บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 5 : เข้าใจวิถีก็ดีกว่าอยู่แบบกลวงๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 784 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

วันต่อมา

ณ ตำหนักเฉียงหลง(强龙)

"เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ มีผู้ใดในภทัยบ้างหรือไม่"

องค์ไท่จื่อน้อยฝูจินหลง ตรัสถามเสด็จพ่อของตนถึงพิธีการตรวจสอบพลังธาตุของเมื่อวาน ขณะที่เข้าเฝ้าอย่างเป็นปกติของทุกวัน

ฝูหวงตี้ที่ก้มพระพักตร์ กำลังตวัดพู่กันตอบฎีกาของเหล่าขุนนางอยู่ เมื่อได้ยินพระโอรสของตนถาม จึงวางพู่กันไว้บนแท่นหมึก แล้วเงยพระพักตร์สบตากับพระโอรสของตน

"เจ้าเห็นว่าอย่างไรบ้างล่ะ" ตรัสถามกับพระโอรสของตนอย่างเป็นกันเอง

"มีเข้าตาอยู่หลายคนเลยพ่ะย่ะค่ะ ขันทีที่ทำหน้าที่จดรายชื่อ ผู้ที่มีแววว่าจะสามารถฝึกเข้ากองทัพส่วนพระองค์ได้ เพิ่งส่งมาให้ลูกขึ้นนำถวายเสด็จพ่อ" กล่าวจบก็ยื่นถวายแด่เสด็จพ่อของตน

ฝูหวงตี้รับมาเปิดผ่านๆ และยื่นส่งกลับมาให้พระโอรสของตน

"พ่อไว้ใจเจ้า จัดการตามที่เห็นสมควรเถิด"

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ" ไท่จื่อน้อยคุกเข่าขอบพระทัยด้วยความนอบน้อม แล้วกลับมานั่งยังที่นั่งของตนยังก่อนหน้านี้

"ฝ่าบาท องค์ชายรองขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงขันทีขานการเข้าเฝ้าขององค์ชายรองฝูเฮยหลง

"ให้เข้ามาได้"

เสียงทรงอำนาจกล่าวอนุญาตการเข้าเฝ้าของพระโอรสคนรองของตน

"ถวายพระพรเสด็จพ่อ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี"

"มากพิธีไปใยเจ้ารอง ลุกขึ้นมานั่งข้างพี่ชายเจ้านี่" เสียงทุ้มมีอำนาจเจือแววขี้เล่นเล็กน้อยเมื่อเห็นพระโอรสทั้งสองของพระองค์อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" กล่าวจบก็ลุกขึ้นถวายพระพรเสด็จพี่ของตนต่อ

"มิใช่เมื่อวานเจ้าบอกพ่อหรอกหรือว่าจะกลับพรรคหยิ๋นมี่แล้ว"

อิริยาบทของฝูหวงตี้ ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักที่ดูสูงค่านี้ ดูผ่อนคลายและอบอุ่นขึ้นมากเลยทีเดียว

"ขอประทานอภัยที่ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันพ่ะย่ะค่ะ พอดีว่าท่านอาจารย์เพิ่งส่งจดหมายมาบอกว่าจะกลับมาเยี่ยมจวนสักสองอาทิตย์ จึงให้ลูกรั้งรออยู่ที่นี่ อย่าเพิ่งกลับพรรคพ่ะย่ะค่ะ"

ฝูหวงตี้ทอดพระเนตรพระโอรสของตน ที่มีพรรษาเพียง 8 เท่านั้น แต่กิริยาท่าทางมิได้ต่างจากผู้ใหญ่บางคนเลยแม้เพียงนิด แววพระเนตรเปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดีทั้งในด้านความสามารถ และสายสัมพันธ์ของคนในราชวง์ในยุคของพระองค์

"ดียิ่งนัก เสด็จแม่กุ้ยเฟยทรงบ่นคิดถึงเจ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มาครานี้ก็อยู่กับท่านให้ท่านคลายความคิดถึงลงบ้านเถิดหนาน้องรอง"

"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่"

กล่าวกับเสด็จพี่ของตนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ใบหน้าไม่บ่งบอกสิ่งใด

องค์ไท่จื่อน้อยที่แม้จะมีบุคลิกนิ่งเงียบ แต่ก็ไม่ถึงกับมีสีหน้าเดียวอย่างน้องรองของตนถอนหายใจดังเฮือกของมาเบาๆ

น้องรองของเขา ตั้งแต่ฝากตัวไปเป็นศิษย์ของท่านรองประมุขพรรคหยิ๋นมี่ตั้งแต่พรรษาเพียง 5 ก็กลายเป็นคนหน้านิ่ง ไม่ยิ้มและไม่ร่าเริงดังเก่าก่อนเลยแม้แต่น้อย เห็นทีรึคงโดนท่านอาจารย์ขัดเกลาทั้งยุทธ์ ทั้งจิตใจ

"อ่อ แล้วพลังธาตุของเจ้าที่วัดออกมาแล้ว ท่านอาจารย์เจ้าได้มีความเห็นอย่างไรบ้างหรือไม่"

ฝูหวงตี้ตรัสถามพระโอรสของตน ที่เมื่อวานยังไม่ได้มีโอกาสได้ถามไถ่ เพราะเห็นว่าพระโอรสของตนเร่งรีบจึงเอ่ยถามมาเลยซะเดี๋ยวนี้

"ธาตุดินของลูกมิมีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ ส่วนธาตุมืดของลูก ท่านอาจารย์เองได้บอกผ่านมาทางจดหมายแล้วว่า จะจัดการให้ด้วยตนเอง"

"อ่อ การข่าวของท่านอาจารย์เจ้าช่างรวดเร็ว"

ฝูหวงตี้ทรงพยักหน้าแล้วตรัสออกมา แต่ในความคิดของพระองค์นั้น รู้สึกว่าแคว้นฝูของพระองค์ช่างโชคดียิ่งนัก พระโอรสองค์โตผู้เป็นว่าที่ฮ่องเต้แคว้นฝูมีคนต่อไป มีพลังธาตุมิติที่หายาก ส่วนพระโอรสองค์รองที่ภายภาคหน้าตนคิดจะแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ก็ยังมีพลังธาตุมืดที่เป็นที่น่ายำเกรงให้แก่เหล่าขุนนางและศัตรูภายนอกอีก

.

.

ณ จวนเสนาบดีกรมพิธีการ

"เจ็บนิ้วไปหมดเลยอาเมี่ยว เตรียมยามาประคบให้ข้าด้วยนะ"

เซียงฮวาสั่งกับสาวใช้ของตนด้วยเสียงที่อ่อนล้า ขณะที่กำลังเดินกลับเรือนของตัวเอง หลังจากเรียนพิณร่วมกับพี่สาวน้องสาวของตนเสร็จ

"ทำไมสตรียุคนี้ไม่นิยมเป่าขลุ่ยกันนะ"

เดินไปบ่นไปเสียงเบา แต่ท่วงท่ายังคงความเรียบร้อยตามแบบฉบับคุณหนูผู้ศักดิ์

"ตอนไฮสกูลอุตส่าห์พ้นจากคลาสเรียนกีตาร์ได้แล้วแท้ๆ มานี่ยังหนีไม่พ้นพวกสายๆเป็นเส้นๆ"

เมื่อเดินมาถึงเรือนของตน อาเมี่ยวก็ประคบยาที่นิ้วให้กับเซียงฮวา

"แดงหมดเลยเจ้าค่ะคุณหนู อดทนอีกนิดนะเจ้าคะ บ่าวได้ยินมาว่าธาตุดินขึ้นชื่อในเรื่องความแข็งแกร่ง หากคุณหนูโคจรพลังธาตุได้แล้ว จะต้องช่วยตรงนี้ได้มากแน่เลยเจ้าค่ะ"

"อืม ขอบใจเจ้ามากนะอาเมี่ยว ที่ให้กำลังใจข้า เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจารย์ก็คงเดินทางมาถึง เจ้าเอาขนมกับชามาให้ข้าแล้วก็ไปพักเถอะ ข้าจะอ่านตำราพลังธาตุดินสักหน่อย"

"เจ้าค่ะ"

เมื่อสาวใช้เดินออกไปแล้วเซียงฮวาก็เดินไปหยิบตำราพลังธาตุดินทั้งกอง ที่ได้มาเมื่อวานนี้ มาไว้ที่โต๊ะหนังสือข้างริมหน้าต่าง

เรือนของเซียงฮวาอยู่ติดกับสวนดอกไม้ของจวนมากที่สุดในบรรดาสตรีทั้งหมดในจวนนี้ เนื่องจากสตรีที่เป็นใหญ่ที่สุดอย่างฮูหยินใหญ่ ดันแพ้เกสรดอกไม้ พี่ใหญ่เองก็เช่นกัน ผลบุญในครั้งนี้จึงตกมาที่คุณหนูรองอย่างเซียงฮวาแทน ระหว่างที่นั่งรอกินขนมกับดื่มชาอยู่จึงได้นั่งชมสวนตรงริมหน้าต่างไปพลางๆ

ตำราธาตุดินที่วางกองอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้ทำให้เซียงฮวาสนใจเท่ากับดอกไม้ที่ไพล่ให้นึกไปถึงตำราสวรรค์หมื่นบุบผาที่เมื่อสองคืนตนได้อ่านเลย

คืนแรกที่ตนได้ตำรามาก็งงงวยอยู่บ้างว่าตำราเล่มบางเพียงนี้ สามารถบรรจุเนื้อหาของดอกไม้ได้เป็นหมื่นดอกเชียวหรือ

และก็ยิ่งงงงวยเข้าไปอีกว่าเหตุใดพอเปิดเข้าไปอีกหลายๆหน้า กลับไม่มีตัวหนังสืออยู่เลยสักหน้า

พอลองไปอังกับไฟในโคมดู เผื่อจะเขียนด้วยน้ำมะนาว ก็ยังไม่ปรากฎสิ่งใดขึ้นมาอีก

พอลองใช้พู่กันจุ่มหมึกเขียนดู เผื่อหนังสือจะโต้ตอบตนกลับมา อย่างในแฮร์รี่พอร์ตเตอร์บ้าง ก็กลายเป็นว่าเขียนไม่ติดอีก ตอนนั้นตนยังคิดอย่างขำๆ ว่าต้องใช้ปากกาขนนกหรือเปล่าจึงจะได้ผล

คืนนั้นระหว่างที่คิดไปว่า จะทำอย่างไรจึงจะสามารถอ่านตำราเล่มนี้ได้ ในหัวเพียงชั่วแวบหนึ่งเพียงคิดขึ้นมาว่า นานแล้วทีเดียวที่ตนไม่ได้กินดอกไม้ทอด มิรู้ว่าที่ภพนี้ดอกไม้อะไรสามารถเอามาทอดกับแป้งได้บ้าง

ปรากฎว่า หนังสือที่ตนเปิดไว้จากที่ไม่มีเพียงสักตัวอักษรเดียว กลับค่อยๆไล่เรียงดอกไม้มากหน้าหลายตา หลายสี หลายสายพันธ์ุ เรียงรายเต็มไปหมด

จากตำราที่เคยบางยิ่งกว่าหน้าอกตนในภพก่อน ดันหนาขึ้นเท่าตอนที่ตนอัพซีซีขึ้นแล้วซะงั้น พออ่านหน้าหนึ่งๆจบลงไปแล้ว และตนสามารถที่จะจำได้ หน้าที่ตนเคยอ่านก็จะเลือนให้ไปราวกับว่าไม่เคยมีมาก่อน

สรุปแล้วสองคืนที่ผ่านมา ที่นางได้ลองตั้งคำถาม เพื่อให้ตำราเป็นผู้ตอบ ก็ทำให้นางได้รู้จักดอกไม้พร้อมทั้งสรรพคุณทางยาหลายๆอย่างเลยทีเดียว 

แต่แล้วอย่างไร?

มันจะเอื้อประโยชน์ในด้านการใช้พลังบุบผาของตนยังไง สิ่งนี้นางยังไม่กระจ่าง

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็ให้ถอนหายใจดังเฮือกออกมา ก็เป็นจังหวะที่อาเมี่ยวยกขนมมาให้ตนพอดี

"หนักอกหนักใจอันใดหรือเจ้าคะคุณหนู"

อาเมี่ยวถามคุณหนูของตนด้วยความเป็นห่วง

เซียงฮวามองหน้าคนถามก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ แล้วบอกให้สาวใช้ออกไปพัก

หลังจากกินขนมเพิ่มระดับน้ำตาลให้ร่างกายแล้ว เซียงฮวาก็ค่อยมีอารมณ์หยิบตำราขึ้นมาอ่านหน่อย

'ธาตุดินเพื่อการดำรงชีวิต'

"หืม แบบว่าปลูกพื้น บำรุงหน้าดินอะไรแบบนี้เหรอ?"

มือเล็กกินขนมไปด้วย พร้อมกับไล่หาอ่านหน้าปกของตำราที่ตนควรจะเรียนเป็นเล่มแรก

"เล่มนี้ 'วิถีแห่งพลังดิน' เหตุใดจึงฟังดูกำลังเข้าลัทธิอันใดสักอย่าง"

เมื่อไล่ดูทีละเล่มก็เจอแต่ตำราที่เขียนไว้เพื่อให้เข้าใจถึงพลังธาตุนี้ แต่ยังไม่เจอเล่มใดที่เป็นการฝึกเพื่อเอาพลังออกมาจากร่างกายได้เลย

"ถึงว่า ทำไมต้องมีอาจารย์มาสอน แต่ก็เอาวะ เข้าใจวิถีก็ดีกว่าอยู่แบบสมองกลวงๆ"

แล้ววันนั้นตั้งแต่ยามอู่(11.00-12.59)ถึงยามไฮ่(21.00-22.59)เซียงฮวาก็จมอยู่กับการอ่านตำราธาตุดินทั้งวัน

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月15日

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 784 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #363 Little_devil00 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 / 11:14

    น้องงงงงง
    #363
    0
  2. #306 llamame (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 17:02
    สนุกมากเลยค่ะ
    #306
    1
    • #306-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 5)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 09:51
      @__@ >__<
      #306-1
  3. #225 manbigbang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 10:35

    ชอบจินตนาการนางเอก
    #225
    0
  4. #95 meanniess (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 10:17
    ภทัย❎ พระทัย☑️
    #95
    1
    • #95-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 5)
      23 มิถุนายน 2563 / 10:19
      ขอบคุณค่ะ
      #95-1