บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 39 : สิ่งที่กล้าฝันไม่ได้เป็นอย่างหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    19 ส.ค. 63

การตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าพร้อมมีชาร้อนๆกินกับขนมทานเล่นเพื่อไม่ให้ท้องมันว่างจนเกินไป พอแสงแดดอาบไล้ไปยังพืชพรรณพอให้มันไม่มีไอน้ำเกาะอยู่ แล้วค่อยลงไปสูดอากาศยามเช้าพร้อมหิ้วตะกร้าไว้ที่กลางหลัง 

จากนั้นจึงได้เริ่มเก็บยอดใบชาบนไร่ซึ่งเป็นขั้นบันไดบนพื้นที่ภูเขาทั้งลูก โดยมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีขาวมีปุยเมฆล้อแสงอาทิตย์เล่นในยามเช้า จมูกสูดรับอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดไป เก็บยอดใบชาไป

เท่านี้จริงๆที่นางฝันเอาไว้ เพียงเท่านี้จริงๆที่กล้าฝัน แต่แล้วมันก็ไม่เป็นอย่างหวัง เพราะว่าแค่เริ่มการเดินทางมันก็ไม่ใช่แล้ว 

ด้วยความที่ไร่ชาของพรรคมารจื่อถานอยู่ในเขตเมืองจิ่ว หากใช้ม้าเดินทางไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ใช้เวลาไม่เกินสองวัน แต่แล้วอย่างไร ปัญหาเรื่องเวลามันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากว่าการเดินทางครั้งนี้มีเพียงแค่เซียงฮวากับเหมยฮวาเท่านั้น 

ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากการเดินทางของพวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นโดยมีม้าเป็นพาหนะ

ปัญหาเหล่านี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพวกเขาไม่ได้หยุดค้างแรมกันที่ป่า

และปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากผู้สืบราชสันตติวงศ์ของทั้งสี่แคว้น จะไม่ยกโขยงกันมาอย่างหน้าชื่นตาบานเช่นนี้

ผลเป็นเช่นไรนะหรือ แน่นอนว่าย่อมเรียกหายนะมาสู่ตนเองอย่างที่เลี่ยงอันใดไม่ได้เลย

“มากันเยอะเช่นนี้ก็ยังอยากออกมาทักทายพวกเราอยู่นะ” เหลียงหมิงจือเหยียดยิ้มมุมปากออกมาอย่างนึกสนุก เขาไม่กลัว ไม่ใช่เพราะว่ามีองครักษ์ล้อมหน้าล้อมหลังไว้ แต่เป็นเพราะว่าเขาเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประลองกับพวกมากฝีมือของยุทธภพดูบ้างต่างหาก

เซียงฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะเบือนหน้าหนีคนผู้นี้ยิ่งนัก ใกล้ชิดกันยังไม่ถึงสามวันก็สัมผัสได้แล้วว่าเขามันเป็นคนเลือดร้อนมากเพียงใด คนธาตุไฟเป็นเช่นนี้เหมือนกันหมดหรือไม่นะ 

คิดมาถึงต้องนี้แล้วก็อยากจะตบปากตัวเองที่ไปถามพวกเขาก่อน หากไปเงียบๆกับเหมยฮวาเพียงแค่สองคน เรื่องมันก็คงไม่เป็นเช่นนี้ สุดท้ายทำให้นางต้องเดินทางโดยใช้ม้าแทน แต่ด้วยความที่ว่าแคว้นเหลียงก็เป็นแคว้นที่กว้างใหญ่ไม่แพ้แคว้นฝู ทำให้พวกเราต้องหยุดค้างแรมกันที่ป่าอยู่หนึ่งคืน จากนั้นจึงจะเริ่มเดินทางกันต่อ แต่ยังไม่ทันที่จะข้ามคืนไปด้วยซ้ำ พวกเราทั้งหมดก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์นี้เข้าเสียแล้ว

"อย่าเคร่งเครียดไปเลย นี่มันก็เป็นเพียงแค่การหยอกล้อเท่านั้น"

เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมห่าธนูพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาซึ่งกำลังยืนรวมตัวกันอยู่ ทำให้พวกเขาหลบซ้ายหลบขวากันจ้าละหวั่น องครักษ์ทั้งหมดที่ออกมาเป็นหนังหน้าไฟกั้นกลางระหว่างกลุ่มคนข้างหน้าไว้กับเหล่าเจ้านายของตน ต่างช่วยกันฟาดฟันธนูให้สิ้น

โอโห หยอกล้อ? หยอกล้อได้แรงมาก!

เซียงฮวาเมียงมองไปยังฝ่ายตรงข้ามซึ่งไม่น่าจะมีเกินสองร้อยคน การโจมตีแรกของพวกเขาเป็นธนูไม้ธรรมดาไร้การเคลือบแฝงมาด้วยพิษหรือว่าพลังธาตุอันใดทั้งสิ้น

"เซียงฮวาก้มให้ต่ำไว้นะ ระวังจะโดนธนูพุ่งเข้าใส่ ข้าจะคอยระวังไว้ให้อีกแรง"

เฮยหลงหยิบดาบของตนเองขึ้นมาอย่างกล้าหาญ สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวไม่แสดงความหวาดหวั่นให้เห็นเพียงนิด ราวกับว่าเจอเหตุการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในสถานกาณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางจะปรบมือเสียงดังให้ฟังอย่างรัวๆเลย

"เหมยฮวา เจ้ากลัวหรือไม่" ระหว่างที่นั่งจนแทบจะนอนราบไปกับพื้น นางก็ถามเหมยฮวาขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

"นิดหน่อย แต่องครักษ์มากมายเพียงนี้ไม่น่าจะเล็ดลอดมาถึงตัวเราได้นะ" 

เซียงฮวาพยักหน้ารับคำเหมยฮวาก่อนจะกล่าวถามขึ้นมาอย่างงุนงง "ว่าแต่เหตุใดจึงไม่ให้องครักษ์สักคนซัดพลังธาตุลมเข้าต้านธนูพวกนั้นเล่า"

คำพูดไม่ดังและไม่เบามากนักของเซียงฮวาทำให้ใครหลายๆคนในที่นี้ชะงัก ก่อนที่องครักษ์ซึ่งมีพลังธาตุลมจะซัดพลังเข้าต้านธนูที่ยังพุ่งเข้ามาเป็นห่าฝนไม่หยุด แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เมื่อฝั่งเซียงฮวาได้ซัดพลังธาตุลมเข้าใส่ไปแล้วแน่นอนว่าฝั่งนั้นก็ซัดธาตุลมเข้ามาร่วมต้านด้วยเช่นกัน ทำให้ตอนนี้กลายเป็นการประลองของธาตุลมโดยมีลูกธนูอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง

"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ ทำเช่นไรดี ตอนนี้ดูเหมือนว่าฝั่งนั้นจะมีพลังธาตุลมมากกว่าพวกเรา" องครักษ์นายหนึ่งกล่าวถาม เหลียงหมิงจือขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"งั้นเจอนี่หน่อยเป็นอย่างไร" กล่าวจบเหลียงหมิงจือก็รวบรวมพลังธาตุไฟของตนมาไว้ที่ฝ่ามือ ประกายที่เปล่งออกมารอบตัวเขาเป็นสีแดงฉานพร้อมกับความร้อนที่แพร่กระจายออกมาด้านข้างนิดหน่อย ทำให้จูรุ่ยหมินคนธาตุน้ำซึ่งเกลียดชังความร้อนที่สุด ต้องเดินถอยหลังออกห่างจากเขาอีกหลายก้าว

ตู้ม!

เสียงพลังที่ปล่อยออกมาดังสนั่นพอๆกับอานุภาพที่ไม่ใช่เผาไหม้ธนูเหล่านั้นให้วอดวายเพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพลังบางส่วนกลับไปยังฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย เหลียงหมิงจือแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจกับผลงานของตนเอง พลังธาตุไฟระดับหกตอนกลางของเขา หากกล่าวชมแบบไม่ลำเอียงก็ถือว่าเป็นผู้มากพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้

ตู้ม!

เหมือนเขาจะยังไม่พอใจเพียงเท่านี้ เมื่อฝ่ามือได้เรียกพลังธาตุไฟความกดดันบ่งบอกระดับอานุภาพความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะซัดไปที่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลังเล 

แต่ว่าผู้อื่นก็หาได้ไร้มือในการตอบโต้เสียเมื่อไร เมื่อพวกเขาที่เหลืออยู่ต่างเรียกพลังธาตุของตนเองออกมาไว้ที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน จากนั้นก็ซัดสาดเข้ามาทางฝั่งของเซียงฮวาชนิดที่ว่าจะเอาให้ไม่เหลือรอดชีวิตกลับไปเลยด้วยเช่นกัน เป็นเหตุให้องครักษ์บางส่วนที่ระวังหลังให้ต้องรุกเข้าไปยังแดนหน้าเพื่อที่จะได้ช่วยกันต้านพลังเหล่านั้น

"เซียงฮวา เราจะไม่ทำอะไรกันบ้างหรือ หากมันเรียกกำลังเสริมเข้ามา เราจะไม่แย่กันไปอีกหรืออย่างไร ให้คนไปตามท่านพ่อของข้ากับท่านอาของเจ้ามาช่วยดีหรือไม่"

เซียงฮวาซึ่งยกมือปิดหูอยู่ส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะตะโกนแข่งกับเสียงของคลื่นพลังดิน น้ำ ลม ไฟ ทั้งหลาย "พลังเหล่านี้ล้วนเป็นธาตุธรรมดา ศิษย์พี่ทั้งสามรวมถึงเฮยหลง เจี่ยนเฉิง และเกาฉายเองล้วนมีพลังธาตุพิเศษแฝงมาด้วยทั้งนั้น แม้ระดับมันจะไม่ได้สูงนัก แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน แต่ปัญหาตอนนี้มีอยู่ข้อเดียว…"

"อันใดหรือ"

เซียงฮวามองบนก่อนที่จะตอบเสียงรอดไรฟัน "ก็เพราะพวกเขาไม่ยอมใช้ออกมากันนะสิ กลัวว่าตนเองจะเปิดท่าไม้ตายหรืออย่างไรก็ไม่รู้"

"เช่นนั้นหรือ…พี่ใหญ่ เหตุใดท่านจึงไม่ใช้ธาตุสายฟ้าของท่านเข้าสู้พวกนั้นเล่า"

เจี่ยนเฉิงได้ยินน้องสาวฝาแฝดของตนกล่าวเช่นนั้นก็ยักไหล่ไปมาก่อนตอบ "มันหนวกหู แล้วเจ้าเล่าเฮยหลง เหตุใดไม่ใช้พลังธาตุมืดของเจ้าออกมา"

เฮยหลงมองคนถามก่อนที่จะชั่งใจนิดนึง หากเขาใช้พลังธาตุมืดตอนนี้ เซียงฮวาต้องเห็นอีกด้านของเขาที่มันโหดร้ายและป่าเถื่อนอย่างที่ควบคุมไม่ได้แน่นอน เขาไม่คิดว่าสิ่งนี้มันจะดูองอาจมากกว่าเป็นการสร้างความระทึกใจให้กับสตรีที่หมายปองหรอกนะ

"พลังธาตุมืดไม่ได้หรอก" เฮยหลงปฏิเสธออกมาเสียงแข็ง

"น้องรอง หากเจ้าไม่อยากแสดงธาตุมืดออกมาก็ไม่ควรแสดงธาตุดินออกมาด้วยนะ ขืนเจ้าใช้พลังแยกแผ่นดินให้ออกจากกัน ไม่แคล้วเจ้าจะต้องเป็นผู้ออกแรงสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับแคว้นเหลียง"

"แล้วไฟไหม้ป่าอยู่ตอนนี้เพราะฝีมือของศิษย์พี่ด้วยเช่นกัน ศิษย์พี่ต้องเป็นฝ่ายออกค่าเสียหายเองด้วยหรือไม่เจ้าคะ" เซียงฮวาลุกยืนขึ้นแล้วกล่าวถามขึ้นมาอย่างสงสัยขัดต่อสถานการณ์ตึงเครียดของเหล่าองครักษ์ แต่ตามจริงแล้วสีหน้าของทุกคนที่รอรับการปกป้องอยู่ ไม่มีผู้ใดแสดงความตึงเครียดออกมาเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าพวกเขาเติบโตกันมาอย่างไร

ตู้ม

องครักษ์ฝ่ายรับคนหนึ่งล้มลงไปกองที่พื้น เนื่องจากต้านพลังของฝ่ายตรงข้ามไม่ไหวแล้วพลอยให้ฝ่ายโจมตีที่อยู่ด้านหลังเขาโดนผลกระทบจนกระอักเลือดตามกันไปด้วย แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือพลังธาตุน้ำที่กลายสภาพจากจุดสูงสุดของการเคล้นพลังออกมา ได้หลุดเข้ามาในวงล้อมท่ามกลางความตกใจของทุกคน

เฮือก!

"เซียงฮวา/ศิษย์น้อง/คุณหนู"

ความรุนแรงของมันไม่ได้มากนัก แต่ความคมราวกับใบมีดเล่มเล็กๆได้ทำการประทุษร้ายผิวหน้าอันบอบบางของเซียงฮวาให้เกิดรอยแผลพาดอยู่ที่ข้างแก้มเป็นแนวยาว

เมื่อทุกคนเห็นว่าเซียงฮวาได้รับผลกระทบจนต้องเสียเลือด ยิ่งเป็นการกระพือความโกรธของใครให้ลุกฮือขึ้นมา เฮยหลงกัดฟันของตัวเองดังกรอดก่อนที่จะซัดพลังธาตุดินออกมาให้พื้นแยกออกจากกัน ฝั่งนั้นที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต้องตกลงไป ด้วยเพราะไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะมีพลังที่มีอานุภาพขนาดแยกแผ่นดินให้ลึกราวกับหน้าผาอันสูงชันนี้ได้ 

คนที่เหลือก็รู้สึกโกรธแทนเซียงฮวาด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงได้พากันเค้นพลังที่มือออกมาซัดฝ่ายตรงข้ามที่เหลือให้วอดวายจนสิ้น โดยเจี่ยนเฉิงได้ใช้พลังธาตุสายฟ้าของตนเองออกมา ฝูจินหลงใช้มิติธาตุขังฝ่ายตรงข้ามไว้ในมิติแห่งการลืมเลือน ส่วนเกาฉายกับจูรุ่ยหมินก็ใช้พลังธาตุบริสุทธิ์ของเขาจัดการกับฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบด้วยเช่นกัน

"ที่เหลือนี้ข้าขอจัดการเอง"

เหลียงหมิงจือยิ้มมุมปากก่อนที่จะเรียกพลังเขามาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วจัดการเผาศัตรูกลุ่มสุดท้ายให้ไหม้เป็นจุณ ทุกอย่างจึงกลับมาสงบเช่นเดิมพร้อมกับความเสียหายของพื้นที่โดยรอบ

"เซียงฮวาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง/ศิษย์น้องเป็นเช่นไรบ้าง"

สหายของเซียงฮวารวมถึงศิษย์พี่กล่าวถามนางอย่างเป็นห่วง พลังธาตุไฟที่ยังไหม้อยู่โดยรอบรวมถึงคบเพลิงในมือขององครักษ์ทำให้เห็นเลือดแดงฉานของเซียงฮวาเปรอะเปื้อนทั่วผ้าเช็ดหน้าผืนน้อย

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทุกคนข้าไม่เป็นอันใดมาก สนใจองครักษ์ที่บาดเจ็บกับสภาพแวดล้อมโดยทั่วดีกว่าเจ้าค่ะ"

"แต่ว่า…" เฮยหลงแย้งออกมาอย่างไม่ยินยอม เขาอยู่กับนางมาจะเป็นสิบปีแล้ว อย่าว่าแต่เลือดเพียงสักนิดที่เขาจะได้เห็นจากนางเลย แผลเพียงนิดเขาก็ไม่เคยเจอ แล้วนี่เลือดไหลจนชุ่มผ้าเช่นนี้จะไม่เป็นอะไรได้อย่างไรกัน

"ศิษย์น้อง เราเดินทางให้เร็วอีกหน่อยเพื่อที่จะได้หาหมอมากฝีมือสักคนในเมืองจิ่วก็ยังทันนะ ใบหน้าของสตรีสำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าเจ้าจะกล่าวว่าไม่เป็นอะไร แต่พวกเราจะนิ่งนอนใจได้อย่างไรกัน"

"นั่นสิเซียงฮวา หรือจะไปที่พรรคสาขาของพรรคจื่อถานก็ได้ ที่นั่นย่อมมีหมอที่มากฝีมืออยู่เช่นกัน เจ้ารีบเคลื่อนกายพาพวกเราไปที่นั่นเถิดนะ"

สีหน้าและคำพูดที่ดูเป็นห่วงนางเช่นนี้ของทุกคนทำให้เซียงฮวาซึ้งใจจนยิ้มออกมาคล้ายจะร้องไห้ ก่อนที่จะปฏิเสธอีกครั้งว่าไม่เป็นไรจริงๆ

"ดูคนที่เจ็บหนักก่อนเถิดเจ้าค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใยกันนะเจ้าคะ ซึ้งใจจริงๆเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นว่านางยังดื้อ เฮยหลงก็แทบอยากจะตีสักเพีี๊ยะสองเพี๊ยะ แต่เมื่อนางแสดงอาการว่าไม่เป็นไรจริงๆผ่านการดูดซับพลังทั้งหมดที่ยังหลงเหลืออยู่ตอนนี้เข้ามาไว้ที่อุ้งมือ ทุกคนจึงได้ยอมเลิกราแล้วสอบถามองครักษ์ที่เหลือว่ามีผู้ใดบาดเจ็บหนักๆอีกหรือไม่

"บาดเจ็บหนัก 30 คน ขอรับ ที่เหลือมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

"เอาเช่นไรดี จะรีบเดินทางเข้าเมืองจิ่วซึ่งข้อเสียคือเราไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าจะมีใครดักซุ่มโจมตีด้านหน้าอีกหรือไม่ หรือว่าเราจะเร่งกลับเข้าเมืองหลวงดี"

เหลียงหมิงจือผู้เป็นเจ้าบ้านกล่าวถามขึ้นมาก่อนที่สายตาของเขาจะจับจ้องไปยังใบหน้าเล็กของเซียงฮวาด้วยความเป็นห่วง เมืองหลวงแม้จะดูปลอดภัยกว่าแต่ระยะทางย่อมไกลมากกว่าเมืองจิ่วอยู่แล้ว แต่สำคัญคือเรายังไม่อาจทราบว่าบุคคลที่เข้าโจมตีพวกเขาฝ่ายต่อไปจะใช่คนที่เขาคาดการณ์เหมือนในครั้งนี้อีกหรือไม่ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนส่งคนมาจัดการเขาบ้าง แล้วอีกก็ไม่ใช่มีเพียงแค่กลุ่มคนที่หวังจะเอาชีวิตเขาเพียงผู้เดียวแน่ แม้ผลลัพท์ที่เขาคาดการณ์ไว้จะไม่ต่างนัก แต่ก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีกจนได้

"ในความคิดของข้าแล้วกลับเมืองหลวงก่อนก็ได้นะเจ้าคะ ส่วนองครักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บข้าพอจะมียาประคองอาการให้พวกเขาอยู่เจ้าค่ะ" เซียงฮวากล่าวจบแล้วก็ยื่นห่อยาออกมาไว้ด้านหน้า ก่อนที่จะส่งให้องรักษ์คนหนึ่งที่เดินเข้ามาหานางแล้วรับยาไปด้วยความนอบน้อม

"โอสถสามเม็ดแล้วเคี้ยวได้เลยในทันทีเจ้าค่ะ จะช่วยประคองอาการภายในไม่ให้บอบช้ำมากนัก" แต่หายขาดเลยต่างหาก

เมื่อองครักษ์ที่รับยาไปเคี้ยวและกลืนเพียงไม่กี่จิบชาต่อจากนั้น ร่างกายที่ร้อนราวกับไฟอยู่ๆอาการก็หายไปแบบที่ไม่รู้สึกเลยว่าเคยบาดเจ็บภายในจากการโดนพลังธาตุเข้าทำร้ายมาก่อน สร้างความตกตะลึงให้แก่พวกเขายิ่งนัก พวกเขาต่างคิดยาวิเศษณ์อันใดกัน เหตุใดจึงกินแล้วหายขาดได้เพียงนี้

"ข้อเสียของแคว้นเหลียงคือเกิดการต่อสู้กันบ่อยจนแม้แต่ทางการก็คร้านจะสนใจถ้าหากไม่มีผู้ใดเข้าไปแจ้ง ข้าจึงมั่นใจว่าทหารที่อยู่ตรงประตูเมืองจะไม่มีใครส่งคนมาดูเหตุการณ์ตรงนี้แน่ 

ดังนั้นข้าว่าเดินทางเข้าเมืองจิ่วเถิด เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องไปต่อให้สุด หากเกิดเรื่องขึ้นอีกก็แค่สู้ให้สุดตัวเท่านั้น อย่างน้อยทางข้างหน้าก็ยังใกล้กับในเมืองมากกว่าการที่เราจะเดินทางย้อนกลับไปที่เมืองหลวงซึ่งอยู่ไกลกันมากกว่า"

ฝูจินหลงเสนอความคิดเห็นออกมาบ้างซึ่งทุกคนก็เห็นพร้องและพร้อมจะเสี่ยงเดินทางไปข้างหน้าต่อไป อีกไม่กี่ชั่วยามฟ้าก็จะสว่างแล้ว ทุกคนจึงลงความเห็นว่าเมื่อผ่านประตูเมืองจิ่วเข้าไปก็จะตรงไปที่พรรคมารจื่นถานสาขาเมืองจิ่วเลยทันที เนื่องจากว่าเหมยฮวาเองก็ได้ให้บิดาตนส่งคนไปบอกแล้วว่านางจะมาพักที่นี่ นอกจากเขาจะไม่ทัดทานแล้วยังเอ่ยอนุญาตออกมาอย่างที่ไม่ได้คิดอันใดมากอีกด้วย

"เช่นนั้นเราก็เดินทางกันต่อเถิด องครักษ์ที่พอจะไหวอยู่ช่วยกันเก็บกระโจมให้เรียบร้อย" เหลียงหมิงจือสั่งงานออกมาก่อนที่จะมองดูความเสียหายโดยรอบ ตอนนี้ไฟได้ดับลงไปแล้วจากการดูดซับเข้าพลังธาตุดินของเซียงฮวา ส่วนพื้นดินที่แยกออกจากกันนั้นยังอยู่เช่นเดิม เขาจึงได้หันสายตาไปยังผู้ที่กระทำการนี้

เฮยหลงเมื่อเห็นทุกคนมองมายังเขา เขาจึงได้ใช้พลังให้แผ่นดินเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง เป็นการปิดเส้นทางให้คนใต้ล่างที่ตกลงไปได้ตายอย่างสมบูรณ์ เซียงฮวาที่ยังมีความโลกสวยอยู่ก็รู้สึกซึมเล็กน้อย อดคิดไม่ได้ว่าหากคนที่ตายไปเขายังมีครอบครัวให้ต้องดูแลอยู่จะเป็นเช่นไร แล้วถ้าหากเขามีเมียท้องแก่อยู่ด้วยละ…

หยุดคิดได้แล้ว เป็นเพราะว่าเจ้าตั้งใจจะใช้โอสถที่มาจากพลังบุบผาให้ทุกคนอย่างไรเล่า ใบหน้าเจ้าถึงได้โชกเลือดเช่นนี้

แหงะ คนน้ำใจงามก็ผิดอีก

.

.

.

ได้เท่านี้แหละค่ะฉากต่อสู้ 

ใจตอนนี้ก็ยังอยากแต่งนิยายอยู่นะคะ 

แต่ว่าก็อยากเรียนให้จบแล้วเหมือนกัน

แงๆๆ 

2020.08.19

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #185 metung18 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 13:46
    น้องยังคงโลกสวย รึป่าว5555
    #185
    1
    • #185-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 39)
      19 สิงหาคม 2563 / 13:55
      5555555
      #185-1