[Fic Naruto] Down with love

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

เดอิดาระกำลังคิดว่าอะไรจะฆ่าเขาก่อนระหว่างอาการซึมเศร้ากับจำนวนตัวอักษรบนหน้าหนังสือ ถ้านับว่าตัวเองไม่อดอยาก เขาคงฉีกหนังสือกลืนลงคอแทนข้าว ให้หมึกพิมพ์ซึมเข้าไปในเส้นเลือดและภาวนาว่านักศิลปะสมัยก่อนจะเมตตา เพราะเขาโคตรเกลียดทฤษฎี ต้องท่องจำแทนที่จะได้สร้างสรรค์งานศิลปะ

หรืออาจจะบาดแผลบนตัว เดอิดาระยังต้องปิดตาซ้ายรอถอดไหม และเนื่องจากมีข้อห้ามไม่ให้โดนน้ำทุกกรณี เขาต้องกายกรรมระหว่างอาบน้ำ สักวัน เมื่อเดอิดาระหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โทบิจะบุกรุกเข้ามาในห้อง ถือวิสาสะเช็คความอยู่ดีมีสุข และร่างของเขา อืดบวมน่าสมเพชบนพื้นห้องน้ำ โทบิกรี๊ดลั่นและสลบลงไปจนตำรวจมาถึง ถ้าสื่อยังปราณี การตายของเขาจะเป็น การจากไปอย่างไร้คำอธิบาย แต่ถ้ามันเสือกเขียนความจริงว่าเดอิดาระเป็นอะไรได้ แค่ต้องแบกหน้าไปลงนรกยังไม่กล้า

พูดถึงโทบิ... พอมันรู้ว่าเขากำลังจะสอบ มันเสนอตัวพยายามช่วยสุดความสามารถ ขนเสบียงมาตั้งแต่บ่าย แต่เสือกนั่งผลาญมันอยู่คนเดียวระหว่างตัวเองนอนเล่นโทรศัพท์ หันมาพูดให้กำลังใจเป็นระยะ เดอิดาระปิดหนังสือ และปา พลั่ก! ใส่หัวโทบิ

“ตกลงแกจะช่วยฉันหรือเปล่า หา?”

“โธ่” โทบิร้องเสียงอ่อยขณะลูบหัว “ก็ผมไม่มีความรู้เรื่องศิลปะนี่”

“งั้นก็กลับไปสิวะ”

“ก็ รุ่นพี่เดอิดาระไม่เห็นไล่ผมนี่ครับ”

เออว่ะ จริงของมัน

“สงสัยฉันจะชินกับแกแล้ว อืม”

“งั้นรุ่นพี่ก็ชอบผมแล้วใช่ปะ”

“ไปตายซะโทบิ”

“อ๊า! ความหยาบคายนี่มันอะไร” โทบิยกมือทาบอก แสร้งทำเสียงสั่นครือเล็กแหลมเหมือนสาวน้อย “ไม่ว่ายังไง จะพยายามมากขนาดไหนรุ่นพี่กลับไม่สนใจใยดี รักแรกรุ่นของผมช่างชอกช้ำนัก ถึงรุ่นพี่จะเลวทรามแค่ไหนผมก็ไม่มีทางตัดใจได้งั้นหรือ!

คิ้วเดอิดาระกระตุก “โทบิ เมื่อกี้แกพึงด่าฉันว่าเลวทรามเรอะ”

“เอ๊ะ?”

“มึ๊ง”

“ระ ระ รุ่นพี่! ล้อเล่นน่าล้อเล่น! ได้โปรดเถอะครับ! อ้ากกกก”

เดอิดาระใช้น่องรัดคอมัน บิดอัปปาคัดสุดชีวิตจนกว่าวิญญาณออกจากร่าง ความซากอ้อยคือโทบิเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดิ้นมะลอกมะแลกยิ่งกว่าปลาดุก สะบัดสะบิ้งเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ที่โดนเด็กมือบอนกระชากแขนขาออกจากตัว เขาเลยรัดมันแรงขึ้น ได้ยินมันร้อง “แอ้กกกก” แทบขาดใจมันตรงนั้น การฆาตกรรมคงจะเกิดขึ้น ทว่าจู่ ๆ ไฟในห้องทั้งหมดกลับดับพรึ่บ

มืด มืดเหลือเกิน เดอิดาระยอมปล่อยโทบิเป็นอิสระ ผลักหัวมันออกจากหว่างขา ปั่ก! ฟังดูเหมือนโทบิจะกระแทกกับขาโต๊ะ

“เวร”

“รุ่นพี่! อยู่ไหนกันคร้าบ”

“ใกล้ ๆ แกนี่ไง หรี่ตามองสิวะ”

ถึงจะบอกให้โทบิหรี่ตามอง แต่ตาของเดอิดาระยังปรับรับกับความมืดไม่ได้ ฉะนั้น เขาเองก็มองไม่เห็นว่าตอนนี้โทบิอยู่ไหน เดอิดาระควานมือหาโทรศัพท์ตัวเอง คิดว่ามันน่าจะอยู่บนโต๊ะ แต่คลำจนทั่วดันไม่เจอ ต้องเป็นเพราะกะโหลกโทบิไปโหม่งเข้าแน่

“โทบิ มือถือแกใช้ได้หรือเปล่า”

“ของผมอยู่ไหนไม่รู้”

“ช่วยกันหาหน่อยเซ่!

ได้ยินเสียงซอกแซก ทั้งสองคลำมือไปมาระหว่างบทสนทนา

“รุ่นพี่ลืมจ่ายค่าไฟหรือเปล่าครับ”

“น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิ์มาถามฉันเรื่องค่าใช้จ่ายเหรอ โทบิ”

“คนเราต้องมีจุดที่ตกต่ำแร้งแค้นนี่ครับ”

“งั้นจะบอกให้อย่าง เพลงฉันน่ะดังโคตร ๆ ตอนนี้”

“เพลงรุ่นพี่ซาโซริน่ะเหรอครับ”

วันนั้นในฤดูร้อน!

“ชื่อเล่นไงครับ ก็รุ่นพี่เดอิดาระเขียนถึงคุณซาโซริ–”

“แกหาเจอหรือยัง”

“ผมว่าผมเห็นอยู่ที่...”

เดอิดาระถูกสัมผัส นิ้วของโทบิไล่ลงมาที่สะโพก รู้สึกได้ถึงไอร้อนผ่านผิวเสื้อ ไต่เหมือนแมลงตัวจ้อยอยากรู้อยากเห็น ตัวอักษรมากมายทะลักทลายอยู่ในหัวของเขา นี่มันหน้าร้อน อะไร ๆ ก็เหนอะหนะน่ารำคาญไปหมด แต่กับโทบิ ตอนนี้น่ารำคาญยิ่งกว่า ทั้งความครั่นเนื้อครั่นตัวที่ถูกยัดเยียดเข้ามา เหงื่อชืดผุดขึ้นบนใบหน้า ไหลลงจากผิวแก้มหยดลงไป ร่างกายเกร็งเครียดไปหมด เพราะอะไร? ทำไม?

“โทบิ แกจะ–”

“รุ่นพี่...” โทบิเอ่ย “ช่วยนิ่ง ๆ ด้วยนะครับ”

อุณหภูมิสูงขึ้น โทบิอยู่ใกล้กว่าที่เดอิดาระคาด เรือนผมของเขาลู่ลงเพราะสันจมูก ตอนนั้นแหละที่เดอิดาระถูกสาปเป็นหิน รู้สึกเล็กจิ๋วเสียยิ่งกว่าตอนอยู่บนโถงทางเดิน ตอนที่นิ้วอยู่โทบิกดตรงกระพุ้งแก้ม ราวกับพื้นที่ส่วนตัวถูกทำลายลงทีละส่วน เขา หาเรื่องเองใช่ไหม ปล่อยมันเข้ามาวุ่นวายในชีวิต เปิดให้มันมาอยู่ในห้องได้ง่ายดายโดยไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อจากนี้? ท่ามกลางความมืด เดอิดาระไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทบิจะทำอะไรอีก เขาค้นพบว่าตัวเองไม่สามารถคาดเดาเจ้าเด็กใหม่นี่ได้เลย มันขยับรวดเร็ว รู้ตัวอีกที โทบิก็เข้าประชิดตัว ไม่มีช่องว่างให้หนี

มีเสียง ครืดดดด.. ดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างวาบตรงขอบกางเกง มือถือเดอิดาระถูกดึงออก “เจอแล้ว!” มันโผล่มาพร้อมใบหน้าบูดเบี้ยวผิดรูปของใครบางคน เดอิดาระคุมสติได้ดี เขาร้อง “อ๊า!?” กำดินสอในมือไว้มั่นแล้วแทงกลางหน้ากากโทบิ และได้ยินมันร้อง “อ๊า!?!” เป็นเสียงโทบิ ทั้งสองกรี๊ดใส่กันลากยาวเป็นนาที มันจะตายไหม สมองกระทบกระเทือน ความจำเสื่อม สมองตาย กลายเจ้าชายนิทรา ฉิบหายฉิบหายฉิบหาย

“โทบิ!

“ครับ!

“หยุดกรี๊ดแล้วบอกฉันทีว่าแกไม่เป็นไร!

โทบิยังคงมีดินสอปักกลางหน้าผาก “ผมไม่เป็นไร!

หน้าจอนั่น เป็นมือถือเดอิดาระ แสงสาดใส่พร้อมกล่องข้อความเล็ก ๆ

 

คุณมี 1 ข้อความไม่ได้อ่าน จาก อากาสึนา โนะ ซาโซริ

           

            คราวนี้เดอิดาระกรี๊ดไม่ออก ขอบคุณสวรรค์ ไฟทั้งหมดกลับมาส่องสว่างอีกครั้ง เดอิดาระถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบคว้ามือถือตัวเองมาแล้วผุดลุกจากโทบิ เซแถด ๆ ไปหลายก้าวกว่าจะยืนตรง โทบินั่งเจี๋ยมเจี้ยมพับเพียบเรียบร้อยบนพื้น

            “อ๋า รุ่นพี่ไม่ได้ลืมจ่ายจริง ๆ ด้วย”

            “โทบิ”

            “ครับ?”

            เดอิดาระมองด้านนอก “แกกลับไปได้แล้ว ข้างนอกมืดไปหมด เกิดอะไรขึ้นฉันไม่รับผิดชอบ อืม”

            โทบิทำตามอย่างว่าง่าย หอบข้าวของตัวเองเรียบร้อย ทั้งสองเดินตรงไปที่ประตู “งั้นขอบคุณสำหรับวันนี้คร้าบ” โทบิเปิดประตูออกไป แล้วมันก็ง้างค้างไว้อย่างงั้น

            “อะไรอีก”

“รุ่นพี่ รู้จักมิรุตันไหมครับ”

“คนที่เป็นนางแบบอะนะ? ทำไมเหรอ”

“ก็คุณคิซาเมะเดินควงกับมิรุตันอยู่นั่นแน่ะ”

เดอิดาระถลาไปเกาะระเบียง แม่เจ้าเว้ย ใช่ด้วยว่ะ “หมอบหมอบหมอบ!” เขารีบดึงโทบิลง ให้หัวต่ำเข้าไว้ แล้วชะเง้อชะง้อกันอยู่อย่างนั้น ทำตัวเหมือนพวกนักสืบชู้มือสมัครเล่น ได้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าตัว มิรุตันที่อยู่บนปกนิตยาสาร ทีวี โฆษณา ภาพลักษณ์ทั้งหมดทั้งหมดส่องประกาย เช่นเดียวกับตอนนี้ เธอยืนอยู่ข้างคิซาเมะ ผมยาวพลิ้วงดงามเหมือนเทพธิดา กำลังยกมือหัวเราะคิกคักกระหนุงกระหนิง คิซาเมะ...เกินความคาดหมาย อีกฝ่ายดูอ่อนโยนพอ ๆ กับตอนที่อยู่กับอิทาจิ ไม่รู้ว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีไหม เดอิดาระทำอะไรไม่ถูก ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ เขาหันไปหาโทบิ เห็นมันชักมือถือตัวเองมาถ่ายรูปเป็นหลักฐานเสร็จสิ้น เตรียมสร้างความร้าวฉาน

“ทำบ้าอะไรของแก!?” เดอิดาระเค้นเสียง

“กระผมโทบิจะสืบเรื่องน่าปวดหัวนี้เอง”

“ไม่ได้ อย่าคิดสอดเชียว”

“รุ่นพี่ไม่สงสัยเหรอครับ”

“สงสัย”

“งั้นแบบนี้คุณอิทาจิก็น่าสงสารออก”

มัน...พูดตรงจุด แต่

“อย่ากระโตกกระตากล่ะ”

“รุ่นพี่จะรู้เห็นกับผมใช่ปะ”

“ไปได้แล้ว!

เดอิดาระดันหลังมัน โทบิยกนิ้วโป้งมั่นใจ แต่มันยังระวังตัว เดินย่อตัวไปตลอดจนลงบันไดเป็นปู เอากับมันสิ

เดอิดาระกลับเข้ามาในห้อง เปิดข้อความของซาโซริ

 

อากาสึนา โนะ ซาโซริ ส่งลิงค์วิดีโอ

            อากาสึนา โนะ ซาโซริ : ช่วยรับไว้ด้วย

            อากาสึนา โนะ ซาโซริ : นี่คือการตอบรับของฉัน

 

เดอิดาระเกือบจะลืมไปแล้วว่าอีกฝ่ายมีเสน่ห์มากเพียงไรเมื่อพรมนิ้วบนเปียโน เพลงของเขาที่ถูกบรรเลงไพเราะมากนัก เกินกว่าที่เขาจินตนาการถึง เขากลัวว่าซาโซริจะทำกลับกัน โกรธที่โดนเอามาแต่งเป็นเพลง บางทีนั่นอาจจะทำให้ทั้งสองแตกหักกันไปเลย เสี่ยงขนาดไหนที่ไม่ขออนุญาตก่อน แต่ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ตรงนี้ มากกว่าเสียงตอบรับที่ได้บนอินเตอร์เน็ท แค่ซาโซริ

เดอิดาระนั่งลงตรงหน้าประตู ไม่ขยับไปไหนจนดูจบ






*

คิดถึงเราไหมทุกคน เราคิดถึงฟิคนี้มาก

ด้านล่างคืออิทาจิจากตอนที่ 4 ค่ะ หวังว่าทุกคนจะชอบกัน จูบจูบจูบ 

(ยังไม่เสร็จ มีคิซาเมะข้างๆแต่เราขี้เกียจตัดเส้นเจ้าตัวไปก่อน orz เราอยากอวดเลยเพราะเราขี้อวด)

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #17 ohhohohohehehehehuh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 16:09
    ซาโซริส่งคลิปกลับด้วย ฟกหฟดฟหกดหกฟดหกดหก

    ทำไมหวั่นๆว่าโทบิจะสร้างความเสียหายให้ชาวบ้านอีกจังวะ 5555555555
    #17
    0