ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 33 : [SF] When will you tell my dad...that you love him? (2) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 เม.ย. 62

When will you tell my dad...that you love him (2)


“อาคะ สีชมพูหรือสีฟ้าดี”


“สีชมพูครับ”


“แต่หนูชอบสีฟ้ามากกว่า”


เสียงใสน่าฟังของเด็กหญิงตอนนี้มันกลายเป็นอะไรที่กวนเบื้องล่างนิดๆแล้ว เขาถึงกับเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองเธอ พอเห็นหน้าเด็กหญิงที่ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาเท่านั้นแหละ เขาล่ะอยากจะไล่จับแล้วฟัดเพราะความหมั่นไส้จริงๆ ทำไมถึงโตมาแล้วคล้ายเขานักนะ


“หนูจะโตมานิสัยเหมือนอาไม่ได้นะ ไปทางน่ารักๆแบบพ่อหนูดีกว่า เชื่ออา”


“หนูได้หน้าตาน่ารักจากพ่อหนูมาก็พอแล้ว ถ้าดันเป็นคนไม่ทันแบบพ่อหนู หนูคงโดนอาแกล้งจนแต่งงานแน่”


เขาหัวเราะออกมาให้กับคำพูดที่สมเหตุสมผลที่โตกว่าวัยนั่น เขายอมแพ้ที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเด็กหญิงแล้วมาช่วยเด็กหญิงเลือกของแบบจริงๆจังๆ


“หนูต้องใช้ผ้าฝ้ายแท้นะ หนูแพ้ง่าย”


“น้อยกว่าพ่อหนูแล้วกัน”


และก็ถูกอย่างเธอว่า พี่แพ้ง่ายจริงๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็แดงเป็นจ้ำแล้ว เขายื่นมือไปรับกางเกงในสีฟ้าที่เธอเลือกไว้ตั้งแต่แรก ก่อนตามเธอจะไปเลือกเฟิร์สบาร์ของเด็กผู้หญิงมาอีกสามตัว


“อาหยิบอันนั้นให้หน่อยค่ะ”


“ไซส์เอ็มนะ?”


“ค่ะ”


ช่วงนี้เด็กหญิงเริ่มโตขึ้น ของหลายอย่างต้องเปลี่ยน และวันนี้คนที่มาด้วยเป็นเขาเพราะพ่อของเธอทำงานวันเสาร์ครึ่งวัน หน้าที่สารถีก็เลยเป็นเขา วันนี้มาเป็นผู้ช่วย เขาเป็นคนเลือกเสื้อผ้าให้เธอมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ยังเลือกไม่เป็น แต่พอเด็กหญิงโตขึ้นเธอก็ต้องการที่จะเลือกเองโดยมีเขาเป็นผู้ช่วยเท่านั้น ถ้าถามว่าพี่ชางซอบล่ะ พี่ก็เลือกเก่ง ชุดที่พี่เลือกน่ารัก แต่ไม่ถูกใจลูกสาวเท่าไหร่ เซนต์แฟชั่นโซอึนโตกว่าวัยมาก อีกแล้ว... หลังจากนั้นพี่ก็ยอมแพ้และให้เขาที่เชี่ยวชาญกว่าเป็นคนเลือก


“พ่อหนูเลิกกี่โมงนะ”


“วันนี้ประชุม ไปรับสักบ่ายโมงก็ได้ค่ะ”


เขาพยักหน้ารับก่อนย้ายรถเข็นไปที่หมายต่อไป แฟชั่นเด็ก และเป็นอย่างที่คิด เธอบ่นตลอดเวลาที่ผ่านเสื้อผ้าน่ารักๆ


‘ขนาดของเด็กผู้ชายยังเป็นตัวการ์ตูนเลย’


ไม่ก็…


‘ผู้ผลิตเขาไม่รู้จักสีล้วนหรือไง’


จนเขาต้องพาไปแฟชั่นผู้ใหญ่แล้วก็พยามหาชุดที่ไม่เกินวัยเกินไปและขนาดพอดีเด็กหญิงซึ่งก็มี และบางยี่ห้อที่ผลิตออกมาจนเขางงว่าผู้หญิงบางคนใส่ไปได้ยังไงตัวแค่นั้น…


แล้วเราก็ย้ายไปของใช้ส่วนตัว เขาจัดการซื้อทั้งของโซอึนและพี่ชางซอบ(ของเขาซื้อไว้แล้ว) ซื้อกันไว้เพราะพี่ชอบลืมว่าตัวเองไม่ได้ซื้อแล้วของชอบหมด เขาเลือกอย่างไม่ต้องดูอะไรมา ยี่ห้อไหนยี่ห้อนั้น แล้วก็ย้ายไปของสด ซื้อไว้สำหรับข้าวเย็นของสองพ่อลูกและเขา พอซื้อครบหมดมองนาฬิกาก็เหลืออีกตั้งสองชั่วโมงถึงจะถึงเวลารับพี่ชางซอบ


“กินไอติมไหมครับ”


“อาเลี้ยงนะคะ”


เขายิ้มก่อนจะพาเธอเดินเข้าร้านไป นั่งได้ก็สั่งทั้งของเขาและเธอ ระหว่างนั่นรอเธอก็เอามือเท้าคางแล้วมองหน้าเขาแบบมีอะไร


“อะไร โซอึน”


“เมื่อไหร่จะบอกพ่อหนู ว่าอารักเขา”


เขาทิ้งตัวลงกับพนักพิงก่อนจะกรอกตาให้ยัยหนูตรงหน้าไปรอบนึง ยิ้มสดใสถูกส่งมาให้เขาและตามด้วยเสียงใสๆหัวเราะพอใจกับท่าทางของเขา ตั้งแต่วันที่เธอประกาศว่าจะทำให้เขาบอกรักพ่อของเธอ เธอก็ถามคำถามนี่กับเขาทุกวัน ย้ำ...ทุกวัน ในรูปแบบสุ่ม บางครั้งก็ถามระหว่างไปรับจากโรงเรียน ไม่ก็ตอนทำข้าวเย็น บางครั้งก็สุ่มเสี่ยงอย่างถามตอนพ่อของเธอนอนอยู่บนตักเขา ตอนนั้นนี่เกร็งไปหมดแต่ดีว่าพี่หลับลึกจริงขนาดตอนอุ้มไปยังไม่รู้สึกสักนิด เขาเลยโชคดีไป เขาเลยต้องขอเธอว่าอย่าถามตอนที่มีพ่อของเธอยู่ใกล้เลย...เพราะมันขี้โกง


“มันต้องมีจังหวะดีๆ”


“สิบปีนี่ไม่มีเลยเหรอคะ”


“อามัวแต่เลี้ยงหนูไง”


คำตอบเขาทำเอาเธอเบ้ปาก แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ไม่นานไอศครีมก็มาเสิร์ฟเรื่องสนทนาก่อนหน้านั้นก็เลยพับเก็บไปก่อน จะว่าไปคนที่เขาคุยเรื่องนี้ด้วย ก็มีแค่ยัยหนูนี่คนเดียวนี่แหละ และที่ว่าทำไมเธอถึงรู้ว่าเขารักพี่ชางซอบน่ะเหรอ มันก็ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว วันเกิดของเธอ เราไปฉลองกันที่ร้านรับจัดเลี้ยง มีเพื่อนๆของเธอมากมาย พอกลับบ้านเธอก็เหนื่อยและหลับไป เขากับพี่ชางซอบเลยได้โอกาสฉลองความสัมพันธ์ของเราสองคนเสียหน่อย พี่เมาหลับไปก่อน และเขาก็เมาเช่นกัน ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงทำแบบนั้น เขาก้มลงไปจูบพี่ ตอนพี่หลับอยู่และเพราะไม่ทันระวัง โซอึนยืนอยู่ตรงนั้น เห็นทุกอย่าง และเขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่แก้ตัวไม่ได้


เธอไม่ได้พูดอะไรกับเขาตอนที่เขาบอกว่าจะกลับบ้าน พอวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันไปเรียนเขาก็คิดว่าคงไม่มีอะไร แต่กลายเป็นว่าขึ้นรถปุ๊บ เธอก็ถามเขาเหมือนที่ถามในวันนี้...เป็นปีแล้วเหมือนกันที่เขาเจอแบบนี้ หลังจากนั้นเธอก็ถามเขาเกี่ยวกับรายละเอียดว่ามันเริ่มเมื่อไหร่ยังไง เขาก็บอกตามความจริงไปนั่นแหละ


“หนูไม่เบื่อบ้างเหรอ ถามอาแบบนี้ทุกวันเลย”


“เบื่อนะ แต่หนูก็อยากเห็นผลลัพธ์ว่าถ้าหนูถามจนรำคาญ อาจะยอมไปบอกพ่อหนูหรือเปล่า”


“อาบอกแล้วไงว่าถ้าอาจะบอก อาบอกก่อนจะมีหนูอีก”


“มีหนูไม่มีหนูไม่เกี่ยวค่ะ อยู่ที่ว่าอาจะมีความกล้าหรือเปล่า”


“โอ้ยเจ็บ”


เด็กหญิงหัวเราะชอบใจกับท่าทางเจ็บปวดของเขา เราคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย คุยกับโซอึนเป็นเรื่องง่าย เพราะเธอมีความคิดความอ่านค่อนข้างโต บางทีเด็กอายุสิบห้าอาจจะคิดไม่ได้แบบนี้ด้วยซ้ำ เลยเหมือนคุยกับเพื่อนมากกว่า พอเรากินกันเสร็จก็ได้เวลาไปรับพ่อของเธอที่บริษัทแล้ว ปกติวันเสาร์เขาจะต้องเข้าบริษัท เป็นกฎว่าต้องเข้าไปอาทิตย์ละครั้ง พี่พอไม่ต้องไปส่งโซอึนพี่ก็จะขึ้นรถไฟฟ้าเอา ก็เลยกลายเป็นว่าทุกวันเสาร์หลังจากรายงานทางบริษัทเสร็จเขาก็จะไปรับพี่ แล้วก็กลับไปที่คอนโดพี่ ใช้เวลาวันเสาร์อยู่ด้วยกันสามคน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมครอบครัว เล่นเกม ทำอาหาร ไม่ก็นอนกลางวันกันทั้งบ้าน บางครั้งเย็นๆก็ออกไปเดินเล่นกันที่ข้างแม่น้ำในวันที่อากาศดี


เราถึงที่บริษัทของพี่ตรงเวลาแต่พี่ยังไม่มา เขากับโซอึนเลยไปนั่งรออยู่ที่ลอบบี้ของบริษัท สักสิบห้านาทีพี่ก็มา พี่ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นลูกสาว โซอึนวิ่งไปกอดพ่อของเธอ ปล่อยให้พ่อกอดหอมจนพอใจ พี่เดินจับมือโซอึนมาทางเขาพอเห็นเขาก็ยิ้มทักทายเหมือนเคย


“รอนานไหม”


“ไม่ครับ ประชุมเป็นไงบ้าง”


“เอ่อะ อย่าถามเลย คิดแล้วเหนื่อย”


เขายิ้มกว้างรับก่อนจะช่วยพี่ถือของที่หิ้วมาด้วย น่าจะเป็นขนมแบรคล่ะมั้ง...สักพักก็มีเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยเรียกเด็กหญิง


“คุณน้าโชรง”


เด็กหญิงวิ่งไปหาอีกฝ่าย หญิงสาวก็ยิ้มกว้างก่อนกอดเธอแล้วหอมฟอดใหญ่ พอเธอเห็นเขาก็เอ่ยทักทายเขาและเขาก็ทักทายตอบเหมือนกัน


“วันนี้มารับกันพร้อมหน้าเลย ปกติน้าเห็นแต่อาหนูมารับ”


“วันนี้หนูไปช้อปปิ้งกับอาซองแจมาค่ะ เลยมารับคุณพ่อด้วย”


“เลยเป็นครอบครัวพร้อมหน้าเลย”


ประโยคนี้พี่โชรงตั้งใจจะเอ่ยแซวเขากับพี่นั่นแหละ และพี่ชางซอบก็หลงกลเขินไปซะได้คราวนี้เลยเป็นพี่โชรงที่ได้แต้ม


“ก็วันนี้เป็นวันครอบครัวหนิคะ เลยอยู่กันพร้อมหน้า”


คำพูดใสซื่อทำให้น้าโชรงของเธอถึงกับปิดปากทำตาโต เธอมองมาทางพวกเขาเหมือนเด็กสาวมัธยมกำลังแซวเพื่อนของเธอที่ยืนอยู่กับชายหนุ่มที่แอบชอบ และแน่นอนเพื่อนของเธอคนนั้นก็ต้องโวยวายกลบสายตาแซวเล่นของเพื่อนไปตามระเบียบ และอีกครั้ง เขาเห็นหูพี่แดงอีกแล้ว และไม่ใช่แค่ที่หู ที่คอพี่ด้วย เป็นจ้ำๆเหมือนแพ้อะไรบางอย่าง


“พี่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อนั่นอีกแล้วเหรอ พี่ก็รู้ว่ามันจะทำให้พี่แพ้”


เขาเดินไปหาพี่เอาทิชชู่เปียกออกมาจากกระเป๋าตัวเองแล้วไปซับบริเวรที่เป็นจ้ำ พี่สะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเย็นของมันแต่ก็ยอมยืนนิ่งให้เขาเช็ด แล้วก็เถียงกลับว่าไอ้ที่ไม่แพ้มันหมดเลยใส่อันนี้ไปก่อน อย่างน้อยโซอึนก็ไม่แพ้


“อืม...น้าว่าไปแล้วดีกว่า ไม่รบกวน ‘เวลาครอบครัว’ ของหนูละ เจอกันนะคะ”


“ค่าาาาา”


พี่โชรงยิ้มให้เด็กหญิงก่อนเงยขึ้นมาสบตาพวกเขา รอยยิ้มของเธอดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าเธอมีอะไร


“ไปแล้วนะชางซอบ ซองแจ”


เขายิ้มตอบก่อนโบกมือลาเธอ แล้วโซอึนก็เดินมาทางพวกเขา จับมือทั้งเขาและพี่ชางซอบคนละข้าง ทำให้มันดูเป็นครอบครัวไปอีก


“กลับกันเถอะค่ะ”


เขาพยักหน้าให้เธอก่อนจะเดินจุงมือเธอพร้อมพี่ เราออกจากบริษัทแล้วกลับไปที่บ้านกัน


+++++++++++++++++++++++++


พอถึงบ้านต่างคนก็ทำเรื่องของตัวเอง พี่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนโซอึนก็จัดการตัดบาร์โค้ดตามเสื้อผ้าใหม่ของเธอก่อนจะเอามันไปใส่ตะกร้าเตรียมซัก ส่วนเขาก็เอาของสดใส่ตู้ แล้วส่วนหนึ่งก็เอาออกมาเพื่อจะทำอาหารเย็นทิ้งไว้สำหรับเรา


พี่ในชุดอยู่บ้านเดินมาด้อมๆมองๆในห้องครัวขณะที่มืออีกข้างถือตระกร้าผ้าไว้ พี่ถามว่าเขาว่าวันนี้ทำอะไร พอเขาบอกว่าจะทำอะไรเจ้าตัวก็ทำหน้าอ้อนแล้วพูดกับเขาด้วยเสียงสอง


‘อยากกินคาโบนาร่าอ่ะ’


เขาทำหน้าเบื่อๆใส่พี่แต่ก็เก็บวัตถุดิบที่จะทำเมนูก่อนหน้านี้ไปแล้วไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำคาโบนาร่าของพี่ขึ้นมา พอเห็นว่าเขาจะทำให้เจ้าตัวก็ยิ้มกว้างก่อนเดินไปซักผ้า เขาตะโกนตามาว่าอย่าเอายี่ห้อนั้นไปซักอีก เอาที่ซื้อมาใหม่มาซักซะ พี่ก็รับคำเขา แล้วสักพักโซอึนก็เดินเข้ามาหาเขา ดูว่าเขาทำอะไรอยู่


“อ๋า...แล้วข้าวผัดกิมจิหนูล่ะ”


“ก็พ่อหนูอยากกินคาโบนาร่า”


“โอ้โหหหห นี่หลานรักนะคะ สู้พ่อที่รักไม่ได้เลยเหรอ”


เขาหยักไหล่ให้เธอไม่รู้ไม่ชี้ เธอเลยเบ้ปากให้เขาเป็นการตอบแทนแล้วเดินออกไป เขาได้ยินเสียงเปิดเครื่องเล่นเกม พอชะโงกไปก็เห็นโซอึนกำลังกดจอยเล่นอยู่ เขาหันกลับมาทำอาหารต่อ พอทำเสร็จทั้งหมดก็ไปนั่งรวมกับพ่อลูกสองคน เป็นภาพที่ตลกไม่น้อยที่ลูกสาวกำลังนั่งกดจอยโดยมีพ่อของเธอนอนยาวอยู่ข้างเธอ ดูเธอเล่นเกม เขาเอาผลไม้ที่ปอกไปให้สองคนนั้นด้วย เอ็ดพี่เล็กน้อยที่นอนกิน โดยมีโซอึนเสริมทัพจนพี่ต้องขึ้นมานั่งกินดีๆ


เราเล่นกันจนจบเกม และส่วนใหญ่เป็นโซอึนที่เล่น เขาช่วยแนะนำเธอเป็นบางอย่าง ส่วนพี่น่ะเหรอ หลังกินเสร็จก็ลงไปนอนยาว และก็หลับเฝ้ายาวจนจบเกม พอเล่นจบโซอึนก็วางจอยแล้วนอนลงข้างพ่อของเธอทันที


“ง่วงเหรอ”


“งืม...”


“จะนอนตรงนี้หรือจะไปนอนในห้อง”


“ตรงนี้แหละค่ะ”


ว่าแล้วเธอก็กลิ้งเข้าไปใกล้ๆพ่อของเธอ เหมือนเป็นสัญชาตญาณ พี่ชางซอบยกแขนกอดเธอทันทีทั้งที่ตายังหลับอยู่ ไม่นานเด็กหญิงก็หลับไปพร้อมกับพ่อของเธอ เขายิ้มเอ็นดูกับภาพที่เห็นอดไม่ได้ที่จะเอาโทรศัทพ์มาถ่ายเก็บไว้ เขาจัดการปิดเกม เอาจานเปล่าไปไว้ในซิงค์น้ำ เขากลับมาล้มตัวลงนอนข้างหลังพี่ เล่นโทรศัทพ์สักพักก็รู้สึกง่วง เลยลุกไปเอาผ้ามาห่มให้สองพ่อลูกและอีกผืนก็ของตัวเอง พอล้มตัวลงนอนไม่นานก็เริ่มเคลิ้มแล้วหลับไป

.

.

.

.

.

เสียงกอกแกกที่ดังมาสักพักทำให้เขาฝืนลืมตาขึ้นมา พอเริ่มมีสติก็รู้ว่ามันมาจากห้องนอนของโซอึน เขาได้ยินเสียงเธอบ่นว่าอะไรบางอย่างที่เธอหามันหายไปไหน พอเขารู้ว่าเป็นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่ความอุ่นในอ้อมกอดนี่ต่างหากล่ะที่เรียกความสนใจเขา


พี่ชางซอบหลับอยู่ในอ้อมกอดเขา…


เขารีบเรียกสติตัวเองให้กลับมาเร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองใจเต้นมาจนเกินไปและต้องไม่ทำให้พี่ตื่นด้วย แต่เสียงที่เด็กหญิงทำบวกกับมันได้เวลาตื่นจากการนอนกลางวันแล้ว พี่เริ่มขยับตัวแล้วลืมตาขึ้น


“ซองแจ??”


พี่พูดเสียงพร่าเพราะเพิ่งตื่น เพราะสติที่ยังรวมไม่ครบ พี่เลยได้แต่ทำสีหน้างงใส่เขา


“...ฉันไม่ได้นอนกอดโซอึนหรอกเหรอ”


“พี่นอนกอดโซอึนนั่นแหละครับ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหลังผมหลับไปถึงกลายมาเป็นผมกอดพี่ไป”


“งืมมมมม”


พี่ครางเบาๆก่อนจะพลิกออกจากอ้อมแขนเขาไปบิดขี้เกียจ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งก้มลงมองพี่ที่ยังคงมึนๆกับการตื่นนอนอยู่


“พี่ต้องลุกขึ้น ถ้าไม่ลุกมันจะยังง่วงอยู่นะ”


“อยากนอนต่อ”


“วันนี้จะไปเดินเล่นกันไม่ใช่เหรอ”


พี่งึมงำในลำคอก่อนจะยื่นมือมาทางเขา เขาก็จับมือพี่แล้วดึงคนขี้เกียจให้ลุกขึ้นมานั่ง พี่อิดออดแต่ยอมลุกขึ้นมา เขายกมือเอาผมที่ชี้ๆของพี่ลงให้ซึ่งอีกฝ่ายก็อยู่เฉยๆยอมให้เขาทำให้


“โซอึนล่ะ”


“เดี๋ยวผมลองเรียกให้ โซอึนอ่าาาาา”


แล้วเสียงเด็กหญิงก็ตอบกลับมาจากในห้องว่าเธอกำลังเตรียมตัวสำหรับออกไปเดินเล่นที่ข้างแม่น้ำอยู่ เขาส่งเสียงตอบเธอไปว่าโอเค ตอนแรกว่าจะลุกไปเตรียมตัวบ้าง แต่เพราะอยู่ๆโทรศัทพ์เขาก็สั่นรัวๆเลยหยิบขึ้นมาดู ปรากฎว่าเป็นข้อความงานด่วนงานเร่ง ซึ่งเขาโคตรไม่ชอบเลย แต่ยังไงเขาก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก เขาถอนหายใจออกมาจนคนข้างๆสังเกตเห็น


“งานเข้า?”


“ด่วนมากด้วย”


“แปลว่าเย็นนี้ไม่ได้ไปแล้ว”


“ครับ”


พี่พยักหน้าเข้าใจ แล้วแกล้งจะล้มตัวลงนอนต่อโดยให้เหตุผลว่าเพราะเขาไปไม่ได้แล้วเลยจะไม่ไปแล้วจะนอนต่อ เขาดึงอีกฝ่ายที่หัวเราะคิกคักขึ้นมาให้ขึ้นมาอีกรอบ


“ไม่ได้ โซอึนเตรียมตัวแล้ว”


“ฉันไม่อยากไปเดินกับโซอึนแค่สองคนอ่ะ”


“ทำไมล่ะ”


“ไม่อยากเจอยายที่ขายขนมตรงหน้าสถานีคนเดียว”


เขาระเบิดหัวเราะออกมาตอนพี่พูดถึงยายที่หน้าสถานี ยายจะไม่มีประเด็นเลยหากไม่ใช่เพราะว่าทุกครั้งที่เขากับพ่อลูกไปเดินเล่นจะเจอยายคนนี้ แล้วครั้งแรกที่ยายแกทักตอนไปซื้อขนมแกคือ ‘เป็นผัวเมียกันรึ’ ไปไม่เป็นเลยทั้งเขาและพี่ พอพวกเขาจะแก้แกก็ดันยุ่งกับลูกค้าคนอื่นเสียนี่ แล้วเราก็ไม่ได้บอกแก แต่เพราะขนมแกอร่อยเลยได้แวะบ่อยๆ และแกก็ยังคงคิดว่าเรานั้นเป็นผัวเมียกันอยู่จนถึงปัจจุบัน


“วันนี้แกต้องถามพี่ว่า ‘ผัวไปไหนไอ้หนุ่ม’ แน่ๆเลย”


“ฮ่าๆๆๆๆๆ”


เขาแกล้งดัดเป็นเสียงยายแก แล้วพูดประโยคที่เขาคิดว่าแกต้องถามแน่ๆ พี่ชางซอบหัวเราะตาหยี่ตบมือกับตักเขา เขาก็หัวเราะเหมือนกัน พี่บอกนั้นแหละที่คิดไว้ เลยไม่อยากไปเจอยายแกคนเดียว ถ้าเจอแบบนี้จริงๆจะตอบยังไง


“ก็บอกไปครับ วันนี้ผัวงานเข้าเลยมาได้”


“คือยังไงก็ต้องเป็นผัว?”


“เอ้า ก็แกว่างั้นอ่ะ กี่ปีแล้วพี่ บอกไม่ใช่แกคงหัวใจวายตาย”


“ฮ่าๆๆๆๆโอ้ยยยยยย ที่จริงเราก็ควรบอกแกไหม ว่าเราไม่ได้เป็น--”


แล้วอยู่ๆพี่ก็หยุดไป สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อกี้อยู่ๆก็เจือนลง เขาเลิกคิ้วสงสัยทันทีแต่ก็ยังคงยิ้มให้ แต่แล้วเขาก็เห็นสายตาของพี่ เขาก็ไม่รู้จะอธิบายมันยังไงเขาหุบยิ้มลง มองหน้าพี่ เหมือนพี่ไม่อยากพูดมันออกมา พี่อ้าปากเหมือนจะพูดอีกครั้ง แต่ก็เงียบไปอีก


“ว่าเราไม่...”


“...พี่ชางซอบ”


เขามองหน้าพี่นิ่ง เลื่อนมีไปจับมือที่วางอยู่นตักเขา พี่ไม่ได้ดึงออกแถมยังสบตาเขาโดยตรง เราไม่ได้พูดอะไรกัน และไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงค่อยๆโน้มไปหาพี่และพี่ก็ไม่ได้หนี...เราอยู่ห่างกันไม่ถึงเซนต์แล้ว…


“พ่อคะ หนูเอาโรเรอร์สเก็ตไปได้ไหม...คะ...”


เราผละออกจากกันทันทีที่เด็กหญิงปรากฎตัว และเป็นพี่ชางซอบที่ได้สติก่อน พี่ยิ้มให้โซอึนก่อนจะบอกเด็กหญิงว่าให้เอาไปได้ โซอึนยืนนิ่งค้างไปแปบนึงแต่ก็พยักหน้ารับรู้ เธอเหลือบมามองเขาแวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนออกเดินไปเอาของๆเธอในห้อง


“ฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ”


“ครับ”


เขายังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เรื่องเมื่อกี้จะบอกว่ามันเกิดขึ้นเร็วมากก็ไม่ได้ เพราะเรามีเวลากันเยอะมาก มีเวลาให้คิดและตัดสินใจ ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นนะ และที่สำคัญทำไมพี่ถึงไม่พูดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมพี่ถึงไม่หลบเขา


หรือว่าความรู้สึกที่เขามีให้พี่นั้น…


พี่ก็มีให้เขาเหมือนกัน...


++++++++++++++++++++++++++


มาเร็วป่ะล่ะ เดี๋ยวมันจะแค่ช่วงนี้แหละ เดี๋ยวก็เป็นบ้าหายไปอีก ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเน่อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #86 wtnchya (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:00

    น่ารักมากก เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #86
    0
  2. #85 lionessme (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 06:21
    พี่ซอบก็ออกอาการแหละหน่าาาา
    #85
    0