Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 18 : นายกลับมาทำไมอีก ทาคามูระ อากิระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[18] นายกลับมาทำไมอีก  ทาคามูระ อากิระ

 

                ทาคามูระ  อากิระ    หลานชายที่เกิดจากลูกของน้องสาวที่ตายไปเมื่อสิบปีที่แล้วของพ่อบ้านคิมูระ    รู้สึกว่าจะกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่     เลยมาอาศัยอยู่กับพ่อบ้านคิมูระตั้งแต่อายุสิบสามขวบ     ทาคามูระคนนี้ได้เรียนที่เดียวกับคุณหนูนิเดีย   เป็นเหมือนพี่เลี้ยงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้    ชายในชุดสูทคนนึงกล่าวกับเจ้านายของเขา    

ชายหนุ่มพยักหน้านิดนึงก่อนหยิบรูปของบุคคลที่เขาเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก   แต่สร้างปริศนาไว้ในจิตใจเขามากมายขึ้นมา     รูปพวกนั้นมีตั้งแต่รูปเด็กจนถึงโต   รูปในสถานที่ต่างๆกัน   จะแทบจะเรียกได้ว่ารูปและข้อมูลที่ลูกน้องหามานั้นทำให้เขารู้จักนายทาคามูระ   อากิระคนนี้ดีทีเดียว

เอ่อ.........   ชายอีกคนเอ่ยขึ้น

ไคละสายตาจากภาพ  มีอะไรก็ว่ามา

ชายคนนั้นมีท่าทีกระอักกระอ่วนแต่ก็พูดว่า   จริงๆแล้ว  นักสืบของเราสืบรู้มาว่า   เขาอยู่ที่บ้านคุณฮารูมิได้หกปีก็ไปเรียนต่อที่อิตาลี  

ไคเลิกคิ้ว   มันสำคัญตรงไหน

นักสืบบอกว่า   เขาต้องไปเพราะเป็นคำสั่งของคุณคาร์ลและคุณฮารูมิ     มีบางเรื่องที่ทำให้ท่านทั้งสองไม่ต้องการให้ทาคามูระอยู่ที่นั่นด้วย

นิเดีย....   ไครำพึงออกมา

นักสืบเองก็ไม่ทราบแน่ชัด    แต่จากการคาดเดาเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกัน   ชายคนนั้นบอก

งั้นหรือ.....ถ้าอย่างนั้น   นายนั่นกลับมาอีกทำไม      ไปสืบมาให้ละเอียดกว่านี้  ฉันอยากรู้ว่าทำไมทาคามูระต้องไปเรียนที่อิตาลีด้วย   ไคสั่ง

เสียงเคาะประตูดังขึ้น      ทั้งหมดจึงหยุดการสนทนาเอาไว้   

เข้ามาได้   ไคบอก

ชายหนุ่มอีกคนเข้ามาในห้อง     ดวงตาสีดำสองคู่จ้องมองกันและกัน    ไครับรู้ได้ว่าคิริวต้องการความเป็นส่วนตัว   เขาจึงพยักหน้าน้อยๆให้บรรดาลูกน้องทั้งหมดของเขาออกจากห้องไปก่อน

เมื่อประตูปิดสนิทอีกครั้งก็เหลือเพียงชายหนุ่มสองคนที่นั่งจ้องหน้ากันและกันเหมือนกำลังจ้องมองตัวตนของตัวเองจากอีกคนหนึ่ง

ไง  คิริว    นายมีเรื่องอะไร   ไคเริ่มบทสนทนาด้วยท่าทีสบายๆ  เขาเอนหลังลงกับโซฟา  แล้วปลดเนคไทให้หลวม

คิริวมองรูปที่อยู่เกลื่อนกราดบนโต๊ะ   เขายิ้มที่มุมปากบางๆ     เรื่องอย่างนี้ไคทำเป็นเรื่องง่ายๆอยู่แล้ว

พี่สืบประวัติหมอนั่นหมดแล้ว

ใช่

ได้อะไรบ้างล่ะ

ก็แค่พี่เลี้ยงเก่าของนิเดีย

พี่มั่นใจหรอ    ถ้าเป็นแค่พี่เลี้ยงเก่าจริง     พี่คงไม่สั่งสืบละเอียดแบบนี้หรอก 

ก็แล้วแต่นายจะคิด     ว่าเรื่องของนายมาเลยดีกว่า  ไคเร่ง  

คิริวหน้าเครียดขึ้นมาทันใด     เขากำลังจะพูดในสิ่งที่จะกดดันไค     ฉันมีเรื่องอยากขอร้อง

ได้ทุกอย่าง   ยกเว้นเรื่องเดียว    นายเองก็รู้

นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ     ไค      ถอนตัวซะ     คราวนี้ทั้งสองคนมีสีหน้าเครียดไม่แพ้กัน    ไคมีความโกรธอยู่ในสายตา

ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องทำแบบนั้น!”

เหตุผลก็เพราะเรื่องคืนนั้นไงล่ะ!”    ทั้งสองคนขึ้นเสียงใส่กัน

ฉันเป็นคนไปช่วยเธอ

แต่พี่ก็ทิ้งเธอ   ยอมรับซะเถอะว่าคนอย่างพี่ปกป้องเธอไม่ได้!”   คำพูดของคิริวบาดลงไปในจิตใจของไค   - เขาปกป้องเธอไม่ได้

เรื่องนั้น.............   ไคอยากจะหาคำพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้เขาพ้นจากข้อกล่าวหานี้    แต่มันไม่มีเลย   คิริวพูดจริงทุกอย่าง

แล้วพี่ก็เล่นนอกเกมส์      คุณคาร์ล  เปิดโอกาสให้พี่   นั่นคือสิ่งที่ไคต้องยอมรับ    เขาเล่นนอกเกมส์แม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม

ความเงียบเข้าปกคลุม     บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเป็นอะไรที่ยากเกินบรรยาย       คนสองคนที่เกี่ยวพันธุ์กันอย่างลึกซึ้งด้วยเพียงแค่เกิดห่างกันไม่กี่นาที     กำลังจ้องตากันเพื่อยืนยันถึงความหนักแน่นจริงใจของอีกฝ่าย

ถอนหมั้นจากนิเดียซะ!”  คำพูดเดียวที่เหลืออยู่ก้องอยู่ในจิตใจของไค     คิริวก้าวออกจากห้องไปแล้วตามด้วยเสียงประตูปิดอีกครั้ง        ทิ้งไว้แต่เพียงความว้าวุ่นบนการตัดสินใจที่ยากลำบากให้กับไค

 

 

เสียงก้าวเท้าอย่างเป็นจังหวะของชายหนุ่มที่สาวเท้าไปตามทางเดินกว้างมุ่งหน้าสู่ห้องหนังสือที่อยู่สุดทางเดิน    เขาถูกตามให้มาหาคนผู้หนึ่งที่นั่น     มันไม่ได้นอกเหนือความคาดหมายของเขา    แต่ก็สร้างความหวั่นใจให้อยู่ดี

ช่วงเวลาที่ผ่านมา   เธอเป็นอย่างไรบ้าง    เธอเจอกับอะไรบ้าง    เธออยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเขา    คำถามมากมายลอยวนอยู่ในหัว     ถ้าไม่เพราะเรื่องนั้น     ทั้งเขาและเธอคงไม่ต้องเจ็บปวดอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ชายหนุ่มหยุดลงเมื่อถึงประตู      หวังว่าเขาคงไม่ได้กำลังวิ่งเข้าหาความเจ็บปวดนั้นอีก

 

แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง      ผ้าม่านทุกอันถูกเปิดเอาไว้     ห้องนี้ต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษเพราะมันเป็นห้องหนังสือ      ฉันเลือกห้องนี้เพราะไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาเท่าไรที่ปีกนี้     และอย่างน้อยระหว่างที่รอเวลานั้นมาถึง     ฉันก็จะได้จัดหนังสือฆ่าเวลาไปได้บ้าง

ฉันหอบหนังสือปึกใหญ่จากพื้นขึ้นมา     จากนั้นก็หยิบทีละเล่มวางบนชั้น     อีกสองสามเล่มก็จะหมดอยู่แล้วตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น   เขามาแล้ว

ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการแค่นเสียงออกจากลำคอ   เข้ามาได้

เสียงประตูเปิดออกและเสียงก้าวหนักแน่นของเขาก้าวตามมา     ฉันรับรู้ได้ถึงคนอีกคนที่อยู่ในห้องด้วยในขณะนี้    แม้ว่าจะไม่ได้แม้แต่หันไปมองก็ตาม    ไม่นานนัก    เขาก็มาอยู่ด้านหลังของฉัน

คุณหนู

เสียงเรียกนั้นมันช่างห่างไกลเหลือเกิน

มาเร็วดีนะ  ฉันถามอย่างไว้ตัว  

เขาคนนั้นก็ตอบด้วยคำพูดที่ทำให้ฉันเจ็บยิ่งกว่า   ผมทำตามคำสั่ง   คุณหนูสั่งให้ผมมาโดยเร็วที่สุด

นั่นสินะ    ฉันเป็นคนสั่งเขาเอง     ถ้าฉันไม่สั่งเขาจะมามั้ยนะ   เขาจะคิดถึงฉันเหมือนที่ฉันคิดถึงเขาตลอดมามั้ย     

เป็นอย่างไงบ้าง   ไวกว่าความคิด    จู่ๆฉันก็ถามคำถามนั้นออกไป

เงียบไปนานก่อนมีเสียงตอบกลับมา   ผม...สบายดี

คำๆนี้มันบาดใจฉันอย่างไงก็ไม่รู้     เขาทิ้งฉันไป     ก็เขาเป็นคนทิ้งฉันนี่นา     เขาก็คงไม่รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึกหรอก   ทั้งๆที่ฉัน    รอเขาตลอดมา

ยิ่งคิดน้ำตามันก็พาลจะไหล   บ้าเอ้ย!   จะไหลตอนนี้ไม่ได้นะ     ตอนที่พี่อากิระอยู่ด้วย

ใช่สิ    พี่เป็นคนทิ้งเค้าไปนี่นา    พี่ไม่เคยสนใจเค้า     ตลอดเวลาพี่คงมีความสุขดีที่ไปจากนานะได้  ฉันโพลงออกไปด้วยความสุดจะทน

ความเงียบเนินนาน   ฉันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไงดี      หนังสือยังอยู่บนมืออย่างไงก็ยังอยู่อย่างนั้น      สิ่งที่เคลื่อนไหวคงมีเพียงอย่างเดียวคือหยดน้ำที่ร่วงหล่นออกจากดวงตา

นานะไม่เคยมีความหมายสำหรับพี่......   ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเทา  แม้พยายามปรับให้เป็นปกติมากแค่ไหนก็ตามที

ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากคนที่อยู่ด้านหลัง     เขายังคงนิ่ง  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น    ส่วนฉันแทบจะยืนไม่อยู่อยู่แล้ว   แต่ก็ยังแข็งใจยืนต่อไป   พลางหยิบหนังสืออีกสามเล่มที่เหลือใส่ชั้นทีละเล่ม

ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกได้ถึงอ้อมแขนที่โอบรัดเข้ามาจากด้านหลัง     ยิ่งนานก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น      ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านแผ่นอกกว้าง  ทำให้ฉันลืมทุกสิ่ง    จมอยู่กับเรื่องราวในอดีตที่เคยผ่านเข้ามา      เหมือนกระแสน้ำที่ไหลมาเรื่อยๆไม่มีวันหยุด      หนังสือในมือร่วงลงไปสู่พื้นเสียงดัง      แต่มันไม่ได้รับความสนใจจากเราทั้งสองคนแต่อย่างใด     ตอนนี้ฉันได้แต่ภาวนาว่า    สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝันที่คล้ายความจริงมากเหลือเกิน

นานะ.....

พี่อากิระ.....

 

ผมปิดประตูอย่างแผ่วเบาที่สุด    ด้วยว่าไม่อยากรบกวนผู้ที่อยู่ในห้องนั้น     พวกเขาสองคนกำลังรื้อฟื้นความหลังของทั้งสองคนที่ผมไม่รู้    เพียงเพราะว่าผมรู้จักเธอช้าเกินไป

ผมเพียงแค่ต้องการจะมาหาคำถามให้กับการตัดสินใจอันยากลำบากของผม     ผมแค่จะฟังอะไรบางอย่างจากปากของนิเดีย   แค่ต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง      แต่ผมก็ได้มาเจอเรื่องราวที่ยืนยันสมมติฐานของผม

เธอกับเขารู้จักกันมาก่อน    และเป็นมากกว่าผู้ดูแล   เป็นมากกว่าเจ้านาย    เป็นมากกว่าพี่น้องกัน   ผมรู้สึกได้

ผมยืนพิงผนัง    ทำไมกับแค่เห็นผู้หญิงคนนึงกอดกับผู้ชายคนอื่นถึงได้ทำให้ผมรู้สึกอ่อนแรงได้มากขนาดนี้    ผมหลับตาลง   ใจก็อยากจะไปจากที่นี่ให้ไกลๆ    แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดเหมือนกับหายไปในอากาศเสียแล้ว

หรือว่าผมอาจจะชอบเธอเข้าแล้ว    ไม่สิ   อาจจะ.....รัก

เวลาผ่านไปสักพัก     เมื่อผมรู้สึกว่าเรี่ยวแรงเริ่มจะกลับมา     บางทีผมควรจะไปสักที     พวกเขาไม่ต้องการพยานรักหรอก

เสียงประตูเปิดออก   จังหวะเดียวกับที่ผมกำลังจะก้าวเดินออกไป       ชายคนนั้นก้าวออกมาจากประตู    พร้อมๆกับหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีเขียวที่บัดนี้นอกจากไร้คราบน้ำตาแล้ว    ยังไม่เหลือเค้าของความเศร้าโศกเสียใจอยู่เลย    

อากิระ   นายทำได้อย่างไงกันนะ

อากิระเลิกคิ้วเล็กน้อย    ส่วนนิเดียแค่ชายตามองผมผ่านๆแล้วเดินจากไป    ตามด้วยอากิระ       ผมคิดว่าเขาอยากจะถามว่าผมมาทำไม     เพียงแต่นิเดียไม่เปิดโอกาสให้ผมได้คุยกับเธอหรือว่าใครทั้งนั้น

ดีแล้วที่เป็นแบบนี้     สายตาที่ส่งมาของเธอทำให้อะไรๆง่ายขึ้น       ผมไม่ลังเลอีกแล้วกับการตัดสินใจของผม

 

 

คิริวเดินช้าๆ เพื่อสำรวจให้ทั่ว      เขามาอยู่ที่นี่นานแล้วและสำรวจบ้านใกล้ครบแล้ว   เหลือเพียงสวนด้านนี้เท่านั้นที่เขายังไม่ได้มา     สวนกล้วยไม้

คิริวเปิดประตู   เขาต้องก้มเล็กน้อยเพื่อให้ผ่านประตูเรือนกล้วยไม้เข้ามาได้    ตรงนี้กล้วยไม้เต็มไปหมดจนมองไม่เห็นทางด้านหน้า     เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย     แต่แล้วเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเขาได้ยินเสียงหนึ่งแว่วอยู่ไกลออกไป

คิริวค่อยๆเดินเข้าไปหาเสียงนั้น    จากดังแผ่วๆ   กลายเป็นดังมากขึ้น   ชัดเจนขึ้น

กระผมขออภัย

คิริวหยุดนิ่งอยู่กับที่    นั่นเสียงพ่อบ้าน

กระผมเองที่เป็นคนเรียกอากิระกลับมา

กระผมขออภัยที่ขัดคำสั่ง    เพียงเพราะไม่ต้องการเห็นคุณหนูเป็นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว    คุณท่านกับคุณผู้หญิงบีบคั้นคุณหนูมากเกินไป     คุณหนูโดนหลอกมาหลายครั้งเกินไป

กระผมรู้ดีกว่ากระผมผิดอย่างมหันต์    แต่ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อคุณหนูคนเดียวเท่านั้น

กระผมไม่อาจเอื้อมเข้าใจคุณหนู    แม้แต่คุณท่านก็เถอะ   ท่านคิดว่าท่านเข้าใจคุณหนูบ้างหรือเปล่า

เสียงพ่อบ้านพูดๆหยุดๆ  คิริวรู้ได้ว่าพ่อบ้านกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน   ถ้าไม่ใช่คุณคาร์ล  ก็ต้องเป็นคุณฮารูมิ    

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป   แต่เพียงแค่สั้นๆ   ไม่นานนัก    การคุยโทรศัพท์ของพ่อบ้านก็จบลง     

พ่อบ้านนี่เองที่เป็นคนพานายอากิระนั่นมา        บางที......เขาอาจจำเป็นต้องรู้เรื่องราวในอดีตของคนเหล่านี้บ้างเสียแล้วสิ

 

 

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น