ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 17 : [Series] Omegaverse - Allergy (Spe.View Of Friends) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

Allergy spe. View Of Friends


“เจอกันนะครับ”


“อือๆ เจอกัน”


เขายืนมองคนสองคนที่กำลังบอกลากัน อีกคนแม้ปากจะบอกลาแล้วแต่มือก็ยังคงจับอีกฝ่ายแน่น ส่วนคนที่โดนจับก็พยามเหลือเกินที่จะเดินไปแต่ก็ไม่สะบัดมือออกแบบเด็ดขาด แถมยังอมยิ้มเมื่อคนตัวโตกว่าอ้อนไม่อยากให้กลับ


โคตรน่าหมั่นไส้…


“หมั่นไส้”


แน่นอนเขาพูดทุกอย่างที่อยู่ในหัวออกไป


“ฮ่าๆ กูเห็นหน้ามึงก็รู้แล้วว่ามึงหมั่นไส้”


พีเนียลว่าก่อนเดินมายืนข้างเขา เขาหันไปรับน้ำปั่นที่มันซื้อมาฝากมาดูดอึกใหญ่แก้รำคาญ


“มึงไม่หมั่นเรอะ เห็นแม่งทุกวัน เห็นจนรำคาญ”


“มึงก็หาแบบพี่กูสิอิลฮุน จะได้ไม่รำคาญ”


ไอ้คนทำให้เขารำคาญเดินมาข้างเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่พอยังดึงน้ำปั่นออกไปจากมือเขาไปดูดอีก อยากเอาไอแพทพีเนียลฟาดหัว แต่ติดที่ว่าเพื่อนฝรั่งเขามันยังผ่อนไม่หมด เขาแย่งน้ำปั่นกลับมาดูจนไม่เหลือน้ำแล้วส่งกลับไปให้ มันก็รับแล้วเป่าน้ำแข็งให้ละลายเพื่อดูดต่อ เขาส่ายหัวก่อนเดินนำขึ้นหอ โดยมีเพื่อนสองคนเดินตามติดมา


“อย่างกูต้องโอเมก้าเว้ย น่ารักๆตัวเล็กๆ อย่างพี่มึงน่ะแมนไป”


“เลือกได้นักนะมึง”


“แน่น๊อนนนน กูมันคนมีคลาส”


“แต่เขาไม่เคยเลือกมันเลยว่ะ”พีเนียลว่าเขาเลยค้อนใส่ไปที


“เฮ้ยมึงพูดอย่างงั้นก็ไม่ได้ เขาเลือกเพื่อนมึงนะเว้ย อัลฟ่าทั้งหลายไง”


“เออว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”


มันสองคนหันไปหัวเราะอัดหน้ากันโดยไม่สนใจเขาที่กำลังหัวร้อนได้ที่


“พีเนียล! น้องแพทตี้ที่รักของมึงอยู่ที่กู ย้ายมาอยู่ข้างกูเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากให้มันกลายเป็นน้องยู่ยี่!”


“อย่าาาาาา ท่างจองครับ ให้โอกาสผมเถอะ ซองแจมึงน่ะน่ารำคาญ”


ว่าแล้วพีเนียลก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนก่อนเดินกลับมาอยู่ข้างตัวเขาอย่างเคย ฝรั่งทำท่าทางอ้อนวอนขอน้องแพทตี้มันคืน เขาร้องชิออกมาก่อนส่งคืนให้ไป


พอถึงห้องเขาก็จัดการถอดรองเท้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นสองทันที ทุกคนก็ทำเหมือนกันหมด พีเนียลที่อยู่เตียงล่างเขาก็เอากล้องมันออกมาเช็ค อัพรูปที่มันถ่ายแบบไปเรื่อยลงคอมลงไอจี ส่วนซองแจก็ทำกิจกรรมเดิมๆของมัน คือรอข้อความจากพี่ชางซอบที่เวลาถึงคอนโดจะบอกทุกครั้ง แล้วมันก็จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์มันอีกพักหนึ่งก่อนจะลุกมาอ่านหนังสือ ถ้าพวกเขาอยู่กันครบสามคน พอถึงเวลาก็จะชวนกันออกไปอาบน้ำ


“เดี๋ยวไปอาบน้ำกัน”


“เออๆแปบ เดี๋ยวรอกูแปบนึง”


เขาส่งเสียงอือในลำคอตอบมันไปแล้วเล่นเกมต่ออีกตา แปบของซองแจคงอีกสักชั่วโมง


พูดถึงเรื่องอาบน้ำ อันนี้เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นปัญหาขนาดนี้ คือตอนอยู่โรงเรียน เขากับซองแจอยู่หอด้วยกัน เพราะเป็นโรงเรียนรัฐ เด็กที่มาเรียนก็เลยมีแต่เบต้ากับโอเมก้า ซองแจเข้ามาได้อยู่หอฝั่งเบต้า มันทำตัวดีเลยไม่มีปัญหาอะไร และตอนนั้นโชคดีที่หอเขาเป็นหอชายล้วนและมีการแบ่งฝั่งเบต้าโอเมก้า การอาบน้ำเลยไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้สิ พวกเขาอยู่หอใน ที่มีห้องน้ำรวม... และใช่... ซองแจต้องใช้ห้องน้ำรวมกับโอเมก้า


มันดูเหมือนไม่มีอะไรนะ แต่มันก็เกิดเรื่องขึ้น มีครั้งหนึ่งซองแจเคยจะโดนจับปล้ำ ใช่จับปล้ำ...โอเมก้าคนหนึ่ง เหมือนจะรู้เวลาที่ซองแจจะไปอาบน้ำบ่อยๆ พวกเขากลับมาก่อนมารอในห้อง แล้วคือมันนานมากจนเขาเป็นห่วงกลัวว่าหัวฟาดพื้นห้องน้ำตายเลยเดินไปตามกับพีเนียล


ปรากฎว่าประตูใหญ่หน้าห้องน้ำล๊อคเว้ย ตอนแรกเขาก็งงๆ คิดว่าซองแจย้ายไปห้องล่างหรือเปล่าแต่เขาแน่ใจว่าตอนเขาออกมามันยังอาบอยู่ และเวลามันอาบเสร็จมันจะตรงกลับห้องเลยไม่เถลไถลแน่นอน มันกลัวเจอโอเมก้า และเขาก็แน่ใจว่าไม่มีทำความสะอาดเวลานี้ เขาเลยวิ่งกลับไปเอาอุปกรณ์งัดแงะที่ห้องมาเปิดประตู


พอเข้าไปก็เจอสองคนในห้องน้ำ คนหนึ่งนั่งพิงกับผนัง ส่วนอีกคนกึ่งเปลือยคร่อมอยู่บนตัวซองแจ คนที่คร่อมอยู่หันมามองเขาด้วยความตกใจ เขาเห็นกำไลข้อมือของอีกฝ่ายก็รีบตรงไปผลักออก ก่อนก้มลงสำรวจเพื่อนเขา ซองแจแพ้และมีท่าทางอ่อนแรง


แพ้เหรอ...โอเมก้าคนนี้ฮีทเหรอ...แต่ทำไมยังเคลื่อนไหวได้วะ


ไม่ทันได้คิดอะไรเขาก็หันไปเห็นเข็มฉีดยาเล็กๆหล่นอยู่บนพื้น พอประติดประต่อเรื่องราวได้ก็ลุกจะเข้าไปต่อยโอเมก้าคนนั้น


‘มึงทำอะไรเพื่อนกูไอ้สัส!!!’


‘อย่ามึงอิลฮุน!!!’


พีเนียลล๊อกเขาไว้ก่อนที่จะถึงตัวอีกฝ่าย เขาดิ้นออกหมายจะไปต่อยให้ได้แต่พีเนียลก็ย้ำและพูดให้เขาใจเย็นลง


‘อิลฮุน! ให้กูคุย...มึงไปดูซองแจ’


ถึงจะไม่พอใจ แต่เขาก็ยอมแล้วไปดูซองแจ เขาเห็นอาการมันมีลักษณะแสดง แสดงว่ามันกำลังแพ้ แถมขยับตัวไม่ได้ พอถามมันก็บอกว่าโดนฉีดยาอะไรไม่รู้ เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ


มังแม่งจะโดนข่มขืน…


วันนั้นเขาเอาซองแจกลับห้อง มันอ้วกจนไม่มีอะไรเหลือในท้องเลย คืนนั้นเลยเอามันไปหาหมอประจำของมัน หมอบอกว่ามันโดนยาที่ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ผสมยาปลุกเซ็กส์ มันมีฤทธิ์กดประสาทและทำให้ตื่นตัวในเวลาเดียวกันยามันต้านกันอยู่แล้ว บวกกับอาการแพ้ของมันเลยยิ่งไปกันใหญ่ หลังจากนั้นพีเนียลจัดการฟ้องโอเมก้าคนนั้นโดยมีพ่อกับแม่เป็นที่เป็นทนายฟ้องให้ โทษคือไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ซองแจในระยะห้าสิบเมตร สุดท้ายก็ออกจากหอไป…


ก็ได้ผลนะ ไม่ค่อยมีโอเมก้าในหอมาคุยกับซองแจแล้วคงเพราะกลัวโดนฟ้อง


หลังจากเรื่องวันนั้นพวกเขาเลยตกลงกันว่า ห้ามมันไปห้องน้ำคนเดียว ถ้าอยู่หอใครมาเคาะห้ามเปิดไม่ว่ากรณีอะไรก็ตาม ยกเว้นไฟไหม้…


หลังๆมันสนิทกับพี่ชางซอบ แล้วแวะมาหากันบ่อย บ่อยมาก...เขาเลยอนุญาตซองแจให้ปั้มกุญแจให้พี่ได้...

ถามว่าบ่อยประมาณไหนอ่ะเหรอ มันก็บ่อยจนเพื่อนในหอเข้าใจว่าซองแจมีแฟนแล้วนั่นแหละ ทำไมไม่คบกันวะ หรือว่ามันคบกันไปแล้ววะ


“มึงคบกันยัง”


“มึงคนไหน”พีเนียลถามขึ้น เขากรอกตา ก่อนเรียกชื่อมึงคนที่อยากได้คำตอบ


“มึงที่ชื่อซองแจ”


“กูก็คบกันแบบพี่น้องไง”มันว่าเรื่อยๆ ตาก็ยังคงอยู่ที่หนังสือ


“สวยหรูเชียวนะคำมึงน่ะ เอาตรงๆนะเว้ย พวกมึงทั้งไปรับไปส่ง กินข้าวด้วยกัน คุยกันก่อนนอน...”


“ตอนเช้าก็คุย”


“เออเรื่องของมึงเถอะ! คือที่กูจะพูดเนี่ย พวกมึงไม่ว่าใครมองก็นึกว่าเป็นแฟนกัน แล้วพอมึงโดนแซว กูก็ไม่เห็นมึงจะแก้ ถ้าเป็นกูโดนแซวกับพี่ถึงจะสนิทกันก็เถอะ กูจะแก้ แต่มึงนี่สิ ไม่แก้ไม่พอยังรับหน้าด้านๆอีก แล้วพอกูถามว่าเป็นกันไหม ก็เสือกบอกกูว่าไม่เนี่ยนะ ย้อนแย้งสัส พูดแล้วหัวร้อนเลย”


เขาว่าพลางผุดลุกขึ้นมามองหน้าซองแจ เหมือนมันรู้ตัวเลยเงยหน้าขึ้นมายิ้มโง่ๆให้เขา


“ตกลงกูต้องตอบคำถามอยู่ไหมอ่ะ”


“ไอ้...”


“อ่ะๆ กูไม่กวนแล้ว กูยัง”


“ยังอะไร”


“ยังไม่ได้คบกัน”


เขาหรี่ตามองมัน แต่ซองแจก็ยังคงยิ้มโง่แบบตั้งใจกวนตีนเขากลับมาอยู่ จะทำยังไงให้มันหลุดปากออกมาได้วะ คือเอาจริงๆนะ ตอนนี้เขาแม่งไม่รู้จริงๆว่าตกลงมันเป็นแฟนกันหรือไม่เป็นแฟนกัน คือทุกอย่างที่มันทำ มันโคตรแฟน แต่ปากดันบอกไม่ คือแบบ...มันโคตรอึดอัดเลยเว้ย!!!


“ยังของมึงแปลว่าอนาคตไม่แน่...”


ทั้งเขาทั้งซองแจนิ่งค้างกันไปแล้วค่อยๆเปลี่ยนสีหน้า ของเขารู้เลยว่าตัวเองทำหน้าเหมือนค้นพบวิธีทำให้หุ่นยนต์คิดเองเป็น ส่วนซองหน้านิ่งขึ้นเหมือนกลัวว่าเอไอจะครองโลก เขาปีนลงมาจากเตียงด้านบนลงมานั่งบนเตียงของพีเนียล เขายิ้มกรุ้มกริ่มใส่ซองแจ


“นั่นสิ แสดงว่ามึงก็คิดเหมือนกันว่าจะคบ”


“เปล่า กูไม่ได้คิดไว้”


“ห๊ะ!!!”


มันยิ้มบางๆให้เขาก่อนหันกลับไปอ่านหนังสือ คิ้วเขากระตุกยิกๆกับคำตอบที่ได้รับ มันน่าจะรับรูปถึงรังสีอยากทุบหัวคนของเขาเลยหันมามองหน้าเขาดีๆ


“คือไม่...คือกูก็แบบ ไม่เคยได้คิดจนมึงถาม”


“กูงงกับมึงว่ะซองแจ...”


“คือมึงแบบ...กูก็รู้สึกดีกับเขานะ กูชอบอยู่กับเขามากเลย ไม่สิ...กูชอบเขามาก แต่ถ้าถามว่ากูต้องการเป็นมากกว่านี้ไหม ก็...ไม่รู้สิ มันยังไงก็ได้ กูรู้แค่ว่าตอนนี้กูมีความสุขดีอยู่แล้ว”


เขาหันมองหน้ากับพีเนียล แล้วหันกลับมาไปมองที่ซองแจอีกครั้ง เป็นพีเนียลที่เอ่ยถามออกไป


“มึงชอบกลิ่นเขา ”


“ใช่”


“ชอบนิสัยเขา ชอบอยู่กับเขา ชอบแกล้งเขา ชอบเวลาเขาโกรธ ชอบเวลาเขายิ้ม ชอบอยู่กับเขา... ”


“ใช่”


พีเนียลหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง พวกเขารู้แล้ว...แต่เขาก็ยังถามออกไปอีกเพื่อความแน่ใจ


“แล้วถ้าทั้งหมดนี่จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะพี่ชางซอบไปเจอคนที่เขารักจริงๆล่ะ”


“...กู...กูคงเสียใจมากๆ”


มึงรักเขาแล้วไม่ใช่เหรอวะซองแจ…


+++++++++++++++++++++++++


เขายืนมองสองคนกำลังยืนคุยกันงุ๊งงิ๊งอยู่ที่ใต้ตึกเคมี อีกคนเพิ่งเลิกเรียนเขารู้ได้จากชีทต่างๆที่หอบมา ส่วนอีกคนลงมาก็เพราะเขาโทรหาให้ลงมาหาใต้ตึก แต่ดันเจอคนที่เพิ่งเลิกเรียนดักเสียก่อน เขาเลยต้องมายืนรอนานขึ้น


ชางซอบยิ้มกว้างตอนที่คนเด็กกว่าเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง แถมยังยอมให้เด็กมันจับมือโดยไม่สนใจว่าตอนนี้จะอยู่ล่างตึกที่มีคนเดินไปเดินมาเยอะขนาดไหนในเวลาเลิกเรียนแบบนี้ เขาไม่แปลกใจสักนิดเลยที่จะมีคนเข้ามาถามเขาตลอดว่าชางซอบกับซองแจเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แรกๆเขาก็บอกกับทุกคนแหละว่าสองคนนั้นไม่ได้คบกัน แต่พอหลังๆมาเขาถึงเปลี่ยนคำตอบเป็นไม่รู้


ก็ดูสองคนนั้นสิ…ให้บอกว่าไม่คบกันก็เหมือนเขาโกหก...


ไม่นานชางซอบก็เดินมาหาเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เขากอดอกหรี่ตามองมันจนมันต้องเอ่ยปากถาม


“อะไร”


“คบกันแล้วใช่ไหม”


“ก็รู้คำตอบใช่ไหมล่ะ”


“เออ ก็คงเป็น ‘พวกกูไม่ได้คบกัน’ อีกตามเคย”


“ฉลาด”


เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างรำคาญในคำตอบ เขามาหามันวันนี้เพราะจะขอให้มันช่วยเรื่องโปรเจคจบของเขา ก็ไม่เชิงให้มันช่วย ให้อาจารย์มันช่วยมากกว่า พอดีเขาต้องการลายเซ็นต์รับรองจากอาจารย์สามคนและเขาเพิ่งมีแค่สอง ด้วยความที่อาจารย์ที่ปรึกษาเขาค่อนข้างใหม่ แกรู้จักคนไม่เยอะและไม่กล้าขอรุ่นพี่ชเวของแก เลยขอให้เขาไปหาชางซอบเพื่อไปขออาจารย์ชเวอีกที


“ก็ไปด้วยกันดิ เนี่ย เดี๋ยวกูไปหาอาจารย์  ไปกับกูเลยไหมล่ะ”


“เออๆ”


หลังจากนั้นเขาก็เดินไปกับชางซอบ พอเจอหน้าอาจารย์มันก็บอกเขาให้เข้าไปคุยธุระก่อนเลย ของมันเอาไว้ทีหลัง แล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์รอเขาหน้าห้อง


เขาได้อาจารย์ชเวเป็นกรรมการจบเล่มอย่างง่ายดาย แกบอกยังไงอาจารย์คิมก็เป็นรุ่นน้องแกและเขาก็เป็นเพื่อนชางซอบ อันที่จริงเราคุยกันแค่


‘อาจารย์ครับ ผมขออาจารย์เป็นกรรมการโปรเจคได้ไหมครับ’


‘อื้ม ได้สิ’


แค่นั้นเลย...แต่ที่คุยกันนานนิดหน่อยก็เพราะอาจารย์แกถามเรื่องชางซอบกับเขา


‘เขาคบกับซองแจจริงๆใช่ไหม’


ดูสิ...ขนาดอาจารย์ที่ปรึกษายังสงสัยอ่ะ


เขาถามแกกลับว่าทำไมถึงคิดอย่างงั้นแกบอกว่า ได้ยินจากเด็กๆในเมเจอร์บ้างและก็สงสัยเองเพราะว่าทำตัวเหมือนว่าคบกัน แต่เพราะชางซอบเองยังคงย้ำกับแกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเลยได้แต่ตอบกลับแกไปตรงๆว่าเขาก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน


เขารู้สึกว่าแม่งต้องคุยเรื่องนี้กับชางซอบจริงจังแล้วว่ะ…


“อ่าว ยังไม่กลับอีก”ชางซอบหันมามองแบบแสร้งตกใจที่เห็นเขานั่งรอหน้าประตู


“อีชางซอบ กูว่าเราต้องคุยกัน”


“อะไรมันจะจริงจังขนาดนั้นวะ”


“เฮ้ยกูซีเรียส”


เขาว่าพลางนั่งลงหน้าเครียด ซางซอบทำหน้าเบื่อใส่เขาก่อนจะค่อยๆหย่อนก้นนั่งตรงข้ามเขา


“อ่ะๆว่ามา”


“มึงกับซองแจ--”


“กูไปล่ะ”


มันว่าพร้อมลุกจากที่นั่งแล้วเดินออกจากตรงนั้นไปเลย เขาลุกตามมันไปเกือบไม่ทัน เป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเขาพยายามที่จะคุยเรื่องนี้ เขาวิ่งไปล๊อคคอมันไม่ให้หนีจากเขาไปอีก พอเขาคว้าคอมันได้มันก็ถอนหายใจใส่เขายาว


“กูว่ากูตอบมึงไปหลายครั้งแล้วนะอึนกวัง กูแทบจะอัดเสียงให้มึงเอาไปเป็นเสียงนาฬิกาปลุกได้อยู่แล้ว”


“มึงตอบกูหลายรอบจริง แต่มึงตอบไม่ได้ดั่งใจกูเลยสักที”


“เอ้า! แล้วกูต้องตอบยังไง? ‘กูคบกันครับ’ งี้เหรอ?”


“ใช่น่ะสิ”


“ทั้งๆที่พวกกูไม่ได้คบกันอ่ะนะ”


“.....”


เขาก็ไม่รู้จะพูดยังไง ถึงมันจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่สิ่งที่มันทำเนี่ย มันไม่น่าจะใช่เพื่อนกันเฉยๆ ปกติเขาก็เห็นพวกมันอยู่ด้วยกันเป็นบางครั้ง ก็ดี ก็อยู่ด้วยกันดี มองผ่านๆก็เพื่อนที่สนิทกัน


แต่วันนั้น มันทำให้เขาคิดว่าสองคนนี้แม่งต้องเป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อนแล้วล่ะ งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนเขาคนหนึ่ง มันรวย มันเลยเหมาผับไว้ที่นึง ชวนคนเยอะแยะไปทั้งน้องทั้งพี่ และแน่นอนเขาต้องไป ถึงแม้ว่าเขาจะเพื่อนเยอะ แต่ถ้าไม่มีเพื่อนสนิทใจอย่างชางซอบเขาก็ไม่ค่อยอยากไป เขาชวนมันและมันตอบตกลง เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเพราะปกติมันจะปฏิเสธแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยปาก พอเขาแซวมันก็บอกว่า


‘ซองแจไป กูต้องไปเฝ้าอยู่แล้ว’


รู้สึกเป็นที่สอง…


แต่เอาเถอะ มันไปกับเขาก็พอ เราเจอกันที่งานเพราะมันต้องไปรับซองแจ พอเด็กนั่นเข้าไปในงานก็ได้รับความสนใจจากคนมากมาย แน่ล่ะ สูงหล่อ หน้าตาดี เป็นอัลฟ่า แต่ที่ยังไม่มีใครเข้ามาหาเพราะเพื่อนเขาที่ยืนข้างตัวเจ้าเด็กนั่นตลอด จะว่าเพื่อนเขาไปติดกับเจ้าเด็กนั่นก็ไม่ได้ ดูเหมือนว่าซองแจนั่นแหละที่ไม่ยอมให้ชางซอบห่างจากตัวมันเลย ชางซอบมาทักทายเขา แน่นอนเจ้าเด็กนั่นมาด้วย แต่สักพักเพื่อนซองแจก็มาทักทายแล้วลากมันไปทางกลุ่มเพื่อนๆ นั่นแหละทำให้ชางซอบกับซองแจได้แยกกันสักพัก


‘จะมาทำไมก็ไม่รู้ มาแล้วไม่ไปคุยกับใครเลย’


มันบ่นแต่ก็ยังคงมอง ไปทางที่เด็กนั่นอยู่ไม่วางตา เขาไม่เคยหมั่นไส้เพื่อนเขามาก่อน แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วล่ะ...


เขายืนคุยกับมันสักพักก็เดินไปชนกับเจ้าของงาน เธอชวนเขาคุยค่อนข้างนานแล้วเหมือนจะถูกใจชางซอบไม่ใช่น้อยดูจากสายตาที่เธอมองเพื่อนเขา


‘ได้ยินว่ามีแฟนแล้วเหรอชางซอบ’


‘หื้ม? เปล่าหนิ’


‘งั้นเหรอ แล้วจะอธิบายสายตาคนนั้นที่มองเธอยังไงดีล่ะ’


ทั้งเขาทั้งชางซอบมองไปทางที่เธอชี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเด็กซองแจนั่นแหละ ปกติเขาจะเห็นเจ้าเด็กนั่นมองชางซอบด้วยสายตารักใคร่ตลอดแต่คราวนี้ดูเหมือนมันจะน่ากลัวหน่อยๆ


‘อ่า...นั่นน่ะ...’


‘ฮิฮิๆ เอาเถอะ แต่ถ้าเธอบอกไม่ใช่ฉันก็จะเชื่อนะ แล้วก็…ฉันค่อนข้างสนใจเธอเลยล่ะ’


โคตรตรงไปตรงมา...


เธอยื่นนามบัตรให้ชางซอบ สัมผัสแขนเพื่อนเขาเบาๆ แล้วหันมาขอตัวเพื่อไปสนทนาวงอื่นต่อ แน่นอนการกระทำนั่นอยู่ในสายตาทั้งเขาและเจ้าเด็กนั่น เขาเหลือบมองไปทางซองแจตลอดที่ชางซอบคุย เด็กนั่นทำหน้าตาไม่พอใจออกมาค่อนข้างเยอะจนเขาชักกลัว แต่พอมันเห็นว่าชางซอบมองกลับไปหามันก็แสร้งหันกลับไปคุยกับเพื่อนมัน


อะไรวะ…


สักพักซองแจก็โดนแก๊งสักแก๊งรุม เขาก็ท้วงชางซอบแล้ว แต่มันก็เห็นว่าขำๆปล่อยโดนแกล้งไป เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรขอตัวไปที่อื่น จนถึงตอนที่อยู่ๆชางซอบก็แบกซองแจที่ยืนแทบไม่อยู่มาหาเขาด้วยหน้าตาเดือดร้อนหนักมาก


‘ช่วยกูด้วย’


เขาช่วยมันเอาซองแจออกไปไว้หน้างาน ดีว่าผับที่เหมาไว้อยู่ในโรงแรม พวกเขาพาซองแจไปนั่งที่ลอบบี้ สภาพมันเหมือนคนจะเป็นลม เขามองชางซอบช่วยเด็กนั่นปลดกระดุมหรืออะไรก็ตามให้หายใจสะดวกขึ้น เขาเดินกลับเข้าไปในงานเพื่อไปเอาผ้าเย็น พอดีกับเดินผ่านเพื่อนของเขา เธอถามว่าเป็นอะไรไหมเห็นซางซอบหามคนออกไปข้างนอก เขาเล่าให้ฟัง เธอก็เดินตามออกมา


‘เมาเหรอ?’


‘เอ่อ...ประมาณนั้น’


ชางซอบตอบเธอไปแบบนั้น เธอเลิกคิ้วแบบไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่ก็พยักหน้า แล้วเดินไปคุยอะไรกับพนักงานที่ล๊อบบี้แล้วกลับมาพร้อมกุญแจ


‘...ฉันรับไม่ได้หรอก’


‘ฉันจ่ายเงินไปแล้ว รับไปเถอะ’


เธอยัดมันใส่มือชางซอบ บอกเบอร์ห้องให้เรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน เราพาซองแจขึ้นไปบนห้อง พอวางเด็กนั่นไว้บนเตียงได้ชางซอบก็เดินวุ่นวายไปเอาผ้าชุบน้ำ ช่วยถอดผ้าที่ไม่จำเป็น คอยถามซองแจที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นว่าเป็นยังไงบ้าง เขาไม่เคยเห็นมันเป็นห่วงใครขนาดนี้มาก่อนเลย อาจจะเป็นเพราะเพื่อนเขาไม่ค่อยสุงสิงกับใครอยู่แล้ว ภาพที่เห็นเลยค่อนข้างแปลกตาสำหรับเขามากๆ


แต่จะว่าไปตอนที่มันคบแฟนเก่าก็ไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้สักที…


หลังจากนั้นเขาก็ขอตัวกลับ เขามารู้ทีหลังว่าพวกนั้นนอนที่โรงแรมเลยคืนนั้น แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วันเขาก็เจอเพื่อนเขาอีกที เธอมาถามเขาเกี่ยวกับเรื่องคราวนั้น พอเธอรู้ว่าโอเคก็ไม่ได้ว่าอะไร


‘ไหนบอกชางซอบยังไม่มีแฟนไง’


‘ก็...นะ...’


‘เอาเถอะ ยังไงฉันก็คงสู้เจ้าเด็กอัลฟ่านั่นไม่ได้ ดันเป็นอัลฟ่าชั้นสูงเสียหนิ ถ้าไม่ใช่ก็จะแย่งอยู่หรอก’


เธอทำหน้าตาฮึดฮัดเล็กน้อยแต่ก็กลับมายิ้มต่อ ดูเหมือนเรื่องจะจีบชางซอบก็ดูไม่ได้จริงจังอะไร เขายิ้มแห้งๆตอบเธอไป


‘เออใช่ เธอรู้ไหม ฉันได้เงินค่าห้องคืนด้วย เธอจ่ายเหรอ’


‘เปล่าหนิ ชางซอบจ่ายหรือเปล่า’


‘ไม่รู้สิ เป็นเช็คฯน่ะ จ่ายเกินด้วยเพิ่งเอาไปขึ้นเงินมาเลย’


แล้วเขาก็เอาเรื่องนี้ไปถามชางซอบ...


‘มึงได้จ่ายค่าห้องคืนเพื่อนกูหรือเปล่า’


‘ไม่ได้จ่ายอ่ะ ทำไมวะ เขาทวงเหรอ’


‘เปล่าอ่ะ กูแค่ถาม’


‘ดีที่ไม่ทวงอ่ะ ห้องสูทโรงแรมห้าดาวแบบนั้นกูต้องกินรามยอนทั้งปีเลยมั้งถึงจะจ่ายหมด’


แล้วใครจ่ายล่ะ…


ก็เหลือคนเดียวแล้วไหม…


“เป็นเหี้ยไร เงียบเลย”


“เชี่ยแม่ง! ไปแดกเหล้าเลย”


“อะไรของมึงเนี่ย อยู่ๆก็--”


“ห้ามปฏิเสธกู เพราะมึงเลย มึงคนเดียวเลย วันนี้สองทุ่ม ร้านป้าจาง ไม่เจอมึงกูโดดน้ำข้างร้านป้าแน่”


“อะไรของมึงวะ”


เขาส่งสายตาใส่มันบอกว่าเขาทำจริงแน่ถ้ามันเบี้ยว เขาเดินออกมาก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาปลายสาย


“อิลฮุนอ่า วันนี้ทุ่มว่างไหม...”

.

.

.

.

.


“โคตรน่ารำคาญอ่ะพี่ พูดแล้วหัวร้อนอีกละเนี่ย”


เขาพยักหน้ารับด้วยหน้าตาจริงจังเห็นด้วยกับรุ่นน้องพี่เพิ่งสนิทกันได้ไม่นาน อิลฮุนว่าแล้วก็ยกแก้วตัวเอง แล้วโยนกับแกล้มเข้าปากอย่างหัวเสีย พอกลืนเสร็จก็พูดต่อ


“แล้วก็บอกเราไม่เป็นๆ มันจะกั๊กอะไรกันนักกันหนาวะ”


“ใจเย็นมึงอิลฮุน พวกมันอาจจะไม่ได้กั๊กก็ได้ แค่แม่งไม่รู้ตัวเฉยๆว่ารักกัน”


“ก็เหี้ยละ! เห็นมันมองกันไหมมมมม เห็นไหมไอ้ฝรั่งงงงงงง”


อิลฮุนร้องตะโกนจนพีเนียลต้องบอกให้มันหุบปาก พีเนียลบ่นๆว่าได้แดกแอลกอฮอล์แล้วก้าวร้าวทุกที พลางเปลี่ยนแก้วจากเบียร์เป็นน้ำเปล่าซึ่งอิลฮุนก็ไม่ได้ว่าอะไร


เขานัดพวกน้องๆมาก่อนเวลาเพื่อจะมาคุยเรื่องซองแจกับชางซอบโดยเฉพาะ และพอเขาเปิดประเด็น ฝ่ายเด็กๆมันก็ใส่มาเต็มที่ กลายเป็นว่าพวกมันก็อัดอั้นตันใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน


“หรือเราต้องทำให้มันรู้ตัวล่ะว่ามันรักกัน”


“มึงเป็นคิวปิดรึไงพีเนียล เรื่องแบบนี้มันต้องรู้กันเองเว้ย”


“มึงก็เห็นป่ะวะ ไม่ว่าจะถามจะห่าอะไรก็ตามแม่งก็ยังบอกเหมือนเดิม ถ้าพวกมันไม่รวมหัวกันหลอกเรามันก็แม่งไม่รู้จริงๆ ว่าแม่งรักกัน”


“พีเนียลพูดมันก็ถูกอ่ะนะ พี่ว่าเราแม่งต้องบอกว่ะ”


“จริงจังแค่ไหนแค่ไหนเรียกจริงจังว่ะเนี่ยพี่”


“เนี่ย ถ้ามาแล้วนะ พี่นี่! พี่จะเป็นคนถามเอง!”


เขาว่าพลางกระดกแอลกอฮอล์อึกใหญ่เข้าร่างกาย สองคนนั้นก็ปรบมือเล่นใหญ่สนับสนุนเขาเต็มที่ เขาเทให้ตัวเองอีกแก้วก่อนจะเรียกน้องชน แต่ยังไม่ทันทำอะไร ที่หน้าร้านก็ปรากฎร่างของสองคนที่เป็นโจทย์ของวันนี้ เขาหันไปทำหน้าตามั่นใจให้น้องๆ ก่อนจะหันกลับไปหาชางซอบกับซองแจที่ยังอยู่หน้าร้าน


แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาชะงัก…


ซองแจลงมาก่อนถอดหมวกกันน๊อคของตัวเอง คนพี่ลงมาทีหลังกำลังจะถอดหมวกของตัวเองแต่คนน้องก็จับให้หันหลังไปหาแล้วเป็นคนถอดหมวกกันน๊อคให้เอง ชางซอบก็ยิ้มรับ ปากก็บอกขอบคุณทั้งสองเดินเขามาในร้าน รอบตัวเหมือนมีแต่รังสีความสุขจนเขาตาเบลอ ไอ้ที่คิดไว้ในหัวก็หายเกลี้ยง สักพักก็ได้ยินเสียงพีเนียลถามเขาเบาๆ


“พี่...ถ้าเกิดเราไปถามแล้วทำให้สองคนนั้นเปลี่ยนไปล่ะ...”


“นั่นดิ...”


“เรา...ไม่ถามแล้วไหมพี่...”อิลฮุนว่าเสริมก่อนจะยิ้มทักทางสองคนที่กำลังเดินมาทางนี้


“อืม...ไม่ถามแล้วดีกว่า”


ถ้าเขาถามแล้วทำให้สองคนนั้นเปลี่ยนไป…


ถ้าเขาถามแล้วความสุขในอย่างที่เขาเห็นตอนนี้หายไปเขาก็ไม่อยากถาม…


แต่มันจะดีจริงๆน่ะเหรอ…


เขาก็ไม่รู้ว่ะ....


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เพื่อนก็ไม่ได้นำพาเลย สงสัยคงต้องกั๊กแบบนี้กันต่อไปแล้วล่ะ /หยอกๆ 55555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #35 btrkp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:41
    จะมีต่อใช่ไหมๆๆๆๆ อยากอ่านแจซอบไปเรื่อยๆเลยค่ะฮืออออ มาต่อบ่อยๆนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆนะค้าาา
    #35
    0
  2. #34 ksykaw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:07
    เพื่อนเชียร์ขนาดนี้ ชัดขนาดนี้ คือต้องเป็นแล้วไหม55555
    #34
    0
  3. #33 kawkawgd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:31
    งื้ออออ ได้เห็นมุมของคนอื่นแล้วก็ยิ่งเขินนน ซองแจ! ชางซอบ! รู้ตัวไหมว่ารักกันอ้ะ!!!!! หึ้ยนนน รอฟิคเรื่องนี้นานมากกกก ชอบมากๆเลยะนะคะไรท์ มาต่อไวๆน้าาาา
    #33
    0
  4. #32 Dnoppy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:51
    คนซึน555
    #32
    0
  5. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 18:06
    ไรท์ อ้ากกกก friend zone ไรเนี่ยย ข้ามมันปายยยยย
    #31
    0