[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 3 : C.U.B.I - ร้านผับกาแฟ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

[ร้านผับกาแฟ ตอนที่ 2]


“เอ่อะ...งานภาคสนาม...ผมล่ะเกลียดมันจริงๆ”


อิลฮุนบ่นอุบทันทีที่ออกเดินมากับพีเนียล ฝรั่งข้างตัวก็เพียงแต่ยิ้มรับ ทั้งสองเปิดกล่องอุปกรณ์ใส่ถุงมือกันไม่ให้รอยนิ้วมือไปโดนอะไร พีเนียลหยิบกล้องมาถ่ายรอบๆสถานที่เกิดเหตุ


ดูด้วยตาเปล่าผ่านๆมันอาจจะไม่มีอะไร แต่พอมองไปรอบๆมันก็รู้สึกขัดตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“อิลฮุน ถ้านายเสพยา นายจะมาเดินอยู่แถวตรอกนี้ไหม”


“เสพอยู่บ้านสิ ออกมาทำไมล่ะครับ”


“แล้วถ้าเสพคนเดียวไม่สนุกล่ะ”


“ออกมากับเพื่อนๆมั้ง ร้านไหนก็ได้ที่มันมีห้องส่วนตัว แอบเสพกัน ถามทำไมครับ ผมก็ไม่เคยเล่นยาสักหน่อย”


พีเนียลยิ้มขำๆกับท่าทางของอิลฮุน เจ้าตัวดูหงุดหงิดไม่น้อยทั้งไม่ได้นอนและต้องออกงานภาคสนาม เขามองไปรอบๆก่อนเริ่มถ่ายสถานที่อีกครั้ง


“ที่พี่ถามเมื่อกี้เพราะคาใจเรื่องเสพยาเเกินขนาดใช่ไหมครับ”


“นายว่ามันไม่แปลกเหรอ ใช่ไหมสร”


พีเนียลถามสรที่กำลังปิดถุงใส่ศพ เตรียมกลับไปชันสูตรที่สำนักงาน เธอนิ่งคิด


“ก็ถ้าเป็นคดีเสพยาเกินขนาดทั่วไป ส่วนใหญ่ก็มักจะเจอในที่พัก ตามถนนแบบนี้ก็จะมีแต่คนไร้บ้านเท่านั้น ตามที่ฉันคิดนะคะ”


เธอว่าก่อนลากลับไปทำงานต่อที่สำนักงาน


“เธอคนนี้มีดีดรีถึงกับเป็นนักศึกษาม. A ถ้าจะเสพยากันมันก็ต้องปาตี้หรูๆ เพื่อนรวยๆสิ ”


“งั้นถ้าเป็นพี่ พี่จะเข้าร้านไหนล่ะ ในละแวกนี้”


“ก็คง...”


พอพีเนียลชี้ไปที่ร้านที่ตัวเองคิด อยู่ดีๆทั้งสองคนก็มองหน้ากัน


“ใครทำหน้าที่คุยกับคนในพื้นที่นะ”


“พี่ชางซอบกับซองแจ”


“เรามีที่ๆให้สองคนนั้นไปคุยแล้วล่ะ”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


“ถึงจะบอกให้คุยกับคนแถวนี้ก็เหอะ แต่ใครมันจะมาเดินเล่นในตรอกแบบนี้วะ ที่อับแบบนี้ คนส่งของนั่นมาเจอเร็วก็ถือว่าโชคดีมากแล้วเหอะ”


คู่หูคนพี่บ่นอุบเมื่อเดินออกมาจากร้านค้าที่เพิ่งเข้าไปสอบถาม คู่หูคนน้องก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรแค่เดินเบื่อๆย้ายไปอีกที่ที่อยู่ในขอบเขตการสอบสวน


สามสี่ที่ที่ผ่านมาเรียกว่าไม่ได้อะไรเลย มีแต่ ‘ไม่เคยเห็น’ ไม่ก็ ‘ไม่รู้เรื่อง’ก็ทำไงได้ย่านนี้มันย่านที่เที่ยวกลางคืน ใครมันจะไปใส่ใจกับนักเที่ยวพวกนี้ แต่งตัวเหมือนกันหมด


“พี่ว่าชุดที่เธอใส่เหมือนใส่ไปเที่ยวกลางคืนไหม”


“ไม่รู้อ่ะ เดี๋ยวนี้เที่ยวกลางคืนเขาแต่งตัวกันยังไงเหรอ”


“อย่ามาทำอินโนเซ็นต์”


“ไม่ใช่โว้ย เข้าผับครั้งสุดท้ายตั้งแต่สมัยเรียน เดี๋ยวนี้ก็ไปแต่บาร์ตำรวจ”


“ตอแหล ผมเห็นนามบัตรคลับเปลื้องผ้าในกระเป๋าสตางค์ของพี่”


“นั่นได้มาจากพยานตอนฉันไปสืบคดีฆาตกรรมผัวเมียโว้ย-- เดี๋ยวนะ นายเอากระเป๋าสตางค์ฉันไปดูเมื่อไหร่”


“ตอนหยิบเอาไปจ่ายค่าพิซซ่าเมื่ออาทิตย์ก่อน”


“ก็ว่าเงินมันหายไปไหน! ไอ้เด็กผี!!!@#%&฿#%”


คู่หูคนน้องยกยิ้มเยาะเมื่อสะกิดต่อมหัวร้อนของอีกคนได้สำเร็จ ซองแจกำลังรอจังหวะราดน้ำมันเพิ่มแต่เสียงโทรศัพท์ของตัวเองก็ดังขึ้นมาเสียก่อน พอยกขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายของพี่พีเนียล


“นี่จะเลิกสนใจฉันง่ายๆงี้เลยเรอะ ไอ้เด็กเปรต--”


ซองแจยกมือขึ้นมาบีบปากคนขี้บ่นให้ปิดลง ปากอิ่มนั้นประกบเข้าหากันเหมือนปากเป็ด คนโดนปิดปากก็ยืนนิ่งๆให้ปิด เขายิ้มขำก่อนจะกรอกเสียงตอบรับปลายสาย


“ครับ?...ผับเอเดน? ตรงไหนครับ...อ่อ...ครับ เดี๋ยวจะลองไปดู ขอบคุณครับ”


“ผับเอเดนนั่นผับที่อยู่ตรงข้างตรอกที่เกิดเหตุไม่ใช่เหรอ”


พอปากตัวเองเป็นอิสระเจ้าตัวก็เริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยักหน้าตอบรับก่อนออกเดินไปตามทาง


“พี่พีเนียลบอกให้ลองไปคุยดูน่ะครับ”


“ตกลงนั่นชุดใส่ไปผับเหรอ เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ใส่แบบโชว์เนื้อหนังมากกว่านี้เหรอ”


“ชอบแบบนั้นล่ะสิ”


“หรือนายไม่ชอบล่ะ”


“หึหึๆ”


คู่หูคู่กัดมองหน้ากันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา ทั้งสองมายืนอยู่ตรงหน้าผับที่พีเนียลบอก ซองแจเปิดประตูก่อนทำท่าทางให้คนพี่เข้าไปก่อนแล้วค่อยเดินตามเข้าไป ชางซอบเดินตรงเข้าไปหาพนักงานที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ เจ้าตัวยิ้มให้พร้อมหยิบบัตรประจำตัวให้พนักงานดู


“สวัสดีครับ ผมอีชางซอบ C.U.B.I ครับ ”


“มีอะไรให้ช่วยครับ”


“เจ้าของร้านอยู่ไหมครับ”


“ครับ ผมจะตามให้"


พนักงานเดินเข้าไปหลังร้านก่อนจะกลับมาพร้อมกับที่น่าจะเป็นเจ้าของร้าน เขาดูยังไม่แก่เท่าไหร่ ออกจะยังหนุ่มยังแน่นด้วยซ้ำ แต่จะว่าไปเดี๋ยวนี้ก็มีคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่มๆเหมือนกัน ชางซอบส่งสัญญาณให้ซองแจว่าตัวเองจะไปคุยกับเจ้าของร้านเอง ซองแจรู้ดีว่าเขาต้องทำอะไรต่อ


เขาปลีกตัวออกไปเดินสำรวจร้าน ร้านเป็นแบบสองชั้นครึ่ง สามารถมองลงมาจากด้านบนได้ ตรงกลางเป็นเวทีขนาดกลางไว้สำหรับให้ขึ้นแสดง บนเวทีมีอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เอาไว้เปิดเพลง โต๊ะด้านล่างเป็นโต๊ะแบบใช้ยืน ด้านล่างนี้คงเป็นลานเอาไว้สำหรับเต้น


ส่วนชั้นสองจากด้านล่างจะเห็นเป็นพื้นที่แบ่งๆกันไป มีโซฟาและโต๊ะ เขามองหาบันไดที่จะใช้ขึ้นชั้นสอง ตรงหน้าทางขึ้นมีสายคล้อง แสดงว่าน่าจะเอาไว้สำหรับคนที่มีสิทธิพิเศษ


พอมองไปส่วนอื่นๆเขาก็ไม่เห็นอะไรที่น่าสนใจแล้ว ทางไปห้องน้ำ ครัวหลังบาร์ ทางออกหนีไฟ เขาหันความสนใจกลับมาหาพี่ที่ยังยืนคุยอยู่กับเจ้าของร้าน เมื่อเห็นว่ายังไม่เสร็จดีเขาก็สำรวจต่ออีกหน่อย คราวนี้เขาเปลี่ยนความสนใจมาที่พนักงานทั้งหลายที่กำลังทำความสะอาดร้าน เกือบสิบโมงแล้ว พนักงานยังทำงานกันอยู่ เขาว่ามันออกจะนานไปหน่อยสำหรับผับปิดตีห้านะ เขามองหาเป้าหมายที่จะเข้าไปคุยด้วย พอเห็นก็ปั้นหน้ายิ้มแบบที่พี่ๆเรียกกันว่า ‘รอยยิ้มจับเหยื่อ’


“สวัสดีครับ”


หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งหันมาเจอเขา เธอดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเขินๆ


“ทำงานที่นี่นานยังครับ”


“สะ สองเดือนค่ะ”


“ดูคุณยังเด็กอยู่เลย ไม่น่าทำงานในผับแบบนี้ได้เลยนะครับ”


“อ่ะ อ๋อ คือฉันเปล่าทำงานผับหรอกค่ะ ฉันทำร้านกาแฟค่ะ”


“ร้านกาแฟ?”


“ค่ะ ที่นี่ตอนกลางคืนจะเป็นผับส่วนกลางวันจะเป็นร้านกาแฟทั่วไปค่ะ”


“โอ...”


เขาพยักหน้าช้าๆก่อนหันไปสำรวจสถานที่อีกครั้ง ไม่ว่าจะดูยังไงก็ที่นี่ก็ไม่น่าจะทำเป็นร้านกาแฟได้เลยดูจากการตกแต่ง เขาส่งสายตาสงสัยให้สาวเจ้า เธอก็ลุกลี้ลุกลนอธิบายให้เขา


“คือไม่ใช่ตรงนี้หรอกค่ะ พนักงานร้านกาแฟจะเข้ามาทำความสะอาดตรงนี้หลังผับปิด แล้วช่วงเปิดร้านถึงจะไปที่หน้าร้านค่ะ ผ่านตรงห้องครัวไป”


“อ๋อ ครับ ครัวกว้างมากไหมครับ”


“ไม่ค่ะ ความกว้างเท่าบาร์เลย แต่ตัวร้านกาแฟความกว้างเท่าผับค่ะ”


“อ๋อ...ครับ อ่า...ผมรบกวนคุณแย่เลย”


“มะ ไม่หรอกค่ะ”


เธอเอาผมทัดหูด้วยความเขินอาย ดูน่ารักดี ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในเวลางานเขาก็อยากจะทำความรู้จักเธอมากกว่านี้ เสียงพูดคุยจากคู่หูของเขาดังเรียกความสนใจ สายตาจากคนแก่กว่าส่งมาเหมือนให้สัญญาณว่ากำลังจะเสร็จธุระ เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาบอกลาสาวน้อยคนนี้


“ขอบคุณที่อยู่คุยเป็นเพื่อน ผมต้องไปแล้ว ขอบคุณมากนะครับ”


“อ๊ะ! เดี๋ยวค่ะ นี่ค่ะ”


เธอยื่นบางอย่างให้เขาอย่างเขินอาย เขารับมา มันคือคูปองซื้อกาแฟในราคาครึ่งหนึ่งทั้งหมดสิบครั้ง พอพลิกดูข้างหลังก็เห็นเลขเรียงกันในแบบที่คุ้นเคย...เบอร์โทรศัพท์


เขาว่าก่อนโปรยยิ้มหวานส่งท้ายให้กับเธอ ซองแจเดินไปหารุ่นพี่ของตัวเอง เขายิ้มเป็นมารยาททักทายคู่สนทนาของซางซอบเป็นพิธี


“ขอบคุณมากครับคุณคิม นี่นามบัตรผม หากคุณมีอะไรที่เกี่ยวกับคดีสามารถติดต่อเบอร์นี้ได้ตลอดเลยนะครับ”


“แหม น่าเสียดายที่ติดต่อได้แต่ตอนมีเรื่องเกี่ยวกับคดี”


“ครับ?”


“ผมก็อยากจะติดต่อไปเรื่องอื่นบ้าง เช่น ทานดินเนอร์ด้วยกัน”


ซองแจแทบจะปั้นหน้านิ่งไว้ไม่ได้ คนน้องเพียงยกมือขึ้นมาถูจมูก ปิดบังปากที่มันแทบจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอยู่แล้ว คนเด็กกว่าเหลือบมองคนพี่ที่แม้จะชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังปั้นหน้าหัวเราะไปกับมุกหยอดนั่น


“แฮะๆ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือสละเวลามาให้ข้อมูลนะครับ”


“ผมยินดีครับ แล้วจะยินดีมากถ้าคุณไปทานดินเนอร์กับผม”


โอ้โห...ซองแจไม่รู้จะบอกว่าคุณคิมคนนี้เป็นคนมั่นหน้าหรือว่าหน้าด้านดี แต่ที่แน่ๆคือเขาแทบจะคุมหน้าตาตัวเองไม่ไหวแล้ว ที่จริงแล้วรุ่นพี่ของเขาเป็นคนที่ใจร้อนพอตัว ถ้าเจ้าตัวไม่ชอบ รำคาญหรือหงุดหงิดจริงๆคงปฏิเสธแรงๆไปแล้วในสถานการณ์ปกติ แต่พอดีตอนนี้เราอยู่ในเวลางาน...


คนน้องค่อยๆหลบออกไปยืนอิงเคาท์เตอร์อยู่ข้างหลังคุณคิม ส่วนคนพี่แทบจะจิกตาไล่ตามข้อหาทิ้งกันหน้าด้านๆ ซองแจขมุบขมิบปากว่าขอโทษแต่เขาก็จำเป็นต้องออกมา หนึ่งคือเขาปั้นหน้าต่อไปไม่ได้ อีกอย่างคือ เขาเปิดโอกาสให้คุณคิมจีบพี่เขาอย่างเต็มที่...เขาอยากรู้ว่าพี่จะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ ซองแจยกยิ้มมุมปากมองคู่หูตัวเองโดนจีบอย่างสนุกสนาน


“ผม...อยู่ในเวลางานอยู่ครับ”


“แปลว่าถ้าไม่ใช่เวลางานจะตอบตกลงสินะครับ”


รุกหนักมาก...หนักจนซองแจอยากรู้ว่าคู่หูของเขาจะตอบกลับด้วยมารยาทหรือเท้าคู่ ชางซอบยิ้มค้าง ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ


“ผม...ต้องไปแล้ว ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยครับ”


ชางซอบยื่นมือออกไป คุณคิมแม้จะดูเสียดายที่คู่หูเขาไม่เล่นด้วยแต่ก็ยอมส่งมือออกมาจับพร้อมยังส่งสายตาว่าสนใจเจ้าตัวอยู่ไม่น้อย สองคนจับมือกันตามมารยาทเสียแต่ฝ่ายคุณคิมดูเหมือนจะจับนานไปหน่อย แต่ด้วยความพลิ้วของคุณคิม เขาก็ปล่อยมือชางซอบโดยไม่เกิดการกระอักกระอวน ก่อนจะหันมาจับซองแจเช่นกัน พอออกมาจากร้านก็พบว่าทีมเขากลับกันไปก่อนแล้ว เหลือพวกเขาที่ต้องตามไป


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตั้งแต่ในรถจนถึงในลิฟต์ซองแจกับชางซอบไม่ได้คุยกันเลย ด้วยอีกคนไม่อยากพูดถึงมันและอีกคนก็พยามกลั้นขำสุดชีวิต คนน้องลอบมองคนพี่ที่ยังคงทำหน้านิ่งอยู่ พอนึกถึงเหตุการณ์นั้นแล้ว...อุ๊บ…


“พรืด...”


ซองแจพยามกลั้นขำที่ตัวเองเผลอหลุดออกไป คนพี่ที่รับรู้มาตลอดว่าไอ้เด็กกวนประสาทมันขำก็พยายามปล่อยวาง แต่พอได้ยินเสียงคิกคัก หัวที่อุส่าห์ทำให้เย็นเป็นภูเขาหิมาลัยก็กลายมาเป็นปอมเปอีจนได้ ในที่สุดก็ตะโกนออกมาด้วยความคับอกคับใจ


“ตลกหรือไง!!!!!!!!!”


“มาก! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”


“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”


ซองแจระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแทบจะทันทีที่ตัวเองเห็นหน้าซางซอบ คนพี่ที่ตอนแรกหัวร้อนเฉยๆตอนนี้คือระเบิดไปแล้ว แขนขาวนั้นยกมือล๊อคคอคนน้องด้วยความโมโห ถึงซองแจจะโดนแบบนั้นแต่เจ้าตัวก็ยังคงหัวเราะพลางตีแขนพี่เบาๆเชิงยอมแพ้ ทั้งสองเดินทุลักทุเลกันออกมาจากลิฟต์ เรียกความสนใจจากคนทั้งทีมให้หันมาหา


“มาถึงก็โวยวายกันเลยนะคู่นี้...”


“ฮ่าๆๆๆๆๆ พี่ พี่ๆครับ รู้ไหม เมื่อกี้ อุบ--”


“ห้ามเล่านะ ยุกซองแจ”


ซองแจปัดมือของชางซอบออกก่อนตั้งท่าจะเล่าอย่างเดียว พีเนียลที่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสนุกก็ช่วยล๊อคชางซอบไม่ให้ขัดขวางการเล่า


“วันนี้ ตอนหาข้อมูลจากเจ้าของร้าน พี่ชางซอบโดนจีบแบบหน้าด้านๆเลยอ่ะ”


ซองแจว่าก่อนจะแสดงเป็นคุณคิม ทุกคนหัวเราะกับเรื่องที่เล่า แม้แต่ชางซอบก็ยังหัวเราะออกมาเพราะความเหมือนที่ซองแจแสดง


“ฮ่าๆ โดนอีกแล้วเหรอ”


มินฮยอกหัวเราะผสมโรงกอดอกมองชางซอบที่ตอนนี้หูแดงหมดแล้วไม่รู้เพราะอายหรือเพราะหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง


“คุณคิมโคตรพลิ้ว พลิ้วจนผมนับถือเลย”


“ก็นะ ดูหน้าตาชางซอบสิ นี่ถ้าไม่เป็นตำรวจนึกว่าเปิดร้านดอกไม้”


อึนกวังเอ่ยเสริมขึ้นจนคนโดนแซวทำหน้างอ


“บอกว่าอย่าทำแบบนั้น ปากห้อยหมดแล้ว”


ซองแจว่าพลางเอานิ้วไปปายปากอีกฝ่าย


“เค็ม!!!”


ทุกคนหัวเราะกับภาพที่เห็นแม้แต่อิลฮุนที่วันนี้จะดูหงุดหงิดยังยิ้มออกมาได้


“เอาล่ะ พักเมาท์มอยกันแค่นี้ก่อน ไหนแต่ละคนลองสรุปมาซิว่าได้อะไรบ้าง”


ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะประจำตำแหน่งของตัวเองเวลาประชุม ถึงจะบอกว่าประชุม แต่พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมหรือห้องวางแผนลับอะไร พวกเขาแค่นั่งล้อมทีวีเจอแบนขนาดสี่สิบสองนิ้วที่อยู่ข้างโต็ะอึนกวัง พวกเขาใช้ต่างโปรเจคเตอร์กับไวท์บอร์ดขนาดมาตรฐานเผื่อเอาไว้ใช้เขียนความคิด


ส่วนที่นั่งก็ตามใจชอบ แต่ทุกคนก็มักจะมีที่ประจำของตัวเอง


ซองแจนั่งอยู่ที่โต็ะของตัวเองส่วนชางซอบก็เลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างคู่หู พีเนียลนั่งบนโต๊ะของชางซอบ อิลฮุนมักจะยืนอยู่หน้าโต๊ะอึนกวัง ส่วนมินฮยอกก็จะเดินไปเดินมา ฮยอนซิกจะชอบลากเก้าอี้ออกมานั่งตรงหน้าโต๊ะของมินฮยอก สุดท้ายหัวหน้าของกลุ่มก็จะรับหน้าที่เปิดสไลด์กับเขียนความคิดของแต่ละคนลงบนกระดาน


“แล้วพี่ฮยอนซิกล่ะครับ”


ซองแจเอ่ยขึ้นเมื่อไม่เห็นรุ่นพี่ของตัวเองอีกคน ยังไม่ตื่นอีกเหรอ?


“ไหลตายไปแล้วมั้งน่ะ”


อิลฮุนบ่นน้ำเสียงหงุดหงิด แน่ล่ะ เพราะตัวเองต้องออกไปแทนคนที่กำลังหลับฝันดีน่ะสิ


“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวได้ข้อสรุปแล้วค่อยไปบรีฟให้ฮยอนซิกฟังก็ได้ เอาล่ะ เริ่มกันเลย ทางฉันกับมินฮยอกสอบถามเบื้องต้น คนส่งของบอกว่าจะมาส่งของให้ร้านผับกาแฟนี้ทุกวันอังคาร ตอนพบศพคือกำลังเดินเอาลังไปทิ้งที่ถังขยะ เห็นลีมีอาอยู่ในท่านั่งอิงกับถัง พอเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นศพไปแล้ว หลังจากนั้นก็แจ้ง 919 ของพวกเราได้มาแค่นี้ แล้วทางพีเนียลกับอิลฮุนล่ะ”


สายตาทั้งหมดเบนไปทางสองคนที่กล่าวถึง อิลฮุนเป็นผู้พูดส่วนพีเนียลเพียงพยักหน้ารับตาม


“ครับ ที่เกิดเหตุไม่มีอะไรที่ดูแปลกไป ไม่พบอะไรอย่างอื่นเว้นแต่เรารู้สึกว่าการตายของคดีนี้มันออกจะแปลกอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังสรุปอะไรไม่ได้มาก ต้องรอผลชันสูตร”


“ทางชางซอบกับซองแจล่ะ”


“คุณคิม-- ห้ามหัวเราะนะซองแจ คุณคิมบอกไม่รู้อะไร ไม่รู้เรื่องยาไอซ์ที่พบและเขาก็ยืนยันว่าร้านไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆ เขาบอกอีกว่าส่วนใหญ่จะไม่เข้าร้านตอนที่เป็นผับ แต่จะมาตอนเช้าทำร้านกาแฟ”


“ฟังดูขัดๆกับนิสัยเพลย์บอยของเจ้าตัวว่าไหมครับพี่-- โอ้ย! ตีผมทำไมเนี่ย”


“นายควรโดน! ว่าแต่นายเถอะ ได้อะไรบ้างนอกจากจีบสาว”


“ผมไปหาข้อมูลเหอะ ของผมจากที่ดูรอบๆก็ไม่มีอะไรแปลก มันก็เป็นผับธรรมดาทั่วไป ส่วนพนักงานไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการตายเพราะส่วนใหญ่เป็นพนักงานร้านกาแฟที่มาทำความสะอาดให้กับผับ จะว่าไปก็เป็นร้านที่จ้างงานได้แปลกจริงๆ”


“อืม...ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษเลยเหรอ สงสัยเราต้องรอผลชันสูตรอย่างเดียว ถ้าเป็นแค่ยา เราก็คงแค่บันทึกไว้ แต่ถ้ามันมากกว่านั้น เช่นฆาตกรรม เราก็คงต้องส่งเรื่องไปทาง Y.G.I”


“อ๊ะ! ผมเพิ่งนึกออก”


สายตาทั้งหมดเบนมาหาน้องเล็กของทีม ชางซอบเลิกคิ้วถามคู่หู


“อะไร?”


“ผมว่าร้านนั้นมีห้องลับ... อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนผมเพ้อเจ้อสิ คืออย่างนี้ เขาบอกว่า ร้านสองร้านมันต่อกัน เชื่อมด้วยครัวใช่ไหม”


ซองแจหันไปมองชางซอบเพื่อคำยืนยัน อีกฝ่ายก็พยักหน้าตามจริง คุณคิมก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน ซองแจเมื่อเห็นว่าตัวเองมีคนยืนยันให้แล้ว ก็เริ่มอธิบายความคิดตัวเองต่อ


“แล้วสาวที่ผมคุยด้วยเธอบอกว่า ร้านกาแฟกับผับน่ะ ความกว้างเท่ากัน แต่ครัวมีความกว้างเท่ากับบาร์ซึ่งขอบบาร์กับสุดขอบร้านมันห่างกันประมาณสิบหกฟุตได้ แล้วไอ้พื้นที่ตรงนั้นมันดันเป็นกำแพงเฉยๆ ไม่มีอะไรเลย ประตู หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ...เข้าใจไหมเนี่ย”


ซองแจถามขึ้นเมื่อไล่มองแต่ละคนเพื่อเช็คดูว่าพี่ๆของเขานั้นเข้าใจในสิ่งที่เขาอุส่าห์อธิบายไปยืดยาวหรือเปล่า อาวุโสสองคนเหมือนจะเข้าใจลางๆ ส่วนคู่แลปก็พยักหน้าเข้าใจแต่ใบหน้าก็ยังมีคำถามอยู่ส่วนคนสุดท้ายน่ะเหรอ ยกมือชิดหูเหมือนเด็กอนุบาลอยากถามคุณครูว่าไข่กับไก่อะไรเกิดก่อนกัน


“แล้วอีกข้างหนึ่งของบาร์ล่ะ ลักษณะเดียวกันไหม”


เสียงพีเนียลดังขึ้นถามทันทีที่ซองแจเช็คเสร็จ ซองแจหันมาตอบคำถามของคนที่เข้าใจเขาทันที


“ไม่ครับ ตรงนั้นเป็นทางเข้าไปที่ห้องน้ำและประตูที่จะออกไปที่ตรอกด้วย”


“อืม...น่าสนใจ”


พีเนียลพึมพัมรับกับคำตอบที่ได้รับมาและเริ่มเห็นด้วยกับคนที่เด็กกว่า


“แล้วความลึกของร้านกาแฟล่ะ”


“ผมยังไม่ทราบครับ ถ้าได้เห็นคงประมาณได้ว่าครัวลึกเท่าไหร่ ถ้ารู้แล้วคร่าวๆก็จะประมาณความกว้างความยาวของห้องนั้นได้”


“อืม...”


ทุกคนพยักหน้ารับยกเว้นคนเดียวที่ยังยกมือขึ้นเป็นเจ้าหนูจำไม ซองแจเบนสายตาเบื่อๆไปหาเจ้าหนูที่ว่า เจ้าหนูชางซอบพอได้รับความสนใจก็ลดมือลงแล้วตั้งคำถามกับเขาทันที


“แล้วไอ้ห้องลับนั้นมันเกี่ยวอะไรกับคดีของเราล่ะ”


“.......”


เกิดความเงียบอย่างกะทันหันทุกคนมองไปที่เจ้าของคำถามที่ทำหน้าซื่อตาใสกระพริบตาปริบๆใส่ผู้ถูกถาม ก่อนจะเบนไปหาเจ้าของทฤษฎีห้องลับ


“...เออว่ะ”


ทุกคนเห็นด้วยแม้กระทั่งเจ้าของความคิดเอง แต่อึนกวังผู้มีลางสังหรณ์แรงที่สุดในบรรดาสมาชิก และเหมือนจะแรงที่สุดในสำนักงานกลับรู้สึกว่า มันต้องมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง


“แล้วถ้าหากว่า มันเกี่ยวกัน ทุกคนมีทฤษฎีอะไรเสนอไหม?”


“อืม...ผมมีไอเดีย”


เสียงอิลฮุนเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน ทุกสายตาเบนไปหาที่เจ้าตัว


“ตอนผมเก็บหลังฐานผมคุยกับพี่พีเนียลเรื่องเสพยา ผมตอบกลับไปว่าถ้าจะเสพกันให้สนุกมันก็ต้องเสพกับเพื่อน แล้วเธอเป็นเด็กม.A ฐานะต้องใช้ได้เลยล่ะ ถ้าผมเป็นเธอ ผมจะเช่าห้องไว้ ห้องที่ไม่มีใครสามารถแจ้งได้ว่าพบการมั่วสุมเสพยา...”


“ต้องอยู่ในสถานที่ที่มักมีแต่อบายมุขจนคนเห็นเป็นเรื่องปกติ...”


มินฮยอกเอ่ยเสริม อิลฮุนหันไปพยักหน้ารับ ซองแจที่เหมือนจะคิดอะไรออกก็ตีมือดังป้าบ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนคนชนะ


“เด็กรวย เสพยา เช่าห้อง อบายมุข...ทุกอย่างมันอยู่ตรงนั้นทั้งหมด ‘ผับเอเดน’ ไงล่ะ”


ทุกคนพยักหน้ายอมรับ คนเด็กที่สุดยิ้มรับกับข้อสรุปที่ซับพอร์ตกับความคิดของตัวเองก่อนหันไปทำน้ำเสียงแซวกับคนข้างตัว


“ดูเหมือนว่าคุณคิมของพี่ชางซอบจะมีความลับกับเราซะแล้วล่ะ”


“ไม่ใช่ของฉันโว้ย! ทำไมชอบทำความดันฉันขึ้นอยู่เรื่อยเลยให้ตายสิ”


ชางซอบใช้เท้าถีบเก้าอี้ซองแจลวกๆ คนเด็กกว่ายิ้มกว้างหัวเราะชอบใจ ส่วนคนแก่กว่าก็ได้แต่ขยำเศษกระดาษปาใส่ระบายอารมณ์ ทุกคนหัวเราะไปกับโชว์ตีกันของคู่หูคู่กัด ก่อนจะกลับมาตกลงกันเรื่องคดีกันต่อ มินฮยอกผู้เชี่ยวชาญเรื่องขั้นตอนและกฎหมายเอ่ยขึ้นคนแรก


“ถึงเราจะเห็นด้วยกันหมด แต่มันก็เป็นคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลเหตุ เราใช้ของพวกนี้ขอหมายค้นไม่ได้”


“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไม่สืบภายใต้การทำงานของ C.U.B.I”อึนกวังว่า


“แล้วเราจะทำยังไง?”


“อืม...”


ทั้งหมดเงียบไปอีกครั้ง จมกับความคิดของแต่ละคน และสุดท้ายคนที่ได้คำตอบก็เป็นใครไม่ได้นอกจากคนที่มีความคิดแปลกประหลาดกว่าเพื่อน


“...เราก็ไม่เป็นตำรวจสิ”


“???”


“เราก็เป็น ‘ลูกค้า’ ซะสิ”


รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยออกมาจากใบหน้าหล่อเหล่า รอยยิ้มที่ทุกคนมักจะคุ้นเคย รอยยิ้มที่บอกว่าเจ้าเด็กนี่ มันมี ‘แผน’ และแผนที่ว่า มันก็ไม่ได้ใสสะอาดสักทีเดียว คู่หูคนพี่ที่คุ้นเคยกับรอยยิ้มแบบนี้มากที่สุดถึงกับทำหน้าเบ้ เอ่ยเสียงแหยงใส่คู่หูคนน้อง


“ในหัวนายมันมีอะไรประหลาดๆอีกแล้วใช่ไหม ยุกซองแจ”


“พี่ก็รู้ว่าผมมีหลายเรื่อง...แล้วคราวนี้...พี่ต้องไม่ชอบมันแน่ๆ”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ช่วงแรกๆมันก็จะลงถี่แบบนี้แหละ เดี๋ยวนานๆไปมันก็จะดองเค็มเป็นเดทซีไปเลย


จะเห็นว่าเรายังไม่เน้นเรื่อง Love line แต่ถามว่ามีไหม มี...มั้ง /ที่เห็นว่าใช่แน่ๆก็คงมีอยู่คู่นึงแหละ


แต่ใครจะรู้ เกิดเรานึกคึกอยากเปลี่ยนขึ้นมาทำไง เอาเป็นว่าขึ้นเรือปลอดภัยใส่ชูชีพกันด้วยนะจ๊ะ


แถมๆ ผังที่นั่งของแต่ละคนในสำนักงานเวอร์ชั่นลวกๆ




จิปาถะอยากเล่า

- เพราะจัดโต๊ะแบบนี้ชางซอบกับซองแจเลยตีกันง่าย ส่วนใหญ่จะทะเลาะกันเรื่องวางของกินที่กัน

- เคยเอาบอร์ดมากั้นระหว่างสองคนนี้ แต่ก็ไม่ได้ผล

- ชางซอบเดินชนใส่ไวท์บอร์ดบ่อยมากเวลาตัวเองง่วงๆ

- โต๊ะอิลฮุนคือโดนดันติดกับแผงกั้นจนถ้าจะนั่งก็ต้องปีนข้ามโต๊ะไปนั่งเอา

- แต่ก็คงไปนั่งไม่ได้เพราะเก้าอี้โดนฮยอนซิกย้ายออกมาเอาไว้วางขาตอนแอบงีบไปแล้ว

- อิลฮุนเลยตัดสินใจช่างแม่ง ปล่อยให้เป็นที่วางของของทีมไป

- บล๊อคข้างหลังโต๊ะฟากอึนกวังเป็นบล๊อคของทีมซึงฮยอน

- ส่วนบล๊อคทางฝั่งชางซอบเป็นของทีมฮุย


ว่างๆจะวาดโต๊ะทำงานแต่ละคนมาให้ดู


ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่านค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #13 btrkp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:30
    สนุกกกกกก ชอบๆๆ คือถึงไม่มีเรื่องเลิฟไลน์ชัดๆมีแค่พอกรุบกริบแบบนี้ก็สนุกมากๆเลย แต่งดีมากเลยค่ะ ชอบ ชอบที่ซอบโดนเต๊าะด้วย รู้สึกสเน่ห์แรง ชอบ ซองแจหัวเราะไปเถอะ เดี๋ยวชางซอบไปเป็นของคนอื่นแล้วจะหัวเราะไม่ออกหึหึหึ ขอบคุณมากๆสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ
    #13
    0
  2. #10 kawkawgd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 11:38
    ชอบมากๆเลยค่ะะ เพราะจัดโต๊ะงี้ไงแจซอบเลยตีกันบ่อยน่ะ 5555555 ชอบฟิคแนวนี้มากๆเลยค่ะไรท์ รอติดตามตอนต่อไปนะค้าาา
    #10
    1
    • #10-1 OnTheWall(จากตอนที่ 3)
      4 กรกฎาคม 2561 / 12:12
      ดีใจมากเลยที่ชอบค่ะ เราจะพยามเขียนเต็มที่เลย
      #10-1
  3. #9 CokTel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 08:12
    ไม่อยากให้เวลาดองเค็มมาถึงเลย😂😂
    #9
    1
    • #9-1 OnTheWall(จากตอนที่ 3)
      4 กรกฎาคม 2561 / 18:37
      อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนะ มันเป็นสัจธรรม 555555555555555
      #9-1
  4. #8 กชกรร (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 07:04

    ไม่รู้ว่าพี่ซอบตะโดนอะไรในตอนหน้าแต่ก็โชคดีนะคะ//ตอนนี้ตลกมากเลยอ่ะอ่านแล้วนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า555

    #8
    0