บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 40 : คนไม่สิ้นฤทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

แสงไฟท่ามกลางความมืดสลัวจากที่ห่างไกลสายตา เป็นเหตุให้ทหารยามที่เฝ้าป้อมปราการอยู่ต้องรีบตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อเป็นการให้นายของตนและเพื่อนพ้องทั้งหลายได้ยินกันอย่างถ้วนทั่ว

"มีผู้เดินทางกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับท่านรองแม่ทัพเหอ" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในค่ำคืนนี้อย่างรองแม่ทัพเหอ ชายหนุ่มอายุเพียง 19 หนาว แต่สามารถไต่เต้ามาได้ถึงตำแหน่งรองแม่ทัพด้วยอายุเพียงเท่านี้ ก็ก้าวเท้าขึ้นมาด้านบนป้อมปราการของเมืองเพื่อมองว่าเป็นอย่างที่ลูกน้องของตนเอ่ยออกมาหรือไม่

"ก็รู้อยู่ว่ามาในยามนี้ต้องเข้าเมืองไม่ได้แน่ หากไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลพอที่จะทำให้ให้ตนเข้าเมืองได้ยามนี้โดยไม่ถูกกักกันตัวไว้ก่อน แล้วจะเป็นผู้ใดกัน"

กล่าวจบเขาก็ยืนรออย่างใจเย็น ในหัวก็คาดเดาเอาไว้ต่างๆนานาว่าจะเป็นผู้มากอำนาจมาจากฝ่ายไหนกัน เชื้อพระวงศ์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยยศศักดิ์ หรือจ้าวแห่งยุทธภพผู้มากล้นไปด้วยอิทธิฤทธิ์

เมื่อกลุ่มคนตรงหน้าควบม้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงประตูเมืองซึ่งห่างกันมากอยู่พอสมควร แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นใบหน้ากันไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ทำให้เขาเห็นว่ากลุ่มคนที่ควบม้ามามีลักษณะเป็นจำพวกใดบ้าง 

สายตาคมกวาดมองไปรอบตัวของพวกเขาซึ่งมีชายชุดดำอยู่ล้อมรอบทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง แน่นอนแล้วว่าคงไม่พ้นผู้อารักขา โดยตรงกลางมีเด็กหนุ่มอายุราว 15 หนาวสามคน เด็กชายที่อายุน้อยลงมาหน่อยสามคน และเด็กสาวอยู่สองคน มองจากตรงนี้ก็รู้แล้วว่าไม่น่าจะใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป 

"ยามนี้ประตูเมืองยังไม่ถึงเวลาอันควรที่จะต้องเปิด ผู้มาใหม่ทั้งหลายมีกิจธุระด่วนอันใดจนต้องขอเข้าเมืองจิ่วในเวลานี้หรือ" รองแม่ทัพเหอ กล่าวถามออกไป

"ขออภัยที่ต้องขออนุญาตเข้าเมืองในยามวิกาลเช่นนี้ พอดีว่าพวกเราชาวคณะเดินทางมีผู้บาดเจ็บจากเรื่องไม่คาดฝันขึ้น จึงจำเป็นต้องขอเข้าเมืองในยามนี้เพื่อรับการรักษาจากหมอผู้มากฝีมือ ท่านพอจะอนุโลมเปิดประตูเมืองให้พวกเราเข้าไปได้หรือไม่" เหลียงหมิงจือทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีในการเจรจากับรองแม่ทัพเหอด้วยเหตุผลก่อน 

"ร้อยทั้งร้อยของผู้ขออนุญาตเดินทางเข้ามาคือเจ็บป่วย หรือไม่ก็มีธุระทางบ้านอย่างเร่งด่วน แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ หากไม่ได้ขอเข้าเมืองด้วยเหตุผลของทางราชการหรือว่ามีสัญลักษณ์อันใดมาแสดงตน ก็ไม่อาจเปิดประตูเมืองให้พวกท่านทั้งหลายเข้าเมืองได้ หรือว่ามีเล่า"

เหลียงหมิงจือยิ้มมุมปากก่อนที่จะหยิบหยกประจำตัวของตนขึ้นมา แม่ทัพเหอที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ร่อนกายลงมาจากกำแพงเมืองก่อนที่จะรับหยกจากมือขององครักษ์มาพิจารณาดูอย่างที่ถ้วน สัญลักษณ์ประจำราชวงศ์แคว้นเหลียงในรัชสมัยของเหลียงหวงตี้คนปัจจุบัน พร้อมทั้งสลักลำดับของเชื้อพระวงศ์ไว้ ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วคนผู้นี้ก็คือพระโอรสในเหลียงหวงตี้คนปัจจุบันนั้นเอง

"ถวายพระพรองค์ชายห้าพ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพเหอคำนับเขาแบบทหารเมื่อตนเองยังอยู่ในชุดเกราะ สีหน้าของเขาราบเรียบไม่ได้แสดงอารมณ์อันใดออกมาทั้งนั้น นำพาความพอใจให้แก่คนที่จดจ้องมองอยู่ยิ่งนัก

ชุดที่เขาใส่อยู่ทำให้รู้ตำแหน่งฐานะทางหน้าที่การงานอยู่บ้าง เหลียงหมิงจือจึงกล่าวให้เขาทำตัวตามสบาย "ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกท่านรองแม่ทัพ ตกลงว่าพอจะเปิดประตูเมืองให้พวกเราเข้าได้หรือไม่ ศิษย์น้องหญิงของข้าได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า แม้จะได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่อย่างไรก็จำเป็นต้องให้ท่านหมอมาดูอาการอีกที"

ศิษย์น้องหญิงที่ว่าคงไม้พ้นหนึ่งในสองคนนี้ เมื่อเขาเหลือบสายตาไปมองดูก็เห็นว่ามีแม่นางน้อยผู้หนึ่งจับผ้าเช็ดหน้าไว้ที่ข้างแก้มตลอดเวลา เมื่อพิจารณาดีๆกลับเป็นคนที่เหมือนเขาเคยรู้จักมานานแล้ว

"คุณหนูไช่?" รองแม่ทัพเหอกล่าวถามขึ้นมาด้วยควาามไม่แน่ใจ นั่นคือคุณหนูตัวน้อยผู้น่ารักของเขาหรือ เหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้ไปได้ 

"แหะๆ ก็มองอยู่ตั้งนานว่าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงดูคุ้นๆ ที่แท้ก็เป็นพี่ชายนี่เอง"

เซียงฮวาก็แอบตกใจเช่นกันที่เห็นว่าคนผู้นี้เป็นถึงรองแม่ทัพแล้ว รูปลักษณ์หรือดูองอาจมาดแมนอันใดเช่นนี้ ไม่เสียแรงที่นางเคยนับเป็นสหาย

"เช่นนั้นก็ขอเชิญทุกท่านเข้าเมืองเถิด หากท่านเจ้าเมืองถามมา กระหม่อมคงต้องยืมบารมีองค์ชายห้ามาใช้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"หึๆๆ ด้วยความยินดี"

จากนั้นประตูเมืองบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกมาให้ผู้คนทั้งหลายได้เข้ามาด้านใน สายตาของรองแม่ทัพเหอมองตามเซียงฮวาไปแทบไม่กะพริบตา หากไม่ติดว่าเขายังอยู่ในหน้าที่ ไม่แคล้วว่าเขาคงต้องควบม้าตามนางไปจนสุดทาง สหายน้อยต่างวัยของเขา

 

ณ พรรคหยิ๋นมี่

ปัง!

"ว่าอย่างไรนะ เซียงฮวาน้อยได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นหรือ พวกเจ้าดูแลนางกันเช่นไร" เฟิงหยูกล่าวถามองครักษ์ซึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ด้วยความเดือดดาด ถึงขนาดเลือดตกยางเช่นนั้นหรือ แม้แต่ยุงก็ยังไม่เคยทำให้นางต้องเสียเลือด แล้วนี่มันเป็นผู้ใดกันที่บังอาจถึงเพียงนี้

"เอ่อ...คะ คือ ข้าน้อยได้สืบความมาเบื้องต้นแล้ว แน่ชัดว่าเป็นพวกที่ต้องการโจมตีกลุ่มองค์ชายทั้งหลายมาร่วมมือกันขอรับ คุณหนูรองโดนลูกหลงจากองครักษ์ที่ต้านทานพลังไม่ไหวจนมันพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้า ตอนนี้กลุ่มเดินทางทั้งหลายได้มุ่งหน้าเจ้าเมืองจิ่วแล้วขอรับ"

"ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่านางปลอดภัยดีแล้ว ส่วนพวกเจ้าแม้ว่าโทษตายจะไม่มี แต่โทษเป็นยังอยู่ ก็หวังว่าพวกเจ้าจะไปสำเร็จโทษได้ด้วยตนเอง"

"ขอบคุณท่านรองประมุขขอรับ ข้าน้อยสมควรโดนรับโทษแล้ว" กล่าวจบเขาก็แนบหน้าผากลงที่พื้น ลมที่ผ่านตัวเขาไปทำให้ทราบว่านายของตนได้จากห้องนี้ไปแล้ว เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างอัดอั้นก่อนที่จะนอนราบไปกับพื้น

"ถือว่าท่านรองประมุขยังมีเมตตาต่อพวกเราแล้ว"

"แต่ข้าไม่"

เฮือก!

เสียงที่ดังขึ้นมาทำให้คนที่นอนราบไปที่พื้นต้องเด้งตัวขึ้นมานั่งใหม่อีกรอบ เมื่อเจ้าของเสียงเดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมกลิ่นอายแห่งโทสะคละคลุ้งไปหมด

"เตรียมตัวรับโทษอีกหนึ่งเท่าได้เลย ข้าเคยกำชับพวกเจ้าก่อนที่จะไปทำหน้าที่นี้แล้วใช่ไหม ว่าไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับคนที่ทำงานพลาด"

เสียงที่ฟังดูเยือกเย็นของเฉินยี่ ทำให้องครักษ์ผู้นี้หนาวไปถึงหัวใจ เสียงที่รับคำของเขาเบาจึงหวิวบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกในเบื้องลึกของจิตใจ

"ขอรับ ท่านประมุข"

"ดี" กล่าวจบเขาก็หายวับไปจากห้องนี้ในทันที องครักษ์ผู้นี้พลางคิด ก่อนหน้านี้โดนกลิ่นอายสังหารในพลังระดับเก้าของท่านรองประมุข ก็แทบจะทำให้เขาหัวใจวายตายอยู่แล้ว นี่โดนพลังระดับสิบของท่านประมุขเข้าไปอีก เหตุใดยังไม่ได้รับโทษ ก็ราวกับว่าเหมือนได้รับไปแล้วนะ

 

"คารวะท่านประมุข"

"ตอนนี้นางอยู่ที่ใดแล้ว" เมื่อมาถึงเมืองจิ่วยังจุดที่ลูกน้องในพรรคของเฉินยี่รออยู่ ร่างสูงก็กล่าวถามเขาขึ้นมาในทันที กลิ่นอายแห่งโทสะยังไม่ได้เลือนรางหายไปไหน ความร้อนใจที่เพิ่มเข้ามาด้วยยิ่งเป็นการโหมความหนาแน่นของพลังรอบกายให้ผู้อื่นต้องอึดใจมากขึ้นไปอีก

"ตอนนี้อยู่ที่ไร่ชาพรรคมารจื่อถานแล้วขอรับ" โดยไม่รีรอแม้แต่น้อย เมื่อลูกน้องรายงานจบ เขาก็ตีจากไปในทันที อย่างน้อยเขาก็ขอให้ได้เห็นกับตาว่านางสบายดีก่อนที่บิดาของนางจะตามมา 

ยามนี้เขามีพลังอยู่ที่ระดับสิบแล้ว เรื่องราวตั้งแต่หนหลังรวมไปถึงที่มาต่างๆ เขาล้วนกระจ่างแจ้งทุกอย่าง จะด้วยความบังเอิญหรือว่าโชคชะตาก็ตามที่ทำให้เขาได้มาเจอนางในภพนี้ ภพที่เขาต้องลงมาฝ่าด่านเคราะห์กรรม ภพที่เขาต้องทนมองนางเคียงคู่กับด้ายแดงคนใหม่ที่ไม่ใช่เขา มันยากที่จะทำใจให้มองผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ แต่เขาจะอดทน อดทนอดกลั้นที่จะไม่ไปรังควานพวกเขา อดทนเพื่อรอสักวันหนึ่งที่โอกาสนั้นมันจะเป็นของเขาบ้าง

พรึ่บ

พลังระดับสิบของเขาไม่ใช่ว่าผู้ใดจะจับสัมผัสสิ่งนี้ได้โดยง่าย เขาจึงผ่านด่านเวรยามซึ่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูมาได้ โดยที่ไม่มีผู้ใดขวางกั้นเขาได้เลยแม้ผู้เดียว ลูกน้องของเขาบอกกล่าวว่านางมาถึงที่เมืองนี้เพราะอยากเก็บใบชา ที่ที่นางจะอยู่ได้ในตอนนี้ก็คงไม่พ้นที่ไร่ชาเป็นแน่

เมื่อมาถึงที่ไร่ซึ่งมีภูเขาขนาดไม่สูงมากนัก โดยมีชาซึ่งปลูกไว้เป็นขั้นบันไดดูละลานตาจนมองไปเห็นผู้คนที่อยู่บนนั้นราวกับมด เพื่อมองหาว่านางอยู่ส่วนใดของไร่นี้ เขาจึงได้โหนกายขึ้นไปบนต้นไม้ที่สูงที่สุด แล้วกวาดสายตามองอย่างถี่ถ้วน รอยยิ้มมุมปากของเขาปรากฎขึ้นมาเมื่อเจอเป้าหมายของเขาเข้าเสียแล้ว ไม่รอช้าเขาก็ร่อนกายลงไปหานางในทันทีทันใด

"ท่าทางดูกระตือรือร้นเช่นนี้คงยังไม่สิ้นฤทธิ์เป็นแน่"

เฮือก!

เสียงตกใจของนางทำให้เขาหัวเราะเสียงต่ำขึ้นมานิดนึง สตรีผู้นี้กลายเป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อใดกันนะ แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าที่หันมาของนางมีผ้าสีขาวผันรอบใบหน้าอยู่ เขาก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อคิดได้ตนควรจะดุนางมากกว่า ที่เจ็บตัวจนเลือดตกยางออกเช่นนี้แล้วก็ยังอยากจะเก็บใบชาอยู่

"ข้ารู้ว่าเจ้ามากความสามารถพอที่จะทำให้แผลบนใบหน้าหายได้เป็นปลิดทิ้ง แต่เจ้าก็ควรจะแสร้งสะเทือนใจแล้วอยู่เพียงในห้องหอ เพื่อเก็บตัวบ้างอะไรบ้างไม่ดีกว่าหรือ"

"ท่านประมุขอ่ะ! เหตุใดถึงมาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงกันอยู่เรื่อยเลยเจ้าค่ะ ท่านคงไม่รู้ว่าข้าเป็นคนที่จิตใจบอบบางมากเพียงใด" เซียงฮวาพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดแบบที่ไม่ได้คิดอันใดมากนักว่าตนกำลังแสดงท่าทางน่าเอ็นดูกับผู้ใดอยู่ ริมฝีปากเล็กยิ้มแย้มสดใสเมื่อเจอคนรู้จักของตนเอง

"ท่านประมุขไปอย่างไงมาอย่างเจ้าคะ เหตุใดจึงมาอยู่ที่ไร่ชานี่ได้ ตอนนี้เซียงฮวากำลังช่วยท่านป้าท่านน้าทั้งหลายเก็บใบชาอยู่เลยเจ้าค่ะ นี่ก็ตะกร้าที่สองแล้วนะเจ้าคะ หวังใจว่าจะเก็บช่วยพวกเขาสักสามตะกร้า เพื่อขอแลกชาสักกาสองกาเจ้าค่ะ ฮ่าๆ"

"หึๆ ก็มาดูคนอยากเล่นซุกซน แล้วก็หากเจ้าอยากดื่มชาจริงๆ ให้ข้าเลี้ยงเจ้าก็ได้หนิ เหตุใดต้องมาตากแดดเก็บเองเช่นนี้ด้วย ดูสิหน้าแดงหมดแล้ว" กล่าวจบเขาก็เดินมาบังแดดให้นางพร้อมทั้งใช้พลังธาตุน้ำปล่อยไอเย็นของมันไปทางร่างเล็กเพื่อให้นางไม่ต้องทนร้อนมากนัก มือหนาของเขาดึงตะกร้าที่อยู่บนตัวของนางมาถือเอง

"แต่ข้าอยากเก็บนี่เจ้าค่ะ มันสนุกดีออก ว่าแต่ท่านประมุขมีพลังธาตุน้ำด้วยหรือเจ้าคะ สุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ" เซียงฮวายกนิ้วโป้งให้แล้วเก็บยอดใบชาใส่ในตะหร้าที่ร่างสูงช่วยถือตะกร้าให้

"ชาตินี้ข้าล้วนสมบูรณ์พร้อม เรื่องเดียวที่คิดว่าคงไม่สมหวังก็คงเป็นเรื่องคู่ครองกระมัง แล้วนี่ต้องเก็บเฉพาะยอดของมันใช่หรือไม่" 

เซียงฮวาไม่ได้ซักไซ้เขาต่อเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยวิธีเด็ดใบชาให้เขาฟังแทน "ใช่เจ้าค่ะ เด็ดเฉพาะยอดอ่อนให้ได้ 2-3 ใบนะเจ้าคะ"

"อือ แล้วนี่เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว สหายของเจ้าไปไหนกันหมด" 

"พวกเราแยกกันเก็บเจ้าค่ะ ส่วนเฮยหลงที่ตามมาช่วยข้าเด็ดเพิ่งเอาชาไปตาก เดี๋ยวสักพักเขาก็คงมาแล้ว" เซียงฮวา ตอบตามความเป็นจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่ไม่ได้พูดก็คือ นอกจากนาง เฮยหลง เหมยฮวา และเกาฉายแล้ว คนที่เหลือล้วนกำลังนั่งจิบชาพักผ่อนอยู่ที่เรือนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่มากนัก แม้แต่จูรุ่ยหมินเองที่ดูกระตือรือร้นจะตามมาด้วยกันกับนาง ก็ทำเพียงแค่มานั่งเสพบรรยากาศมากกว่าใช้แรงเหมือนพวกนางเสียอย่างนั้น

"แผลที่ใบหน้าเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"

เซียงฮวาหันมายิ้มให้กับคนถามก่อนที่จะตอบ "ระดับข้าแล้วไม่มีทางให้ตนเองต้องเสียโฉมแน่นอนเจ้าค่ะ ผ้าผืนนี้เพียงปิดเอาไว้เป็นพิธีเท่านั้น กลัวว่าผู้คนจะตกใจหากเห็นว่ามันหายเร็วจนเกินไป"

"เท่านี้ข้าก็เบาใจ"

"ในเมื่อข้าไม่เป็นอันใดมากก็อย่าให้ผู้ใดต้องมารับผิดชอบต่อความผิดพลาดของข้าเองเลยนะเจ้าคะ ข้ารู้นะว่าท่านกับท่านพ่อคงไม่ไว้ไมตรีต่อพี่ๆองครักษ์เป็นแน่" เซียงฮวากล่าวออกมาเสียงอ่อนนิดหนึ่ง นางรู้ว่าบุรุษสองคนนี้เอ็นดูนางยิ่งกว่าผู้ใด หากท่านประมุขมาหานางที่นี่ได้ ไม่แคล้วว่าท่านพ่อเองก็คงกำลังจะมาด้วยเช่นกัน

"เจ้าอย่าปกป้องคนที่ทำงานผิดพลาดเลย หากต่อไปไม่อยากให้ใครต้องถูกลงโทษสถานนักอีก เจ้าก็ควรจะเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ซุกซนจนทำให้ตนเองต้องเจ็บตัวอีก ได้หรือไม่"

"อุ้ย! อันนี้ยากจังเจ้าค่ะ ถ้างั้นก็ไม่ต้องมีองครักษ์เลยดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่มั่นใจว่าตนเองจะปลอดภัยทุกครั้งไปเสียด้วยสิ"

"เจ้านี่นะ…"

"เซียงฮวา" เสียงเรียกอันคุ้นหูดังขึ้นมาแต่ไกล ทำให้เซียงฮวาเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ช่วยตนเก็บใบชาอยู่ "เฮยหลงเจ้าค่ะ เหตุใดต้องตะโกนเสียงดังมาแต่ไกลเช่นนี้ด้วยนะ"

"หึ ก็คงไม่ใช่เหตุผลอื่นใด เช่นนั้นแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน ไม่แน่ว่าท่านพ่อของเจ้าคงมาถึงที่นี่แล้ว เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเจ้านั่นมักจะหวงเจ้ากับข้ามากเพียงใด เอาไว้วันหลังข้าจะแวะมาคุยเล่นด้วยใหม่"

เซียงฮวายิ้มแล้วพยักหน้ารับก่อนที่จะได้คิดอะไรได้ขึ้นมา "อ้อ ขอบคุณนะเจ้าคะที่ช่วยช่วงชิงปิ่นมาให้ สหายของข้าดูดีใจมากเลยเจ้าค่ะ"

"ข้าเต็มใจ"

.

.

.

พี่เขาเต็มใจแหละ 

มีคำผิดตรงไหนทักท้วงกันมาได้นะคะ

2020.08.20

Pandanus23233

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #326 ChaDaSay (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 13:47
    ท่านประมุขไม่บริสุทธิ์แล้ว อายุเยอะแล้วด้วย รุ่นท่านพ่อเลย ชายรองยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ ทีมชายรอง
    #326
    1
    • #326-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      12 ธันวาคม 2563 / 14:01
      55555555
      #326-1
  2. #323 4458656 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 01:22
    เลือกไม่ถูกเลยค่ะ
    ว่าจะลงเรือไหนดี
    #323
    0
  3. #290 Little_devil00 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 15:49

    อย่างน้อยก็อยากให้ได้เป็นคู่ เฉินยี่เซียงฮวา
    #290
    1
    • #290-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      5 พฤศจิกายน 2563 / 13:26
      @____@
      #290-1
  4. #266 wanniph (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 19:55
    เราเลือกไม่ถูกเลยค่ะอยากลงเรือท่านประมุขแต่กลัวว่าจะล่ม
    #266
    1
    • #266-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      16 ตุลาคม 2563 / 19:58
      อิๆๆๆๆๆ
      #266-1
  5. #193 อ่านนิยายไปวันๆ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 06:52
    เลือกไม่ถูกเอาสองคนรวมร่างกันได้มะ55555
    #193
    1
    • #193-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      21 สิงหาคม 2563 / 08:31
      5555555
      #193-1
  6. #192 AlKePh (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 01:02
    ไม่นะ อย่าทำร้ายพี่หลงงงงงง
    #192
    1
    • #192-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      21 สิงหาคม 2563 / 08:32
      เปล่าน้าา5555
      #192-1
  7. #191 metung18 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 21:11

    ใจบาง คือรักประมุข เอ็นดูอาหลง ขอแค่สุขสม ข้าก็พอใจ อิอิ
    #191
    1
    • #191-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      20 สิงหาคม 2563 / 21:20
      5555เอ็นดูววว
      #191-1
  8. #190 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 20:47
    เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ ลงลำไหนดีคะ ถึงจะถึงฝั่ง
    #190
    1
    • #190-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      20 สิงหาคม 2563 / 21:03
      555555555
      #190-1
  9. #189 Mameaw555 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 19:06
    เรือท่านประมุขก็ดูดี เรืออาหลงก็น่ารัก ทำไงดี
    #189
    1
    • #189-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      20 สิงหาคม 2563 / 19:31
      555555
      #189-1
  10. #188 ssjpkae (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 16:09
    คิอน้องคู่กับเฮยหลงใช่มั้ยคะ แงง แอบลุ้น 5555
    #188
    2
    • #188-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 40)
      20 สิงหาคม 2563 / 16:11
      เอาน่า สุดท้ายตอนจบมันต้องแฮปปี้แหละ555
      #188-1
    • #188-2 ssjpkae(จากตอนที่ 40)
      20 สิงหาคม 2563 / 16:15
      เราจะเชื่อออ 555 ติดตามต่อไปป
      #188-2