Daddie'Z Home : คุณพ่อมือใหม่ในแดนซอมบี้

ตอนที่ 8 : EP.7 ป็อบอายโดนกัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ย. 61


Note's story

นี่คือวันที่สาม นับจากที่ผมฆ่าสองยายหลานนั่นตาย เราก็ถือวิสาสะ ยึดบ้านหลังนี้เป็นของตัวเองซะเลย เนื่องด้วยบ้านหลังนี้มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งอาหาร และที่พัก บรรยากาศก็ดี ผม พร ป็อบอาย และอังเปา เลยตัดสินใจลงหลักปักฐานกันที่นี่ ถึงจะไม่ค่อยมีใครไว้ใจผมก็เถอะ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะผมก็ไม่ไว้ใจใครเหมือนกัน เพราะถึงไอ้เปาจะเป็นเพื่อนเก่าผมแต่เดิมที

เราก็ไม่ค่อยถูกกันเท่าไร ส่วนคุณพรก็ เพื่อปกป้องลูกสาวแล้ว เธอก็พร้อมจะทำทุกอย่าง เห็นได้จากตอนที่เธอยิงหัวผมตอนอยู่บ้านหลังเก่า โชคดีที่ผมหลบได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ เพราะตอนนั้นมันสถานการณ์บีบคั้นแล้วหน้าตาของผมก็น่าเอาปืนเจาะกะโหลกด้วยคงไม่แปลกที่จะโดนเอาปืนจ่อหัว อย่างไรก็ตามเมื่อเราเลือกจะใช้ชีวิตร่วมกับคนพวกนี้แล้วเราก็ต้องรับเขาให้ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าเหงาอยู่คนเดียว  ถ้าเรามอบความไว้ใจให้กับพวกเขามากๆ สักวันเขาก็จะไว้ใจเราและไม่คิดร้ายกับเราเอง หวังว่านะ....


เช้าของวันใหม่ เวลาประมาณสิบโมงกว่าๆ ผมนั่งเก้าอี้โยกอยู่หน้าบ้าน ขณะที่นั่งดูไอ้เปาซ้อมมวยบ้าบออะไรของมันอยู่ แต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเอาไปสู้กับใครได้


[ฮึบ! ย้าาร์!!]


"มวยเหี้ยอะไรของมึงวะ กูเห็นมึงเอนไปเอนมาตั้งนานแล้ว มันจะเอาไปสู้กับใครได้?"



"มะ..มันเรียกว่า มวยสามเหลี่ยม มวยนี้ช่วยให้กูรอดมาจนทุกวันนี้"


อังเปาพูดพลางเบี่ยงตัวซ้ายขวาพรึ่บพรั่บอยู่คนเดียว


"มึงไปได้มาจากไหนวะ?”


"กูคิดเอง"


"ถุ้ยยย!!"


"แต่มันมีหลักการนะเว้ย กูดัดแปลงมาจาก มวยย่งชุนกับไทเก็ก ที่อากงกูสอนตอนเด็กๆ "


"แหม... ขี้โม้เหลือเกินนะมึง ขอกูลองหน่อยเถอะวะ"


ผมลุกขึ้นตรงไปหาไอ้เปาเพื่อของลอง อยากจะรู้นักว่าไอ้มวยนี้จะใช้ได้จริงรึเปล่า หรือจะเป็นแค่ไอ้นี่เพ้อไปเอง


"มานี่มา เดี๋ยวกูสอน"


อังเปากระโดดฟุตเวิร์ค หงายมีกวักผมให้เข้าไปหา


"เห็นไหม..ว่ากูเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาตลอดเวลา เพราะจุดประสงค์ของมวยชนิดนี้คือหลีกเลี้ยงการปะทะ ไหนลองชกกูสิ แรงๆเลย"


"มึงพูดเองนะเพื่อน"


ผมปล่อยหมัดขวาชกตามคำท้าทาย


"ฮึบ!"


[พรึบ!!]


อังเปาใช้มือขวาดันที่ข้อมือของผมและเคลื่อนตัวออกด้านขวา พลันพลิกตัวล็อคคอผมจากด้านหลัง แล้วกดผมลงพื้น


"โอ้ยๆๆ ไอ้สัสปล่อยๆๆ"


ผมโอดโอย ผมมือแปะๆที่ท่อนแขนของมันซึ่งเป็นการบอกว่ายอมแพ้ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะได้ผลจริงๆ


"เห็นมั้ยละ ว่ามันใช้ได้"


อังเปาคลายอ้อมแขนออกจากลำคอผม


"เอ่อ.. กูเชื่อแล้ว"


ผมลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อและกางเกง


"กูสอนได้นะ ถ้ามึงต้องการ"


"ไม่เอาวะ เสียเวลา แต่ต่อจากนี้มึงไม่ต้องซ้อมแล้ว เดี๋ยวแม่งเก่งกว่าเดิม เผื่อวันนึงมึงคิดอยากฆ่ากูขึ้นมากูจะสู้มึงไม่ได้"


ผมเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้โยกตัวเดิม


"เอาเป็นว่ามึงจำไว้แล้วกัน ถ้าเขาต่อยมาให้มึงจับที่ข้อมือเขา หรือถ้ามึงไม่มั่นใจว่าจะจับทัน มึงก็ผละตัวถอยออกมาก่อน หลังจากที่ศัตรูต่อยหรือเตะมึงไม่โดน เขาจะเสียหลักแล้วมึงก็จะมีช่องว่างให้ตอบโต้..."


"อะไรก็เถอะ! หุบปากซะ!!"


ผมตวาดใส่ไอ้เปาเพราะเสียหน้าที่โดนมันคร่อมลงพื้น จริงๆมันเข้าท่าดีนะ แต่ผมไม่อยากให้มันสอนอ่ะ เดี๋ยวจะเสียเชิงชายกันหมดพอดี ไม่จำเป็นต้องมีวิชาต่อสู้ก็อยู่รอดได้ เชื่อกูดิ ปัดโธ่!


"มันจำเป็นจริงๆนะเพื่อน สักวันมึงต้องได้ใช้"


"จ้ะ?"


"ว่าแต่.. สองแม่ลูกนั่นไปไหนว่ะ?"


อังเปาถาม


"เขาไปเก็บดอกแคร์หลังสวนมั้ง? ได้ยินว่าจะทำแกงส้มดอกแคร์กินอะ"


"งั้นหรอ ฮืออ..(ถอดหายใจ)"


อังเปาถอนหายใจแล้วนั่งตรงพื้นลงข้างๆผม เขาเอนหลังกางขาเอาแขนยันพื้น ท่าทีดูผ่อนคลาย


"ถามจริง ก่อนไอ้เชื้อบ้านี่จะระบาด มึงได้ติดต่อเพื่อนเก่าสักคนมั้ยวะ?"
ไอ้เปาถามผมพลางนั่งชันเข่าขวาเอาขาซ้ายก่ายแล้วกระดิกปลายเท้า


"จะว่าไป เราก็เรียนจบมาเจ็ดปีแล้วนะ แต่มึงเชื่อมั้ย ไม่มีใครติดต่อกูมาเลย"


ผมตอบไอ้เปา


"ไม่มีเลยจริงๆเลยหรอวะ?"


"จะว่าไป กูเคยเจอไอ้ตุ้ยที่อู่ซ้อมรถ"


"มึงไปทำไมวะ อู่ซ้อมรถ"


"ก็กูไปเป็นขี้ข้าที่นั่นไง และมันก็เป็นลูกเจ้าของอู่แม่งเจอกันทุกวัน แต่ไอ้เวรนั่นแม่มไม่เคยทักกูสักคำลูกคนรวยก็งี้ ถ้ากูรวยกว่ามันกูจะไปถุยน้ำลายใส่แม่ง"


ผมบ่นน้อยใจในชีวิตตัวเอง


"ไอ้ตุ้ยห้องสองนี่นะ?"


"เอ้อ.. มันนั่นแหละ!"


"มันอาจจะจำมึงไม่ได้จริงๆก็ได้นะเพื่อน ก็หนวดมึงเยอะปิดหน้าปิดตาไปหมด ใครจะไปจำได้"


อังเปาปลอบใจ


"ตอนนั่นกูยังไม่ไว้หนวดไอ้เวร กูรู้มันจำกูได้ มันเห็นหน้ากูแล้วกระพิบตาสองที กูรู้มันจำกูได้ แต่มันไม่ทักกู"


"ถ้างั้นก็ช่างแม่มเหอะ ลูกคนรวยก็งี้ มันคงโดนแดกตายห่าตายโหงไปแล้วแหละ"


อังเปาปลอบผม


"แล้วไงต่อวะ?"


"จากนั่น กูก็ทำงานที่นั่นได้เจ็ดวัน แล้วก็ออก"


"ออกไมวะ?"


"ก็ไอ้เถ้าแก่แม่งด่าพ่อกูอะ กูก็เลยทุบรถมันซะเละเลย"


"แค่ด่าพ่อนี่นะ?"


เปาขึ้นเสียงสูง ด้วยความสงสัย


"โอ้โหไอ้ห่ามันด่ากูว่าไอ้พ่อแม่ไม่สั่งสอน เอาจริงๆพ่อแม่กูสอน แต่กูไม่จำกูชั่วของกูเองอย่ามาลามปามถึงพ่อแม่กู”


"เออๆ ไม่อยากคุยกับมึงแล้ว ไร้สาระวะ (ลุกขึ้น) กูว่าจะไปดูแม่ลูกนั่นซะหน่อยเห็นไปนานแล้ว ไม่รู้จะเป็นอันตรายรึเปล่า"


อังเปาเดินไปหยิบไม้พองที่วางพาดกับเสาร์หน้าบ้าน


"มึงจะไปไหนมึงก็ไปไป กูจะหงีบสักหน่อย"


ผมตอบ


"นอนดีๆระวังผีนะมึง"


"เอาตัวมึงให้รอดเหอะ ไม่ต้องมาห่วงกู"


"เออๆ กูไปละ"


ว่าแล้ว อังเปาก็เดินจากไป ปล่อยให้ผมนั่งโง่ๆอยู่คนเดียว ดีเหมือนกันจะได้งีบสักหน่อย ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้นอนเลย มัวแต่ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย ไม่ได้ระแวงคนอื่นนะ ผมระแวงคนพวกนี้แหละ ถ้าผมนอนอยู่แล้วมีคนเอาหมอนมาอุดจมูกตายทำไว เอ่อ... ชั่งมันเหอะ นอนดีกว่า


"เอื่ออ.."


ผมบิดขี้เกียจแล้วเอนหลังลงบนเตียง ปิดเปลือกตาที่อ่อนหล้าแล้วงีบหลับ......

5 นาทีผ่านไป.....


[แห่... แห้....แฮ....]


เสียงซอมบี้ดังหึงๆอยู่รอบๆหู ทำให้ผมรู้สึกสะบั้นไปทั้งตัว ผมเปิดเปลือกตามองแต่ไม่เห็นใคร กวาดสายตาไปรอบๆ ก็เห็นแขนตัวเองถูกมัดติดกับที่พักแขนเก้าอี้


"อะไรวะเนี้ย!!"


[คึกๆๆๆๆ!!] เสียงเก้าอี้สั่น


ผมสบถกับตัวเอง แล้วพยายามดิ้นให้เชือกหลุด ว่าแต่นี่มันเรื่องบ้าอะไรนิ ทำไมแขนผมถึงถูกมัดอย่างนี้ ให้ตายสิ!!


"อ้าาาาาาร์!!"


ผมร้องตะโกนอย่างแรงด้วยความวิตก เหงื่อไหลออกท่วมตัว และมีหยดหนึ่งไหลเข้าตาผมเท่าให้ผมแสบตา ผมจึงรี่มองเพียงข้างเดียว


[ปี้ดดดดดดด~~!!!]


ทันใดนั้นก็มีเสียงคลื่นความถี่สูงดังแหลมแสบซ้านไปถึงในสมอง ผมรู้สึกปวดหัวและคลื่นไส้ มันชั่งทรมานเหลือเกิน ผมร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด แต่ผมไม่ได้ยินเสียงตัวเอง


[หมับ!]


ผมสัมผัสได้ว่สมีอะไรบางอย่างมาจับที่ขา! พอก้มลงไปมองก็ร่างของธีรพงษ์ พ่อของน้องป็อบอายที่ตายไปแล้ว หัวของเขาบูดเบี้ยวเละเทะนองไปด้วยเลือด เหลือเพียงปากเท่านั่นที่ยังคงรูป นึกดูแล้วก็เหมือนสภาพตอนที่ผมฆ่าเขาตาย หัวเขาเละแบบนี้แหละ


[มึง...มึงฆ่ากู! มึงฆ่ากู!]


ธีรพงษ์ตะกายหัวเข่าขึ้นมา ผมพยายามดิ้นให้หลุดแต่ดูเหมือนผมจะขยับตัวไม่ได้


[มึงฆ่ากู!!]


ไม่นานหนักก็มีไอ้แม็กมหาโจรที่ผมพึ่งเผามันทั้งเป็น เดินมาพร้อมกับเหล่าลูกน้องที่ถืออาวุธครบมือ ตัวมันเต็มไปด้วยเปลวไฟและแผลไฟไหม้ มือซ้ายของมันถือถังน้ำมันสีแดง ตามมาด้วยยายจันทร์และเจ๋ง ทั้งหมดเดินเข้ามาหาผม


[มึงฆ่ากู!!!]


ทั้งหมดร้องตะคอกใส่ผมพร้อมๆกัน

[ไปตายซะมึง ไปตายซะไป ไปตายซะ!! ไอ้เดนนรก ถุ้ย!!]


ไอ้แม็กด่าผมพลางเอาน้ำมันเบนซินราดผมไปเท่าทั้งตัว กลิ่นเหม็นของน้ำมันคละคลุ้งไปหมด แต่ก็ยังไม่เท่ากลิ่นคาวเลือดของธีรพงษ์ที่อยู่ตรงหน้า


"อย่าาา!! อย่า!! ได้โปรด!!"


ผมร้องเสียงหลงขอความเห็นใจ แต่ชั่วอึดใจนึง ที่ผมมองลอดไประหว่างช่วงแขนของไอ้แม็ก ผมก็เห็นหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวที่ผมคุ้นเคย เธอคือหลิน


"โน๊ต"


เธอเรียกผมเบาๆ


“หลิน!! ช่วยผมด้วยยย! ช่วยผมด้วยย!!!!"
ผมร้องขอความช่วยเหลือเพราะผมกลัวจนแทบเสียสติ


"โน๊ต โน๊ต โน๊ต "


เธอเรียกผมอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่เสียงเธอ แต่ตอนนี้ผมไม่สนแล้วว่าเสียงใคร ผมแค่อยากออกไปจากตรงนี้


"โน๊ต.. คุณโน๊ต.. "


ผมรู้ถึงแรงสั่นเบาๆ นี่มันแผ่นดินไหวใช่มั้ย


"โน๊ต"


"เฮื้อกกกก!!!"


ผมสะดุ้งตื่น แล้วก็พบว่าคุณพรกำลังสั่นเก้าอี้ปลุกผมอยู่ นี่เราฝันร้ายอีกแล้วหรือเนี้ย ให้ตายเถอะ แต่ก็โล่งใจที่มันไม่เป็นความจริง


"ตื่นได้ซะที นี่ฉันปลุกคุณตั้งนานแล้วนะ!"
ผมก้มตัวลงกุมขยับ หายใจเข้าออกยาวๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์


"แล้วนี้เป็นอะไรหนิ? เหงื่อออกท่วมตัวเชียว"


"เอ่อ.. ผมฝันร้ายอะครับ คุณมีอะไรรึเปล่า?"


"คุณช่วยไปตามหาลูกสาวให้ฉันหน่อยสิ ไม่รู้หายไปไหน? กลัวจะเป็นอันตรายอะ"


"ป็อบอายไปกับคุณไม่ใช่หรอ?"


"ใช่ๆ แต่จู่ๆเธอก็วิ่งเข้าไปใหนก็ไม่รู้!?"


"ถ้างั้นเรารีบไปตามหากันเถอะ ก่อนลูกคุณจะโดนผีแดก"


"ปากดีนะคุณเนี้ย"


ผมลุกจากเก้าอี้โยก แล้วเดินตามเธอไป.....

20:30 น.
เวลาสองทุ่มกว่าๆ ผม พร ป็อบอาย และอังเปา นั่งล้อมวงกันบนโต๊ะกินข้าว มีแกงส้มดอกแคสองถ้วย และข้าวสี่จาน เราจุดเทียนสองดวงเพื่อให้ความสว่าง บรรยากาศในนี้อบอ้าวพอสมควร เราจึงเปลี่ยนใส่เสื้อแขนสั้นตัวบางๆ มีเพียงแค่ไอ้เปาคนเดียว ที่ใส่เสื้อแขนยาวตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว มึงไม่ร้อนบ้างรึไง


"ทีหลังจะไปไหนมาไหนก็บอกแม่ด้วยนะป็อบอาย ถ้าพี่เปาเขาไปเจอเข้า จะเป็นยังไง"


พรตักเตือนลูกสาวเธออย่างละม่อม


"ค่ะแม่ ขอโทษด้วยคะ"


ป็อบอายก้มหน้าสำนึกกล่าวขอโทษแม่ เออๆ เด็กคนนี้มารยาทดีเนอะ ปกติเด็กทั่วไปเวลาพ่อแม่ด่าหรือตักเตือน จะหัวร้อนเถียงกันวุ่นวายไปหมด สงสัยเธอจะสอนมาดี ก็แม่เธอเป็นครูนี่น่า


"เอิ่ม.. ว่าแต่หนูวิ่งเข้าป่าไปทำไม?"


ผมถามป็อบอาย


"อ่อ.. พอดีหนูเห็นกระต่ายอะคะ ก็เลยวิ่งตามไป"


"แค่กระต่ายนี่นะ?"


"ก็หนูไม่มีเพื่อนเล่นนิ่คะ มีแต่คนแก่ๆ จะให้หนูไปเล่นกะใครอะ?"


"มาเล่นตัวพวกพี่ก็ได้นิ"


อังเปาพูด


"ไม่เอาคะ! น่ากลัวจะตาย อีกคนนึงก็ใครไม่รู้ อีกคนนึงก็หน้าเหมือนโจรโรคจิต จะแอบคิดไม่ดีกับหนูรึเปล่าก็ไม่รู้?"


"ป็อบอายไม่เอาสิลูก"


พรปรามลูกสาว


ผมกับอังเปาหันควับมามองกัน


"ไอ้เปาน้องเขาว่ามึงหน้าเหมือนโจรโรคจิตว่ะเปา”


"มึงนั่นแหละ! ไอ้หนวด!"


"สงสัยกูต้องโกนหนวดแล้ววะ"


"เห็นด้วย" พรเสริม


"บวกสิบค่ะ" ป็อบอายเสริม


"จัดเลยเพื่อน" อังเปาเสริม


โอเค.. ทุกคนพร้อมใจกันบอกให้ผมตัด สงสัยหนวดผมมันจะทุเรศจริงๆ ก็ผมอยู่คนเดียวมานานเลยไม่ทันสังเกตุ


"เอาเป็นว่า พรุ่งนี้พี่จะพาหนูไปตามหากระต่ายตัวนั่น โอเคมั้ย"


ผมหันไปคุยกับป็อบอาย


"สัญญานะค่ะ?"


เด็กน้อยยื่นนิ้วก้อยเล็กๆมาให้ผมพลางส่งสายตาแบ๊วๆให้ คืออะไร? จะให้ผมเกี่ยวก้อยสัญญางั้นหรอ มันชั่งบ้องแบ๊วดูไม่เข้ากับผมซะเลย


"เออ....อะไรละเนี้ย?"


"เกี่ยวก้อยสัญญาไงค่ะ"


"เอิ่ม... "


ผมหันไปมองหน้าแม่ของเธอ พรยักคิ้วให้ผมหนึ่งที บอกเป็นนัยๆว่า ให้ผมเกี่ยวก้อยกับเด็กคนนี้ โอเค ก็ได้


"สัญญานะคะ?"


ผมเอานิ้วไปเกี่ยวก้อยป็อบอาย ทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ


"พรุ่งนี้เราจะไปจับกระต่ายกัน"


ผมย้ำคำสัญญา


"และโกนหนวดด้วย"


คุณพรพูดแทรกขึ้นมา


"ใช่ครับ โกนหนวดด้วย" ผมตอบ


"ลุงหนวดเกี่ยวก้อยกับแม่สิคะ"


"ห๊ะ?"


"ก็.. เกี่ยวก้อยสัญญาไงคะ ที่ลุงทำกับหนูเมื่อกี้อะ สัญญาสิคะว่าจะโกนหนวด"


"ได้สิ ผมสัญญา"


ผมยื่นนิ้วก้อยไปไกล้ๆพร เธอย่นหน้าใส่ ทำทีดูงงๆ ผมเลยยักคิ้วให้หนึ่งที


"ก็ได้"


เธอยื่นนิ้วมาเกี่ยวกับผม แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แหม… ทำเป็นรังเกียจ


"โอเค พอแล้ว"


เธอดึงมือตัวเองกลับ พลันเอามือไปเช็ดกับกางเกงที่เธอใส่ เอิ่ม.. กูสกปรกขนาดนั่นเลยเลยหรือเนี้ย


"งั้นมึงสัญญากับกูได้มั้ยว่าจะเลิกปากหมา?"
อังเปายืนนิ้วกลางมาทางผมแล้วยิ้มกวนๆ


[แปะ!]


ผมเบิร์ดกระโหลกอังเปาไปหนึ่งที


"เขาช้นิ้วก้อย ไอ้บ้า!"


"ไอ้สัส ดังซิ้มเลย"


"ดังแปะ!"


นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เล่นมุขแบบมีกันคิดถึงบรรยากาศเก่าๆจริงๆ มันจะไม่ฮามากแต่มันก็ทำให้เรายิ้มได้นิดๆ


"ฮึฮึ" คุณพรแอบขำนิดๆ


"เอาละเรามากินข้าวกันเถอะ มัวสันยงสัญญากันอยู่นั่นแหละ"


ว่าแล้วทุกคนก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย เสียงช้อนกระทบกับจานดังป๊อกแป๊กๆ อย่างต่อเนื่อง นี่คือเสียงแห่งความอบอุ่นและอิ่มท้อง จะว่าไปคืนนี้มันก็ดีเนอะ ได้เจอเพื่อนเก่า ได้หยอกกับเด็กไร้เดียงสา ทำผมรู้สึกว่าโลกมันสดใสขึ้น ได้มีแกงส้มอร่อยๆกิน นี่แหละที่ผมต้องการ อยากให้แบบนี้ไปตลอดจัง........

22:35 น.
หลังที่เรากินข้าวเสร็จ เราจึงแยกย้ายกันเข้านอน โดยที่ผมและไอ้เปานอนห้องข้างล่าง และคุณพรกับป็อบอาย นอนกันบนชั้นบนเนื่องจากข้างบนมันปลอดภัยจาก จริงๆเวลานี้ทุกคนต้องนอนกันหมดแล้ว แต่ผมนอนไม่หลับผมจึงมานั่งวาดรูปเล่นคนเดียวบนโซฟาเก่าๆ ฟังดูปัญญาอ่อนใช่มั้ยครับ ก็มันไม่มีอะไรทำนี่หนา ดีกว่านั่งเฉยๆแล้วเพ้อจะเป็นจะตาย


[แอ้ด~!] เสียงประตู


ทันใดนั่น ผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ผมเห็นหันควับไปดูด้วยความตกใจ


"เอ้าโน๊ต มึงยังไม่นอนหรอเพื่อน?"


โถ่.. ที่แท้ก็ไอ้อังเปานี่เอง


"แล้วมึงละ ทำไมไม่นอน?" ผมถามอังเปา


"ก็กูปวดเยี่ยวอะ"


"ก็ไปเยี่ยวดิวะ"
"เฮ้อออ เดี๋ยวค่อยเยี่ยวก็ได้"


ไอ้เปานั่งลงบนโซฟาข้างๆผม


"แล้วมึงทำไรหละนิ?" เค้าถามผม
"นั่งวาดรูป" ผมตอบ
"ปัญญาอ่อนแล้วมึงอ่ะ"


"เออเรื่องของกู"


"เออ"


"ถามจริง อากาศร้อนแบบนี้ ทำไมมึงถึงไส้เสื้อแขนยาววะ"


ผมถามเขา เขาถอดหายใจยาวหนึ่งที่ แล้วถกแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ตามองไปก็เห็นรอยแผลเป็นที่แขนเป็นจำนวนมาก ดูเผินๆแม่งเหมือนตะขาบนอนก่ายกันเลย


"นี่ไงเพื่อน ที่กูไม่ใส่เสื้อแขนสั้นก็เพราะ ไม่อยากให้ใครเห็นแผลกู"


อังเปาพูดพลางเอาแขนเสื้อเปิดไว้ตามเดิม


"ใครทำมึงวะเปา" ผมถามด้วยสงสัย


"กูทำตัวเอง"


"ห๊ะ มึงบ้ารึเปล่า มึงจะกรีดแขนตัวเองหาเตี่ยมึงหรอ?"


ผมงงในความคิดของมัน คนบ้าอะไรกรีดแขนตัวเอง


"คือ กูจะกรีดแขนตัวเองทุกครั้ง ที่มีคนตายเพราะกู เป็นเครื่องเตือนสติ"


สิ่งที่เขาพูดทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่แสดงว่า ไอ้นี่ต้องฆ่าคนมาเยอะแล้วแน่ๆ


"ล้างบาปว่างั้น?"


"ประมาณนั้น กูเคยคิดนะว่า ถ้าซอมบี้ระบาดมันจะสนุก  ไปหาของกินตามห้าง ผจญภัยล่าสัตว์ อย่างสนุกสนาน แต่ความจริงแม่งไม่ใช่เลย ชีวิตแม่งมืดมนเหลือเกิน"


อังเปากุมขมับน้ำเสียงสั่น คล้ายจะร้องไห้


"ไอ้เวรพอแล้ว อย่าดราม่า"


ผมเอาตบบ่าเขาเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ


"กูไปเยี่ยวก่อนนะ"


อังเปาลุกจากโซฟาแล้วเดินจากไป มันอาจจะไปเหยี่ยวจริงๆ หรือไปแอบร้องไห้ อันนี้ผมก็ไม่รู้ อะไรก็เหอะ เรื่องของมัน......



เช้าวันรุ่งขึ้น.....


ผม พร ป็อบอาย และอังเปา พากันเดินลุยป่าหลังบ้านเพื่อมาตามกระต่าย ตามที่ผมสัญญากับน้องป็อบอาย


"นี่ละคะ เมื่อวานหนูเห็นมันตรงนี้"


หนูน้อยป็อบอายยืนชี้พุ่มไม้ที่เธอพบกระต่ายเมื่อวานนี้ ซึ่งดูไปแล้วก็น่าจะจริง เพราะผมเห็นรอยขุดบนพื้นแล้วก็มูลสัตว์กองเล็กๆอยู่สองสามกองที่ดูเปียกอยู่ แสดงว่ามันพึ่งมาถ่ายเอาไว้


"ไอ้เปา มึงไปหาดูสิ ว่ามีเศษอาหารตกแถวนี้รึเปล่าจะได้ตามรอยมันเจอ"


"กูเป็นทาสมึงรึไงไอ้หนวด?"


ผมชี้มือสั่งไอ้อังเปา มันหัวเสียเดินเกาหัวบ่นพรึมพรำอยู่คนเดียว แต่ก็ยังทำตามคำสั่งของผม มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ถึงมันจะร่ำรวยเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นเบี้ยล่างของผมอยู่ดี สงสัยชาติก่อนมันคงเคยเกิดเป็นทาสในเรือนเบี้ยผมแน่ๆ


"นั่นไงๆ! ฉันเห็นแล้วมันอยู่ตรงนู้น"


พรกระตือรือร้นโดดเย่งๆ เมื่อเธอมองเห็นกระต่ายตัวอวบสีขาวโพน


"ไหนๆ มันอยู่ไหน!"


ผมควานสายมองหากระต่าย


"นั่นไง!! มันอยู่ตรงต้นไทรนั่นอะ!"


"วิ่งสิครับ รอไร"


ผมสตาร์ตเครื่องวิ่งไล่กระต่ายที่กำลังแทะโคนต้นไทร


[ฟุ่มฟ้าม! ยวบยาบ!! ยวบยาบ!!]


ผมวิ่งลุยป่าแหวกเครือหนามและต้นตะโก เพื่อไล่ตะคุบกระต่าย ว่าแต่...ทำไมกูต้องทำแบบนี้เพื่อกระต่ายแค่ตัวเดียว


"ว้าาาายยยย!!!"


เสียงร้องดังลั่นจากหนูน้อยป็อบอาย ทำให้ผมต้องหยุดทันที ผมเปลี่ยนทิศทางรีบวิ่งกลับไปหาเธอ ด้วยความเป็นห่วงว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรง


"เกิดอะไรขึ้น!!


ผมเร่งสปีดสาวเท้ายาววิ่งไปหาสาวน้อย พอผมวิ่งไปถึงก็เจอสาวน้อยนอนสลบแผ่หลาอยู่บนพื้น และแม่ของเธอที่ทำหน้าเลิ่กลั่กเพราะตกใจทำอะไรไม่ถูก


"เกิดอะไรขึ้น!?!"


ผมถามด้วยความกังวล พร้อมกับเสียงหอบที่แทรกเข้าไปในทุกพยางค์ที่เอ่ย


"งะ! งะ! งู!!"


เธออึกอักพูดผิดๆถูกๆ มือเธอชี้ไปทางโพรงหญ้า มองไปก็มีงูสีดำเลื้อยผ่านและหายไป

"งูกัดลูกคุณหรอ?!?"


เธอพยักหน้าเบาๆสองที เมื่อผมมองดูที่ขาซ้ายของป็อบอาย ก็พบรอยเขี้ยวสองเขี้ยว ฝั่งอยู่เหนือตาตุมเธอ ผมไม่รอช้า รีบดูดเอาเลือดออกจากขาเธอ


[สุบ ถุ้ย!! สุบ ถุ้ย!!]


ว่าแต่.. เวลาแบบนี้ ไอ้เปาหายไปไหนวะ? ให้ตายสิวะ!! ผมรีบก้มหน้าก้มตาคลายเชือกรองเท้าเพื่อที่จะเอามารัดกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ


"มันก็แค่งูสิงห์ จะตื่นเต้นทำไม?"


ผมเงยหน้ามองตามน้ำเสียงเรียบนิ่งที่อยู่ด้านบน พอมองขึ้นไปก็พบชายปริศนาในเสื้อกีฬาสีแดงและกางเกงวอร์มขายาว ที่เดินอุ้มกระต่ายมาพร้อมกับไอ้อังเปา เราไอ้นี่มันเป็นใครวะ ที่แน่ๆไม่จะใช่คนดี.....

TO BE CONTINUED.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น