[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซือจุย x OC ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (END)

ตอนที่ 13 : กลับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    15 ก.ย. 62






กลับมา









ART BY BASCOLO



ฝากเพจของเพื่อนไรท์ด้วยนะคะ พึ่งเปิดใหม่ค่ะ5555 ขอบคุณค่าา  [คลิกเลย]




  

  





  "ลำบากน้องแล้ว  แต่ทางเราจะดูแลนางเอง" ซีเฉินกล่าวมองใบหน้าหวานของอีกฝ่ายที่ยังคงยกยิ้ม

  

  "มิได้ลำบากเลยพี่รอง นาง..นามฟางฮัวสินะขอรับ ภูติผีไม่ได้ทำร้าย หมอที่มาตรวจก็ไม่ได้พบความผิดปกติ หรือจะเป็นเหตุการณ์ที่กูซูน่ะรึ" กวงเหยามองซีเฉินที่ยังคงมีสีหน้านิ่ง

  

  "เรื่องที่เกิดในกูซูนั้น..เป็นอุบัติเหตุ เอาเป็นว่าพี่จะดูแลนางเองเจ้าอย่าห่วงเลย" ซีเฉินยิ้มมองกวงเหยาที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เรียบนิ่ง


  

  ซีเฉินไม่เข้าใจว่าทำไมกวงเหยาถึงดูเป็นห่วงฟางฮัวมากขนาดนี้ ทั้งที่พวกเขาทั้งสองไม่เคยพบกันมาก่อน


 

  "พี่รอง..ท่านจะไม่เล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับเรื่องของนางจริงๆน่ะรึ" กวงเหยาถาม


  


  ซีเฉินมองอีกฝ่ายพลางยกยิ้ม เขาตัดสินใจจะไม่เล่า



 



  


  














 "ข้าเล่าซ้ำรอบที่ห้าแล้ว จะปล่อยให้ข้าไปกินข้าวได้รึยัง" จื่อเจินมองจินหลิงที่ยังคงนั่งข้างตัวเขาด้วยสีหน้าที่เหนื่อยใจ ซือจุยและจิ่งอี๋ก็ยืนฟังอยู่ด้วยเช่นกัน


  



 "ศิษย์พี่เป็นอย่างไรบ้าง" จินหลิงลุกขึ้นมองซือจุย ใบหน้าหวานส่ายหน้าไปมา เธอหลับไปสองวันแล้ว การประลองที่สองจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้



  


  ซือจุยเป็นห่วงฟางฮัวมาก เขานอนไม่หลับ ดวงตาคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

  



  "ซือจุย"

  


  "หลานซือจุย"


  


  "อะไรของพวกเจ้า?" ซือจุยมีสีหน้างงมอง จิ่งอี๋ จินหลิงและจื่อเจินมองเขาด้วยสีหน้าที่แน่วแน่



  "พวกข้าเป็นกำลังใจให้!!" พวกเขาทั้งสามกล่าวเสียงดัง


  

  "กำลังใจ?" ซือจุยยังคงสับสน



  

  "เจ้าน่ะ 'ชอบ' ศิษย์พี่สินะ" จินหลิงกระซิบจับไหล่ซือจุย จื่อเจินกอดอกยืนพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ด้านข้าง


  

  "ทะ..ทำไมพวกเจ้าถึงคิดอย่างงั้นล่ะ" ซือจุยแสร้งยิ้มเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด


  

  "จิ่งอี๋เล่าให้ฟัง เจ้าชอบนางตั้งแต่เด็กๆแล้ว" จินหลิงกล่าว ซือจุยหันไปมองค้อนจิ่งอี๋ทันที

  

  "ขะ..ข้าจำเป็นต้องเล่าน่ะ! พวกเขาอยากรู้ อีกอย่างพวกเราเป็นเพื่อนกัน ก็ไม่เสียหายตรงไหน!" จิ่งอี๋พูด

  

  "ใช่ พวกข้ามิปริปากบอกกับใครหรอก" จินหลิงพูด

  

  "อีกอย่างนะซือจุย พวกข้าดูออก เห็นได้ชัดเสียขนาดนั้น" จื่อเจินพูดมองซือจุยที่หน้าแดง

  

  "อายุไม่ใช่อุปสรรค สู้ๆล่ะ" เด็กชายชุมคลุมสีเหลืองยกยิ้มมุมปากมองซือจุยที่มองเขาตาค้าง


  "ไปกินข้าวกัน!" จิ่งอี๋คว้าคอซือจุยอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวเกือบเสียหลักล้ม

 








  

  




  พวกเขาทั้งสี่คุยเล่นกันอย่างเสียงดัง ทุกคนต่างไม่อยากคิดถึงสถานการณ์ตึงเครียดเรื่องการประลองในวันพรุ่งนี้และฟางฮัวที่ยังไม่ฟื้น



  

  เด็กหนุ่มทั้งสี่ชะงักเมื่อเจอกับ เนี่ยหวายซัง อยู่ด้านหน้า พวกเขาจึงรีบทำความเคารพ

  


  "คารวะ ประมุขเนี่ย" ทั้งสี่กล่าวพร้อมกันจนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูก


  


  หวายซังยิ้มแหยๆ พลางหลีกตัวหลบพวกเขา



  "เดี๋ยวก่อนขอรับ" เสียงนุ่มของซือจุยดังขึ้น อีกฝ่ายที่ผู้ใหญ่กว่าหันมามอง

  

  "ขออภัย ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่าน .. ท่านพอรู้สาเหตุที่เกิดขึ้นกับศิษย์หญิงตระกูลหลานหรือไม่" ซือจุยตัดสินใจถาม เขาสงสัยและคาใจ เมื่อมีโอกาสเจอประมุขเนี่ยก็ถามเลยจะดีกว่า



  


  ซือจุยมองหวายซังที่เลิ่กลั่ก


  

  

  "ขะ ข้าไม่รู้..แต่ข้าก็เป็นห่วงนางหวังว่านางจะฟื้นตัวในเร็ววัน" หวายซังกล่าวอย่างรวดเร็วและรีบเดินออกไป




 







  

  "ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าประมุขเนี่ยจะรู้อะไรบ้างนอกจากพัดสวยๆที่เขาถือ" จินหลิงพูด เมื่อพวกเขานั่งทานอาหารกัน

  

  "อย่าพูดแบบนั้นสิจินหลิง" ซือจุยมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

  

  "ก็เจ้าเป็นห่วงศิษย์พี่ พวกข้าก็เช่นเดียวกัน สงสัยการประลองศิษย์ตระกูลเนี่ยคงคิดเองทำเองหมดเลยล่ะมั้ง" จินหลิงหัวเราะอย่างประชด

  

  "พอ! เก็บปากไว้กินข้าวซะ!" จิ่งอี๋ตะคอกใส่ ซือจุยมองพวกเขาทั้งสองที่เริ่มศึกทะเลาะ

















 








 









  



  เสียงของหยดน้ำที่หยดลงแอ่งน้ำ อากาศที่ดูเย็นทำให้ฉันลืมตาขึ้น ฉันมองไปรอบๆที่มีแต่หมอกสีขาวจางเต็มไปหมด ศรีษะของฉันก้มมองไปที่น้ำเอ่อนองอยู่บนพื้น


  

  ใบหน้าที่สะท้อนบนน้ำทำให้ฉันยิ้ม


  

  เป็นใบหน้าของฉัน...



  

  ฉันเงยหน้ามองทิวทัศน์ มีดอกบัวกระจัดกระจายอยู่รอบๆ


  


  ศาลากลางน้ำเป็นสิ่งที่ฉันสะดุดตาและอยากจะเข้าไปหา ฉันไม่รอช้าสาวเท้าเดินไปตรงนั้นทันที เท้าเปล่าที่เหยียบย่ำน้ำกระจายไปรอบทิศทาง ฉันไม่รู้สึกถึงความเปียกและเย็นเลยสักนิด ชุดคลุมสีขาวล้วนที่ฉันสวมใส่มันช่างเบาบางและสบาย


  


  เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ศาลา ฉันก็เห็นหญิงสาวผมสีดำสยายยาวเลยกลางหลัง เธอนั่งและกำลังมองลงไปที่แอ่งน้ำ


  

  ฉันขึ้นมาบนศาลาไม้ พลางมองเธอที่ยังคงนั่งหันไปมองเบื้องล่างอย่างสงบ ฉันเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ

  

  "ฟางฮัว" ฉันเรียกมองเสี้ยวใบหน้าของเธอที่ยังคงนั่งนิ่ง

  

  "เธอได้ยินฉันไหม" ฉันถามมองฟางฮัว ในที่สุดเธอก็หันมามองหน้าของฉัน


  


  ฉันยิ้มกว้าง




  

  "รู้ไหม มีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นเยอะแยะเลยตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างเธอ มันแฟนตาซีมากก ฉันชอบนะ!" ฉันกล่าวอย่างร่าเริง

  

  "แต่ก็มีเรื่องที่ฉันไม่ชอบเหมือนกัน ฉันเหมือนนักพยากรณ์รู้อนาคตอะไรแบบนั้น? ฉันรู้โลกของเธอ..แต่ฉันกลับทำให้ชื่อเสียงของเธอหรือวิทยายุทธยังไม่พัฒนาขึ้นมากเลย ขอโทษนะ" ฉันร่ายยาวมองคนตรงหน้าที่มองฉันนิ่ง

  

  "ฉันไม่ชอบการต่อสู้ แต่พอฉันได้ลองแล้ว มันก็สนุก" ฉันหัวเราะ

  

  "เฮ้อ...แล้วก็อีกเรื่อง ซือจุยชอบเธอนะฟางฮัว ฉันอยู่ในร่างเธอจะให้ฉันทำยังไงดี"

  

  "ไหนจะเพื่อนเธออีก พ่อแม่ของเธอด้วย เธอบอกฉันหน่อยไม่ได้เหรอ"



  

  ฉันถามมองใบหน้าสวยของเธอที่ยกยิ้ม ฉันยิ้มกลับไม่รู้สึกโกรธเคืองเธอที่เงียบเลยสักนิด



  

  "ขอบคุณที่รับฟังฉันนะ" ฉันหลับตาลงพลางวางมือประสานลงบนตักและเอนตัวพิงกับเสาไม้














 






  



  ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นชื้นบนใบหน้าของฉัน ฉันลืมตาขึ้นปรากฎภาพของหญิงสาวที่มองฉันอย่างตกใจ เธอทำผ้าที่เช็ดบนใบหน้าของฉันร่วงลงพื้น


  


  "แม่นางหลานฟางฮัวฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!!"




















  

  ฉันพิงผนักเตียงพลางเหม่อลอยมองบนเพดาน เมื่อทานอาหารอ่อนๆที่สาวใช้ตระกูลเนี่ยนำมาให้ เธอก็ปล่อยให้ฉันพักผ่อนต่อทันที



  

  ความฝัน...ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนได้ระบายกับฟางฮัวจริงๆ


  

  ส่วนพวกซือจุยนั้น เธอบอกกับฉันว่าพวกเขากำลังประลองถ้าจะมาเยี่ยมฉันก็น่าจะเวลาค่ำ ฉันคิดว่าพวกเขาคงเป็นห่วงฉันมากแน่ๆ




  



  ก็อกๆ


  


  ครืด



  

  ฉันลุกขึ้น เธอเข้ามาหาฉันเหรอ?




  

  !!!




  

  ฉันอ้าปากค้างและรีบหุบลงทันทีเมื่อคนที่เข้ามาคือ เจียงเฉิง ใบหน้าคมมองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


  

  "คารวะเจ้าค่ะ!ท่านประมุขเจียง" ฉันลงมาจากเตียงด้วยท่าทีเก้ๆกังๆพลางโค้งคำนับ

  

  "ก็รู้ว่าตัวเองป่วยยังจะทำความเคารพข้าอีก" ฉันมองอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าไม่พอใจ เอ๋..ไหงงั้นอ่ะ!

  

  "ขออภัยเจ้าค่ะ ท่านให้เกียรติมาพบข้าด้วยเรื่องเหตุอันใดเจ้าคะ" ฉันถามมองร่างที่สูงกว่า เขาถือถ้วยยาและยื่นมาให้ฉัน ฉันรับมาและกล่าวขอบคุณพลางนั่งลงบนเตียง

  

  "เด็กพวกนั้นไม่อยู่ ข้าเลยมาดูอาการเจ้า.." เจียงเฉิงพูดพลางมองฉันที่ฝืนดื่มยารสชาติขม

  

  "ขอบคุณเจ้าค่ะ" ฉันตอบ เหงื่อผุดบนใบหน้าด้วยความรู้สึกประหม่า

  

  "เจ้าหลับไปห้าวันเต็ม" เจียงเฉิงพูดและเล่าเหตุการณ์ที่ฉันกรีดร้องและร้องไห้ อาการผิดปกติของฉันสร้างข่าวลือให้กับศิษย์หลายสำนัก



  

  อีกอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ...ทำไมเจียงเฉิงจู่ๆเข้ามาคุยและดูแลฉันเสียอย่างงั้น



  

  "ข้าก็ไม่รู้จริงๆเจ้าค่ะว่าข้าเป็นอะไรกันแน่ ขอบคุณอีกครั้งที่ท่าน.." ฉันหยุดพูดมองเจียงเฉิง แววตาของเขาส่อแววเอ็นดูฉัน เพียงแวบเดียวแววตาของเขากลับเรียบนิ่งเหมือนเดิม


  

  "พักผ่อนเยอะๆเสีย" อีกฝ่ายหันกลับเดินออกไป ฉันตัดสินใจรีบวางถ้วยยาและลุกจากเตียงเรียกเขา



  

  "ข้าขอกล่าวขอโทษประมุขเจียงที่ทำกริยาและวาจาที่ไม่ดีต่อท่านตอนเจอกับขุนพลผีครานั้นเจ้าค่ะ" ฉันโค้งคำนับลงพลางเงยหน้ามองเขาที่ยกยิ้ม


  

  "ไม่เป็นไรฟางฮัว เจ้ายังเด็ก..ข้าก็ต้องขอโทษเจ้าเช่นกัน"


  

  "ท่านประมุขอย่ากล่าวขอโทษข้าเลยเจ้าค่ะ!" ฉันพูด



  

  ดอกบัวที่ลอยไปหาเวินหนิงในตอนนั้น คือชะตาลิขิตที่ฉันจะได้พบกับเจียงเฉิงสินะ











  ฉันก็ยังคงนอนอยู่ในห้องพักและพึ่งตื่นตอนเวลาค่ำ ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่มืดสนิท



  ซือจุย .. จินหลิง จิ่งอี๋และจื่อเจิน จะเป็นยังไงบ้างนะ




  ตึก ตึก ตึก!




  แกร็ก



  ภายในห้องสว่างวาบจนฉันแสบตา ร่างของเด็กหนุ่มทั้งสี่ที่มีสภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลมองฉัน ฉันยิ้มให้กับพวกเขา สงสัยพวกเขาคงพึ่งกลับมา


 

  ตุ้บ


 
  กระบี่ของซือจุยร่วงลงบนพื้น ฉันมองใบหน้าหวานของเขาที่มีน้ำตาพรั่งพรูออกจากดวงตาทั้งสองข้าง เขาเดินเข้ามากอดฉันอย่างรวดเร็ว


  สัมผัสที่อ่อนโยน กายที่อบอุ่นของเขา ฉันก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาเช่นเดียวกัน


  "ศิษย์พี่กลับมาแล้ว..ศิษย์น้องผู้นี้เป็นห่วงท่านเหลือเกิน.."





  





TALK



สวัสดีค่ะไรท์กลับมาแล้วว ขอบคุณที่ยังคงติดตามกันนะ ยังไงก็พรุ่งนี้ไม่ก็วันอังคารจะมาอัพต่อนะคะ ><


ASHLEY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #84 อิกิยะ สึบากิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 01:40
    เจียงนะเจียงเฉินคนดีนายเอ็นดูอารายน้องสาวคนงามของฉันนนน

    ฮือออ เขากอดกันค่ะ เขากอดกันนนนน!!! เอาเลยค่ะโมเม้นความหวานซาบซ่าจงบังเกิด!!!

    คิดถึงไรท์จัง จุ๊บๆ
    #84
    1
  2. #83 Phatusanime (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:22
    ปลื้มมากจ้า กอดกันสักที//ยิ้มอ่อนนนนนนน
    #83
    1
  3. #82 Frostendzx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 18:51
    เขากอดกันแล้วค่ะ!!! ห่วงพี่เขาไปตลอดเลยนะซือจุย อย่าให้อะไรมาพรากทั้งสองออกจากกันนะ;-; แต่อัพทีนี่คือยิ้มปากถึงหูเลยค่ะ แงงงงงง น่ารักกกกก><
    #82
    1
  4. #81 Hyperion-kub (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 13:59
    กรี๊ดดดดด อัพมาฮีลใจมากค่ะแม๊มมมมม
    #81
    1
  5. #80 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 12:53

    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยบยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยน้อวงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดสู้ๆนะคะรออยู่จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #80
    1
  6. #79 Bitdcage Girl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 12:51
    กรี๊ดดดด แม่เห็นมั้ย!! เค้ากอดกันค่ะแม่!!
    #79
    1