บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 55 : ก็เจ้ามันเป็นคนบาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    8 พ.ย. 63

พรึ่บ!

แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหนึ่งเด็กสาวกับสามบุรุษวัยฉกรรจ์ ณ เนินเขาลูกหนึ่งอันเป็นเส้นทางตัดผ่านเข้าสู่ตำบลหนึ่งของเมืองเฟิงหาน 

สิ่งแรกที่เข้าสู่สายตาของผู้มาใหม่คือภาพการต่อสู้กันหลากหลายกลุ่ม แต่หากลองวิเคราะห์ดูดีๆแล้วจะทราบได้ว่ามีเพียงกลุ่มชุดดำเหลือบแดงปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากไม้ลวดลายวิจิตรเท่านั้นที่เป็นฝ่ายโดนจัดการอยู่เพียงฝ่ายเดียว

“คุณหนูไช่ระวังนะขอรับ”

องครักษ์ที่เซียงฮวาพาเคลื่อนที่มาด้วยกล่าวเตือนนางด้วยน้ำเสียงตึงเครียด อารมณ์ของพวกเขาในวันนี้เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสตรีในวัยทองเสียอีก คราแรกพวกเขาล้วนตื่นตาตื่นใจกับการเคลื่อนที่แบบใหม่ที่ตนเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน 

ยามนี้เมื่อรู้ว่าจุดหมายปลายทางที่พวกตนมาปรากฏกลับเป็นพื้นที่การต่อสู้ของกลุ่มคนผู้มีพลังธาตุสูงส่งและมากยุทธ์แล้ว ทำให้พวกเขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะปกป้องคุณหนูที่องค์ชายของพวกตนปักใจรักได้หรือไม่

“หาที่หลบก่อนดีกว่า เรายังไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกนั้นคือใครกันแน่ การแสดงตัวออกไปอย่างโจ่งแจ้งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก”

เซียงฮวาสะกิดแขนองครักษ์หนุ่มคนหนึ่งยิกๆ สายตามองไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งความสูงของมันไม่ได้มากนัก แต่ก็มีคุณสมบัติมากพอให้เป็นต้นไม้ที่ใช้ซุ่มดูได้ 

“ต้นนี้ก็ใช้ได้นะ” กล่าวจบนางก็ทะยานตัวขึ้นไปเกาะบนต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว แม้ท่าทางจะไม่ได้คล่องแคล้วมากนัก แต่ก็สามารถใช้เอาตัวรอดได้ในยามจำเป็น

“นั่นองครักษ์ของสำนักศึกษา นั่นองครักษ์ในที่แจ้งของเกาฉาย ส่วนนั่นก็เหล่าพี่ชายพรรคมารจื่อถาน...แสดงว่าชายชุดดำใส่หน้ากากนี่แหละที่เป็นตัวปัญหา”

องครักษ์ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขาไม่ได้เป็นองครักษ์กลุ่มที่ร่วมเดินทางมากับองค์ชายด้วยกันตั้งแต่ต้น เมื่อเซียงฮวากล่าวแนะนำทีละกลุ่มคน ก็ทำให้พวกเขาเข้าใจอันใดได้มากขึ้น

“นั่น! อาจารย์ผู้ช่วยกำลังจะแย่แล้ว พวกท่านรีบไปช่วยเขาเร็ว ไม่ต้องห่วงข้า ข้าอยู่ตรงนี้ต้องปลอดภัยแน่”

เซียงฮวาส่งเสียงร้อนรนออกมาเมื่อเห็นอาจารย์ผู้ช่วยทั้งสองคนเริ่มจะรับมือกับชายชุดดำใส่หน้ากากไม่ไหวแล้ว 

ขบวนสำนักศึกษาเสียเปรียบในเรื่องของจำนวนคนที่น้อยกว่าเป็นหนึ่งเท่าตัว แม้ว่าคนของพรรคมารจื่อถานทั้งหลายฝีมือจะไม่ได้ด้อยนัก แต่น้ำน้อยก็ไม่อาจสู้ไฟได้อยู่ดี

"ขอรับ"

องครักษ์สองนายรับคำสั่งในทันที อีกหนึ่งเหลือไว้คอยคุ้มกันเซียงฮวาในยามที่คับขัน

“องครักษ์ลับที่ท่านพ่อเฟิงหยูให้ติดตามเราก็อยู่ที่ฐานทัพเหนือกันหมดแล้ว หากจะส่งสัญญาณให้เดินทางมาที่นี่เร็วสุดของพวกเขาก็ยังช้าต่อเหตุการณ์นี้อยู่ดี จะให้ใช้พลังของเฮยหลิงเคลื่อนที่กลับไปรับรึก็ไม่อาจเอากลับมาได้เกินห้า เช่นนี้แล้วแบบไหนมันจะดีที่สุดกันนะ”

‘เจ้าไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก หน้าที่ของเจ้าในยามนี้คือตามหาสหายของเจ้าก็พอ หน้าที่อื่นมีผู้รอจัดการอยู่แล้ว’

ให้ข้าน้อยจุดพลุเรียกกำลังเสริมดีหรือไม่ขอรับ”

องครักษ์ที่ยังอยู่กับเซียงฮวากล่าวขึ้นมาเมื่อคิดว่านางกำลังคุยกับเขา ส่วนเซียงฮวาทำเพียงส่ายหน้าปฏิเสธแล้วกวาดสายตามองหาเหมยฮวา “เขาไปหลบอยู่ตรงไหนของเขากันนะ”

‘ตกเขาไปแล้วอย่างไรเล่า’

‘ตกเขา? ล้อกันเล่นน่า’

แม้จะกล่าวว่าเฮยหลิงล้อเล่นก็ตาม แต่นางก็ยังชะเง้อตัวมองลงไปยังยังด้านล่าง เผื่อว่าจะเห็นเหมยฮวาผ่านเข้ามายังสายตาบ้าง 

“เอาจริงๆถนนสายนี้ไม่ควรติดกับเนินเขาเช่นนี้นะ เยื้องเข้าไปอีกนิดก็นับว่ายังเป็นป่าที่มีพื้นที่เหลือเฟือ หรือว่าผู้บุกเบิกเส้นทางสายนี้เขาเป็นพวก save world save life แม้แต่ต้นไม้ต้นหนึ่งก็ห้ามตัด”

“เอ่อ…ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ” เขาตอบด้วยสีหน้าเจื่อนๆพลางเกาท้ายทอยของตนเองแก้เก้อ

เซียงฮวายิ้มมุมปากให้เขาแล้วกล่าว “เช่นนั้นเราก็เข้ากันไม่ได้แล้วแหละ!” ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วมองหาต้นไม้ที่สูงกว่านี้อีกหน่อย แต่ก็จนใจที่แต่ละต้นมีความสูงไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก นางจึงตัดสินใจกะโดดลงมาที่พื้นดิน ก่อนจะลอบเดินลงไปยังเนินเขาด้านล่างโดยมีองครักษ์ตามลงมาอารักขาไม่ได้ห่าง

 

“เจ้าพวกหยวนจื่อถาน(原紫檀) มันเริ่มแล้วใช่หรือไม่”

เสียงเย็นชากล่าวถามลูกน้องคนสนิทขึ้นมาในขณะที่กำลังใช้ผ้าสีขาวสะอาดตาเช็ดเลือดออกจากกระบี่อันคมกริบ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นมาอย่างมาดร้าย ก่อนที่จะหุบลงในทันทีเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นหูดังขึ้นมา

“แว่วว่าจะจัดการถอนรากถอนโคนในเร็วๆนี้ ไม่นึกว่าจะยังมัวใจเย็น ใช้กระบี่ฟาดฟันระบายอารมณ์เล่นอยู่ที่นี่”

“ปล่อยลูกเสือให้ลอยนวลเป็นนานปี มายามนี้เสือตัวโตพร้อมกลับมาแว้งกัดแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีอารมณ์กันบ้าง”

สองบุรุษชุดขาวดำเฟิงหยูกับเฉินยี่สลับกันพูดคนละประโยค คนหนึ่งใช้พัดพัดตนเองอย่างสบายอารมณ์ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ยิ้มมุมปากเหยียดหยามหลีเฮยเต็มที่

“เวลาที่ข้าจะจัดการเจ้าพวกนี้ทีไร พวกเจ้ามีอันต้องเข้ามาขัดทุกทีสินะ ไม่ยุ่งเรื่องของข้าสักนิดจะเป็นอันใดหรือไม่” เขากระแทกกระบี่เข้าฝักอย่างหัวเสีย แทนที่เขาจะได้ไปจัดการทางนั้นทันทีที่รู้ข่าว ก็ยังต้องมาเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเจ้าพวกนี้อยู่อีก

เฟิงหยูเก็บพัดแล้วส่ายหน้าไปมาช้าๆ “เจ้าอย่าได้เห็นว่าพวกข้าเป็นตัวปัญหาเลยเชียว ที่เรามาที่นี่ก็เพราะว่าจะมาช่วยเจ้าจัดการเรื่องให้มันจบเร็วขึ้นนะ”

“ไม่ต้องการ! เดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องหยุมหยิมที่เกิดขึ้นในพรรคของข้า ส่วนพวกเจ้ามาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น” หลีเฮยกล่าวจบก็หันหลังหนีแล้วใช้พลังยุทธ์เคลื่อนกายจากไป

หยวนจื่อถานที่เขากล่าวถึงนั้น คือหนึ่งในกองกำลังลับของหวงโฮ่วแคว้นจิน ถูกตั้งขึ้นโดยประมุขตระกูลหม่า บิดาที่แท้จริงของพระนาง

พรรคมารจื่อถาน กองกำลังลับหยวนจื่อถาน หม่าหวงโฮ่ว ล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น เพราะน้องสาวต่างมารดาที่พระนางทรงรักยิ่ง มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่ออดีตประมุขพรรคมารจื่อถานจนเกิดสิ่งมีชีวิตหนึ่งขึ้นมา นามว่า ฟ่างซง สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของอดีตประมุขพรรคมารจื่อถานที่ยังเหลืออยู่ และยังเป็นหัวหน้ากองกำลังลับหยวนจื่อถานที่แท้จริงอีกด้วย

"ให้เวลาข้าอีกสักหน่อยเถิด แล้วข้าจะส่งทั้งเจ้าและบุตรของเจ้า ไปที่ปรโลกพร้อมกัน!"

  

"ระวังหลังให้กันด้วยนะ”

เซียงฮวาหันไปกล่าวกับองครักษ์ในขณะที่กำลังใช้เท้าค่อยๆไต่ลงเนินเขาไปด้วยความระมัดระวัง

"ก็รู้ทั้งรู้ว่ารองเท้าแบบเรามันยึดเกาะอันใดไม่ได้ แล้วยิ่งไม่ได้มีอุ้งเท้าเหมือนม้าแกะแพะลาอีก ก็ยังใช้เราให้ไปหางานยากอยู่ได้"

"คุณหนูระวังนะขอรับ"

องครักษ์เอ่ยด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทางของเซียงฮวาไม่ค่อยจะสันทัดต่อการเดินบนพื้นหญ้านี้เท่าไรนัก

"อย่ามาดูถูกกันนะ หากไม่มีธรรมเนียมโบราณคร่ำครึเช่นนี้ ข้าคงถอดออกให้หมดแล้วเดินเท้าเปล่าเปลือยลงไปแน่"

องครักษ์ไปต่อไม่ถูกจึงได้เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน "เอ่อ...แล้วเรากำลังจะไปที่ใดกันหรือขอรับ" 

"พี่ชายผู้นี้ชั่งซักชั่งถามกว่าสองคนนัันนะ แต่ก็เอาเถอะ เรายังต้องอาศัยความร่วมมือกันไปอีกยาวนาน ท่านลองสอดส่องดูตีนเขานี่ดูนะ ว่าพอจะเห็นสตรีวัยปักปิ่นผู้หนึ่งนอนอาบน้ำตาอยู่ที่ใดสักที่หรือไม่ เอ้อ...แล้วก็อาจจะมีอีกหนึ่งบุรษหนุ่มด้วย"

"ขอรับ"

องครักษ์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วเดินตามหลังเซียงฮวาไปโดยไม่ปริปากถามอันใดอีกเลยสักประโยคเดียว แม้ในใจจะร่ำร้องว่าอยากเป็นคนอาสาพานางลงไปที่ตีนเขาให้ถึงเร็วๆก็เถิด

"ท่าทางอันใดของเจ้านะเด็กน้อย?"

เสียงที่คุ้นหูทำให้เซียงฮวาหันหลังกลับไปมองยังที่มา แล้วก็เป็นอันต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ 

"ท่าน..."

ดวงตาเบิกโพลงไม่ใช่เพราะว่าตกใจที่เจอเขาผู้นั้น น้ำเสียงที่เรียกด้วยความร้อนรนก็ไม่ใช่เพื่อเขาด้วยเช่นกัน แต่เป็นเพราะจังหวะที่นางหันกลับไปนั้น เท้านางดันไปเหยียบหินก้อนหนึ่งโดยไม่ทันได้ระวัง รองเท้าที่ไม่ได้ดั่งใจอยู่แล้วก็เลยนำพาให้นางลื่นแล้วกลิ้งตกลงจากเขาลงท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ด้านหลัง

"กรี๊ด!!"

"เด็กน้อย!/คุณหนู!"

เสียงกรี๊ดร้องของเซียงฮวาดังไปตลอดทั้งทางที่นางได้กลิ้งตกลงไปยังภูเขาหญ้าลูกนี้ เมื่อถึงยังตำแหน่งที่เป็นที่ราบตัวนางจึงได้หยุดการกลิ้งลงแค่นั้น

"ฮือๆ~รองเท้าก็ลื่น หญ้าก็ลื่น สุดท้ายแม่ก็ลื่นจนได้ คอยดูนะ จะจัดการให้หมดทั้งหญ้ายันคนเลย!"

เซียงฮวาถอดรองเท้าเขวี้ยงออกไปพร้อมกับที่ขยำหญ้าระบายอารมณ์โมโหของตัวเอง เสียง 'โอ้ย' ที่ดังขึ้นมา ทำให้นางเงยหน้ามองหาที่มาของเสียง

"เหมยฮวา เกาฉาย..." น้ำเสียงยินดียิ่งนักเมื่อเจอคนที่ตนเองกำลังตามหาอยู่ แต่แล้วนางก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางของคนทั้งคู่กอดกันแนบแน่นเสียยิ่งกว่าอันใด

"อ้อ...ที่แท้เป็นเด็กเช่นนี้นี่เอง ไหนไม้เรียวอยู่ไหน จะจัดการเด็กดื้อซะให้อยู่หมัดเลย"

เซียงฮวาชี้หน้าชายหญิงทั้งสองคนด้วยมืออันสั่นเทา สายตาก็มองหากิ่งไม้เล็กๆเสียให้วุ่น ประจวบกับที่เสียงเรียกหาก่อนยามที่นางจะกลิ้งตกลงมาด้านล่างดังขึ้นอีกครั้ง นางจึงได้หันเหความสนใจไปที่เขาแทน

"เด็กน้อย เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"

เสียงของหลีเฮยร้องทักขึ้นมาก่อนที่ตัวจะปรากฏเสียอีก เมื่อเขาได้มาปรากฎอยู่ในครรลองสายตาแล้ว นางจึงไม่ช้าที่จะเอ่ยฟ้อง

"ท่านลุง! บุตรสาวของท่านเป็นเช่นนี้ท่านรู้หรือไม่ ท่านมาไม่ทันเห็นภาพก่อนหน้านี้สินะ รู้หรือไม่ว่านางปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้บุรุษแตะต้องมากแค่ไหน"

หลีเฮยมองหน้าเซียงฮวาทีแล้วหันกลับไปมองยังบุตรสาวของเขาทีสลับกันไปมา คนหนึ่งพยักหน้าว่าต้องเชื่อเธอนะอีกคนกลับส่ายหน้าปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ

"ท่านต้องจัดการนะ"

"เดี๋ยวก่อนๆ นี่มันเรื่องอันใดกัน"

"เอ่อ..ไม่มีอันใดเจ้าค่ะท่านพ่อ คือว่าเสี่ยวเหมยตกลงมาจากภูเขาหญ้าลูกนี้ เกาฉายก็เลยตามลงมาช่วยลูกในทันทีเจ้าค่ะ"

เหมยฮวารีบกล่าวอธิบายก่อนที่เซียงฮวาจะเอ่ยฟ้องอันใดออกไปอีก นางถลึงตามองสหายของตนเองอย่างขู่เข็ญว่าห้ามพ่นวาจาอันใดออกมาอีกเป็นอันขาด แต่สิ่งที่ได้รับจากสหายกลับมาคือ "เชอะ!" สะบัดหน้าหนีไปทางอื่น 

หลีเฮยเมื่อเห็นเด็กสาวทั้งสองคนสะบัดหน้าใส่กันไปมาโดยไม่พูดอันใดออกมาอีก เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปให้เกาฉาย

“เอาเถอะ มีเรื่องอันใดเอาไว้คุยกันต่อที่โรงเตี๊ยม”

หลีเฮยกล่าวจบเขาก็ใช้วิชายุทธ์เคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบนเขาท่ามกลางอาการเหวอของเซียงฮวา นางกะพริบตาปริบๆแล้วเอ่ยถามเหมยฮวาอย่างตะกุกตะกัก “ละ แล้วเหตุใดข้า...ไม่ใช้วิชายุทธ์ที่มีอันน้อยนิดของข้าเคลื่อนที่ลงมากันนะ”

“เพราะว่าเจ้าโง่ไง” เหมยฮวาเน้นเสียงคำว่า ‘โง่’ ชัดเจนจนเซียงฮวาหายใจเข้าออกรัวแรงดั่งคนเป็นโรคหอบหืด แต่แท้จริงแล้วนางกำลังระบายอารมณ์โกรธออกมาต่างหาก

“โอ๊ะ! ซี๊ด…ฮึ่ม! หลังข้าก็ระบมเจ็บจนแทบจะตายอยู่แล้ว เจ้าก็ยังขว้างรองเท้ามาใส่กันอีกนะ”

“หึ! ก็เจ้ามันเป็นคนบาปไง”

กล่าวจบนางก็เดินไปหยิบรองเท้ามาใส่ จากนั้นก็ใช้พลังยุทธ์อันน้อยนิดของตนเองเคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบน เหมยฮวาเองเมื่อเซียงฮวาขึ้นไปด้านบนแล้ว นางจึงได้จากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเช่นกัน 

“พวกนางไปโกรธอันใดกันมาหรือ”

เกาฉายหัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ในขณะที่ถามคำถามนี้กับองครักษ์ของเฮยหลง ซึ่งองครักษ์ผู้นี้ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังเลยสักนิด

“เอ่อ…ไม่ทราบขอรับ”

ไม่เลยสักนิดเดียว

.

.

.

Pandanus23233

2020.11.08

เดี๋ยวตอนหน้าเนื้อเรื่องยังคงมีต่อจากตอนนี้นะคะ 

แต่กลัวว่าตอนมันจะยาวจนเกินไปเลยตัดเอาไว้ตอนหน้าค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #296 miNAMizu (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 16:22
    น้องเซียงอิจฉาน้องเหมยหล่ะสิ ก็ตัวเองยังไม่เคยได้กอดผู้อย่างจริวจังเลยนิ
    #296
    1
    • #296-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 55)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 16:29
      55555555
      ชิแมะ
      #296-1
  2. #295 mmiah (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 00:33
    สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันได้ 555555
    #295
    1
    • #295-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 55)
      9 พฤศจิกายน 2563 / 00:52
      5555555555
      #295-1
  3. #294 manbigbang (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 20:33
    หนูลูกจะตีเขา ไม่คิดถึงเวลาตัวเองหยอดผู้เลย ฮาา
    #294
    1
    • #294-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 55)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 20:58
      ใช่มะ5555
      #294-1