ตอนที่ 120 : ภาค 2:ตอนที่ 20 กับดัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    11 พ.ย. 61

       การจู่โจมของจางซื่อหลงไม่สามารถทำอะไรจ้าวหมาป่าขนสีเงินได้ นอกจากหยุดยั้งมันเอาไว้เท่านั้น



       เร็วเท่าความคิด! จางซื่อหลงผลักร่างถอยห่างออกมาทันทีเพื่อตั้งหลักเตรียมรับมือ “ต้องมีหนทางอื่นบ้างสิน่า!”



       ขณะเดียวกันเสียงจากระบบแจ้งเข้ามาในหัว “ผู้ติดตามอี้หยางได้ยกระดับพื้นฐานจากเลเวลสี่สิบขึ้นเป็นเลเวลสี่สิบเอ็ด”



       แม้จะได้ยินอย่างนั้นแต่ก็ไม่ใช่เวลามายินดี



       พลัน.. จ้าวหมาป่าขนสีเงินพุ่งจู่โจมอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้ ความมั่นใจของมันจึงพุ่งจนถึงขีดสุด ‘มาหาที่ตายเองนะเจ้ามนุษย์!’



       ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก! จางซื่อหลงกระโดดหลบร้องลั่น “อ๊ากกก! ทำไมไม่ให้ซุ้มให้เสียงก่อนฟะ!”



       จางซื่อหลงม้วนตัวกลิ้งไปกับพื้นแล้วหยุดนั่งหลังพิงอยู่กับโขดหินพอดิบพอดี



       กรรร! จ้าวหมาป่าขนสีเงินจู่โจมต่อเนื่องไม่ให้โอกาสได้หยุดพัก มันอ้าปากหวังขย้ำจางซื่อหลงแล้วฟัดให้ตายคาคมเขี้ยวของมัน



       “อ๊ากกก! อยู่ก็โง่แล้วโว้ย!” จางซื่อหลงร้องกระโดดพรวดพราดอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้มันเข้ามาถึงตัว



       ไม่ว่าจางซื่อหลงจะหลบไปยังทิศทางใด จ้าวหมาป่าตามไล่บี้กระชันชิดเฉียดไปเฉียดมาแบบเส้นยาแดงผ่าแปดอยู่อย่างนั้น ถ้าผิดพลาดเพียงนิดเดียวคงไม่วายไปเข้าเฝ้าท่านยมบาลเป็นแน่



       “ถ้ามีอาวุธคงทำอะไรมันได้บ้าง” จางซื่อหลงพูดพลางกระโดดหลบล้มลุกคุกคลาน กระบี่ของเขาอยู่กับอี้หยาง จะไปหาอาวุธใดมาสู้กับมันกันเล่า พลันนึกขึ้นได้ “อ่ะ! จริงสิ!”



       จางซื่อหลงรีบเปิดกระเป๋าหยิบเอาทวนวงเดือนระดับสามออกมา ใช่แล้ว! ทวนด้ามนี้เขาริบเอามาจากโจรสามพี่น้องนั่นเอง “ฮ่ะๆๆๆ เตรียมตัวได้เลย พ่อจะเล่นเจ้าให้หมอบ”



       กายาไร้เงา! ทุกสิ่งราวกับหยุดเคลื่อนไหวแม้แต่สายลมก็ยังดูเชื่องช้าในสายตาของเขา



       “จะเล่นกับพี่! ยังเร็วไปอีกร้อยปีเฟ้ย!” จางซื่อหลงกระชับทวนพุ่งเข้าใส่จ้าวหมาป่าที่กำลังเคลื่อนไหวช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น เขาโหมทวนเข้ากระหน่ำแบบไม่ยั้งมือ



       แต่ทว่า…



       ทวนที่ตวัดฟาดฟันกระหน่ำแทงกับไม่สามารถทะลุแม้จะเป็นเพียงแค่หนังกำพร้าของจ้าวหมาป่าไปได้ ราวกับเอาไม้ซี่ไปงัดไม้ซุง เอาไม้จิ้มฟันไปแทงกับเหล็กยังไงยังงั้น



       “บ้าน่า! แม้แต่ดวงตาของมันก็ยังแกร่งกว่าทวนงั้นรึ!” จางซื่อหลงอุทานขึ้นอย่างตื่นตะหนกกับใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับไข่ที่พึ่งต้มสุกถูกกระเทาะเปลือกออกมา หลังจากที่เขาใช้ทวนแทงไปยังดวงตาของจ้าวหมาป่าแต่กับไม่สร้างริ้วรอยของบาดแผลเลยแม้แต่น้อย



       จางซื่อหลงวิ่งรี่ออกจากพื้นที่แบบตาลีตาเหลือก เขาหลบซ่อนตัวยังพุ่มไม้ห่างไกลจากจ้าวหมาป่าไปมากกว่า 100 เมตร เขาหายใจหอบเฮือกใหญ่พร้อมกับเหงื่อที่ชุบไปทั่วทั้งใบหน้า “นี่มันเป็นซุปเปอร์แมนแล้ว! พลังห่างชั้นเกินไป!”



       ในขณะเดียวกันจ้าวหมาป่างับได้แต่เพียงอากาศเท่านั้น มันไม่พบแม้แต่เงาของจางซื่อหลงเลย ‘มนุษย์นั่นเล่นตลกอะไร! ใยจึงหายไปเฉยๆเยี้ยงนี้!’ มันแสดงสีหน้างวยงงทั้งที่มันกำลังจะขย้ำจางซื่อหลงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อครู่นี้โดยแท้



       จ้าวหมาป่าหัวเราะหึ มันหันไปทางด้านที่จางซื่อหลงกำลังซ่อนตัวอยู่ ‘คิดว่าเจ้าจะหนีจากจมูกของข้าพ้นรึ’ จมูกรับกลิ่นของมันทำงานได้อย่างดีเยี่ยม สามารถค้นหาศัตรูในระยะเวลาที่ไม่นาน



       จางซื่อหลงกำลังขบคิดหาวิธีต่อกรกับจ้าวหมาป่า แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาวิธีการไม่ได้



       พลัน.. จางซื่อหลงเบิกตาโพลง ทักษะระวังภัยทำงานในระยะ 20 เมตร ‘เวรแหละ! มันรู้ที่ซ่อนเรา!’



       พริบตาจ้าวหมาป่าเข้าถึงตัวพร้อมกับอ้าปากกว้างหวังจะฝังเขี้ยวไปยังร่างของจางซื่อหลง กรรร! ‘ดูซิ! เจ้าจะมีลูกเล่นอะไรกันแน่!’



       จางซื่อหลงหายไปจากการจู่โจมของมันเพียงชั่วพริบตา ทิ้งไว้แต่ความว่างปล่าวเช่นเดิม



       ‘อย่างนี้นี่เอง.. เจ้ามนุษย์นี่มีของดีสินะ!’ จ้าวหมาป่าหัวเราะหึ ‘ข้าจะลองเล่นกับเจ้าสักพักก็แล้วกัน’ ในเมื่อจางซื่อหลงไม่สามารถจะทำอะไรมันได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนไปที่ใด



       ขณะเดียวกันหลังจากที่จางซื่อหลงใช้กายาไร้เงา เขาไปแอบซ่อนอยู่ในบริเวณโขดหินที่เรียงรายซ้อนกันอยู่ เขาถอนหายใจหอบใหญ่ โชคยังดีที่ทักษะระวังภัยทำงานได้อย่างดีเยี่ยม มิเช่นนั้นเขาคงโดนจ้าวหมาป่าขย่ำร่างไปแล้ว



       “ขืนเป็นอย่างนี้มีหวังพลังภายในกับพลังกายถูกดึงมาใช้จนหมดแน่… หรือว่าจะหนีกลับไปดีหว่า” จางซื่อหลงครุ่นคิดยากจะตัดใจจากจ้าวหมาป่าตัวนี้ไปได้ แต่ถ้าอยู่ต่อมีหวังไม่รอดเป็นแน่



       ไม่นานจ้าวหมาป่าก็ตามหาเขาเจออีกจนได้



       “อ๊ากกก! แม่งเอ้ย! ขนาดหนีออกมาไกลกว่าเดิมยังตามมาได้!” จางซื่อหลงให้กายาไร้เงากระโดดหลบเป็นพัลวัน



       เสียงจากระบบแจ้งเตือนเข้ามาในหัว “ผู้ติดตามอี้หยางได้ยกระดับพื้นฐานจากเลเวลสี่สิบเอ็ดขึ้นเป็นเลเวลสี่สิบสอง”



       พลันความคิดหนึ่งวิ่งแป๊บเข้ามาในหัว จางซื่อหลงเอากำปั้นทุบฝ่ามือแล้วหัวเราะเหอะๆ “ใช่แล้ว! ถ้าเป็นอี้หยาง คงจัดการมันได้เป็นแน่” เขามั่นใจว่าอี้หยางจะต้องจัดการกับจ้าวหมาป่าตัวนี้ได้



       แต่.. ตอนนี้จางซื่อหลงกำลังให้อี้หยางฝึกทักษะจิตสังหารอยู่ ซึ่งก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จระดับสามหรือไม่ เขาคำนวณไว้ว่าถ้าอี้หยางเลเวลสี่สิบสี่ไม่นานน่าจะสังหารหมาป่าขาวครบ 1,000 ตัว ถ้าเลเวลของอี้หยางไปแตะที่สี่สิบห้าแล้วล่ะก็ การสังหารต่อเนื่อง 1,000 ตัวคงไม่ใช่เงื่อนไขของการสำเร็จจิตสังหารระดับสามเป็นแน่



       จางซื่อหลงให้อี้หยางฝึกทักษะจิตสังหารระดับสามก่อนเพราะเขาคิดว่าถ้าเลเวลห่างจากสัตว์อสูรมากกว่าห้าระดับน่าจะไม่สามารถฝึกทักษะจิตสังหารให้สำเร็จได้ เหมือนตอนที่เขาสังหารฝูงกระทิงดำกับกระทิงแดงที่มีเลเวลต่ำกว่าตนเก้าระดับไปมากกว่าพันตัวในทุ่งหญ้ากว้างเขตป่าหลิวแต่ก็ยังไม่สำเร็จทักษะจิตสังหารระดับสาม เขามั่นใจว่ามันน่าจะเกี่ยวกับความห่างของเลเวลอย่างแน่นอน



       “ก่อนอื่น.. เราคงต้องถ่วงเวลาเจ้าหมาป่าบ้านี่เสียก่อน หึๆ” จางซื่อหลงแสยะยิ้มราวกับว่ามีแผนอยู่ในใจ เขาหยุดใช้กายาไร้เงาแล้วแสร้งทำเป็นหนีโดยใช้เพียงวิชาตัวเบาเพื่อหลอกล่อมัน



       “เราต้องย้อนกลับไปทางเดิม เมื่อถึงเวลา.. เราจะได้ส่งสัญญาณให้อี้หยางมาจัดการมันซะ ฮ่ะๆๆๆ” จางซื่อหลงหัวเราะร่าอย่างชั่วร้ายเมื่อนึกถึงแผนจัดการจ้าวหมาป่าขนสีเงินซึ่งในตอนนี้มันกำลังติดตามเขามา



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินไม่ระแคะระคายกับแผนการของจางซื่อหลงเลยแม้แต่น้อย



       นั่นก็เพราะว่า…



       จ้าวหมาป่าไล่ติดตามจางซื่อหลงที่กำลังหัวเราะร่าอยู่ด้านหน้าของมันพร้อมกับครุ่นคิดในใจ ‘เจ้ามนุษย์บ้านี่! มันกำลังหนีไปยังเส้นทางของข้าพอดีงั้นรึ’ จ้าวหมาป่าแสยะยิ้ม ‘ดีล่ะ! พอถึงทางออกข้าจะได้ให้กองกำลังพิฆาตจัดการมันซะเลย’



       บรู๊ววว~ บรู๊ววว~ จ้าวหมาป่าส่งสัญญาณบางอย่าง ในขณะที่มีฝูงหมาป่าเห่าหอนตอบรับจากที่ไกลริบออกไป



       ในขณะที่จางซื่อหลงยังไม่รู้ว่าตัวเองไปผิดทิศผิดทางอยู่นั้น เขากำลังทำสีหน้าระรื่นพร้อมกับนึกในใจ ‘ดีๆ เรียกกันมาเยอะๆ ข้าจะได้ให้อี้หยางเก็บให้เรียบเลย ฮ่ะๆๆๆ’



       จางซื่อหลงกลัวว่าจ้าวหมาป่าจะรู้ตัวจึงแสร้งทำเป็นหลบซ้ายทีขวาทีเพื่อดึงเวลาให้อี้หยางสังหารฝูงหมาป่าขาวให้ครบพัน ไม่นานเลเวลของอี้หยางก็แตะไปที่สี่สิบสาม



       จางซื่อหลงใช้วิชาตัวเบาสลับกันกับวิชากายาไร้เงาเมื่อจ้าวหมาป่าพุ่งเข้ามาประชิดตัว เขาดื่มยาเพิ่มกำลังภายในและพลังกายพร้อมกับกินยาเม็ดเพิ่มกำลังภายในและพลังกายไปด้วยเพื่อให้เพียงพอต่อแผนการยื้อเวลา



       เวลาผ่านไป…



       เสียงจากระบบ “ผู้ติดตามอี้หยางได้ยกระดับพื้นฐานจากเลเวลสี่สิบสามขึ้นเป็นเลเวลสี่สิบสี่”



       “เย้! ฮะฮ่ะ! เวลาแห่งการนองเลือดใกล้เข้ามาแล้วโว้ย” จางซื่อหลงเผยแววตาเป็นประกาย เขาดูสถานะกำลังภายในและพลังกายของตัวเองที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีเพราะวิชากายาไร้เงาสูบเอาไปใช้ไม่ใช่น้อยเลย ถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่ใช้วิชานี้เป็นอันขาด



       ‘ขอให้อี้หยางสำเร็จจิตสังหารระดับสามทีเท้อ~ ถ้ารอให้แตะเลเวลสี่สิบห้ามีหวังพลังหมดก่อนเป็นแน่’ จางซื่อหลงพร่ำภาวนาในใจ เขาหอบออกมาด้วยความเหนื่อยล้าเพราะพลังกายใกล้จะหมดเต็มที



       ราวกลับสวรรค์ได้ยินคำพร่ำภาวนาของจางซื่อหลง…



       “ผู้ติดตามอี้หยางทำตามเงื่อนไขยกระดับทักษะจิตสังหารระดับสองเป็นระดับสาม” เสียงแจ้งจากระบบ



       “อ่ะ! จริงดิ!” จางซื่อหลงถึงกับฉีกยิ้มปากกว้างราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง เขากระโดดโลดเต้นหมุนตัวเหมือนกับนักเต้นระบำ เขาหัวเราะฮ่ะๆๆลั่นไปทั่งหุบเขา น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลเอ่อล้นออกมาทั่วทั้งใบหน้า “ในที่สุด!.. ในที่สุด!.. สิ่งที่ฉันคิดเกี่ยวกับทักษะจิตสังหารระดับสามก็เป็นความจริง” เขาลืมไปเลยว่ากำลังถูกจ้าวหมาป่ากำลังไล่ล่าอยู่



       จ้าวหมาป่าจ้องมองเหยื่อของมันด้วยความคิดที่ซับซ้อน ‘นี่ข้าไล่ตามเจ้ามนุษย์เพี้ยนอยู่รึนี่!’ มันยังคิดอีกว่า ถ้ามันกัดจางซื่อหลงแล้วจะติดเชื้อเพี้ยนๆด้วยหรือเปล่า อยู่ๆจางซื่อหลงก็หันหน้าจ้องมองมาทางมันพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย มันเริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย ‘มนุษย์นี่! มันคิดจะทำอะไรกัน!’



       จากนั้นจางซื่อหลงวิ่งตรงรี่ไม่คิดที่จะถ่วงเวลาอีกต่อไป เขาวิ่งตรงไปเรื่อยๆในขณะที่จ้าวหมาป่ายังคงตามเขามาติดๆ



       แต่ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไปไม่ถึงจุดที่จางซื่อหลงคิดว่าอี้หยางกำลังไล่สังหารหมาป่าขาวอยู่เสียที แล้วบริเวณโดยรอบเริ่มที่จะแคบขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าหุบเขาทั้งสองฟากกำลังบีบตัวเข้าหากัน



       จนในที่สุด…



       จางซื่อหลงเอามือทั้งสองข้างกุมศรีษะตะโกนออกมาซะลั่น “อ๊ากกก! นี่ตูวิ่งมาผิดทางหรือเนี่ยยย!!!” ในที่สุดเขาก็รู้ตัวจนได้ว่าอี้หยางอี้หยินอยู่อีกทางที่ไกลออกไปจากจุดที่เขาอยู่จนยากที่จะย้อนกลับไปได้เพราะพละกำลังของเขาไม่เพียงพอที่จะย้อนกลับไปนั่นเอง



       ทันใดนั้น…



       ปรากฎฝูงหมาป่าขาวที่ตัวใหญ่พอๆกับจ้าวหมาป่าขนสีเงิน ซึ่งดูแล้วน่าเกรงขามกว่าหมาป่าขาวก่อนหน้านี้ราวกับฟ้ากะเหว พวกมันปิดทางหนีของจางซื่อหลงโดยที่เขาไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย


       

       “กับดัก!” จางซื่อหลงร้องออกมา ‘มิน่าเล่าก่อนหน้านี้หมาป่านั่นถึงไม่เร่งรีบจู่โจมเราแต่อย่างใด เราวิ่งเข้ามาในกับดักที่มันวางไว้แล้วตั้งแต่ต้นรึเนี่ย’ เหงื่อไหลชุบไปทั้งตัวของจางซื่อหลงพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียวที่ใกล้จะหมดแรงลงทุกที



       หมดหนทางหนี!



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินหัวเราะหึ ‘ในที่สุดเจ้ามนุษย์น่ารำคาญนี่ ก็ตกอยู่ในวงล้อมของกองกำลังพิฆาตของข้าจนได้’



       ฝูงหมาป่าขาวร่างใหญ่กว่าราชสีห์รายล้อมจางซื่อหลงจากทุกทิศทุกทาง พลังของพวกมันไม่ต่างจากจ้าวหมาป่าขนสีเงินเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:01
    หมาป่าติดเชื้อแน่ถ้ากัดอีตานี่
    #365
    0