บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 64 : คนฉลาดมักร้ายได้ลึกซึ้งกว่าคนโง่(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

“ฤกษ์มงคลสมรสระหว่างบุตรสาวของเจ้ากรมการคลังกับบุตรชายของเจ้ากรมยุติธรรมคืออีกหนึ่งเดือนต่อจากวันนี้เพคะ”

เสียงนอบน้อมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นมาภายในห้องทรงอักษร ณ ตำหนักที่ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดของวังหลังแคว้นจิน 

เจ้าของตำหนักนั้น หลังจากที่ได้ยินประโยคกล่าวรายงานของนางกำนัลคนสนิทก็ไม่ได้มีท่าทางใดต่างไปจากเดิมนัก พระนางยังคงให้ความสนใจอยู่กับภาพที่ตนกำลังจรดปลายพู่กันลงไปบนกระดาษ ท่าทางเข้าถึงยากราวกับคนที่กำลังจมอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเอง

แต่เป็นนางกำนัลข้างพระวรกายหวงโฮ่วมานานปีมีหรือที่จะไม่รู้พระทัย เพราะสายตาของนางจับสังเกตได้ถึงมุมพระโอษฐ์ที่กระตุกขึ้นมาเพียงนิด หลังจากที่นางกล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา

ท่าทางเช่นนี้ทำให้นางกำนัลคนสนิทพรั่งพรูคำพูดออกมาจากปากตามสิ่งที่ตนเองคิดมาตลอดหลายวันนี้

“คราแรกหม่อมฉันข้องใจยิ่งนัก ว่าเหตุใดพระองค์จึงต้องส่งเสริมให้สองตระกูลนั้นรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันด้วย แต่ยามนี้หม่อมฉันเข้าใจแจ่มชัดแล้วเพคะ”

“หึ! มันก็ช่วยไม่ได้ เมื่อไม่สามารถดึงศัตรูให้มาเป็นมิตรได้ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องให้ศัตรูกับศัตรูกำจัดกันเอง!” 

น้ำเสียงราบเรียบตรัสขึ้นมาด้วยจังหวะเนิบช้าแต่เน้นคำเป็นพิเศษ บ่งบอกถึงสภาพอารมณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้

กล่าวถึงมิตรและศัตรูที่พระนางตรัสถึงนั่น เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มก้อนที่ตระกูลของพระนางไม่สามารถรบเร้าให้พวกเขาไปอยู่ฝั่งตนได้

บิดาของหม่าหวงโฮ่วเป็นอัครมหาเสนาบดี มีทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางการเงินเหนือกว่าผู้ใดในแคว้นจิน แม้แต่จินหวงตี้เองก็ไม่ต่างกับเป็นหุ่นเชิดให้พวกเขาได้ใช้หาผลประโยชน์ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จินหวงตี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนที่ไร้อำนาจไปหมดซะทุกด้าน เพราะอย่างน้อยที่พระองค์ยังคงครองราชย์ได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะประชาชนรักใคร่เทิดทูน 

มีเสนาบดีกรมยุติธรรมที่แสดงออกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งพระองค์และยังมีเสนาดีกรมการคลังที่แม้จะออกตัวว่าเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้วเขาคือคนที่สนับสนุนจินหวงตี้มาโดยตลอด

เมื่อไม่นานมานี้ อัครมหาเสนาบดีแสดงเจตจำนงค์ชัดเจนว่าต้องการให้เจ้ากรมการคลังเลือกเข้าฝั่งตนเอง แต่เมื่อสุดท้ายได้ผลลัพธ์ต่างจากสิ่งที่คาดหวังไว้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ให้ทันกับทิศทางลม

จะว่าเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตหรือไม่ ที่ทำให้เสนาบดีกรมการคลังกับเสนาบดีกรมยุติธรรมนี้ต่างก็มีบุตรชายและบุตรธิดาอย่างละหนึ่งคน 

บุตรธิดาของเสนาบดีกรมการคลัง คือคนที่จินหวงตี้หมายมั่นปั้นมือไว้ให้เป็นพระชายาขององค์ชายเก้าจินเกาฉาย ตัวเสนาบดีและบุตรธิดาเองก็มีความคิดไม่ต่างกัน

แต่หม่าหวงโฮ่วจะถูกพระทัยสิ่งนี้ได้อย่างไร

ฉะนั้น พระนางจึงคิดแผนการณ์ที่จะทำให้เสนาบดีกรมการคลังกับเสนาบดีกรมยุติธรรมรวมเป็นทองแผ่นเดียวกัน หนึ่งเลยคือการยับยั้งไม่ให้องค์ชายจินเกาฉายได้มีอำนาจในมือตนเอง และสองก็เพื่อแผนการณ์ในอันดับต่อมา

แม้แผนการณ์นี้ มองแบบผิวเผินล้วนดูจะเป็นประโยชน์ต่อจินหวงตี้อยู่ดี แต่มันไม่ใช่แค่นี้แน่

“ฝ่าบาทต้องทรงปวดพระทัยเป็นแน่เพคะ พระองค์คงไม่คิดว่าเราจะสืบรู้ ว่าเจ้ากรมการคลังคือแขนขาของพระองค์”

หม่าหวงโฮ่วส่งเสียง 'หึ' ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง พระพักตร์ในวัยสี่สิบต้นๆ ทรงเงยขึ้นมาจากภาพวาดก่อนที่จะยกมันขึ้นมาพินิจพิจารณา พระโอษฐ์แดงสีชาดตรัสขึ้น

“ก็คิดเสียว่าให้โอกาสนางได้ต่อลมหายใจเพิ่มขึ้นอีกหน่อย…เจ้าว่าภาพนี้งดงามหรือไม่”

นางกำนัลมองภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่บนภาพนั้นชัดเจนว่าองค์ประกอบหลักคือสาวงามนางหนึ่งซึ่งกำลังยืนอยู่ในห้องนอน ใบหน้าของนางมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนมือนั้นยื่นออกไปด้านนอกราวกับว่ากำลังพยายามไขว้คว้าอะไรบางอย่างเอาไว้อยู่

ภายในห้องนอนในภาพวาดนั้นมีเตียงที่ถูกเถาวัลย์ปูเอาไว้แทนนวมนุ่มยาวเฟื้อยไปจนถึงเพดานห้อง เรื่องราวในภาพวาดล้วนแล้วแต่ให้คนดูจินตนาการเอาเอง

แต่สำหรับตัวนางกำนัลผู้นี้แล้ว สิ่งที่นางคิดคือ เถาวัลย์ที่ใดจะมาขึ้นในห้องนอนได้  เป็นเชือกที่ใช้ผูกคอตายดูจะเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก 

“เช่นนั้น รับสั่งต่อจากนี้คือ?”

“พระโอรสทรงโปรดของพระสวามีข้าก็อยู่ที่หมู่บ้านนั้นใช่หรือไม่”

“เพคะ องค์ชายเก้าอยู่ที่นั่นพร้อมกับบุตรสาวของประมุขพรรคมาร องค์ชายรองแคว้นฝู คุณหนูตระกูลไช่ แล้วก็สหายที่เป็นสตรีธรรมดาอีกผู้หนึ่ง”

“ดีจริง เช่นนั้นหลานชายสุดที่รักของข้าคงกระตือรือร้นที่จะทำงานนี้เพิ่มขึ้นอีกเป็นแน่ เพิ่มคนสร้างสถานการณ์หน่อยเป็นไง”

“เพคะ โชคเข้าข้างเราเสียจริงที่พวกเขาล้วนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน กระจายคนจากจุดเดิมที่เคยวางเอาไว้จึงไม่ใช่เรื่องที่กะทันหันนัก”

“ข้าไม่เชื่อเรื่องโชค อย่างไรก็แล้วแต่ ย้ำเตือนฟ่างซงไปอีกรอบว่าครั้งนี้อย่าใช้กำลังเล่นงานพรรคมารพวกนั้นแบบครั้งที่แล้วอีกเป็นอันขาด วางตัวเป็นผู้ชั่งใยที่ดีก็พอ”

“น้อมรับคำสั่งเพคะ”

“อ่อ อีกเรื่อง หลังจากเกิดเหตุการณ์คืนนี้แล้ว คงมีเรื่องให้เด็กๆกระวนกระวายใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นแน่ ส่งเทียบเชิญฉบับนี้ไปให้พวกเขาเข้าร่วมงานชมบุบผาประจำปีนี้เป็นไง” 

นางกำนัลคนสนิทรับเทียบเชิญมาไว้ในมืออย่างแข็งขัน พร้อมกับทำความเคารพแล้วเดินจากไปด้วยใบหน้าที่นึกสนุก

 

อีกด้านหนึ่งนั้น

“เราจะไปที่ใดกัน”

ระหว่างที่ทั้งคู่ได้วิ่งออกมาจากจุดนั้น เซียงฮวาก็ถามคนที่วิ่งนำหน้านางอยู่เรื่อยๆ เมื่อมาถึงจุดที่คนไม่พลุกพล่าน เฮยหลงก็หยุดวิ่ง มือหนาของเขาที่จับข้อมือเล็กของเซียงฮวาไว้อยู่ค่อยๆเลื่อนลงมากุมมือบางเอาไว้ ก่อนที่จะสอดนิ้วเข้าหากันแน่น

“ไม่รู้ เดินไปเรื่อยๆมิได้หรือ”

“หื้ม? คนเช่นเจ้านะหรือที่จะทำอันใดโดยที่ไม่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ก่อน ข้าไม่เชื่อ"

นางหลี่ตาพยายามอ่านอารมณ์บนสีหน้าและแววตาของเขาอย่างจับผิด เฮยหลงเองก็ไม่ได้หลบหลีกสายตาไปไหน อีกทั้งยังมองตอบอย่างไม่เกรงกลัวอันใดอีกด้วย

“ชิ! เรียบไปหมดยิ่งกว่ากระดาษ ไม่หลงเหลืออารมณ์อันใดให้ผู้อื่นอ่านเลยสักนิด บางทีข้าก็อดคิดไม่ได้ ว่าถ้าเราไม่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก ข้าต้องทุ่มสุดตัวแค่ไหนถึงจะสามารถสานเยื่อใยของเราให้ผูกกันได้”

เสียงตัดพ้อพร้อมกับแก้มใสที่นูนขึ้นมาเพราะอมลมเข้าปากช่างดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก จนเฮยหลงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือที่ว่างอยู่อีกข้างไปลูบแก้มใสของนางแผ่วเบา ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วจิ้มแก้มนางหลายๆทีเพื่อไล่ลมออก

“โอ๊ะ โอ๊ะ เจ็บ! จิ้มแรงไปแล้ว”

“ลมจะได้ออก”

ครานี้เขาไม่ได้ร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างเช่นทุกครั้งที่นางร้องว่า ‘เจ็บ’ แต่เขากลับแกล้งนางให้ร้องว่าเจ็บอีกครั้งโดยการเปลี่ยนจากจิ้มแก้มเป็นบีบจมูกนางแล้วสั่นมันไปมาเบาๆแทน

“โอ๊ะ ๆ ๆ โอ๊ย ฮือๆ เฮยหลง เหตุใดวันนี้เจ้าขยันแกล้งข้านัก เห็นข้าเป็นเพื่อนเล่นหรือไง ห๊ะ!”

เสียงอู้อี้เพราะโดนบีบจมูกอยู่ทำให้เฮยหลงหลุดหัวเราะออกมา เซียงฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็ตอบโต้โดยการเหวี่ยงมือตีแผ่นอกเขาแรงๆ หลายที แต่เฮยหลงอาศัยแขนที่ยาวกว่าดันหน้าผากนางไว้อีกข้างหนึ่ง ทำให้มือที่นางเหวี่ยงไปถูกเพียงแค่ปลายเสื้อเขาเท่านั้น

“จะขาดใจตายอยู่แล้ว ฮือ~ปล่อยข้าไปเถิด”

เมื่อใช้แรงแก้ปัญหาแต่ไร้ผล นางจึงยอมกลับมายืนนิ่งๆ แล้วปล่อยน้ำตาเม็ดโตให้ไหลลงมาอาบแก้มเป็นสาย จนเฮยหลงเองที่ใจอ่อนยอมหยุดแกล้งนาง

“มาๆ มากอดปลอบกันนะ ให้ข้าไถ่โทษโดยการเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่เจ้าดีหรือไม่”

“เฮอะ! เป็นบุรุษก็ต้องเลี้ยงข้าวสตรีอยู่แล้ว อเมริกันแชร์อะไรอย่าได้คิด ถ้าแม้แต่ข้าวก็ยังให้กันไม่ได้ สตรีทั้งหลายจงจำไว้ว่า อย่า คบ ต่อ!”

“อ่อ ถ้าเช่นนั้นเจ้าสบายใจได้ เพราะยังไรเสียทั้งชีวิตของเจ้า ข้าก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว”

น้ำเสียงและใบหน้าเรียบเฉยของเขา หากคนฟังหลับตาอยู่ก็คงสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แต่เซียงฮวาไม่ได้ทำเช่นนั้น

ตรงข้ามกัน นางกลับมองลึกลงไปในดวงตาของเขา ใช้การมองเห็นและหัวใจสัมผัสอารมณ์ความรู้สึกที่เขาส่งมาให้

และนางก็แย้มยิ้มออกมาเต็มใบหน้า เสียงใสกล่าวเพียงคำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่น

“ข้าเชื่อ”

เฮยหลงพยักหน้ารับ มุมปากผุดรอยยิ้มขึ้นมาบางเบา แต่คำถามใหม่ที่ถูกเอื้อนเอ่ยมาจากริมฝีปากเล็ก ทำให้หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งข้ามีบุตรขึ้นมาสักคนหนึ่งเล่า เจ้าจะเลี้ยงดูบุตรข้าด้วยหรือไม่”

“บุตรเจ้า?”

“ใช่ บุตรข้า ที่ไม่ใช่บุตรเจ้า”

“นี่…”

“ว้าย!”

เฮยหลงยกมือขึ้นมาด้วยอารมณ์อยากจะตีก้นนางสักครั้ง ริมฝีปากตั้งท่าจะต่อว่าอะไรนางสักอย่าง แต่เหมือนคนที่กล่าววาจาไม่เข้าหูผู้อื่นจะรู้ตัว นางจึงได้รีบวิ่งหนีเขาไปพร้อมส่งเสียงวี๊ดว้ายนำหน้าไปด้วย

“จะไปไหน ทางนั้นเป็นที่เปลี่ยวแล้ว”

เฮยหลงร้องทักนางขึ้นมาแล้ววิ่งตามนางไปอย่างรวดเร็ว 

แผ่นหลังบางที่ยืนนิ่งอยู่จุดหนึ่งของซอยเปลี่ยว ทำให้เขาชะลอจังหวะการวิ่งของตนเองลง จนเหลือเพียงเดินย่องเบาๆ

“เกิดอันใดขึ้น?” เขาถามเสียงกระซิบ

“จะพูดว่าอย่างไงดีอ่ะ เรียกว่างานเข้าได้ไหม”

เซียงฮวาเกาต้นคอตนเองไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก เมื่ออยู่ๆเฮยหลิงก็ส่งสัญญาณขึ้นมาว่านางมีภารกิจที่จะต้องทำในคืนนี้ 

พิกัดที่ว่านั้นก็คือหอเหยาหยวน(遥远) หอสุราลับห่างไกลจากเมืองหลวงที่ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นความลับ แต่ลูกค้าที่มาใช้บริการต่างหาก คือความลับ

“มิช ชั่น? เช่นเดิมใช่หรือไม่”

เซียงฮวาพยักหน้ารับหงึกหงักพร้อมกับใคร่ครวญดูว่าจะให้เฮยหลงตามนางไปด้วยดีหรือไม่ หรือจะพาเขากลับไปส่งที่เรือนพักรับรองดี

แต่เมื่อคิดดูอีกทีแล้ว ใช่ว่านางจะพาเขาเอาตัวรอดไม่ได้ จึงตัดสินใจกล่าวชวนเขาไปด้วยกัน

“เอางี้ ไปกับข้าก็แล้วกัน แต่อย่าทำตัวมีพิรุธเด็ดขาดนะ”

.

.

.

ครั้งนี้หายไปหลายวันเลย โทษทีค่าา

เขียนตอนนี้รู้สึกปวดหัวกับปมที่ตัวเองผูกมาก เรื่องต่อไปเค้าจะไม่เอาแนวนี้อีก ฮ่าาา

Pandanus23233

2021年01月16日

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #356 Pandanus23233 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 22:18
    ขอบคุณค่าา
    #356
    0
  2. #355 manbigbang (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 07:45

    แต่เขาชอบแนวนี้นะ อิอิ แล้วแต่คนเขียน55สู้ๆนะคะ
    #355
    0