ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 32 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 12 end) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

Allergy 12


เขาอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะอยู่ได้ เพราะพวกเขายังต้องกลับไปเรียนหนังสืออยู่ ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ทางบ้านซองแจดูแลพวกเราดีมากและไม่เคยก้าวก่ายเราเกินไป เขาตามซองแจไปทุกที่ เพราะเขาไม่อยากโดนทิ้งไว้คนเดียว แต่เอาจริงๆเราก็ไม่ได้ไปไหนนัก เวลาที่ไม่มีพิธี


เมื่อวานเราก็แทบจะอยู่กันแต่ในห้อง จะว่าไปเป็นครั้งแรกก็ได้ที่เขากับซองแจอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แปลกดี แต่ว่าเขาชอบนะ ไม่รู้สิ ปกติเขาก็ใช้เวลาว่างอ่านโน่นนี่ฟังเพลงไปคนเดียว ไม่ก็เล่นเกมมือถือ ซองแจก็ไม่ได้ทำอะไร ส่วนใหญ่หลับเพราะเจ้าตัวต้องตื่นเช้ามากไปทำพิธีตอนเช้า กลางวันมาก็หลับ เราไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะนั่งข้างๆกันเฉยๆ ก็มีบางครั้งที่ซองแจอยู่ๆก็จะมาคลอเคลีย หอมแก้มเขาบ้าง จุ๊บเขาบ้าง ไม่ก็กอดเขาแล้วเผลอหลับไป


และเพราะแบบนั้น เขาก็เลยยังไม่เห็นว่าซองแจได้ไปคุยกับคุณมินฮยอกหรือยัง และวันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว เขารู้สึกไม่ดีและรู้สึกเสียดายที่ซองแจไม่ได้คุยกับคุณมินฮยอกสักที เขาหันไปมองเด็กข้างตัวที่หลับสนิทโดยที่มือข้างหนึ่งกอดเอวเขาไว้อยู่ เพราะเมื่อเช้ามันออกไปทำพิธีแล้วเจอแขกที่เป็นโอเมก้า เขาก็แปลกใจที่มันกลับมาหน้าซีดหน้าเซียว มันบอกแค่ว่าแพ้ ขอนอนก่อน เขาเลยให้มันกินยาแก้แพ้ให้มันง่วงแล้วขึ้นไปนั่งเฝ้าข้างๆ ได้นอนคงดีขึ้นทันพิธีบ่าย พอซองแจหลับไปสักพักก็มีเสียงเคาะประตู


ชิบหายละ ปกติจะเป็นซองแจที่เป็นคนรับหน้าที่คุยธุระ แต่ตอนนี้เด็กมันสลบไสลไปแล้ว ไม่ตอบก็ไม่ได้ เดี๋ยวเสียมารยาทเขาค่อยๆแกะมือที่กอดอยู่ที่เอวออก ก่อนเดินไปที่ประตู หายใจเข้าหนึ่งครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจแล้วค่อยเปิดประตู


“ใครครับ-- ...คุณมิฮยอก”


“สวัสดีครับ”


“เอ่อ...”


“อ๋อ...เอ่อ...คือ...เมื่อเช้าซองแจเจอแขกที่เป็นโอเมก้าแล้วแพ้ ผมก็เลยบอกให้เขากลับไปก่อน ...ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างครับ”


อ่อ...มาถามถึงซองแจนี่เอง เขาก็ว่าเมื่อเช้ามันกลับมาเร็ว ส่วนคุณมินฮยอกที่ถึงขนาดมาถามด้วยตัวเองถึงห้องก็คงเป็นห่วงเหมือนกันสินะ เขาเลยบอกอีกฝ่ายว่าตอนนี้ซองแจโอเคแล้ว เขาให้ยาแล้วหลับอยู่ คุณมินฮยอกพยักหน้ารับก่อนจะเหลือบมองข้ามไหล่เขาไปมองคนที่อยู่บนเตียงแต่ก็แปบเดียว อีกฝ่ายกลับมายิ้มสวยให้เขาอีกครั้ง เขาเห็นความเป็นห่วงจากสายตาอีกฝ่าย มันเป็นความเป็นห่วงจากใจจริงจนเขาเห็นใจเลยพูดกับอีกฝ่ายไป


“เข้ามาไหมครับ”


“...เอ่อ”


แล้วเขาก็เปิดประตูกว้างให้อีกฝ่ายเข้ามา คุณมินฮยอกลังเลนิดหน่อยแต่ก็เดินเข้ามา ไปหาที่ซองแจนอนอยู่ ก่อนจะนั่งลงตรงข้างๆ เขาไม่เข้าไปกวน มองอีกฝ่ายจากตรงประตู เขาเห็นคุณมินฮยอกมองซองแจ นั่งเงียบแบบนั้น แล้วอีกฝ่ายก็ยกมือเกลี่ยผมที่ปกอยู่ที่หน้าผาก ก่อนจะยิ้มน้อยๆให้คนที่ยังหลับไหลอยู่ หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรงกลับมาที่ประตู ยิ้มให้เขาแล้วออกไป


“ขอบคุณครับ”


“.....คุณมินฮยอก”


“ครับ?”


เขาไม่รู้ว่าเขาควรที่จะเข้าไปยุ่งไหม แต่ในฐานะคนที่รักซองแจเหมือนกัน เขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเจ็บปวด เพราะถ้าคิดว่าเป็นเขาก็คงทรมานน่าดู


“คุณอยากคุยกับเขาไหม”


“เขาคง...ไม่อยากคุยกับผมหรอก ผมทิ้งเขาไปตอนที่เขาต้องการผมมากที่สุด ผมไม่น่า...”


“.....”


คุณมินฮยอกหยุดไปแล้วมองหน้าเขา แต่เขาก็พยักหน้าให้เพื่อให้อีกฝ่ายพูดต่อ และมันไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ได้เปิดใจแล้ว พอมันเริ่มได้พูดมันก็หยุดไม่ได้ คุณมินฮยอกถอนหายใจพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด


“ผมน่าจะอยู่กับเขา ผมน่าจะสู้เพื่อให้เขามาอยู่กับผม ผมไม่น่าทิ้งเขาไว้...ผมอยากให้เขาหายจากอาการแพ้ที่เป็นอยู่...อยากขอโทษเขา...”


คุณมินฮยอกหยุดไป ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา เหมือนรู้สึกโล่งที่ได้ระบายอะไรกับใครสักคน เขายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะพูดตอบกลับไป


“นั่นแหละครับ คุณถึงต้องไปคุยกับเขา”


“ยังไงครับ”


“คุณอยู่กับเขาตอนพิธี ลองบอกเขาดูว่าอยากคุยด้วย”


“คุณก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่ยอม”


“ครั้งนี้เขาจะยอม เชื่อผม”


“......”


คุณมินฮยอกเงียบไป มองตาเขาเหมือนขอความมั่นใจ และเขาก็ยิ้มให้อีกฝ่าย คุณมินฮยอกพยักหน้าตอบกลับก่อนจะยิ้มสวยให้เขาอีกครั้ง


“ขอบคุณมากครับ”


“ยินดีครับ”


“เขาโชคดีมากนะที่เจอคุณ คุณรู้ตัวไหมว่าคุณมีกลิ่นที่ทำให้ผมสบายใจ มันแปลกมากที่คุณเป็นเบต้าแต่มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์”


เขาสะดุ้งขึ้นทันทีตอนที่คุณมินฮยอกทักเขาเรื่องกลิ่น เขาค่อนข้างแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับคุณมินฮยอก และก็แน่ใจด้วยว่าซองแจคงไม่ได้บอกเรื่องนี้ หรือว่าเพราะเป็นพี่น้องกัน การรับกลิ่นอะไรๆจึงคล้ายกัน


“ซองแจเคยบอกหรือเปล่าครับ”


“ครับ...เขาเคยพูดอยู่”


มันเสพติดเลยล่ะ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้อาการแพ้มันหายไปได้อย่างรวดเร็ว คุณมินฮยอกมองหน้าเขาที่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันต้องเป็นยิ้มที่แข็งเป๊กจนจับผิดได้แน่นอน และเขาก็รู้ว่าคุณมินฮยอกจับได้แล้ว


“เขาโชคดีจริงๆนั่นแหละ”


คุณมินฮยอกพูดแค่นั้นก่อนขอบคุณเขาอีกครั้งแล้วเดินจากไป เขาถอนหายใจยาว ปิดประตูแล้วเดินไปหาคนที่นอนอยู่ เขามองหน้าเด็กที่หลับไม่รู้เรื่อง อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปหอมแก้มเพราะความน่าเอ็นดูของมัน เขาเอาโทรศัพท์ของตัวเองมาปลุกเวลาใกล้ๆกับตอนพิธีบ่ายจะเริ่ม แต่ก็เผื่อตอนแต่งตัวด้วย พอตั้งเสร็จก็ค่อยๆซุกตัวลงกับผ้าห่มผืนเดียวกัน เขาพลิกตัวไปหาอีกฝ่ายแล้วยกมือกอด ซองแจกึ่งหลับกึ่งตื่นให้เขาได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง พอได้ที่ได้ทางเขาก็รู้สึกง่วงแล้วหลับตามอีกคนไปทันที


+++++++++++++++++++++++++


พิธียังคงเป็นแบบเดิม เว้นแต่วันนี้มีแขกมามากขึ้นเพราะเป็นวันสุดท้ายของการมาทำความเคารพ และเพราะแบบนั้น ทั้งซองแจและคุณมินฮยอกต่างก็ไม่มีโอกาสที่จะคุยกันได้เลย เขาที่ยืนอยู่ด้านนอก ก็รอนานแล้วเหมือนกัน เขาอยากให้ซองแจเสร็จไวๆ ไม่ใช่อะไร คุณมินฮยอกส่งคุณเลขาให้มายืนเป็นเพื่อนเขา(เธอบอกอย่างนั้น) แต่ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนยืนคุมมากกว่า


“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณอี”


เขาสะดุ้งขึ้นตอนที่คุณเลขาทักเขาโดยไม่เงยหน้าจากแทบเล็ตของเธอเลย เธอรู้ได้ไงว่าเขาแอบมองเธออยู่ เขาเลยตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร แต่เพราะยิ่งยืนอยู่กับเธอยิ่งรู้สึกอึดอัดเขาเลยตัดสินใจบอกเธอไป


“เอ่อคุณ...ไม่จำเป็นต้องมายืนเป็นเพื่อนผมก็ได้นะครับ คุณเหมือนยุ่งๆอยู่ ผมเกรงใจ”


เธอยิ้มบางๆให้เขาขณะที่ตาและมือยังคงอยู่ที่แทบเล็ตของเธอ แล้วเธอก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่เขารู้สึกเหมือนโดนขู่อีกแล้ว


“คนแปลกหน้าในบ้านหลังนี้เป็นเป้าสายตานะคะ และถ้าเขารู้ว่าคุณเป็นใคร ฉันไม่รู้ว่าคุณจะยังปลอดภัยจากความอยากรู้อยากเห็นหรือเปล่า”


อุ...เธอพูดเสียจนเขาเห็นภาพเลย เห้อ...ในเมื่อเหมือนจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนานดูจากปริมาณแขกที่มี เขาก็ควรจะหาอะไรคุยกับอีกคน แต่พอมองหน้าของเธอที่ขมวดคิ้วน้อยๆแล้วก็ไม่กล้าชวนคุยเลย


“ขออีกห้านาทีแล้วฉันจะคุยกับคุณ”


“.....”


เลขาของคุณมินฮยอกน่ากลัวจริงๆ เขาหันกลับมายืนนิ่งเจี๋ยมเจี้ยมเหมือนเดิม ที่จริงเขาไม่ได้คาดหวังให้เธอละจากแทบแล็บของเธอมาคุยกับเขาหรอก แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานเธอก็พับปิดมัน เดินหายไปไหนสักพักแล้วกลับมาพร้อมกับเก้าอี้สองตัว เขารีบปรี่ไปช่วยเธอทันทีที่เห็น พอนั่งได้เธอกันเข้าเรื่องทันที


“ว่ามาค่ะ”


“เอ่อ...”


คือตอนแรกเขาก็ไม่ได้มีอะไรถามเธออ่ะนะ แต่ตอนนี้คงต้องหาเรื่องมาคุยให้เร็วที่สุดแล้ว อย่างแรกเลยต้องถามเกี่ยวกับตัวเธอก่อน เพราะเท่าที่รู้จัก เขารู้จักแค่ชื่อและหน้าที่ของเธอเท่านั้น แล้วค่อยไล่ไปเรื่องคุณมินฮยอก แผนดี...


“คุณสรเป็นเลขาให้คุณมิฮยอกมานานหรือยังครับ”


“ค่ะ ตั้งแต่เขาเป็นรองประธาน...คุณอยากจะถามฉันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเปล่าคะ เรื่องระหว่างคุณมินฮยอกกับคุณซองแจ”


เขาสะดุ้งหลังตรงขึ้นมาทันทีที่เข้าประเด็น เธอเก่งเกินไปแล้วให้ตายเถอะ เขาพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี คุณเลขายิ้มบางๆให้กับเขาก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้น เธอหายใจเข้ารอบหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดให้เขาฟัง


“ฉันก็ไม่รู้ทั้งหมดหรอกค่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายฉันมีน้องชายแต่เขาก็ไม่เคยพูดถึง...แต่ถ้าเขาได้มีโอกาส แม้จะสักนิด เขาก็จะแสดงความคิดถึงออกมา และพอเขาเจอคุณที่รู้จักน้องชายของเขา มันเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันได้เห็นคุณมินฮยอกกระตือรือร้นอยากจะทำอะไร”


เธอเล่าด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มทางการ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและจริงใจ ดูท่าเธอคงจะผูกพันธ์กับคุณมินฮยอกพอสมควร หรือว่าเธอ…


“ฉันพูดในฐานะลูกน้องและเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้นนะคะ”


เธอเก่งจริงๆนั้นแหละ ถ้าไม่ติดว่าโลกนี้ไม่มีเวทย์มนต์นะ เขาคงคิดว่าเธอเป็นพวกอ่านความคิดได้แล้ว เขายิ้มแห้งๆให้เธอ แล้วเธอก็พูดต่อ


“มันก็เป็นเรื่องดีนะที่เขาเจอน้องชายของเขา แต่มันไม่ค่อยดีสำหรับฉันเท่าไหร่ และสาเหตุหลักเพราะเรื่องน้องชายของเขา มันจะดีกว่านี้ถ้าเขาแก้เขาปัญหาของเขาได้”


นั่นเป็นประโยคที่จริงใจที่สุดเท่าที่เขาได้ยินจากเธอแล้ว เขาไม่รู้หรอกนะว่าอะไรที่มันไม่ค่อยดีกับเธอ เธอเอามือเท้ากับขาของตัวเองเหมือนกำลังนึกอะไรและอยู่ๆเธอก็หันมาหาเขา ก่อนถามเขาขึ้นมา


“คุณว่าควรทำยังไง”


“เอ่อ...”


“ฉันว่าคุณรู้ปัญหาของสองคนนั้นมากกว่าฉัน คุณมีความเห็นยังไง”


“ก็...เขาต้องคุยกัน”


“แค่นั้น?”


“ครับ แค่นั้นเลย”


“งั้นเหรอ...โอเคค่ะ”


แล้วเธอโอเคอะไร...อยู่ๆเธอก็ลุกขึ้น แล้วก็กดอะไรบางอย่างในโทรศัพท์เธอก่อนเอาแนบกับหู


“ประธานคะ มีคู่ค้าคนสำคัญอยากจะพูดคุยด้วยค่ะ...จำเป็นตอนนี้เลยค่ะ...อย่างเร็วที่สุดภายในหกโมง...ค่ะ ดิฉันจะจัดสถานที่ให้...สวัสดีค่ะ”


เขามองเธออึ้งๆ ใบหน้าสวยหันมามองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มของเธอทำเอาเขาหวั่นใจ


“คุณชางซอบคะ ฟังฉันดีๆนะ...”


+++++++++++++++++++++++++


‘ฉันเพิ่งโกหกเจ้านายของฉันไป เพื่อที่จะทำให้พวกเขาได้คุยกัน ดังนั้นคุณต้องไปทำให้คุณซองแจมาคุยให้ได้โดยที่แผนไม่แตก เพราะถ้าคุณทำมันล่ม ชีวิตการงานฉันอาจจะหายไปตลอดการ และที่มันเป็นแบบนั้นเพราะคุณ...’


เสียงของคุณเลขายังคงก้องอยู่ในหัวเขา แค่ให้เขาหลอกซองแจให้มาคุยกับคุณมินฮยอกก็ว่ายากแล้ว ต้องไม่ให้แผนแตกยิ่งยากเขาไปใหญ่ แถมขู่เขามาแบบนี้...เป็นอีชางซอบมันยากจัง


คุณเลขานัดให้เขาไปที่สวนที่ซองแจเคยพาเขาไป พอจบพิธีเขาก็ไปหาซองแจพร้อมภาระอันใหญ่ยิ่ง ตอนเขาไปหามันก็เห็นว่ามันกำลังหน้าซีดอยู่ มันบอกเขาว่าเวียนหัว คงแพ้อีกนั่นแหละ วันนี้มีแขกมากหน้าหลายตา และต้องมีหลายคนที่เป็นโอเมก้าแน่ เขาจูงมือมันออกมาในที่ไม่สะดุดตาคนเท่าไหร่ก่อนจะจูบเบาๆให้มันมีกลิ่นของเขาอยู่ที่ตัวมัน แต่อีกฝ่ายเหมือนต้องการมากกว่านั้น จนเขาต้องเตือนว่าแถวนี้ยังมีคนอยู่ให้ไปที่อื่น และเขาก็คิดได้ เขาพาซองแจไปที่สวน มันงอแงด้วยว่าอยากจะกลับห้อง แต่เขาก็บอกว่าอย่าเพิ่งให้ไปที่สวนก่อน แต่เพราะมันเป็นเจ้าหนูจำไมบวกกับความงอแง เขาเลยต้องขู่มันว่า


‘ถ้าไม่ตามมาจะไม่ให้จูบนะ’


แล้วมันก็เดินตามเขามาเงียบๆแบบว่าง่ายเลย ถึงจะทำหน้างอก็เถอะ ที่สวนนั้นยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม เขามองไปรอบๆก็ยังไม่เห็นวี่แววของของคุณเลขาหรือคุณมินฮยอก แต่ยังไม่ทันได้หาดีๆ เขาก็โดนเด็กที่ตามมาด้วยดึงไปกอด จมูกมันซุกไซ้เข้ามาที่คอเขาทันที เพราะอากาศหนาวทำให้สัมผัสร้อนของลมหายใจนั้นชัดขึ้น เขาพยายามผละออกเพราะไม่อยากให้คุณมินฮยอกมาเห็นเขากับซองแจในสภาพนี้ เกรงใจ ลองคิดภาพถ้ากลับบ้านไปแล้วเจอน้องสาวยืนจูบผู้ชายอยู่สิ ...แค่คิดยังของขึ้นเลย


“ไม่เอาซองแจ เดี๋ยวคนเห็น”


“ไม่มีหรอกครับ แต่ถ้าเห็นก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”


ว่าแล้วมือใหญ่นั่นก็จับหน้าเขาให้หันไปรับจูบ โอให้ตาย..เขาขัดขืนมันไม่ได้เลย ทั้งที่มันก็ไม่ได้ใช้แรงบังคับอะไร แต่มันเคยสารภาพว่ามันใช้ฟีโรโมนกับเขาเวลาเขาไม่ยอมอีกฝ่ายมากๆ โคตรขี้โกงอ่ะ... เขาจำรับจูบมันอย่างยอมแพ้ ปากสวยจูบเขาย้ำๆก่อนจะแทรกลิ้นเข้ามาตักตวงความหวานและกลิ่นของเขาตามที่มันต้องการ เขาเกือบจะหลับตาคล้อยตามแล้วปล่อยให้มันจูบเขาจนกว่าจะพอใจ แต่เขาดันเหลือบไปเห็นสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา ดีกว่าความตกใจมีชัยเหนือฟีโรโมน เขาผลักซองแจออก หอบหายใจนิดหน่อย ซองแจทำหน้างงแต่ก็สังเกตเห็นคนที่มาใหม่แล้วนิ่งไป เขาเตรียมที่จะเดินออกมาแต่มือของอีกฝ่ายจับเขาไว้ไม่อยากให้ไป แต่คราวนี้...เขาจำเป็นต้องดึงมืออีกฝ่ายออก เขาหันไปเผชิญหน้าซองแจอีกครั้ง แล้วมันจูบเบาๆ


“นายต้องคุย ซองแจ”


“ผมอยากให้พี่อยู่ด้วย”


“ไม่ได้หรอก นี่เป็นเรื่องของพวกนาย”


“....”


“มันจะไม่เป็นไร”


เขายิ้มบางๆให้มันครั้งสุดท้ายก่อนจะกลั้นใจเดินออกมา เขาเดินผ่านคุณมินฮยอก อีกฝ่ายทำปากบอกเขาว่าขอบคุณก่อนจะเดินตรงไปหาซองแจทันที เขาผ่อนลมหายใจออกมา รู้สึกใจหวิวที่ทิ้งมันไว้แบบนั้น เขานี่เป็นห่วงซองแจมากจริงๆนั่นแหละ อาจจะเกินไปด้วยซ้ำ เขาเดินมาอยู่ข้างคุณเลขา เธออยู่ใต้ต้นไม้ ห่างจากสองคนนั้นพอสมควรแต่ก็ยังสามารถเห็นทั้งสองคนนั้นอยู่ แต่ไม่ได้ยินอะไร เขาพยักหน้าทักทายอีกฝ่ายเธอเองก็เช่นกัน เขาเห็นสองคนนั้นเดินไปนั่งกันที่ริมน้ำพุ ก่อนที่คุณเลขาจะเอ่ยกับเขาเบาๆ


“นับถือแผนคุณที่หลอกคุณซองแจมากเลยค่ะ”


“แผนอะไรครับ-- …...”


เขากำลังจะถามเธอว่าแผนอะไรแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเห็นพวกเขายืนจูบกัน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาปิดหน้าเขินอาย แต่คงไม่มิดหรอกเพราะตอนนี้มันคงแดงไปถึงหูแล้ว


เรายืนมองจากทางนี้ไม่คิดไปรบกวน การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของเรา ถึงแม้ว่าคุณเลขาจะรักษาสีหน้าไว้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจปกปิดแววตาเป็นห่วงได้เลย นับประสาอะไรกับเขา ตอนนี้นิ้วโป้งเขาเจ็บไปหมดแล้วเพราะกัดตามนิสัยเวลากังวล


คุณมินฮยอกเป็นฝ่ายพูดทั้งหมดช่วงแรก และไม่มีคำไหนออกจากปากซองแจเลย สุดท้าย เหมือนคุณมินฮยอกยอมแพ้แล้วจะเดินออกมา ใจเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย แต่แล้วซองแจก็จับมืออีกฝ่าย ยื้อเอาไว้ คุณมินฮยอกหันไปหา เขาไม่เห็นว่าซองแจทำหน้ายังไงหรือพูดอะไร แต่สุดท้ายคุณมินฮยอกก็โผเข้ากอดซองแจ เสียงอุ้ยเบาๆทำให้เขาต้องหันไปหา คุณเลขาข้างตัว เธอทำหน้าตกใจแต่รอยยิ้มสวยก็เผยขึ้นบนใบหน้า เขาก็เหมือนกัน ซองแจให้คุณมินฮยอกมานั่งข้างๆ เขาเพิ่งสังเกตว่าคุณมินฮยอกร้องไห้ มือใหญ่นั่นใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายและบอกว่าอย่าร้องไห้


โคตรอบอุ่นหัวใจ…


สองคนนั้นคุยอะไรอีกเล็กน้อย เขาได้เห็นรอยยิ้มจากสองคนนั้นแล้ว ได้ยินเสียงถอนหายใจโล่งอกจากคนข้างตัวด้วย บอกเลยว่าตอนนี้อาการเดียวกันคุณเลขาเลย สักพักสองคนนั้นก็เดินมาทางเรา คุณเลขาเดินเข้าไปหาเจ้านายของเธอก่อน ยื่นทิชชู่ที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนให้เจ้านายของเธอแล้วค่อยไปยืนข้างๆ ซองแจก็เช่นกัน เดินมาข้างเขา คุณมินฮยอกพออารมณ์กลับมาคงที่ก็หันมาคุยกับเขา


“ขอบคุณมากๆเลยครับ”


“ไม่หรอกครับ คุณสรต่างหากที่เป็นคนเอ่อ...”


พอพูดถึงตรงนี้ก็นึกได้ว่าที่จริงแล้วเรื่องนี้มันแผนที่ลวงทั้งแฟนเขาและเจ้านายของเธอ เขาเหมือนเห็นเธอถลึงตาใส่เขาแวบนึงแต่ก็ไม่ทันแล้ว คุณมินฮยอกหันไปหาคุณเลขา แต่แทนที่จะว่าอะไร คุณมินฮยอกยิ้มอ่อนโยนให้เธอ


“ขอบใจ...อยากขึ้นเงินเดือนให้นะ แต่ติดที่เธอหลอกฉัน”


คุณเลขาเพียงหยักไหล่และยิ้มซนๆให้คุณมินฮยอก และอีกฝ่ายก็หันมาขอบคุณเขาอีกครั้งบอกลาซองแจแล้วเดินออกไป เขากับซองแจก็กลับห้องเช่นกัน เพราะอากาศตอนนี้เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆแล้ว พอถึงห้องปุ๊บ ซองแจก็โผกอดเขาทันที เขาก็กอดมันตอบตามปกติดเว้นแต่ว่าเขารู้สึกถึงความชื้นบนไหล่ เขาเลยดึงตัวอีกฝ่ายออกมา


“ร้องไห้ทำไม”


ใช่มันร้องไห้ เขาตกใจตอนเห็นน้ำใสๆไหลอาบแก้ม เขาใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้แต่ก็ดูเหมือนว่าน้ำตานั่นจะไม่หยุดไหล มันเริ่มสะอื้น ใจเขาตอนนี้อ่อนยวบไปหมดแล้ว เคยคิดไว้ว่าถ้าได้เห็นมันร้องไห้สักครั้งเขาต้องเป็นแบบนี้ เขาพยายามปลอบมัน เขาเผลอทำเสียงชู่ปลอมเหมือนปลอบเด็ก ทั้งเช็ดน้ำตา จูบปลอบมันเบาๆ จนมันเริ่มโอเค เขาถึงถามมันอีกครั้ง แล้วมันก็บอกที่ร้องไห้เพราะรู้สึกโล่งใจแบบบอกไม่ถูก มันตื้อตัน แล้วพอถามว่าเมื่อกี้ไม่เห็นร้อง มันก็บอกว่า


‘พี่มินฮยอกชิงร้องก่อนไปแล้ว เลยต้องฮึ้บไว้’


ไม่ว่ายังไงเด็กนี่ก็ยังครองตำแหน่งอัลฟ่าที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลก...


คืนนี้มีแต่เรื่องดีๆมากมาย มันทำให้เขารู้สึกดี เราตัดสินใจว่าจะไม่นอนกันดึกนักเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางเช้า ไปให้ทันเรียนบ่ายของซองแจ เขาซุกตัวลงผ้าห่มสักพักซองแจก็เข้ามาด้วยเหมือนกัน มันพลิกมาแล้วกอด เขาก็หันไปให้มันกอดได้สะดวก มันก้มลงสูดกลิ่นจากตัวเขาก่อนจะจูบที่หน้าผากเขาเบาๆ


“วันนี้ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆ”


“ไม่หรอก เพราะนายยอมคุยกับคุณมินฮยอกต่างหากล่ะ เรื่องมันถึงจบลงได้ดี”


“แต่ถ้าไม่มีพี่ ผมก็คงไม่ได้คุยกับเขา ยังไงผมก็อยากขอบคุณพี่ ขอบคุณอะไรหลายๆอย่าง”


“.....”


เขายิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้าจูบรับคำขอบคุณ ซองแจยิ้มก่อนจะจูบตอบเขา


“ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตผม”


“ฮ่ะๆ ยินดี”


“แล้วก็...”


“หืม?”


เขาเงยหน้ามอง รอให้อีกฝ่ายพูด สายตาอบอุ่นมองมาหาเขา ปากสวยนั่นคลี่ยิ้มก่อนจะพูดประโยคที่เขารอ…


“ผมรักพี่นะ”


“ฉันก็รักนาย”


จูบที่ซองแจมอบให้เขาคืนนี้ มันจะเป็นจูบฝันดีที่สุดของเขา...

.

.

.

.

.

“ว่ามาอีชางซอบ”


“อะไร”


“อะไร? อะไร!? มึงชวนกูมากินข้าว อีกแล้ว! กูเคยบอกมึงไปแล้วว่าการที่มึงชวนกูมากินข้าว มันไม่ปกติ! มึงมีไรก็พูดมาอีชางซอบ แล้วห้ามเล่นลิ้นกับกูด้วย”


เขายกยิ้มขำให้กับเพื่อนที่ครั้งนี้เขากวนตีนมันไม่สำเร็จ อึนกวังจิ้มไก่ทอดเข้าปากอย่างหงุดหงิดใจก่อนจะตบโต๊ะแล้วเร่งให้เขาพูดเร็วๆ


“เสาร์ทิตย์มึงว่างไหม”


“มาไม้ไหนอีกมึง ชวนกูแดกข้าวไม่พอ ยังมาถามว่ากูว่างไหม เรื่องมันต้องใหญ่โตขนาดไหนวะ”


“นี่มึงเห็นกูเป็นเพื่อนยังไงเนี่ย กูถามมึงจริงๆ ว่าเสาร์อาทิตย์ว่าไหม”


อึนกวังหรี่ตามองเขาจนเหลือแค่เส้นเดียว เขากรอกตาใส่มันหนึ่งรอบก่อนจะยืนยันคำถามเดิม มันส่งเสียงจิ๊จ๊ะแต่ก็ยอมตอบเขาแต่โดยดีว่าว่าง


“กูจะขอแรงมึงหน่อย”


“โถ่...กูคาดหวังอะไรเนี่ย คาดหวังให้เพื่อนกูชวนกูไปเที่ยวเหรอ กูมันช่างโง่เขลา”


“มึงเล่นใหญ่จังนะช่วงนี้”


“แน่นอน!!! เพราะเพื่อนกูตอนนี้ ‘ติดเด็ก’ ชิบหายเลยไง เพื่อนก็เลยกลายเป็นแค่คำพูดไปแล้ว”


เขาหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก็ว่าอะไร อาการ ‘ใช่ซี๊ย์ ติดแฟนหนิมึง’ ของคนเป็นเพื่อนนี่เอง อาการนี้พบได้ทั่วไปในกลุ่มคนมีเพื่อนที่มีแฟนแต่ตัวเองไม่มีนั่นเอง เขากำลังคิดว่าจะพูดต่อดีไหมเพราะรู้สึกว่าการพูดต่ออาจจะทำให้อาการลุกลามจนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่แล้วคนที่เขานัดไว้อีกก็มาทักทายเขา ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนที่เป็นต้นกำเนิดอาการนี่แหละ ซองแจเอ่ยทักทายอึนกวังที่ทำเสียงชิใส่จนต้องหันมาหาเขาว่ารุ่นพี่ตัวเองเป็นอะไร เขาส่ายหน้าก่อนจะทักทายเด็กอีกสองเขาที่ตามมาด้วย


“ตกลงพี่อึนกวังไปเปล่าครับ วันเสาร์อ่ะ”


“ตกลงมีวะ เห็นชางซอบบอกจะขอแรงพี่”


“ไปช่วยขนของไงพี่”อินฮุนว่าก่อนอ้าปากรับไก่ที่พีเนียลจิ้มมาให้


“ขนของ?”


“อ้าว พี่ไม่รู้เหรอ”พีเนียลพูดต่อพลางจิ้มเอาไก่ทอดเข้าปากบ้าง


“บอกกูมาสักทีสิโว้ย”


แล้วอึนกวังก็ทนไม่ได้ยึดส้อมมาจากพีเนียลแล้วตะโกนอย่างเหลืออดใส่คนที่เหลือ มันมองทุกคนก่อนมาหยุดที่เขา


“กูจะย้ายคอนโด”


“หือ? อยู่มาสี่ปีจะย้ายเนี่ยนะ มีปัญหาอะไรวะ”


“ไม่มี”


“แล้วย้ายทำเหี้ยอะไร”


“ก็...กูแค่จะไปอยู่กินกับซองแจ แล้ว พี่ชายมันก็ซื้อคอนโดให้ใหม่เป็นของขวัญอะไรสักอย่าง และใช่...กูจะย้าย แล้วมึงจะไปช่วยกูย้ายของไหม”


เขาพูดรวดเดียวด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ พอพูดจบก็จัดการจิ้มไก่ใส่ปากรอปฏิกิริยาของแต่ละคน และมันก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจ อึนกวังอ้าปากค้างไปแล้ว ส่วนเด็กอีกสองคนที่นั่งข้างๆก็เอนตัวไปข้างหลังพร้อมกันก่อนจะพูดพร้อมกันว่า ‘เชร้ดดดดด’ และคนสุดท้ายคือคนที่นั่งข้างเขา ตอนนี้คือปิดหน้าเขินอายเกินเบอร์จนกลายเป็นดีดดิ้นไปแล้ว ปกติสุดตอนนี้คงมีแต่เขา


“...กูไปไม่ถูกกับคำว่าอยู่กินของมึงเลย”


“ตกลงไปเปล่า”


“ปฏิเสธไม่ได้ป่ะว่ะ ส่งเพื่อนออกเรือน”


“สัส ออกเรือนเอาไว้สำหรับแต่งงานป่ะ”


“อยู่แดกก็ไม่ได้ต่างกับแต่งงานเท่าไหร่หรอกไอ้สัส”


“ผมคิดแพงนะเว้ย ค่าสินสอดซองแจอ่ะ”


เขายิ้มหัวเราะไปกับบทสนทนาของเพื่อนและน้องๆ เขาหันมองเด็กข้างตัวที่กำลังเล่นเป็นลูกสาวขอคุณแม่คบกับชายหนุ่มที่รักอยู่ และตลกมากตอนที่ทั้งพีเนียลกับอิลฮุนเล่นเป็นพ่อแม่หัวสูงไม่ยอมให้ลูกสาวคบ จังหวะหนึ่งที่ซองแจหันมาสบตากับเขา อีกฝ่ายยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะโน้มเข้ามาหาเขาอย่างไม่ลังเล เพื่อนและน้องๆเขาโวยวายว่าอย่าๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขาโน้มไปหาซองแจเพื่อรับจูบของอีกฝ่าย ถึงจะมีเสียงกร่นด่าสาปแช่งจากเพื่อนและน้องๆ ยังไงเขาก็ยังคงยิ้มรับและโน้มเข้าไปจูบอีกครั้ง


ทำไงได้ล่ะ คนมันรักนี่นา...


เขา ‘แพ้ใจ’ ให้เด็กอัลฟ่าคนนี้ไปแล้วล่ะ...


/END

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โอ้ยยยยยยย ในที่สุดก็จบแล้ววววว เก้าเดือนเต็มๆ มาถี่บางดองบ้าง(ส่วนใหญ่ดอง555) แต่คนอ่านก็ยังตามอ่าน ขอบคุณมากๆ มากๆๆๆๆๆๆๆ ซึ้งใจจริงๆกับคนที่อ่านและให้กำลังใจตลอด นักอ่านเยี่ยมที่สุดเลย

ถ้าใครเสียดายที่เรื่องนี้จบไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เรายังไงก็หากินกับเรื่องนี้อีกนาน 555 อาจมาเป็นสปินออฟ หรือตอนพิเศษ แล้วแต่ว่าอยากเขียนอะไรเพิ่มเต็มไหม 

แล้วก็ใครชอบแบบซีรี่ย์ยาว เราจะบอกว่า มีเรื่องใหม่มาแล้วค่ะ แล้วก็จะมีอินโทรให้อ่านกันเร็วๆนี้ ยังไงก็ขอให้ติดตามนะคะ 

สุดท้ายนี้ขอบคุณจริงๆค่ะ ขอบคุณจริงๆ รักทุกคนเลย จากใจค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #101 Dnoppy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:20
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่าาาา
    #101
    0
  2. #99 ksykaw (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 01:10
    คนเขียนเยี่ยมที่สุดเลยยย ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ตอนจบคือเพื่อนหมั่นไส้แล้วน้าาา555 ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้(&ทุกๆเรื่อง)มาให้อ่านนะคับ รอติดตามเรื่องต่อไปเลยย
    #99
    0
  3. #87 num (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:52

    ฮื่ออออ หวานมากกกเขินไปหม๊ดดดด

    #87
    0
  4. #84 enoughppp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 21:33
    ชอบตอนจูบ5555 แต่ตอนท้ายนี่รักกันจนน่าหมั่นไส้เลยนะ55555 แง จบแล้ว เรื่องนี้น่ารักสนุกมากค่ะ ขอบคุณนะคะ จะรอเรื่องต่อๆไปนะคะ^^
    #84
    0
  5. #83 Dnoppy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:10
    ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เรยค่าไรท์ ขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุก ๆ มาให้อ่านค่าาา
    #83
    0