ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 23 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 10) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

Allergy 10


“เมื่อกี้กูเจอซองแจ”


“อ่าวมันมาแล้วเหรอ”


เขาเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำอยู่เพื่อตอบคำถามเพื่อนที่อยู่ๆก็เปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ มันพูดเสร็จก็หรี่ตามองเขา เลยเป็นเขาที่ต้องเลิกคิ้วกลับถามมันกลับไป อึนกวังเปลี่ยนท่าเป็นยืนกอดอกพิงกับประตูแถมยังหรี่ตาใส่เขาจนเขาไม่แน่ใจว่ามันหรี่ตาหรือมันหลับตากันแน่ เขาทนไม่ไหวเลยถามมันกลับ


“อะไรล่ะ พูดสิ”


“มึงคบกันเป็นทางการแล้วเหรอวะ”


“หืม?”


“อย่ามาหืมใส่กู กูเจอซองแจแล้วถามมันว่ามาทำอะไร รู้ไหมมันตอบกูว่าไง”


“ว่า?”


“มันตอบกูว่า ‘มารอแฟนครับ’ มายืนใต้ตึกเคมีแล้วมารอแฟน มันจะเป็นใครไปได้นอกจากมึงวะ”


“อ๋า...”


พอเขาได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา อึนกวังเห็นเขาแบบนั้นมันก็ตะโกนขึ้นมาว่า ‘นั่นไง! กูว่าละ’ แล้วก็พูดอีกประมาณว่าเรื่องนี้ต้องถึงหูอิลฮุนแล้วก็เดินออกไปเลย ซึ่งเขามั่นใจว่าซองแจคงบอกเพื่อนๆมันแล้วล่ะ ถ้ามันมาบอกอึนกวังว่ามารอแฟนแบบนี้


และใช่ เขากับซองแจคบกันแล้ว ‘อย่างเป็นทางการ’ พูดแบบนั้นได้เลย ตลกดีที่เราเห็นพ้องกันว่าควรใส่คำว่าเป็นทางการไปด้วย


‘วาว...พี่บอกรักผมก่อน’


‘ฮ่ะๆ’


เขายิ้มให้กับคำพูดของเด็กตรงหน้า ซองแจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะเข้ามาจูบเขาอีกครั้ง จูบอ่อนหวานทำให้เขารู้สึกเขินนิดหน่อย ซองแจละออกมาหอมแก้มเขาก่อนกอดเขาอีก เขาก็กอดตอบ เราอยู่อย่างนั้นกันสักพัก ซองแจเหมือนนึกอะไรได้เลยผละออกจากเขาก่อนจะเอ่ยถาม


‘งั้นใช้คำว่า ‘แฟน’ ได้เลยใช่ไหมครับ’


เขาหลุดหัวเราะออกมาน้อยๆกับคำถามนั่น เขาทำเป็นคิดก่อนตอบมันกลับไป


‘ก็ถ้านายจะใช้’


‘สรุปเรา คบกันอย่างเป็นทางการ แล้วใช่ไหมครับ’


‘ก็นะ ว่าอย่างนั้นก็ได้’


‘เย่~’


มันยิ้มกว้างให้เขา อดไม่ได้ที่จะลูบหัวมัน ทำไมถึงเป็นเด็กน่ารักแบบนี้นะ

หลังจากวันนั้น เราก็ยังคงดำเนินชีวิตเหมือนเดิม เขาก็ไม่ได้บอกอะไรกับคนรอบตัว ให้เอะใจกันเอาเองแล้วมาถามอีกที เขาก็ไม่ใช่พวกมีแฟนแล้วต้องเอาไปอวดที่ไหน...แต่คิดไปคิดมามีแฟนอย่างซองแจมันก็น่าอวดอยู่อ่ะนะ


เขาเก็บของเสร็จก็เตรียมตัวลงไปหาคนที่รออยู่ด้านล่าง ระหว่างทางเขาเดินผ่านอาจารย์ชเว แกก็ทักทายเขาและถามว่าเขาจะไปไหน ปกติเขาก็จะตอบกลับแค่ว่าจะกลับแล้วหรือบอกว่าไปธุระต่อ แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงตอบแกไปแบบนั้น


“ไปไหนคุณอี”


“ไป...ไปหา ‘แฟน’ ครับ”


เป็นอย่างที่คิดเลย อาจารย์ชเวแกนิ่งค้างไปหลายวิและก็เหมือนจะเพิ่งประมวลผลได้ แกทำตาโตใส่เขา เขากลั้นยิ้มก่อนจะโค้งให้แกแล้วเดินออกมาเลย อาจารย์ที่ค้างไปนานก็ได้แต่ตะโกนตามหลังเขามา


“ใครอ่ะคุณอี!!! คุณอี๊!!!”


เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา นึกเขินว่าตัวเองพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง แต่มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ดีที่ไปบอกคนอื่นว่าจะไปหาแฟน มันดูจั๊กจี้นิดหน่อยแต่ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ พอเขาเดินลงมาจากบันไดขั้นสุดท้ายก็เจอ ‘แฟน’ ของเขายืนรออยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเหมือนทุกครั้ง มันจะรู้ทันทีว่าเขาลงมาแล้ว ทุกครั้งที่เขาก้าวลงจากบันไดขั้นสุดท้าย มันก็จะเงยหน้าจากบ่อปลาคาร์ป แล้วใช้เวลาไม่นานก็หันมายังทิศทางที่เขาอยู่ ก่อนจะยิ้มกว้างสว่างไสวให้ เขาเคยลองลงบันไดอีกฝั่ง อยากรู้ว่าเจ้าเด็กนั่นจะรู้ไหม ปรากฎว่าก็ยังหันมายิ้มให้เขาถูกทาง เขาถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ารู้ได้ไงว่าเขามาแล้ว มันก็บอกว่า


‘ผมได้กลิ่นพี่ไง’


น่ารักจนอยากจะให้รางวัลเป็นกระดูกเลย...


“รอนานไหม”


“ไม่เลยครับ”และตามด้วยยิ้มซื่อๆให้กับเขา


“วันนี้อยากกินอะไร”


“อ่ะใช่ ผมได้คูปองลดห้าสิบเปอร์เซ็นบุฟเฟ่อาหารญี่ปุ่นมาครับ ตรงหลังมอนี่เอง อิลฮุนให้มา”


“หืม? อิลฮุนเนี่ยนะ”เขาหยิบคูปองสองใบขึ้นมาดู พลิกหน้าพลิกหลังดูว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า


“ใช่ครับ มันบอกว่าเป็นของขวัญที่พวกเราคบกันอย่างเป็นทางการ”


“ดูเหมือนจะมีหลายคนเลยนะที่ยินดีกับการคบของเรา”


“พวกมันแค่รับรู้เหอะ”


ซองแจเล่าว่าพอพวกเราตกลงคบกัน มันก็เอาไปบอกเพื่อนๆว่าคบกับเขาแล้ว อิลฮุนกับพีเนียลพอรู้ก็แค่ทำหน้าตารับรู้ก่อนจะกลับไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ


‘แค่เนี่ยอ่อ นี่กูคบกับพี่เขาเลยนะเว้ย เป็นแฟนเลยนะเว้ย!’


‘ก็แค่มาบอกว่าเป็นทางการ’


พีเนียลพูดพลางเลือกรูปในกล้อง ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหน้าด้วยซ้ำ ส่วนอิลฮุนก็แค่ทำเสียงอือฮึในลำคอเห็นด้วยกับพีเนียล พอถามว่าทำไมมีปฏิกิริยาตอบกลับแค่นี้พวกนั้นก็บอกว่า


‘ก็เหมือนคบกันอยู่แล้ว ไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้นเลย’อิลฮุนว่างี้


‘ถ้ามึงประกาศแต่งงานพวกกูอาจจะเซอร์ไพรส์กว่านี้นิดหน่อยก็ได้’พีเนียลว่างั้น


พอได้ยินซองแจเล่าแบบนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเราต้องเหมือนแฟนขนาดไหน คนรอบตัวถึงเหมือนกับว่าไปอยู่ในจุดที่ไม่ชิปแล้ว เลิกแล้ว ชิปไปก็ไม่จริงไปกว่านี้แล้ว อะไรประมาณนั้น ก็ว่าหลังๆมานี้อึนกวังไม่ถามแล้วว่าเขากับซองแจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง คิดแล้วก็ตลกดี


“ถ้าผมบอกพวกมันว่าแต่งงานมันจะตื่นเต้นกว่านี้ไหมอ่ะ”


“แต่งงานเรอะ เร็วไปมั้งไอ้หนุ่ม”


เขายิ้มตอนที่ซองแจยิ้มกว้างให้เขา เราเดินกันจนมาถึงลานจอดเหมือนเคย พอมาถึงที่รถซึ่งมันลับตาคนมาหน่อย ซองแจก็จะจูบเขา แรกๆก็เขิน หลังๆก็เริ่มจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น มันทำให้เขาคิดได้ว่า เราเหมือนกับคู่รักขึ้นมากแล้วจริงๆ


หลังจากที่ไปใช้ของขวัญที่อิลฮุนให้มาเสร็จเขาก็จะเอาซองแจไปส่งที่หอเหมือนเคย แต่บางครั้งมันก็จะยิ้มกับส่งสายตาหวาน พร้อมกับเสียงอ้อนว่า


‘วันนี้ผมนอนกับพี่ได้ไหมครับ’


ถามจริง เจอแบบนั้นเข้าไปใครจะปฏิเสธ…


ชีวิตของพวกเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจากเหตุการณ์นั้น เราคุยกันว่าจากนั้นเราจะช่วยกันในเรื่องของมัน ถ้ามันไม่สบายใจให้คุยกับพวกเรา ค่อยๆแก้ปัญหาเรื่องพี่ชายของมันไป เอาจริงๆแล้วเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่กับเรื่องที่ว่าทำไมมันถึงหลบหน้าครอบครัวมัน ไม่สิ...เรื่องครอบครัวมันพอจะเข้าใจ แต่เรื่องพี่ชายของมันนี่สิ... ทำไมถึงเป็นแบบนั้นนะ…


แต่เรื่องนี้เขาก็ลืมๆมันไปบ้างแล้ว เพราะหลังจากวันงานวิชาการก็ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ผ่านมาก็หลายวันแล้วเหมือนกัน


คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วล่ะ...


แต่พอคิดแบบนี้เมื่อไหร่...มันก็จะกลายเป็นอีกอย่างทันที...


“ซองแจ”


“...พี่ฮยอนซิก”


พอเขาเดินเข้ามาใต้คอนโดเขาก็เจอกับคนๆหนึ่งเดินมาหาทางพวกเขาทันทีที่เราเดินเข้ามา อีกฝ่ายดูท่าทางดีใจที่ได้เจอซองแจ ฝ่ายนี้ก็เหมือนกัน ซองแจดูแปลกใจและดีใจที่ได้เจอ มีแต่เขาคนเดียวที่ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันคืออะไร ทั้งสองคนเดินเข้าไปกอดกันพูดถามสารทุกข์สุขดิบกันจนพอใจก่อนจะหันมาทางเขา


“พี่ฮยอนซิกครับนี่--”


ซองแจแนะนำเขาให้กับอีกฝ่าย คนมาใหม่เลื่อนสายตามาหาเขา เขาโค้งทักทาย แต่ก่อนที่ซองแจจะได้แนะนำชื่อของเขา อีกฝ่ายก็เอ่ยทักทายเขามาก่อน


“แฟนเหรอ?”


“อ่า...ครับ ใช่ครับ”เขาสับสนนิดหน่อยแต่ก็ตอบอีกฝ่ายกลับ


“คงเพราะกลิ่มผมบนตัวพี่”


เด็กข้างตัวหันมายิ้มให้เขา เขามองหน้าซองแจสลับกับคนที่มาใหม่ ในหัวตีความอย่างรวดเร็วก็นึกขึ้นได้ ถ้าได้กลิ่นซองแจบนตัวเขา ก็แสดงว่าอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าหรือโอเมก้าวะ…


พูดถึงกลิ่นที่อัลฟ่าโอเมก้าทั้งหลายชอบบอกว่าเขามีกลิ่น เขาเคยถามซองแจว่าทำไมไม่เคยได้ยินอิลฮุนหรือพีเนียลมาเล่าเลยว่าเคยเจอคนทักว่ามีกลิ่นของมันติดอยู่ มันบอกว่า สำหรับคนทั่วไปถ้าอัลฟ่าหรือโอเมก้าไปคลุกคลีด้วยเฉยๆจะมีกลิ่นติดแต่ไม่นาน ส่วนถ้าต้องพบป่ะกันบ่อยๆ ก็จะมีกลิ่นแน่นอนแต่ก็แค่กลิ่นทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วที่เขาโดนทักเรื่องมีกลิ่นของซองแจติดแล้วอีกฝ่ายสามารถทักได้เลยว่าเป็นแฟนเขาได้ก็เพราะว่า ซองแจรู้สึกพิเศษกับเขา มันก็จะเผลอปล่อยฟีโรโมนที่เรียกกันให้เข้าใจง่ายๆคือ ‘ฟีโรโมนอินเลิฟ’ จะแสดงออกกับคนที่อัลฟ่าหรือโอเมก้ารู้สึกรักเท่านั้น


พอมันเล่าจบก็ปิดหน้าเขินเขาเสียอย่างนั้น...


“คุณชางซอบใช่ไหม ผมอิมฮยอนซิกครับ”


ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ค้างไปตอนที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาได้ถูกต้อง ทั้งๆที่เขายังไม่ได้แนะนำตัวเลยและเราไม่เคยเจอกันมาก่อนแน่ๆ เหมือนซองแจจะคิดได้ก่อนเขา มันมีท่าทางตึงขึ้นมาทันทีซองแจทำหน้าไม่สบายใจก่อนจะถามอีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงกังวน


“พี่มินฮยอกขอให้พี่มาเหรอครับ”


“อืม...ใช่แล้วล่ะ”


ซองแจถอนหายใจออกมายาวแต่ก็ไม่ได้ทำหน้าตึงเหมือนกับตอนที่พี่แท้ๆของตัวเองมาหา ซองแจหันมาทางเขา บอกเขาว่าเดี๋ยวจะคุยอยู่กับคนที่มาหาสักพัก ให้เขาขึ้นไปก่อนเลย แต่ด้วยความที่เขาเป็นห่วงและข้างล่างนี้ไม่มีที่นั่งให้ได้คุยกันสะดวก


“ขึ้นไปคุยกันที่ห้องก็ได้นะ”


“จะดีเหรอครับ”


“ไปเถอะ ฉันเป็นห่วง”


ซองแจพยักหน้าก่อนจะเชิญให้อีกฝ่ายเดินตามขึ้นไป พอถึงที่ห้องเขาบอกให้ซองแจพาคุณฮยอนซิกไปนั่งที่โซฟาก่อนที่เขาจะไปเอาน้ำในตู้เย็นมาเสิร์ฟ


“นายเป็นไงบ้าง”


“ครับ ก็ดีครับ”


ซองแจตอบอีกฝ่ายอย่างเป็นมารยาท คุณฮยอนซิกเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงพนักอิงแล้วถอนหายใจออกมา


“ฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วละกัน ซองแจ พี่นายอยากให้นายกลับไปอยู่กับตระกูล”


“ถึงจะเป็นพี่มาบอกผมก็เถอะ แต่ยังไงผมก็ยืนยันคำเดิม ผมไม่อยากกลับไป”


“อ่า...ฉันก็คิดงั้นแหละ”


อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงง่ายๆ ก่อนจะยกยิ้มให้ซองแจ คนอายุน้อยกว่าเหมือนจะแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่ต่อความอะไร อย่าว่าแต่ซองแจที่งงเลย เขาก็งง ก็ถ้าไม่ได้มากล่อมให้กลับแล้วมาทำไม...ไม่ได้กวนตีนนะ…


“...พี่มาทำไมอ่ะครับ ไม่ได้จะกวนพี่นะ”


“ก็...ไม่ได้เจอน้องชายตั้งนาน ก็อยากมาเจอบ้าง จะบอกแบบนี้ก็คงไม่เชื่อ ใช่ไหมล่ะ”


“.....”


ซองแจเงียบแทนคำตอบ อีกฝ่ายเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากก่อนเปลี่ยนท่านั่ง แล้วยกมือมากุมไว้ด้านหน้า ท่าทางดูจริงจังขึ้นจนเขาเผลอเกรงตัวนั่งหลังตรง เขารู้สึกเหมือนว่าถ้าหากเขาโดนถามอะไรตอนนี้ เขาคงต้องตอบออกมา ถึงแม้จะเป็นความลับ เขาก็ต้องบอก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม


“นายจะไม่กลับไปจริงๆน่ะเหรอ”


“พี่จะเอายังไงกันแน่--”ซองแจเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ


“คุณ ‘อีซูจาง’ กำลังจะตาย”


“....”


ซองแจนิ่งไปกับประโยคนั้น มันมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งด้วยสีหน้าว่างเปล่า เขารู้สึกอึดอัดจนเผลอกลืนน้ำลายและหายใจน้อยเบาลงจนเริ่มจะมึนหัว ไม่รู้ทำไมเขาถึงยื่นมือไปแตะคนข้างตัวพอซองแจรับรู้ได้ถึงสัมผัสของเขา มันก็เหมือนจะรู้สึกตัวแล้วบรรยากาศอึดอัดก็หายไป ซองแจยกมือมากุมมือเขากลับก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


“เขา...ป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่”


“นานแล้ว แต่เพิ่งมาทรุดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และมันไม่มีทางรักษา ตอนนี้ก็แค่รอเวลา...”


“พี่เอาเรื่องนี้มาบอกผมทำไม พี่ก็รู้ว่าผมกับเขาไม่ได้...ใกล้ชิดกันขนาดนั้น”


“เพราะจากนี้เขาก็จะไม่อยู่บงการชีวิตนายแล้วไง ซองแจ”


“.....”


“นายไม่ต้องทำตามที่เขาบอกอีก นายจะทำอะไรก็ได้ตามที่นายอยากทำ เป็นอะไรก็ได้ที่นายอยากเป็น นายจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวนายโดยที่นายไม่ต้องกังวลอะไรอีก”


“......”


ซองแจยังเงียบ มันไม่ใช่การเงียบเพื่อปฏิเสธ เขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิด ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้าใจมันมากแต่เขารู้ว่าเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้นเลย มันต้องใช้เวลา… คุณฮยอนซิกที่นิ่งไป สักพักก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกจากที่


“ฉันมาบอกนายเท่านี้แหละ ที่เหลือก็แล้วแต่นาย ฉันจะกลับล่ะ ขอบคุณมากครับที่รับรองผม”


คุณฮยอนซิกหันมาก้มหัวน้อยๆให้เขา เขาก้มหัวตอบก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปส่งแขกแต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธแบบสุภาพและเดินออกไปจากห้องเขาทันที ตอนนี้ก็เหลือเขากับซองแจสองคน บรรยากาศตึงๆมันยังไม่หายไป แน่ล่ะ ก็เป็นเรื่องครอบครัวของมันนี่นา ถึงแม้ว่าเขาบอกกับมันว่าจะช่วยทุกอย่างในเรื่องนี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง แต่เป็นซองแจที่ทำลายความเงียบก่อน


“เฮ้อ~”


“ซองแจอ่า...”


เขาอดไม่ได้ที่จะเรียกมันเสียงอ่อย เขาเคยบอกแล้วว่าไม่ชอบเวลามันไม่สบายใจ ไม่ชอบเห็นเด็กร่าเริงอย่างมันอมทุกข์ ซองแจยิ้มบางๆมาให้เขาก่อนเลื่อนมือมาจับมือเขาทั้งสองข้างแล้วใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเขาเบาๆ สายตาก็ยังมองอยู่ที่มือของเรา เขามองมัน การกระทำของมันน่าเอ็นดูและทำให้เขาผ่อนคลายขึ้น เขาเลยถามมัน


“คุณซูจางเป็นใคร”


“พ่อของผมเองครับ ทางเทคนิคน่ะนะ”


“งงอ่ะ”มีพ่อในทางเทคนิคด้วยเหรอ...


“ฮ่ะๆ คือเขาเป็นพ่อของผม มีสายเลือดเดียวกัน แต่ว่าตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่ได้ดูแลหรือมีความสัมพันธ์กับผมแบบพ่อลูกเท่าไหร่ ผมไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรกับการที่เขากำลังจะตาย ถึงแม้เขาจะเป็นพ่อก็เถอะ”


“อืม...แล้วเรื่องที่ จะกลับไปล่ะ ถ้าจะต้องกลับไปจริงๆชีวิตนายจะเปลี่ยนไปไหม”


“ก็ถ้าเมื่อก่อนก็คงต้องแบกรับเรื่องชื่อเสียง การสืบตระกูลหรือทำอะไรตามที่เขาอยากให้ทำ แต่ตอนนี้ถ้าเป็นอย่างที่พี่ฮยอนซิกบอกจริงๆ ผมกลับไปอย่างมากก็คงแค่ต้องไปช่วยเหลือเรื่องธุรกิจของตละกูล”


“แล้ว...นายคิดว่ายังไง...”


“ผมเลือกแล้วล่ะ”


เขาประหลาดใจตอนอยู่ๆมันก็ตอบเขาว่ามันได้เลือกแล้ว ตอนแรกเขานึกว่าจะเป็นทางเลือกที่ยากสำหรับมันเสียอีก ซองแจเงยหน้าขึ้นมามองเขา ในสายตาของมันไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มบางๆให้มันก่อนจะยกมือลูบข้างแก้มอีกฝ่าย ซองแจเอียงหัวมาซบกับมือเขา ใจเขาอ่อนยวบ


“ตอนนี้ผมมีชีวิตที่ดีแล้วครับ ผมจะอยู่แบบนี้ต่อไป...กับพี่”


อ่า...เจ้าเด็กนี่นะ…


เขาคงไปไหนไม่ได้…คงต้องอยู่กับมันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆแล้วล่ะ...


.

.

.

.

.


แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันซองแจก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง เขาเห็นตอนมันรับ ตั้งแต่มันพูดทักทายปลายสาย ตลอดห้านาทีของบทสนทนามันก็ไม่พูดอะไรอีกเลย พอวางเสร็จมันก็หันมาพูดกับเขาเพียงสามคำ


“พ่อเสียแล้ว”


เขาจำสายตาว่างเปล่าที่มันมองมาทางเขาได้ ตอนนั้นเขาตอบมันแค่ว่าเสียใจด้วย ถึงแม้ว่าปากมันจะบอกว่ากับคุณซูจางกับตัวเองไม่ได้สนิทกันในฐานะพ่อลูกมากนักแต่เขาก็รู้ว่าในใจแล้วมันก็คงเสียใจอยู่บ้าง


“ผม...ต้องไปงานศพเขา ทางตระกูลขอมา”


“นายต้องเดินทางไกลไหม”


“ไม่ครับ แต่ไปกลับคงไม่ได้”


“อืม...”


เขาตบไหล่มันเป็นเชิงให้กำลังใจ และบอกมันว่าให้เดินทางดีๆ แต่แทนที่ซองแจจะรับคำง่าย มันกลับทำสีหน้าลำบากใจ ปนขอร้องมาทางเขา เขารู้ทันทีว่านั้นเป็นสีหน้าขอความช่วยเหลือ เขาเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงอนุญาตให้มันขอเขาได้


“ผมไม่ได้กลับไปนานแล้ว และ...ผมไม่อยากไปคนเดียว”


“....”


“อย่างน้อยเอาคนรักไปด้วยทางโน้นคงจะไม่มาวุ่นวายกับผมมากนัก”


คนรัก…


ใจอ่อนเลยแฮะพอได้ยินคำนี้...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ยิ้มหวานนนนนนนน ให้นักอ่าน 

ไม่มีอะไรจะพูด เอาเป็นว่า ใกล้จะจบละจริงๆ แต่จะเขียนจบเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาใจช่วยเราด้วย

ขอบคุณค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #60 ksykaw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:21
    คนรักกกฟฟฟฟฟฟฟ
    #60
    0
  2. #59 Dnoppy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 14:16
    สู้ๆน้าไรท์ ชอบเรื่องนี้มากกกกก
    #59
    0
  3. #58 btrkp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 00:52
    แงงงงงง จะจบแล้วหรอ ไม่อยากให้จบเลยอ่าาาาฮืออออออ อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆเลย ชอบเรื่องนี้อ่ะฮือออออ ตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วก็น่ารักมากๆเลย อยากอ่านไปจนถึงชีวิตหลังแต่งงานเลยค่ะ555555 คิดถึงเรื่องนี้มากเลย มาอัพแล้วก็ดีใจมากๆค่ะ ฟิคดีเหมือนเดิม มาต่ออีกไวๆนะคะ ขอบคุณมากๆสำหรับฟิคค่ะ
    #58
    0
  4. #57 num (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 00:52

    ฮืออเขิน เอาใจช่วยซองแจกับพี่ซอบนะ ไรต์สู้ๆน้าเป็นกำลังใจให้จะติดตามจนจบเลยน้าา

    #57
    0