ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 16 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 6) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    7 ต.ค. 61

Allergy 6


ปิดเทอมมันสั้นเสมอ หลังจากเขาไปเที่ยวกับมันวันนั้น แม่เขาก็โทรมาบอกให้กลับบ้านบ้าง แล้วมันพอดีกับที่อาจารย์ให้หยุด เขาบอกซองแจว่าจะไม่อยู่จนกว่าจะเปิดเทอม เสียงมันหงอยมากตอนเขาบอกว่าจะไม่อยู่ มีการบอกเขาด้วยไม่อยากให้เขาไป ตอนแรกเกือบโทรบอกแม่แล้วว่าจะไม่กลับ ดีนะที่มันบอกว่าล้อเล่น ฝากสวัสดีคุณแม่ด้วย


‘ใครแม่นาย นั่นแม่ฉัน’


‘ผมเชื่อว่าถ้าแม่พี่ได้เจอผม แม่พี่จะรับผมเป็นลูกทันที’


อันนี้เถียงไม่ออก…


ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เคยเจอแม่เขาแต่เขาก็แน่ใจเลยว่า ถ้าแม่เขาเจอมัน เขาจะเป็นหมาหัวเน่าทันที ระหว่างเขาไม่อยู่เขาก็ต้องคอยตอบข้อความมันตลอด วันนึงมันโทรมาหาเขาแล้วน้องสาวเขาได้ยิน ตอนแรกเขาไม่รู้หรอกว่าน้องเขาได้ยิน จนมื้อเย็นวันนั้นแม่เขาถามขึ้นมาว่า


‘มีแฟนแล้วเหรอ’


ข้าวแทบพุ่ง…


เขาถามแม่ว่าไปได้ยินมาจากไหน แม่ก็บอกว่าน้อง เขาก็หันหน้าไปหาน้องแล้วมันก็อธิบายว่า


‘ก็น้องเห็นพี่คุยไปยิ้มไปอ่ะ น้องก็เลยคิดว่าแฟน’


คือ...การที่เราจะเล่นโทรศัพท์หรือคุยโทรศัพท์แล้วยิ้มไปด้วยเนี่ย...มันไม่จำเป็นต้องคุยกับแฟนเท่านั้น..


เข้าใจไหม!!!!!!!


เฮ้อ...แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ตอบประโยคเดิมๆว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาอยู่ที่บ้านประมาณอาทิตย์นึงพอกลับไปมหาลัยก็ใกล้เวลาเปิดเทอมพอดี ซองแจไม่ค่อยได้มาหาเขาเพราะต้องไปซ้อมละคร ตอนแรกเขางงมากว่าละครอะไรมันก็บอกเขาว่า


‘ละครเมเจอร์ไงครับ’


อ๋อ...ละครเมเจอร์ เพิ่งนึกออกนี่แหละ ปีนั้นเขาเป็นเอ่อ...คนดู มันเป็นกิจกรรมของคณะที่จะให้เด็กปีหนึ่งของแต่ละเมเจอร์จัดการแสดงอะไรก็ได้มาหนึ่งอย่าง ปีเขาจำได้ว่าเป็นละครเวทีมิวซิกเคิลเรื่อง ซินเดอเรลล่า แต่เปลี่ยนโรลกันให้ผู้ชายเป็นซินเดอเรลล่าส่วนผู้หญิงเป็นเจ้าชาย...และอึนกวังเพื่อนเขาได้บทเจ้าหญิง…


เป็นช่วงเวลาเฟรชชี่ที่น่าประทับใจ…


ตอนนี้เขาอยู่ที่ตึกชีวะ เขาตามอาจารย์ชเวมาสอนแล้วเจอเจ้าเด็กนี่พอดีตอนจะกลับ ซองแจเดินมากอดเขาแบบเป็นเรื่องปกติ ไม่แคร์เพื่อนในเซ็คที่ยืนทำหน้าตางงชิบหายอยู่ข้างหลัง มันบอกให้เพื่อนๆมันเข้าไปในห้องก่อนแล้วรั้งเขาให้อยู่คุยด้วย เขาเลยได้นั่งคุยเล่นกับมันอยู่หน้าห้องเรียน


“นายเล่นเรื่องอะไรนะ”


“ก็...ผมก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร แต่เนื้อเรื่องคือ เจ้าชายถูกสาป ต้องเดินทางผจญภัยตามหาเจ้าหญิงที่เป็นรักแท้เพื่อจูบถอนคำสาปไม่งั้นจะต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดกาล”


เดี๋ยวนี้เด็กมันมีความคิดสร้างสรรค์เนอะ…


“แล้วเล่นเป็นใคร”


“พี่ว่าผมหล่อขนาดนี้ต้องเล่นบทไหนล่ะครับ”


เขาทำหน้าเหม็นมันก่อนจะตอบกลับไป


“ต้นไม้หลังฉาก”


“พระเอกต่างหากพระเอกน่ะ”


ซองแจหน้ายุ่งมองเขา เขาหัวเราะตอนเจ้าเด็กนี่ทำหน้างอนใส่เขา เขารู้แหละว่ามันคงไม่ได้เล่นบทไหนนอกจากบทพระเอก เขาหมายถึง...ดูมันดิ มาสคอตเมเจอร์ขนาดนี้ แสดงดีแสดงห่วยค่อยว่ากันอีกที แต่หน้าตาก็กินไปครึ่งแล้วล่ะ


“แล้วซ้อมเมื่อไหร่”


“เย็นนี้ครับ พี่ไปดูด้วยสิ-- อ่า...ผมต้องไปแล้วอ่ะ อาจารย์มาแล้ว”


ซองแจว่าพลางลุกเดินไป มันหันกลับมาทำหน้าตาเสียดายแถมไม่ยอมปล่อยมือเขาอีก


“ไปเรียนเลย ไม่งั้นฉันไม่ไปดูนะ”


มันเบ้ปากก่อนยอมปล่อยมือเขา มันหันมามองเขาอีกครั้งก่อนเดินเข้าห้องไป เขาส่ายหัวเดินหันหลังกลับมาแต่ก็ต้องหยุด


“เดี๋ยวนี้มานั่งคุยกันถึงหน้าห้องเรียนน้องแล้วเหรอ”


“...กูมาสอนกับอาจารย์”


“แต่กูเพิ่งเดินสวนกับอาจารย์ชเวที่ตึกเคมี...โดยที่ไม่มีมึงเดินตาม...”


“.....”


เขามองเพื่อนอึนกวังอย่างเบื่อๆก่อนเดินผ่านมันไปโดยไม่สนว่ามันจะพูดอะไรอีก มันร้องออกมาก่อนรีบกระโดดกอดคอเขา


“แหม แซวนิดแซวหน่อยทำเคือง”


“กูเปล่าเคือง กูเบื่อต่างหาก แซวแม่งได้ทุกวัน ชงเช้าชงเย็นชงก่อนนอน”


“ไม่เข้มข้นกูไม่นอน”


เขากรอกตามองเพื่อนอึนกวังที่ยิ้มหน้าระรื่นไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เอาจริงๆแล้วอ่ะ ไม่ใช่มีมันคนเดียวที่แซวหรอก ตอนนี้คือทั้งเมเจอร์ อันนี้หนักเลย คิดว่าคบกันมานานแล้ว แล้วเขาก็ไม่ได้ไปแก้ด้วย เพราะพูดกันไปแล้วทั้งเมเจอร์ทั้งปีสี่ ส่วนหนึ่ง สองและสามก็มีประปราย...จะให้ไปเดินแก้ทุกคนมันก็ไม่ได้ เลยปล่อยเบลอ แล้วพอเขาเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เจ้าเด็กยักษ์ฟังมันก็ตอบเขาแบบตื่นเต้นว่า


‘เหมือนกันเลยพี่ ของผมคือทั้งเจอร์ปีหนึ่งเข้าใจว่าผมกับพี่เป็นแฟนกัน แล้วก็ลือครบสี่ชั้นปีเลยครับ’


‘ไม่แก้?’


‘ไม่แก้ครับ ตั้งแต่เขาบอกว่าผมคบกับพี่ ก็ไม่มีโอเมก้ามาสารภาพรักเลยครับ ชีวิตผมปลอดภัยขึ้นเยอะเลย’


และตามด้วยยิ้มกว้างสดใสแสบตา...


ชีวิตน้องดี พี่ก็ดีใจด้วย...นะ…


เฮ้อ...หรือเขาควรพิจารณาคบเจ้าเด็กนี่มันไปเลยดี…


เขาส่ายหัวไล่ความคิดแปลกๆที่ผ่านแวบเขามาในหัว ก่อนจะหันไปสนใจอะไรอย่างอื่นแทน


“ได้ยินว่ามึงจะไปซ้อมละครให้เด็ก”


“เออ เด็กมันขอมา มึงไปไหม”


“ไม่อ่ะ ถ้าไปดูมึง กูไปดูซองแจดีกว่า”


“นี่ไง แล้วจะไม่ให้กูแซวได้ยังไง คำก็ซองแจสองคำก็ซองแจ นี่ถ้าคบกันไปแล้วกูจะไม่หมั่นไส้เท่านี้เลย”


เขาหัวเราะเล็กน้อย อึนกวังบอกลาเขาก่อนจะแยกไปอีกทาง เขาก็เหมือนกัน ต้องกลับเข้าแลป


แล้วอยู่ๆเขาก็ดันคิดถึงประโยคที่อึนกวังพูด...


ถ้าคบกัน...งั้นเหรอ…


+++++++++++++++++++++++++


แล้วจะเป็นยังไง…


เรื่องนี้รบกวนใจกว่าที่เขาคิดไว้ พอมันได้เริ่มคิดแล้วมันก็ดันคิดต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆที่ว่าคือเป็นมาหลายวันแล้วด้วย คือคบกันเนี่ย สำหรับเขาที่เคยเจอมา มันจะเริ่มจากการที่เรามีความหลงไหลในตัวอีกฝ่าย และนั่นทำให้เราตกหลุมรัก และพัฒนาความรู้สึกอื่นๆต่อไป


แต่ระหว่างเขากับซองแจมันเริ่มจาก...ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเสียมากกว่า แต่จะว่าเป็นเพื่อนเลยก็ไม่ใช่ เขายอมรับว่ารู้สึกกับซองแจมากกว่ารู้สึกกับเพื่อนทั่วไป แต่...มันจะถึงขั้นตกหลุมรักเหรอ


ก็ไม่เลย…


มันไม่ใช่ตกหลุมรัก แต่ถ้าถามว่ารักไหม…


ก็ใช่…


แต่รักแบบไหนล่ะ...เขาก็ไม่รู้...


เอ่อะ...คิดให้หนักหัวทำไมเนี่ย งานก็เยอะอยู่แล้วยังจะเอาเรื่องนี้มาคิดให้รกสมองอีก


ตอนนี้เขากำลังเดินมาที่ตึกชีวะ เป็นเวลาเย็นๆแล้ว แต่ใต้ตึกก็ยังมีเด็กเยอะอยู่ คงเป็นเพราะงานละครเมเจอร์ที่จะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า เหมือนจะดูใจร้ายที่ให้งานเด็กในเวลากระชั้น เมื่อก่อนเขาก็คิดว่ามันใจร้ายที่ให้เวลาน้อยแต่จะเอางานใหญ่ แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณงานนี้เพราะทำให้เขาที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาเยอะ


เขาเดินตามตึกไปเรื่อยๆ รับคำทักทายจากน้องๆหลายคน ดูเหมือนเด็กเคมีจะรู้จักเขา อาจเป็นเพราะเห็นเขามากับอาจารย์หรือไม่ก็เพราะที่พูดกันว่าเขาคบกับซองแจ... เขาเดินจนมาถึงห้องประชุมของตึกชีวะ ซองแจบอกว่าซ้อมอยู่ห้องนี้ กว่าเขาจะได้มาดูมันซ้อมก็อีกสามวันจะแสดงจริงแล้ว พอน้องที่ทำอุปกรณ์อยู่หน้าประตูเห็นเขาก็เปิดประตูให้เข้าไปทันที โดยไม่มีการถามว่ามาหาใคร


“ซองแจซ้อมอยู่ครับพี่ อีกแปบนึงก็เสร็จแล้วครับ”


เขายิ้มพยักหน้ารับ ก่อนค่อยๆเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้ในห้องเงียบมาก เด็กๆใช้ลานหน้าห้องต่างเวที พอเขาเข้ามาก็เจอคนส่วนหนึ่งอยู่หน้าลาน น่าจะเป็นพวกคนเขียนบทกับผู้กำกับและนักแสดวคนอื่นๆ กับอีกสองคนอยู่บนเวที และกำลังแสดงฉากๆหนึ่งที่ดูจะดราม่าไม่น้อย


“โอ้...เจ้าชาย ใยโชคชะตาถึงได้กลั่นแกล้งสองเราเช่นนี้ ท่านนั้นได้พบรักแท้แล้ว แต่เพียงเพราะเวลาล่วงเลย ท่านถึงได้จากข้าไป”


หญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งกำลังร่ายบทพูด พลางร้องไห้ไปด้วย เธอหน้าสะสวย ออกแนวน่ารักเสียมากกว่า น้ำตาทำให้เธอดูน่าสงสารและเปราะบาง เป็นภาพที่น่าดูแต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้อยู่ในหัวเขาเลย สายตาเขามองไปที่อีกร่างหนึ่งอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยกำลังหลับตาเหมือนไม่ได้สติ หรือถ้าตามบทพูดเมื่อกี้ก็คือ ตาย… ร่างนั้นนอนอยู่บนตักหญิงสาวที่กำลังร่ำไห้ แน่นิ่งเสียจนเขาเชื่อว่ามันตายจริง… น้องผู้หญิงยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าอีกฝ่าย นั่นทำให้เขาเห็นกำไลข้อมือที่มีสัญญาลักษณ์ที่คุ้นเคย


มิน่าเล่นบทคนตายซะเหมือน...เพราะมันกำลังจะตายจริงๆน่ะสิ...แพ้ตายไงล่ะ...


เขาพยายามกลั้นขำเมื่อสังเกตเห็นซองแจที่กำลังพยายามหายใจให้น้อยที่สุด แต่บทละครก็ยังไม่จบ


“โอ้พระเจ้า ข้าขอท่าน ข้าขอแลกจูบรักแท้กับชีวิตของเขา...”


พอจบประโยคนั้นน้องผู้หญิงก็ก้มลงเข้าหาซองแจ ปางบางนั้นประกบเข้ากับริมฝีปากของซองแจ...ริมฝีปากที่เขาคุ้นเคย...


เขาไม่คิดว่าจะเข้ามาเจอฉากนี้…


ความรู้สึกที่มีตอนนี้คือ ตกใจ ประหลาดใจ ตื่นเต้น ตลก...แต่มันมีความรู้สึกหนึ่งที่แวบเข้ามาเพียงครู่เดียว แต่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร


ไม่พอใจ...


กู...ไม่พอใจอะไรวะ…


“....”


ไม่นานน้องผู้หญิงก็ผละออกจากซองแจ แต่แทนที่จะเกิดปฏิหาร เจ้าชายฟื้น ร่างไร้วิญญาณของเจ้าชายก็ยังคงไม่ไหวติง น้ำตาของเจ้าหญิงเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง เธอซบลงกับอกของซองแจแล้วปล่อยโฮออกมาทั้งหมด เขาสังเกตเห็นสตาฟเริ่มสูดน้ำมูกกันใหญ่ เธอแสดงดีจริงๆนั่นแหละ เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง มองขึ้นบนฟ้าไปด้วยสีหน้าที่สิ้นหวังและโกรธา


“ในเมื่อท่านเลือกที่จะละทิ้งลูกของพระองค์! ข้าก็จะขอเลือกที่จะละทิ้งพระองค์บ้าง!”


ว่าแล้วเธอก็หยิบมีดสีทองออกมาจากปลอกข้างตัว ก่อนแทงมันลงไปที่หัวใจของตัวเอง เธอล้มลงนอนบนตัวเจ้าชาย


รอยยิ้มเยาะอ่อนแรงปรากฎขึ้นให้เห็นบนใบหน้าสวยอีกครั้ง


“ในที่สุด ท่านก็เสียลูกอันเป็นที่รักของท่าน...และท่านจะไม่เหลืออะไรอีก...แม้กระทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุด...ความรัก...จะไม่อยู่กับท่านอีกต่อไป...”


และแล้วตาสีน้ำตาลก็ปิดลงพร้อมเสียงดังของโลหะตกกระทบพื้น…และลมหายใจสุดท้ายของหญิงสาว...


ไหนบอกการผจญภัยของเจ้าชายไง...ทำไมถึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเชคสเปียร์ไปล่ะ...


“คัท!!! ดีมาก ซ้อมใหญ่วันนี้ดีมาก โอเคแยกย้าย พรุ่งนี้เวลาเดิมนะ ซ้อมใหญ่เหมือนวันนี้อีกรอบ ทุกคนทำดีมากครับ!”


ทุกคนกลับเข้าสู่โหมดปกติ ซองแจพยุงตัวเองลุกก่อนจะหันไปช่วยให้น้องผู้หญิงลุกขึ้นตาม มันยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่าย แต่เขาเห็นหน้ามันแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามันไม่ค่อยไหวถึงจะทำเป็นยิ้มก็เถอะ


ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็น ส่วนใหญ่ถ้าซองแจเจอโอเมก้ามันก็จะพยายามเลี่ยง แต่ถ้าจำเป็นต้องอยู่ด้วยนานๆ มันก็จะมีอาการเวียนหัวแต่ถ้าอยู่ด้วยนานๆและมีการสัมผัสกันด้วยล่ะ ซองแจเคยโดนโอเมก้าเข้ามารุม เป็นแก๊งโอเมก้าปีสี่นี่แหละ งานเลี้ยงอะไรสักอย่าง วันนั้นเขาไปด้วย แต่คลาดสายตาไปแปบเดียวก็โดนรุม เขาไม่รู้แต่แรกว่านั้นเป็นแก๊งโอเมก้า เลยแกล้งให้เด็กนั่นโดนเต๊าะโดนรุม กว่าเขาจะสังเกตเห็นต่างหูพวกนั้นเขาก็ปล่อยมันไว้นานพอสมควร ดีว่ามันสามารถออกมาจากวงนั้นได้ก่อน พอมันมาถึงตัวเขามันก็แทบจะล้มใส่เขา เดือดร้อนอึนกวังที่ต้องช่วยเขาแบกเด็กยักษ์ออกมาจากงาน


ทำให้รู้ว่าถ้ามีการสัมผัสโอเมก้าเกินความจำเป็นแล้ว มันจะทำให้เป็นลมได้…


ทำไมถึงเกินมาอาภัพแบบนี้ล่ะวะไอ้หนู!!!~


แต่เอาจริงๆแล้วมันคือเกิดจากความเครียดสะสมมากกว่า เหมือนแบบเราเจออะไรที่เราไม่ชอบอยู่ด้วยแล้วปวดหัวอยู่ด้วยแล้วเครียด แต่ไอ้สิ่งพวกนั้นมันยังถาโถมเข้ามาใส่ไม่หยุด มันก็เลยเกิดอาการกดดันแล้วเครียด ร่างกายรับไม่ไหว เกิดเป็นลมขึ้นมา อันนี้หมอประจำมันก็วินิจฉัยมาแบบนี้เหมือนกัน


แต่ดีว่าคราวนี้มันไม่ได้โดนรุมแบบครั้งก่อน เพียงแต่ต้องโดนสารที่มาจากโอเมก้าค่อนข้างเยอะ ทั้งน้ำตา เหงื่อและน้ำลาย… เขาค่อนข้างกังวลเลยล่ะ พอมันแยกออกมาจากทุกคนเขาก็เดินไปหามันทันที


“ซองแจ...”


“...พี่ชางซอบ”


พอมันหันมาเห็นเขามันก็ทำหน้าดีใจ ก่อนเดินมากอดเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน มันโถมแรงมาหา เขาเกือบยืนไม่อยู่ เด็กคนอื่นเริ่มสังเกตเห็นเรา เขาเลยบอกให้มันเดินออกไปกับเขา เราเดินออกมาตรงระเบียงอีกฝั่ง ตรงนี้ไม่มีคนเลย อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ไปรวมกันอยู่ในห้องซ้อมไม่ก็ล่างตึก ซองแจทิ้งตัวนั่งตรงเก้าอี้ยาวแถวนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน เขาเดินเข้าไปใกล้ อยู่ๆมันก็คว้าเอวเขาเข้าไปใกล้ก่อนเอาหน้าซบลงกับท้องเขา


“นุ่มจัง...”


“หาว่าฉันอ้วนเรอะ!”


“ฮ่ะๆ”


มันหัวเราะก่อนจะกอดเขาแน่นขึ้น เขาถอนหายใจปล่อยให้มันกอด สักพักมือซนๆของมันก็เลื่อนลงมาอยู่ที่สะโพกเขาพลางหัวเราะคิกคัก เขาเลยโบกมันไปหนึ่งทีข้อหาใช้ความน่าสงสารหลอกจับก้นเขา2


“อ๋า~ ผมมึนหัวอยู่นะครับ”


“ก็ทำตัวให้เหมือนคนป่วยหน่อยสิ”


มันหัวเราะก่อนชอนตาขึ้นมามองเขา ถึงจะเห็นไม่ค่อยชัดเพราะไฟแถวนี้ไม่ค่อยสว่างแต่เขาก็สังเกตเห็นอยู่ว่าหน้ามันยังคงซีดอยู่


“ยังไม่โอเคขึ้นเหรอ”


“เปล่าครับ ได้กลิ่นพี่มันก็ดีขึ้น แต่มันเหมือนแบบ...มีกลิ่นของเธอวนเวียนอยู่ในหัวผม”


เขาขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด หาความเป็นไปได้ว่าอะไรถึงทำให้เป็นแบบนั้น เขาคิดไล่ว่าซองแจโดนสัมผัสอะไรบ้างจากอีกฝ่าย จับหน้า...อันนี้คงไม่เท่าไหร่ น้ำตา...ไม่ๆ อันนี้ไม่มีฟีโรโมน อ๋า...รู้ละ…


“ก็นายเพิ่งจูบเขา น้ำลายมันมีสารฟีโรโมนอยู่ ไม่แปลกที่นายถึงรู้สึกว่ายังมีกลิ่นเขาวนอยู่ในหัว”


“อ่า...จริงด้วย”


“ซ้อมวันอื่นไม่เป็นแบบนี้เหรอ”


“เพิ่งจูบจริงวันนี้ครับ ทำไงดีอ่ะครับ”


“ไม่รู้สิ ลองเคี้ยวหมากฝรั่งหรือไม่ก็บ้วนปาก...”


“หรือไม่ก็น้ำลายพี่...”


เขาก้มลงมองมันทันทีที่ได้ยิน ซองแจยิ้มบางๆกลับมาให้เขา...


มันรู้ไหมน่ะ ว่ามันกำลังขอให้เขาทำอะไร…


“จูบผมหน่อยได้ไหมครับ...”


“...คิดว่าฉันจะทำหรือไง”


“ไม่ลองก็ไม่รู้”


มันว่าแค่นั้น ซองแจออกแรงรั้งให้เขาเข้าไปใกล้มันมากขึ้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา มันยิ้มบางๆให้แล้วหลับตาลง รอเขา...ให้จูบ…


เขาไม่จำเป็นต้องทำตามที่มันขอด้วยซ้ำ…


แต่เขาก็ยังก้มลงไปหาริมฝีปากสวยนั่นอยู่ดี…


มันไม่ได้หวือหวา เพียงแค่สัมผัสกันเบาๆ เนิบนาบ...ซองแจไล่ริมฝีปากจูบเบาๆที่มุมปาก แก้ม และไล่ลงมาที่คอเขา กดจูบเบาๆตรงตำแหน่งที่มันชอบ


ไม่นานเราก็ผละออกจากกัน เขามองหน้ามันนิ่ง แล้วอยู่ดีๆเขาก็รู้สึกเขินขึ้นมาเสียอย่างนั้น…


“อ๋า~ ฉันทำอะไรอยู่เนี่ย น่าอายชะมัด”


“ฮ่ะๆ เขินเหรอครับ”


เขายกมือขึ้นมาปิดหน้า รู้สึกได้ถึงใบหูที่ร้อนขึ้น เสียงหัวเราะของเจ้าเด็กยักษ์นี่ยิ่งทำให้เขาเขิน เขาเลยตีมันไปทีหนึ่ง


“มันน่าเขินเถอะ อยู่ดีๆก็จูบกันเนี่ยนะ ใครเขาทำกัน”


“คนเป็นแฟนกันไงครับ...”


“แต่เราไม่--”


ไม่รู้ทำไม เขาหยุดอยู่แค่นั้น…


ทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธไปแบบที่เคยบอกกับคนอื่นตลอดว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน…


ทั้งที่บอกกับคนอื่นตลอด...บอกกับตัวเองตลอด…


แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกไม่อยากบอกกับซองแจว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันล่ะ…


เขาก้มลงมองอีกฝ่าย สายตาซื่อๆซนๆนั่นมองกลับมา เขายกมือจับข้างแก้มอีกฝ่าย เจ้าเด็กยักษ์ก็เอียงหัวซบกับมือเขาเขายิ้มกับภาพที่เห็น


หรือว่าเขาจะ...พิจารณาเรื่องคบกับซองแจเป็นแฟนดีนะ….

.

.

.

.

.

หรือว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว...


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กั๊กเก่งงงงงงงง 555555555 คนอ่านคงอยากตบคนเขียนจะตายอยู่ละ กั๊กทำไมนักหนา

โอเคค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #30 ksykaw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:23
    เค้าจูบกันแล้วววฟฟหหหกกดๆไไๆำพฟห
    #30
    0
  2. #29 kawkawgd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 03:26
    หน้าแดง แก้มร้อนมากตอนนี้ แงงงงงงงงง เขินกับเรื่องนี้มากมากไม่ไหงแล้ววววว เขินแบบบรรยายไม่ถูก ชอบพัฒนาการความสัมพันธ์แบบนี้จัง มันเขินมากมากกก พี่ซอบพิจารณาเรื่องนี้แล้วคบกับน้องเถอะนะ ถือว่ารี้ดขอ 55555555 รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วววววววว
    #29
    0
  3. #26 Dnoppy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:58
    เขิลลลลลล
    #26
    0
  4. วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 17:53
    จูบกันขนาดนี้แล้วคบเถอะะะ
    #25
    0
  5. #24 กชกรร (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 06:29

    ทำไมไม่เป็นแฟนกันโว้ยยยย จูบก็แล้ว เดทก็แล้ว เป็นแฟนกันสักที จะเขิลก็เขิลไม่สุดดด

    #24
    0
  6. #23 btrkp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 02:04
    โอยยยย จูบกันขนาดนี้ไม่เป็นแฟนแล้วจะเป็นอะไรรรรร คบกันไปเลยยยยย ไม่ไหวจะชงแล้วววว เมื่อยแล้วววว5555 แง ตอนนี้สั้นจัง มาต่อไวๆนะค้า ติดเรื่องนี้มากค่า ขอบคุณสำหรับฟิคจ้า
    #23
    0
  7. #22 Smile_Eeyore (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 21:19
    อยากจะกรี๊ดดดดดก แงงงง เปงแฟนกันเลยยยยยย
    #22
    0
  8. #21 Hyunda200018 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 21:18
    น่ารักเกินไปแล่ววววว เขินแทนพี่ซอบอ่าาาาา😍😍😍
    #21
    0