Daddie'Z Home : คุณพ่อมือใหม่ในแดนซอมบี้

ตอนที่ 7 : EP.6 ยายแก่กินคน 20+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ย. 61


2 ปีก่อน....


ณ เส้นทางหลักสายหลักในการอพยพ...(โคราช)


20:30
[ปิ๊บๆ!!]  [ปิ๊บ!]

เสียงแตรดังสนั่นสวนกันไปมา เป็นเวลา 4 ชั่วโมงแล้ว ที่ถนนสายชัยภูมิ- ภูเขียวแออัดไปด้วยผู้คนที่ต้องการจะหนีรอดออกจากแดนนรกนี้ ผู้ใช้เส้นทางทำได้เพียงเคลื่อนรถทีละนิดและตะโกนโวกเวก เนื่องจากถนนอีกเลนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น รถจึงสามารถสัญจรได้เพียงเส้นทางเดียว การจราจรเป็นอมพาต ผู้คนหวาดวิตก จนกระทั้งบางรายเริ่มแสดงสัญชาตญานดิบ การปล้นสะเบียง การต่อสู้แย่งชิงเริ่มมีมาให้เห็นเป็นระยะ บ้างก็ถึงกับมีการฆ่ากันทิ้งเพียงเพราะรถข้างหน้าไม่ยอมหลีกทางให้ ไม่มีหน่วยงานใดมาเหลียวแลรัฐบาลเพิกเฉยไม่มีกฎหมายใดคุ้มครองผู้อพยพ เหลือเพียงแค่กฎแห่งสังคมเหลือเพียงแค่กฎแห่งสังคมที่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลซะแล้วและความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลซะแล้ว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความชิปหายวายป่วงของมวลมนุษยชาติยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่พวกเขาต้องเผชิญ


ในรถเก๋งสีดำบรอนด์เงินคหนึ่งที่จอดติดอยู่บนถนนเฉกเช่นกับคันอื่น....


ครอบครัวคนไทยเชื่อสายจีน ซึ่งมีพ่อ แม่ ที่นั่งอยู่ด้านหน้า และลูกชายกับอาม่าที่ดูเหมือนจะสุขภาพไม่ดีนั่งอยู่เบาะหลัง พวกเขาต่างนั่งหน้าเครียดกันอยู่บนรถ ผู้เป็นพ่อที่อยู่หน้าพวงมาลัยบิดหมุนเครื่องรับสัญญาณวิทยุไปมาด้วยสีหน้าไม่วิตกกังวล

[ประกาศ คณะรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย วาระฉุกเฉิน เนื่องด้วยมีการระบาดของเชื้อไวรัสไม่ทราบชนิดที่แพร่กระจายทางอากาศ ทำให้เกิดโรคระบาดไม่ทราบชนิด ซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการคลุ้มคลั่งและเกิดอาการอยากกินเนื้อมนุษย์ ตอนนี้เชื้อได้แพร่กระจายไปกว่า 30% ของพื้นที่ภาคอีสานแล้ว และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนภาคอีสานทุกท่านอพนำออกจากพื้นที่เข้าสู่เขตกักกันเชื่อโรคให้เร็วที่สุด คำเตือน หากเจอผู้ติดเชื้อให้ฆ่าได้ทันที เพื่อความปลอดภัย ต่อจากนี้ผมขอให้พวกท่านอดทนรับมือกับสถานการณ์ไปก่อน รัฐบาลและนักวิชาการจะหาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ขอให้ทุกท่านจงวางใจ]



"โถ่..! ป๊า! จะหมุนอะไรนักหนา จะคลื่นไหนมันก็มีแต่ข่าวลุงเตยเหมือนกันทั้งนั่นแหละ"


ลูกชายตัวอ้วนที่อยู่หลังพูดขึ้น


"อั้วรู้เลี้ยว! แต่มังไม่มีอะไรฟังนี่หว่า!!"


"อังเปาอย่าไปเถียงป๊าสิลูก!"


ผู้เป็นแม่ปรามลูกที่กำลังจะเปิดศึกกับพ่อ ซึ่งดูเหมือนเรื่องนี้จะเกิดขึ้นประจำกับครอบครัวนี้


"ม๊านั่นแหละ! ชอบไปให้ท้ายป๊า เขาถึงเถียงเปาคำไม่ตกฟาก!"

"คำนี้ต้องอั้วต้องเป็นคนพูด!! ปัดโธ่ ไอ้ลูกคนนี้ ลื้อนี่มันช่าวชุ่ยจริงเลย(ปากเสีย)"

"ป๊านั่นแหละ ช่าวชุ่ย!"

"อ๋อ นี่ลื้อว่าอั้วช่าวชุ่ยเหรอ? ไอ้ลูกทรพี"

"แล้วจะทำไมละ!?"

ค๊อก คล๊อก!

ในขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน อาม่าที่นั่งแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้น ก็ไอออกมาเป็นเลือดสีดำ เรื่องที่ทะเลาะกันเมื่อกี้อยู่เป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อความตรึงเครียดของจริงได้เริ่มขึ้น

"ม๊า..!! อาม่าเป็นไรอะ ทำไมไอเป็นเลือด!"

ตี๋อ้วนถามแม่ แต่ไม่มีคำตอบใดๆจากผู้เป็นแม่

"จะทำไงดีคะเฮีย"

เธอเขย่าแขนสามีของเธอ ด้วยสีหน้ากังวล

"ฮือออ! (ถอดหายใจ) เอางี้! อั้วจะออกไปหา หมอหรือพยาบาลข้างนอก เผื่อจะเขาช่วยได้"

เขาเปิดเก๊ะหน้ารถแล้วหยิบเอาปืนส่งให้ลูกชายที่ดูเหมือนจะไม่ถูกกัน แต่จริงๆแล้วรักกันมาก

"เดียวอั้วมา ดูแลม๊าล้วย"

"ครับ"

เขารับปืนและพยักหน้า

[ค่อกๆ! แค่ก!!]

อาม่ายังไออย่างต่อเนื่อง เลือดสีดำข้น ไหลออกมาเป็นระลอก

"ม๊า! มาดูอาม่าหน่อย อีไอไม่หยุดเลยอะ!!"

"ถ้างั้นลื้อลุกมา ม๊าจะไปนั่งหลัง"

ลูกชายสลับที่นั่งกับแม่

[ตับๆๆๆๆ] //เสียงวิ่ง

"ทางนี่เลยครับคุณหมอ เชิญครับ! เชิญครับ!"

ผู้เป็นพ่อวิ่งพร้อมกับชายที่ดูไม่เหมือนหมอเท่าไร

"ผมเป็นสัตวแพทย์ แต่ถ้าเป็นอาการเบื้องต้น ผมก็พอช่วยได้"

"อาตี๋ ลื้อไปเอาป๋ากระป๋องหลังรถมาให้คุณหมอเขาสักลังสิ"

"ได้ๆ"

ลูกชายวิ่งไปหลังรถ ในขณะที่เสียงไอของอาม่าเงียบไปแล้ว

"เขาก็ไม่ได้ไอแล้วนิครับ? เดียวผมขอตรวจม่านตาหน่อยนะครับ เชี่ย!!"

หมอถึงกับตกใจเมื่อเห็นส่องไฟไปที่ดวงตาของผู้ป่วย นัยน์ตาที่ควรจะเป็นสีดำนั้นกลับกลายเป็นเมือกสีขาวที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเส้นเลือดสีแดง ลำคอปูดเขียวซีดจางน่าสยดสยอง

"แม่ผมเป็นอะไรครับหมอ!?"

เขาถามหมอด้วยความร้อนใจ คุณหมอทำหน้าสลดใจแล้วพูดว่า...

"ผู้ป่วยติดเชื้อ อ่าาาาห์!!"

ไม่ทันที่เขาได้พูดจบก็อาม่ากระโจนกัดที่ต้นคอของเขา เขาสะบัดอาม่าจนหลุดแล้วเขาก็วิ่งหนีหายไป หัวหน้าครอบครัวถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อได้ภาพนั่น แม่ของเขากลายเป็นคนคลั่งกระหายเลือดไปซะแล้ว

"ไม่..จริง"

เขาร่ำไห้ให้กับภาพที่เขาเห็น แต่เขาคงเสียใจได้ไม่นานเพราะห่าผีที่เดินตามถนนด้านหน้ากำลังวิ่งเข้ารุมฉีกเนื้อเขากินสดๆ

"เฮีย!! ระวัง!!"

เมียร้องเตือนเขาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เหล่าผีดิบรุมฉีกเนื้อเขากินอย่างอย่างน่าอนาจ

"อ่าาาาห์"

เมื่อภรรยาเห็นอย่างนั้นเธอจึงหันกลับเพื่อวิ่งหนี แต่อาม่าเจ้ากรรมดันยืนดักอยู่ตรงหน้าเธอ

"อังเปาหนีไป!!"

เธอร้องตะโกนสุดเสียงบอกให้ลูกชายหนีไป ทันใดนั่นอาม่ากระโจนเข้ากัดเธอตามด้วยผีตัวอื่นที่ตามเขามาช่วยกันรุมขย้ำร่างของเธอ ลูกชายที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เอาแต่วิ่งผ่านน้ำตาโทษตัวเองโทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไป เข้าวิ่งป่าอ้อยที่อยู่ริมถนนเขาคับแค้นใจมากที่ต้องมาเห็นผ้าแบบนี้มันช่างโหดๆและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน



ปัจจุบัน..... 6:00 น.

Note's story

"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับคุณนาย"

ไอ้อังเปานั่งเล่าเรื่องราวอดีตของตนเอง ให้ชไมพรและลูกสาวฟัง ในขณะที่รถแล่นผ่านถนนแดงที่มีแต่ควันคละคลุ้งเต็มไปหมด

เรากำลังเดินทางไปบนถนนหินแห่โดยไร้จุดหมายปลายทาง เนื่องด้วยเมื่อคืนมีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นจึงถูกซอมบี้ล้อมรอบบ้านเพราะได้ยินเสียงปืน เราจึงรวบรวมข้าวของเท่าที่เอามาได้ออกเดินทางในทันทีเพราะไม่งั้นอาจจะกลายเป็นอาหารของพวกผีดิบ

"ว่าแต่เจอไอ้โน๊ตเพื่อนผมได้ยังไง?"

อังเปาถามชไมพรที่กำลังขับรถอยู่

"อ๋อ เขาไปเจอฉันในห้องน้ำอะคะ"

"ห๊ะ!? นี่มันถ้ำมองคุณในห้องน้ำหรอ?"

"ไม่ใช่แบบนั้น!! เขาไปช่วยฉันในห้องน้ำอะคะ"

“อ๋ออ ขอโทษทีครับ ผมนึกว่าคุณเป็นภรรยามัน"

พรทำสีหน้างงๆ ทำไมไอ้เปาถึงคิดว่าเธอเป็นเมียผมนะ โถ่ไอ้สมองสังคัง แต่จะว่าไปผู้หญิงคนนี้ก็ดูดีใช้ได้ถึงจะดูแก่ไปบ้างก็เถอะ

"ไอ้นรกเปาทำไมมึงยังไม่ตายวะ?"

ผมที่อยู่เบาะหลังกล่าวคำทักทายเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน เอาจริงๆโคตรคิดถึงมัน แต่แก๊งค์พวกเราเป็นประเภทแดกดันกันอย่างเดียว เลยไม่ค่อยพูดซึ้งๆกันเท่าไร

"ไอ้เวรเอ้ย ไม่เจอกันนานยังปากหมาเหมือนเดิมเลยนะมึง"

"ฮึๆ"

ผมส่งยิ้มแห้งๆให้หนึ่งที

"เอิ่ม..ว่าแต่ มึงรู้จักไอ้กลุ่มที่มาปล้นพวกกูป้ะ?"

ผมถามอังเปา

"ก็ไอ้แซ็กไง"

"แซ็กไหนวะ?"

"ก็ไอ้แซ็กหล่อ เพื่อนเก่าเราไง ทำไมมึงถึงจำไม่ได้"

"จริงดิวะ! กูเบลออยู่เลยไม่ทันสังเกต"

"มันตั้งตนเป็นผู้คุมกฏของโลกคนใหม่ แล้วมันยังมีกองกำลังปกป้องมันอีก กว่า 500 คน ชื่อกลุ่มว่า coup de grace"

“เว่อร์ละ มึงเพ้อป่ะเนี่ย?"

"โอ๊ย! ยุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ขนาดซอมบี้ที่มึงคิดว่าไม่มีจริงก็ยังมีเลย เมื่อก่อนกูเคยอยู่กับมัน แต่หลังๆมันเริ่มกำเริบเสิบสาน กุมอำนาจไว้คนเดียว ลงมือป่าเถื่อนกับคนไปทั่ว กูเลยหนีออกมาอยู่คนเดียวนี่แหละ"

มันตาเหลือกทำมือทำไม้อธิบายใหญ่ หน้าตามันตอนอธิบายตลกชิบหายเลย เหมือนเจ๊กคลั่งยาเลยอะ

"มึงยิ้มอะไรไอ้หนวด!?"

"เปล่าๆ หน้ามึงตลกดี กูเลยหัวเราะ"

"โอ้ย ไอ้ประสาทเอ้ย!"

"หน้าตามึงดิตลกกว่า หนวดรุงรังไปหมด กูนึกว่าแกนดาฟ

"แต่แกนดาฟมันขาวนะมึง กูหนวดดำ"

"อะไรก็เหอะกูนึกไม่ทัน มึงเอาแกนดาฟไปก่อน"

"พวกคุณนี่ เล่นกันเป็นเด็กๆเลยนะ"

คุณพรพูดเยาะหยันเคล้าเสียงหัวเราะ

"นี่คุณกำลังบอกว่าพวกผมปัญญาอ่อนใช่มั้ย?"

ผมเอ่ยถาม

"คุณพูดเองนะโน๊ต"

"ห๊ะ!?"

ผมกับอังเปาถึงกับหันควับมามองหน้ากัน เพราะเมื่อกี้เราพึ่งโดนด่าไปเต็มๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยมันก็ทำเราก็ยิ้มได้ในสถาณการณ์แบบนี้

"แม่..หนูหิวข้าว"

ลูกสาวของเธอครวญครางบ่นหิวข้าว เพราะเธอไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืน

"จ้ะๆ เดี๋ยวแม่หาอะไรให้กินนะ"

"ลองมองต้นไม้ข้างทางดูสิครับคุณนาย"

อังเปาแนะ

"อย่าเรียกฉันคุณนายได้ป่ะ? มันดูเหมือนประชดประชันอะ"

"อ๋อ.. ได้ครับ คุณผู้หญิง"

"นั่นไง เอาอีกแล้ว"

พรส่ายหน้าสองที

"หิวข้าว! หิวข้าว! หิวข้าว!"

สาวน้อยกระทืบเท้าตึงตัง บ่นหิวข้าวไปหยุด เห้อออ

"ไอ้เปา มึงมีอะไรให้เด็กนี่กินมั้ยวะ? จะได้หุบปากสักที"

"นู้นๆๆๆ... คุณดูตรงนั้นสิ มีคนแก่มาโบกรถเราด้วยละ"

จู่ๆพรก็พูดขึ้นพลางชี้มือให้เราดู ปรากฎว่ามีคนแก่ยืนโบกรถอยู่ไม่ไกลนัก ประมาทสัก 2-3 เมตร

“คุณว่าจอดดีป่ะ?"

อังเปาขอความคิดเห็น ในขณะที่รถก็แล่นไปเรื่อยๆ

"ขับชนแม่งเลยคุณ มันอาจจะเป็นลูกน้องไอ้แซ็ค ไม่ก็ใครสักคนที่ไม่น่าไว้ใจก็ได้"

"มึงนี่คิดลบตั้งแต่เด็กนะมึงไอ้โน๊ต ชีวิตมึงเคยพบความสดใสบ้างมั้ยวะ? นั่นอาจจะเป็นคนแก่มาขอความช่วยเหลือก็ได้"

ไอ้เปาแย้ง

"ใครจะไปโลกสวยเหมือนมึงละไอ้ห่า แหม่.. ทำเป็นอวดร่ำอวดรวย โพส์ตภาพพาแฟนไปเลี้ยงข้าวมั่ง พาไปเดินห้างมั่ง ถุ้ยยย!! เงินแม่มึงทั้งนั่นแหละ!"

ผมด่ากลับ

"แล้วมึงหละ? มึงทำอะไรหะ เอาแต่เพ้อติสแดก พูดคนเดียว ทำตัวเป็นหนุ่มขี้เหงาเศร้าซึม โหยหาผู้หญิงที่เขาไม่ได้รักมึงเลยอะ ไอ้สมองกลวงเอ้ย!!"

อังเปาสวน

"เอาละๆ ก่อนจะมีการฆ่ากันตายในรถ ฉันถามอยากรู้แค่ว่า ฉันจะจอดดีมั้ย?"


พรพูดตัดบท

"ไม่!"

ผมตอบ

"จอดเถอะครับ"

อังเปาพูด

"เห็นด้วยบวกสิบค่ะ"

ป็อบอายเห็นด้วยกับไอ้เปา

"คุณคิดว่าไงพร?"

ผมถามความคิดเห็นคนขับรถ

"สามต่อหนึ่ง ฉันว่าจอดดีกว่า"

ว่าแล้วเธอก็จอดรถแล้วลดกระจกคุยกับคุณยาย

"ยายมีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?"

เธอถามหญิงชราที่อยู่ตรงหน้า

"อีหนู.. พวกเอ็งมีใครซ่อมเครื่องปั่นไฟเป็นมั้ยลูก?"

คุณยายพูด

"เอิ่ม... "

พรทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง

"ว่าแต่ ยายมีอาหารให้เรากินรึเปล่าคะ?"

"มีสิจ๊ะ"

"งั้น.. ขออาหารให้พวกเราก่อน เดี๋ยวเราจะซ่อมให้ ผู้ชายหนวดยาวๆข้างหลังเขาซ่อมเป็นค่ะ"

ห๊ะ! กูซ่อมเป็นตอนไหน?

"อ๋อ..ได้ๆ ตามยายมาเลยลูก ยายนึ่งปลาไว้ที่บ้าน"

คุณยายกวักมือเรียกปมเราให้เดินตามคุณยายไป



10 นาทีผ่านไป....

คุณยายพาพวกพวกเราเดินลัดเลาะเข้ามาในป่าที่ไม่ไกลจากถนนนัก ระหว่างทางเราก็แนะนำตัวทำความรู้จักกันมากพอสมควร หญิงชราคนนั้นเล่าให้ฟังว่าเธอชื่อยายจันทร์ แกพักอยู่กับหลานชาย ที่ชื่อว่าเจ๋ง ว่าแต่ ทำไมไม่มีใครมาพยุงผมเดินเลยละเนี้ย? ลืมแล้วรึไงว่ากูเจ็บขา เธอพาเราเดินไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก เราก็ถึงที่หมาย นั่นก็คือบ้านสวนของยายจันทร์  ซึ่งมันอะไรที่สวยมากๆ บ้านไม้สองชั้น ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้ มีบ่อเลี้ยงปลา มีแปลงผักสวนครัว มีโรงเพาะเห็ด แถมบรรยากาศก็ร่มรื่นซะเหลือเกิน แสงแดดอ่อนๆที่สาดมา กับลมเฉื่อยที่พัดกระทบหน้า กิ่งไม้โบกไสวสีกันเสียงดังครืดคราด ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่นึกว่าจะมีที่สวยๆอย่างนี้ ในยุคผีดิบ ชักอยากอยู่ที่นี่แล้วสิ



"เอาละเข้าไปกันเถอะ!"

ป็อบอายร้อนรนทำท่าจะวิ่งเข้าไป

"เดี๋ยวก่อน"

ผมดึงแขนห้ามเธอไว้

"ทำไมละคะ? ลุงหนวด"

"ไอ้เปา มึงเข้าไปเช็คดิ"

ผมเมินคำถามของสาวน้อย แล้ววานให้อังเปาเข้าไปเช็คในตัวบ้านว่า มีอะไรอันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ อังเปาพยักหน้าที แล้วค่อยๆเดินเข้าไป คุณยายหันหน้ามามองผม

"ขอโทษนะยาย แต่ผมไม่ไว้ใจยายอะ"

คุณยายพยักหน้าให้หนึ่งที

[ไม่มีอะไร! เข้ามาได้เลย!!]

ไอ้เปาตะโกนส่งสัญญาณให้เข้าไปได้

"เย้....!!"

หนูน้อยป็อบอายไม่รอช้า รีบจูงแม่ของเธอเข้าไปในบ้านสวยของคุณยาย ทิ้งให้ผมต้องเดินกระเพกๆตามไปคนเดียว โดยไม่ท่งไม่ถามเรื่องสุขภาพผมสักคำ

พอเดินเข้าไปถึง ก็พบว่าบ้านนี้ใช้ได้เลยทีเดียว มีโซฟาเก่าๆ โต๊ะกินข้าว มีอาหารกระป๋องเยอะแยะ  แล้วก็พวก ตู้เย็น ทีวี แต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า

"มาๆ กินข้าวต้มมัดรองท้องก่อนลูก ปลายังไม่สุก"

คุณยายจันทร์วางถาดที่มีแต่ข้าวต้มมัดไว้บนโต๊ะ ที่ป็อบอายและแม่ของเธอนั่งอยู่

"หนูหิวมากเลยอะคะ ขอซัดสักสองมัดนะคะ"

หนูป็อบอาย แกะใบตองที่ห่อข้าวเหนี่ยวหอมฉุ่ย เธอง้างปากเขมือบอย่างเต็มที่ และแม่ของเธอก็เช่นกัน ทั้งสองกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย แหม..คงจะหิวมากสินะ

"อ้าวไอ้หนวด เอ็งไม่กินหรอลูก"

ยายจันทร์ถามผม

"ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่หิว"

เอาจริงๆ ผมหิวชิบหายเลย แต่ผมไม่ค่อยชอบไอ้ขนมข้าวต้มมัดนี้เท่าไร เพราะมันฝืดคอ อดทนรอปลานึ่งไปแล้วกัน

"แล้วเครื่องปั่นไฟอยู่ใหนละครับเนี้ย?"

"เดี๋ยวรอแปบนะลูก"

คุณยายยื่นเปิดหน้าต่างแล้วตะโกนร้องเรียกใครสักคน

"ไอ้เจ๋งเอ้ย!! ไอ้เจ๋ง! ไอ้เจ๋ง!"

ไอ้เจ๋งพูดเป็นหลานวิ่งมาอย่างรวดเร็ว

"มีอะไรหรอยาย"

เด็กหนุ่มหน้าตาดีอายุราวๆ19วิ่งมาที่หน้าประตู

"หวัดดีลุงเค้าสิลูก"

"สวัสดีครับ"

เค้ายกมือไหว้ผม

"โอ้ะ. โอ้ หวัดดีครับ"

ผมรับไหว้ อย่างเก้ๆ กังๆ แหม..นานๆจะมีคนไหว้ผมที ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ มองรวมๆแล้ว ผมว่าไอ้หนุ่มก็ดูสุภาพเรียบร้อยดีนะครับ

"พาเค้าไปดูเครื่องปั่นไฟหน่อยลูก"

"อ่อครับ ได้ๆ ตามมาครับ"

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

"โทดนะยาย ห้องน้ำไปทางไหนอะ?"

"ทำไมหรอพ่อหนุ่ม?"

"คือ.. ผมปวดขี้อะครับ!"

คุณยายอมยิ้มเล็กน้อยให้กับความไร้ยางอายของผม พูดออกไปได้ไงนะเรา

"ห้องน้ำอยู่หลังบ้านจ้ะ ไอ้เจ๋งพาเขาไปสิ"



5 นาทีต่อมา....

ผมนั่งยองย่ออยู่บนส้วมในห้องน้ำของบ้านยายจันทร์ จะว่าไป ห้องน้ำที่นี่ก็หอมดีนะ แกปาดมะกรูดมาวางอับกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย อากาศก็ถ่ายเทดี

"เห้ออ... สบายตัว"

เมื่อเสร็จภาระกิจผมใส่กางเกงแล้วเดินออกไปหน้าบ้าน เพื่อไปหาทุกคน แต่ภาพที่ผมได้เห็น ทำให้ผมต้องอึ้งลูกตาแทบถล่น ผมเห็น พร ป็อบอาย และไอ้เปา นอนฟุ๊บไร้สติอยู่บนโต๊ะกินข้าว ให้ตายสิ มันเกิดอะไรขึ้นละเนี้ย!? แล้วคุณยายหายไปไหน?

"นี่มันเชี่ยไรวะ..!? [เปรี้ยง!!]"

ทันใดนั้นผมก็สัมผัสถึงของแข็งที่กระแทรกตรงขมับขวาผมอย่างแรง ทำให้ผมทรุดฮวบลงกับพื้น ในหัวผมวิ้งไปหมด ไม่นานนัก ตาของก็วูบดับไป......

30 นาทีต่อมา...


[โชคยังไม่มา หรือวาสนาๆไม่ช่วย ด้วยเหตุชะนี้แม่คนสวย น้องจริงได้เมินเหินห่างพี่ไป..]

ในห้องปิดทึบ ชายวัยรุ่นฮัมเพลงอย่างสบายใจ ขณะที่ยกร่างของชายร่างใหญ่ของชายชาวต่างชาติขึ้นพาดบนโต๊ะขนาดใหญ่ที่ถูกใช้เป็นเขียงสำหรับแล่มนุษย์โดยเฉพาะ


[ฉึก!]


มันค่อยๆใช้มีดกรีดไปที่เนื้อส่วนน่องของชายคนนั้นด้วยความชำนาญ ของเหลวสีแดงค่อยๆไหลออกมาช้าๆ ว่าแต่...ที่นี่มันที่ไหน ผมทำไมผมถึงถูกมัดให้นั่งติดอยู่กับเสา ผมปวดหัว มึนๆ งงๆ ผมพยายามกลอกตามองไปรอบๆ และก็พบว่า ที่นี่มันคือโรงนาทึบๆ บรรยากาศในนี้ มันชั่งร้อนอบอ้าว และคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ผมได้แต่บ่นกะตัวเองว่า ทำไมชีวิตกูถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้จะรอดไปได้รึเปล่า


"ไอ้หนูเอ่ย.. เอ็งอย่ามัวแต่ร้องเพลงสิวะ! รีบๆทำหน่อย"


"แหม่ๆ ก็คนมันอารมณ์ดีอะ มีทั้งฝรั่งและเด็กให้กิน”


ยายจันทร์เดินมาพร้อมกับร่างไร้สติของชไมพรมาวางกองไว้บนพื้น อีแก่จันทร์ใช้มือล่วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเธอ เพื่อค้นหาสิ่งของที่ใช้ได้ แต่เธอไม่พบอะไรเลย นอกจากกุญแจรถ


"โว๊ะ!! ไอ้คนพวกนี้มันมีอะไรเลยเหรอวะ!?"
เธอเควี้ยงกุญแจรถทิ้งด้วยความฉุนเชียว ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่ตกอยู่ไกล้ๆผม เมื่อดูวัดจากระยะแล้วผมน่าจะยื่นขาไปถึง แต่ตอนนี้ผมต้องแกล้งสลบ เพราะกลัวโดนพวกมันฆ่า


"ไอ้เจ๋ง เอ๋งไปช่วยยายแบกไอ้ตี๋ใหญ่หน่อยเถอะวะ ตัวมันใหญ่ ยายแบกไม่ไหว"


"ผมยุ่งอยู่นะยาย ผมหั่นเนื้ออยู่ ถ้ามันฟื้นขึ้นมาทำไง?"


"มันไม่ฟื้นหรอกน่า พึ่งมันยานอนหลับไป คงหลับไปซัก 8 ชั่วโมง มาๆตามยายมา"


ว่าจบไอ้เจ๋งก็เดินตามยายมันออกไป ตี๋ใหญ่ มันคงจะหมายถึงไอ้เปาสินะ น่าขำดีที่มีคนเรียกมันแบบนั้น แต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลามาตลก นี่คือเวลาที่จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาตัวรอด


"คุณพร..คุณพร.. อีพร(กระซิบ)"


ผมยื่นเท้าไปเขี่ยร่างอันไร้สติของคุณพรที่กองอยู่ข้างๆ เพื่อปลุกให้ตื่น แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะเธอยังเงียบกริบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อาจเป็นพิษของยาสลบ  ดูเหมือนว่าอีแก่นั่นต้องแอบเอายาสลบใส่ในข้าวต้มมัดแน่ๆ อีแก่เอ้ย! ถ้ากูรอดไปได้กูจะเผ่ามึงให้เกรียมไปเลย เมื่อผมปลุกคุณพรไม่ตื่น ผมก็เลยต้องหาวิธีอื่นเพื่อเอาตัวรอด


[ครืด..ครืด]


ผมใช้เท้าเขี่ยเอากุญแจที่มันโยนทิ้งมาไกล้ๆตัวและพยายามเอื้อมมือไปหยิบ แต่คนถูกมัดจะทำอะไรก็ลำบาก


[แอ๊ด...ปึ้ง!!]


เสียงปิดประตูดังปัง นั่นเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาของผมแล้ว ยายหลานมหาโหดนั้นก็กลับมา โดยที่ยายของมันแบกน้องป็อบอาย ส่วนหลานก็ลากไอ้เปามา เพราะไอ้นี่มันตัวใหญ่ คงไม่มีใครแบกไหว พวกมันลากไอ้เปาและป็อบอายมากองรวมกันกับพร
"กองไว้นี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปหั่นเนื้อฝรั่งก่อน"


ไอ้หนุ่มวัย19หันกลับไปเลาะเนื้อชายชาวต่างชาติคนนั่น เท่าที่ผมสังเกตุมันจะเลาะเอาส่วนน่องเท่านั่น เพราะอะไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อาจเป็นเพราะเนื้อน่องมันกินง่ายมั้ง จากนั้น มันก็เอาส่วนขาของเขาใส่ไว้ในกะละมัง แล้วก็ลากร่างของเขาไปกับพื้น แล้วเปิดประตูเดินออกไป


[ฟึดๆๆ]


ยายแก่เดินเข้ามาไกล้ๆผม เธอย่นจมูก ทำเหมือนดมอะไรสักอย่าง


"ถุ้ยย!!"


อีแก่ ถุยน้ำลายลงพื้น


"มีอะไรหรอยาย?"


เจ๋งถามยายเมื่อมันเดินกลับเข้ามา


"ไอ้หนู ยายว่า เอาไอ้หนวดนี่ไปทิ้งเถอะ! ตัวเหม็นอย่างกะคอห่านส้วม กินไม่อร่อยหรอก"


"ผมก็ว่างั้นแหละยาย"


สิ้นบทสนทนา ไอ้เจ๋งก็ปลดเชือกที่พันผมไว้ จากนั้นจับขาผมลากไปกับพื้น


[ครืด..!ครืด...!]


หัวผมครูดไปตามพื้น แสบชิบหายแต่ผมจำใจต้องอยู่นิ่งๆ เพราะถ้ามันรู้ว่าผมฟื้นแล้ว มันคงฆ่าผมแน่ๆ
"แจง..แจง..มากินข้าวเร็ว"


ไอ้หนุ่มเจ๋ง ร้องเรียกหาใครสักคน ว่าแต่อีแจงมันคือใครวะ พอมันลากผมไปได้ระยะหนึ่ง มันก็หยุดลงตรงบ่อปูนสี่เหลี่ยมแห้งๆ ลึกประมาณ 2 เมตร ผมเหลือบตาลงไปมอง ก็ทำให้ผมตกใจเล็กน้อย เพราะมีผีดิบอยู่ข้างล่างนั้น ประมาณ 15 กว่าตัว กำลังรุมกิน ฉีกเนื้อชายชาวต่างชาติที่ผมเจอโรงนามาเมื่อกี้


[ตุบ!]


"ลงไปซะมึง! ไอ้โสโครก!"


มันใช้เท้าเตะผมให้ตกลงไปในบ่อ ด้วยความสูงจากระยะ 2 เมตรที่ตกลงมา ทำให้ผมจุกพอสมควร แต่ผมต้องเก็บอาการไว้ พยายามไม่ร้องออกไป


"ฮ่าๆๆ"


มันหัวเราะสั้นๆ แล้วก็เดินจากไป โถ่ ไอ้โรคจิตเอ้ย อย่ากูรอดไปได้นะมึง ยายมึงอีกคน ระวังไว้ ว่าตัวกูเหม็นเหมือนคอห่านส้วม เดี๋ยวเถอะ แต่ก่อนที่ผมจะไปแก้แค้น ผมต้องคิดวิธีออกไปจากที่นี่ก่อน


[แห๊!! แห๊!!]
เมื่อร่างของฝรั่งเย็นลง ผีพวกนั่นก็เริ่มหันเหความสนใจมาหาผมที่เป็นร่างอุ่นๆแทน โถ่..ให้ตายเถอะ!


"ฮึบ!"


ผมพยายามรวบรวมกำลังยันตัวลุกขึ้น ผมสามารถยืนได้ แต่สภาพผมตอนนี้ไม่ต่างกับหมาถูกรถชนเลย


[แฮ่...!!]


ในขณะที่เดินพวกมันเข้ามาไกล้ๆ ผมพยายามมองหาอาวุธที่พอจะสู้กับมันได้ แต่ไม่ยักกะเจออะไรเลย


"ขอบคุณสวรรค์!!"


ผมสบถกับตัวเอง ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา ถึงจุดนี้ ผมคิดว่าเทวดาคงไม่มีจริงแน่ๆ เพราะถ้าท่านมีจริง ท่านคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นหรอก ตอนนี้ผมหวังพึ่งใครไม่ได้เลย สิ้นหวังสุดๆ เท่าที่มีตอนนี้ก็คือร่างกายอ่อนแรง กับข้อเท้าที่ปวดจนขยับแทบจะไม่ได้


[แฮ่!!]

สงครามระหว่างผีกับคนได้เริ่มขึ้น เมื่อผีตัวหนึ่งกระโจนขึ้นคร่อมผม ถ้าปกติพี่พวกนี้คงไม่คณามือผม แต่ตอนนี้ผมบาดเจ็บ และ ไม่มีอาวุธ ผมก็ได้แต่เอาท่อนแขนขัดลำคอมันไว้เพื่อไม่ให้มันยื่นหน้ามากัดผมได้


[แฮ่!! แห่...]


ผีตัวอื่นเข้ามารุมล้อมผม แย่แล้วจะทำดีไง แล้วชั่ววูบหนึ่ง ผมก็นึกอะไรออก ว่าผมเคยดูหนังเรื่องหนึ่ง เขาเอาเลือดซอมบี้มาทาตัวเพื่อให้กลมกลืนกับพวกมัน หวังว่ามันจะได้ผลไม่งั้นผมก็คงต้องตายด้วยกันตกเป็นอาหารของพวกมัน


"ย้าาาาาห์!!!"


ผมตะโกนใส่หน้ามัน แล้วใช้มือลวงเข้าไปในท้องของผีตัวนั้น แล้วคว้านเอาตับไตไส้พุงมันออกมา เลือดดีดำสุดแสนเน่าเหม็น ไหลอาบผมไปทั่วทั้งตัวผม ผมใช้ใส้ของมันมันห้อยไปที่คอ


[ฟึด แฮ่!]


ไม่นานนัก มันก็ถอยออกจากผมและเดินจากไป และตัวอื่นก็เช่นกัน อาจเป็นเพราะกลิ่นของผมเหมือนกลิ่นพวกมันเลยไม่คิดว่าเป็นอาหาร ผมพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด เพื่อที่จะได้กลมกลืนกับพวกมัน ผมพยายามมองหาช่องทางที่จะขึ้นจากบ่อนี้ ณ วินาทีนี้ผมวิตกกังวลแทบจะหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว


"ฮึบ!" [หมับ]


ผมกระโดดเกาะขอบสระแล้วพยายามดีดตัวขึ้นจากบ่อ แต่ดูเหมือนขาผมจะไม่ให้ความร่วมมือ


[แฮ่!!]


“เวรแล้วไง!”


[แฮ่...]


กรรมแท้ๆพวดผีมันรู้ตัวเลยพร้อมใจกันกรูเข้ามา หวังจะงาบผม มีตัวนึ่งจับขาผมได้ ผมรวบรวมกำลังสะบัดจนหลุด

"ฮึบ!"

และผมก็ใช้หัวของมันเป็นสปริงบอร์ด ดีดตัวขึ้นมาปากบ่อได้สำเร็จ ผมตรงไปทางโรงนาที่มันลากผมออกมาพลางถอดเสื้อที่เปลื้อนทิ้ง โดยที่เป้าหมายของผมคือช่วยพวกไอ้เปา แต่ถ้าช่วยไม่ทันจริงๆ ผมก็จะแก้แค้น ให้สาสมใจเลยทีเดียว...

พอไปถึง ผมพยายามสอดสายตามองผ่านช่องประตู และผมก็เห็นสองยายหลานกำลังช่วยกันยกอังเปาขึ้นบนเตียงชำแหละ

"โอ้ย.. ได้ลูกเจ๊กนี่มันหนักจริงๆ"

พวกมันยกอังเปาพาดบนเตียง ไอ้เจ๋งหยิบมีด เตรียมเฉือน เอาไงดีวะๆ

"เฮ้ยยย! ไอ้สัสส!!"

ตายแล้ว! ผมเผลอพลั่งปากร้องออกไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ซึ้งก็ทำให้มันรู้ตัว และวิ่งงออกมา

"มึงอยู่ใหนวะ!? ออกมาเดียวนี้!!"

ทันทีที่มันออกมา ผมกระโดดโฉบตะครุบมัน

[พลั่ก!]

แต่มันก็สะบัดผมออกได้อย่างง่ายดาย เพราะแรงคนหนุ่มอายุ 19 กับคนอายุ 25 ที่บาดเจ็บไปทั้งตัว มันช่างต่างกันซะเหลือเกิน

"ย้าาาาาาห์!!"

มันขึ้นคร่อมพลางพยายามใช้มีดแทงลงมาที่คอผม แต่ผมยังใช้มือกำมีดขืนไว้ได้ แต่ก็คงไม่นาน เพราะมันแข็งแรงกว่าผมมาก แถมมือผมที่รับมีดไว้ ก็มีดไหลออกมาเยอะมาก

"ไอ้เหรี้ยเอ้ยยย!!"

ผมตะโกนด่ามันในขณะที่มันทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนมีด ผมรู้ว่าผมคงสู้แรงมันไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจหักเหทิศทางมีด ให้เบี่ยงไปด้านซ้ายเล็กน้อยทำให้มีดปักทีหัวไหลผม  

"เฮื้ออออ!!"

ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เพราะมีดมันดันลงตรงแผลเดิมผมพอดี ถึงจะทรมาน แต่นี่เป็นโอกาศดี ที่ผมจะตอบโต้

[ผัวะ!!]

ผมกำหมัดชกไปที่ลูกกระเดือกมันอย่างแรง

"ฮออเอื้ออก..! เอิ้ก!! เอื้ออก!"

หมัดเอามือกุมคอดิ้นทุรนทุราย ด้วยความทรมานเพราะขาดอากาศหายใจ ผมสบโอกาศดึงมีดจากหัวไหล่แล้วก็แทงไปที่หน้าอกมันหลายครั้ง

[ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!]

มันดิ้นอยู่สักพักแล้วมันก็แน่นิ่งไป

"ถุ้ยย ไปตายซะ ไอ้สถุนถ่อย"

ผมถุยน้ำลายใส่ร่างมัน ซึ่งน่าจะตายไปแล้ว ผมจัดการกับมันเสร็จแล้ว ต่อไปก็ยายมันละทีนี่

[แอ้ด..ปัง!!]

ผมเปิดประตูเข้าไปในโรงนา ก็เห็นยายแก่ยืนเอามีดจ่อคอป็อบอายที่ยังหลับอยู่

"หยุดนะ! ไอ้หนวด ถะ..ถ้าแกเข้ามาฉันจะปาดคอนังนี่"

คุณยายปีศาจ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ใจเย็นนะยาย เราคุยกันได้นะ ปล่อยเด็กนั่นไป แล้วผมจะไม่ฆ่ายาย โอเคมั้ย?"

ผมยื่นข้อเสนอ

"หลานกูอยู่ไหน?"

"หลานยายตายไปแล้ว"

"มึงฆ่าหลานกูใช่มั้ย!! ไอ้หนวด!! ถ้ามีคนมาฆ่าลูกมึงจะรู้สึกยังไงห๊ะ!? งั้นกูจะฆ่าอีเด็กนี่ ให้มึงดู"

ยายจันทร์ตวาดใส่ผม พลางเงื้อมือจะฟันคอป็อบอาย

"เดี๋ยวๆๆ ถ้ายายฆ่าเด็กนั้น ผมก็จะฆ่ายายอยู่ดี แต่ถ้ายายไม่ฆ่าเด็กนั่น ผมจะปล่อยยายไป"

ผมยื่นข้อเสนอสุดท้ายไปให้อีแก่นั่น คุณยายพยักหน้างึกๆ

"ผมวางมีดเลยก็ได้"

[เพร้ง!]


ผมทิ้งมีดลง

"ยายวางเด็กนั่นลงเถอะนะ"

ยายจันทร์ยอมทำตามว่าง่าย

"เอาละ เชิญออกประตูนี้ไปเลย"

ผมหลีกทางออกจากประตูนั่น แล้วคุณยายก็ค่อยเดินกระย่องกระแย่งตามไป

"เฮ้อออ"

ผมถอนหายใจ ด้วยความโล่งใจ ที่ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลงเสียที ทำไมชีวิตผมถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้น้าา เอิ่ม...มาคิดดูอีกที่ ผมกลัวอียายคนนี้กลับมาแก้แค้นอีกวะ ผมเลยตัดสินใจเดินออกไปดู แล้วก็พบว่ายายจันทร์เดินช้ามาก ยังไม่ถึงหน้าบ้านเลย ผมเลยตัดสินขว้างมีดใส่

[ฉึก!]

"โอ้ย!"

มีดพุ่งเสียบเข้าที่ขาของยายจันทร์

จริงๆผมเล็งไปที่แผ่นหลังแต่เพราะความไม่แม่นเลยผลาดไปเยอะ ทำให้เธอล้มลงกับพื้น ผมค่อยๆเดินไป แล้วจับขายายจันทร์ลากไปกับพื้น เพื่อที่จะพาเธอไปที่บ่อปูน ที่ไอ้เจ๋งเอาผมไม่โยนทิ้งเมื่อกี้

[ครืด... ครืด...]

ร่างของเธอครูดไปกลับพื้น

"ปล่อยฉันไปเหอะ....!! หื้อ!!"

คุณยายสะอึกสะอื้น ร่ำไห้ของขอความเมตตา ในขณะที่ผมยังลากร่างเธอไปเรื่อยๆ

"ไม่ได้หรอก ถ้าผมปล่อยยายไป เดี๋ยวยายก็จะกลับมาแก้แค้นผมอีก ยังจำได้ไหม? เมื่อกี้ยายด่าผมว่า ตัวผมเหม็นอย่างกะคอห่านส้วม ยายเลี้ยงผีดิบไว้ในบ่อ แถมยังจะคิดกินเนื้อมนุษย์อีก เรื่องแบบนี้ผมรับไม่ได้ ถือว่าโรคจิตชัดๆ"

พอไปถึงบ่อผมก็ทำการ ทิ้งยายจันทร์ลงไปในบ่อปูนแห้งๆ ที่มีแต่ผีดิบเต็มไปหมด

"อ้าาาาห์!!!"

"แจงอย่ากินยายลูก แจง...อย่า...อ้าาาาห์!!"

ไม่นานนัก ผีดิบก็กรูกันเข้าไปฉีกเนื้อยายจันทร์กินอย่างน่าสยดสยอง

"อ้าาาห์!!!"

ผมยืนมองอยู่ขอบบ่อจนสิ้นเสียงยายคุณ ระหว่างที่มองไปนั้น ผมก็คิดสลดใจกับโลกใบนี้เหลือเกิน ทำไมยุคสมัยมันถึงแสนโสโครกขนาดนี้ นอกจากต้องสู้กับพวกผีดิบแล้ว ยังต้องระวังตัวจากมนุษย์ด้วยกันเองอีก เฮ้อออ เหนื่อยใจจริงๆ ไม่เป็นไร ใหนๆก็ตัดสินใจจะอยู่แล้ว ถึงจะทรมาน ก็สนุกไปทั้งๆที่ทรมานนี่แหละ เอิ่ม...ผมว่าผมลืมใครบางคนไป คุณพิมพ์อะ สาวหัวแดงที่โดนไอ้แซ็คจับไปอะ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ?


TO BE CONTINUED......


2 ความคิดเห็น