สาปสวาท

ตอนที่ 5 : น้ำปัสสาวะกับรสชาติอาหารอันโอชะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

   ....ไม่นานคนในครัว ต่างก็เเยกเเยะไปทำหน้าที่บ่าวไพร่กันหมด เหลือเเต่ฟักที่นั่งตำใบพลู อยู่คนเดียว กลีบผกาเห็นจึงเดินเข้ามานั่งใกล้ ฟักหันไปเจอ เลยทักขึ้น

“ว่าไงล้ะ นังตัวดี มีอะไรรึ”

 ผกามองยิ้มเขินๆ เเล้วถามขึ้น “เเล้วคนเเยกย้ายไปไหนกันหมดล้ะจ้ะยาย”

ฟักพูดขึึ้น “มันก็เเยกย้ายไปทำหน้าที่ บ่าวกันนะสิ ไม่เหมือนเอ็งที่วันๆไม่ทำกะไร”

 กลีบผกาทำหน้าเซ็งที่ถูกฟักเอ็ด ไม่นานบ่าวบนเรือนคนหนึ่งเดินลงมาบอกฟัก เรื่องอาหารในวันนี้

  “เอ่อ ยายฟัก วันนี้ท่านอยากกินเเกงเรียงนะจ้ะ” ฟักได้ยินพยักหน้า

บ่าวคนนั้นพูดต่อไป “หุงข้าวไม่ต้องเยอะนะจ้ะยาย ...เพราะท่านเจ้าคุณท่านกินคนเดียว ส่วนคุณหญิงคำสร้อยต้องกินข้าวต้ม ว่าเเต่ข้าวต้มของคุณหญิงคำสร้อยเสร็จยังละจ้ะยาย”

  กลีบผกาได้ยินบทสนทนาเเล้วนึกถึงข้าวต้มของคำสร้อย ฟักพูดออกไป

“ยัง... ยังไม่เสร็จดี ถ้าเสร็จเเล้วเดี๋ยวข้าให้นังบุ้งยกไปให้คุณท่านในห้อง”

 บ่าวคนนั้นจึงรับคำ “จ้ะ นั้นชั้นไปล้ะ”

ฟักพยักหน้าเป็นเชิงรู้เรื่อง มองตามบ่าวคนนั้นไปเเล้วก็ต้องเปลี่ยนสายตามามองผกา

  ....ผกาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“นี่ไงล้ะ เพราะเอ็งคนเดียวเลยนะนังผกา คุณหญิงคำสร้อยถึงได้เป็นเยี่ยงนี้”

ผกาขี้เกลียดเถียง เเกล้งทำหน้านิ่วสำนึกผิด เเล้วได้ทีถามฟัก

“เอ่อ....ยายว่าเเต่ใครเป็นคนทำข้าวต้มให้คุณหญิงหรือจ้ะ”

ฟักสงสัยในคำพูดของผกา “เอ็งจะทำไมรึ”

กลีบผกาสะอึกไม่รู้จะพูดไรต่อ “ก็ ก็... ก็ชั้นอยากจะไปช่วยทำข้าวต้มน้ะจ้ะ ชั้นสำนึกผิดจริงๆนะ ชั้นรู้ตัวว่าชั้นทำเกินไป ชั้นก็เลยอยากจะไถ่โทษนะจ้ะ”

 ....ฟักมองหน้ากลีบผกาเเล้วทำปากล้อเลียน กลีบผกาหัวเราะ เเล้วฟักก็พยักหน้าเป็นเชิงให้กลีบผกาหันไปมอง เเม่ครัวที่ชื่อ เเม่สม เเม่ครัวชรา ที่กำลังทำกับข้าวให้คุณหญิงคำสร้อยอยู่
  ....ผกา
หันไปมอง เเล้วก็ยิ้มอย่างมีมาด วางเเผนไว้ในใจอย่างเต็มอก ยิ้มสะใจเป็นที่สุด เเล้วก็ลุกไปหาเเม่ครัวที่ชื่อสม ฟักมองตามกลีบผกาที่
เดินไปหาเเม่สมที่กำลังเคี่ยวเข้าต้มอยู่ในหม้อ กลีบผกาเดินมามองข้าวต้มในหม้อดินเผา พร้อมเอ่ยขึ้น

“โห กลิ่นหอมจังเลยจ้ะยาย คงจะอร่อยมากเเน่ๆ”

ยายสมเเม่ครัวได้ยินเข้าก็ทำท่าทีเขินอาย “เเหม...เเม่ผกาก็..ปากหวานเสียจริง”

กลีบผกาหัวเราะ “เเล้วนี่ข้าวต้มอะไรหรือจ้ะ”

ยายสมตอบอย่างเอ็นดู “ข้าวต้มปลาจ้ะ”

  ....ฟักนั่งดูกลีบผกาอยู่ห่างๆ จังหวะนี้ บ่าวเมื่อกี้ที่ลงมาหาฟักเรื่องกับข้าวก็วิ่งลงมาอีกครั้ง ด้วยท่าทีเหนื่อยๆ ฟักเห็นจึงถาม

“เอ้า เอ้า ระวัง!  ..มีอะไรอีกรึ”

บ่าวคนนั้นพูดขึ้น “ท่านเจ้าคุณให้ชั้นมาตาม ยายฟักกะยายสมจ้ะ มิรู้ว่าเรื่องกะไร”

 ...ฟักกะสมมองหน้ากันอย่างสงสัย

ฟักพูดออกไป “งั้นเรียนท่านว่าเดี๋ยวข้ากับเเม่สมจะตามขึ้นไป”

 บ่าวคนนั้นรับคำ  “จ้ะ” เเล้วเดินขึ้นไปบนเรือน

ฟักสงสัย “มีอะไรกันเเน่ๆเลย”

ยายสมพูดเสริมขึ้น “ใช่.. ร้อยวันพันปี เจ้าคุณไม่เคยเรียกให้ขึ้นไป ไหงทำไมวันนี้ถึงเรียก”

ฟักตัดบท “เออ..นั่นนะสิ ..เเต่ก็รีบขึ้นไปเถิด คงจะมีอะไรด่วนจริงๆ”

 ..ฟักเดินนำขึ้นเรือนไปก่อน เเล้วหันมา กวักมือเรียก ยายสม  

 “เเม่สม ขึ้นมาเร็วๆล้ะ เดี๋ยวท่านจะรอนาน”

 ยายสม ทักออกไป  “จ้า ”

 ....กลีบผกามองตามเเล้วหันมายิ้ม สมเห็นทีว่าจะต้องขึ้นไปหาท่านเจ้าคุณคงไม่มีใครดูข้าวต้มให้ เลยฝากวานกลีบผกา

 “เอ่อ..เเม่ผกา เห็นทียายต้องขึ้นไปหาเจ้าคุณหน่ะ นั้นยายฝากข้าวต้มของคุณหญิงคำสร้อยด้วยนะ เอ็งไม่ต้องทำกะไรมาก ยายเคี้ยวเสร็จเเล้ว เอ็งเเค่เอาข้าวต้มจากในหม้อไปใส่ถ้วยเเล้วตั้งสำรับเตรียมเอาไปให้คุณหญิงก็เป็นพอ”

  กลีบผกายิ้มรับคำ “จ้ะ ยาย เดี๋ยวชั้นจะดูตรงนี้ให้ ยายขึ้นไปหาเจ้าคุณเถิดจ้ะ”

 ..สมพยักหน้ารับคำเเล้วรีบเดินขึ้นเรือนไป กลีบผกามองตาม เเล้วหันมามองข้าวต้มในหม้อ ยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

   ...เเสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พระอาทิตย์ตก หมู่มวลจิ้งหรีดส่งเสียงเอ๊ะอะ บ่งบอกสัญญาณว่าเป็นเวลาหัวค่ำ บรรยากาศมืดๆในห้องครัว กลีบผกาดับไฟถ่านในเตาดินเผาออก เเล้วนำข้าวต้มมาใส่ในถ้วย ยิ้มหัวเราะร่า.. มองดูว่าจะทำยังไงกับข้าวต้มถ้วยนี้ดี พึมพำออกมา...

   “ข้าวต้มปลาของยายสมอาจจะอร่อยถูกปากสำหรับใครหลายคน เเต่สำหรับข้าเนี่ยมันช่างจืดชืดยิ่งนัก เห็นทีจะให้คุณหญิงคำสร้อยกินของธรรมดาๆ ...ไม่ได้เเล้วละสิ คุณหญิงคำสร้อยของอิชั้นต้องได้กินของดีเท่านั้น ...ของดีจากอีกลีบผกา  ฮ่าๆ”

   พูดจบกลีบผกาก็นึกอะไรออก เเสยะยิ้มอย่างคนชนะ เเล้วเอาข้าวต้มวางบนม้านั่งไม้ไผ่ เเล้วก็ขึ้นไปยืนบนม้านั่ง เเล้วเอาขาคร่อมถ้วยข้าวต้ม เเกะจงกระเบนออก นั่งยองๆบนถ้วยข้าวต้ม ปัสสาวะ ออกมาอย่างปลดปล่อย จนเสร็จก็มัดโจงกระเบนเเล้วลงมาจากม้านั่ง เอาช้อนคนๆข้าวต้มให้เข้ากัน เเล้วพึมพำ

  “บางที..ฉี่ของบ่าวก็อาจจะไปช่วยทำให้คุณหญิงคำสร้อยรู้สึกตัวได้เร็วขึ้นนะเจ้าค่ะ” พูดจบกลีบผกาก็หัวเราะ

  ..มือข้างหนึ่งของกลีบผกาเอาช้อนคนข้าวต้ม ให้น้ำปัสสาวะกับข้าวต้มเข้าเนื้อกัน พอคนเสร็จกลีบผกาเอาช้อนเคาะๆที่ถ้วยเพื่อไม่ให้น้ำจากช้อนกระเด็นหกเลอะเทอะ เเล้วยกข้าวต้มขึ้นมามองอย่างสะใจ

 “กินฉี่กูให้อร่อยนะ อีคำสร้อย”

เเล้วผกาก็วางจานข้าวต้ม ในถาดสำรับ เดินออกไปอย่างสง่า

   .....บนเรือนท่านเจ้าคุณกำลังคุยกับ 2 ยาย คือ ยายฟักกับยายสมเรื่องที่จะวานให้ทำอาหารต้อนรับคุณหญิงทิพยภากับเจ้าขุนกองภพ ที่จะลงมาจากเหนือเพื่อมาดูอาการของคำสร้อย เจ้าคุณพูด

  “เอ่อ คือที่ช้้นเรียกยายฟักกับยายสมมา ...ก็อยากจะเจรจาเรื่องในวันพรุ่งหน่ะ”

 ฟัก กับ สมนั่งก้มหน้า เเล้วฟักเงยหน้าพูดขึ้น “ เอ่อ เริ่มเรื่องเลยเจ้าค่ะ”

 ท่านเจ้าคุณเลยไม่รีรอพูดต่อไป

“คือยังงี้ พรุ่งนี้คุณหญิงทิพยภา เเละ เจ้าขุนกองภพ จะมาเยี่ยมเยือนที่เรือนของเราเพื่อมาดูอาการเเม่คำสร้อย ชั้นเห็นว่าเป็นการดีที่จะขอให้ยายฟัก เเละยายสมช่วยกันทำอาหารต้อนรับ คุณหญิงกับท่านขุน ถือว่าเป็นการรบกวนเกินไปไหม”

   ยายสมกับฟักมองหน้ากัน เเล้วยิ้ม สมพูดออกมา “ยินดีเจ้าค่ะ”

   ฟักเสริม “ได้เจ้าค่ะ”

 ท่านเจ้าคุณ ยิ้มนิดๆ สีหน้าเเววตาเศร้าหมอง พยักหน้ารับ “ขอบใจมาก”

   ฟักเเละสมต่างก็มองหน้ากันอย่างตื่นเต้นน...

      ....ตอนเย็นในห้องครัวข้างล่างเรือน บุ้งเดินลงมาหยิบสำรับอาหารข้าวต้มปลาของคำสร้อยเเละเดินขึ้นไปบนเรือนเพื่อที่จะนำเอาไปให้คำสร้อย กลีบผกาซึ่งเเอบมองอยู่ก็ยิ้มเย็นอย่างสะใจ บนเรือนหน้าห้องของคำสร้อย บุ้งเคาะประตู จวนเดินมาเปิด เเล้วบุ้งเสริมขึ้น

 “ข้าเอาสำรับมาให้คุณหญิงคำสร้อยตามที่เอ็งสั่ง “

 จวนได้ทีเปิดฝาถ้วยดูก็เห็นเป็นข้าวต้มปลาตามที่สั่ง ก็เลยพูดขึ้น

“ขอบใจเอ็งมาก” พูดจบ จวนก็รีบยกสำรับเข้ามาในห้อง

บุ้งได้ทีเป็นห่วงคำสร้อย เลยชะเง้อหน้าไปมอง พร้อมถามขึ้น

“เเล้วคุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นรึยัง”

 จวนได้ทีรำคาญบุ้ง ตอบกลับไปอย่างห้วนๆ

“ยัง...ยังไม่ตาย!”

พูดจบก็ผลักบุ้งออกจากบริเวณประตูเเละปิดประตูปังใส่หน้าบุ้ง บุ้งพึมพำด้วยความงง

 “อะไรกันว้ะ อุตส่าห์เป็นห่วงเเท้ๆ กลับมาปิดประตูใส่หน้ากูซะงั้น”

    บุ้งเดินเกาหัวออกไปอย่างงงๆ

   . ...บรรยากาศภายในห้องของคำสร้อยเงียบเชียบ เต็มไปด้วยความอบอุ่นของสองนายบ่าว คือจวนกับคำสร้อย ...จวนได้ทีพยุงร่างไร้สติของคำสร้อยขึ้นพิงกับหมอน เเล้วพูด

 “คุณหญิงเจ้าขา ได้เวลาทานอาหารเเล้วนะเจ้าค่ะ เดี๋ยวจวนจะป้อนให้นะเจ้าค่ะ”

คำสร้อยยังหลับตาอย่างไร้สติ ในสภาพที่ร่างนั่งพิงหมอนบนเตียง จวนหยิบสำรับอาหารขึ้นมา

     ...ในขณะนี้  มองออกไปทางหน้าต่างเเลเห็นกลีบผกา กำลังปีนต้นไม้ ต้นที่อยู่ใกล้หน้าต่างของห้องคำสร้อย กลีบผกานั่งอยู่บนกิ่งที่ชัน จะตกเเหล่ไม่ตกเเหล่ เธอไม่คิดกลัวตกต้นไม้เพราะเกิดเป็นลูกหลานชาวนา ย่อมชอบเล่นอะไรพิเลนๆ กลีบผกาห้อยโหนบนต้นไม้สักพัก เห็นจวนหยิบสำรับข้าวต้มปลาที่ตนฉี่รดลงไป ตักขึ้นกำลังจะป้อนให้เเก่คำสร้อย กลีบผกาก็เลยหยุดโหนสักพัก เเล้วจ้องมองภาพนั้นด้วยความสะใจ

 ก่อนจะพึมพำอยู่บนต้นไม้

  “ฮ่าฮ่า เวรกรรมกะไรของมึงนะ อีคำสร้อย หรือเป็นพรหมลิขิตที่ลิขิตชีวิตมึงให้มากินฉี่กู สะใจกูเสียจริง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” กลีบผกาหัวเราะอย่างสะใจ “

 จวนตักข้าวต้มปลา เข้าปากของคำสร้อย พร้อมพูด

“กินเข้าไปเยอะๆนะเจ้าค่ะ คุณหญิงจะได้มีเเรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรื่องร้ายๆ”

พูดจบก็ตักป้อนเข้าปากอีก กลีบผกามองภาพนั้นอย่างสยดสยองปนกับขยะเเขยง ทำท่าทีเหมือนจะอ้วก เเต่ก็หัวเราะร่า 

อ่านต่อตอนที่ 5

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น