Daddie'Z Home : คุณพ่อมือใหม่ในแดนซอมบี้

ตอนที่ 6 : EP.5 เพื่อนเก่า 18+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ย. 61


พระอาทิตย์อัสดง หลังจากที่ผมผ่านมรสุมความอัปยศโหดร้ายมา ผมกับพิมพ์ก็พากันขี่มอเตอร์ไซต์แหวกฝูงซอมบี้ตรงมาที่หมู่บ้านป่าเสี้ยวสถานที่แห่งเดียวที่ปลอดภัยจากทุกสรรพสิ่ง ร่างกายผมสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยพกช้ำ อีกครั้งแผลฉกรรจ์ที่ถูกใบมีดกรีดลึก มันเริ่มมันทุเลาลงเพราะว่าได้คุณพิมมาช่วยปฐมพยาบาลให้ ข้อเท้าที่หักก็ถูดคุณพิมพ์อดีตพยาบาลดามไว้อย่างชำนาญราวกับผมเป็นนักมวยไทยไชยา แสงสีส้มสาดมา ผม คุณพร คุณพิมพ์  และน้อง ต่างพากันมานั่งที่โซฟาตรงห้องโถงใหญ่ของตัวบ้าน โดยไม่ได้มีการสื่อสารอะไรเลย ไม่มีการส่งเสียงใดๆ มีเพียงแต่เสียงไอของผมที่ดังเป็นระยะ ไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรทำให้คันคอ ผมพยายามสร้างบทสนทนาท่ามกลางบรรยากาศอันอึมครึม ผมสายตาไปรอบๆ มีเพียงคุณชไมพรที่นั่งเหม่อลอยไม่พูดไม่จา อาจเป็นเพราะโหยหาสามีที่เพิ่งจากไปไม่นาน ส่วนลูกสาวเมื่อรู้ความจริงก็ได้แต่ร้องไห้จนเผลอหลับไป ช่างน่าสงสารเสียจริง เด็กอย่างเธอไม่น่ามาเจอกับเรื่องแบบนี้


4 ชั่วโมงต่อมา.... 20:00 น

ณ มุมหนึ่งในหมู่บ้านป่าเสี้ยว...

ชายปริศนาในชุดฮูดสีน้ำตาลอ่อนกางเกงขายาวสีดำ ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากกรองอากาศ เขาซ่อนตัวในเงามืดแล้วเฝ้ามองดูบ้านหลังบ้านหลังคาเดียวที่ยังเปิดไฟอยู่ ซึ่งก็คือบ้านของโน๊ตนั่นเอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร เขาจะมาดีหรือมาร้ายกันแน่!?

ขณะเดียวกัน.....

Note's Story

"เมื่อก่อนคุณทำงานอะไร?"

ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นคนพูดก่อน ชไมพรที่นั่งเหม่อลอยไม่ได้สติจะเป็นคนเริ่มประโยคสนทนานี้ ผมไม่เห็นน้ำตาเธอผมเห็นแค่ความว่างเปล่าในดวงตาที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย นั่นเป็นดวงตาเดียวกันกับผม เธอสิ้นหวังในชีวิตผมดูออก เธออาจแค่พยายามหาเรื่องคุยเพื่อที่จะได้ลืมเรื่องเศร้าๆ แต่ผมรู้ว่ายังไงก็ไม่ลืมคนตายทั้งคนจะไปลืมได้ไง


“คุณถามผมเหรอ?”


“ก็ใช่ไง อยู่กันแค่นี้จะให้ถามใคร”


โซฟาสามอัน กับคน 3 คน และบทสนทนาอานาจอึดอัดได้เริ่มขึ้น และผมเป็นคนแรกที่ต้องตอบคำถาม


“แต่ก่อนผมก็รับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้านนี่แหละครับ ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง แล้วคุณล่ะคุณชไมพร?”


ผมถามเธอถ้าทั้งที่รู้ว่าผมถามไปแล้ว ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นครู แต่ผมพังปากพูดไปเพราะว่าไม่รู้จะทำตัวยังไงกับคนที่เพิ่งเสียสามีไปหมาดๆ ลนลานจริงๆ


“ก็ฉันบอกคุณแล้วไงจำไม่ได้เหรอที่ห้องน้ำ”


สายตาอันว่างเปล่าตอบกลับมา


“อ๋อคุณเป็นครูสินะสอนภาษาไทยใช่ป่าว?”


“ใช่เป็นวิชาหลักบางทีฉันก็สอนสังคมด้วย”


“ว่าแต่คุณโอเคไหมเห็นตาลอยๆ”


ไม่รู้ว่าสมองอันผีบ้าผีบอสั่งการให้พูดอะไรออกไป ผมรู้ผมไม่ควรถาม เธอทำหน้านิ่งไปพักใหญ่ ให้ตายสิอึดอัดจริง ไม่รู้ว่าควรปลอบหรือยังไงดี จะเล่นมุขก็ใช่เรื่องในเวลานี้


“แล้วคุณล่ะคุณพิมคุณทำงานอะไร?”


ผมรีบเปลี่ยนเรื่องโดยหันไปหาคุณพิมพ์ทันที แล้วก็เช่นเดิมผมรู้แล้วว่าเพื่อนเธอเป็นพยาบาลผมแค่เปลี่ยนเรื่อง


“ฉันเป็นพยาบาลฝึกงานไง”


“อ๋ออ โอเคครับ…. งั้นก็อยู่ตรงกันนี่แหละนะเลือกเอาจะอยู่ห้องไหน ส่วนผมจะนอนโซฟาข้างล่างเองถ้ามีผีมาจะได้มีคนระวังให้”


พิมพ์พูดอะไรไม่ออก ดูเหมือนว่าเธอมีความลับอะไรบางอย่างที่ไม่อยากพูดถึง ผมเลยพยายามตัดบท

[แว๊บๆ]

"เมื่อกี้ฉันเห็นแสงอะไรแว๊บๆด้วยละ!! เหมือนไฟหน้ารถเลยอะ"

พิมพ์พูดขึ้น


"โอเค... งั้นคุณหลบหลังไปหลังโซฟาก่อน.. เดี๋ยวผมออกไปดู"

ผมพยายามยันตัวเองขึ้นจากโซฟา แต่ร่างกายมันระบมไปหมด

"ไม่ต้องๆ เดียวฉันไปดูเอง"

พิมพ์ฉุดตัวให้นั่งลง เธออาสาไปเองเพราะเห็นสภาพร่างกายผมไม่น่าจะสู้ใครได้

"คุณแน่ใจนะ?"

"แน่ใจสิ"

"งั้นคุณเอานี่ไป"

ผมควักปืน .22 สีดำด้าน ที่เหน็บอยู่ตรงเอวยื่นไปให้เธอ นั่นคือปืนที่ผมได้มาจากฝูงนักเลงนั้นเอง

“พวกคุณหลบอยู่หลังโซฟาก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับเข้ามา”


ว่าแล้วเธอก็เดินออกไปส่องหน้าประตูอย่างระมัดระวัง

"ไม่เห็นจะมีอะไร..!!"


ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันกลับมาทำท่าโล่งใจ

[ปัง!!]

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปืนดังสนั่น ลูกกระสุนพุ่งทะลุหัวไหล่เธอ เธอล้มการนอนคว่ำตามแรงกระปืน เลือดสีแดงเข้มไหลพรั่งพรูออกมาจากปากแผล เธอนอนหายใจรวยรินนัยตาเลื่อนลอยคล้ายจะหมดสติ เมื่อผมเห็นเช่นนั้นผมจึงพุ่งตัวคลานไปหลบในครัวหลังบ้าน

"ขอโทษด้วย.. ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย"

เสียงอันเคร่งขรึมดังขึ้นจากชายร่างใหญ่ที่หมวกกันน็อกกับชุดที่ดูเหมือนกับนักแข่งรถ ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาคือคนที่ยิงสาวหัวแดงนั่นเอง

"ผมรู้ว่ามีคนอื่นอยู่อีก ออกมาเดี๋ยวนี้!!"

เขาก้าวเท้าข้ามร่างอันไร้เรี่ยวแรงของพิมพ์เข้ามาในตัวบ้าน ร่างใหญ่ถอดหมวกกันน็อกส่งให้ลูกน้องที่ตามมาถือให้ หน้าตาก็ดีแต่ทำไมใจหมาอย่างนี้นิสัยไม่เข้ากับหน้าเลย

"ออกมาไม่งั้นผมยิง ผู้หญิงคนนี้ตาย!!"

เขาเอาปืนจ่อไปที่พิมพ์

[ปัง!!]

เขายิงปืนไปที่โซฟาตรงที่พรแอบอยู่

"ผมรู้คุณอยู่ในนั้น ออกมาซะ!"

[ปัง!!] [ปัง!!]

เข้ายิงปืนเขาไปอีก พรนั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความกลัว

"ออกมา!!!"

เขาตะหวาดเสียงอย่างน่ากลัว

"ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว"

พรยกมือทั้งสองขึ้นแล้วเดินออกไป

"เอาละคุกเข่า"

เธอทำตามอย่างว่าง่าย

"ยังมีใครอีกมั้ย?"

"มะ...หมด แล้วมีแค่...ฉัน"

เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ผมไม่เชื่อ เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงผู้ชายด้วย"

เขาจ่อปืนไปที่เธอหัวเธอ

"ออกมาซะ!!ไม่งั้นผมจะเป่าหัวเมียคุณ!"

เอาไงดี มันรู้ตัวแล้วว่าผมอยู่ที่นี้ ผมจะทำยังไงดี ผมจะหนีหรือจะสู้กลับมันดี แต่สภาพร่างกายผมในตอนนี้แทบจะยืนไม่ได้ด้วยซ้ำจะไปสู้ใครเขาไว้ จะหนีไปตอนนี้ก็เกรงว่าสาวๆเหล่านี้จะโดนทำลายยิ่งมีเด็กอยู่ด้วยอยู่นึกไม่ออกเลยว่ามันจะทำอะไรบ้าง สู้ออกไปเจรจากับพวกมันดีกว่าเผื่อจะมีทางรอด

"เอาล่ะ ผมจะนับหนึ่งถึงสาม 1 2 3"

"กูอยู่นี่โว้ยยย!!"

ผมร้องลั่นเพราะกลัวคุณพรจะโดนยิง เมื่อหัวหน้ากลุ่มได้ยิน มันก็ขานรับทันที

"เดินออกมาซะ!!"

“กูเดินไม่ได้ ขากูเจ็บ!”


“มึงอย่ามาเล่นลิ้นนะ!”


“เล่นลิ้นป้ามึงดิ มึงมาดูกูก่อน”

"เฮ้ย! มึงไปลากมันมาดิ"

ก็ผมพูดเรื่องจริงผมเดินไม่ได้เมื่อกี้ผมขาดมามันจึงสั่งลูกน้องให้มาลากผมออกไปหามัน

"มานี่!"

ลิ่วล้อของมันกระชากลากผมไปอย่างไม่ปราณี

"นั่งลงคุกเข่า"

ไอ้ชั่วนั่นสั่งให้ผมนั่งคุกเข่าต่อหน้ามัน หัวหน้าชี้ปลายปืนมาที่หน้าผากผม

"มีพ่อ มีแม่ แล้วลูกอยู่ไหน?"

"เธอไม่ใช่เมียกู!"

ผมพูดแย้ง แล้วจ้องตามันเขม่ง

"สุภาพหน่อย ไอ้หนวด! พูดกูมึงจะได้หยาบคายสิ้นดี"

“แล้วเป็นค*ยอะไรอ่ะครับกูพูดไม่ได้หรอ!"

"ผมบอกให้สุภาพพ!! ถ้าขืนคุณพูดคำหยาบอีกละก็... ผมจะข่มขืนเมียคุณต่อหน้าคุณ!!"

มันตะคอกใส่หน้าผม ดวงตาของมันแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่า ไอ้นี่ท่าทางจะบ้าไปแล้ว หน้าตาก็ดีไม่น่าเป็นคนจังไรเลย

"เอาละ ผมถามคุณจริงๆ ลูกคุณอยู่ตรงไหน?"

“เราไม่ใช่ผัวเมียกัน”

"หุบปาก!! ผมถามผู้หญิงคนนี้"

"...(เธอเงียบ)..."

มันหัวเราะในลำคอ ฮึๆ ในลำคอ

"ไม่เป็นไร เฮ้ย! ขึ้นไปตรวจข้างบนสิ"

มันสั่งลูกน้องขึ้นไปดูข้างบนที่มีป็อบอายลูกของคุณพรนอนหลับอยู่ ซวยแล้วไงป็อบอาย

[อร๊ายยย!!"]

เสียงน้องป็อบอายร้องลั่นบนห้อง ทำให้ผู้เป็นแม่ของเธอทนไม่ไหว ต้องก้มกราบลงเท้าของไอ้วายร้ายหน้าหล่อนั่น

"อย่าทำอะไรลูกฉันเลยนะ ฉันขอร้องละ ให้ทำอะไรฉันก็ยอม ได้โปรดละ"

มันโน้มตัวลงโอบไหลชไมพร แล้วใช้มือเกยคางของเธอขึ้น

"ไม่ต้องห่วงหรอกคุณ ลูกสาวคุณจะไม่ถูกทำร้าย ตราบใดที่เรายังตกลงกันได้"

น้ำตาของเธอหลั่งนองเต็มเบ้า เพราะเกรงว่าลูกสาวจะได้รับอันตราย

“เอาละ ทีนี่ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ผมชื่อ แซ็ค ไรเดอร์ เป็นหัวหน้าของกลุ่ม coup de grace คุณอาจจะเคยเจอ กลุ่มโจรปล้นสะดม พวกมนุษย์กินคน คนบ้าโรคจิต แต่พวกผมไม่ใช่คนแบบนั่น ผมมีตัวเลือกให้คนเสมอ และข้อเสนอของผมก็คือ คุณเห็นผู้หญิงที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้นมั้ย? ผมจะช่วยเธอ ผมมีที่พักมีอาหารให้คุณ และผมจะรับรองความปลอดภัยให้คุณกับลูกสาวได้ ตราบใดที่คุณยอมร่วมมือกับผม”

“คุณจะให้ฉันทำอะไรว่ามาเลย ขอแค่อย่าทำร้ายลูกสาวฉันก็พอ”

เธอวอนขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"แหม... รูปร่างอย่างคุณมีอะไรให้ทำเยอะแยะ แต่ก่อนอื่น ฆ่าไอ้หนวดสกปรกนี้ทิ้งซะ!!"

มันส่งปืนพกสั้นยื่นให้เธอ เธอรีบลุกขึ้นยืนคว้าเอามาอย่างไม่ลังเล แล้วก็เล็งมาที่หน้าผากผม

"เอาเลยครับยิงมาเลยแล้วคุณจะได้ทุกอย่างที่ต้องการแต่ถ้าคุณตุกติกล่ะก็ลูกสาวคุณจะเป็นยังไงผมไม่รับประกัน”


มันขู่เสียงเข้ม

"5555+"

ลูกน้องของมันหัวเราะร่าตามหัวหน้าของมัน ผมเคยเจอคนเลือดเย็นมาแล้ว แต่ไม่เคยเห็นคนเลือดเย็นและโรคจิตขนาดนี้ ผมยอมรับนะว่ากลัวมันนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร โดนยิงหัวตายแปบเดียวคงไม่ทันได้รู้สึกเจ็บหรอก

"จะยิงก็ยิงเลย"

ผมก้มหน้าลงพื้นมองปลายเท้าของผู้ที่จ่อปืนเตรียมลั่นไกใส่ผม ผมค่อนข้างแน่ใจว่าวันนี้ผมต้องตาย รอก่อนนะหลินผมจะไปหาคุณ

"ฉัน..ขอ...โทษ"



[ปัง!!]

--()--

ขณะเดียวกัน ที่ด้านบนของบ้าน...

หนูน้อยป็อบอายที่กำลังนอนหลับอยู่.... เธอสัมผัสได้ถึงเงาของชายปริศนาที่ตรงหน้าต่าง หนูน้อยจึงสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจ

"อร๊าายย!! "

เธอกรี๊ดลั่นบ้านแต่ชายคนนั้นเอามือปิดปากเธอไว้

"ชูววววว์...."

ชายในหน้ากากกันแก๊สเอานิ้วชี้ทาบที่ปากเพื่อส่งสัญญาณให้เธอเงียบ

[ตึก! ตึก!]

ลูกน้องของ แซ็ค ไรเดอร์ ถีบประตูเข้ามาในห้อง

[เปรี้ยง!]

ชายปริศนาไม่รอช้า เขากระโดดเอาไม้พองที่พกมาด้วยฟาดลงไปบนกลางกะบาลของผู้ร้ายทำให้มันสลบไป

"รออยู่นี่นะ"

เขาบอกให้ป็อบอายรออยู่ตรงนี้ แล้วเขาก็กระโดดลงหน้าต่างไป

กลับมาที่โน๊ต.....

Note's Story

"จะยิงก็ยิงเลย"

ตอนนี้ ผมโดนเอาปืนจ่อหัวอยู่ ผมค่อนข้างแน่ใจว่าผมต้องตาย รอก่อนนะหลินผมกำลังจะไปหา

"ฉัน...ขอ....โทษ"

ระหว่างช่วงที่พรกำลังจะลั่นไกนั้นเอง ผมก็ตระหนักอะไรได้อย่างหนึ่ง จริงอยู่ ที่คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ทุกคนไม่มีสิทธิ์รู้วันตาย แต่เราเลือกได้ว่าจะตายยังไง ไม่! ผมจะมาตายอย่างหมาขี้แพ้แบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะตายจริงๆก็ขอสู้จนลมหายใจสุดท้ายก็แล้วกัน

[ปัง!!]

ทันทีที่พรลั่นไกลเอาก็ใช่มือทั้งสองข้างดันปลายกระบอกปืนขึ้นเพื่อหักเหทิศทาง และมันก็ได้ผล ลูกกะสุนเฉี่ยวข้ามหัวผมไปนิดอย่างหวุดหวิด จากนั้นผมก็บิดข้อมือของพรเพื่อแย่งเอาปืน

[พรึบ!]

ปืนหลุดจากมือเธออย่างง่าย คล้ายว่าเธอจะยอมให้ผมใช้ปืน เธอล้มตัวลงแล้วหมอบแนบกับพื้น

[ปัง!!] [ปัง!!]

"อ้าาาห์"

ผมยิงเข้าไปตรงที่หน้าอกของไอ้แซ็ค ไรเดอร์ แต่มันไหวตัวทัน เลยเบี่ยงตัวหลบกระสุนเลยไปเข้าชายโครงของมัน เมื่อผู้เป็นลูกน้องเห็นลูกพี่โดนยิง เลยทนไม่ไหว เดินตรงมาที่ผมพร้อมกับมีดพร่าที่พร้อมจะฟันผม

[ปัง!!]

ผมยิงเข้าตรงหน้าผากมันพอดี มันตายคาที่  ศพของมันล้มทับตัวผมพอดี ทำให้มีเกราะกันบังไว้บังกะสุนปืนที่รัวเข้าใส่ผม

[ปังๆๆๆๆ!!]

"เอื้ออ!!"

ถึงผมจะมีร่างของมนุษย์เป็นเกราะกันกระสุน แต่กระสุนก็ทะลุเข้าถึงตัวผมอยู่ดี ผมรู้สึกเจ็บที่ต้นแขน และไหปลาร้า ของเหลวสีแดงไหลอาบท่วมกายผมเต็มไปหมด โดยที่ผมไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเลือดของศพที่ทับผมอยู่หรือเลือดของผมกันแน่ ตอนนี้ผมคงทำอะไรไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงแต่มองเพื่อนร่วมชะตาที่หมอบอยู่ไกล้ๆ

[ผัวะ! ผัวะ!]

จู่ๆก็มีใครคนนึง โผล่มาใช้ไม้พองฟาดไปที่มือของคนที่ปืน

[ตุบ! โผล่ะ!]

เขาใช้ไม้กระทุ้งไปที่ท้องและฟาดไปที่ขมับของชายคนนั่น เขาล้มฟุบลงทันที

"เฮ้ย!! ถอยกันก่อนโว้ย! เอาอีนี่ไปด้วย"

เมื่อเห็นท่าไม่ดี แซ็ค ไรเดอร์ จึงสั่งให้ลูกน้องของมันถอยทับพร้อมกันแบกร่างไร้สติของพิมพ์ไปด้วย พวกถ่อยขึ้นรถกระบะแล้วหนีไป ทำให้โล่งใจได้เปราะนึง แต่มรสุมความซวยนั้นยังไม่จบ เมื่อคนที่ถือไม้พองคู่ใจเดินเข้ามาหาผม ผมไม่รอช้า ตัดสินใจรัวๆกระสุนใส่เขาแบบไม่คิดชีวิต

[แก่กๆๆๆๆ] //เสียงไกปืน

“เวรแล้วไง!!”


กระสุนดันมาหมดซะได้ เขาเริ่มมาไกล้เรื่อยๆ เข้าลากศพอันเละตุมเป๊ะที่กำลังทับร่างผมอยู่ออก

"อย่าเข้ามาไกล้กู!!"

ผมใช้สอบผ่านถอยหลังเพื่อหนีเขา แต่ผมไม่มีแรงเอาซะเลยเขาจึงคว้าตัวผมได้

"อย่ากลัวไปเลย ผมมาช่วยคุณ ผมเป็นคนดี"

"คนดีบ้านป้ามึงหรอ ใส่หน้ากากกันแก๊ส!"

"โอเค งั้นผมถอดก็ได้"

ชายปริศนาคนนั่น ถอดหน้ากากปกปิดตัวตนของเขาอยู่ นี่ไม่ใช่หน้ากากนักร้องแต่เป็น...

[พรึบ]

เมื่อผมได้หน้าของเขาผมก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจในเวลาเดียวกัน ตาตี่ๆแบบนี้ จมูกโตๆ ปากแบนๆ นี่มันไอ้เปาเพื่อนเก่าผมนี่หว่า!!

"ไอ้เปา..!"

"ทำไมถึงรู้ชื่อผม..?"

เขาถามผมกลับ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามนั่น อยู่ดีๆ ตาผมก็เริ่มปิด อดีตคู่หูที่ไม่ได้กันมานานเป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็น แล้วผมก็สลบไป

TO BE CONTINUED...........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น