บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 41 : ความเปราะบางของสตรีไม่มีจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

"เซียงฮวา ท่านอาจารย์มาหาเจ้าที่นี่" ราวกับว่าเวลาถูกเซ็ทเอาไว้แล้ว เมื่อเฉินยี่จากไป เฮยหลงก็เดินเข้ามายังตรงนี้พอดี

"เมื่อสักครู่เจ้ากำลังคุยกับผู้ใดหรือ ดูคุ้นๆนะ" เฮยหลงเดินเข้ามาก็แย่งตะกร้าในมือของเซียงฮวาไปถือเอาไว้ สีหน้าเหมือนไม่ได้คาดคั้นอันใดมาก แต่ในใจกลับอยากรู้ใจแทบขาดว่านางคุยกับคนที่เขาคิดเอาไว้ใช่หรือไม่

"อ้อ ท่านประมุขนะ ท่านพ่อมาหรือ"

เฮยหลงถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพยักหน้ารับ เขานำตะกร้าชาสะพายไว้ที่หลัง จากนั้นจึงได้จับมือของเซียงฮวาไว้ แล้วพานางเดินขึ้นไปยังเขาอีกลูกหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งเรือนรับรองของไร่ชาแห่งนี้ ระหว่างทางที่เดินไปเซียงฮวาถามเขาคำ เขาก็ตอบกลับมาคำหนึ่ง จนเซียงฮวาต้องเขย่ามือเขาไปมา

"นี่เฮยหลงๆ เก็บชาวันนี้สนุกหรือไม่ เสียดายที่ไร่นี้ไม่ได้ปลูกชาเขียวด้วย เราจะได้เอาไปทำมัทฉะ มันคงจะดีนะ หากเราเอามันยัดไส้ในขนมด้วย อย่างเซาปิ่งไส้ชาเขียวเป็นไง แต่ว่ามันจะยังเรียกว่าเซาปิ่งอยู่หรือไม่นะ"

เฮยหลงหันไปมองคนที่กำลังชวนเขาคุยก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกรอบ เขาไม่ควรเลยที่จะเอาความไม่พอใจลึกๆมาเป็นอารมณ์แล้วเพิกเฉยต่อนางแบบนี้ คนที่ไม่ได้มีความผิดอะไรเลยอย่างนาง แต่กลับพยายามชวนเขาคุยทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องจะคุยมากนัก เหมือนเป็นการง้อกลายๆเช่นนี้ หากไม่เรียกว่านางใส่ใจเขาแล้วจะเรียกว่าเป็นอันใดได้อีก

"เดี๋ยวข้าจะลองหาวิธีดูก็แล้วกันนะ"

เฮือก!

"จริงหรือ เหตุใดเจ้าจึงน่ารักน่าชังถึงเพียงนี้นะ~"

 

"เซียงฮวา"

"ท่านอา" เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย เซียงฮวาก็วิ่งเข้าไปหาเขาแล้วกระโดดกอดเอวสอบของร่างสูงไว้ มาในปีนี้นางสูงถึงหน้าอกของเฟิงหยูแล้ว แม้ว่าจะตัวไม่ได้โตมากกว่าแต่ก่อนเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่สามารถอุ้มนางได้อย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

"ท่านอา~เซียงฮวาคิดถึงจังเลยเจ้าค่ะ"

"อาก็เช่นกัน แล้วนี่เป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่อารู้ข่าว อาใจหายเพียงใดเจ้ารู้หรือไม่ หืม~" กล่าวจบเขาก็ก้มตัวกอดนางอีกครั้งหนึ่ง มือลูบหัวลูบตัวนางจ้าละหวั่น

"รักษาแผลรีบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ไม่ต้องห่วงนะเจ้าค่ะ ยังไงหลานท่านก็ต้องขายออกอยู่แล้วเจ้าค่ะ ฮ่าๆ"

"นี่แนะ น่าชังนักเจ้าคนไม่สิ้นฤทธิ์ เข้ามาข้างในเรือนเถิด ตรงนี้แดดเริ่มแรงแล้ว" กล่าวจบเขาก็เดินจูงมือนางเข้าไปยังเรือนรับรองที่มีเจี่ยนเฉิง เหลียงหมิงจือ ฝูจินหลงและจูรุ่ยหมินกำลังนั่งจิบชาชมบรรยากาศอย่างสบายใจอยู่ 

เหลียงหมิงจือมองคนที่เข้ามาใหม่อย่างอึ้งๆท่าทางร่าเริงดูมีพลังล้นเหลือมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีกของนาง ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วสตรีหาใช่เพศที่อ่อนแอไม่ เช่นนั้นพวกนางจะสามารถทนความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรได้อย่างไร ความเปราะบางภายนอกของสตรีที่เคยเห็น แท้จริงแล้วมันไม่มีสินะ

"นี่ท่านอาของข้าเองเจ้าค่ะศิษย์พี่ ทำความรู้จักกันไว้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" เมื่อได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา นางก็ยิ้มอย่างสดใสแล้วเดินไปหยิบตะกร้าที่เฮยหลงวางเอาไว้อยู่ขึ้นมาถือ "มา เดี๋ยวข้าจะเอาไปตากเอง"

"ไม่ต้อง เจ้าไปนั่งพักเถอะ ใบหน้าเจ้าจะคั้นออกเป็นเลือดได้อยู่แล้ว"

"ก็ได้…โอ๊ะ! เหมยฮวา เป็นไงบ้างเก็บได้กี่ตะกร้ากัน" เซียงฮวาเมื่อเห็นสหายของตนกำลังเดินเข้ามาในเรือน นางก็เดินออกมาจากห้องรับรองแล้วร้องถามขึ้นมา ส่วนคนที่เดินขึ้นเขามาก็เหนื่อยๆยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม

"ด เดี๋ยวขอข้าพักเหนื่อยสักประเดี๋ยวนะ" กล่าวจบก็นั่งหอบหายใจเล็กน้อย

"เก็บได้เพียงตะกร้าที่ถือมานี่แหละเซียงฮวา" เกาฉายตอบคำถามของเซียงฮวาออกไปแทน ใบหน้าเขามีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะวางตะกร้าชาลงไปที่พื้น

"เจ้าอย่าลืมเอาใบชาไปตากนะเกาฉาย อุ้ยๆ ดูนั่น มีหนอนด้วย" คนที่เริ่มซนจับหนอนตัวใหญ่ขึ้นมาไว้ในอุ้งมือ สายตาของนางทอประกายวิบวับยืนยันความคิดของนางได้เป็นอย่างดีว่าเอ็นดูสิ่งที่อยู่ในมือมากเพียงใด "เหมยฮวาน่ารักไหม"

"ไหน…กรี๊ด หนอนยักษ์ เซียงฮวาอย่าเอามันเข้ามาใกล้ข้าเป็นอันขาดนะ" คนที่หายใจหอบเหนื่อยอยู่ดีดตัวขึ้นมา เมื่อสหายของนางเอาสิ่งนั้นเขามาใกล้ แล้ววิ่งไปหลบอยู่ที่หลังของเกาฉาย เซียงฮวาเมื่อรู้ว่าเหมยฮวากลัวก็ไม่ได้ดื้อดึงที่จะแกล้งนางต่อแต่อย่างใด ยิ่งเรือนนี้ตั้งอยู่บนเขาเสียด้วย หากนางวิ่งหนีแล้วกลิ้งตกลงไป สภาพคงดูไม่จืดเท่าไรนัก นางเคย นางรู้ดีว่าอารมณ์ของคนตกเขาเป็นเช่นไร 

"เกิดอันใดขึ้น" เจี่ยนเฉิงรวมถึงคนอื่นๆเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดร้องของเหมยฮวาก็เดินออกมาดูที่หน้าเรือน

"ก็…หนอนอย่างไรเล่า น้องน่ารักดีออก" นางยังยืนยันเจตนารมณ์ของนางแล้วยื่นไปให้เจี่ยนเฉิงดู เจี่ยนเฉิงผงะแล้วถอยหลังออกไปเล็กน้อย ความจริงแล้วเขาหาได้เกรงกลัวมันไม่ แต่หากว่ามันมาอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกขึ้นมา

"ศิษย์น้อง สตรีเขาไม่เล่นสิ่งนี้กันหรอก เอามาให้ศิษย์พี่เถิด ให้มันได้กลับไปอยู่ในที่ของมัน" เหลียงหมิงจือยื่นมืออกมารับหนอนในมือของเซียงฮวาด้วยใบหน้าอ่อนโยนคล้ายกำลังตะล่อมเด็กให้คล้อยตามตนเองอยู่ หนอนชนิดนี้แม้ว่าจะไม่ใช่หนอนพิษอันใด แต่เขาก็เกรงว่ามันอาจจะทำอันตรายต่อผิวอันอ่อนโยนของนางได้

เซียงฮวาเมื่อศิษย์พี่กล่าวขอกันตรงๆเช่นนี้ นางก็ยื่นไปให้เขาแต่โดยดี เหลียงหมิงจือยิ้มมุมปากให้กับความไม่ยินยอมพร้อมใจของนาง ในเวลาที่มีผ้าผืนบางซ่อนส่วนอื่นของใบหน้าเอาไว้เช่นนี้ ยิ่งเป็นการทำให้เขาจดจ้องเพียงแต่ดวงตากลมโตอันซ่อนความไม่ยินยอมพร้อมใจไว้ให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

"เอาละๆ เช่นนี้แล้วองค์ชายทั้งหลายจะเริ่มเดินทางกลับกันเมื่อไรหรือ ครั้งนี้ข้าจะได้ติดตามไปด้วย"

"ค้างที่นี่หนึ่งคืนแล้วออกเดินทางตอนเช้ามืดแบบไม่พักเลยขอรับ กลับถึงเมืองหลวงก็น่าจะเป็นช่วงเช้าๆของวันที่มีการเรียนการสอนพอดี"

เฟิงหยูพยักหน้ารับแล้วหันไปให้ความสนใจกับลูกสาวตัวน้อยของเขา "เซียงฮวา เก็บใบชาแล้วอย่างไงต่อ ยังมีพลังอีกเหลือเฟือใช่หรือไม่"

เซียงฮวาพยักหน้ารับหงึกหงักไปมาก่อนจะคิดว่าหลังจากนี้จะทำอันใดต่อดี อุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่จะทำเพียงแค่นอนกินลมชมวิวได้อย่างไร ถ้าเช่นนั้นทำที่บ้านก็ได้ใช่หรือไม่

"ไปน้ำตกอีกเมืองหนึ่งดีหรือไม่เล่า อาเคยไปอยู่ครั้งหนึ่ง งดงามจับตามากทีเดียว"

"น้ำตกหรือเจ้าคะ ไปเจ้าคะไปๆ เหมยฮวาไปหรือไม่" เซียงฮวาหันไปถามเหมยฮวาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะได้รับการพยักหน้ารับราวกับไก่จิกตอบกลับมา

"ถ้าเช่นนั้นขอเวลาหนึ่งเค่อเพื่อไปเก็บของสักเล็กน้อยนะเจ้าคะ ไปเหมยฮวา" 

"เอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนด้วยหรือไม่"

"เอาไปสิ ไปน้ำตกแต่ไม่เล่นน้ำได้อย่างไร"

เฟิงหยูมองตามสาวน้อยทั้งสองคนไปก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ การทำงานหนักแล้วยังจะฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอของเขาในหลายๆเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้เขาเหนื่อยไม่น้อย แต่เพียงแค่ได้เห็นท่าทางอันสดใสมีความสุขของนาง ความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทัังหมดราวกับโดนปลิดทิ้งไป

"ข้าไปด้วยขอรับท่านอาจารย์" เฮยหลงเดินเข้ามาขออนุญาตเขา

"แล้วแต่เจ้า"

 

"กรี๊ด"

ตู้ม!

เสียงกรี๊ดร้องพร้อมกับเสียงของหนักร่วงใส่ผืนน้ำที่ดังมาจากฝั่งตรงข้าม เป็นเหตุให้บุรุษต่างวัยอีกฝั่งหนึ่งต้องมองหน้ากันไปมาด้วยใจระทึก ภายในหัวคิดอยากจะโผล่ไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อดูให้มั่นใจว่าพวกนางเป็นอันใดกันหรือไม่ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าโดนกำชับไว้ ถ้าไม่ได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือห้ามแอบไปอีกฝั่งหนึ่งเด็ดขาด พวกเขาจึงได้แต่เล่นน้ำในฝั่งของตนเองไปเท่านั้น

"ท่านอาจารย์ขอรับ แม้แต่ท่านนางก็สั่งห้ามไม่ให้คอยเฝ้าดูแลหรือ" เฮยหลงถามเฟิงหยูที่กำลังนั่งอ่านตำราเอาหลังพิงต้นไม้ไว้อยู่ นิ้วมือเรียวขยับเปิดตำราอ่านโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนถามแต่อย่างใด เพียงแค่ผงกหัวเป็นการตอบรับเท่านั้น

"นี่เฮยหลง อย่าหาว่าข้านินทาเลยนะ ท่านอาจารย์ของเจ้าก็ไม่ต่างอันใดกับสตรีในห้องหอที่มีลูกไม้แพรวพราวเลยว่าไหม ต่อหน้าเซียงฮวาดูเป็นบุรุษผู้มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่พอหลับหลังเท่านั้นแหละ ก็ไม่ต่างอันใดกับรูปปั้นขององค์เง็กเซียนพันปีเลย โอ้ย!"

คนที่กล่าวว่าไม่อยากจะนินทาใคร แต่น้ำลายดันกระเด็นฟุ้งไปหมดอย่างเจี่ยนเฉิง ยังไม่ทันที่เฮยหลงจะได้สำเร็จโทษเขาแทนอาจารย์เสียด้วยซ้ำไป เขาก็โดนพลังไม่ทราบที่มาซัดเข้าให้จนหงายหลังจมลงไปที่ใต้น้ำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

"เป็นผู้ใดที่ทำข้า ออกมาเดี๋ยวนี้นะ" เมื่อโผล่ขึ้นมาหายใจบนน้ำได้เขาก็หันซ้ายแลขวาว่าเป็นผู้ใดที่ทำร้าย จนสายตาเลื่อนไปสบที่ใบหน้าของเฟิงหยู จึงรู้แล้วว่าที่มาของพลังสายนั้นเป็นใครกันแน่ เขาเม้มปากเพียงนิดก่อนที่จะย่อตัวลงไปที่ใต้น้ำเช่นเดิม ที่แท้การนินทาระยะเผาขนแบบที่เซียงฮวากล่าวก็เป็นเช่นนี้สินะ ดีที่ท่านน้ารองประมุขไม่ได้มีพลังธาตุไฟ ไม่เช่นนั้นขนเขาคงได้เกลี้ยงจริงๆแบบที่เซียงฮวาชื่นชอบแน่

"เอาเลยเหมยฮวา กระโดดลงมาได้เลย"

"แต่มันสูงนะ ไม่เอาหรอกข้ากลัวจม"

"ไอ~จะไปกลัวทำไม อย่างไรเสียมันก็ต้องจมอยู่แล้ว หากเจ้ากลัวมากนักเดี๋ยวข้ารอรับเจ้าอยู่ตรงนี้ก็ได้อะ แต่อย่ากระโดดเข่าคู่ใส่หน้าอกกันก็พอ"

"ถ้างั้นเอาละนะ หนึ่ง สอง สาม กรี๊ด"

ตู้ม!

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เสียงของฝั่งนั้นดังมาให้ได้ยิน เอาจริงๆตอนนี้เขาก็เกือบคิดไปแล้วนะว่าพวกนางมีกันเป็นสิบคนหรือไม่ เหตุใดจึงฟังดูสรวลเสเฮฮามากกว่าฝั่งของพวกเขาที่มีกันอยู่ตั้งหลายคนเสียอีก

"ศิษย์น้องเล่นน้ำเช่นนี้แผลจะไม่เป็นอันใดแน่หรือ" เหลียงหมิงจือกล่าวถามขึ้นมาอย่างคนที่สงสัยสุดขีด

"ไม่เป็นอันใดหรอกศิษย์พี่ เซียงฮวานางมีโอสถดี ท่านอาจจะยังไม่รู้ ความจริงแล้วแผลที่ใบหน้านางอาจจะหายแล้วด้วยซ้ำไป อุตส่าห์ปิดใบหน้าของตัวเองไว้เพราะกลัวว่าศิษย์พี่จะตกใจ กลายเป็นว่ามาตกมาตายเพราะเล่นน้ำเสียอย่างนั้น"

เจี่ยนเฉิงกล่าวตอบอย่างไม่กลัวว่ากำลังจะขายความลับของเพื่อนแต่อย่างใด นางทำสิ่งใดไว้นางคงรู้ตัวเองที่สุด

 

แค่ก! แค่ก!

"ซ เซียงฮวา ยามที่กระโดดลงมามันสนุกจริงๆเลย แม้จะรู้สึกหวิวๆใจไปนิดก็เถิด" เหมยฮวาเมื่อกระโจนขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก็ลูบหยดน้ำซึ่งเกาะอยู่ให้พ้นไปจากใบหน้าและดวงตา สายตามีชีวิตชีวาของนางนำพาให้เซียงฮวารู้สึกมีความสุขไปด้วย นางเอื้อมมือไปลูบศรีษะเหมยฮวาเบาๆเหมือนเอ็นดูน้องสาว ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ

"ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ตาม ข้าอยากให้เจ้าตักตวงเอาความรู้สึกในวัยเด็กนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด มากเท่าที่หัวใจอันบริสุทธิ์ของเจ้าในตอนนี้จะรับได้ เพราะว่าสักวันหนึ่งหากเจ้ากำลังโหยหาความสุขอยู่ สิ่งนี้ละที่ยังพอจะเป็นมธุรสมาชะโลมหัวใจที่บอบช้ำของเจ้าได้ แล้วก็…"

"อะแฮ่ม" เสียงสัญญาณเตือนของใครบางคนทำให้เซียงฮวาต้องเงียบเสียงลงพร้อมเม้มปากเอาไว้แน่น ส่วนเหมยฮวาเมื่อเห็นแววตาเศร้าซึมของสหายพร้อมคำพูดเหมือนเป็นการเตือนอะไรบางอย่าง เป็นเหตุให้นางต้องเอื้อมมือไปจับไหล่เล็กของเซียงฮวาแล้วเขย่าเบาๆ

"เซียงฮวา เป็นอันใดหรือไม่ เหตุใดอยู่ๆก็ดูซึมไปเลย"

เซียงฮวาช้อนสายตาขึ้นมามองนางก่อนที่จะส่ายหน้าไปมา บางครั้งการได้ครอบครองของวิเศษมันก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าชีวิตเราจะมีแต่ความสุขความสมหวังเสมอไปหรอกนะ การรู้อนาคตของใครล่วงหน้า แล้วยิ่งเป็นของตนเองด้วยแล้ว แท้จริงมันไม่ได้สนุกเลย

"คือ…เหมือนข้าอยู่ในโลกของตนเองตลอดเวลา กลายเป็นผู้หยั่งรู้ กลายเป็นผู้เลื่อนลอย อะไรแบบนี้เลยหรือไม่เหมยฮวา แบบว่า…เหมือนเหล่าแม่มด เหมือนชาวยิปซีอันใดประมาณนี้นะ"

"อยู่ในโลกของตนเองไหม? ก็น่าจะใช่...ว่าแต่แม่มดคืออันใดหรือ แล้วชาวซีคืออันใดกัน" สีหน้างงงวยของนางทำให้เซียงฮวาพยักหน้ารับก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา 

"ข้ารู้สึกว่าตนเองถูกจริตกับเจ้ามากเลยนะ เหตุใดเราไม่เจอกันในดินแดนที่ศิวิไลซ์กว่านี้ แม่จะพาไปตะลุยให้ครบเจ็ดย่านน้ำเลย แถมทางบกให้ด้วยอะ"

"แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่ข้าก็สัมผัสได้นะว่ามันต้องสนุกอย่างแน่นอน อุ้ย!"

"เป็นอันใดหรือ" เซียงฮวากล่าวถามเมื่อเหมยฮวาร้องออกมาเสียงเบา

"เอ่อ…ข้าปวดเบานะ" เหมยฮวาตอบด้วยน้ำเสียงเขินๆก่อนที่จะมุดตัวลงใต้น้ำ

"แน่ะๆ นั่งท่านี้คือเตรียมจะปล่อยลงในน้ำแล้วใช่ไหม หรือว่าฉี่ออกมาแล้วใช่หรือไม่"

"แหะๆ มันอั้นไม่ได้นะ เจ้าก็บอกเองว่ามันไม่ดีต่อกระเพาะปัสสาวะเรานี่ เจ้าห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดนะ"

"โอ้ย เหมยฮวา ข้าจะเอาไปเล่าให้ใครเขาฟัง เจ้านี่นะ! ถ้ามีคนรอตักน้ำใช้อยู่ล่ะ"

"ข้าขอโทษ"

 

.

.

.

อะหรือว่าแท้จริงแล้วเจี่ยนเฉิงเป็นตัวโจ๊ก55

2020年08月21日

Pandanus23233

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #327 ChaDaSay (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 14:33
    ชอบแก๊งนี้มีแต่ตัวท้อป 55555555
    #327
    0
  2. #194 metung18 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 13:58
    ไม่นะต้องไม่มีใครเป็นอะไร ต้องไม่มีใครเสียใจ
    #194
    1
    • #194-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 41)
      21 สิงหาคม 2563 / 14:19
      ไม่มีหร้อกกกก5555
      #194-1