สาปสวาท

ตอนที่ 6 : อะไรที่เป็นของมึง! กูจะหน้าด้านเเย่งเอามาให้ได้..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

...สักพัก ท่านเจ้าคุณได้เดินลงมาเดินเล่นที่สนามหน้าเรือน มองไปยังเรือนของคำสร้อย สะดุดตากับต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีเงาร่างของผญ.ตะคุ่มๆ อยู่เลยเดินไปดูใกล้ๆ กลีบผกายังเริงร่าหัวเราะปนสยองต่อไปที่มองเข้าไปในเรือนเเล้วเห็นคำสร้อยกินฉี่ของตนที่ถูกป้อนด้วยจวน 
     .....ไม่นานท่านเจ้าคุณเดินมาเห็นก็ตกใจ พร้อมทักขึ้นนึกว่าขโมย

 “นั่นใครน้ะ”

   ...กลีบผกาตกใจเสียหลัก สะดุ้งไปโดนกิ่งที่ชันเเละอ่อนทำให้กิ่งบนต้นไม้ที่กลีบผกานั่งนั้นตกลงมา กลีบผกาตกจากต้นไม้สูงใหญ่ เเต่โชคดีที่มีอ้อมเเขนของเจ้าคุณเข้ามารับไว้ในพริบตา 
    ...กลีบผการอดพ้นความเจ็บปวด อยู่ในอ้อมเเขนเเละสายตาของเจ้าคุณที่มองมาอย่างมีเลศนัย พอรู้สึกตัวจึงเเกล้งทำทีเขินอาย เเล้วคลายอ้อมกอดนั่นออก เจ้าคุณสลัดความเขินออกด้วยการทักถามขึ้น

“นึกว่าใคร ผกานี่เอง เเล้วมาทำอะไรที่นี่ล้ะ”

 ..กลีบผกาตอบไปอย่างตื่นเต้น

“คือ .. คืออิชั้น” พูดพลางมองไปบนเรือนคำสร้อย เเต่ก็อ้างต่อ “คืออิชั้นมาเก็บมะม่วงนะเจ้าค่ะ คือ.. คืออยากกิน”

 เจ้าคุณได้ฟังความของผกาถึงกลับหัวเราะ “มาเก็บมะม่วง เวลาสองยามเนี่ยนะหรือ”

กลีบผกาเขิน หน้าเเตกไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเลยรีบตัดบท

“เจ้าค่ะพอดีอิชั้นหิว เอ่อ ถ้าท่านเจ้าคุณไม่มีอะไรเเล้ว อิชั้นขอตัวนะเจ้าค่ะ”

   เเล้วกลีบผกาก็รีบเดินออกไป เจ้าคุณมองตามอย่างเอ็นดู เเล้วยิ้มในท่าทีดีดกระโหลกของกลีบผกา

กลีบผกาวิ่งเข้ามาในห้องนอนของตนที่ทำด้วยไม้ มีตะเกียงจุดส่องสว่าง ผกาเอากะลาตักน้ำล้างเท้าตัวเองหน้าบ้านเเล้วเดินเข้ามา เข้าไปในมุ้ง เเล้วนึกถึงภาพที่ท่านเจ้าคุณ อยู่กะตนที่ต้นมะม่วงเเล้วก็ยิ้มเขินอาย ความรัก ความลุ่มหลง ท่านเจ้าคุณก็เพิ่มทวีคูณขึ้น กลีบผกาหลับตานอนพริ้มช่างเป็นวันที่ตนมีความสุขเสียจริง คืนนั้นเป็นอีกคืนหนึ่งที่กลีบผกานอนฝันดี

     ....เช้าวันต่อมา...

    เสียงลูกนกร้องจิ๊บๆอยู่บนต้นไม้ข้างเรือนอันโอ่อ่าของเจ้าคุณสรรักษ์ ที่หน้าเรือนเเลเห็นเกวียนของคุณหญิงทิพยภา เเละเจ้าขุนกองภพจอดลง คุณหญิงก้าวลงมาจากรถพร้อมเจ้าขุน บ่าวไพร่ช่วยกันเข้าไปถือของให้ ท่านขุนกองภพประคองภรรยาของตนเดินขึ้นเรือน

   ..ไม่นานที่ห้องโถงกลางเรือน เเลเห็นคุณหญิงทิพยภา กับท่านขุนกองภพ พนมมือไหว้เจ้าคุณสรรักษ์ด้วยท่าทีนอบน้อม เจ้าคุณเห็นก็ไหว้ตอบ คุณหญิงทิพยภาเริ่มเรื่อง

  “เอ่อ ลูกสาวอิชั้น เป็นอย่างไรบ้างค่ะ คุณท่าน”

  เจ้าคุณตอบในอาการซึมเศร้า “ยังไม่ดีขึ้นเลยขอรับ คุณหญิง เเม่คำสร้อยนอนอย่างไร้สติ ไม่ขยับตัวเลยเเม้เเต่นิด”

   คุณหญิงน้ำตาซึม สงสารลูกสาวจับใจ “โธ่ คำสร้อยของเเม่...”

  ....เจ้าขุนกองภพ โอบไหล่คุณหญิงเเล้วพูดเป็นเชิงปลอบ 

“ไม่เป็นไรนะ คุณหญิง สักวันพี่เชื่อว่าสักวัน ลูกเราจะหายเป็นปกติ”

 คุณหญิงพูดอย่างร้อนใจ “เเล้วคุณพี่ต้องให้อิชั้นรออีกนานเท่าไหร่ละค่ะ ลูกเราถึงจะได้หายเป็นปกติ อิชั้นรอไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อิชั้นทำใจไม่ได้ อิชั้นรักลูก”

เจ้าขุนยิ่งปลอบมากขึ้น “คุณหญิงใช่ว่าพี่จะไม่รักลูกเสียเมื่อไหร่ล้ะ เราต้องยอมรับความจริง ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาเเล้ว ร้องไห้เสียใจไปก็คงจะไม่เกิดประโยชน์อะไร คุณหญิงต้องทำใจยอมรับ อีกไม่นานคำสร้อยลูกของเราจะต้องหายดี”

  ท่านขุนกองภพพูดจบ ก็เอามือของตนไปบีบมือของคุณหญิงทิพยภาเป็นเชิงปลอบเเละให้กำลังใจ คุณหญิงทิพยภามองหน้าท่านขุนกองภพเเล้วร้องไห้ออกมาด้วยท่าทีน่าสงสาร เจ้าคุณสรรักษ์มองภาพนั้นด้วยเเววตาเวทนายิ่ง ไม่นานคุณหญิงทิพยภาเช็ดน้ำตาออก เเล้วหันมาทางเจ้าคุณสรรักษ์พร้อมถามขึ้น

     "คุณท่าน .....อิชั้นอยากพบลูกค่ะ"

    เจ้าคุณฟังเเล้วก็พยักหน้า เเล้วลุกขึ้นเดินนำทางเป็นเชิงให้ ท่านขุนเเละคุณหญิงเดินตามไป
  ...ประตูห้องของคำสร้อยถูกเปิดออก เจ้าคุณสรรักษ์เดินมาส่งเจ้าขุนเเละคุณหญิง ที่หน้าห้องเเล้วก็เดินกับไปที่ห้องพักของตน

   ทางด้านท่านขุนกับคุณหญิงเดินเข้ามาเห็นลูกตัวเองนอนอย่างไร้สติก็ยิ่งร้องไห้

"โธ่.. ลูกเเม่"

..จวนที่นั่งพับเพียบเอาหัวเอนขึ้นไปบนเตียง ที่คอยนั่งเฝ้าอยู่ก็ได้ยินเสียงของคุณหญิงเเละเจ้าขุนก็เลยรีบตื่นขึ้นมา เเล้วหันไปก็รีบไหว้กราบ

  "คุณหญิง! เอ่อ.. ท่านขุน!"

คุณหญิงเห็นจวนเลยพูดถามขึ้น

 "เหตุการ์ณมันเป็นอย่างไรรึ ทำไมลูกของข้าถึง..." พูดยังไม่ทันจบก็สะอื้น

 จวนกะอักกะรอ่วนที่จะตอบ จนท่านขุนกองภพพูดเป็นเชิงให้จวนออกไปก่อน

 "นังจวนเอ็งออกไปก่อนไป"

จวนรับคำ "เอ่อ เจ้าค่ะ" ก่อนออกจวนก็ไม่ลืมที่จะเอาเครื่องสำรับข้าวต้มปลาของคุณหญิงที่กินเมื่อคืนออกไปด้วย เเล้วก็ออกไปนอกห้อง ท่านขุนดินมาปิดประตู เเล้วก็เดินเข้าไปลูบหลังคุณหญิงทิพยภาที่นั่งร้องไห้มาลูกตัวเองบนเตียง

    ...ด้านจวนที่กำลังเดินลงมาจากเรือน กำลังจะเอาสำรับไปเก็บ ก็เห็นกลีบผกายืนกอดอก มองอยู่.. จวนหยุดชะงักมองตอบกลีบผกา กลีบผกาสบสายตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ...เเล้วก็มองลงไปที่ข้าวต้มถ้วยนั้น พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง จวนสงสัยเลยถามออกไป

  "มึงหัวเราะกะไรอีผกา"

ผกาสวนกลับ "กูก็หัวเราะให้กับความโง่เง่าเต่าตุ่นของมึงนะสิ"

จวนฟังเเล้วก็ขึ้น เห็นว่าเหตุการ์ณคงไม่จบง่ายๆ เลยวางสำรับลงที่ขั้นบันไดเเล้วหันมาเถียง

   "ใช่กูโง่! โง่ที่จะไม่บอกความจริงกับเจ้าคุณ ที่ว่าจริงๆเเล้ว คุณหญิงไม่ได้ลื่นล้มหัวกระเเทกพื้นเเต่เป็นเพราะมึง มึงเอาหัวคุณหญิงโขกเสาเจียนตาย มึงควรสำนึกบุญคุณกูเอาไว้ด้วย ว่าที่มึงรอดจากอาญาเพราะใคร ถ้าไม่ใช่เพราะกู"

   กลีบผกาฟังเเล้วก็หัวเราะ  "เเต่ถ้ามึงเลือกที่จะเรียนความจริงไป กูก็ไม่ได้โดนอาญาคนเดียวดอกนะ อีคุณหญิงคำสร้อยของมึงก็ต้องโดนกับกูด้วย ความอัปปรีย์เมื่อมันมาเจอกันมันก็จะเหมือนเชื้อไฟกับน้ำมัน ก็เปรียบได้กับ คุณหญิงของมึงเป็นน้ำมัน ส่วนกูก็เป็นเชื้อไฟ ที่ไม่ว่าจะสาดน้ำมันใส่เเค่ไหน เเต่ไฟมันก็ต้องลุกขึ้นสู้อยู่ดี"

 จวนฟังเเล้วโมโห "อีกลีบผกา มึงกล้าเรียกคุณหญิงของกูว่าอีรึ"

กลีบผกาเบะปาก "ถ้าเอาตามความจริง ยศฐาคุณหญิงของมึงก็ไม่ได้ใหญ่โตกระไรถึงขนาดที่จะต้องกราบต้องกรานทุกเช้าเย็น.." กลีบผกายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆจวนทำหน้ากวนพร้อมกับพูดอย่างเย้ยๆ 

"ทำไมกูจะเรียกนายมึงว่าอีไม่ได้"

 จวนสุดจะทน ตบหน้าผกาเข้าอย่างเเรง พูดด้วยอารมณ์ที่ขึ้นเสียงโวยวายเต็มที่

"อีสาระเลว! มึงชักจะลามปามคุณหญิงของกูมากขึ้นทุกวันๆเเละนะ"

  ..กลีบผกาหน้าหัน เเล้วก็หันมาหาจวน จวนเห็นเลยเข้ามาจิกหัว เเล้วด่าต่อ

"มึงมันอีกุลีชั้นต่ำ หนังหน้าหนาหน้าด้านขึ้นทุกวัน... โครตพ่อโครตเเม่มึงไม่สอนรึ.. ว่าจุดจบของความหน้าด้านเนี่ย มันไม่ได้สวยเสมอไป มึงลามปามคุณหญิงกูยังไม่พอ มึงยังจะเเย่งเจ้าคุณไปจากคุณหญิงอีก ...มึงนี่มันที่สุดของความหน้าด้านเลยอีผกา"

พูดเสร็จก็ผลักหัวผกาออกอย่างเเรง ผกาหน้าคะมำเเต่ก็ลุกขึ้นมาสู้

     "กูไม่เถียงมึงดอกว่ากูหน้าด้าน เเต่กูจะบอกอะไรให้นะอีจวน ..ถึงกูจะหน้าด้าน.. เเต่กูก็หน้าด้านเฉพาะเวลาที่กูมีโอกาสเท่านั้น ..ถ้ากูมีโอกาสละก็.. เเน่นอน กูจะไม่ปล่อยโอกาสของกูให้มันหลุดลอยไปง่ายๆดอก กูจะต้องคว้าเอาไว้เท่าที่กูจะเอามาได้ เเละก็ท่องเอาไว้อยู่เสมอว่า ด้านได้อายอด"

  จวนฟังเเล้วตบอีก2ที จนผกาล้มลงไปนอน จวนเอาเท้าขึ้นมาเหยียบบนคอของผกาเเล้วพูด

         "คนเลวๆอย่างมึงอยู่บนโลกใบนี้ได้ไม่นอนดอก ไม่ช้ามึงจะต้องตาย.. ตาย ! ให้มันสาสมเพราะความหน้าด้านไร้ยางอายของมึง มึงจำไว้นะ.. เจ้าคุณรักคุณหญิงของกูยิ่งกว่ากะไรดี มึงอย่ามาเสนอหน้าเเย่งเจ้าคุณไปจากคุณหญิงของกู" 

  จวนเอาเท้าออกเเล้วก้มลงมาจิกหัวผกาเเทน เเล้วขู่ 

"เพราะเจ้าคุณไม่มีวันชายตาเเล อีลูกชาวนายากจน อย่างมึงมาทำเมียดอก"

   ....กลีบผกาสะบัดหัวออก กระชากผม จวนกลับขยี้ๆ เเล้วขึ้นค่อม

   “นั้นมึงก็คอยดูเเล้วกันนะ ว่ากูจะเเย่งท่านมาได้รึป่าว .ถึงกูจะรู้ว่าป่วยการที่จะเเย่ง เเต่กูก็จะเเย่ง!!! เเย่ง! เเย่ง! เเย่ง! หน้าด้านเเย่ง! เอามาให้ได้.. หึ!.. ลูกชาวนาอย่างกูเนี่ยทำอะไรได้มากกว่าที่มึงคิด มึงเตรียมตัวปกป้องคุณหญิงของมึงได้เลย เพราะถ้ากูได้เป็นคุณหญิงบ้านหลังนี้เมื่อไหร่ กูจะทำให้มึงกะนายมึงอยู่ไม่เป็นสุข เเน่นอน!!.." 

      ...กลีบผกากัดฟันพูดด้วยความเคียดเเค้น เเล้วก็ตบจวนกลับ จวนยิ่งฟังยิ่งหมั้นไส้ จิกหัวกลีบผกากับ ทั้งสองตบกันอย่างดุเดือดหน้าเรือนโดยที่ไม่มีใครเห็น 
     ....ไม่นานต่อสู้กันไปมาจวนได้ทีถีบผกาล้มลงอีกครั้ง หันไปมองจานข้าวต้มของคำสร้อย เลยหยิบถ้วยขึ้นมา เอาถ้วยตบหน้ากลีบผกาเข้าอย่างจัง  เสียงเเตกเป๊งง ทำให้บ่าวไพร่ในครัวได้ยิน เเล้วเห็นเลยวิ่งออกมาห้าม ฟัก เเละสม บุ้ง เเชล่มเเช่มช้อย ก็วิ่งออกมาดูเห็นเหตุการ์ณก็เลยสิ่งเข้ามายุติเหตุการ์ณ ฟักส่งเสียง
ดั
งขึ้น

 "หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! ไอพวกหมาบ้า!" ฟักเดินไปตักน้ำเเล้วเอามาราด

...ทั้งสองยังตบกันต่อ ในสภาพที่เปียกชุ่ม บุ้งเห็นว่าเริ่มเลยเถิด เลยเข้าไปห้ามผกาออกมา ส่วนเเชล่มกับเเช่มช้อยลากจวนออกมา สองคนผกาเเละจวนยังคงถีบๆ กัน ยายฟักเอ็ดขึ้น

 "ตบกันอีกเเล้ว บ้าอีกเเล้ว!.. มีเรื่องได้ทุกวัน" เเล้วหันมามองผกา

"นังผกามันเกิดไรขึ้น.."

      ผกาพูดขึ้นอย่างโกธรมาก "ก็อีจวนมันมาตบชั้นก่อนหนิยาย!"

   จวนสวน "เเล้วใครเค้าสั่งเค้าสอนให้มึงเอาหน้ามารับลูกตบกูละ"

   ..ผกาสะบัดตัวออกจากบุ้งเเล้ววิ่งเข้าไปถีบยอดหน้าจวน จวนหน้าหงาย ผกาได้ทีขึ้นคร่อมตบจวน บ่าวไพร่เชียร์กันอย่างเมามันส์ ฟักตะโกนห้ามเเต่ไม่มีใครสนใจ ด้านบุ้งเเชล่ม เเช่มช้อยก็ยืนงงงัน กับเหตุการ์ณ เจ้าคุณที่อยู่ในห้องพักได้ยินเสียงเลยออกมาดู มองจากข้างบนเรือนลงมาก็เห็นทั้งสองตบกันอย่างดุเดือด เลยตะโกนลงมา

  "หยุด.! หยุดเดี๋ยวนี้! ข้าสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้! ..ถ้าใคร่ไม่หยุดข้าจะเฆี่ยนด้วยเเส่"

  ...ทุกคนได้ยินเสียง เเม้เเต่กลีบผกากับจวน เลยมองขึ้นไปเห็นเป็นเจ้าคุณ ก็รีบกระเด้งตัวออกห่างกัน ฟัก บุ้ง สม เเชล่ม เเช่มช้อย มองอย่างหวาดเสียว บ่าวไพร่ทุกคนต่างอึ้ง เเล้วเเยกย้ายกันไปทำงาน เจ้าคุณมองสองคนนั้นด้วยเเววตาเอาเรื่อง
 

 อ่านต่อตอนที่ 6

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น