่ เดินไปส่งก็ยังได้"

     "แล้วเรื่องหย่าจะยังไงเนี่ย?"

     "คงเร็วๆนี้ แต่ฉันยังไม่อยากเจอหน้าเขา จะกลับไปเอาของจากบ้านนั้นมาเพิ่มยังไม่อยากไปเลย" เวนดี้เอนตัวลงนอนแล้ถอนหายใจแรง ตอนนี้เธอมีแค่เสื้อผ้าของตัวเองกับของลูกเท่านั้น เงินติดตัวยังแทบไม่มีเลย

     

เช้าวันต่อมา


     แทนที่จะได้ออกไปกันเร็วๆ สองแม่ลูกดันมาทะเลาะกันอยู่หน้าห้องเรื่องกระเป๋า เนื่องจากเวนดี้ต้องแบกเคสกีต้าร์สองเคส แต่ด้วยความที่ซึงอาเห็นแม่แบกเยอะแล้วก็เลยอยากช่วยลากกระเป๋า ซึ่งมันใหญ่และหนักเกินกว่าเด็กสี่ขวบตัวเล็กๆจะลากได้ เอาง่ายๆคือแทนที่จะได้ลากไปดีๆ กระเป๋ากลับต้องไถไปกับพื้นเพราะซึงอาตัวเล็กเกินไป

     "เดี๋ยวหม่ามี๊ลากไปเอง!"

     "ไม่เอา หนูจะช่วย!"

     "โอยยยย พอๆน้าลากเอง" โรเซ่ที่กะว่าจะปล่อยให้สองแม่ลูกไปกันเองแต่ได้ยินโวกเหวกอยู่ข้างนอก เลยออกมาช่วยขนของแล้วพาไปส่งถึงที่เลยซะอย่างงั้น

     พวกเธอขับรถมาจนถึงหอพักโทรมๆ 5 ชั้นใกล้ๆกับผับ ซึงอาที่เล่นฮาโมนิก้าอยู่เบาะหลังเพลินๆถึงกับต้องวางลงแล้วเกาะขอบหน้าต่างด้วยความอยากรู้

     "หม่ามี๊ นี่ไม่ใช่บ้านหนูอ่ะ..." เด็กน้อยพูดเสียงเศร้า

     "เราไม่ได้กลับบ้านลูก" ซึงวานบอกลาเพื่อนแล้วเดินมาเปิดประตูให้ลูกลงจากรถ พร้อมกับทยอยเอาของลง แต่ยังไม่ทันจะเดินไปข้างใน มือกลองประจำวงก็เดินสวนออกมาซะก่อน

     "ทำไมมาเร็วจัง..." ซึลกิทำหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปช่วยเวนดี้ลากกระเป๋า

     "มาเร็วจะได้จัดของเสร็จเร็วๆไง ทำไมเหรอ?" ซึงวานถามกลับ

     "เอ่อ... ไปถึงแล้วอย่าเพิ่งตกใจสภาพห้องนะ คือเอาตรงๆเราจะมาทำความสะอาดห้องกันตั้งแต่เมื่อคืน แต่เยริดันเอาลังเหล้าขึ้นมาด้วย ก็เลยกะจะกินกันก่อนแล้วทำความสะอาดต่อ ไม่ได้คิดว่าจะเราเมาแอ๋จนทำงานไม่ได้ แถมจอยก็ยังสแปลชอ้วกไว้ทั่วห้องอีก"

     "ห้ะ!?" ซึงวานทำหน้าตกใจมากขึ้นไปอีก

     "แต่ๆๆๆๆๆ แต่ว่าเรารีบทำความสะอาดแล้วนะ พอเธอขึ้นไปพวกนั้นก็น่าจะเช็ดอ้วกไปหมดแล้วมั้ง" ซึลกิพยายามให้เวนดี้เชื่อในสิ่งที่เธอพูด แต่ที่ได้กลับคือสายตาที่ไม่ไว้ใจหนักกว่าเดิม

     สองแม่ลูกขึ้นบันไดตามซึลกิขึ้นไปที่ชั้นสาม ซึ่งแต่ละชั้นจะมีห้องเล็กๆเพียงห้องเดียวเท่านั้น แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือเกือบทุกห้องที่เธอเดินผ่านมาล้วนมีกลิ่นตุๆ แต่กลิ่นของห้องเธอแรงที่สุด!

      "กลิ่นอะไรอ่ะคะ" ซึงอาเอามือปิดจมูกตัวเอง

     "ถ้าน้องทนไม่ไหวก็หายใจทางปากนะ เราทำบ่อย" ซึลกิหันไปแนะนำเด็กน้อยที่อยู่ข้างหลังตัวเอง แล้วเปิดประตูพรวดเข้าไปในห้อง กลายเป็นว่าพอเปิดประตูกลิ่นกลับแรงขึ้นมาอีกหลายเท่าจนเวนดี้รู้สึกมึนหัว

     ไม่ต้องพูดถึงซึงอา เธอถอยกรูดลงบันไดไปอยู่ชั้นสองแล้ว แม่เรียกกี่ครั้งก็ไม่ยอมขึ้นมา

     ทั้งซึลกิและเวนดี้เลยเดินเข้าไปในห้องแค่สองคน พวกเธอพบกับเยริและจอยกำลังรีบเช็ดซากสงครามเมื่อคืนกันอย่างขมักเขม้นแม้ยังดูไม่สร่างเมากันดีก็เถอะ

     "พี่จอยๆ โผล่หน้ามาหน่อย พี่ซึงวานมาแล้ว" เยริตะโกนเรียกจอยที่กำลังล้างผ้าขี้ริ้วอยู่ตรงระเบียง สาวร่างสูงเดินไร้ศูนย์ถ่วงออกมาดูหน้าคนมาใหม่ เธอเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้เจอเวนดี้เลย

     "แค่กๆ พี่ซนซึงวานเหรอ?" จอยถามกลับอย่างไม่ค่อยสบายนักเนื่องจากอาเจียนทั้งคืนจนแสบคอ

     "เอ่อจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจอย" เวนดี้ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป

     "แล้วเด็กคนนั้นใครเหรอ?" จอยชี้ไปยังหน้าประตูที่มีเด็กผู้หญิงยืนอุดจมูกแอบมองอยู่ข้างนอก

     "อ๋อ นี่โกซึงอา ลูกสาวพี่เอง" ซึงวานพยายามกวักมือเรียกลูกสาวเข้ามา แต่เด็กหญิงก็ส่ายหน้าลูกเดียว

     "ยังเล็กอยู่เลยนี่ ได้ยินครั้งแรกนึกว่าจะโตกว่านี้... สักสิบขวบ" จอยพยายามยิ้มทักทายและซึงอาก็ยังกลัวอยู่

     กลายเป็นว่าสิ่งที่จอยพูดกลับทำให้เวนดี้เริ่มเครียด ถ้าฟังประโยคเมื่อกี๊แบบไม่คิดอะไรก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าคิดลึกลงไปกว่านั้นคือผู้หญิงคนนี้คิดว่าซึงวานมีลูกตั้งแต่อายุสิบหก

     บ้าจริง

     ซึลกิเอาของไปวางไว้ตรงมุมห้องที่มั่นใจว่าสะอาด แล้วสอดสายตามองหาบุคคลที่ควรจะอยู่ที่นี่ด้วยกันแต่กลับหายหัวไปไหนก็ไม่รู้

     "เมื่อคืนพี่ไอรีนอยู่ที่นี่ด้วยใช่ป่ะ?" ซึลกิหันไปถามเยริ ตอนนี้ความทรงจำของเธอเลือนลางเหลือเกิน

     "เออ! ลืมพี่แกไปเลย!" เยริทำตาโต "เมื่อคืนพี่เขาอยู่ด้วยนะ แต่ไม่ได้ดื่มกับเราอ่ะ"

     ซึลกิวิ่งลงไปข้างล่างแล้วก็วิ่งกลับขึ้นมาเห็นว่าหัวหน้าวงไม่ได้อยู่ในห้องตัวเอง เธอจึงกลับขึ้นมาสำรวจที่ห้องเวนดี้ใหม่และสังเกตได้ว่าจอยซักผ้าขี้ริ้วที่ระเบียงแทนที่จะเป็นห้องน้ำ เธอเดินเข้าไปจะเปิดประตูห้องน้ำแต่มันกลับล็อคอยู่

     "พี่ไอรีน!! เห้ย!! อยู่มั้ยเนี่ย!!" ซึลกิตะโกน แล้วหันกลับมามองหน้าเวนดี้ "เดี๋ยวจะซ่อมประตูให้นะ"


     โครมมมมมมมมมมมม!!!


     สาวตาตี่เดินถอยหลังแล้วใช้แรงทั้งหมดกระโดดขาคู่พังประตูห้องน้ำได้ในที่สุด เธอรีบลุกขึ้นมาเปิดประตูพรวดเข้าไปในห้องน้ำ และได้พบกับหัวหน้านอนกอดโถส้วมหลับตาพริ้มอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะตื่น

     "เห้ยพี่ ตื่นๆๆๆๆๆ" ซึลกิเข้าไปเขย่าตัวไอรีนจนเธอสลึมสลือตื่นขึ้นมามองหน้าแบบงงๆ

     "ไร?"

     "พี่มานอนทำไมในห้องน้ำเนี่ย?"

     "ไอ้จอยแม่งอ้วกอย่างกับท่อปะปาแตก ขี้เกียจตามเช็ดเลยเข้ามาหลบในห้องน้ำเนี่ย" ไอรีนเล่าอย่างเกรี้ยวกราด

     "ความจริงพี่ควรจะขังมันไว้ในห้องน้ำมากกว่านะ..." ซึลกิกล่าวอย่างหมดอารมณ์

     หัวหน้าวงเดินง่วงออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ได้ดูว่าตรงที่เธอก้าวเหยียบไปนั้นเป็นอ้วกของจอยที่ยังไม่ได้เช็ด แต่เธอไร้สติเกินกว่าจะสัมผัสถึงความเหนียวที่เท้าของตัวเองได้

     ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าบอกไอรีนอยู่ดี

     "อ้าว ซึงวานมาแล้วเหรอ" ไอรีนทักคนมาใหม่ที่ตอนนี้มีเด็กเดินเข้ามาเกาะแข้งเกาะขาอยู่กลางห้อง

     "ค่ะพี่ ซึงอาสวัสดีเขาหน่อยสิลูก" เวนดี้พยายามแกะลูกออกจากขาแต่ไม่เป็นผล

     "Hi" เด็กน้อยทักทายเสียงเบาแต่ก็ยังเกาะขาแม่แน่น

     "สวัสดีผู้ใหญ่ต้องโค้งสิ" ไอรีนมองแรงใส่ซึงอา อย่าว่าแค่ลูกกลัวเลย คนเป็นแม่ก็เริ่มกลัวนิดๆแล้วเหมือนกัน

     แต่น่าแปลก แทนที่ซึงอาจะกลัวแล้วเกาะแม่แน่นขึ้น เธอกลับค่อยๆก้าวออกมาแล้วโค้งเก้าสิบองศาอย่างสวยงาม เมื่อไอรีนเห็นดังนั้นก็แอบอมยิ้มเล็กน้อยที่เด็กเชื่อฟังเธอแต่โดยดี

     ใช่สิ ก็คนมันน่านับถือ ใครๆก็ต้องเคาร--

     "สวัสดีค่ะคุณป้า" 

     "ไอ้เด็ก--!!!"

     "พี่อย่าาาาา!!!" ซึลกิกระโดดคว้าคอไอรีนแล้วลากออกไปสงบสติอารมณ์นอกห้องทันที ทิ้งให้ทุกคนในห้องอยู่สภาพแตกตื่น เรียกได้ว่าช่วยกันเก็บเด็กแทบไม่ทัน


..............................

Sweet child o' mine - Guns N' Roses

     

      

     

     

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #8 Wenna (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 20:09

    ใจเย็นๆนะคะพี่ไอรีน 55

    #8
    0
  2. #7 tiga (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 11:39

    ซึงอา อย่ากวนป้าเค้าลูก ออกมา ออกมา แลเห็นความวุ่นวาย

    รอไรท์มาต่อ สนุกมาเลยค่ะ สู้นะค่ะไรท์ มีคนรออ่านอยู่ตรงนี้ 1 อัตรา

    #7
    0