บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 4 : เศษแก้วก็ดีเศษหน้าก็ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 778 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

ณ ดินแดนบุบผาสวรรค์

ตำหนักที่โอ่อ่าที่สุดของดินแดนนี้ มีร่างอรชรของสตรีนางหนึ่ง กำลังใช้ดวงตาคู่งามของตนจับจ้องไปที่ภาพของหนึ่งเทพวัยกลางคน และหนึ่งเด็กสาวตัวน้อย

สายตาของนางนั้นไม่ได้ห่างไปจากเด็กสาวแม้แต่เพียงลมหายใจเดียว

สายตาที่รักใคร่โอนโยนยิ่งกว่าบุบผาชนิดใดในดินแดนนี้ของนาง

ราวกับดอกไม้ทั้งดินแดนจะตอบรับไอละอองแห่งความสุขที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง เห็นได้จากที่องครักษ์หญิงหน้าตำหนักสัมผัสกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย แผ่กลิ่นหอมออกมาจากตัวของมันเอง

สององครักษ์หญิงหันหน้ามามองกัน เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา

"ท่านเทพบุบผากำลังมีความสุข"

จากนั้นก็พยักหน้าให้กัน แล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองดังเดิม เมื่อเห็นแสงสว่างจากฟากฟ้ากำลังเคลื่อนตัวมาที่ตำหนักหลังนี้

"คารวะท่านเทพแห่งดวงชะตา" สององครักษ์ทำความเคารพผู้มาใหม่

"ข้ามาขอพบท่านเทพบุบผา" กล่าวจบก็เดินเข้าตำหนักหลังงามไปทันที เนื่องจากว่าคุ้นเคยกับที่นี่ยิ่งนัก คำกล่าวขอเข้าพบก็เป็นเพียงแค่คำพูดไปตามมารยาทเท่านั้น

สตรีที่นั่งอยู่ในตำหนัก เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ก็วาดมือไปที่อากาศ กลีบดอกไม้สีชมพูที่ออกมาจากละอองเซียนก็ทำหน้าที่ตัดภาพของเด็กหญิงผู้เป็นที่มาของความสุขนางออกไป

"เป็นอย่างไรบ้างเฟยหง(妃红) ข้าทำดีหรือไม่?"

สตรีที่โดนถามยิ้มออกอย่างบางเบา "ลำบากท่านแล้ว ซือมิ่ง"

"เอย!! ลำบงลำบากอันใดกัน ข้ากลับรู้สึกว่าทำเพียงเท่านี้ ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ"

"ท่านก็รู้แก่ใจดีว่าไม่ใช่เพียงเท่านี้ หวังเพียงว่าจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน"

กล่าวจบก็หลุบตาลงต่ำ ซ่อนประกายตาหนักใจเอาไว้

เทพแห่งดวงชะตาเมื่อเห็นสตรีตรงหน้ามีท่าทางเช่นนี้อีกแล้ว ก็ให้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"เจ้าควรจะวางใจได้แล้ว อีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"

"ขอบคุณท่านยิ่งนัก"

"มิใช่เรื่องที่เกินกำลังข้าหรอก เหลือเวลาพักของข้าอีกเพียงเล็กน้อย ข้าจะขอไปที่ที่หนึ่งก่อน"

"ที่ใดกัน?"

เทพแห่งดวงชะตาเมื่อได้ยินคำถามก็ตอบออกมาด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น

"ตำหนักเทพผู้คุมมิติ"

.

.

ณ จวนเสนาบดีกรมพิธีการ

ตึกๆๆๆๆ

เสียงจ้ำเท้าเดินอย่างรวดเร็วของสตรีต่างวัยกำลังเดินตัดผ่านสวนหลักของจวนเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายอย่างโดยไว

"เร็วกว่านี้อีกเถิดอาเมี่ยว สายมากแล้ว"

เซียงฮวาหยุดขาเล็กสั้นรอคนข้างหลัง กล่าวเร่งสาวใช้ของตนที่ขายาวกว่าแท้ๆ แต่กลับเดินช้ากว่านางเป็นเท่าตัว

"ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู"

อาเมี่ยวของเซียงฮวา ขออภัยคุณหนูของตนที่ทำให้การเร่งรีบนี้ต้องล่าช้า

"เอาเถอะๆ ข้าผิดเองแหละที่ตื่นสายเอง"

ด้วยเพราะกำลังเห่อกับตำราเล่มใหม่และพลังใหม่อยู่ ทำให้เซียงฮวามานอนเอาตอนค่อนแจ้ง เป็นเหตุให้เช้านี้ตื่นสายกว่าทุกวัน

"หวังว่าจะมีคนที่ช้ากว่าข้านะ"

กล่าวเสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปยังจุดหมายปลายทาง โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป ก็เห็นพี่ใหญ่และน้องเล็กของตนเองอยู่ตรงทางเข้าเรือนหลักของจวนพอดี

"คารวะพี่ใหญ่เจ้าค่ะ"

พรึ่บ!!!!!

โอ๊ะโอ เหมือนข้าจะมาไม่ถูกเวลา

เซียงฮวาคิด หลังจากที่ตัวเองคารวะพี่ใหญ่ ทั้งพี่ใหญ่และน้องเล็กก็หัน'พรึ่บ'มามองหน้าตนทันที

"เอ่อ...อรุณสวัสดิ์ น้องเล็ก"

เซียงฮวากล่าวสวัสดียามเช้าด้วยรอยยิ้มแห้งๆ จากนั้นก็เดินตามพี่ใหญ่ที่เดินสะบัดหน้าเข้าห้องอาหารไปก่อนตนแล้ว จากนั้นปิงฮวาก็เดินเข้าไปเป็นคนสุดท้าย

.

.

เมื่อทั้งสามเข้ามายังห้องอาหารก็เห็นว่าผู้อาวุโสของบ้านนั่งประจำที่กันหมดแล้ว เหลือเพียงสามที่นั่งของคุณหนูประจำจวนเท่านั้นที่ยังว่างอยู่

"พวกเจ้านี่ชักจะเหลวไหลกันใหญ่แล้ว จะปล่อยให้ท่านปู่ รอพวกเจ้าจนถึงพรุ่งนี้เลยหรือไม่"

ไช่ฝูลี่เอ่ยตำหนิบุตรสาวทั้งสามทันทีหลังจากที่พวกนางคารวะทุกคนในนี้เสร็จ ใบหน้าที่ยังคงความคมคายเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

สามเด็กหญิงที่โดนตำหนิกันแต่เช้าพร้อมใจกันก้มหน้าชิดอกทันทีเมื่อท่านพ่อเริ่มดุแล้ว

"ยังไม่รีบกล่าวขออภัยอีก" เป็นฮูหยินใหญ่เอ่ยปากเร่งเร้าเพื่อที่จะได้ช่วยบุตรสาวตนไปในตัวด้วย

"ขออภัยเจ้าค่ะท่านปู่×3"

เสนาบดีเฒ่าไม่อยากให้เรื่องมันไปกันใหญ่ก็เอ่ยวาจาขึ้นมาให้เรื่องนี้มันจบๆไป

"เอาล่ะๆ เริ่มลงมือกินเถอะ วันนี้ยังมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าให้ทำอีกมาก"

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"

ทุกคนในตระกูลไช่ตอบรับ และเริ่มลงมือรับมื้อเช้ากันทันที

โดยปกติแล้วมีไม่บ่อยหนักที่ตระกูลไช่จะรับอาหารพร้อมๆกัน หากไม่มีเรื่องที่พิเศษอันใด ก็จะอยู่ในที่ของใครของมัน

วันนี้ที่รับประทานอาหารร่วมกัน ก็คงไม่พ้นเรื่องการตรวจสอบพลังธาตุของเมื่อวาน

บรรยากาศในห้องอาหารเงียบกริบ หากไม่มีเสียงกระทบกันของตะเกรียบ คงคิดว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องนี้

เซียงฮวาคิด จะว่าไปแล้วจวนนี้เลี้ยงดูบุตรหลานด้วยความเคร่งครัดไม่เบา อาจจะเพราะด้วยเป็นจวนกรมพิธีการกระมัง ทำให้ทุกอย่างในจวนแห่งนี้ล้วนเป็นระบบระเบียบไปหมด

พี่ใหญ่กับน้องเล็กที่อยากจะหาเรื่องกันที ยังต้องเป็นตอนที่ท่านปู่กับท่านพ่อไม่อยู่จวน 

อืม จานนี้ฮูหยินสาม

จานนี้ก็ใช่อีก

ระหว่างที่กินไป วิเคราะห์รสมือไป ก็เหลือบไปมองคนที่ทำเมนูนี้ไปด้วย สายตาของนางผู้นั้น แทบจะไม่ละไปจากท่านพ่อเลย

คิดแบบร้ายๆเลยก็คือ นางคงอยากประจบท่านพ่อด้วยการมัดกระเพาะของท่านให้อยู่หมัดกระมัง

เมื่อหันตะเกียบมาคีบอีกจานแล้วเอาเข้าปาก ก็ต้องร้อง 'หืม' ในใจเมื่อเจอรสมือที่คุ้นเคย

พอเงยหน้ามองคนที่ทำเมนูนี้ ก็เห็นว่านางยกยิ้มรอตนก่อนอยู่แล้ว โดยอาศัยจังหวะที่ตนแสร้งหยิบผ้าเช็ดปากมาซับ ก็ยกนิ้วโป้งให้นางทันที

ท่านแม่ก็แค่เป็นคนเอาใจเก่ง

จางซิ่วลี่(张秀丽)ที่เห็นว่าบุตรสาวของตนเลือกคีบแต่กับข้าวที่ตนเป็นคนทำ ก็ให้รู้สึกสุขใจแต่เช้า คีบอาหารเข้าปากด้วยใบหน้าที่สดชื่นแจ่มใส เจริญอาหารยิ่งนัก

กิริยาของแม่ลูกสองคนนี้ที่ปฏิบัติต่อกัน สร้างความเอ็นดูให้กับพวกนางยิ่งนัก ในสายตาของไช่ฝูลี่ แม้ใบหน้าคมคายจะไม่แสดงอาการใดๆออกมาก็ตาม

.

.

หลังจากจบมื้ออาหารยามเช้า เด็กสาวทั้งสามคนก็ถูกเรียกให้ไปพบกับนายท่านใหญ่ของตระกูลที่ห้องหนังสือใหญ่

"นี่คือตำราฝึกพลังธาตุพื้นฐานของพวกเจ้าทั้งสามคน ที่ตระกูลเราสามารถรวบรวมเก็บไว้ในห้องหนังสือนี้ได้"

ไช่ซิ๋งช่าน หยิบตำราฝึกพลังธาตุดิน น้ำ และไฟ ให้ทั้งสามเด็กสาวคนละเกือบสิบเล่ม

เซียงฮวาหยิบของตนเองขึ้นมาเปิดดูทีละเล่มอย่างคร่าวๆ พร้อมกับคิดกับตัวเองในใจ

ได้อ้วกแตกตายแน่เรา

"แต่เสียดายยิ่ง ที่ธาตุสายฟ้าของฮั่วเอ๋อร์หามาได้เพียงเท่านี้จริงๆ"

"เท่านี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วเจ้าค่ะ ท่านปู่"

กล่าวจบฮั่วฮวาก็ลงไปคุกเข่าขอบคุณท่านปู่เป็นการใหญ่ ทำให้อีกสองเด็กหญิงแทบจะลงไปคุกเข่าด้วยแทบไม่ทัน

บางทีการเป็นน้องนี่มันก็แย่นะ พี่ทำสิ่งใดตนก็ต้องคอยทำตาม

เซียงฮวาบ่นกับตัวเองในใจ พร้อมกับคุกเข่าขอบคุณท่านปู่อย่างทุลักทุเล เนื่องจากมื้อเช้าที่กินมากจนเกินไปนั่นเอง

"ตอนนี้พวกเจ้า 8 ขวบ อีกเพียง4 ปี ก็ต้องเข้าสำนักศึกษาแล้ว ปู่หวังว่าตำราพวกนี้จะช่วยเตรียมพื้นฐานให้พวกเจ้าไม่มากก็น้อย"

"เจ้าค่ะท่านปู่×3"

เมื่อเห็นว่าหลานๆมีแววตามุ่งมั่น คนเป็นปู่ก็พยักหน้าให้อย่างพอใจ

"ส่วนอาจารย์สอนพลังธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ปู่ได้เชิญมาไว้ให้แล้ว ขาดแต่เพียงธาตุสายฟ้าเช่นเดิมที่ยังค่อนข้างหายาก แต่ปู่จะลองถามเจ้ารองให้แล้วกัน ว่าพอจะรู้จักผู้เยี่ยมยุทธ์ในยุทธภพคนใดที่เป็นธาตุสายฟ้าบ้าง"

"เจ้าค่ะท่านปู่ อีกไม่กี่วันท่านอาก็จะกลับมาเยี่ยมที่จวนแล้ว"

"อืม เป็นเช่นนั้น แต่พวกเจ้าแม้ต้องฝึกพลังธาตุด้วย แต่ศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีก็ไม่ควรพร่อง"

"พวกเราจะไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวังเจ้าค่ะ" และยังคงเป็นฮั่วฮวาคนเดิมที่ตอบรับท่านปู่

"ถึงพวกเจ้าจะเป็นสตรี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าปู่ค่อนข้างหวังกับพวกเจ้าไว้มากทีเดียว"

.

.

ณ เรือนฮูหยินสาม

ฮึก ฮือๆๆๆๆ

"เจ้าจะโศกเศร้าเสียใจไปใยเล่า หืม"

ตงเฟยเฟย(东菲菲) ฮูหยินสามของไช่ฝูลี่เอ่ยถามบุตรีของตนที่ร้องไห้เสียใจไม่หยุด ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้หลังกลับมาจากห้องหนังสือใหญ่ก็ยิ่งหลั่งน้ำตามากกว่าเดิมเสียอีก

"ฮึก กะ..ก็ลูก..ก็ลูก ฮือออออ ลูกอิจฉานางจนคับอกไปหมดแล้วนี่เจ้าค่ะ เหตุใดนางต้องได้ดีกว่าลูกไปทุกๆอย่างเช่นนี้ ฮืออออ"

เสียงร้องโหยหวนอันเล็กจ้อยของปิงฮวาดังไปทั่วทั้งเรือนนอนของฮูหยินสาม

ฮูหยินสามที่เห็นบุตรสุดที่รักของตนเป็นเช่นนี้ก็ให้ปวดใจยิ่งนัก กล่าวปลอบนางไม่หยุด จนเสียงร้องไห้เหลือแค่เสียงสะอึกสะอื้นแทน

"ถึงนางจะมีสองธาตุ อีกทั้งธาตุที่สองยังเป็นธาตุพิเศษอีก แต่แล้วอย่างไรเล่าลูก มิใช่ท่านปู่เจ้าก็บอกเองหรอกหรือว่าทั้งอาจารย์และตำรานั้นหายากยิ่งนัก ใช่ว่ามีได้ แล้วจะสำเร็จทุกคนเสียเมื่อไร"

เสียงกระซิบที่มารดาเอ่ยบอก ทำให้ปิงฮวาบรรเทาความคับค้องใจลงได้บ้าง

"จริงหรือเจ้าคะท่านแม่"

เมื่อลูกน้อยถาม ก็พยักหน้าพร้อมกับลูบหน้า เช็ดน้ำตาให้นางด้วยความอ่อนโยน

"มีเพียงธาตุเดียวก็จริง มิสู้ฝึกให้ถึงระดับที่สูงๆเป็นอย่างไร แม่เองก็มีเพียงแค่ธาตุเดียว พี่รองเจ้าเองก็เช่นกัน"

"พี่รองผู้เอื่อยเฉื่อยคนนั้นของลูก นับเป็นอันใดได้เจ้าคะ แข่งกับนางไม่สนุกเลยสักนิด"

"ถ้างั้น แม่เขียนจดหมายให้ท่านตาของเจ้า ส่งคนตามหาตำราธาตุน้ำและอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือดีหรือไม่"

ปิงฮวาเมื่อได้ยินท่านแม่กล่าวถึงท่านตา พ่อค้าเกลือผู้ร่ำรวยในแคว้นจู(珠)ขึ้นมา ก็ให้อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมานิดๆ

ด้วยก็เพราะมีท่านตาเป็นพ่อค้านี่เอง ที่ทำให้พี่สาวคนโตของนางเหยียดหยามนางทุกเช้าค่ำ แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์ที่ตนจะได้ ก็รีบพยักหน้าตอบตกลงมารดาทันที

ก๊อกๆๆๆ

 "บ่าวเองเจ้าค่ะ นายหญิง"

เสียงบ่าวคนสนิทของฮูหยินสามดังขึ้นที่หน้าห้อง

"เข้ามาได้"

เมื่อนางเดินเข้ามาหา ใบหน้างามก็เอ่ยถามทันทีเพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่านพี่ของตนเป็นแน่ เพราะก่อนที่พวกนางแม่ลูกจะเข้ามาในเรือนนอน ได้สั่งไว้แล้วว่าถ้าหากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ต้องเข้ามารบกวน

"เอ่อ...นายท่านรองส่งคนมาบอกว่าคืนนี้นายท่านจะค้างกับ..."

"กับข้าใช่หรือไม่??"น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีกล่าวถามออกมาอย่างปิดไม่มิด

ด้วยความที่ว่างานพีธีตรวจสอบพลังธาตุเป็นงานใหญ่ ท่านพี่ของนางที่เป็นรองเสนาบดีกรมพิธีการจึงยุ่งมาก และไม่ได้ค้างคืนกับฮูหยินคนใด มาเป็นเดือนแล้ว

มาวันนี้ที่มีการรับประทานอาหารร่วมกันที่เรือนหลัก ตนจึงเข้าครัวทำอาหารเพื่อที่จะเอาใจท่านพี่ของตน ตอนรับประทานอาหารก็คอยส่งสายตาให้ตลอด ท่านพี่เองก็คงรับรู้ได้เช่นเดียวกัน

"กับฮูหยินรองเจ้าค่ะ"

เพล้ง!!!!!

.

.

.

 

Pandanus23233

2020年05月14日

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 778 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #315 Jeans-ariya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 04:14

    555 ไม่มาบอกซะยังดีกว่า รู้ไปก็เจ็บใจอะ

    #315
    0
  2. #251 Rutti003 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 09:56
    555 เห็นตำราพาอ้วกแตก ไม่สุภาพๆ
    #251
    0
  3. #187 nunpagant15 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 18:46
    ป่าท้อสิบลี่ก็มา มหาเทพตงหัว เทพชะตาซือมิ่ง
    #187
    1
    • #187-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 4)
      19 สิงหาคม 2563 / 18:56
      55555566
      #187-1
  4. #143 miyumiyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 17:27
    ว้าย ว้าย ว้ายยยยย เสียงเพล้งสุดท้ายนี่เสียงหน้านะจ๊ะ ไม่ใช่เสียงถ้วย~~
    #143
    1
    • #143-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 4)
      24 กรกฎาคม 2563 / 19:31
      55555555555
      #143-1
  5. #116 Lazy Cats (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 20:13
    แน่ใจนะ ว่า น้องเล็ก นี้มาดนางเอก นางร้ายเบอร์1 มากกว่า แล้วพี่ใหญ่เบอร์2
    #116
    0
  6. #81 Zonongsa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:36
    ว้ายยย
    #81
    0
  7. #56 Duan_1211 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 01:05
    ธาตุแท้ไปอีกจ้า
    #56
    0