สาปสวาท

ตอนที่ 4 : ระวังเถอะ! จะตายตกไปตามกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

     .. ณ บนเรือนใหญ่จวนมองคำสร้อยในสภาพสลบ นอนนิ่งอยู่บนตั่ง จวนร้องไห้น้ำตาอาบเเก้ม เป็นห่วงคำสร้อยจับใจ จวนหยิบมือของคำสร้อยมาหอมเบา เเล้วพึมพำอย่างเสียใจ

“โธ่ คุณหญิงคำสร้อยของอีจวน ทำไมโชคชะตาถึงได้กลั่นเเกล้งถึงเพียงนี้ พูดจบก็มองหน้านายทูนหัวของตน เเล้วจวนก็นึกกลีบผกา กำมือเเน่นเเค้นขึ้นมาอย่างจับจิต

 "ทั้งๆที่คนที่มีสภาพเเบบนี้น่าจะเป็นมัน ไม่ใช่คุณหญิง"
จวนวางมือของคำสร้อยลง เเล้วมองไปที่ใบหน้ากำลังไร้สติของคำสร้อย จวนมองอย่างมีมาด

 "ใครที่มันทำคุณหญิงของอีจวนเจ็บ จวนจะให้มันได้รับผลกรรมในไม่ช้า เเล้วมันจะต้องเจ็บหนักกว่าคุณหญิงของอีจวนเป็นร้อยเท่าพันเท่า"

           ....ในครัว บุ้งกับเเชล่มที่พึ่งพาผกาเข้าไปเเนะนำห้องนอน ก็เดินเข้ามา ซึ่งมียายฟัก กับ เเช่มช้อย กำลังนั่งทำกับข้าวปอกนู่นปอกนี่ตามประสาเเม่ครัว  บุ้งทักขึ้น

  “เห้ออ ข้าละสงสารคุณหญิงคำสร้อยจริงๆ เข้ามายังไม่ถึงครึ่งค่อนวัน ก็กลับกลายเป็นว่า ต้องนอนนิทราเป็นคนไร้สติสตังซะล้ะ  เเต่อีกใจ ข้าก็เห็นใจนังผกามัน... ที่เข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งวันเหมือนกัน... เเต่ก็ต้องเจอกับเรื่องเเย่ๆ

  ฟัก เเช่มช้อย ไม่สนใจนั่งปอก ตัด สับต่อไป เเชล่มจึงเสริมขึ้น

 “เเหม ยายจ๋า ยายจะไม่เเสดงความคิดเห็นอะไรหน่อยหรือจ้ะ”

ฟักได้ทีตัดบท “ข้าไม่มีอะไรจะพูด”เเต่เเช่มช้อยได้ทีเสริมขึ้น

“เเต่..จะว่าได้หรือ เเม่ผกาอะไรนั่นก็ใช่ย่อย เข้ามาถึงวันเดียวทำเรื่องเกิดขึ้นได้ขนาดนี้ ถ้าเจ้าคุณรู้นี่จะทำเยี่ยงไรนะ”

 บุ้งคิดได้ “เออ นั่นนะสิ ยาย เเล้วเราจะบอกเจ้าคุณว่ากะไรล้ะ”

ฟักครุ่นคิด ไม่มีทางเลือก “ก็คงต้องทูลท่านไปตามความจริงนั่นล้ะ”

บุ้งตกใจ “เเต่ถ้าเจ้าคุณรู้ความจริง ผกาก็เป็นคนผิดสิยาย ทั้งๆที่นังผกาไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน”

"เเล้วข้าจะไปช่วยอะไรมันได้ละนังบุ้ง มันทำตัวของมันเอง ข้าช่วยไม่ได้ดอก" ฟักพูดอย่างหัวเสีย พร้อมถอนหายใจพูดอีกหนึ่งประโยค 

"เห้อออ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด"  


  บุ้ง เเชล่ม เเช่มช้อย เเละรวมถึงฟัก เป็นห่วงกลีบผกาขึ้นมาอย่างจับใจ

         ...ไม่นานต่อมาเกวียนของท่านเจ้าคุณ จอดลงตรงข้างหน้าเรือน เอกประคองท่านเจ้าคุณลงมาท่านเจ้าคุณพูดขึ้น

   “เออ ไอ้เอก ข้าตกลงซื้อที่ดินของเจ้าหมื่นวัยวรนาทล้ะ ข้ากะว่าจะเอาที่ดินผืนนั้นมาสร้างเรือนใหม่ เอ็งเห็นว่าสมควรรึไม่”

เอกพูดติดตลก “อันนั้นก็เเล้วเเต่การตัดสินใจของท่านเจ้าคุณเถิดขอรับ พอดีว่ากระผมคงออกความเห็นอะไรมากไม่ได้”

ท่านเจ้าคุณยิ้มนิดๆ เเล้วหันหน้ามาเห็น จวนกำลังนั่งร้องไห้ตรงบันไดเรือน จึงเดินเข้าไปถาม ในสภาพที่จวนนั่งหันหลังให้

  ท่านเจ้าคุณเอ่ยเสียงขึ้นดังๆเเต่น้ำเสียงอ่อนโยน

  “เกิดอะไรขึ้น นังจวน ทำไมเอ็งถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้”

 จวนสะดุ้งรีบเช็ดน้้ำตา หันหน้ามาเห็นเป็นเจ้าคุณก็ตกใจ กลัวเจ้าคุณรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เจ้าคุณเห็นท่าทีลนๆของจวน เลยถามไป

   “เเม่คำสร้อยละ”

จวนยิ่งสะดุ้งขึไปอีก เจ้าคุณขมวดคิ้วสงสัย เดินขึ้นไปบนเรือน ตามด้วยเอก จวนมองตามอย่างใจไม่ดี  เจ้าคุณเปิดประตูเข้ามาในห้องของคำสร้อน ก็ต้องตกตะลึงในภาพที่เห็น เมื่อเห็นสภาพของคำสร้อยนอนนิทรา โดยมีผ้าพันหัวพันเอาไว้ เจ้าคุณถึงมือไม้สั่น ตะโกนก้องเรียกจวน อย่างเร่งรีบ เเละถี่มาก จวนเดินน้ำตาซึมเข้ามาในห้อง เจ้าคุณหันไปถาม พร้อมชี้ไปทางคำสร้อยที่นอนอย่างไร้สติ

 “นี่ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม .. ทำไมเเม่คำสร้อยถึง”

 จวนกระอักกระอ่วนไม่กล้าที่จะพูดความจริงออกไป เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคำสร้อยจงใจไปหาเรื่องกลีบผกาก่อน จึงบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้เเล้วเเต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ พร้อมพูดขึ้นอย่างเเสร้งๆเเต่เนียนได้ที

 “เอ่อ… คือ คุณหญิงลื่นล้มตรงกะไดเรือนเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณ” คำสร้อยพูดออกไปอย่างติดๆขัดๆ"

เจ้าคุณฟังเเล้วหันมามอง เเล้ถามออกมา

“จริงรึ”

“จริงเจ้าค่ะ”

ท่านเจ้าคุณ สีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา พูดพึมพาอย่างสลด

“โธ่ เเม่คำสร้อยของพี่”

จวนได้ทีโล่งอก ที่ท่านเจ้าคุณเชื่อในคำเท็จ  พร้อมเเต่งเรื่องต่อ

“หมอบอกให้เวลาคุณหญิงสักระยะ คุณหญิงก็จะฟื้นขึ้นมาเองเจ้าค่ะ ในระยะนี้ต้องให้อาหารที่เป็นของเหลว เจ้าค่ะ”

เจ้าคุณฟังเเล้วตื่นตันด้วยความเศร้า จับมือคำสร้อยมาหอมมาดม เเล้วมองหน้าอย่างสงสาร จวนมองอย่างซาบซึ้ง ท่านเจ้าคุณหันมาพูดเป็นเชิงไล่นิดๆ

“จวน เอ็งออกไปก่อน ข้าอยากอยู่กับคุณหญิงง”

จวน สะดุ้งจำจใจรับคำ “เอ่อ .. เจ้าค่ะ”

จวนเดินออกมาปิดประตูห้อง เดินกำมามือกลางเรือน พร้อมถอนหายใจโล่งอกอย่างดัง เเล้วพูดขึ้น

 “เกือบไปเเล้วไหมละ อีจวนเอ้ยยย” จวนเงียบสักพัก เเล้วมองอย่างเคืองเเค้น นึกถึงหน้ากลีบผกาขึ้นมา พร้อมพูด

“ที่กูบ่ายเบี่ยงเอาโทษมึงในวันนี้ ไม่ใช่เพราะกูจะช่วยมึงดอกนะ อีผกา เเต่กูไม่อยากให้คุณหญิงของกูต้องเเปลกเปลื้อนกับโทษอันเเสนจะอัปปรีย์ที่ก่อขึ้นกับมึง เเล้วการที่กูสร้างเรื่องให้มึงรอดพ้นอาญาจากเจ้าคุณก็ไม่ได้หมายความว่า มึงจะรอดพ้นอาญาจากกู กูจะลงทัณฑ์มึงให้สาสมกับที่มึงทำกับคุณหญิงของกู” 

จวนกำมือเเน่น กัดฟัน
โกธรจนตัวสั่นพูดอย่างคำรามในในคอ เสียงจวนออกมาตามไรฟัน

“อีกลีบผกา กูจะฆ่ามึงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

...ในครัว เเชล่มวิ่งเข้ามาเเล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น จนฟักเอ็ด

“นี่ เร็วๆ ข้ามีข่าวมาบอก”

คนในครัวตื่นเต้นกันยกใหญ่ เเต่ฟักเอ็ด

“นี่นังเเชล่ม มีอะไรรึ ถึงได้วิ่งเข้ามาอย่างกับม้าดีดกระโหลก เป็นสาวเป็นเเซ่เเท้ๆ”

 “เเหม ๆ ยายกะจะไม่ให้ชั้นกระโดดกระเด้งราวกับม้าได้ยังไรล่ะจ้ะ ก็ในเมื่อ นังจวนน่ะ ให้การกับเจ้าคุณว่า คุณหญิงตกกะไดหัวเเตก ไม่ได้บอกว่านังผกาเป็นคนเอาหัวคุณหญิงโขกกับต้นเสา”

    ฟักได้ที ตกตะลึงเเต่ก็โล่งอก บุ้งได้ทีก็โล่งอกเเต่สงสัยเลยพูดออกมา

“เเต่ ... นังจวนมันจะทำอย่างนั้นทำไมล้ะ ในเมื่อนังจวนมันเกลียดผกามากมายก่ายกอง เเต่ทำไมต้องให้ความเจ้าคุณเเบบเท็จ เพื่อให้นังผการอดจากอาญา”

เเช่มช้อยเสริมม  “เเหม พี่บุ้ง ถ้านังจวนมันพูดความจริงออกไป ข้าเห็นว่าคนที่โดนอาญาก็คงจะไม่ใช่เเค่นังผกาคนเดียวนะสิ เเต่คุณหญิงคำสร้อยนายสุดที่รักของมันก็จะโดนไปด้วย เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นน่ะ คุณหญิงเป็นคนเริ่มก่อน"

...บ่าวไพร่ในครัวมากมาย ต่างเห็นด้วยกับคำพูดของเเช่มช้อย ส่งเสียงเอะอะโวยวาย        ..กลีบผกาที่อยู่ในสภาพร่างกายสะอาดสะอ้านพึ่งอาบน้ำใหม่มองด้วยความเเปลกใจ พร้อมพึมพำขึ้นอย่างเชิดหยิ่ง

  “ข้าขอบใจเอ็งนะนังจวน ที่ไม่ให้ความเอาผิดข้า ดีเสียจริ๊งง สงสัยมันคงกลัวว่าคุณหญิงของมันคงจะโดนอาญาไปด้วยละสิ หึ!ลองพูดความจริงสิ มึงได้ตายตกไปตามกันเเน่” 

   ผกายิ้มอย่างสะใจที่ได้ตบคนปางตายเเบบฟรีๆ  
 

อ่านต่อตอนที่ 4

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น