[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 2 : C.U.B.I - ร้านผับกาแฟ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

[ร้านผับกาแฟ ตอนที่ 1]


“นายปิดลิฟต์ใส่ฉันยุกซองแจ!!!”


เสียงหนึ่งแว้ดขึ้นมาทันทีที่ปรากฏตัว เป้าหมายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่หูรุ่นน้องพ่วงตำแหน่งคู่กัดที่นั่งยกเท้าวางบนโต๊ะจิบกาแฟทำหน้าเบื่อๆใส่คนมาใหม่


“คนเต็มลิฟต์พี่ก็เห็น ถ้าเข้ามาแล้วลิฟต์ร้องขายหน้าเปล่าๆ ผมช่วยพี่นะ”


คนเด็กกว่าตอบกลับเสียงเบื่อๆ ไม่มีความเคารพใดๆในน้ำเสียงเลยสักนิด ทั้งที่ตัวเองก็ห่างจากรุ่นพี่ถึงสี่ปี จะว่าไปก็เป็นคนที่เด็กที่สุดแล้วในทีมนี้ และก็ถือว่าเป็นเด็กใหม่ในทีม เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ชางซอบที่เห็นว่าคนเด็กกว่าไม่สะทกสะท้านใดๆก็ขึ้นเสียงยิ่งขึ้นไปอีก


“ฉันต้องวิ่งขึ้นบันไดมาเพราะนายเนี่ย!”


“วันหลังก็ตื่นเช้าๆสิครับจะได้ไม่ต้องตาลีตาเหลือกมาตอกบัตรน่ะ”


“ทำมาพูด! ตอกก่อนฉันแค่ห้านาที”


“ยังว่างดูบัตรผมเนอะ”


บทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการทะเลาะกันมากว่า เป็นสัญญาณว่าเช้าวันนี้การทำงานก็ดำเนินไปเหมือนในแต่ละวันที่ผ่านมา


เริ่มด้วยการเถียงกันของรุ่นพี่รุ่นน้องในทีม คนพี่ที่ว่าคืออีชางซอบ ตำรวจนักสืบคนเก่งของทีมและของ C.U.B.I ด้วยความที่จบมาจากโรงเรียนตำรวจและจบมาด้วยคะแนนสูงที่สุดในรุ่นด้วย ไม่ต้องสงสัยว่าเขาคนนี้เก่งแค่ไหนในสายงานนี้ อันที่จริงเคยถูกวางตัวให้อยู่ในทีมชุดสืบสวนสอบสวนพิเศษของสำนักงานใหญ่ แต่ด้วยความสี่มิติของเจ้าตัว ชางซอบปฏิเสธ แล้วเข้ามาสมัครในทีมสืบสวนธรรมดานี้แทน


“เบื่อนายว่ะ ยุกซองแจ”


ส่วนยุกซองแจ เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้สามปี แต่ด้วยความมีไหวพริบ เรียนรู้เร็วและมีความคิดแปลกๆแต่มีประโยชน์ทำให้สามารถเข้ากับทีมนี้ได้อย่างรวดเร็วและขึ้นเป็นกำลังสำคัญให้กับทีม เรื่องการต่อสู้หรือใช้ปืนไม่น่าเป็นห่วง จบโรงเรียนตำรวจคะแนนสูงทีเดียว ทักษะใช้ปืนดี ต่อสู้ประชิดเก่ง แถมหน้าตาดีขวัญใจรุ่นพี่รุ่นน้องผู้หญิงในสำนักงานอีก


“เบื่อพี่เหมือนกัน”


“ชิ”


การเถียงกันยกแรกของวันจบด้วยการที่ต่างคนก็ต่างนั่งโต๊ะ เขียนรายงานที่ค้างจากเมื่อวานให้เสร็จ แต่ก็ไม่วายส่งสายตากัดกันเป็นระยะๆ


“อรุณสวัสดิ์ทุกคน สองคนนี้กัดกันไปหรือยัง”


เสียงสดใสจากหัวหน้าทีมดังขึ้นพร้อมคำถามที่เหมือนเป็นการทักทายกันในยามเช้ามากกว่าต้องการคำตอบ


อึนกวังเป็นหัวหน้าทีมนี้มาหกปีแล้ว ตั้งแต่ทีมนี้ยังมีแค่สี่คน ที่อึนกวังได้เป็นหัวหน้าเพราะตอนนั้นในสี่คน อึนกวัง มินฮยอก ชางซอบและฮยอนซิก อึนกวังเป็นคนที่แก่สุด แถมทีมนี้ก็ไม่ได้ทำงานอะไรใหญ่ขนาดนั้น เลยตัดสินใจกันง่ายๆว่าให้อึนกวังนั่นแหละเป็นหัวหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าอึนกวังจะทำงานขอไปที เมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า คนๆนี้ก็ทำงานสุดความสามารถ เอาจริงๆแล้วทีมนี้มีชื่อขึ้นมาได้ก็เพราะคนนี้เลย


“นายพลาดทะเลาะเช้าวันนี้ไปแล้วล่ะ”


อีกเสียงดังขึ้นด้านหลังของอึนกวัง ตำรวจนักสืบขวัญใจสำนักงาน พ่วงด้วยตำแหน่งคู่หูของหัวหน้าทีมดังขึ้น รอยยิ้มสวยคลี่ออกทำเอารุ่นน้องผู้หญิงในสำนักงานหน้าแดงกันเป็นแถว


“มินฮยอกอ่า นายน่าจะอัดคลิปให้ฉันดู”


“ถ้าอัดให้ดูทุกเช้า เมมโทรศัพท์ฉันคงเต็มภายในหนึ่งอาทิตย์”


ที่มินฮยอกพูดก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องล้อเล่นเสียเมื่อไหร่ สองคนนั้นทะเลาะกันบ่อยจนถ้าเอามารวมๆกันคงได้หนังสั้นเรื่องหนึ่งพอดี ถ้าไม่รวมที่พวกเขาเห็นอาจจะเป็นหนังยาวไปเลยก็ได้


มินฮยอกจบรุ่นเดียวกันกับอึนกวัง ทั้งสองคนรู้จักกันมานาน รวมแล้วก็เกือบสิบปี มินฮยอกเป็นเหมือนหัวหน้าทีมอีกคนด้วยซ้ำ งานอึนกวังจะไม่สำเร็จเลยถ้าไม่มีเขา มินฮยอกประสานงานต่างๆเก่งมาก ทั้งในตัวทีมเองและกับทีมอื่น เป็นคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย เป็นตัวเกมการเมืองของทีมเพราะมีวาทศิลป์ดี แต่ก็ใช่ว่าฝีมีการต่อสู้จะไม่เก่ง มินฮยอกถนัดการต่อสู้ระยะประชิดที่ใช้ความไวเป็นหลัก ได้ที่หนึ่งในการต่อสู้ระยะประชิดตลอดสมัยเรียนโรงเรียนตำรวจ


“เห็นด้วยครับ”


อีกเสียงหนึ่งลอยขึ้นมาจากหลังโต๊ะทำงานอีกตัว สายตาลูกหมาส่งไปให้หัวหน้าของตัวเอง เจ้าตัวยิ้มอ่อนๆให้จนอึนกวังต้องยิ้มเอ็นดูกลับ คนที่เป็นเหยื่อจากการทะเลาะกันของคู่กัดนั้นมีเยอะ แต่ถ้าเหยื่อที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพีเนียล


พีเนียลเป็นตำรวจสากล มาทำงานร่วมกับที่นี่ได้สี่ปีแล้ว ตอนนี้ประจำที่ C.U.B.I แต่ก็ยังไปกลับ เพื่อติดต่อกับทีมตำรวจสากลอยู่


เห็นหน้าตาดูไม่มีพิษมีภัย แต่ทักษะการต่อสู้นั้นขัดกับหน้าตาเป็นอย่างมาก พีเนียลเป็นคนเดียวที่ผ่านการฝึกทหารมากก่อน การใช้อาวุทปืนชนิดต่างๆเจ้าตัวดูจะเชี่ยวชาญมากกว่าใครเพื่อน  แถมงานอดิเรกยังมีประโยชน์ต่อการสืบสวนของทีมอีก บ่อยครั้งที่พีเนียลจะลงไปช่วยอิลฮุลในแลป ในการเขียนข้อมูลโปรแกรมหรือการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ในการสืบสวน


“แลปเมื่อวานเป็นไงบ้างพีเนียล”


“ตอนผมอยู่กำลังเช็คข้อมูลครับ แต่ผมออกมาก่อน พี่ฮยอนซิกกับอิลฮุลอยู่ต่อ”


“ค้างคืนแน่”


“รู้ได้ไง...”


เสียงงัวเงียดังขึ้นแทรกให้ผู้ที่นั่งอยู่ตามโต๊ะหันไปสนใจ ร่างโปร่งกับโน้ตบุ๊กคู่ใจเดินมาทางพวกเขา มืออีกข้างที่ว่างก็ถือแก้วกาแฟดำเดินมาทางโต๊ะของตัวเองที่แต่เดิมแทบไม่มีอะไร ตอนนี้โต๊ะของเจ้าตัวเป็นที่วางของของสมาชิกในทีมไปแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวไม่ค่อยกลับมาที่โต๊ะ ส่วนใหญ่ก็จะหมกอยู่แต่ในแลปด้านล่าง


“รกชิบ...”


อิลฮุนอดสบทไม่ได้เมื่อเห็นสภาพโต๊ะของตัวเอง นี่เขาไม่ได้ขึ้นมาบ่อยขนาดว่าของบนโต๊ะไม่ใช่ของเขาสักอย่าง เขาส่ายหัวระอาก่อนเขี่ยตุ๊กตาสาวฮาวายที่มักเห็นอยู่หน้ารถทิ้ง เจ้าของที่นั่งทำรายงานอยู่ถึงกับต้องลุกมาเก็บ


“อ๋าาาาา นั่นของฝากตอนฉันไปฮาวายนะ”


“ไม่ต้องอยู่ยาวขนาดนั้นก็ได้อิลฮุน”


มินฮยอกเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง อิลฮุนเป็นคนเดียวที่ไม่ได้จบจากโรงเรียนตำรวจและไม่ได้เข้ามาเป็นตำรวจตั้งแต่แรก แต่เพราะช่วงที่เข้ามา ทีมยังขาดบุคคลที่เป็นสายอุปกรณ์ซับพอร์ตให้กับทีม ด้วยความที่จบมหาลัยปกติในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม เลยถูกอึนกวังชักชวนให้เข้ามาอยู่ในทีม ได้รับการเทรนการใช้ปืนเบื้องต้นและการต่อสู้ระยะประชิดบ้างแล้ว ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ตรา แต่อีกไม่นานก็คงได้หากเจ้าตัวไม่ขี้เกียจไปสอบเสียก่อน


“มันติดลม พอมีคนมาช่วยแล้วงานโฟลเลยทำต่อ”


“แล้วผู้ช่วยล่ะ”


“ยึดโซฟาแลปไปแล้วครับ ถ้าไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยดังก็คงไม่ตื่น”


ผู้ช่วยที่ว่าคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากฮยอนซิก ผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจบจากโรงเรียนตำรวจด้วยคะแนนที่ติดหนึ่งในห้าของรุ่น และยังมีปริญญาวิศวะกรรมโปรแกมอีก ฮยอนซิกทำงานทั้งในส่วนของการเป็นตำรวจและทำงานในแลปได้เป็นอย่างดี เป็นบุคคลที่หากขาดคนด้านไหนก็จะเป็นตัวเลือกแรกที่ใครๆก็ต้องการ


“ก็ถ้าฮยอนซิกไม่ตื่น นายคงต้องออกไปแทนเขาล่ะนะ”


“ผมไม่ออกงานภาคสนามอีกเด็ดขาด มันเหนื่อย”


“คราวก่อนนายก็ทำได้ดี”


“ขอบคุณครับ แต่ผมขอผ่าน ผมยอมทำทุกอย่างให้พี่ฮยอนซิกตื่นแลกกับการออกภาคสนาม”


“ฮ่าๆๆๆๆๆ”


“ผลตรวจหลักฐานเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง”


มินฮยอกเดินมานั่งบนโต๊ะของชางซอบ เจ้าของโต๊ะเงยหน้ามองรุ่นพี่เล็กน้อยก่อนก้มเขียนรายงานต่อ


“ครับ อย่างที่ว่าไป ไอซ์ที่ได้มาเหมือนกับที่ได้จากการล่อซื้อและจับกับเอเย่นต์ค้ายาคราวก่อน ”


“แต่ไม่ใช่ตัวหัวหน้า ทำไมเราถึงเข้าไม่ถึงตัวสักที”


ซองแจที่นั่งข้างชางซอบเอ่ยขึ้น ดูเหมือนเจ้าตัวจะเขียนรายงานในส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว มือใหญ่ส่งเอกสารของตัวเองให้ชางซอบก่อนเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างพี่


“มีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง”


ชางซอบว่าทั้งที่มือก็ยังง่วนอยู่กับการทำรายงาน สายตาก็เหลือบมองรายงานของรุ่นน้องเป็นระยะคล้ายแอบลอก อึนกวังที่เห็นก็ไม่ว่าอะไร แม้แต่เจ้าของรายงานก็ยังไม่ได้สนใจ อันที่จริงที่ส่งให้พี่เหตุผลหลักๆก็คือให้ลอกนั่นแหละ


“ตรรกะเบสิคมากครับพี่”


“แต่ส่วนใหญ่มันก็เป็นแบบนั้นไหมครับน้อง”


“ไม่เถียง”


อึนกวางยกยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นพี่น้องเลิกคิ้วใส่กันก่อนเปลี่ยนมาเป็นยิ้มให้กันเวลาคิดอะไรเหมือนกัน เขาเลยเอ่ยเสริม


“มันก็ต้องคนใหญ่คนโตหนุนหลังแล้วล่ะ ไม่งั้นเราคงจับได้ไปตั้งนานแล้ว”


“ไม่ทำแล้วไหม ส่งให้ S.M.I เหอะ”


คนขี้เกียจที่เพิ่งเขียนรายงานเสร็จเอ่ยขึ้นมา มันก็เป็นความคิดที่ดี ที่จะส่งไปให้สำนักงานอื่นทำ ในเรื่องค้ายา ค้าอาวุทเราทำอยู่แล้ว แต่ถ้ามีผู้มีอิทธิพลเมื่อไหร่ S.M.I น่าจะทำได้ดีกว่าของเรา แต่เขาจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้


“ก็เห็นด้วยนะ แต่ตอนส่งเรื่องนายต้องเป็นคนส่งเองนะชางซอบ”


“งั้นเราก็ทำต่อเถอะ”


“ฮ่าๆ”


“ไม่ไหวค่อยส่งเรื่องทีหลัง”


ซองแจว่าพลางกลับไปนั่งโต๊ะตัวเองแล้วเริ่มเอางานเอกสารขึ้นมาทำ มินฮยอกยิ้มบางก่อนกลับไปนั่งตัวเองเช่นกัน


“ไม่ใช่ไม่ไหวกันหรอก ขี้เกียจกันมากกว่า”


“ถูก”


ทุกคนในวงสนทนาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน นี่แหละคือความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมนี้ พวกเขามักมีความคิดคล้ายกัน บางทีเหมือนกันด้วยซ้ำ พวกเขาไม่ค่อยห้ามใครจนบางทีก็ต้องให้ผู้ใหญ่มาปราม


“ขอให้วันนี้ไม่มีงานภาคสนาม--”


“ครับ?”


ประโยคยังไม่ทันหลุดออกจากปากทั้งหมด เสียงของอึนกวังที่กรอกไปตามสายก็หยุดอิลฮุนที่กำลังกระดกอึกสุดท้ายของกาแฟ


“ไม่นะพี่...”


“ครับ...ได้ครับ สวัสดีครับ”


อึนกวังหันมายิ้มบางๆให้กับอิลฮุนที่เหมือนจะรู้ชะตากรรมตัวเองแล้ว คนอื่นก็เหมือนจะรู้แล้วว่าวันนี้คงจะเป็นวันที่ยาวนานอีกวันก็พากันหยิบกระเป๋าเครื่องมือเอื่อยๆ เดินไปรอที่ลิฟต์กันช้าๆ


“ฉันให้เวลานายสิบนาทีไปปลุกฮยอนซิก แต่ถ้าไม่ตื่น นายนั่นแหละ ออกสนามวันนี้”


“....บอกให้ผมไปเก็บของแล้วไปด้วยกันตอนนี้เลยยังง่ายกว่า”


“มีทางเลือกให้จะได้ดูไม่เผด็จการไง”


เจ้าตัวว่าก่อนยิ้มให้ แล้วออกเดินไปพร้อมคู่หูของตัวเอง


“เอ่อะ...ให้มันได้งี้สิ”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


รถหลายคันจออยู่ที่หน้าตรอกถนนแห่งหนึ่ง เส้นคาดสีเหลืองที่มักใช้ในงานของตำรวจคาดไปทั่ว ทีมสถานที่มาก่อนกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น รวมถึงทีมแพทย์ของสำนักงานด้วย หนึ่งในนั้นที่กำลังทำงานกับหลักฐานชิ้นสำคัญเมื่อเห็นบอยแบนด์ตำรวจลงจากรถมา เธอก็ละจากงานก่อนจะเรียกให้พวกเขาไปหา


“ผู้ตายเป็นใครสร”


“จากบัตรประชาชนแล้ว ลีมีอา อายุยี่สิบเอ็ด แล้วก็จากไอดีนักศึกษา เธอเรียนที่มหาลัย A ค่ะ”


เธอแจงเสร็จก็เริ่มลงมือชันสูตรเบื้องต้นต่อ ทีมเจ้าของคดีพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่ที่ทำงานของเธอก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเคสนี้ทันที...


“ดีจังที่มีบัตรประชาชน”


“เคสที่แล้วบัตรก็ไม่มี ลายนิ้วมือก็โดนทำลาย”


“ทำไงได้ ฆาตรกรรมของพวกแก๊ง”


“เราเลยได้ทำค้ายา ร่วมกับY.G.I ”


“ก็ตกลงกันไว้ว่าฝั่งโน้นต้องได้ฆาตกรรม”


“ช่าย”


เสียงพูดคุยขึ้นทันทีที่มาถึงที่เกิดเหตุ ไล่เรียงไปตั้งแต่หัวหน้าทีมและคู่หูของเขา คู่กัดพี่น้อง คนโดนออกภาคสนามจำเป็นจนไปจบที่ชาวต่างชาติของทีม อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะสมที่มาซุบซิบนินทาสำนักงานของตัวเองในสถานที่เกิดเหตุแบบนี้ แต่มันก็พอทำให้ลดความตึงเครียดในการทำงานลงได้ แถมไม่ต้องระวังอะไร เพราะไม่ได้อยู่ในสำนักงาน สรยิ้มบางๆให้กับรุ่นพี่ที่พูดคุยกันอยู่ข้างหลังเธอ


“แล้วทำไมเราได้เคสนี้ล่ะ”


สิ้นประโยคของอิลฮุน หนุ่มตำรวจทั้งหกคนหยุดนิ่งคิด ก่อนก้มลงมองรุ่นน้องฝ่ายชันสูตรที่ก้มๆเงยๆทำงานของเธออยู่พร้อมกัน ทำเอารุ่นน้องที่สนใจอยู่กับงานรู้สึกถึงพลังสายตาอยากรู้อยากเห็นของรุ่นพี่จนต้องเงยหน้ามาสบตาเรียงคนก่อนยืนขึ้นพร้อมอธิบาย


“เพราะฉันเจอสิ่งนี้ค่ะ”


เธอยกถุงซิบใส ด้านในบรรจุผงสีขาวไว้ ดูจากขนาดน่าจะประมาสิบกรัม คนทำงานในวงการแบบนี้ เห็นแวบเดียวก็ไม่ได้สงสัยเป็นอื่น มันไม่ใช่ผงน้ำตาลแน่


“ไอซ์?”


“โคเคนค่ะ”


“ไอซ์ไม่จบ โคเคนมาอีกแล้วเรอะ”


คนขี้เกียจทำงานโวยวายขึ้นมาทันทีที่เหมือนจะเจอคดีใหม่ จนรุ่นน้องที่ยืนข้างๆกรอกตาใส่แต่เจ้าตัวเห็นเลยเริ่มทำหน้าทำตาใส่กัน จบที่อิลฮุนดันออกจากวงไปตีกันข้างนอก


“แต่โคเคนทีมของซึงฮยอนรับผิดชอบไม่ใช่เหรอสร”


“ตึงมือค่ะ ใกล้จะรู้ตัวการแล้ว ทุกคนในทีมเลยต้องลงเต็มที่”


“แล้วของทีมของฮุยล่ะ”


“ช่วงนี้ทำคดีลักลอบขนเถื่อน”


“ทั้งหมดเลยเหรอ”


“ค่ะ งานมันใหญ่ค่ะ”


อึนกวังพยักหน้าเรื่อยๆยอมรับแม้ว่าไม่อยากเท่าไหร่ เพราะงานที่มีมากกว่าสองงานมันหมายถึงเราต้องทำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ในเวลาเท่าเดิม จะเอาไปให้ทีมอื่นในสำนักงานตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะเท่าที่ฟังจากสรแล้ว ทีมอื่นๆก็ยุ่งเหมือนกันและแต่ละทีมก็ยังมีประสบการณ์ไม่มาก จะให้ทำสองงานก็คงไม่ไหว มีแต่ทีมเรานี่แหละที่พอมีประสบการณ์


“เหนื่อยหน่อยนะสร”


มินฮยอกยิ้มอ่อนโยนให้รุ่นน้องสาว เธอยิ้มน่ารักกลับก่อนจะใจจดใจจ่อกับงานต่อ


“อ่าว ผ่านการเทรนใช้ปืนแล้วเหรอสร”


ชางซอบที่จบยกที่เถียงกันกับซองแจเสร็จเปิดบทสนาขึ้นมาอีกครั้งตอนเห็นปืนของอีกฝ่าย


“ใช่ค่ะ ต้องขอบคุณพี่ชางซอบเลย ฉันผ่านการต่อสู้เบื้องต้นด้วย เดือนหน้าฉันจะสอบเอาตราด้วยค่ะ”


“ได้คนเทรนเก่งก็งี้”


“เหอะ ทำคุย”


“เงียบไปเลยยุกซองแจ นายผ่านก็เพราะฉันนี่แหละโว้ย”


“ผมจะผ่านเร็วกว่านี้ ถ้าไม่ใช่พี่เป็นคนสอบ”


“เพราะฉันเป็นคนสอบไง ตอนจัดอันดับในสำนักงานถึงอันดับต้นๆ”


“เพราะฝีมือผมเองเหอะ”


แล้วการเถียงกันยกที่สองก็เริ่มขึ้นอีก รุ่นน้องที่รู้อยู่แล้วก็เลิกสนใจ เธอหันกลับมาหาหัวหน้าทีมต่อก่อนจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ทางทีมที่เหลือที่ตั้งใจทำงานฟัง


“จากการวัดอุณหภูมิตับพบว่าเวลาเสียชีวิตอยู่ที่ ยี่สิบสี่นาฬิกาถึง หกนาฬิกาของวันนี้ค่ะ”


“สันนิฐานเบื้องต้นว่ายังไง”


“ยังไม่รู้อะไรมากค่ะ แต่พบเศษผงโคเคนอยู่ในจมูกผู้ตายเป็นจำนวนมาก”


“เสพเกินขนาดหรือ?”


“ต้องตรวจผลเลือดก่อนค่ะ ถึงจะรู้แน่นอน”


มินฮยอกพยักหน้ารับรู้ ก่อนหันไปหานายตำรวจคนหนึ่งที่เดินมาบอกเรื่องพยานที่พบเห็นศพเป็นคนแรกว่าเขาพร้อมให้ปากคำแล้ว


“เขาเป็นใคร”


“คนส่งของค่ะ สอบถามเบื้องต้น เขาบอกว่าพบศพตอนกำลังเดินเอาของไปส่งหลังร้าน”


“ร้านไหน?”


“นั่นค่ะ”


“โอเค ขอบคุณมากนะสร เอาล่ะพวกเรา ทำงานกัน ฉันกับอึนกวังจะไปสอบถามคนเห็นศพคนแรก พีเนียลกับอิลฮุนดูสถานที่เกิดเหตุ ส่วนชางซอบกับซองแจไปคุยกับคนแถวนี้ เผื่อได้อะไร”


“กับซองแจอีกละ”


“อย่างกับผมอยากไปกับพี่มากงั้นอ่ะ”


ถึงจะทำหน้าเหม็นใส่กันยังไง แต่สุดท้ายก็ต้องเดินไปด้วยกันอยู่ดี มินฮยอกมองตามคู่กัดแล้วลอบยิ้ม พอหันกลับมาก็เห็นคนข้างตัวยิ้มเหมือนกัน เขาเอ่ย


“ถึงกัดกันยังไงก็ก็รักกัน”


“เหมือนฉันกับนาย”


“เราไม่ได้กัดกันนะ”


“เปล่า แต่เรารักกัน”


“อ๋า มินฮยอกอ่า”


อึนกวังหัวเราะเขินๆกับคำที่เขาหยอก น่ารักดีเวลาอีกคนเป็นแบบนั้น


“หยอดกันพอแล้วครับ กลับไปทำงานได้แล้ว”


เสียงเบื่อๆของอิลฮุนส่งมาให้พวกเขา เขาโบกมือให้เป็นเชิงบอกว่ากำลังจะไป เขามองหน้าอึนกวังอีกครั้งก่อนจะกลับไปทำงานต่อ


+++++++++++++++++++++++++++++++++


อิอิ เราดีใจมากเลยที่มีคนอ่านและติดตาม


ย้ำนะคะว่ามันไม่ได้มีอะไรเครียด (แต่ถ้าจะเครียดเดี๋ยวรู้เอง/ฮ่า) เราอยากเขียนสบายๆอ่านง่ายๆ

ส่วน love line อิอิ ลุ้นกันเองแล้วกัน จะไม่แท๊กคู่ใดๆทั้งนั้น ที่คิดกันอาจจะไม่ใช่ หรือไม่ก็อาจเป็นคู่เซอร์ไพรส์หรืออาจจะไม่มีเลยก็ด้ายยยย/เสียงสูงทำไม


ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาอ่าน ขอบคุณมากค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #57 ออย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 04:05

    สนุกดีค่ะ แก้เบื่อได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

    #57
    0
  2. #12 btrkp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:09
    สนุกๆ เขียนดีนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ สวดภาวนาให้เป็นคู่ที่เราชิป5555
    #12
    0
  3. #7 Dnoppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 10:31
    เรือเราต้องไม่ล่มมมมม
    #7
    1
    • #7-1 OnTheWall(จากตอนที่ 2)
      3 กรกฎาคม 2561 / 11:21
      พายค่ะ พายต่อไปค่ะ 555555
      #7-1
  4. #6 กชกรร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 05:15

    ไม่แหกโค้งได้ไหมอ่ะ555

    #6
    1
    • #6-1 OnTheWall(จากตอนที่ 2)
      3 กรกฎาคม 2561 / 09:15
      อย่างน้อยก็ไม่น่าจะตายหมู่...ล้อเล่นนนนนน ขึ้นไปก่อนเลย ล่มไม่ล่มเดี๋ยวก็รู้ 555555
      #6-1
  5. #5 kawkawgd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 00:53
    ชอบคาแรคเตอร์แต่ละคนมากเลยย คู่จะพลิกหรอ หืมมมมม รอตอนต่อไปค่าาา 😁
    #5
    1
    • #5-1 OnTheWall(จากตอนที่ 2)
      3 กรกฎาคม 2561 / 01:07
      ปริ่ม...ขอบคุณค่ะที่ชอบ /ส่วนเรื่องคู่ อยากขึ้นเรือไหนขึ้นไปก่อน หลังจากนี้จะมาดูกันว่าใครจะล่ม...ใครจะแล่น ตื่นเต้นดีไหมคะ 55555555
      #5-1