ตอนที่ 137 : ภาค2:ตอนที่ 37 งานประจำปีเจิ้งโจว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    26 มี.ค. 62

       “ฮ่ะๆๆๆ มาถึงจนได้เมืองเจิ้งโจว” จางซื่อหลงหัวเราะร่าเมื่อพ้นเขตป่ามาถึงทางเข้าเมืองเจิ้งโจว



       “อี้หยาง! อี้หยิน! เรารีบไปกันเถอะ” จางซื่อหลงพูดอย่างกระตือรือร้น เขาคิดจะทำอะไรตั้งหลายอย่างเมื่อเข้าไปถึงเมือง



       “ท่านพี่ ข้าขอพักก่อนได้ไหมครับ อ๊วกกก!” อี้หยางก้มหน้าอาเจียนออกมา



       จางซื่อหลงเกรงว่าจะเจอพวกที่ต้องการมาช่วงชิงตำรายุทธ์จากเขาอีก เขาจึงใช้กายาไร้เงาอุ้มอี้หยางกับอี้หยินพักฟื้นฟูพลังตั้งสองรอบกว่าจะมาถึงที่นี่



       ส่วนอี้หยินน่ะเหรอ นางฟื้นหลังจากที่จางซื่อหลงหยุดพักในช่วงแรก ถ้าเป็นไปได้นางขอนอนสลบจนกว่าจะมาถึงเมืองเสียจะดีกว่า “ท่านพี่ ข้าก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ อ๊วกกก!”



       จางซื่อหลงเห็นสองพี่น้องถ้าจะแย่จริงๆจึงพูด “เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวพักจนหายดีแล้ว ข้าจะได้ใช้กายาไร้เงาพาพวกเจ้าไปให้ถึงในเมืองเลย จะได้ถึงเร็วๆ”



       อี้หยางกับอี้หยินได้ยินถึงกับพูดพร้อมกัน “ไม่ต้องแล้วครับ,ค่ะ!”



       “อ้าว! จะไม่พักแล้วเหรอ งั้นดีเลย เดี๋ยวข้าอุ้มพวกเจ้าอีกรอบแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว” จางซื่อหลงพูดพร้อมกับจะเข้าไปอุ้มอี้หยางกับอี้หยิน



       “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ,ค่ะ” อี้หยางอี้หยินรีบส่ายหน้าทั้งโบกมือพูดพร้อมกัน



       “อ้าว! ตกลงจะเอายังไงของพวกเจ้ากันเนี่ย” จางซื่อหลงเอามือเกาหัวตัวเองอย่างงวยงงตกลงจะพักหรือจะรีบไปหว่า



       “พวกเราหมายถึง จากนี้ไปจนถึงเมืองจะขอใช้วิชาตัวเบาน่ะครับ” อี้หยางบอกความต้องการ



       “ใช่ค่ะท่านพี่ ท่านอุ้มข้ามาตั้งไกลจนข้าปวดเมื่อยตัวไปหมดแล้ว” อี้หยินทำเป็นบิดเนื้อบิดตัว



       จางซื่อหลงจ้องหน้าอี้หยางกับอี้หยินที่กำลังรอฟังคำตอบจากเขา “อืม~ เอางั้นก็ได้”



       เย้!! อี้หยางอี้หยินดีใจยกใหญ่



       “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เดินทางกันต่อเถอะ” จางซื่อหลงพูดแย้มยิ้ม



       อี้หยางอี้หยินหันมามองทำเสียงเอ้



       “ก็พวกเจ้าหายดีแล้วมิใช่รึ” จางซื่อหลงหันหลังเตรียมเดินทางต่อในขณะที่อี้หยางกับอี้หยินมองหน้ากัน พวกเขาหายเวียนหัวอาเจียนไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ตัว



       “เย็นนี้ก๋วยเตี๋ยวอร่อยสุดในยุทธภพรอพวกเจ้าอยู่นะจะบอกให้ ฮ่ะๆๆ ข้าไปก่อนล่ะ” พูดจบจางซื่อหลงใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างออกไปทันที



       อี้หยางอี้หยินพอนึกถึงอาหารมื้อเย็นก็เผยแววตาเป็นประกายก่อนจะหันมามองหน้ากัน



       ทั้งสองหันกลับไปมองจางซื่อหลงที่ออกห่างไปไกลริบ “ท่านพี่! รอพวกเราด้วยครับ,ค่ะ” สองพี่น้องพูดพร้อมกัน พลันใช้วิชาตัวเบารีบติดตามจางซื่อหลงไปอย่างรวดเร็ว


       ---


       ---


       ร้านค้าอาวุธในเมืองเจิ้งโจว…



       จางซื่อหลงเดินออกมาจากร้านค้าอาวุธพร้อมกับสีหน้ายิ้มระรื่นจนเกือบถึงรูหู เขาขายอาวุธระดับสองที่เก็บมาจากดันเจี้ยน 600 เล่ม ขายครึ่งราคาเล่มละ 25 ชั่ง รวมได้ 150 ตำลึงทอง ถ้าหากใครมารู้ว่าเขาได้เงินมากถึง 150,000 บาทหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในเกมเพียงแค่ 10 กว่าวันคงได้อิจฉาตาร้อนจนลุกเป็นไฟกันแน่ ต้องขอขอบคุณวิทยายุทธ์กายาไร้เงาที่ทำให้เขาฉวยโอกาสเก็บอาวุธของนางปีศาจหมาป่ามาได้โดยที่จางซื่อหลงยังเหลืออาวุธอีกร้อยกว่าเล่มซึ่งเขาคัดเอาไว้เผื่อมีโอกาสขายให้ผู้เล่นด้วยกันเอากำไรเพิ่ม



       จางซื่อหลงไม่รอช้ารีบถอนทุนคืนทันที...



       “ทางเราจะโอนเงินเข้าบัญชีของท่านในจำนวนหนึ่งแสนสามหมื่นบาทนะคะ โปรดยืนยัน” เสียงจากระบบหลังจากที่ทำธุระกรรมทางการเงิน


       จางซื่อหลงกดยืนยันจากนั้นเสียงจากระบบก็แจ้งขึ้น “ทางเราจะโอนเงินให้กับท่านภายใน 24 ชั่วโมง ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ”



       จางซื่อหลงหัวเราะหึๆ เขายังคงมีเงินเหลืออยู่ในเกมอีกมากกว่า 20 ตำลึงทอง จากนั้นเขาไปที่ร้านค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อซื้อกระเป๋าที่สามารถบรรจุไอเทมได้ 100 ช่องให้ตัวเองรวมทั้งอี้หยางกับอี้หยินด้วย เขาเปลี่ยนถ่ายไอเทมจากกระเป๋าหนึ่งไปยังอีกกระเป๋าเพื่อที่จะได้ขายกระเป๋าใบเดิมทิ้งไป



       ขณะที่เขากำลังหยิบไอเทมไปยังอีกกระเป๋าหนึ่งอยู่นั้นสายตาเหลือบไปเห็นกล่องไม้ที่เขาแทบจะลืมไปแล้วว่ามีมันอยู่ด้วยในกระเป๋า มันคือกล่องที่อยู่บนหัวที่นอนในห้องนอนของร้านก๋วยเตี๋ยวท่องยุทธจักรนั่นเอง(ภาค1 ตอนที่45) ‘อืม.. คืนนี้ลองเอาไปใช้เล่นดูก็แล้วกัน^0^ อิอิ’



       หลังจากเปลี่ยนถ่ายของเรียบร้อยแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เขาจะลืมไม่ได้เลยคือ “เถ้าแก่! ข้าต้องการซื้ออุปกรณ์เล่นโก๊ะด้วย จัดให้ข้าหนึ่งชุด”



       “ล้ายๆๆ ขอท่านลูกค้าโปรดรอซักครู่” เถ้าแก่มีหนวดเป็นอาแปะพูดทั้งกุรีกุจอรีบไปจัดของมาให้ นอกจากอุปกรณ์เล่นโก๊ะแล้วจางซื่อหลงยังซื้อของอีกหลายอย่างจนเถ้าแก่ยิ้มหน้าบานปากไม่หุบ



       ไม่เพียงเท่านั้นจางซื่อหลงยังไปต่อที่ร้านเสื้อผ้าราวกับว่าวันนี้เขาเป็นนักช็อปตัวยง เขาเลือกชุดจอมยุทธ์ที่ไม่เวอร์วังมากเอาไว้ผลัดเปลี่ยนในยามฉุกเฉินแล้วยังใจดีซื้อชุดเพิ่มให้กับอี้หยางและอี้หยินอีกด้วย



       จางซื่อหลงหาที่พักซึ่งเป็นโรงเตี้ยมที่อยู่ในบริเวณนั้น



       โรงเตี้ยมหงส์หยกทอง!



       เป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจิ้งโจวภายในตกแต่งเลิศหรูราวกับว่าไม่ใช่โรงเตี้ยมสามัญชนคนธรรมดาที่จะมาพักได้ ดูแล้วคงจะเป็นที่พักแรมของชนชั้นสูงเป็นแน่



       จางซื่อหลงร้องเสียงดังลั่นอย่างตกใจเมื่อทราบถึงราคาที่พัก “นะ.. หนึ่งตำลึงทอง! เถ้าแก่! คืนเดียวทำไมมันถึงแพงกันเล่า” ไม่ใช่แค่แพงแต่มันโคตะระแพงเลยทีเดียวเพราะถ้าโดยปกติโรงเตี้ยมทั่วๆไปค่าพักแค่ 5 ชั่งเท่านั้น ที่นี่แพงกว่าโรงเตี้ยมทั่วไปถึง 20 เท่า



       “ที่โรงเตี้ยมแห่งนี้แพงกว่าที่อื่นเพราะห้องพักตกแต่งเลอเลิศ ขนาดของห้องก็ใหญ่กว้างกว่า ในห้องมีห้องอาบน้ำกับบ่อน้ำแร่ส่วนตัว มีสาวงามคอยปรนนิบัติรับใช้ตลอด 24 ชั่วโมง หลังช่วงเย็นจะมีสาวงามบรรเลงขับกล่อมดนตรีร่ายรำอยู่ชั้นสองของโรงเตี้ยมจนถึงเที่ยงคืนและมีอาหารเช้าเลิศรสตระเตรียมไว้ให้หนึ่งมื้อครับ” เถ้าแก่อธิบายทั้งแย้มยิ้มให้กับจางซื่อหลง



       จางซื่อหลงคิดว่าต่อให้มันดีอย่างที่บอกจริงแต่ก็ยังรู้สึกว่าแพงอยู่ดี สู้ไปหาโรงเตี้ยมอื่นจะดีกว่าซึ่งมันยังประหยัดเงินได้อีกมากโข



       กำลังจะตัดสินใจออกจากโรงเตี้ยมอยู่ๆก็มีชายหนุ่มวิ่งพรวดพราดเข้ามา “เถ้าแก่! มีห้องพักเหลืออีกหรือเปล่า เป็นอย่างที่เถ้าแก่บอก ข้าหาโรงเตี้ยมจนทั่วทั้งเมืองคนเต็มทุกโรงเตี้ยมเลย”



       จางซื่อหลงแปลกใจทำไมอยู่ๆมีคนมาพักกันแน่นโรงเตี้ยมจนเต็มไปทั้งเมืองกันเล่า จึงเอ่ยถาม “พี่ชาย! ท่านลองไปหาที่พักทุกโรงเตี้ยมทั้งเมืองแล้วแน่รึ”



       “ข้าไปมาหมดทุกที่แล้วจริงๆ เถ้าแก่บอกว่างานประจำปีเจิ้งโจวค่ำคืนนี้ดึงดูดผู้คนมามากกว่าทุกปีฉะนั้นโรงเตี้ยมทุกที่จึงไม่ว่างเลยแม้แต่ห้องเดียว” ชายหนุ่มรีบอธิบายแล้วกลับไปพูดกับเถ้าแก่อีกครั้ง “ตกลงพอจะเหลือที่พักให้ข้าสักห้องไหม”



       “มีๆๆ ตอนนี้มีเหลืออยู่เพียงสามห้องเท่านั้น” เถ้าแก่ตอบอย่างแย้มยิ้มเช่นเคย



       “ขอบคุณพระถังสัมจั๋ง! ข้าขอที่พักหนึ่งห้อง” ชายหนุ่มอุทานขึ้นพร้อมตอบตกลงทันที



       “ค่าพักหนึ่งคืน หนึ่งตำลึงทองครับ” เถ้าแก่ยื่นมือไปรับเงินจากชายหนุ่มคนนั้น



       จางซื่อหลงนึกทบทวนตลอดเส้นทางที่ผ่านมาผู้คนพลุกพล่านดูหนาตาจริงๆ แล้วตามถนนหนทางประดับประดาไปด้วยโคมไฟเต็มไปหมด ‘งานประจำปีเหรอคงต้องพาอี้หยางกับอี้หยินไปเปิดหูเปิดตาซักหน่อย’



       พลันมีชายคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาอย่างเร่งรีบ “เถ้าแก่! เป็นอย่างที่ท่านบอก คนเต็มทุกโรงเตี้ยมเลย ตอนนี้ยังพอจะเหลือห้องให้ข้าอีกไหม”



       จางซื่อหลงขมวดคิ้วคิด อีกแล้วหรือนี่!



       “ยังเหลืออีกสองห้อง คืนละหนึ่งตำลึงทอง” เถ้าแก่ทำสีหน้าแย้มยิ้มแบมือรับเงินจากชายคนนั้น



       เถ้าแก่หันมาพูดกับจางซื่อหลง “ตอนนี้เหลืออยู่เพียงห้องเดียว ท่านจะพักที่นี่ไหมครับ”



       จางซื่อหลงยังคงลังเล ถ้าโรงเตี้ยมทุกที่เต็มหมดทั้งเมืองจริงๆคงต้องวิ่งออกไปพักนอกเมืองเขตป่าเป็นแน่ อีกใจหนึ่งก็อยากพาอี้หยางกับอี้หยินไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะช่วงที่ผ่านมาเขาเข้มงวดกับสองพี่น้องเอาแต่ฝึกยุทธ์และเดินทางกันแทบไม่ได้หยุดมืดที่ไหนนอนที่นั่น แต่ค่าห้องที่นี่มันก็แพงเสียจริง



       เอาไงดีหว่า!



       ขณะที่จางซื่อหลงกำลังขบคิดนั้นเองอยู่ๆมีชายสองคนพรวดพราดเข้ามา



       “เถ้าแก่...” หนึ่งในชายสองคนพูดขึ้นยังไม่ทันจบ



       จางซื่อหลงพูดขึ้นทันควัน “ตกลงเถ้าแก่! ข้าขอห้องพักหนึ่งคืน!”



       เถ้าแก่แย้มยิ้มพร้อมกับยื่นมือรับเงินที่จางซื่อหลงเอาออกมาให้



       ชายคนที่พูดไม่ทันจบพูดขึ้น “เถ้าแก่! พอจะเหลือห้องพักให้พวกข้าอีกรึเปล่า”



       เถ้าแก่ส่ายหน้าตอบอย่างสุภาพ “ต้องขออภัยด้วย ห้องสุดท้ายชายท่านนี้ได้ขอเช่าไปแล้วครับ ไว้โอกาสหน้าค่อยมาใหม่นะครับ”



       ชายสองคนครั้นได้ยินเช่นนั้นก็ทำสีหน้าเศร้าก่อนจะเดินออกจากโรงเตี้ยมไป



       เถ้าแก่เรียกเสี่ยวเอ้อให้พาจางซื่อหลงอี้หยางและอี้หยินไปที่ห้องพักชั้นสี่



       เมื่อจางซื่อหลงหายขึ้นไปยังชั้นสี่แล้ว ชายสี่คนที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาขอเช่าห้องพักเมื่อครู่มาขอรับสินจ้างในขณะที่เถ้าแก่แย้มยิ้มส่งเงินไปให้ “วันนี้ลูกค้าเต็มโรงเตี้ยมแล้ว พวกเจ้าช่วยข้าได้มาก ไว้ปีหน้าจะเรียกใช้บริการใหม่ก็แล้วกัน”



       หนึ่งในสี่คนรับเงินพร้อมกับพูด “เถ้าแก่หายห่วงได้ ฝีมือการเล่นละครของพวกเราเต็งหนึ่งในเจิ้งโจว ปีหน้าเจอกันใหม่นะครับ พวกข้าขอลาก่อน”



       ที่แท้ชายสี่คนที่มาขอเช่าห้องพักก็เป็นหน้าม้าที่เถ้าแก่โรงเตี้ยมหงส์หยกทองได้จ้างวานมานี่เอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #392 bbLiverpool (@bbLiverpool) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:35
    เดียวรู้ความจริง กูว่ามีเละ
    #392
    0