ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 15 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 5) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ต.ค. 61

Allergy 5


ในที่สุดก็ได้เวลาปิดเทอม สำหรับชีวิตนักศึกษา มันก็คือการได้พักยาวหลังทำสงครามสนามสอบซึ่งรอดกันบ้าง ขาขาดบ้าง ไม่ก็ตายกันในสนามรบไปเลย ส่วนเขาสบายมาก เทอมสุดท้ายของการเรียนเขามีแค่ตัวฟรีตัวเดียว หลังจากนี้ก็จะเป็นทำงานช่วยอาจารย์ชเวแกยาวๆ และก็ได้เตรียมโปรเจคที่จะทำป.โทด้วย


อ่าใช่...และเตรียมตัวเป็นพี่เลี้ยงของเด็กยักษ์ยุกซองแจไปอีกสามปีเต็ม…


พูดถึงยุกซองแจ การผ่านสนามรบของมันก็ไม่ได้ยากลำบากนัก มันเป็นทหารชั้นเอกอยู่แล้ว ปราบทุกวิชา แต่มันกินพลังงานเจ้าเด็กนี่ไปพอสมควร วันไหนสอบซองแจมักจะกลับมานอนคอนโดเขา แล้วก็หลับเป็นตาย


มีอยู่ครั้งนึงเขาไปช่วยอาจารย์ชเวคุมสอบและเป็นห้องของซองแจพอดี เขาได้เห็นมันทำข้อสอบ ค่อนข้างแปลกตาสำหรับเขา เพราะไม่ค่อยได้เห็นเด็กนี่ทำหน้าจริงจัง มันใส่แว่นด้วยเวลาเรียน โคตรหล่อ...เฮ้ยนี่ไม่ได้อวย แต่มันหล่อจริง เข้าใจแล้วล่ะเวลาได้ยินเสียงเด็กๆมันกระซิบกันว่ายุกซองแจหล่ออย่างนั้นหล่ออย่างนี้ มันหล่อยังไง


กลับมาเรื่องสอบ วันนั้นช่วงชั่วโมงแรกก็ดีแหละ แต่สักพักมันก็ลุกขึ้นมาหาอาจารย์ แล้วบอกประมาณว่า มึนหัว ย้ายที่นั่งได้ไหม เขาก็เลยเดินไปดู ปรากฎว่าคนที่นั่งข้างมันเป็นโอเมก้า ไม่พอ คนที่นั่งข้างหลังมันก็เป็นเป็นโอเมก้าเหมือนกัน แต่เพราะตอนนั้นมันไม่สามารถย้ายที่นั่งได้แล้ว อาจารย์ก็ไม่อยากให้เด็กเสียสมาธิเวลาสอบ แกเลยบอกให้เขายกเก้าอี้ไปนั่งเฝ้าตรงข้างหน้าโต๊ะมันเลย อย่างน้อยให้มันได้กลิ่นเขาก็ยังดี ออกห้องสอบมานี่ได้ยินเสียงซุบซิบกันเลยว่าเขาไปนั่งเฝ้ามันทำไม


การสอบก็ผ่านไปด้วยดี แต่วันนั้นคือมันหลับแบบซ้อมตายอยู่ในคอนโดเขา คือถ้าไม่ปลุกให้กินข้าวก็คือจะหลับต่อยาวจนลงโลงแน่นอน หลังจากนั้นไม่นานเกรดก็ออก ยุกซองแจกินเอรวด สี่จุดไปสิ ตลกตอนที่มันวิ่งเอาเกรดมาให้เขาดู อวดใหญ่ว่าได้เอรวด และตามด้วยขอไปเที่ยวเล่นกับเขาหนึ่งวัน…


‘นะครับ...ผมอยากไปเที่ยวกับพี่อ่ะ’


‘เที่ยวอะไรล่ะ งานเยอะแยะ คิดว่าเป็นนักศึกษาผู้ช่วยเวลาปิดเทอมจะได้ปิดเหมือนกับคนอื่นหรือยังไง’


‘แต่ผมอยากไปนี่นา อย่างน้อยก็ไปดูหนังกัน ไปเดินซื้อของ ตอนเย็นไปเดินเล่นข้างแม่น้ำ แล้วก็จูบส่งท้ายก่อนกลับบ้าน’


‘นายดูซีรี่ย์ไปกี่เรื่องแล้วหลังสอบเสร็จเนี่ย...’


‘ห้า...แล้วสรุปพี่จะไปกับผมไหม’


ว่าแล้วก็เริ่มใช้ปฏิบัติออดอ้อนด้วยยิ้มหล่อกับทำตัวน่ารักให้เขาใจอ่อนเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ งานของอาจารย์ชเวเรียงมาเรื่อยๆตั้งแต่สอบเสร็จ ทั้งงานแลปทั้งงานเขียนโครงการ เวลาว่างเหรอ กินข้าวกับซองแจได้ก็บุญละ


‘งานฉันเยอะมากซองแจ ถ้านายอยากให้ฉันไป นายก็ต้องไปบอกอาจารย์ฉันล่ะนะ’


เขาบอกไปแค่นั้น ตอนนั้นมันก็ดื้อไปตามระเบียบของมัน ตอนแรกก็คิดว่าคงจบแล้ว แต่กลายเป็นว่าอีกสามวันต่อมาอาจารย์ชเวแกก็เดินมาบอกเขาว่าแกจะไม่อยู่อาทิตย์นึง แล้วระหว่างที่แกไม่อยู่ก็ให้พักผ่อนตามสบาย งานไม่ต้องเร่งก็ได้ ถือว่าปิดเทอม...ตอนแรกก็ไม่สงสัยอะไร แต่พอหลังจากอาจารย์มาบอกเขาได้ห้านาทีเท่านั้นแหละ อยู่ๆเด็กซองแจก็เข้ามาหาเขาแล้วถามว่าเสาร์อาทิตย์ว่างไหม แน่ล่ะ เขาว่างแล้ว…


ทำไมถึงรู้สึกว่าเป็นเพราะเจ้าเด็กนี่ เขาถึงได้หยุด…


‘นายไปทำอะไรอาจารย์ฉันมาหรือเปล่า...’


‘บ้าพี่ ผมจะไปทำอะไรอาจารย์พี่อ่ะ คิดมาก’


จะให้ไม่คิดมากยังไง หลังจากนั้นอยู่ๆอาจารย์โจวก็มาบอกให้เขาพักผ่อนให้สนุก พร้อมเดินควงแขนออกไปกับอาจารย์ชเวที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก…


คงไม่ใช่แค่ซองแจแล้วล่ะ ที่ทำอะไรอาจารย์เขา…


เขาไล่ความคิดออกไปเพราะเสียงโทรศัพท์ เขารับทันทีที่เห็นว่าใครโทรมา ตอนนี้เขาอยู่หน้าสถานีรถไฟที่จะใช้เข้าไปในเมือง


[[พี่อยู่ไหน]]


“ทางเข้าที่สองอ่ะ นายอ่ะ”


[[อ๊ะ! ผมเห็นพี่แล้ว]]


พอเขาได้ยินอย่างนั้นเลยหันซ้ายหันขวาหามัน เอาจริงๆเขาไม่เห็นมันนะ แต่ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก กับรู้สึกว่าสายตาสาวๆหนุ่มๆแถวนี้มองไปทางเดียวกัน


“พี่ชางซอบ”


เสียงเรียกพร้อมรอยยิ้มจากอีกฝ่าย ทำให้เขาอยู่ๆก็เผลอยิ้มออกมาตาม วันนี้มันอยู่ในชุดทั่วไป แต่ก็แต่งให้ดูดีกว่าตอนปกติที่ไปเรียนนิดหน่อย ไม่รู้เพราะอะไรพอมันยืนตามฝูงชนมันถึงได้เด่นหราขึ้นมาแบบนั้น จะว่าไปเขาไม่เคยไปไหนมาไหนกับมันสองคนเลย เขาหมายถึง ปกติเวลาเขาอยู่กับมัน เขามักจะอยู่ด้วยกันสองคนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ออกมาเจอผู้คนเท่าไหร่


พอออกมาแบบนี้แล้วรู้เลยว่าซองแจมันเด่นจริงๆแหละ…


รู้สึกประมาทเลยแฮะ…


“รอนานไหมครับ”


“ไม่หรอก ว่าแต่นายอยากไปไหน นายนัดฉันมาไม่เห็นบอกฉันเลยว่านายจะไปไหน”


“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเตรียมไว้หมดละ”


ชักจะกังวล…

.

.

.

.

.

แต่เอาจริงๆก็ไม่มีอะไร ถึงเด็กนี่มันจะมีความคิดแปลกๆแต่มันก็ไม่ได้พาเขาไปอะไรที่มันพิสดาร ตอนแรกกลัวมันเอาเขาไปสวนสนุกเพราะมันยังเด็กมันอาจจะชอบ แต่ดีที่ว่าไม่ มันพาเขามาที่มันบอกเขาตั้งแต่ตอนแรกที่มันชวนนั่นแหละ มาดูหนัง ฟังเพลง ซื้อของตามมันว่า


“พี่อยากดูเรื่องอะไร”


“อันนี้”


เขาว่าพลางชี้ไปที่โปสเตอร์สีหม่นๆ มีหน้าคนลางๆกับ แม่ชียืนหลอนๆอยู่ข้างๆ พอเขาหันไปหาซองแจมันก็ยิ้มค้างไปก่อนค่อยๆเลื่อนสายตามาหาเขา


“เรื่องอื่นไม่ได้เหรอครับ พี่ไม่กลัวผีเหรอ”


“กลัว แต่อยากดูอ่ะ”


“ผมกลัวมากเลยอ่ะพี่ เปลี่ยนเรื่องไม่ได้เหรอ”


เขายิ้มเอ็นดูมัน ไม่คิดว่าเด็กยักษ์อย่างมันจะกลัวอะไรแบบนี้ เอาจริงๆมันก็ไม่มีเรื่องไหนน่าดูแล้วสำหรับเขา แต่เขาก็พยามหาแต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆอีกฝ่ายก็บอกว่าไม่เป็นไร ดูก็ได้


“ถ้าผมกลัวแล้วร้องไห้ พี่ต้องเป็นคนปลอบผมนะ”


“เออๆ จะให้กอดให้จับมือเลย จะเช็ดน้ำตาให้ด้วยเลยเอ้า!”


ตอนแรกก็นึกว่าจะพูดขำๆให้มันหายกลัว แต่พอเอาเข้าจริงๆมันดันกลัวกว่าที่เขาคิดไว้ มันร้องตลอดทั้งเรื่อง จั้มสแกร์ทุกตอนร้องหมด แขนเขาคือแทบไม่ได้เอามาไว้ที่ข้างตัว มันทั้งกอดทั้งซ่อนด้านหลัง ป๊อบคอนก็แทบไม่เข้าปาก เขาก็กลัวนะ แต่พอเห็นมันกลัวแล้วความกลัวของเขานี่สู้ไม่ได้เลย กลายเป็นว่าเขาต้องปลอบมันตลอดทั้งเรื่อง เอาจริงๆก็ดูไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ พอหนังจบเขาต้องมานั่งรอมันให้คืนสติ ไฟในโรงเปิดเขาถึงเห็นมันชัดขึ้น


“อ๋า...ตัวก็ตั้งใหญ่ทำไมถึงทำตัวน่าสงสารขนาดนี้นะ”


“ผมบอกแล้วว่าผมกลัวจริงๆ”


มันว่าพลางเอนตัวลงกับที่นั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งเหงื่อทั้งน้ำตา เขายิ้มเอ็นดูมันก่อนจะเอามือเช็ดน้ำตาที่อยู่ข้างแก้มออกให้ เขาจับหน้ามันให้หันซ้ายหันขวาเช็คความหล่อก่อนจะออกไปเจอผู้คน อย่างน้อยก็ต้องไม่มีคราบน้ำตา ไม่งั้นอายเขา หล่อขนาดนี้ดันออกมาจากโรงหนังผีแบบหมดสภาพก็คงไม่ดี


“เอ้า วิญญาณกลับเข้าร่างหรือยัง พนักงานจะไล่ออกจากโรงอยู่แล้ว”


“กอดผมเรียกวิญญาณที”


เขาส่ายหัวให้กับท่าทางที่พยายามจะแอ๊บแบ๊วใส่ เขาเลยทำเป็นลุกหนีมันแล้วขู่ว่าอยู่คนเดียวระวังเจอของดี มันก็เลยสี่คูณร้อยเดินตามเขามาแบบติดๆ


พอออกจากโรงหนัง เราก็ไปหาอะไรกินเพิ่มพลังชีวิตที่โดนหนังผีสูบไป วันนี้เหมือนเป็นวันที่เขาได้มารับรู้ว่าเจ้าเด็กที่เขาอยู่ด้วยตลอด จริงๆแล้วมันเป็นคนที่คนอื่นๆให้ความสนใจมากๆคนนึง คือตัวเขาที่อยู่กับมันบ่อยๆก็ไม่ค่อยรู้หรอก แถมว่าเวลาอยู่กับคนอื่นเขาก็ไม่ได้เห็นมันในแบบเวอร์ชั่นที่ออกมาเจอสังคม ซองแจเป็นคนที่ดึงดูสายตาคนอื่นพอควร และวิธีที่มันแสดงกับคนที่มาทักทายทายขอเบอร์ การที่มันแสดงออกกับพนักงานหรือใครก็ตามด้วยความสุภาพและรอยยิ้ม บางครั้งก็ขี้เล่นหน่อยๆ มันยิ่งทำให้เด็กนี่ดูมีเสน่ห์และน่าสนใจ


“พี่มองผมแบบนั้นผมก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”


เสียงอีกฝ่ายเรียกให้เขากลับมาสนใจกับรอบข้างอีกครั้ง เขาเลิกคิ้วมองหน้ามันที่กำลังทำเป็นเขินเขาแบบเกินเบอร์ เขาแกล้งถอนหายใจก่อนตักอาหารเข้าปาก


“ทำมาเป็นพูด ฉันเห็นคนอื่นมองนายเยอะแยะไม่เห็นนายจะเขินเลย”


“ก็เป็นคนอื่นมองไง แต่เพราะเป็นพี่มอง ผมเลยเขิน”


แล้วมันก็ยิ้มหวานพลางเอาหน้ามาใกล้เขา เขายกมือดันหน้าผากให้มันกลับไปนั่งเหมือนเดิม แล้วเอาไก่ทอดยัดปากมัน


“คนอื่นดูสนใจนายเยอะแยะเลยนะ นายไม่คิดจะคบใครจริงจังบ้างเหรอ ฉันว่าในคณะต้องมีคนเข้ามาคุยกับนายเยอะแน่เลย”


ซองแจดึงไก่ออกจากปาก แล้วยิ้มบางๆให้เขา มันไม่ได้ตอบอะไรเขา เห็นแล้วก็หมั่นไส้ เขารู้นะว่ามันมีเด็กโอเมก้ามาคุยกับมันเยอะแยะ แต่เพราะมันแพ้มันเลยปฏิเสธ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่โอเมก้าไง เขาเคยเห็นเวลาเลิกคลาสเห็นมีเบต้าน่ารักๆทั้งชายและหญิงเข้ามาคุยด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่เห็นมันจะคบใครสักที


“เนี่ย ช่วงปีหนึ่งได้เจอคนมากหน้าหลายตาทั้งในทั้งนอกคณะ นายมีโอกาสเยอะแยะ ถ้านายเจอคนถูกใจก็ควรจะคุยกับเขานะ”


เขาว่าพลางกินข้าวไป ไม่ค่อยได้มองหน้ามันหรอก แต่สักพักก็เหมือนพูดอยู่คนเดียวเลยเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามันบ้างแต่ก็เห็นมันก้มหน้าก้มตากินของมันไปเหมือนเขา แต่ที่มันไม่ตอบเขานี่สิทำเขาหงุดหงิด


“นี่ ได้ฟังไหมฉันไหม ซองแจ”


“ครับ...รู้แล้ว...”


“ฉันหวังดีนะ”


“ครับ ผมรู้ ผมแค่...ไม่รู้สิ  ตอนนี้ผมเรียน ทำแลป ทำกิจกรรม เที่ยวบ้าง อยู่กับเพื่อน…”


มันหยุดไปพักหนึ่ง เขาเลิกคิ้วเชิงให้มันพูดต่อ ซองแจยิ้มกลับมาให้เขาก่อนพูดประโยคที่เหลือ


“อยู่กับพี่...แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”


มันว่าพลางยิ้มหล่อมาให้ เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเลยทำเป็นก้มลงกินต่อ แต่เขารู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา เขาเงยหน้ามองอีกฝ่ายอีกครั้ง เลิกคิ้วถามมัน ซองแจยิ้มให้เขาเหมือนมีอะไร พอเขาถามไปมันก็ทำเป็นว่าไม่มีอะไร จนเขาทนไม่ไหวต้องถามอีกรอบมันถึงจะยอมบอก มันอมยิ้มก่อนถามเขา


“แล้วพี่ล่ะ พี่เคยมีแฟนไหม”


“ถามงี้หมายความว่าไง ฉันก็ไม่ใช่พวกไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากงานสักหน่อย”


“ก็เหมือนนี่นา...”


“เดี๋ยวเหอะ”


เขาย่นจมูกใส่มันก่อนจะกินในส่วนของเขาให้หมด เขารอมันกินอีกสักพัก(สั่งมาเยอะมาก แต่มันก็กินหมด) จากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ซื้อของโน่นนี่นั่น มันซื้อพวงกุญแจรูปมาชเมลโล่ให้เขาด้วย บอกให้เขาเอาไปห้อยกุญแจรถมอเตอร์ไซด์ เขาถามมันว่าทำไมต้องมาชเมลโล่ มันก็ให้เหตุผลว่า


‘เห็นพี่แล้วนึกถึงมาชเมลโล่’


จะเอาเขาไปผิงไฟกินด้วยเลยไหมล่ะ…


พอซื้อของเสร็จก็เวลาเย็นๆแล้ว มันบอกเขาว่าอยากไปเดินเล่นที่ข้างแม่น้ำ ก็ไม่คิดว่ามันจะไปที่ๆบอกเขาว่ามันอยากจะไป เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ต้องหยุดบ้างเวลาเจอคนเข้ามาหามันเพื่อขอเบอร์ แต่ก็สงสารแต่ละคนที่มาขอ เพราะซองแจไม่ได้ให้เลย พอเขาถามว่าทำยังไงถึงปฏิเสธได้แบบไม่มีใครไม่พอใจเลย มันก็บอกว่า....


‘ผมบอกเขาว่าผมมาเดทกับแฟน’


เท่านั้นแหละ รู้เรื่อง...ก็ว่าทำไมทุกครั้งที่มีคนมาขอเบอร์ถึงได้มองมาที่เขา…แสบนักนะ…


“วันนี้คือหลอกฉันมาเดทสินะ”


เขาว่าก่อนออกเดินไปพร้อมกับซองแจต่อ เราค่อยๆเดินกันไปเรื่อย ตามริมแม่น้ำ ช่วงตอนเย็นเริ่มมีคนออกมาเดินเล่นมาออกกำลังกายกันแล้ว และก็มีคู่รักมากมายมาเดินเล่นกันด้วยเหมือนกัน เขารู้สึกถึงสายตาที่มองมาที่เราค่อนข้างเยอะ แต่เขาก็ช่างมัน เพราะรู้แล้วว่าไอ้เด็กนี่มันตัวเรียกสายตา


“ฮ่าๆๆๆๆๆ ผมพาพี่มาเที่ยวเล่นเฉยๆ ถ้าผมจะเดทอ่ะ ผมจะชวนตรงๆเลย”


“แล้วเคยเดทไหม”


“ไม่เคยอ่ะ”


เขาหันไปมองหน้ามันแบบไม่เชื่อ มันก็ย้ำกับเขาว่าจริง มันไม่เคยเดท มันบอกว่าเพราะตอนม.ปลายออกมาอยู่คนเดียว มันต้องทำงานพาร์ทไทม์ต้องตั้งใจเรียนหนังสือเอาทุนโรงเรียนกับเข้ามหาลัย พอคบเป็นเพื่อนกับอิลฮุนก็ต้องเดินสายแข่งโครงงานสารพัด ไม่เคยมีเวลาไปเดทตอนช่วงม.ปลายเลย


“แล้ว...ถ้านายได้เดท นายจะทำอะไรบ้าง”


“ก็...อย่างที่ทำอยู่นี่แหละครับ”


เขาหันไปทำตาโตใส่มันก่อนจะหรี่ตามองอีกฝ่าย


“ตกลงเอาฉันมาทดลองเดทใช่ไหม ไปปิ๊งใครเข้าล่ะสิ ถึงได้มาทดลองเดทน่ะ”


“ไม่ใช่น้าาาาาาาาาา ผมมาเที่ยวกับพี่เฉยๆจริงๆ”


ว่าแล้วก็ทำหน้างอนเขาที่ไม่ยอมเชื่อมันสักที่ เขาหัวเราะก่อนจะยิ้มให้แล้วบอกว่าล้อเล่น ง้อมันนิดๆหน่อยๆมันก็กลับมายิ้มหล่อให้เขาเหมือนเดิม เราเดินกันไปเรื่อยๆตามทาง มีพักกินขนมบ้าง ตลกตอนซื้อไอซ์ครีม อยู่ๆป้าที่ขายไอติมทักเขาว่า ‘แฟนหล่อนะไอ้หนุ่ม’ เขาก็ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะไอ้เด็กนี่ดันยิ้มรับซะหล่อเลย พอเดินออกมาก็อวดเขาใหญ่ว่ามีคนชมว่าตัวเองหล่อ โดยไม่สนใจประเด็นที่ว่าโดนบอกว่าเป็นแฟนกันเลย


ไม่นานเราก็เดินมาถึงสถานีรถไฟที่จะกลับไปที่มหาลัย พอถึงสถานีเขาก็ถามมันว่าขามันมายังไงมันก็บอกว่าอิลฮุนมาส่ง แล้วพอถามว่าจะกลับยังไงมันก็ยิ้มหวานแล้วบอกกลับมาว่า


‘กลับกับพี่ชางซอบครับ’


เขาทำหน้าเบื่อๆใส่มันแต่ก็พามันไปส่งอยู่ดี เราแวะกินข้าวเย็นที่ร้านประจำแถวๆหอของมัน พอกินเสร็จก็ไปส่งมันที่หอ ช่วงปิดเทอมแทบไม่มีเด็กอยู่เพราะกลับบ้านกัน ก็มีบ้าง อย่างเด็กซองแจนี่ไง ก่อนขึ้นหอมันเดินเข้ามากอดเขาเหมือนทุกครั้ง แรกๆเขาโวยวายแต่หลังๆก็ปล่อยให้มันกอด พอคลายกอดก็บอกลาเขา แต่พอจะเดินแยกกันไป อยู่ๆมันก็หันกลับมาเรียกเขาอีกครั้ง


“พี่ ตอนผมบอกพี่ว่าจะไปเที่ยว ผมพูดว่าจูบลาด้วยใช่ไหม”


“ก็นึกว่าอะไร เออมี ทำไม จะจูบฉันหรือไง”


ไม่ว่าเปล่ามันเดินหมายจะทำอย่างที่ว่าจริงๆ เขาโวยวายตอนมันแกล้งล๊อคเขาแล้วทำปากจะจูบเขาจริงๆ เขาหันหนีไปอีกทางแต่เพราะหลับตาอยู่เลยไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่อยู่ใกล้แค่ไหน...


“!!!”


ความรู้สึกอุ่นชื้นผ่านริมฝีปากเขาไป แม้จะเพียงแวบเดียว แต่เขาก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร เขาลืมตาขึ้นทันที หน้าซองแจอยู่ห่างจากเขาไม่มาก หน้ามันตกใจเหมือนกัน มันยกมือขึ้นมาปิดปากทำหน้าตาตกใจก่อนผละออกจากเขา เขาก็เช่นกัน เรามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา


“นายจูบฉัน”


“พี่ต่างหากจูบผม”


“จูบเรอะ!? ล่างหอ? กลางหอเนี่ยนะ!?”


พวกเขาหันไปหาคนมาใหม่ อิลฮุนกับพีเนียลยืนอยู่ตรงหน้าบันได คนตัวเล็กกว่าทำหน้าตาเดือดร้อนจนเขาตลก ส่วนพีเนียลก็ยืนกอดอกมองมาที่พวกเขาแบบจับผิด ภาพอย่างกับพ่อแม่มาเห็นลูกสาวยืนจูบผู้ชายอยู่หน้าบ้านอย่างนั้นแหละ


“นังเด็กหน้าไม่อายยยยย ฉันเลี้ยงแกมา ทำไมถึงไม่รักนวลสงวนตัว คุณพี่! คุณพี่ทำอะไรซักอย่างสิคะ”


อิลฮุนดัดเสียงหันไปโวยวายใส่พีเนียลที่ยังคงเก๊กหน้าขรึมเป็นกำนันอยู่ เขาหัวเราะออกมาตอนซองแจทำเป็นตกใจก่อนวิ่งไปหาผู้ปกครองจำเป็นแล้วบอกคนแม่ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณแม่คิดนะคะด้วยท่าทางที่เรียกมือให้ง้างมาตี แน่นอนไม่ใช่แค่เขาที่คิด อิลฮุนยกมือตีแทนเขาเรียบร้อย


เขามองเด็กสามคนเล่นพ่อแม่ลูกกัน ซองแจยิ้มและหัวเราะไปกับเพื่อนๆ


ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้มองมันอยู่อย่างนั้น…


รอยยิ้มของเด็กนี่...มันทำให้เขาหยุดมองเสมอ…


“พี่ชางซอบครับ”


เสียงคุ้นเคยเรียกเขาอีกครั้งก่อนจะยิ้มกว้างให้อีกครั้ง…


“เจอกันนะครับ”


และเขาก็ยิ้ม ก่อนตอบกลับอย่างเคย...


“อืม เจอกัน”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เที่ยวงี้ เดทๆกันให้จบๆไปเลยเหอะ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #28 kawkawgd (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 03:16
    เป็นการเดทที่เขินที่สุดไปเลยอ่ะะะะะ ถึงจะไม่ใช่แฟนแต่สถานะนี้สำหรับแจซอบโคตรรรรรรรน่ารักเลยยยฮือออ ละมุนมากกก
    #28
    0
  2. #19 ksykaw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:43
    น่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารัก
    #19
    0
  3. #17 btrkp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 02:31
    เด็กยุกปากแข็งอีกละ ซึนมันไปทุกเรื่องเลย5555 แอบเห็นหลายรอบแล้ว ในบริบทที่ไรท์ใช้เราคิดว่ามันน่าจะเป็นคำว่าประหม่ามากกว่าประมาทน้า แต่ถ้าเราคิดผิดไปก็ขอโทษด้วยจ้า อยากอ่านตอนต่อไปแล้วจ้า มาต่อเร็วๆน้า ขอบคุณสำหรับฟิคจ้า
    #17
    1
    • #17-1 OnTheWall(จากตอนที่ 15)
      30 กันยายน 2561 / 02:38
      อ่าขอบคุณค่ะ ไว้เราจะแก้นะ
      #17-1