Fic RoV : Realm of Love [Yaoi]

ตอนที่ 3 : (All Valhein) -Flowers mid thorns- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ก.ย. 60

Story : Flowers mid thorns
Type : Fan Fiction,RoV
Pairing : All Valhein
Rate : ทั่วไป

..................................................

     "ข้าอยากเป็นแบบพวกเจ้าบ้างจัง"

     นักล่าหนุ่มเปรยเบาๆพร้อมนั่งเท้าคางมองเพื่อนสนิททั้งสองที่กำลังแต่งตัวกันอยู่กลางห้องด้วยสายตาอิจฉาริษยาแบบสุดๆ

     "แบบยังไงรึ?"

     พรานหนุ่มหันไปถามเพื่อนรวมห้องด้วยความสงสัย ส่วนร่างบางก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับพร้อมมือบางเลื่อนขึ้นชี้นิ้วไปยังร่างกายสมส่วนเยี่ยงชายชาตรีของบุคคลทั้งสองทันควันจนทั้งคู่ต่างก็พากันยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่หน้าคอก ชี้หน้ากันอย่างเดียวแบบนี้แล้วข้าจะไปตรัสรู้ด้วยได้อย่างไรเล่าปั๊ดโธ่!?

     "พวกข้าทำไมรึแวน?"

     อัศวินหนุ่มซึ่งเป็นคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่มถามพลางหยิบเสื้อยืดสีขาวกลอบดำซึ่งวางพาดอยู่บนเก้าอี้ไม้สักสีอ่อนขึ้นมาสวมทับเรือนร่างที่ถูกประดับด้วยมัดกล้ามแน่นหนักอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานใต้หมวกปีกกว้างสีดำทำปากยื่นใส่หนุ่มทั้งสองชั่วครู่ ก่อนริมฝีปากสีพีชจะพูดโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ออกจะฉุนเฉียวเล็กน้อย...นะ

     "ซิกแพค ข้าอยากมีซิกแพคแบบพวกเจ้าบ้าง!"

     'แวนไฮล์'ตะโกนพร้อมฟุบหน้าลงกับโซฟาตัวยาวเสียงดังตุบโดยไม่วายยกสองมือขึ้นทุบเบาะหนุนหลังรัวเป็นชุดจนฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามร่องไหมฟุ้งกระกายสู่อากาศคล้ายหมอกควัน

     "เจ้าจะอยากมีไปทำไมอ่ะ"

     'มุราด'แย้งขึ้นพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นโบกฝุ่นละอองแถวๆหน้าออกไปโดยมี'เธน'พูดสมทบด้วยอีกคน

     "นั่นสิ เจ้าเป็นตัวของเจ้าแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลาทำกล้ามหรอกเชื่อข้าสิ"

     "แต่ข้าอยากมีอ่ะ"ร่างบางทำแก้มป่องพร้อมยกคางขึ้นพาดเบาะพิงหน่อยๆราวเด็กเล็ก"ข้าเป็นบุรุษข้าก็ต้องมีสิ่งหนึ่งไว้ให้ชื่นชมบ้างดิ ไม่ใช่แบนราบเป็นไม้กระดานแบบนี้ เสียชาติเกิดหมด"

     สิ้นประโยคของนักล่าหนุ่ม คนทั้งสองต่างก็พากันส่ายหน้าไปมาพร้อมกันพลางไม่ลืมถอนหายใจออกมายาวๆสักเฮือกจวนจะเป็นเครื่องพ่นลมอยู่รอมร่อ เป็นอย่างนี้น่ะดีแล้ว แวนเอ๊ยยย

     กริ้งงงง!!

     ขณะที่สองหนุ่มกำลังยืนเครียดกับหนุ่มหน้าหวานตรงหน้า เสียงกริ่งโทรศัพท์บ้านก็พลันส่งเสียงเล็กแหลมราวเสียงกระจกขูดกับแผ่นโลหะดังโพล่งขึ้นมาเสียลั่นห้องจนเยื่อบุหูของทั้งสามแทบแตกกระจุยเป็นชิ้นๆ

     "โอ้ยเธน!! เมื่อไรเจ้าจะเปลี่ยนเสียงของสายโทรศัพท์เนี่ยห๊ะ แก้วหูข้าจะพังเข้าศูนย์อยู่แล้วนะโว้ย!!"มุราดบ่นพลางยกสองมือขึ้นอุดหูพัลวันซึ่งแวนไฮล์เองก็ตกใจกับเสียงนั้นมากจนร่างบางแทบจะหงายหลังโครมไปกับพื้นเช่นกัน

     "อ่า โทษทีๆ พอดีข้าลืมน่ะ"อัศวินหนุ่มกล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนตัวเล็กทั้งสองยกใหญ่ก่อนร่างหนาจะรีบเดินปรี่ตรงไปหยิบโทรศัพท์บ้านรุ่นเก่ากึกขึ้นแนบหูทันที"ฮัลโหล--"

     ตุบ!

     พอสิ้นเสียงคำฮัลโหลของเธนเท่านั้นแหละ มือหนาก็พลันกดโทรศัพท์ลงเก็บที่เดิมทันควันพลางใบหน้าคมคายแบบชายชาติอังกฤษก็พลันถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงระเรื่อราวลูกตำลึงสุก มุราดกับแวนไฮล์ต่างเห็นอาการผิดสังเกตของหนุ่มร่างใหญ่ ทั้งสองมองหน้ากันสักครู่ก่อนที่แวนไฮล์จะหันไปออกปากถามอัศวินหนุ่มตามประสา

     "เธน เจ้าเป็นอะไรรึ?"

     "ปะ เปล่า ไม่มีอะไร"เธนตอบพลางโบกมือปอยๆ

     "จริงนะ"มุราดมองเพื่อนอย่างจับผิด

     "จริงๆ"

     เธนยังคงยืนยันคำเดิม ตอนแรกแวนไฮล์ไม่เชื่อเพราะตามปรกติแล้วเธนเป็นคนที่ไม่เคยจะขะเขินอะไรได้ง่ายขนาดนี้เพราะเขาเป็นคนซื่อ ซื่อชนิดเกินลิมิตรเลยล่ะ มันมีสิ่งเดียวเท่านั้นแหละที่จะทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงได้ขนาดนี้...มันมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ!!!

     "อาร์ดูอินโทรมาใช่มั้ย?"

     ถามจบปุ๊บ ใบหน้าหล่อก็ยิ่งแดงเถือกขึ้นไปอีกชนิดสีแดงตราคอลลีนยังต้องอาย เป็นเรื่องจริงสินะเนี่ย...

     "เอาเถอะ"แวนไฮล์ว่าพร้อมยันตัวลุกขึ้นยืน"ข้าไม่ขอยุ่งเรื่องพวกเจ้าสองคนก็แล้วกัน ข้าจะออกไปข้างนอกละ"

     "จะไปไหนรึแวน?"พรานหนุ่มหันไปถามร่างบางที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวอยู่แถวๆเตียงของเจ้าตัวเอง

     "ออกไปดูของน่ะ"นักล่าหนุ่มตอบพร้อมกับที่ฝ่ามือบางจัดการเก็บของส่วนตัวไว้เรียบร้อยเสร็จสรรพ"พวกเจ้าทั้งสองต้องการอะไรมั้ย ประเดี๋ยวข้าจะซื้อมาให้"

     "ข้าไม่ต้องการอะไรหรอก"มุราดเอ่ย"ว่าแต่เจ้าไปคนเดียวได้รึ?"

     "ข้าไปคนเดียวได้น่า ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อย"

     "ได้แน่รึ?"เธนหันมาถามด้วยอีกคนเมื่อจัดการกับอารมณ์สุดพิลึกกึกกือนั่นของตนเองเรียบร้อยแล้ว

     "ได้ นี่ถามจริง พวกเจ้าสองคนเป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นเพื่อนข้ากันแน่ จ้องจะเป็นห่วงกันอยู่ได้"ร่างบางในชุดโค้ทคลุมยาวทำหน้ายู่ใส่พลางไม่วายยกสองมือขึ้นเท้าเอวหน่อยๆ

     เมื่อเห็นปฏิกิริยาของร่างบาง ชายหนุ่มทั้งสองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่คนทั้งคู่จะก้มหน้าไปคนละทิศและไม่วายยกมือขึ้นป้องปากกลั้นเสียงหัวเราะของใครของมันกันสุดชีวิตจนนักล่าหนุ่มอดที่จะยืนขมวดคิ้วเข้มเข้ากันอยู่กลางหน้าไม่ได้ มันขำอะไรกันวะ นี่กูพูดอะไรผิดไปรึเปล่าเนียะ?

     "เฮ้ยขำอะไรกัน"แวนไฮล์ถามพร้อมทำสายตาดุ

     "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เปล่าๆไม่มีอะไร"พรานหนุ่มตอบพร้อมโบกมือเพื่อเป็นสัญญาณให้ร่างบางรู้ว่าไม่มีอะไรจริงๆ"งั้นเอาเป็นว่า ช่วยกลับมาก่อนมืดก็แล้วกัน เข้าใจนะ"

     "น่ะ เป็นแม่ข้าชัดๆ"นักล่าหนุ่มเอ่ยพลางทำปากยื่นใส่ชายหนุ่มจากแดนทะเลทราย

     "เป็นห่วงตามประสาเพื่อนเว้ย"มุราดพูดพร้อมโยนกระบอกปืนคู่ใจของแวนไฮล์ส่งให้"อย่าลืมพกไปด้วยสิ เดี๋ยวเจออันตรายเข้าเจ้าจะลำบาก"

     "คร้าบบบบ แม่"

     "แม่พ่องเจ้าเถอะ"

     "น่าๆปล่อยวางกันเถอะทั้งสองคน"หลังจากที่ยืนเงียบมานาน เธนจึงถือโอกาสนี้ยื่นตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองทันทีก่อนที่จะเปลี่ยนจากความเป็นห่วงมาเป็นสงครามน้ำลายกันแทนเสียก่อน"ไปเถอะแวน เดี๋ยวของที่เจ้าต้องการมันจะขายหมดเสียก่อน"เธนเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มละไมแสนเป็นมิตรให้

     ร่างบางปลายดวงเนตรสีครามขึ้นมองใบหน้าชายชาติอังกฤษก่อนรอยยิ้มบางจะถูกวาดประดับบนใบหน้าหวานน้อยๆ"ขอบใจ"หลังพูดเสร็จ ร่างโปร่งบางใต้ชุดโค้ทหางยาวกับหมวกปีกกว้างสีดำก็พลันเดินปรี่ไปเปิดประตูห้องออกเพื่อที่สองขาเรียวยาวจะได้ก้าวเดินออกไปตามจุดหมายที่ตนได้มุ่งเป้าไว้ แต่ก่อนที่ร่างบางจะพ้นไปจากบานประตูใบหน้าหวานใต้ปีกหมวกกว้างก็ไม่วายหันกลับไปล้อเพื่อนซี้ทั้งสองอีกครั้ง"งั้นข้าไปก่อนนะ ท่านพ่อท่านแม่!"

     พูดจบ แวนไฮล์จึงรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังบานประตูทันทีเพราะรองเท้าแตะคู่สีแดงแปร๊ดดันถูกฝ่ามือของพรานหนุ่มขว้างเข้าอัดประตูเต็มๆจนเป็นรอยรองเท้ารางๆ ซึ่งมันก็โชคดีที่ร่างบางหลบได้ทันไม่เช่นนั้นป่านนี้หน้าเขาคงโดนทาบทับด้วยรองเท้าแตะของอีกฝ่ายเป็นแน่แท้

     แวนไฮล์วิ่งขำคิกมาตามระเบียงโดยที่สองหูยังคงได้ยินเสียงของมุราดด่าดังแว่วมาไกลๆ เมื่อวิ่งออกมาได้สักพักฝ่ามือบางทั้งสองข้างจึงเลื่อนสำรวจตรวจสภาพความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายกับหมวกใบโปรดของตนชั่วครู่ ก่อนร่างโปร่งจะเดินมั่นหน้าตรงเข้าตัวเมืองทันที...

..................................................

     ตลาดสดแน่นขยัด ผู้คนคึกคัก เสียงพูดคุยซ้อนทับกันเป็นแพ นี่คือเมืองแห่งการค้าขาย เป็นเมืองที่เหล่าชนชั้นจากทวีปอื่นจะเดินทางมาขายของประมูลสินค้ากับคนชาติอื่นๆเพื่อแลกกับผลกำไร ที่นี่มีของดีมากมายทั้งสินค้าเดิมๆและสินค้าแปลกไหม่ที่ไม่เคยพบเห็นในแถวบ้านเกิดของตนเองมาก่อน มีขายตั้งแต่เนื้อสัตว์ ขนสัตว์จนยาวไปถึงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆอย่างเช่น ดาบบั่นคอของเพชรฆาต เป็นต้น

     แวนไฮล์เดินดูตามร้านค้าต่างๆด้วยความสนอกสนใจ ดวงเนตรสีครามตวัดกรอกไปมาชั่วคร่ก่อนที่ดวงแก้วใสจะลุกวาวเมื่อพบเข้ากับร้านขายอาวุธ ไม่รอช้าสองขายาวจึงก้าวฉับๆเข้าไปในร้านทันทีปางจรวด

     เมื่อเข้าไปปุ๊บสิ่งที่สองลูกตาเห็นก็คือแผงลอยเก็บโชว์อาวุธจำนวนมากทุกแบบทุกชนิดถูกแขวนเรียงติดอยู่กับเส้นลวดอะลูมิเนียมเหนือศรีษะ ส่วนข้างล่างคืออุปกรณ์ย่อยและลูกกระสุนปืนของอาวุธนั้นๆ แต่ถ้ามีใครนึกอยากประกอบเองก็มีแยกส่วนให้เอาไปประกอบที่บ้านเหมือนกันถ้าไม่ไว้ใจว่าคุณภาพมันดีสมราคารึเปล่า

     ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังตื่นตาตื่นใจกับอาวุธนานาชนิดอยู่นั้น เสียงแหลมต่ำของสตรีนางหนึ่งก็พลันดังขึ้น

     "สวัสดี ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่?"

     สิ้นเสียงคำกล่าวทักทาย ก็ปรากฏหญิงสาวในชุดอัศวินกับเรือนผมสีแดงเพลิงที่ถูกเจ้าตัวหวีปัดไปข้างขวาอย่างลวกๆ ดวงตาสีเปลือกไม้โอ๊คเข้ากับใบหน้าสะสวยและดุดันของนางเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่เพิ่งจะเจอกันเป็นครั้งแรกแต่ทำไม่ร่างบางถึงรู้สึกคุ้นนเคยกับนางแปลกๆชอบกลยังไงก็ไม่รู้

     เมื่อนางเห็นว่าชายหนุ่มเงียบไป ฝ่ามือบางจึงยกขึ้นโบกไปมาแถวๆดวงหน้าหวานจนเจ้าตัวรู้สึกตัว"เฮ้ ท่านเป็นอะไรรึเปล่า?"

     "อะ ออ เปล่าหรอก"แวนไฮล์ตอบ"ว่าแต่แม่นาง ท่านกับข้าเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า?"

     "ไม่นะ ข้าหน้าเหมือนใครที่ท่านรู้จักอย่างนั้นรึ"นางถามพร้อมก้มหน้ามอง...ก็นางสูงกว่าเขาอยู่นิดหน่อยนี่นา

     "ก็ทำนองนั้น"

     "จริงสิข้าลืมแนะนำตัว ข้าชื่อแอสทริดแล้วท่านล่ะ"นางกล่าวแนะนำตัวพลางส่งยิ้มให้ชายหนุ่มตามมารยาท

     "ข้าแวน เฮลซิ่ง เรียกว่าแวนไฮล์ก็ได้"แวนไฮล์ตอบพลางยื่นมือขึ้นดันหมวกขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย แต่พอปีกหมวกเลื่อนขึ้นเท่านั้นแหละ 'แอสทริด'ก็พลันยืนแข็งทื่อไปเลยเมื่อสองเนตรเห็นใบหน้าใต้ปีกหมวกสีดำนั่น หนุ่มร่างเล็กมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งไปเสียดื้อๆ"แอสทริด ท่านเป็นอะไรรึเปล่า?"

     "กรี๊ดดดดด!!!!"

     เมื่อร่างบางถามจบเท่านั้นแหละ หญิงสาวร่างใหญ่ตรงหน้าก็พลันพุ่งเข้ามาอุ้มช้อนชายหนุ่มขึ้นมากอดเสียซะอย่างนั้นพร้อมริมฝีปากเคลือบสีแดงอ่อนพองามพลันส่งเสียงกรีดร้องออกมาซะลั่นกระโจมโดยใบหน้างามไม่วายถูไถไปมาแถวบริเวณแผ่นอกเล็ก ซึ่งการกระทำอย่างอุกอาจแบบนี้มันก็ทำให้แวนไฮล์รู้สึกตกอกตกใจเป็นอย่างมาก

     "อะ แอสทริด! ท่านทำอะไร!?"

     "น่าร้ากกก! ท่านน่ารักสุดๆเลยแวนไฮล์!!"

     ห๊ะ...??

     สิ้นเสียงวีดร้องของหญิงสาว เครื่องหมายปรัศนีก็พลันลอยเด่นเต็มหน้าแวนไฮล์ทันควัน น่ารัก เขาอ่ะนะน่ารัก??

     "อะ เออ ช่วยวางข้าลงเถอะนะแอสทริด"หนุ่มร่างบางเอ่ยเสียงอ่อนจวนแทบจะกลายมาเป็นคำขอร้องแทนพลางสองมือเลื่อนลงจับบ่าอีกฝ่ายเบาๆ

     "ให้ข้ากอดท่านแบบนี้ก่อนนะแวนไฮล์"แอสทริดพูดเสียงอู้อี้พร้อมจมูกโด่งไม่วายสูดดมกลิ่นกายของอีกฝ่ายเข้าปอดลึกๆหลายๆเฮือก หอมเว้ย! หอมโคตรๆ!!

     "แต่ว่า..."นักล่าหนุ่มเอ่ยเสียงพร้อมหดคอลงเพื่อให้ปีกหมวกกว้างเลื่อนลงมาปิดบังใบหน้าหวานสีซากุระ ก่อนที่เสียงนุ่มจะเอ่ยออกมาเบาๆว่า"ท่านจับก้นข้าอยู่..."

     สิ้นคำพูดของร่างบางเท่านั้นแหละ หญิงสาวก็พลันหยุดชะงักกึกพลางฝ่ามือบางใต้ถุงมือเกราะค่อยๆออกแรงบีบๆคล้ำๆครู่หนึ่งเพื่อเช็คให้แน่ใจ ก่อนที่นางจะเผลอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีดที่ตนดันเผลอไปจับก้นอีกฝ่ายเข้าเสียอย่างนั้น

     "อุ๊ยตาย! ข้าขอโทษนะท่าน"แอสทริดเอ่ยพร้อมค่อยๆวางร่างบางลงกับพื้นตามเดิม แต่ก็ว่าเถอะ ก้นนุ่มฉิบเลยพับผ่าสิ!

     "ขอบคุณ"แวนไฮล์ว่าพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าร่องเข้ารอย ก่อนที่เขาจะหันมาถามเรื่องสินค้าที่หญิงสาวเอามาขายเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินเมื่อสักครู่ลง"ไม่ทราบว่าท่านขายอะไรรึ แอสทริด"

     "ออ! ก็ขายพวกอาวุธสงครามน่ะ ไม่ทราบว่าท่านสนใจอะไรในนี้สักอย่างสองอย่างรึยังเล่า?"นางถามพร้อมผายมือวาดออกให้มองเหล่าอาวุธบนแผงลอยอะลูมิเนียม

     "คือข้าต้องการกระสุนเงินที่หลอมขึ้นมาจากแร่สีเงินใต้เงาจันทร์น่ะ ไม่ทราบว่าท่านมีขายหรือไม่?"

     "มีสิแต่อาจแพงหน่อยนะเพราะมันหายากมาก"

     อัศวินสาวบอก แร่สีเงินใต้เงาจันทร์ คือแร่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าหายากมากที่สุดในบรรดาแร่บริสุทธิ์ทั้งมวล มันถูกนำมาหลอมเป็นกระสุนเพื่อใช้ปลิดชีพเหล่าปีศาจโดยเฉพาะ แต่เพราะมันหายากและมีน้อยด้วยกระมังนั่นจึงทำให้ราคามันพุ่งกระฉูดลิบลิ่วขึ้นทะลุฟ้าไปไกลนู่นเลยนั่น

     เมื่อสองหูได้ยินคำว่าแพง ดวงหน้าหวานจึงรีบก้มลงโดยไม่วายเลื่อนมือข้างหนึ่งเพื่อล้วงลงไปควานหากระเป๋าตังค์ให้วุ่น เงินที่ข้าเตรียมมามันจะพอรึเปล่าวะ

     เมื่อหญิงสาวเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของชายหนุ่ม นั่นจึงไม่เป็นการยากนักที่รอยยิ้มเอ็นดูจะถูกวาดประดับบนใบหน้างาม น่ารักเสียจริงๆ นางคิดก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสีกุหลาบจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่นเป็นอย่างมากราวพี่สาวคนหนึ่ง

     "ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าให้ท่านฟรีก็ได้ ข้าไม่คิดเงินสำหรับท่าน"นางยิ้มตามประสาแม่ค้าคนหนึ่งที่ไม่ใช่อัศวินผู้กล้าหาญแห่งอาณาจักร

     "จะดีหรือท่าน"

     ร่างบางถามพร้อมดวงเนตรคู่งามไม่วายมองช้อนขึ้น เขารู้สึกเกรงใจหญิงสาวมากเหลือเกินทั้งๆที่เขาทั้งสองเพิ่งจะเจอกันเป็นครั้งแรกแท้ๆ แอสทริดยิ้มรับก่อนสองมือจะเอื้อมขึ้นมาตบไหล่มลเบาๆทีสองที ก่อนเสียงแหลมทุ้มจะเอ่ยออกไปอีกครั้งโดยเปลี่ยนสรรพนามจากผู้ซื้อและผู้ขายมาเป็นแบบคนสนิทชิดเชื้อกันแทน

     "น่าสหาย! ไม่ต้องจ่ายไม่ต้องควักกระเป๋าตังค์ ประเดี๋ยวข้าแอสทริดคนนี้เลี้ยงเอง ข้าให้เจ้าฟรี!"พูดจบ แวนไฮล์ทำท่าจะแย้งตอบแต่กลับโดนหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงพูดโพล่งขึ้นมาอีกรอบ"ห้ามปฏิเสธ ห้ามขัดขืน และห้ามไม่รับของจากข้าด้วย เข้าใจมั้ย?"

     นางกำชับเสียงแข็งพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนชายหนุ่มจะเอนหลังลงหน่อยๆเพราะไม่เช่นนั้นป่านนี้ใบหน้าของเขาคงได้มีแววชนเข้ากับอีกฝ่ายแล้วแหงๆ

     "ขะ เข้าใจแล้ว"

     นักล่าหนุ่มตอบพร้อมพยักหน้ารัวๆ แอสทริดยืนจ้องตาอีกฝ่ายชั่วครู่ก่อนที่ใบหน้าสะสวยจะบรรจงฉีกยิ้มหวานให้หน่อยๆเป็นเชิงว่านางถูกใจกับคำตอบนั้นของชายหนุ่มมาก ก่อนที่นางจะขอตัวเดินเข้าไปควานหาหีบบรรจุกระสุนเงินให้ตามที่ร่างบางต้องการ

     แวนไฮล์ยืนถอนหายใจยาวครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวสมองจะนึกถึงกิริยาทั้งหมดของหญิงสาวแล้วเอามาเปรียบเทียบกับเพื่อนหนุ่มของตนคนนึงซึ่งเพื่อนคนนั้นก็มีลักษณะและอุปนิสัยคล้ายแอสทริดมากจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองคนนี้น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน...นั่นก็คือเธน

     รึว่าทั้งสองจะเป็นพี่น้องกัน ฮึ่ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง

     แวนไฮล์คิดพลางสะบัดหน้าไปมาเพื่อหวังให้ความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นละลายหายไปจากสมอง ก่อนที่สองเนตรสีครามจะสำรวจอุปกรณ์นานาชนิดบนแผงลอยต่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างที่รอแอสทริดไปเอาของมาให้ด้วย

     "ขบวนอัศวินแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิกลับมาแล้ว!!!"

     ขณะเดียวกันกับที่ดวงเนตรคู่งามกำลังมองอาวุธบนแผงลอยอยู่นั้น เสียงประกาศกล่าวของบุคคลผู้หนึ่งก็พลันดังลั่นขึ้นมาสนั่นลั่นแผ่นดินชนิดที่นกพิราบทั้งฝูงสามารถกระพือปีกบินหนีออกจากเมืองไปหมดฝูงได้ยกครัวสบายๆ

     "ขบวนอัศวินแห่งจักรพรรดิรึ"

     แวนไฮล์พึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนที่สองขาเรียวจะก้าวฉับออกไปดูเหตุการณ์ข้างนอกกระโจมด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะปรกติเขาไม่ค่อยได้อยู่เมืองสักเท่าไรจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นกองทัพส่วนพระองค์ขององค์สมเด็จพระจักรพรรดิเลยสักครั้ง ซึ่งหนนี้ก็มีโอกาสแล้วก็ขอเบิกตาดูให้ชัดหน่อยก็แล้วกัน

     ชายหนุ่มเดินเบียดฝูงชนเข้าไปยืนอยู่แถวกลางๆเพราะด้านหน้าส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กเล็กที่พากันแห่มาดูขบวนอัศวินหลวงเช่นกัน ด้านหน้าขบวนคือขบวนทัพของพลทหารม้าโดยด้านหน้าของทัพก็มีพลทหารม้าสองนายกำลังควบอาชามาคนละฟาก ฟากหนึ่งคืออัศวินหนุ่มผู้สวมหน้ากากสีเงินครึ่งหน้ารับกับชุดเกราะสลักเกล็ดมังกรลอบบ่าควบคู่มากับอาชาขาว ส่วนอีกฟากคืออัศวินหนุ่มอีกคนแต่มีรูปร่างหนากว่าคนแรกเล็กน้อยสวมชุดเกราะสีถ่านแกมแดงควบคู่มากับอาชาสีทมิฬดูน่าเกรงขาม ดูจากท่าทางของคนทั้งคู่แล้ว ก็คงหลุดไม่พ้นคำว่า'ท่านแม่ทัพ'อย่างแน่นอน

     "เจ้าดูสิ ท่านซานิสยังคงดูสง่าเหมือนเช่นทุกครั้งมิมีเปลี่ยนเลย"หญิงสาวคนหนึ่งหันไปเอ่ยกับเพื่อนนางข้างๆแวนไฮล์ด้วยท่าทางดี๊ด๊าแบบไม่แคร์สายตาประชาชีรอบข้างเลยสักนิด"เจ้าว่าท่านมีคนในใจรึยัง?"

     "ข้าจะไปรู้ได้ไงเล่ายัยนี่! ข้าไม่เคยเห็นท่านซานิสเหลียวมองหญิงนางใดเลยนะจนชาวบ้านเขาหยิบเอาไปซุบซิบกันในหมู่วงสนทนาให้สนุกปากนานแล้วนู่น"

     เรื่องซุบซิบ...? ร่างบางทำหน้างงพลางไม่วายยืนขมวดคิ้วอยู่หน่อยๆ โดยที่สองหูก็ทำหน้าที่แอบเสือกเรื่องชาวบ้านเขาไป

     "เรื่องซุบซิบอะไรรึ?"นางถามพร้อมทำหน้าอยากรู้อยากเห็นไปตามประสา

     "ก็เรื่องที่ว่า ท่านซานิสอาจจะเป็นพวกนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันน่ะสิ ข่าวลือออกจะดังเจ้ากลับไม่รู้เนี่ยนะ"

     สิ้นคำตอบของสตรีนางนั้น นักล่าหนุ่มก็พลันยืนอึ้งไปชั่วขณะกับข่าวลือที่ว่า แต่อย่างว่าล่ะ ข่าวลือก็คือข่าวลือ มันอาจจะเป็นเรื่องโกหกของบรรดาชาวบ้านขี้โม้ก็ได้ที่ว่าพลทหารม้าผู้ห้าวหาญอย่าง'ซานิส'คนนั้นจะเป็นพวกรักร่วมเพศ...แต่มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย? แบบ 50-50 ไรเงี้ย?

     "เฮ้..."ขณะที่แวนไฮล์กำลังยืนคิดอยู่คนเดียว อยู่ดีๆก็มีเสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามาข้างๆหูร่างบางแบบไม่ทันให้เจ้าตัวได้ตั้งตัวเลยสักนิดจนชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตัวโยงไปข้างหน้าแล้วก้าวแต่โชคดีที่ฝ่ามือหยาบพุ่งออกไปรั้งเอวบางไว้ได้ทันพอดี ก่อนเสียงนั้นจะดังขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง"เจ้าเป็นอะไรรึ?"

     "มะ ไม่เป็นอะไรแค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ"แวนไฮล์เกือบหลุดพูดเสียงหลงพลางยิ้มแห้งตอบ พร้อมกับที่ดวงเนตรสีครามปลือขึ้นมองบุคคลเบื้องหน้าให้ชัดๆ อีกฝ่ายมีใบหน้าหล่อเลาเอาการ ดวงเนตรคู่สีฟ้าใสรับกับเกศาสีทองสว่างราวแสงสุริยันเป็นอย่างดี จะพูดไงดีล่ะเขาก็เป็นผู้ชายกันทั้งคู่ร่างบางคงจะพูดชมว่าอีกฝ่ายหล่อ หน้าตาดีออกไปไม่ได้ง่ายๆหรอกมันระคายปาก ถึงใจมันอยากจะพูดก็เถอะ"เออ ช่วยปล่อยข้าก่อนได้มั้ย"แวนไฮล์เอ่ยขอพร้อมพยายามดันกายออกมาห่างๆอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด ก็นะ ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่กำลังถูกสายตานับสิบคู่จ้องมองมาอยู่นี่นา

     "ได้สิ"ร่างสูงยิ้มก่อนท่อนแขนแกร่งจะยอมคลายออกช้าๆเพื่อปล่อยให้ร่างบางเป็นอิสระ

     เมื่อถูกปล่อย นักล่าหนุ่มจึงรีบผละกายออกมาห่างๆจากกร้ามเนื้อแน่นหนักนั่นทันทีด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ สงสัยคงเป็นเพราะทั้งชีวิตนี้แวนไฮล์ไม่เคยถูกผู้ชายคนอื่นกอดมาก่อนนอกจากเธนกับมุราดกระมังจึงทำให้ใบหน้าหวานใต้ปีกหมวกกว้างอ้ำๆอึ้งๆพูดอะไรไม่ออกอยู่นานเหมือนมีอะไรไปติดหลอดคออย่างไรอย่างนั้น

     บุรุษสูงใหญ่แอบลอบมองกิริยาของอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง"ข้าทำอะไรให้เจ้าไม่สบายใจรึเปล่า?"

     "เปล่าเล๊ยยย!!"ร่างบางตอบเสียงสูงทันควันพลางพยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้...แต่น้ำเสียงมันก็หลุดไปไกลเสียแล้วแหละ

     ชายผมทองยืนขำกับท่าทางของคนตัวเล็กกว่าสักพักจนร่างบางเริ่มหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ"เอาเถอะๆ ข้าเชื่อเจ้าก็ได้ ข้าชื่อ ยอร์น เทพแห่งดวงสุริยา แล้วเจ้าเล่าพ่อหนุ่ม?"

     "แวน เฮลซิ่ง เป็นนักล่าปีศาจ เรียกแวนไฮล์ก็ได้แล้วแต่ถนัด"

     "งั้น ข้าขอเรียกเจ้าว่าแวนไฮล์ก็แล้วกัน โอเคนะ"เทพสุริยันถามพร้อมทำสัญลักษณ์มือว่าโอเคอยู่ข้างหน้า

     "อือ"ร่างบางส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงว่าโอเคพร้อมพยักหน้าหน่อยๆ

     "ดี!"เสียงทุ้มเปล่งเสียงลั่นพร้อมยืดหลังตรงจนร่างบางไม่วายสะดุ้งไปอีกหน เมื่อเห็นดังนั้นร่างสูงโปร่งของเทพสุริยันหนุ่มก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้"ตอนแรกข้ากะจะมาจีบเจ้าสักหน่อย แต่ในเมื่อเจ้าเป็นคนขี้ตกใจง่ายขนาดนี้ข้าก็คงเร่งเวลาผลุนผลันไม่ได้ ฉะนั้นตอนนี้ข้าขอตัวไปทำหน้าที่ของต่อแล้วกัน"สุริยันหนุ่มเว้นช่วงก่อนจะยื่นมือออกไปเชยคางอีกฝ่ายให้เงยขึ้นสบตาตนน้อยๆ โดยที่'ยอร์น'ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อให้ริมฝีปากบางแตะสัมผัสแก้มเนียนเบาๆพอให้ลมหายใจอุ่นรดผิวขาวละมุนก็พอ"ไว้เจอกันใหม่ พ่อนักล่าปีศาจ"

     สิ้นประโยค ใบหน้าหวานก็พลันถูกฉาบไปด้วยสีแดงฉานราวกับถูกไฟไหม้ ยอร์นยิ้มละไมก่อนร่างหนาจะผละออกไปจากฝูงชน แวนไฮล์ยืนอึนอยู่นานโดยมีสายตานับสิบคู่รอบข้างจับจ้องอยู่ไม่ห่าง เมื่อตั้งสติได้ ร่างโปร่งใต้ชุดโค้ทหางยาวก็พลันรีบวิ่งฝ่ากลุ่มคนออกไปทันทีปานฟ้าแลบ

     "แวนไฮล์ ข้าเอากระสุนเงินใต้เงาจันทร์มาให้แล้ว"แอสทริดเดินออกมาจากกระโจมพร้อมถือกล่องบรรจุกระสุนมาด้วยในมือ นางหันซ้ายหันขวาเพื่อหาคนน่ารักของนางอยู่แล้วรอบก่อนดวงเนตรคู่สีไม้โอ๊คจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มกำลังเดินดิ่งมาหานางพอดิบพอดี"เฮ้! นี่ไงกระสุนที่เจ้าต้อ--"

     พูดไม่ทันจบดี กล่องไม้สักสีเข้มก็พลันถูกฝ่ามือบางเอื้อมฉกไปถือไว้อย่างรวดเร็ว"ขอบใจนะแอสทริด ข้าไปล่ะ"เสียงนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมคำอำลา ก่อนร่างโปร่งจะก้าวถี่ๆออกไปจากบริเวณนั้นทันที หญิงสาวยืนเกาหัวด้วยความงุนงงอยู่ชั่วครู่แต่นางก็ไม่คิดอะไรมาก ก่อนที่ร่างระหงแต่มีความหนานิดหน่อยจะก้าวขาเข้าไปอยู่ในกระโจมตามเดิม

     นักล่าหนุ่มวิ่งปรู๊ดกลับที่พักชนิดไม่เห็นฝุ่น แต่ตัวเขานั้นจะรู้สึกตัวสักทีไหมเล่าว่าตอนนี้กำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องตัวเขาอย่างไม่คลาดสายตาอยู่เนิ่นๆ

     "เฮ้ย ซานิส เหม่ออะไรอยู่ ทัพหลักจะเดินมาแล้วเดี๋ยวก็โดนเหยียบเละหรอก"นักรบเจ้าของชุดเกราะสีถ่านแกมแดงกระชากเสียงใส่สหายตนพลางไม่วายยื่นมือหยาบออกไปโบกศีรษะทุยเสียดังโป้กทีนึงด้วยความหมันไส้ส่วนตัวล้วนๆ

     "ลิโป้! ข้าเจ็บนะ!"ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายหันไปว้ากใส่สหายรักทันควันโดยไม่ลืมยกมือขึ้นลูบหัวปอยๆ

     "แล้วเจ้าจะมัวยืนเหม่อมองพ่อหนุ่มนั่นอยู่นานแค่ไหนกันล่ะ ฮึ"ชายร่างหนาว่าพลางยื่นปากใส่"ข้ารู้นะว่าเจ้ากำลังคิดอะไร เสร็จตรงนี้ก่อนก็ได้แล้วค่อยไปสืบว่าพ่อหนุ่มคนนั้นอาศัยอยู่ที่ไหน ตอนนี้เดินก่อน"

     'ซานิส'ควบม้าคู่ไปกับอีกฝ่ายพร้อมดวงเนตรสีครามไม่วายจ้องจิกคนข้างๆเป็นนกเอี้ยง ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยถามออกไป"หรือว่าเจ้าก็คิดแบบข้า?"

     'ลิโป้'ไม่คิดตอบอะไรกลับ แต่เขาเลือกหันหน้ากลับไปหาสหายพร้อมทำหน้ายิ้มกระหยิ่มเป็นเชิงบอกใบ้ให้เท่านั้น เมื่อซานิสเห็นดังนั้น ใบหน้าหล่อใต้หน้ากากเหล็กครึ่งหน้าก็ไม่วายอดที่จะทำหน้าอาฆาตใส่อีกฝ่ายทันทีอย่างไม่กลัวเกรงใดๆทั้งนั้น

     "คนนี้ข้าจอง คนมีเมียแล้วอย่างเจ้าริอย่ามาสะเออะให้เสียเวล่ำเวลาเลย เอาเวลาไปปั้มทายาทสืบสกุลไม่ดีกว่ามั้ง"ซานิสพูดขู่พร้อมยิ้มร้ายใส่เป็นเชิงเตือน แต่มีเรอะที่จอมทัพอย่างลิโป้จะกลัว เหอะฝันไปเถอะ!

     "ถึงมีเมียแล้ว ก็หาเพิ่มได้หนิ จริงมั้ย?"ลิโป้ตอบพลางยักคิ้วใส่

     ทั้งคู่ต่างคนต่างมองจิกใส่กันทางหางตาโดยมีเสียงเห่ต้อนรับจากบรรดาชาวบ้านรอบข้างไปตลอดทาง ถึงแม้พวกเขาจะต่างอารมณ์ต่างนิสัย แต่มีอย่างเดียวในขณะนี้เท่านั้นที่ทั้งคู่ต่างก็คิดตรงกัน เมื่อหลังเสร็จสิ้นขบวนปุ๊บ...

     พวกเขาจะไปเอาเจ้าหนุ่มนั่นมาเป็นเมียให้ได้!!!

..................................................
-END-
..................................................
จบแล้วจร้า!//เฮ้ยจบจริงดิ!(รีดประท้วง)
บทนี้เป็น All Valhein ที่แบบว่า ไม่มีอะไร ไม่ค่อยมีเซอร์วิชผู้อ่านเลยสักกะติ๊ด????
นักอ่านก็ต้องเข้าใจอ่ะนะว่า 'ทั่วไป' แต่ถ้านักอ่านอยากให้มีตอนต่อก็บอกนะครับ
ส่วนเรื่องคู่อื่นๆไรท์จะพยายามมาทยอยลงให้นะครับ

ขอบคุณนะครับสำหรับคอมเม้น กำลังใจและการติดตาม!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #167 กัสมุยยยยยย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:17
    อยากให้มีอีกสัก2,3,4,5ตอน(ขนาดนั้นเลย-.-) ขอเถอะ พลีสสสสส หรือให้มากกว่านี้ก็ย่อมได้555555 #น๊าาาาาาาาา
    #167
    0
  2. #158 อุฟุฟวย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:53
    อ้ากกก
    #158
    1
  3. #95 NaRMi_Ni (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 12:49
    โง้ยยยยดีต่อจัยยยย์ allแวนด้วย=/////=//กราบคนเขียนน
    #95
    0
  4. #55 maskcrow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 21:47
    ร้ายค่ะทั้ง ยอร์น ซานิส และลิโป้เลยอ่ะกรี๊ดดดดด
    #55
    0
  5. #17 ChanikarnTR (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 17:03
    แม่วันต้องเจอกับลุงสนิทใช่มั้ย
    #17
    0
  6. #15 Sendou Nunny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 22:33
    แอสทริด รุกหนักไปมั้ยลูกกก555555
    #15
    0
  7. #13 Sendou Nunny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 01:33
    รอจ้าาา
    #13
    0
  8. #11 K-Kris (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 21:41
    รอวนไปค่าาา
    #11
    0