ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 31 : [SF]When will you tell my dad...that you love him? (1) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

When will you tell my dad...that you love him?


“โซอึน”


“อ๊ะ! อาซองแจ”


เสียงใสของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของเขา เธอยิ้มกับบอกลาเพื่อนๆของเธอแล้วเดินมาทางเขา เธอยิ้มสวยให้เขาแล้วเดินตามเขาออกมา ก่อนจะเริ่มบทสทนาของเราอย่างเคย


“ให้หนูกลับเองก็ได้นะ พ่อเพิ่งซื้อไอซีการ์ดของนักเรียนให้หนู”


“นั่นเพราะหนูรบเร้าจะเอาเป็นของขวัญวันเกิด”


“หนูอยากได้เพราะหนูจะได้ไปกลับโรงเรียนเองไง เพราะงั้นอากลับไปเถอะค่ะ”


“อาก็อยากทำแบบนั้น แต่ถ้ากลับไปมือเปล่าโดยไม่มีหนู พ่อหนูฆ่าอาแน่”


“ฮ่าๆๆ เป็นเรื่องเดียวที่พ่อหนูยอมอาไม่ได้”


“เหอะๆๆ”


เขาหัวเราะแห้งๆให้แม่หนูข้างๆนี่ ปฏิเสธไม่ได้เพราะเรื่องที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง เขาเปิดประตูรถให้เธอขึ้นไปก่อนจะขึ้นไปทางคนขับแล้วออกเดินทาง ที่หมายก็คือพาเธอไปส่งที่บ้าน ไปส่งให้พ่อของเธอที่ไหว้วานเขาให้มารับ


“วันนี้อยู่กินข้าวไหมคะ”


“ถ้าอาไม่อยู่แล้วพวกหนูจะกินอะไรล่ะ”


“คงต้องฝากท้องแฟมมาร์ทอีกวัน”เธอทำหน้าปลงแต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่ชอบใจออกมา เขาเห็นเลยถามเธอต่อ


“ให้อาสอนให้ไหมล่ะ จะได้ทำตอนที่อาไม่ว่าง”


“จริงเหรอคะ? หนูรบเร้ามาเป็นปี อาคิดยังไงถึงเพิ่งอยากจะสอนหนู”


“ก็หนูสิบขวบแล้ว”


“แล้วมันต่างยังไงกับตอนหนูเก้าขวบ”


“ตอนนี้มันเลขสองหลักแล้วไง”


“...หนูเข้าใจพ่อหนูเวลาทำหน้าเบื่อตอนคุยกับอาแล้วล่ะ”


“ฮ่าๆๆๆๆ”


เขาหัวเราะลั่นออกมา มองสีหน้าเบื่อหน่ายของเธอ ช่างเหมือนกับพ่อของเธอที่เวลาเถียงกับเขาแล้วไม่ชนะหรือเมื่อไหร่ก็ตามที่พอทีเวลาเขาพูดอะไรแปลกๆ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มกับเรื่องราวเหล่านี้ และมันก็ทำให้เด็กสาวข้างๆเขาสังเกตเห็น


“พูดถึงพ่อหนูทีไร อาทำหน้าแบบนั้นทุกที”


“แบบไหน”


“มีความสุข”


“ฮ่ะๆ”


“เพราะงั้นหนูจะถามอาอีกครั้ง”


“หืม?”


“เมื่อไหร่จะบอกพ่อหนู ว่าอารักเขา...”


เขามองหน้าเธอนิ่งระหว่างที่รอไฟแดง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอบอกเขาว่าไฟเขียวแล้ว เขาออกรถต่อเพื่อที่จะกลับบ้านของเธอ และคำถามนั้นก็ถูกทิ้งไว้ในบทสนทนา...เหมือนเคย…


+++++++++++++++++++++++


“โซอึน”


“อ๊ะ พ่อกลับมาแล้ว”


เขาหันไปมองตามเสียงที่เรียกโซอึน ร่างคุ้นเคยเดินเข้ามายังในห้องคนโดที่พวกเราอยู่ ร่างโปร่งก้มลงหอมแก้มลูกสาวของตัวเองก่อนจะปล่อยให้เธอกลับมาช่วยเขาทำอาหารต่อ นัยตาสีดำสบขึ้นกับเขาก่อนจะยิ้มทักทายเขา


“กลับกันมานานยัง”


“สักพักแล้วครับ อ๊ะใช่ พี่ชางซอบ พี่จะอาบน้ำก่อนหรือจะกินข้าวก่อน”


“ฉันขออาบน้ำก่อน วันนี้เหนื่อยมากๆ”


เขาพยักหนักให้อีกฝ่ายก่อนหันมาทำสิ่งที่อยู่ในหม้อให้เสร็จ เขาปรุงอะไรอีกนิดหน่อย สอนให้โซอึนให้รู้ว่าปรุงเท่าไหร่ควรพอ เขาสอนเธอก็จริงแต่ยังไม่ให้เธอทำเองหรอก ยังอยากให้เธอโตกว่านี้อีกหน่อย เพราะของใช้ในครัวมันก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี เขาบอกให้โซอึนไปจัดโต๊ะ ตักกับข้าวใส่จานและถ้วย เขากับโซอึนถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วไปนั่งรอกันอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี รออีกคนเพื่อที่จะมากินข้าวด้วยกัน อยู่ๆเขาก็หันไปมองหน้าเด็กหญิงข้างๆ แล้วก็คิดถึงประโยคที่เธอถามเขาวันนี้


‘เมื่อไหร่จะบอกพ่อหนู ว่าอารักเขา’


เมื่อไหร่งั้นเหรอ เหอะๆ ถ้ามันทำได้คงทำไปได้ตั้งนานแล้วหนูเอ้ย เขาคิดถึงเรื่องในอดีต คิดถึงเรื่องก่อนที่จะมีโซอึน เขากับพ่อของเธอรู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ง่ายๆเลย พ่อของเธอหรือพี่ชางซอบนั้น เป็นรุ่นพี่ของเขา เป็นพี่รหัส และเป็นรักแรกของเขา...รักแรกที่เขาไม่เคยจะได้บอก


หลังพี่จบพี่ก็แต่งงานทันที ที่จริงเขารู้ข่าวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ เพราะแฟนของพี่ท้อง อะไรๆตอนนั้นมันวุ่นวายมาก แต่เราก็ผ่านมันไปด้วยดี แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน แม่ของโซอึนก็ขอหย่ากับพี่ อีกฝ่ายยกสิทธิ์ดูแลโซอึนให้กับพี่และคงยังส่งค่าเลี้ยงดูมาทุกเดือนอยู่ อีกฝ่ายยังอยากทำตามความฝันของตัวเอง ซึ่งพี่ชางซอบก็ยอมให้ เพราะพี่รักเธอมากจริงๆ


ส่วนเขา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงเข้ามาอยู่ในชีวิตของพี่กับโซอึนได้ เขาควรจะตัดใจแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ตั้งแต่รู้ว่าพี่มีแฟนแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ทำ คำตอบตอนนั้นเพราะเขายังตัดใจจากพี่ไม่ได้จริงๆ แต่แล้วตอนที่รู้ว่าพี่จะแต่งงาน บอกเลยว่าเขารู้สึกหมดหวังทุกอย่าง จนกระทั้งได้อุ้มโซอึนและบวกกับเหตุการณ์ระหองระแหงระหว่างพี่กับแฟนของพี่ ตอนนั้นเขาตัดสินใจว่าเขายังจะไปต่อ


แต่สุดท้ายก็ยังไม่เคยได้บอกอะไรออกไป ผ่านมาแล้วสิบปี ถึงขนาดว่าเด็กที่เลี้ยงมายังต้องมานั่งถามคำถามเดียวกันว่าเมื่อไหร่เขาจะบอกรักอีกฝ่ายสักที…


“หน้าหนูเหมือนพ่อหนูเหรอคะ มองจัง”


“สวนเก่ง ใครสอนหนูหื้ม?”


“ศึกษามาจากคนข้างตัวนี่แหละ”


“อย่าไปสวนให้พ่อหนูเห็นนะ ไม่งั้นเขารู้แน่ว่าได้มาจากอา”


“สอนอะไรลูกฉันอีก ซองแจ”


เขาสะดุ้งขึ้นตอนได้ยินเสียงที่คุ้นเคยในโทนที่เย็นยะเยือก ครั้งแรกที่ได้ยินคือตอนโดนว้าก และอีกหลายๆครั้งตอนเขาสอนอะไรแปลกๆให้โซอึน แต่ดีว่าโซอึนเป็นเด็กเรียนรู้ไว บางครั้งเจ้าตัวก็จะช่วยปกปิดความผิดของเขาจากพ่อของเธอ และยิ่งโตไหวพริบของเธอยิ่งดีขึ้น สมแล้วที่เป็นหลานเขา


“พ่ออาบเสร็จแล้ว กินข้าวกันค่ะ”


เธอออกตัวก่อนเลยทำให้เรื่องที่เขาโดนคาดโทษไว้เมื่อกี้ตกไป เขาพยามกลั้นยิ้มตอนที่พี่ชางซอบทำหน้าจับผิดเขาแบบขั้นสุด เขาตักข้าวให้พ่อกับลูกแล้วถึงจะตักในส่วนของเขา บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเป็นเรื่องเดิมๆ แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อ มันมักจะเริ่มด้วยเรื่องที่โรงเรียนของโซอึน เธอมักจะทำเป็นไม่ใช่เรื่องใหญ่ก่อนจะเล่าเรื่องที่เธอได้คะแนนสูงสุดของห้องอีกแล้ว หรือไม่ก็งานที่ต้องไปแข่ง เธอก็จะบ่นหน่อยๆว่าไม่อยากแต่ก็ต้องทำ เธอทำให้เขานึกถึงพ่อของเธอ พ่อของเธอเป็นคนเก่ง เก่งมากด้วยแต่ชอบไม่ทำ ชอบทำให้ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์กลางๆไว้ แต่อีกส่วนหนึ่งเขาก็คิดถึงตัวเอง คือชอบขี้โม้ แต่เป็นขี้โม้ในเรื่องที่สามารถทำได้ จะว่าไปเด็กคนนี้ค่อนข้างเหมือนทั้งเขาและพ่อของเธอ


“ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้โม้เหมือนอาของหนูเลย”


“ก็เพราะพ่อให้อาเขาเลี้ยงหนูมาหนิคะ”


“พี่ผิดเองนะ”


“อ่ะ รุมกันไปสิ”


แล้วพี่ก็ทำหน้างอ ไม่ว่าจะกี่ปีๆ พี่ก็ยังคงโดนแกล้งอยู่ดี ขนาดมีลูก ลูกโตมายังแกล้งพี่เลย เขาหัวเราะตอนที่โซอึนพยายามง้อพ่อของตัวเองโดยการเอาเค้กที่พวกเราซื้อระหว่างทางออกมาให้ พี่ชางซอบตาวาวขึ้นมาทันที ก่อนจะหอมแก้มขอบคุณลูกสาวตัวเอง


“เรื่องง้อพ่อ หนูไว้ใจอาซองแจ”


“อย่าไปเชื่ออาเขามากนะ เดี๋ยวโดนหลอกไม่รู้ตัว”


“โซอึนรู้ทันกว่าพี่อีก”


“เอ๊ะซองแจ เดี๋ยวเหอะ”


เขาโดนตีแขนดังเพี้ยะ โซอึนหัวเราะชอบใจก่อนแกล้งทำเสียงเข้มดุพวกเราว่าอย่าทะเลาะกันบนโต๊ะอาหาร พอเราทานข้าวและของหวานเสร็จก็เป็นอีกกิจกรรมที่เขาค่อนข้างชอบ นั้นคือการเป่ายิ้งฉุบว่าใครจะได้เป็นคนล้างจาน มันมีช่วงนึงที่พี่ชางซอบแพ้ติดกันสามวันจนเขากับโซอึนสงสารเลยช่วยกันล้างไป และวันนี้ก็เป็นโชคร้ายของพี่ชางซอบเช่นเคย เจ้าตัวบ่นอุบแต่ก็ยอมล้างแต่โดยดี เขากับโซอึนช่วยกันเอาจานเปล่าไปวางไว้ในอ่างก่อนจะออกมานั่งกันที่โซฟาเหมือนเคย


“อ๊ะใช่ อาคะ วันมะรืนมีประชุมผู้ปกครอง อาไปให้หน่อยสิ”


“หือ? แล้วพ่อของหนูล่ะ”


“ไม่ว่างค่ะ เห็นว่ามีประชุม”


“อือๆ แล้วอาจะไปให้”


เขารับคำของเธอก่อนจะนั่งดูหนังไป สักพักพี่ชางซอบก็เดินมาแล้วมานั่งเขาก่อนจะค่อยๆเลื้อยลงไปอยู่บนตักเขา โซอึนเอ่ยเตือนพ่อของเธอว่าอย่านอนดู เพราะเดี๋ยวจะหลับ แต่พ่อของเธอก็ทำเสียงอ้อนว่าวันนี้เหนื่อยขอนอนพักหน่อย แล้วก็เป็นไปตามที่โซอึนว่า พี่ชางซอบหลับคาตักเขา มันไม่ดีนะเนี่ย กินข้าวแล้วนอนแบบนี้


“อาคะ หนูง่วงแล้ว หนูขอไปอาบน้ำก่อนนะ”


“อืมๆ อ้อใช่ หนูเปิดประตูห้องพ่อของหนูให้หน่อย เดี๋ยวหนังจบอาจะอุ้มพ่อหนูไปนอน”


“ค่าาาาาาาาาา”


โซอึนเดินออกไป เขาได้ยินเสียงเปิดประตูสองครั้ง แล้วก็ได้ยินเสียงน้ำไหล ไม่นานจากนั้นหนังที่เขาดูอยู่ก็จบ เขาปิดทีวี ก่อนจะค่อยๆลุกไม่ให้คนที่อยู่บนตักตื่น แต่ก็คงไม่ตื่นง่ายๆหรอก เพราะถ้าพี่หลับที หลับแล้วตื่นยาก นอกจากจะตื่นไปทำงาน นอกนั้นคือซ้อมตาย เขาค่อยๆชอนตัวอีกฝ่ายขึ้น เสียงงึมงำในลำคอส่งเสียงให้เขารู้ว่าไม่สบายตัว เขายกยิ้มน้อยๆ ก่อนเดินไปที่ห้องของพี่ที่เปิดไว้ โซอึนอาบเสร็จแล้วและเธอก็เดินตามเขามา เขาวางพี่ลงบนที่นอนก่อนจะห่มผ้าห่มให้ โซอึนที่ตามมาก็ปีนขึ้นไปบนเตียง หอมแก้มพ่อของเธอเพื่อบอกราตรีสวัสดิ์ คนที่อยู่บนเตียงก็งึมงำบอกฝันดีลูกตัวเองกลับเช่นกัน เขาเดินออกมาพร้อมกับโซอึน เขาเก็บของเพื่อที่จะกลับบ้านของเขา โซอึนก็เดินมาส่งเขาที่หน้าประตู


“กลับดีๆนะคะ”


“ครับ ฝันดี”


เขาก้มลงกอดเธอ หอมแก้มอีกฝ่ายอย่างเคย พอผละออกเธอก็พูดประโยคเดิม เป็นประโยคที่เขาได้ยินมาตลอดสิบปี จากพ่อของเธอ


“วันนี้ก็ขอบคุณมากนะคะ”


“อืม พรุ่งนี้เจอกัน”


และเขาก็ตอบกลับแบบเดิมมาตลอดสิบปีเช่นกัน…


+++++++++++++++++++++++++


วันนี้เขาตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อย ที่จริงมันก็เช้าธรรมดาสำหรับคนอื่นนะ แต่สำหรับเขาที่ทำงานอยู่ที่บ้าน การตื่นมาเวลานี้มันค่อนข้างทรมารอยู่พอสมควร แต่พอดีวันนี้มันมีอีเว้นท์พิเศษ นั้นก็คือต้องไปประชุมผู้ปกครองแทนพ่อของหลานสาว และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งที่เขาไปเป็นตัวแทนผู้ปกครอง เพราะงานของพี่ชางซอบเป็นงานประจำ และหลังๆเนื่องจากตำแหน่งงานที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้เวลาที่จะมาทำอะไรแบบนี้น้อยลง แต่เขาก็ยังประทับใจที่พี่ยังสามารถทำกิจกรรมครอบครัวกับโซอึนและเขาได้อยู่ พี่ต้องเหนื่อยขนาดไหนเนี่ย…


เขามาถึงโรงเรียนของโซอึนตรงเวลาเป๊ะ โดยใช้เวลาอีกนิดหน่อยในการหาห้องของเธอ เขายิ้มให้เธอก่อนเดินฝ่าฝูงพ่อๆแม่ๆไปอยู่ด้านหลัง ช่วงแรกเป็นการมอบรางวัลนักเรียนดีเด่นซึ่งโซอึนกวาดไปสามรางวัลคือ เรียนดี สังคมดีและผู้นำดี บอกเลยว่าภูมิใจมากประหนึ่งว่าเลี้ยงมาเอง เดี๋ยวสิ ก็เลี้ยงมาล่ะนะ ช่วงต่อไปคือการเข้าไปคุยกับครูประจำชั้นตัวต่อตัว ระหว่างนี้ก็รอกันอยู่ในห้องเรียน


“โซอึน พ่อมาทันไหม-- อ่าว...ซองแจ?”


เขาหันไปหาเสียงที่คุ้นเคย แล้วก็ต้องแปลกใจมากๆว่าทำไมคนที่ประชุมอยู่ถึงมาได้ อีกฝ่ายก็ทำหน้าสงสัยเหมือนกัน พี่ชางซอบเดินเข้ามาหาพวกเรา และตอนนี้คนอื่นเริ่มมองเราแล้ว


“นายมาได้ไง ไม่ได้ติดคุยกับลูกค้าเหรอ”


“ผมไม่-- ลูกค้าเลื่อนน่ะครับ ก็เลยมา เผื่อพี่มาไม่ได้”


เขาตอบไปแบบนั้นทั้งๆที่ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ความจริง เขาหันไปมองเด็กข้างตัวที่ยังคงปั้นหน้ายิ้มสวยให้พ่อของตัวเองทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งหยิกเขาไป เขารู้ได้ทันทีว่าโซอึนโกหกพ่อของเธอว่าเขามาไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้บอกเขาด้วยว่าจะให้พ่อเธอมาวันนี้ ชื่นชมในแผนการ แต่ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำแบบนี้ทำไม


‘ดูนั้น...คนที่ผิวขาวๆต่างหากที่เป็นพ่อของโซอึน’


‘อ้าว แล้วอีกคนนั่นใครล่ะ แต่ฉันเห็นมารับโซอึนบ่อยๆนะ ฉันนึกว่าเขาเป็นพ่อเธอเสียอีก’


‘ได้ยินโซอึนเรียกว่าเขาอานะ เป็นน้องชายหรือเปล่า’


‘แต่หน้าไม่เหมือนกันเลย เอ๊ะหรือว่า ที่เขาบอกกันว่าโซอึนมีพ่อที่เป็นเกย์นี่เรื่องจริง’


‘ตายแล้ว โซอึนไม่มีแม่เหรอเนี่ย’


เสียงซุบซิบรอบตัวดังจนเขานึกว่ากำลังคุยกันแบบเปิดเผย ทำไทให้พี่ชางซอบทำหน้าไม่สบายใจ เขาไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วคนเขาพูดถึงเกี่ยวกับเขากับโซอึนหรือพี่ชางซอบยังไง แต่เห็นได้ชัดแล้วว่าผู้ปกครองคนอื่นๆสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูโซอึนมากๆ แถมยังมีข่าวลืออย่างเรื่องที่เลี้ยงมาในครอบครัวแบบพ่อพ่อลูกนั้นได้ยินเข้าหูบ่อยสุด เขากลัวว่าเรื่องนี้มันจะทำให้โซอึนต้องเดือดร้อนทีหลัง เดือดร้อนกับคนที่ไม่เข้าใจแล้วจะมากลั่นแกล้งเธอ เขาเลยกำลังคิดหาวิธีที่แสดงออกอย่างไรให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาเป็นแค่เพื่อนของพ่อเธอ แต่เราก็โดนเรียกชื่อให้เขาพบครูเสียก่อน


“ไปกันค่ะ ตาเราแล้ว”


“อืม...ยังไงพ่อหนูก็มาแล้ว อาว่าอาจะไม่--”


“ทำไมล่ะคะ อาก็ ‘เลี้ยง’ หนูมาเหมือนกัน อาควรเข้าไปฟังด้วย”


เขาตกใจมากที่โซอึนพูดแบบนั้น ไม่ใช่แค่เขา แต่พี่ชางซอบและผู้ปกครองคนอื่นก็ตกใจด้วยแล้วเขาก็โดนลากไปหาคุณครูด้วยกัน พี่ชางซอบเหลือบมองเขา นัยตาสีดำแสดงความไม่สบายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาเลยยิ้มกลับ จับมือพี่และทำปากบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนเดินเข้าไปในห้อง

.

.

.

.

.

การคุยกับคุณครูเป็นไปได้ด้วยดี เราได้คุยกับครูเรื่องที่คนอื่นเข้าใจว่าโซอึนถูกเลี้ยงมาเป็นพ่อพ่อลูกด้วย ซึ่งคุณครูแกบอกเข้าใจว่าทำไม่เป็นอย่างนั้นและแกยืนยันว่าจะไม่ให้คนอื่นรู้สึกว่าโซอึนต่าง แกจะช่วยบอกเด็กๆ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะบอกผู้ปกครองด้วย นอกนั้นก็ไม่มีอะไร มีที่น่าสนใจนิดหน่อยคือโซอึนเป็นเด็กเก่งมาก อาจจะสามารถเข้าโรงเรียนชั้นนำของประเทศได้ และถ้าหากต้องการแกจะจัดให้มีคอสพิเศษจนกว่าโซอึนจะเข้ามัธยมต้น ลองให้เอาไปคิดดู เราขับกลับทันทีเพราะวันนี้เขาไม่มีงานและพี่ชางซอบขอหยุดครึ่งบ่ายไว้ แต่แลกกับพรุ่งนี้ต้องทำโอที เราเลยแวะทานข้าวกลางวันกันที่ร้านฟาสต์ฟู้ด พอนั่งได้เธอก็จัดการของๆเธอ แต่เขากับพี่ยังคงนั่งมองเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนจะหันมามองหน้ากัน เขาส่งซิกให้พี่ บอกให้พี่เป็นคนพูดก่อน


“โซอึน...หนู...โอเคเหรอ”


“โอเคอะไรคะ?”


“ที่เอ่อ...ที่คนอื่นบอกว่าหนู...มีพ่อสองคน”


“ค่ะ”


โซอึนตอบแค่นั้นก่อนจะกัดเบอร์เกอร์คำโตจนซอสเลอะปาก เขาหยิบทิชชู่ไปเช็ดให้ก่อนจะเป็นฝ่ายถามบ้าง


“แล้วหนูรู้ใช่ไหมว่า การมีพ่อสองคนมันแปลกกว่าคนอื่น”


“...ค่ะ”


เขานิ่งไปสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา เขารู้ว่าท่าทางแบบนั้นคืออะไร เธอรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ เขาประมาทไปหน่อยเพราะว่าเธอเพิ่งจะสิบขวบ แต่เขาก็ลืมไปเหมือนกันว่าเธอนั้นฉลาด โตกว่าวัยและเจ้าเล่ห์ขนาดไหน เขาน่าจะรู้ดีที่สุด เขาเลยตัดสินใจคุยตรงๆกับเธอ


“หนูรู้นะ ว่าพอคนอื่นเขาเอาไปพูดกันว่าหนูโตมากับการที่มีพ่อสองคนเลี้ยง เขาก็จะเอาไปนินทา และเพื่อนก็อาจจะแกล้งหนูล้อหนู และอีกหลายๆอย่าง เขาจะตัดสินหนูทันที หนูโอเคเหรอ”


เธอนิ่งฟังเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา เธอวางเบอร์เกอร์ลงก่อนจะเริ่มพูดออกมาบ้าง


“หนูไม่สนหรอกว่าใครจะมาว่าอะไรหนู แต่หนูไม่ชอบที่มีคนมาบอกว่าพวกอาไม่ดีพอที่จะเลี้ยงหนู หนูอยากให้เขาเห็นว่าพ่อๆของหนูเป็นแบบไหน เลี้ยงหนูมาดีขนาดไหน หนูอยากจะบอกเขาว่า หนูชอบที่เป็นแบบนี้ อยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่หนูมีอยู่ตอนนี้มันดีมาก ดีเกินไปด้วยซ้ำและหนูรักมัน...พ่อไม่ร้องไห้นะคะ...”


เขาหันไปหาตามที่โซอึนบอก คนข้างเขาตอนนี้ตากับจมูกแดงรื้นขึ้นมา เขาตกใจนิดหน่อยก่อนจะไปหยิบทิชชู่จากโซอึนที่ยื่นมาให้เขามาเช็ดน้ำตาให้กับคนข้างตัว พี่ไม่เคยอ่อนไหว แต่กับลูกสาวคนเดียวแล้ว ทุกอย่างหมุนรอบตัวเธอ พี่สูดน้ำมูกก่อนจะเช็ดน้ำตาสุดท้ายอีกครั้ง พี่เอ่ยเสียงสั่นๆจนเขาเอ็นดู


“พ่อรักหนูนะ”


“หนูก็รักพ่อค่ะ รักอาด้วย”


เขายิ้มให้หลานสาวที่รักของเขา เธอยิ้มสดใสให้พวกเขาเช่นกัน มันเป็นรอยยิ้มไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหน พอได้เห็นเขาก็จะหายเหนื่อยทันที


“ว่าแต่หนูโดนเลี้ยงมาโดยพ่อพ่อใช่ไหม แต่หนูเคยอ่านมาว่าถ้าเป็นพ่อพ่อก็คือ ‘บุคคลสองคนที่เป็นมีความสัมพันธ์แบบคนรักหรือคู่สมรสโดยมีเพศสภาพเป็นชายทั้งสองคน…’ หนูก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร มันหมายถึงเป็นแฟนกันหรือเปล่าคะ?”


เขาสะดุ้งขึ้นกับคำถามใสซื่อบริสุทธิ์แบบนั้น และเขาก็รู้อีกแล้วว่าเด็กหญิงรู้อยู่แล้วว่ามันหมายความว่าอะไรแต่เธอแกล้งซื่อให้พ่อของเธอจับไม่ได้ และแน่นอน พี่ชางซอบตกหลุมทันที


“ใช่แล้วค่ะ ปกติก็จะเป็นแฟนกัน”


“แต่พ่อกับอาซองแจไม่เห็นจะเป็นแฟนกันเลย”


นี่ไง...มาแล้ว เขาถลึงตาใส่ยัยตัวแสบที่ยังคงเอียงหัวทำตาปริบๆแกล้งไม่รู้เรื่อง พี่ชางซอบนิ่งไปก่อนจะอ้ำอึ้ง ทำตัวไม่ถูกว่าจะตอบลูกสาวยังไง


“เอ่อ...คือพ่อ...กับอาเขา...เอ่อ...คือ...”


เขาเหลือบมองพี่ชางซอบ สายตาอีกฝ่ายสบกับเขาแต่แล้วพี่ก็หลบไปและเขาก็รู้สึกว่าเหมือนหูของพี่แดงนิดหน่อย...อะไรน่ะ พอไม่ได้คำตอบสักทียัยหนูนี่ก็เหมือนกำลังจะยิงอีกคำถาม แต่เขาก็ไม่ยอมให้โดนฝ่ายเดียวหรอก


“เอ้อได้เวลาละ เราไปกันเลยไหม เดี๋ยวรถติด ต้องซื้อของเข้าบ้านอีก ใช่ไหมพี่”


“อืม นั่นสิ...หนูกินเสร็จยังคะ ถ้าเสร็จแล้วก็กินน้ำแล้วเอาไปทิ้งนะ”


จะบอกไม่เสร็จก็ไม่ได้ เพราะเธอกินมันหมดแล้ว เธอพยักหน้าให้พ่อของเธอก่อนจะหันมาค้อนเขานิดหน่อยพอให้เขารับรู้ แล้วค่อยเดินไปทิ้งขยะตามที่พ่อของเธอบอก ระหว่างเดินไปที่รถอยู่ๆเธอก็พูดกับเขาระหว่างที่พ่อเธอคุยโทรศัพท์


“อาไม่รอดหรอก หนูจะทำให้อาบอกพ่อของหนูให้ได้ ก่อนหนูขึ้นมัธยม”


“เก่งนักก็ลองดูยัยหนู”


แล้วเขาก็วิ่งไล่เธอก่อนจะจับได้แล้วฟัดเธอพอหอมปากหอมคอจนพี่ที่คุยโทรศัพท์เสร็จถึงกับงงว่าอะไรทำให้เราคึกกัน


“คึกอะไรกัน?”


“เปล่า”


แล้วเราสองคนก็ตอบพร้อมกันก่อนจะหันหน้ามาหัวเราะใส่กันจนพี่ได้แต่ยืนงงอีกรอบ...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ช่วงนี้เป็นนักเขียนดีเด่น ลงฟิคถี่มาก เรื่องใหม่ด้วย


แต่เรื่องเก่าไม่จบ...555555555555555555555555555555555 ใครสน!!!

/โดนปาหิน


เอาน่าเดี๋ยวมันก็จบแหละ แต่ขอเวลาหาดินหาหินมากลบก่อนนะ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #97 ksykaw (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:32
    ตอนนี้น่ารักมากๆๆๆๆ ชอบน้องโซอึน เจ้าเล่ห์มากรูก
    #97
    0
  2. วันที่ 12 เมษายน 2562 / 20:14
    ชอบอะดีมากเลยชอบพล็อตมากกก
    #81
    0
  3. #80 enoughppp (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:38
    โอยยยยยยยย น่ารักกกกก เรื่องนี้น่ารักมากกกกก พล็อตนี้คิดได้ไงอ่าาา ชอบๆ ชอบโซอึนมาก น่ารัก แล้วคือชอบประโยคตอนท้ายของโซอึนมากที่บอกว่าอาไม่รอดหรอกจะทำให้บอกรักให้ได้ก่อนขึ้นมัธยมอ่ะ ชอบประโยคนี้ ดีอ่ะ น่ารักมาก เขียนดีค่ะ สนุกมาก ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #80
    0
  4. #79 กชกรร (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:19

    ชอบมากๆเลยค่ะ โซอึนแสบมากกกก แต่แอบน่าร้ากกก ส่วนซองแจไม่รู้จะซึนไปไหนอ่ะ ที่ชอบมากๆเลยตรงที่บรรยายความรู้สึกของซองแจคนเดียวแต่เห็นอะไรหลายๆอย่างอ่ะค่ะ ไรต์เก่งสุดยอดน้องทับจัย โดยเฉพาะตอนที่แจเห็นพี่ซอบหูแดงอ่ะ มันแบบ เหมือนดูหนังซักเรื่อง อ่ะ คือมันดี5555 แต่เรื่องนี้น่าร้ากกกกกก เราชอบทุกแนวเล้ยย เป็นกำลังใจให้น้าาาาา สู้ๆนะคะ

    #79
    0
  5. #78 Dnoppy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 17:34
    โง้ยย น่ารักกกก
    #78
    0
  6. #77 num (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 17:18

    สู้เขายัยหนู ทีมโซอึน 55555

    สนุกมาไรท์เป็นกำลังใจให้นะ

    #77
    0