Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 17 : นานะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[17] นานะ

 

                ฉันตื่นขึ้นมาใต้แสงตะวันของวันใหม่ที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดไว้    ผ้าม่านปลิวสะบัด    ฉันรับรู้ได้ความอบอุ่นจากผ้าห่มหนาและความสบายจากที่นอนนุ่มบนเตียงกว้าง

                ที่นี่ไม่ใช่บ้าน    ความรู้สึกบอกฉันอย่างนั้น     ไม่ใช่สถานที่ไหนๆที่เคยผ่านมาในชีวิตของฉัน   แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไง

                เสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นที่ประตู    ฉันเบนหน้ามาทางขวารอใครสักคนที่กำลังจะเข้ามา     เมื่อประตูเปิดออก    หญิงวัยกลางคนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ถือถาดอาหารก้าวเข้ามา      ข้างหลังนั้น  ฉันเห็นชายหนุ่มอีกคนตามเข้ามาด้วย     เขามองมาทางฉันเพียงแวบเดียวแล้วเบนหน้าหนีไปนั่งหลบไปที่มุมห้อง

                ฉันหันกลับมาสนใจป้าน้อมอีกครั้ง    ป้าน้อมดูแปลกๆไปเสื้อผ้าที่แต่งอยู่ก็ดูแปลกไป    ป้าน้อมใส่เสื้อผ้าเหมือนกับแม่บ้านของฉันเคยแต่ง     ชุดสีขาวสลับเทากับกระโปรงยาว    ผมที่รวบเก็บไว้เรียบร้อยเกล้าเป็นมวยขึ้นไป       ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะถาม

                ป้าน้อม    ทำไมแต่งตัวแบบนี้     แล้วที่นี่ที่ไหน

                ป้าน้อมยิ้มให้แล้วจัดแจงวางถาดอาหารไว้ด้านข้างจากนั้นก็ตักขึ้นมาหนึ่งคำแล้วป้อนฉัน    ฉันกินอย่างว่าง่าย    แต่ก็ยังคาใจเรื่องที่ป้าน้อมไม่ตอบอยู่      พอฉันจะเอ่ยปากถามอีก     ป้าน้อมก็ส่งคำต่อไปมาให้ฉันทันที     บางทีรอให้กินข้าวเสร็จแล้วค่อยถามดีกว่า

                เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว     แก้วน้ำก็ถูกส่งมาให้     ฉันรับมาดื่มเสร็จแล้วก็ยิงคำถามทันที

                ที่นี่บ้านญาติป้าน้อมหรือคะ     ป้าน้อมกับไคมองหน้ากัน    ฉันเห็นความวิตกปรากฏในสายตาของทั้งสอง

                ป้าครับ    บอกความจริงไปสิครับ   ไคพูด

                ความจริงอะไรสักอย่างที่ไคพูดถึงทำให้ป้าน้อมมีท่าทีอึดอัดขึ้นมาทันใด    ฉันเองก็เริ่มสังหรณ์ไม่ดีเสียแล้ว

                ความจริงอะไรคะป้า  

                ป้าน้อมอึกอัก    แต่ก็เกือบจะบอกฉันอยู่แล้วตอนที่เสียงประตูห้องถูกเปิดอีกครั้ง       แล้วร่างของคนที่ฉันไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ได้ก็ก้าวเข้ามา

                พ่อบ้าน...

 

                น้อม    ขอบคุณมากที่ดูแลคุณหนูอย่างดี    พ่อบ้านพูดทันทีที่เข้ามา

                ฉันงุนงงอย่างที่สุด     ทำไมพ่อบ้านมาอยู่ที่นี่    แต่ไม่นานฉันก็เริ่มเดาเรื่องราวทั้งหมดได้คร่าวๆ

                ป้าน้อมคะ    นี่มันอะไรกันบอกน้ำหน่อย   ฉันถามป้าน้อมคนเดียว   แต่คนที่ชอบสอดตลอดงานกลับพูดขึ้น

                คุณหนูปลอดภัยดี    กระผมก็ดีใจ

                ป้าน้อมคะ   เล่าให้น้ำฟังหน่อยว่าป้ารู้จักกับพ่อบ้านได้อย่างไง

                น้อมเป็นผู้ดูแลบ้านพักตากอากาศของคุณผู้ชายที่นี่     ในระหว่างที่คุณหนูพักผ่อนที่นี่   น้อมจึงมีหน้าที่ดูแล    พ่อบ้านพูดว่าป้าน้อมเป็นคนของพ่องั้นหรือ    ที่นี่เป็นบ้านของพ่องั้นหรือ    หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา

                ฉันมองป้าน้อมสลับกับพ่อบ้าน     พวกเขาหลอกฉันอีกแล้ว     ชีวิตฉันจะโดนหลอกไปถึงเมื่อไรกันนะ   เมื่อไรฉันจะเป็นตัวของตัวเองจริงๆได้เสียที

                ฉันลุกขึ้นนั่งแล้ววิ่งไปที่ประตู    ฉันอยากหนี     แต่เมื่อถึงประตูร่างๆหนึ่งก็ขวางฉันเอาไว้     เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนฉันเองแทบไม่เชื่อหู    เธอจะหนีอีกไม่ได้แล้ว   

                ไค    เขาเองก็รู้เรื่องนี้     ใครๆก็รู้เรื่องนี้     ทุกคน   ทุกคน     ยกเว้น   ฉัน!

                ฉันจ้องมองเขาด้วยแววตาของความปวดร้าว    แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นเพียงความเย็นชาจากสายตาว่างเปล่าคู่นั้น   มันว่างเปล่า     ไม่มีอะไรเหลือให้ฉันเลย

                ฉันกลับไปที่เตียง    แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างอึ้งๆ    เสียงพ่อบ้านดังกรอกหูเข้ามา

                วันพรุ่งนี้เมื่อคุณหนูดีขึ้นแล้วเราจะกลับกัน     เวลาพักผ่อนจบลงแล้ว   พ่อบ้านออกจากห้องไป    ตามด้วยไค     เหลือแต่เพียงฉันกับป้าน้อมเท่านั้น

                ฉันมองป้าน้อมด้วยแววตาที่เจ็บปวดยิ่งกว่ามองไค     ป้าน้อมเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของฉันตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่     แต่ฉันกลับเป็นตัวตลกสำหรับป้าน้อม    เป็นแค่เด็กโง่คนหนึ่งให้พวกเขาหลอกอยู่ตลอดเวลา

                ป้าน้อมรู้ว่าน้ำเป็นใครตั้งแต่ต้นหรือคะ  ฉันเริ่มบทสนทนา

                ค่ะคุณหนู   สรรพนามที่ป้าน้อมเรียกฉันแปลกออกไป

                ทำไมมันช่างบังเอิญที่น้ำหนีมาที่บ้านตากอากาศของพ่อพอดีกันนะ

                คุณหนูถูกพามาที่นี่ค่ะ    รถโดยสารคันนั้นถูกกำหนดให้พาคุณหนูมาที่นี่    และอยู่ในความดูแลของเรา   ป้าน้อมบอก   ฉันสะอึกกับคำพูดนั้น     ตลอดเวลาชีวิตของฉันอยู่ในสายตาของพ่อกับแม่ตลอดเลยหรือ

                ฉันเกลียดการถูกควบคุมแบบนี้   ฉันพูด

                ดิฉันคิดว่ามันจะเป็นการดีมากกว่าที่คุณหนูมีคนดูแล

                มันไม่ใช่การดูแล   มันเป็นการควบคุม!”    ฉันขึ้นเสียง    แล้วก็รู้สึกผิดเพราะป้าน้อมก้มหน้าลงแล้วเงียบไปทันใด

                น้ำไม่อยากกลับบ้าน   ให้น้ำอยู่ที่นี่ได้มั้ยคะ ฉันเปลี่ยนเรื่อง

                ที่นี่อันตรายเกินกว่าที่คุณหนูจะอยู่ต่อไปได้      คุณหนูจะต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง

                ป้าจะตามไปด้วยมั้ย

                ดิฉันคงไม่สามารถไปได้  ป้าน้อมตอบ

                ป้าจะอยู่ดูแลที่นี่หรือคะ

                คุณหนูรู้ดี    ดิฉันบกพร่องต่อหน้าที่      แม้แค่ที่นี่ดิฉันก็ไม่อาจทนอยู่ได้     หากดิฉันไม่สำเพร่าแล้ว     เรื่องเมื่อคืนคงไม่เกิดขึ้น    เสียงป้าน้อมสั่นระรัว    ฉันรู้สึกสงสารป้าน้อมขึ้นมาจับใจ     ไม่ใช่ความผิดของป้าน้อม    ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น

                ป้าจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป    น้ำสัญญา   ฉันให้คำสัญญากับป้าน้อม  

                จู่ๆป้าน้อมก็บอกให้ฉันพักผ่อน     ป้าน้อมดันฉันลงนอนกับเตียงแล้วกำชับให้นอนพักผ่อนมากๆ    เมื่อถึงเวลากลางวันจะมีคนนำอาหารมาให้      พวกเขาคิดกันได้แค่นี้เองหรือ     ให้ฉันนอนกับกินเท่านั้นเอง    

                ป้าน้อมออกไป    ฉันได้ยินเสียงคลิกเบาๆ   คงมีคนล็อกห้อง    จะแปลกอะไรล่ะ   ฉันไม่เคยเป็นอิสระอยู่แล้ว   ไม่เคย  แม้แต่ครั้งเดียว

 

 

                หนี!

                ความคิดเดียวที่อยู่ในใจฉันตอนนี้     ขาข้างหนึ่งของฉันกำลังก้าวข้ามราวระเบียง     ห้องของฉันอยู่แค่ชั้นสอง     ฉันแค่ค่อยๆลงไปแล้วเกาะราวระเบียงไว้ดีๆ  ก็มีสิทธิ์ออกจากห้องนี้ได้

                ตอนนี้ตัวฉันทั้งตัวอยู่ด้านนอกระเบียงเรียบร้อยแล้ว    ฉันค่อยๆย่อตัวลง  แขนทั้งสองเกาะราวระเบียงไว้แน่น    แล้วทิ้งตัวลงไปด้านล่าง    จากนั้นก็ค่อยๆปล่อยมือออกจากราวระเบียง

                ฉันตกลงมาจากระเบียง   แต่แทนที่จะตกลงบนพื้นหญ้าสีเขียว    กลับตกลงบนอ้อมแขนของใครคนหนึ่ง

                แผนตื้นไป    ไม่สมเป็น  lovely  girl  นิเดียเลยนะ   ไคพูดเสียงเย็น   ฉันเกลียดเสียงแบบนี้จัง   ไคเป็นอะไรไป   เรื่องเมื่อวานทำให้เขาเป็นอย่างนี้หรือเปล่านะ   

                ฉันกัดฟัน  ไครู้ทันฉันอีกแล้ว   อ้าว    นายมาเดินเล่นเหมือนกันหรอ  ฉันมั่วไปเรื่อย

                เปล่า  ฉันมาจับผิดคุณหนูเอาแต่ใจน่ะ   ไคตอบ

                ไหนๆ  คุณหนูคนไหนหรอ  ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้    ฉันเห็นยิ้มน้อยๆจากใบหน้าของไคแต่มันหายไปอย่างรวดเร็ว

                เข้าไปในบ้านซะ  ไคสั่ง  

                ไม่เอา  นายก็เห็นว่าฉันลำบากแค่ไหนกว่าจะออกมาจากห้องนั้นได้ 

                แน่ใจว่าจะไม่เข้าไปดีๆ  

                เราสองคนจ้องตากัน   ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

                ไม่เข้า

                ดี!”

                ไคอ้อมมาที่ด้านหลังของฉันแล้วอุ้มฉันขึ้นมา    สองแขนของเขาก็มีฉันอยู่บนนั้น   ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่เขาทิ้งฉันลงกับพื้นห้องนอน     ฉันเลยกอดคอเขาไว้แน่น

                ไคยิ้ม     เขาอุ้มฉันเข้าบ้าน    ทุกคนทำหน้าเหมือนเจอนักโทษแหกคุก    พ่อบ้านดุฉันเป็นการใหญ่   เพราะนายคนเดียวเลยไค      ทำไมนายต้องมารู้ใจฉันเรื่อยเลยนะ

 

 

                รถตู้แล่นไปตามถนน    มีพ่อบ้านนั่งคู่กับคนขับ    ไคนั่งอยู่เบาะหน้าสุด     ส่วนฉันจองพื้นที่เบาะยาวด้านหลังคนเดียวทั้งหมด     

                ฉันมองทางที่ผ่านมา    ไอ้ที่ฉันคิดว่ามันไกลนักไกลหนา     ความจริงแล้วเดินทางจริงๆอาจจะแค่สองชั่วโมงด้วยซ้ำ    มันยิ่งตอกย้ำกับฉันว่าฉันเป็นอะไรสำหรับพ่อกับแม่    พวกเขาถึงชี้เป็นชี้ตายฉันตลอดเวลา 

                น้ำตามันแทบจะไหลเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า    ทำไมฉันโง่อย่างนี้    ให้พ่อกับแม่หลอกได้ตลอดเวลา   แล้วมีอะไรอีกนะที่พวกเขาหลอกฉันอยู่    มีอะไรอีกไหมที่ฉันไม่รู้

                จู่ๆคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าก็ลุกมานั่งอยู่ข้างๆ   เขาจะมาทำไม    นายก็เหมือนกันแหละไค    นายก็หลอกฉันเหมือนกับคนพวกนั้น     นายรู้เรื่องพวกนี้แล้วไม่บอกฉันสักคำ   นายมัน....

                ร้องไห้หรอไง   ไคถาม

 คำถามโง่ๆ   ฉันเนี่ยนะจะร้องไห้ให้กับเรื่องแบบนี้     แต่ถึงจะปฏิเสธอย่างไง   น้ำตาที่อาบแก้มอยู่มันก็ฟ้องกับไคได้เป็นอย่างดี

ฉันใช้มือปาดน้ำตานั้นออกไป   แต่ก็ยังคงหลบหน้าไปทางอื่น   มีอะไร

ไคเงียบอยู่นาน   แล้วเขาก็พูดขึ้น    เลิกทำหน้าอย่างนั้นใส่ฉันสักทีได้มั้ย

ฉันไม่ตอบเขา   ไคเลยพูดขึ้นมาอีก   เรื่องนั้น    ฉันรู้ก่อนเธอแค่วันเดียวเท่านั้นเอง      จำได้มั้ยที่ฉันไม่อยู่    ฉันแอบตามป้าน้อมไปถึงได้รู้ 

เขาสารภาพหรือเปล่า    แต่มันไม่มีประโยชน์แล้วตอนนี้    ไม่มี 

รถแล่นผ่านรั้วเข้าสู่ถนนที่จะนำไปสู่คฤหาสน์หลังเดิมของฉัน    แต่ที่หน้าประตู   ฉันไม่เห็นคนสองคนที่ควรจะอยู่รอรับฉัน      พวกเขาไม่กล้าสู้หน้าฉันหรอก    ก็เล่นปั้นเรื่องโกหกติดๆกันหลายเรื่องเลยนี่

ประตูรถตู้เปิดออก    ไคก้าวลงไปก่อน    ฉันมองผ่านกระจกออกไป    ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ที่ประตู    เขาใส่เสื้อสีขาวกางเกงยีนส์อย่างที่เคย    คิริว     เขาเป็นหนึ่งในคนที่รู้เรื่องนี้หรือเปล่านะ   

ฉันตามลงไป    สังเกตเห็นไคกับคิริวสบตากันแวบนึง    ไคก็หลบไปอีกด้าน      แล้วคิริวก็หันมาทางฉัน    ฉันยังจำดวงตาสีดำคู่นั้นได้     ฉันส่งยิ้มให้    ดูเหมือนคิริวก็ยิ้มตอบฉันเหมือนกัน

คิริว   เป็นไงบ้าง  ฉันถาม   

ก็สบายดี    แต่ดูเธอจะแย่หน่อยนะ   

ฉันก็สบายดีนี่

ฉันหมายถึง    ดูเธอจะดำไปสักนิดนะ     หึย!  ตาบ้า    มีผู้หญิงที่ไหนเขาชอบให้ใครมาทักว่าดำกันยะ

เงียบไปเลยดีกว่า  

ฉันพูดแล้วเดินเข้าบ้าน    แต่พี่เลี้ยงคนหนึ่งเข้ามาถาม    คุณหนูจะให้เอากระเป๋าเสื้อผ้าไว้ไหนคะ 

อ้าว   ก็ไว้ห้องรับรองเหมือนเดิมไง   ฉันออกจะงงๆ  ไม่อยู่แค่ไม่กี่สัปดาห์   พวกเขาลืมไปแล้วหรอไงว่าฉันจะนอนห้องไหน    พี่เลี้ยงนี่แย่จริงๆ

ห้องรับรองไม่ว่างนะคะ   อ้าว!  หมายความว่าไง

ห้องรับรองมีไว้สำหรับแขกครับคุณหนู    ส่วนคุณหนูเป็นเจ้าของบ้านก็ต้องอยู่ห้องของคุณหนูสิครับ   พ่อบ้านอีกแล้ว  ไม่รู้จะยุ่งเรื่องของฉันไปเสียทุกเรื่องเลยหรือไง

ฉันทำเป็นไม่สนใจเขาแล้วคุยกับพี่เลี้ยงต่อ  ใครพักอยู่หรอ

พี่เลี้ยงหันไปขอความเห็นจากพ่อบ้าน    พ่อบ้านพยักหน้าให้   พี่เลี้ยงเลยตอบฉันว่า  ห้องซ้ายของคุณคิริว   ส่วนห้องขวาของคุณไคค่ะ 

หมายความว่านายสองคนนี่จะมาอยู่บ้านฉันอีกแล้วงั้นสิ    บ้านตัวเองมีก็ไม่อยู่ดันอยากมาอยู่บ้านคนอื่น

แล้วห้องรับรองสำรองชั้นล่างล่ะ   ให้มันรู้กันไป   ฉันไม่ได้มีห้องรับรองห้องเดียวเสียเมื่อไร

ห้องนั้นก็ไม่ว่างครับคุณหนู  พ่อบ้านอีกละ    พ่อบ้านพาใครมาอยู่อีกล่ะ

ใครมาอีกล่ะ    ไม่รู้จะแห่มาอยู่กันทำไมนักหนา..........

ฉันพูดได้แค่นั้นเพราะภาพที่เห็นต่อมาทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก      ชายหนุ่มร่างสูง    ใบหน้าหล่อเหล่าและดูใจดี    เขาสวมแว่นตารูปวงกลมสีดำตัดกับสีผิว    เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำเป็นทางการ     ชายคนนั้นเดินลงบันไดมา    จากนั้นเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อบ้านพร้อมกับรายงานตามหน้าที่ของตัวเอง

ห้องของคุณหนูจัดไว้เรียบร้อยแล้วครับ  

ชายคนนั้นไม่มีท่าทีรู้ตัวแม้แต่น้อยว่าคุณหนูที่เขาพูดถึงนั้นได้อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว    เพียงแต่เธออึ้งจนไม่อาจส่งเสียงใดออกมาได้

ดี   งั้นก็ขนของของคุณหนูขึ้นไปเลย   พ่อบ้านสั่งงานต่อ   

ชายหนุ่มเอะใจจึงเงยหน้าขึ้นสำรวจไปรอบๆ   แล้วสายตาก็หยุดชะงักลงที่หญิงสาวที่มีอาการตกตะลึงไม่แพ้กัน     ชั่ววินาทีที่เรื่องราวต่างๆในอดีตแล่นเข้ามาในหัว      มีเพียงดวงตาสองคู่กับดวงใจสองดวงเท่านั้นที่รับรู้เรื่องราวทุกอย่าง

ฉันพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว     เขากลับมา    เขาคนนั้น    เขาคนนั้นจริงๆหรือ   

นานะ.....

ฝ่ายชายเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน    ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของคนรอบข้าง     และหลายคนยิ่งเพิ่มความสงสัยขึ้นไปอีกเมื่อหญิงสาวที่ถูกเรียกว่านานะกล่าวตอบชายหนุ่มด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคนทั้งสอง

พี่อากิระ...

 

 



+ + - -

  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น