บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 65 : หอเหยาหยวน(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    29 ม.ค. 64

เมื่อเฮยหลงกับเซียงฮวามาถึง ณ หอเหยาหยวน ก็เป็นเวลาเกือบเข้ายามห้าย(21.00-22.59) แล้ว

ภายนอกของหอสุราลับแห่งนี้ไม่ได้แตกต่างจากหอสุราทั่วไปนัก มีป้ายชื่อขนาดมาตราฐานติดไว้อยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าประตู รอบด้านเป็นโคมไฟห้อยระย้าประดับไว้ เสริมให้ดูมีสีสันมากขึ้น

จุดที่ตั้งห่างไกลจากชุมชนมากพอสมควร ถนนที่ตัดผ่านจึงมีขนาดเล็ก มีการสัญจรไปมาเฉพาะแขกที่มาใช้บริการหอเหยาหยวนเท่านั้น 

จากที่เฮยหลงและเซียงฮวาเฝ้ามองอยู่นาน ทุกคนที่ลงมาจากรถม้าหรือแม้จะเป็นผู้ที่ขี่ม้ามาเองก็ตาม มักจะเป็นผู้ที่ปกปิดใบหน้าไว้ ชัดเจนว่าพวกเขากำลังปิดบังสถานะของตนเองอยู่

เมื่อเข้าไปตรงประตูหน้าหอเหยาหยวน ยามถือดาบมากยุทธ์จะตรวจสอบบางอย่างก่อนที่แขกจะเข้าไปด้านในได้ มองจากมุมนี้คาดว่าน่าจะเป็นป้ายผ่านทางประจำหอเหยาหยวน

“พวกเขาใช้ป้ายผ่านทางชนิดใดถึงเข้าไปด้านในนั้นได้นะ”

เฮยหลงกล่าวขึ้นมาเสียงเบา ดวงตามองไปรอบด้านเพื่อสำรวจหาความผิดปกติของสถานที่ไปด้วย และคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าไปด้วย

“จะเป็นป้ายผ่านทางแบบใดก็ตาม อยู่กับข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอก”

เซียงฮวากอดอกแล้วเชิดหน้าตนเองขึ้นมาอย่างโอ้อวด 

เฮยหลงที่เห็นท่าทางเช่นนั้นจึงเอื้อมมือไปขยี้ที่ศีรษะของนางเบาๆ อย่างเอ็นดู

“เข้าใจแล้วๆ เป็นเจ้าที่เก่งกาจกว่าผู้ใด”

“ใช่หรือไม่ รู้ไว้เลยว่าเจ้าจะหาสตรีเช่นข้าไม่ได้อีกแล้วในโลกใบนี้ ผู้ใดก็โคลนนิ่งไม่เหมือน ฮ่าๆ”

“วางใจได้ ข้าจะจับไม่ปล่อยแน่นอน”

ไม่ว่าเปล่า เขายังรวบแขนทั้งสองข้างของเซียงฮวามาไว้ในมือ ใบหน้าเรียบเฉยมองไปที่คนตรงข้าม ก่อนที่จะยกมืออีกข้างหนึ่งของตนเองขึ้นมาแล้วเอื้อมไปปัดบางอย่างบนเส้นผมให้นาง

“รังแคหรือ?"

เซียงฮวาทำหน้าเหลอหลารีบทักตนเองไว้ก่อนที่ผู้อื่นจะท้วง มือบางรีบแกะมือออกจากการเกาะกุมของเขาเพื่อเอามาปิดศีรษะของตนเองไว้

“ใช่ที่ใดกัน หิมะเริ่มตกแล้ว เจ้าจะเริ่มทำภารกิจยามใด?”

เซียงฮวาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเงยหน้ามองตำแหน่งของดวงจันทร์เพื่อดูเวลา 

“เวลาที่คาบเกี่ยวระหว่างวันเก่าและวันใหม่ คาดว่าน่าจะเกิดในช่วงเวลานี้” ครั้งนี้ไม่ใช่การส่งวิญญาณ ไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการคุ้มครอง

ประโยคหลัง เซียงฮวากล่าวกับตนเองในใจ วันนี้ชุดที่นางใส่ไม่ใช่ชุดสีขาวมีหมวกผ้าปิดไว้อย่างเคย เพราะนางคิดว่าครั้งนี้จะทำภารกิจในแบบรูปลักษณ์ใหม่

“ให้เราเข้าไปแบบปกติวิธีดูท่าจะไม่รุ่ง มาใช้วิธีที่ข้าถนัดดีกว่า”

นางดีดนิ้วของตนเองครั้งหนึ่ง ฟองน้ำสีใสที่เคยใช้ก็ครอบคลุมตัวของพวกเขา เพื่อเป็นปราการไว้คอยปิดกั้นการสอดแนม

"มาดูสิว่าเหลือบุบผาอันใดที่ข้ายังไม่เคยได้ใช้บ้าง"

เซียงฮวากล่าวจบก็นำตำราสวรรค์หมื่นบุบผาออกมา มือบางเปิดหน้าแรกของตำราขึ้นมา ดวงตาและจิตเพ่งไปที่กระดาษสีขาวเปล่าๆ ในมือตน 

เมื่อจิตวิญญาณแห่งความปรารถนาและตำราสื่อถึงกัน เมื่อนั้น ตัวอักษรหลายร้อยพันจึงเริ่มเรียงรายกัน จากตำราเล่มบางกลายเป็นตำราที่มีขนาดหนาขึ้น

"เยอะจนเลือกไม่ถูกเลย สรรพคุณมีความคล้ายกันอยู่บ้าง แต่ก็มีความต่างแฝงมาด้วย"

นางบ่นเสียงเบาในขณะที่มือก็เปิดตำราไล่ไปทีละหน้า แต่แล้วนางก็หยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองเฮยหลงอย่างขอคำปรึกษา

“ช่วยเสนอความคิดเห็นหน่อยสิ หรือว่าเจ้าอยากทำอันใดเป็นพิเศษหรือไม่”

“ให้ข้า เลือกได้จริงหรือ?”

เฮยหลงชี้นิ้วเข้าหาตนเองพร้อมตั้งคำถามเพื่อความแน่ใจอีกที เพราะก่อนหน้านี้ได้ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะต้องได้ทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนแน่ แต่เมื่อนางให้โอกาสเขาได้ลองเลือก สีหน้าของเขาจึงดูมีความหวังขึ้นมาทันที

“ใบหน้าเปล่งแสงสว่างไสวนี่หมายความว่ายังไง คิดว่าข้าจะพาเจ้าทำอันใดพิเรนทร์ๆ หรือ?”

คนที่เคยพาสหายแปลงกายในรูปของตุ๊กแกมาแล้วแสดงสีหน้าเอาเรื่องฝ่ายตรงข้ามทันที แต่เมื่อเขาปฏิเสธเสียงอ่อนกลับมา นางจึงได้ก้มลงไปดูที่ตำราเพื่อค้นหาบุบผาที่ตนเองถูกใจต่อ

“ข้าว่า ลองล่องหนแบบเกาฉายดูดีหรือไม่”

เซียงฮวาคิดภาพตามที่เฮยหลงเสนอมา แต่เมื่อการล่องหนแบบเกาฉายเป็นเพียงปิดบังกายหยาบไว้เท่านั้น ไม่สามารถทะลุผ่านกำแพงได้แต่อย่างใด เซียงฮวาจึงได้ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เห็นด้วย

“จะใช้การเคลื่อนกายแบบเดิมคงไม่สมควรเท่าใด ขืนไปโผล่ในห้องที่เขากำลังจั๊มบะกันขึ้นมา คงไม่ดีต่อหนุ่มน้อยเช่นเจ้าแน่ๆ ไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเช่นเจ้าเอง”

เซียงฮวาทำหน้าจริงจังแล้วตบไหล่เขาอย่างให้คำสัญญา ไม่ได้อ่านสีหน้าเฮยหลงเลยว่าตอนนี้เขาจะรู้สึกเช่นใดกับคำว่าหนุ่มน้อยที่หลุดออกมาจากปากของนาง เขากัดฟันตนเองแน่น ก่อนที่จะพูดออกมาเสียงรอดไรฟัน

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

“อุ๊บ! แหะๆ เจ้าคงไม่ถือคติ สิบปีแก้แค้นทีหลังก็ยังไม่สายหรอกเนาะ...

เอ่อ เอาละๆ เราไปทำภารกิจกันดีกว่า งั้นข้าเลือกเองเลยแล้วกันนะ”

เซียงฮวารีบเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาอย่างเร็ว นางตั้งใจจดจำภาพบุบผาที่ต้องการใช้ในตำรา เมื่อมั่นใจแล้วจึงแบมือขึ้นมาแล้วสร้างให้มันเหมือนกับบุบผาตามต้นแบบ 

แสงสีฟ้าค่อยๆ ผุดขึ้นมาที่อุ้งมือของนาง จากเป็นเพียงลำแสงเล็กๆ ผสานกันจนเป็นรูปร่างมากขึ้น หลวมหลวมกันเป็นเค้าโครงก่อนที่จะแตกเป็นกลีบดอกและผุดเกสรมีละอองสีฟ้าขึ้นมา จนในที่สุดก็กลายเป็นบุบผาที่สมบูรณ์แบบงดงามตามต้นฉบับ

“ข้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ สินะ เอาละ…ในตำราบอกว่าถ้ากินทั้งดอกจะให้ฤทธิ์ประมาณครึ่งชั่วยาม แต่ข้าว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากถึงเพียงนั้น คนละครึ่งกันดีกว่า”

เซียงฮวาอธิบาย แล้วแยกส่วนบุบผาสวรรค์ออกจากกัน กลีบดอกที่มีอยู่สองด้านทั้งซ้ายและด้านขวาถูกดึงแยกออกมาจากเกสรตรงกลาง นางยื่นให้เฮยหลงอันหนึ่ง ส่วนอีกอันหนึ่งเก็บไว้ให้ตนเอง

“เกสรนี้ข้าให้เจ้าไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ขยี้มันให้ละเอียดจนไม่เหลือเนื้อสัมผัส เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ สถานการณ์จะพาเจ้าไปเอง อ่อ…หลังจากที่มันออกจากมือข้า จะมีฤทธิ์คงทนได้ไม่เกินสิบสองชั่วยาม ได้โปรดรักษาให้ดี”

“ขอบใจเจ้า”

เฮยหลงรับมาแล้วรีบเก็บมันเข้ากระเป๋าเสื้อตัวใน จากนั้นจึงเอ่ยถามข้อข้องใจของตนเองขึ้นมา

“แล้วสิ่งนี้มันจะช่วยเราในเรื่องใดหรือ?”

เมื่อได้ยินคำถามที่น้ำเสียงมีความไม่มั่นใจแฝงมาอยู่หลายส่วน เซียงฮวาจึงยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก

“ไม่ยากเลย เพียงเอากลีบดอกนี้มาอังไว้บนริมฝีปาก แล้วจือปากพอให้เซ็กซี่ ทำได้ไหม”

เฮยหลงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขาลองพยายามจือปากแบบที่เซียงฮวาทำ แต่กลายเป็นว่าหน้านิ่งๆ ของเขามันทำให้เซียงฮวาหลุดหัวเราะออกมาอย่างกั้นไว้ไม่อยู่

“โอ้ย! ฝืนมากเลยลูกเอ้ย เช่นนี้ก็พอ”

เซียงฮวาเลิกแกล้งคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนแกล้งอยู่ นางจับมือเขาข้างที่ถือบุบผาสวรรค์ขึ้นไปจ่อใกล้กับริมฝีปากของเขา เมื่อนั้นจากบุบผาที่สามารถใช้มือสัมผัสได้ ก็กลายเป็นไอสีฟ้าแล้วหลุบเข้าปากเขาไปในทันที

“อุ๊ก! มันไหลลงไปในคอข้าแล้ว มันผ่านหน้าอก…”

“ผะ ผ่านท้องข้าด้วย”

เซียงฮวาที่กลืนบุบผาสวรรค์ไล่หลังเฮยหลงไปไม่ถึงสองวินาทีก็กล่าวขึ้นมาเสียงแผ่วด้วยเช่นกัน ใบหน้าของนางเหยเกยิ่งกว่าเฮยหลงเสียอีก

“ชักไม่สนุกแล้วสิ หะ ห้า สี่ สาม สอง…”

พริ้ว!

เซียงฮวายังไม่ทันนับเลขถอยหลังถึงศูนย์เลยด้วยซ้ำ ร่างกายของเฮยหลงก็ปริแตกสลายจนสุดท้ายกลายเป็นกลุ่มควันสีขาว

“ข้ารู้สึกว่าตนเองกำลังเลื่อนลอย”

“เพราะยามนี้เราเป็นควัน ตามข้ามา”

กล่าวจบนางก็เคลื่อนตัวพุ่งตรงไปด้านหน้าทางเข้าหอเหยาหยวน ภายนอกรูปลักษณ์ของนางเป็นควันสีขาวขมุกขมัว คล้ายกับว่าพร้อมจะปลิวไปตามลมได้ทุกเมื่อ 

แต่ความจริงแล้วบุบผาสวรรค์ชนิดนี้ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนรูปทรงเท่านั้น การจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดได้ไม่ได้อาศัยลม แต่เป็นพลังธาตุของแต่ละบุคคลที่บุบผาสวรรค์ได้ดึงมาใช้ก็เท่านั้น

“เจ้าว่าเราทำเกินเรื่องไปหรือไม่”

เฮยหลงกระซิบถามเสียงเบาเมื่อพวกนางได้ลอยตัวมาอยู่หน้ายามเฝ้าประตูทั้งสองคน พวกเขาขมวดคิ้วแล้วหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย เมื่อได้ยินเสียงกระซิบนั้นใกล้มากๆ แต่ไร้รูปกายให้มองเห็น

“อย่าให้ข้าจับได้ก็แล้วกัน”

หนึ่งในยามที่เฝ้าประตูกล่าวขึ้นมา สายตาของเขายังคงสำรวจไปรอบๆ เพื่อหาความผิดปกติ หอเหยาหยวนแห่งนี้มีผู้มาเยือนมากหน้าหลากฐานะ กลอุบายอันใดเขาก็ล้วนเจอมาไม่น้อย จึงได้ส่งสัญญาณให้สหายร่วมงานระแวดระวังกันเพิ่มมากขึ้น

ส่วนเฮยหลงที่รู้ตัวว่าเผลอทำเสียเรื่องแล้วจึงรีบเงียบเสียงของตนเองลง ส่วนเซียงฮวาถ้าเป็นยามปกติ นางคงเอามือปิดปากแล้วทำหน้าช็อคไปแล้ว 

เหตุการณ์นี้นี่เอง ที่เป็นตัวเร่งให้นางรีบลอยลอดผ่านช่องประตูหน้าหอเหยาหยวนนี้ไป

“แม่เจ้า! นี่มันเดจาวูชัดๆ เหตุใดความรู้สึกมันจึงเหมือนตอนที่ข้าล่อหลอกพี่ยามเข้าผับครั้งแรกเช่นนี้”

เมื่อกะระยะดีแล้วว่าจุดนี้คงไม่มีผู้ใดได้ยินแน่ เซียงฮวาจึงได้เอ่ยขึ้นมาให้หลังจากที่เฮยหลงลอยตามเข้ามาแล้ว

“ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่ายอยู่แล้ว”

“ก็จริง พลังนี้ข้าได้มันมาง่ายเกินไป พอจะใช้ใจมันเลยตะโกนบอกมาว่าไม่เอาแบบปกติ...แต่ว่านะเฮยหลง เราจะไปกันรอดไหมนะ เห็นกันมาหมดจะทุกด้านแล้วเนี่ย”

แม้ไม่เห็นท่าทาง เซียงฮวาก็พอจะเดาได้ว่าสีหน้าของเฮยหลงเป็นเช่นไร

“ล้อเล่น เวลาตอนนี้ยังเหลือ ลองสำรวจหน้างานก่อนดีไหม”

“อืม”

.

.

.

เขาว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้แหละ ฮ่าๆๆๆๆๆ เดี๋ยวมาต่อค่ะ หลังๆไรท์ทิ้งช่วงไปหลายวันมาก ใครที่ยังคงติดตามกันตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ หรือว่าใครที่เพิ่งติดตามก็ดี ขอบคุณมากเลยนะคะ

ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะมีทั้งหมดกี่ตอน แต่งสดลงสดค่ะ มีเพียงจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญเท่านั้นที่ได้วางเอาไว้ อยากให้เป็นนิยายเรื่องหนึ่งที่เราจะมองดูตัวละครเขาเติบโตไปทีละช่วงวัย 

มองเห็นถึงความสัมพันธ์และความผูกพันธ์ที่มันไม่ได้สร้างขึ้นมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ ให้นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รีดได้เอาไว้อ่านกันได้เรืื่อยๆเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

.

.

.

2021年01月29日

Pandanus23233

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #360 TuntitaJ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 13:40
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #360
    1
    • #360-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 65)
      29 มกราคม 2564 / 17:02
      ขอบคุณค่ะ
      #360-1
  2. #359 Jariyaboontor (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 01:21
    เราจะโตไปพร้อมกันน้าาาา
    #359
    1
    • #359-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 65)
      29 มกราคม 2564 / 01:28
      เย้ๆๆๆๆ
      #359-1
  3. #358 Pandanus23233 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 01:03
    ขอบคุณค่ะ
    #358
    0
  4. #357 manbigbang (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 01:02

    มาดึกเลยรอๆนะคะ เกาะขาไว้จนกว่าจะจบเลย55
    #357
    0