ตอนที่ 121 : ภาค2:ตอนที่ 21 ข้าฉลาดกว่าเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    18 พ.ย. 61

       จางซื่อหลงหันมองไปโดยรอบซึ่งตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยฝูงหมาป่าขาวเต็มไปหมดมิอาจทราบจำนวนที่แน่นอนได้ พวกมันราวกับกำลังรอรับคำสั่งจากจ้าวหมาป่าขนสีเงิน แต่ละตัวกำลังขู่คำรามอยู่ในลำคอยังหัวใจผู้ที่ได้พบเห็นหรือได้ยินให้หวาดหวั่น พวกมันพร้อมที่จะบดขยี้เขาได้ทุกเมื่อครั้นถึงเวลาลงมือ



       เหงื่อไหลจากใบหน้าสู่ปลายคางของจางซื่อหลงหยดลงสู่พื้นเบื้องล่าง เสื้อผ้าอาภรณ์เต็มไปด้วยเหงื่อชุบไปทั่วร่างราวกับน้ำประปาแตกใส่โชกไปทั้งตัว หัวใจเต้นตูมตามไปถึงตาตุ่มจนใจหาย เป็นใครก็ต้องตื่นเต้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูรอบด้านที่ไม่อาจจะปะมือด้วยได้



       ‘หนี!’ ความคิดนี้ถูกส่งเข้ามาในสมองตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตให้อยู่รอด



       ‘ไปทางไหนล่ะ!’ อีกความคิดสั่งการให้สมองประมวลผลเพื่อหาทางออกให้เร็วที่สุด



       ‘เป็นไงเป็นกัน!’ แม้จะมีทางรอดเพียงริบหรี่แต่ก็ต้องลองดู ยังดีกว่ารอความตายให้มาถึงตัว



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินคำรามกึกก้องส่งสัญญาณจู่โจม!



       ฝูงหมาป่าขนขาวร่างใหญ่ต่างมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกันพร้อมกับเสียงคำรามหมายมั่นขบเคี้ยวเพื่อรุมฉีกขย้ำร่างของจางซื่อหลงให้เหลือเพียงแค่เศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้น



       พลันจางซื่อหลงใช้เพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเอาชีวิตรอด



       กายาไร้เงา! เขาใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อยื้อเวลาชีวิตตัวเองออกไป



       ราวกับเวลาหยุดเคลื่อนไหว จางซื่อหลงกระโดดขึ้นเหยียบผ่านร่างของฝูงหมาป่าที่กำลังอ้าปากมารุมขย้ำร่างของเขา



       จางซื่อหลงเหยียบหัวผ่านหลังของพวกมันตรงรี่ไปยังเถาวัลย์ที่ห้อยลงโตงเตงมาจากหน้าผา เขาคว้าเอาเถาวัลย์ที่อยู่ใกล้มือที่สุดแล้วรีบปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับลิงลม เมื่อขึ้นไปสูงพอสมควรเขารีบหยุดใช้กายาไร้เงาแล้วเปิดกระเป๋าคว้าเอายาเพิ่มพลังมาดื่มกิน จากนั้นจึงหยิบเม็ดยาลูกกลอนเพิ่มพลังใส่ปากเข้าไปอย่างทุลักทุเล



       ส่วนบริเวณด้านล่างราวกับสงครามตะลุมบอล ฝูงหมาป่าขย้ำกันเองอย่างชลมุน กว่าจะรู้ว่าพวกมันงับได้แต่เพียงอากาศก็ตอนที่จางซื่อหลงดันหัวเราะฮ่าๆออกมาซะลั่นอย่างอดไม่ได้นั่นเอง



       “ฮ่ะๆๆ จะฆ่าพี่เหรอ! คงต้องรอไปอีกร้อยปีเฟ้ย” พอเริ่มมีแรงคืนมาสักหน่อย เจ้าตัวยังคงปากดีหัวเราะเย้อหยัน



       ฝูงหมาป่าจ้องมองจางซื่อหลงที่เกาะเถาวัลย์อยู่ด้านบนอย่างโกรธเกรี้ยว พวกมันพยายามจะกระโดดขึ้นเพื่อจะไปงับเอาร่างของจางซื่อหลงลงมาให้จงได้ แต่ดูแล้วจะหมดหนทางเนื่องจากจางซื่อหลงขึ้นไปสูงอยู่กลางหน้าผายากที่จะกระโดดขึ้นไปถึง



       จ้าวหมาป่าจ้องจางซื่อหลงตาเขม็ง มันไม่คาดว่าจางซื่อหลงจะเล่นเอาไม้นี้ แต่แล้วมันก็แสยะยิ้มออกมา มันเห่าคำรามไปเบื้องบนในขณะที่ฝูงหมาป่าด้านล่างต่างพากันเปิดทางถอยห่างออกมา เหลือพื้นที่ด้านล่างบริเวณจุดที่จางซื่อหลงห้อยโตงเตงอยู่เท่านั้น



       จางซื่อหลงมองฝูงหมาป่าขาวตัวใหญ่ด้านล่างที่กำลังแลบลิ้น พวกมันต่างพากันเลียริมฝีปากของตนอยู่นับพันตัวเห็นจะได้ เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกจนเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก



       ไม่นานเถาวัลย์ที่อยู่ด้านข้างของจางซื่อหลงเริ่มร่วงหล่นลงไปทีละเส้นสองเส้นและมากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามีบางสิ่งทำให้มันขาดร่วงลงมา



       “หวังว่า.. คงไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังคิดนะ” จางซื่อหลงพูดปลอบใจตัวเอง พลันเถาวัลย์ที่เขาจับอยู่ขาดลงมาซะอย่างนั้น



       จางซื่อหลงร้องลั่น “อ๊ากกก! แม่งเอ้ย! เล่นกันอย่างนี้เลยรึ!” อีกมือหนึ่งของเขาคว้าเอาโขดหินเล็กๆที่อยู่ติดกับหน้าผาเอาไว้อย่างรวดเร็วทำให้ร่างของเขาไม่ร่วงลงไปตามเถาวัลย์ที่เขาจับอยู่ก่อนหน้านี้



       บนหุบเขามีฝูงหมาป่าขาวกำลังไล่กัดเถาวัลย์อยู่เต็มไปหมดหลังจากที่จ้าวหมาป่าขนสีเงินเห่าคำรามส่งสัญญาณขึ้นมา จนในบริเวณที่จางซื่อหลงเกาะยึดติดอยู่กับหน้าผาอยู่นั้นไม่มีเถาวัลย์ให้เขาได้ป่ายปีนอีกต่อไป



       จางซื่อหลงก่นด่าว่าพวกมันในใจ เขาอาศัยเรี่ยวแรงที่ฟื้นขึ้นมาอีกหน่อยค่อยๆปีนป่ายตามซอกหินผาอย่างทุลักทุเลเพื่อไปยังต้นไม้ที่ขึ้นกลางหน้าผาสูงชัน เพียงพอที่เขาจะสามารถขึ้นไปนั่งบนต้นของมันได้ซึ่งมันอยู่ห่างจากเขาไกลไปอีกหลายช่วงตัว แม้หน้าผาจะสูงชันแต่ก็ต้องค่อยๆกระเสือกกระสนไปให้ถึง



       จ้าวหมาป่ากำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแหงนมองจางซื่อหลงอยู่ด้านล่าง มันเจ็บใจนักที่จางซื่อหลงยังคงหยุดยืนหาทางรอดอยู่บนหน้าผาสูงชันนั้นจนได้ ขณะเดียวกันฝูงหมาป่าขาวด้านล่างต่างพากันเดินขวักไขว่กระวนกระวายเมื่อยังไม่สามารถทำสิ่งใดกับจางซื่อหลงที่ตอนนี้กำลังขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งของต้นไม้กลางหน้าผา



       ครั้นจางซื่อหลงหาที่เหมาะเจาะได้ “ถึงเวลาเรียกกำลังเสริมแล้วเฟ้ย ฮะฮ่ะ” เขารีบเปิดช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ติดตาม



       “อี้หยางอี้หยิน! พวกเจ้าได้ยินเสียงข้าหรือไม่” จางซื่อหลงพูดในขณะที่เสียงดังขึ้นในหัวของอี้หยางกับอี้หยิน



       “ครับ,ค่ะ” สองผู้ติดตามขานรับพร้อมกัน



       “อี้หยางหยุดสังหารหมาป่าขาวแล้วมาช่วยข้าจัดการจ้าวหมาป่าด่วน” จางซื่อหลงพูดขึ้น



       “ครับ!” อี้หยางรับคำสั่ง เขารีบเก็บกระบี่ของจางซื่อหลงไว้ในกระเป๋าแล้วเปลี่ยนมาเป็นถุงมือเหล็กพร้อมประจัญบาน



       อี้หยางหันซ้ายแลขวาไม่พบจางซื่อหลงอยู่ในบริเวณนั้นรวมถึงจ้าวหมาป่าขนสีเงินตัวนั้นด้วย เขาไม่รู้จะไปทางไหนจึงถามขึ้น  “เออ.. ตอนนี้ท่านพี่อยู่บริเวณไหนครับ”



       จางซื่อหลงบอกเส้นทาง



       อี้หยางรีบใช้วิชาตัวเบาไปยังทิศทางที่จางซื่อหลงบอกทันที



       ส่วนอี้หยินนั้น จางซื่อหลงบอกให้นางสังหารหมาป่าขาวต่อเพื่อฝึกทักษะจิตสังหารระดับสามให้สำเร็จ



       จางซื่อหลงปิดการสื่อสาร เขาแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วจ้องมองไปยังจ้าวหมาป่าขนสีเงินที่กำลังนั่งจ้องมองมายังเขาด้วยเช่นเดียวกัน



       บรู๊ววว~ จ้าวหมาป่าหอนออกไปลั่นทั้งหุบเขา มีเสียงหอนรับจากฝูงหมาป่าที่อยู่ด้านบนของหุบเขาราวกับว่ากำลังรับคำสั่งบางอย่างจากจ้าวหมาป่า



       พลันมีบางอย่างร่วงลงมาจากหุบเขาผ่านกลางหน้าผาลงมาซึ่งอยู่ห่างจางซื่อหลงไปหลายช่วงตัว



       “ก้อนหิน!” จางซื่อหลงอุทานออกมาเมื่อก้อนหินขนาดเท่ากับกำปั้นตกกระทบบนพื้นหินด้านล่างจนมันแตกเป็นเสี่ยงๆ



       จางซื่อหลงอดที่จะคิดไม่ได้ เขาจ้องมองไปยังจ้าวหมาป่าที่ราวกับว่ามันกำลังจะแสยะยิ้มบางๆขึ้นมาหาเขา “มันคงไม่คิดที่จะโยนก้อนหินจากข้างบนมาใส่เราใช่ไหม”



       พูดไม่ทันได้ขาดคำ! ก้อนหินอีกก้อนก็ร่วงลงสู่ด้านล่างอีกครั้ง แต่ที่ทำให้จางซื่อหลงถึงกับทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ ก้อนหินที่ถูกโยนมาจากข้างบนเมื่อครู่เริ่มใกล้มายังตำแหน่งที่เขาอยู่



       “เอาจริงดิ!” ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่กลางหน้าผาที่จางซื่อหลงนั่งอยู่ มันโปร่งโล่งไร้สิ่งบดบังเมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปจะเห็นท้องฟ้าและยอดของหุบเขาที่สูงริบ ถ้าเป็นดั่งที่เขาคิดไว้ล่ะก็ “...”



        จางซื่อหลงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่



        ก้อนหินถูกโยนลงมาเรื่อยๆและขยับตำแหน่งมาใกล้จางซื่อหลงทุกทีจนกระทั้ง...



       “เวรแล้วไงล่ะ!” จางซื่อหลงร้องลั่นพร้อมกับเอนตัวหลบก้อนหินที่กำลังตกมาหาเขา ในขณะที่จ้าวหมาป่าเห่าหอนขึ้นไปยังด้านบนหุบเขาราวกับว่ายืนยันตำแหน่งให้กับหมาป่าที่อยู่ด้านบน มันกำลังแสยะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ



       ไม่นานก้อนหินใหญ่มากกว่ากำปั้นก็ถูกโยนลงมาราวกับห่าฝน



       “อ๊ากกก! บ้าที่สุด!” จางซื่อหลงรีบกระโดดเกาะอยู่ใต้โคนต้นไม้ห้อยตัวโตงเตง แผ่นหลังของเขาแนบชิดติดกับหน้าผาเพื่อหลบก้อนหินที่กำลังกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะทะลายหน้าในเรียบเตียน



       ก้อนหินนับไม่ถ้วนตกกระทบกับต้นไม้ที่จางซื่อหลงอาศัยใช้โคนต้นของมันเป็นกำบังตามธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม แม้ก้อนหินที่ถูกโยนลงมาจะเข้าไม่ถึงตัวของจางซื่อหลงแต่ส่วนใบและกิ่งก้านสาขาของต้นไม้นั้นกับเฮี้ยนเตียนราวกับถูกฆ้อนนับร้อยทุบกระหน่ำลงมาอย่างไรอย่างนั้น ถ้าจางซื่อหลงหลบไม่ทันล่ะก็ ร่างของเขาคงจะเป็นโจ๊กไปแล้วเป็นแน่



       จางซื่อหลงหัวเราะฮ่ะๆ “เกือบจะดีแล้วนะ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพ่อคนนี้ได้หรอก เพราะอะไรรู้ไหม… ” เขาแสยะยิ้มพร้อมกับจ้องมองจ้าวหมาป่าด้านล่างราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า “...ก็เพราะว่าข้าฉลาดกว่าเจ้ายังไงล่ะ ฮ่ะๆๆๆ”



       ราวกับว่ารู้สิ่งที่จางซื่อหลงพูด แต่จ้าวหมาป่ากับไม่แยแส มันคำรามร้องลั่นส่งสัญญาณขึ้นไปยังหุบเขาอีกครั้ง เหล่าหมาป่าด้านบนหยุดโยนก้อนหินลงมาทันที



       “โอ้! เจ้าเข้าใจแล้วสินะ ว่าไม่สามารถทำอะไรข้าผู้นี้ได้” จางซื่อหลงฉีกยิ้มที่มุมปากเมื่อไม่มีก้อนหินถูกโยนลงมาอีก พวกมันไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ในขณะเดียวกันอี้หยางก็กำลังจะมาถึง พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกกวาดล้าง พอนึกถึงตรงนี้เขาก็หัวเราะออกมาราวกับว่าทุกอย่างได้ถูกตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว



       จ้าวหมาป่าร้องคำรามส่งสัญญาณขึ้นไปอีกครั้ง



       “ฮ่ะๆๆๆ ยังจะดื้อด้านอีกรึ ไร้ประโยชน์น่า” จางซื่อหลงหัวเราะกับความพยายามของจ้าวหมาป่าที่ดูแล้วช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก เขาคิดว่าอย่างไรเสียเขาไม่มีทางที่จะปล่อยมือออกจากโคนต้นไม้ที่น่าจะปลอดภัยที่สุดนี้เป็นอันขาด เพราะอย่างไรเสียอีกไม่นานอี้หยางก็จะมาถึง ทนเมื่อยสักหน่อยทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยเป็นแน่



       เสียงสิ่งที่ฝูงหมาป่าโยนลงมาตกบนกิ่งไม้ที่จางซื่อหลงเกาะยึดอยู่ดังปับๆ



       มันไม่ใช่ก้อนหิน!



       ‘นั้นอะไรน่ะ!’ จางซื่อหลวหรี่ตาแคบลงอย่างสงสัยก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกับกระดาษ



       “รังมด!” จางซื่อหลงร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่ตกลงมาอย่างชัดเจน



       จ้าวหมาป่าขนเงินเผยแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาพร้อมกับแสยะยิ้ม ‘ให้มันรู้ไป! ว่าเจ้าจะทนกับฝูงมดพวกนี้ได้ บอกเลยว่าข้าสามารถรอเจ้าได้ทั้งวัน’ มันหัวเราะหึอย่างใจเย็น



       เป็นดั่งที่จ้าวหมาป่าต้องการ เมื่อรังมดแตก! ฝูงมดต่างพากันวิ่งพล่านและพร้อมที่จะจู่โจมสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาบริเวณของมันทันที แล้วสิ่งมีชีวิตนั่นก็คือ.. จางซื่อหลงที่กำลังเกาะมั่นห้อยโตงเตงอยู่กับโคนต้นไม้ที่เขาคิดว่ามันปลอดภัยที่สุด แต่ดูแล้วคงจะไม่พ้นการถูกจู่โจมของพวกมดไปได้



       อ๊ากกก! จางซื่อหลงร้องลั่นเมื่อโดนฝูงมดไล่กัดไปตามเนื้อตามตัวจนมีรอยแดงเป็นจ้ำๆยากจะทนไหวได้ เขาปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้แล้วรีบปัดเนื้อปัดตัวไปทั่ว



       “บังอาจเล่นกับข้าอย่างนี้รึ! เจ้าหมาบ้า!” จางซื่อหลงก่นด่าจ้าวหมาป่าพร้อมกับรีบจับมดออกจากเนื้อจากตัวเป็นการใหญ่



       พลันจ้าวหมาป่าเห่าคำรามลั่นขึ้นไปบนหุบเขา!



       แทบจะทันที! จางซื่อหลงเห็นท่าจะไม่ดีรีบกลับไปห้อยตัวโตงเตงเกาะใต้โคนต้นไม้แผ่นหลังชิดติดหน้าผาตามเดิม



       ชั่วพริบตาเดียวก้อนหินราวกับห่าฝนกระหน่ำถูกโยนลงมาจากด้านบน เล่นทำเอาจางซื่อหลงใจหายวู๊บไปเลย โชคดีที่เขาไหวตัวทัน “จะใช้ลูกไม้นี้กับข้า ไม่ได้แอ้มหรอกเฟ้ย”



       แต่ทว่าฝูงมดก็ยังไล่กัดจางซื่อหลงอย่างไม่ลดละเอาเสียเลย เขายุกยิกดิ้นพล่านอีกครั้ง



       จนกระทั้ง.. “มะ.. ม่ายยย! นั้นมะ.. มัน ขะ.. ไข่ ฉ้านนน!” จางซื่อหลงร้องกล้ำกลืนฝืนทน ไอ้มดเจ้ากรรมดันจู่โจมจุดสำคัญของเขาเสียได้



       จางซื่อหลงใช้ขาทั้งสองข้างขยี้บิดไปบิดมาสุดแสนจะทน ใครกันนะช่างสร้างเกมนี้ได้สมจริงสมจังเกินไปแล้ว เขาได้แต่เพียงบ่นในใจแล้วจะทำอะไรได้เล่าในตอนนี้ นอกจาก.. อุ๊ย! อุ๊ย! อุ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 09:11
    ระบมหมด
    #367
    0