[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซือจุย x OC ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (END)

ตอนที่ 12 : การประลอง + แจ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    4 ก.ย. 62


  




การประลอง





  ท่ามกลางยามราตรีที่เงียบสงบ เสียงคบไฟที่ติดตรงกำแพงตามทางเดินส่งเสียงเมื่อสายลมพัดเข้ามาตามทางเดินของอาคาร

  

  ฉันหันซ้ายหันขวาด้วยความประหม่า มองเว่ยอิงที่เดินไขว้มือไปทางด้านหลังด้วยความสบายใจอยู่ด้านหน้า

  

  "คุณชายเว่ย..ท่านจะพาข้าไปไหน" ฉันประหม่ารีบเดินไปด้านข้างเขา

  

  "ไปที่ห้องหนังสือ เจ้าจะกังวลทำไม เวลานี้ไม่มีใครออกมาเพ่นพ่านแล้ว" เว่ยอิงพูด ฉันเงยหน้ามองเขา

  

  "เหตุใดต้องเป็นห้องหนังสือ"

  

  "เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ตามที่เจ้าบอกข้า ภารกิจแรกต้องไปที่ป่าเขตชิงเหอสินะ" ฉันพยักหน้า










  





  เมื่อเว่ยอิงและฉันอยู่ตรงหน้าประตูแกะสลักที่ดูงดงาม มือเรียวของเขาเปิดประตูบานนั้นและเข้าไปด้านใน ฉันกำกระบี่แน่นด้วยความประหม่าและเดินตามเขาเข้าไป เว่ยอิงใช้ยันต์จุดไฟ ภายในห้องสว่างจ้า

 

   หนังสือถูกจัดวางเป็นระเบียบ มีโต๊ะเขียนและเบาะรองนั่ง เศษฝุ่นลอยฟุ้งบนอากาศจนมองเห็นด้วยตาเปล่า

  


  "สิบหกปีก่อนดูเรียบร้อยสะอาดกว่านี้" เว่ยอิงกล่าวพลางเดินไปที่ชั้นหนังสือ


  

  ฉันที่ยืนอยู่ตรงประตูตัดสินใจเดินเข้ามาลึกกว่านี้ กลิ่นของกระดาษหนังสือทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น

  


  "หวายซัง เจ้านั่นไม่เคยเข้ามาในนี้เลยสินะ" ฉันมองเว่ยอิงที่หัวเราะ

  

  "ท่านหาอะไรอยู่รึ" ฉันตัดสินใจถามมองร่างสูงที่เปิดตำราที่อยู่บนชั้นวาง


  

  ใช้เวลาไม่นานเขาที่นิ่งเงียบจดจ่อกับการหาอะไรบางอย่างก็ยื่นกระดาษที่ดูเก่าให้กับฉัน ฉันรับมาพลางก้มมองดู

  

  "แผนที่ในป่าของชิงเหอ สมัยก่อนแผนที่นี้ถูกใช้ในการหาเส้นทางล่าสัตว์" เว่ยอิงตอบ

  


  ฉันมองเว่ยอิง

  


  "ข้ารับไว้ไม่ได้ มันเป็นการโกง" ฉันตอบ การที่รู้เส้นทางในป่าก็เหมือนมีคำว่าชัยชนะอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

  

  "แต่ข้าก็ไม่ได้บอกเจ้านี่ว่ามีกระดาษรูปหมูป่าติดอยู่ตรงไหนบ้าง หรือมีสัตว์ดุร้ายกับภูติผีจะโผล่มาหาเจ้าตำแหน่งไหน" เว่ยอิงยิ้มพลางเดินไปนั่งตรงเบาะ

  

  "และเจ้าก็คือเจ้า เวลาทำอะไรใช้สัญชาตญาณของตนเองเสียสิ" อีกฝ่ายพูดทำให้ฉันอ้าปากค้าง


  

  "สัญชาตญาณ? ข้าก็ทำอยู่แล้ว" ฉันมองเว่ยอิงที่ตอนนี้นอนลงไปกับพื้นไม่สนใจเศษฝุ่น

 

  "เฮ้อ..เจ้าน่ะยัง" เขาว่าพลางหยิบไหเหล้าออกมาจากเสื้อคลุม

  

  "เจ้าแสร้งทำตัวให้เหมือน 'หลาน ฟางฮัว' อย่าฝืนนักเลย" ฉันมองเว่ยอิงที่ยกไหเหล้าดื่ม ซึ่งนั่นคือเรื่องจริง

  

  "เจ้าค่ะ ปรมาจารย์อี๋หลิง" ฉันโค้งคำนับเขาอย่างประชด อีกฝ่ายหัวเราะ

  

  "เจ้าทำได้อยู่แล้ว จิตของเจ้าจะดีขึ้น" อีกฝ่ายมองฉันออกว่ากังวลอะไรอยู่

  

  ฉันก้มมองกระดาษแผนที่ในมือ ภาพวาดแผนที่ดูซับซ้อนมีเส้นทางอยู่เยอะ แต่ฉันก็พอรู้จากประสบการณ์ตอนไปเที่ยวเดินป่ากับกลุ่มเพื่อน..

  

  "ขอบคุณมากเจ้าค่ะ คุณชายเว่ย ข้าจะปฏิบัติตาม" ฉันยิ้มพลางโค้งคำนับด้วยความจริงจังอีกครั้ง

  

  "ว่าแต่ห้องอาหารไปทางไหนรึ! ข้าจะไปลิ้มรสอาหารเสียหน่อย!" อีกฝ่ายลุกขึ้นอย่างร่าเริง ฉันยิ้มขำ












  


  "เวินหนิง...ติดตามท่านมาด้วยรึไม่เจ้าคะ" ฉันถามเดินนำเขา จู่ๆก็นึกถึงเขาขึ้นมา

  

  "มา" อีกฝ่ายกล่าวอย่างสั้นๆ

  

  "เขาอยู่ไหน" ฉันหันไปมองเขาด้วยสีหน้าที่อยากรู้

  

  "เจ้าจะพบเขาด้วยเหตุใดล่ะ! เขาอยู่ด้านนอก—เดี๋ยวสิ!" อีกฝ่ายจับแขนฉันไว้

  

  "ทำไมรึเจ้าคะ ข้าแค่อยากพูดคุยกับเขา" ฉันตอบตามตรง เว่ยอิงปล่อยแขนฉัน

  

  เว่ยอิงเงียบ เขามองฉันและดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

  

  "เออ ก็ได้ เขาอยู่ด้านนอกสำนักตรงทางเข้า" ฉันพยักหน้าพลางเรียกศิษย์ตระกูลเนี่ยที่เดินผ่านฉันไปพอดีให้พาเว่ยอิงไปที่ห้องอาหารแทนฉัน












  


  ฉันเดินออกด้านนอกสำนักไปตรงทางเข้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ตามทางที่ฉันเดินสว่างไปด้วยเตาไฟ

  

  ฉันหยุดวิ่งทันทีเมื่อซือจุยกำลังคุยกับเวินหนิงด้วยสีหน้าที่มีความสุข แสงของไฟที่จุดให้สว่างอาบไล้บนตัวเขา

  

  ใบหน้าหวานของเขาหันมามองฉันพลางยิ้มกว้าง

  

  "ศิษย์พี่? ยังไม่พักผ่อนอีกรึขอรับ" ซือจุยคำนับฉัน

  

  "ยังน่ะ ข้า เอ่อ..คุณชายโม่ติดตามท่านหานกวงจินมา ข้าเลยได้พูดคุยกับคุณชายโม่น่ะ" ฉันจับแผนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมอยู่ก่อนแล้วพลางหันไปมองเวินหนิงที่พยายามยิ้มให้กับฉัน

  

  "เป็นเช่นนั้นรึขอรับ พอดีข้าและจิ่งอี๋ออกมาพบกับท่านหานกวงจินเช่นเดียวกันแล้วเจอเขาเข้า.."

  


  ซือจุยถูกชะตากับเวินหนิงก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว พวกเขาทั้งสองตระกูลเดียวกันนี่


  


  "ท่านอยู่ตรงนี้ลำพังไม่หนาวใช่รึไม่" ฉันถามเวินหนิง สีหน้าของเขาดูลนลาน

 

  
  "มะ..ไม่ แม่นางมิต้องเป็นห่วง" เวินหนิงพูดติดขัด

  

  ซือจุยมองฉันและบอกว่าพวกเราควรกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวประลองในวันพรุ่งนี้


  

  "พวกข้าทั้งสองขอลาเจ้าค่ะ เนื่องจากมีประลองในวันพรุ่งนี้" ฉันโค้งคำนับพร้อมกับซือจุย


  

  "ดะ เดี๋ยวก่อน!"


  

  ฉันหันไปมองเวินหนิงที่ยังคงดูเลิ่กลั่ก

  


  "ข้าขอโทษแม่นางฟางฮัวด้วย ท่านโดยโบยเป็นเพราะข้า"

  


  ฉันมองเวินหนิงที่ยืนนิ่ง ฉันตัดสินใจเดินไปจับไหล่เขา ร่างที่สูงกว่าตกใจกับการกระทำของฉัน เว่ยอิงคงเล่าให้เขาฟังสินะ


  


  "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจท่านดีว่าท่านไม่ผิด" ฉันพูดพร้อมกับออกห่างจากตัวเขา






  





  ฉันและซือจุยเดินกลับเข้าไปภายในสำนัก เขาเล่าให้ฟังว่าจิ่งอี๋ดูไม่ค่อยชอบใจที่เขาเข้าไปคุยก็เลยกลับไปที่ห้องพักก่อน เขาคิดว่าเวินหนิงดูไม่น่ากลัวและรู้สึกคุ้นอะไรบางอย่างจากตัวเขา

 

  
  ฉันมองหน้าซือจุย


  

  "พรุ่งนี้เจ้าก็ทำให้ได้นะ" ฉันยิ้มพลางแตะไหล่ซือจุย



  

  ซือจุยคอยให้กำลังใจฉันตลอด ฉันก็ต้องให้กำลังใจเขาบ้าง

  


  เด็กหนุ่มชะงักพลางยกยิ้มกว้าง



  

  "ขอรับ"




  



  






  เสียงของระฆังซึ่งเป็นสัญญาณในการเตรียมตัวประลองดังขึ้น ฉันลุกจากที่นอนพลางปรือตามองห้องที่มืดและยังคงอาบไล้ไปด้วยแสงจันทร์

  


  ฉันยังรู้สึกง่วงอยู่เลยและคงหลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเอง








  




  ฉันมาที่ห้องโถงเมื่อศิษย์ตระกูลอื่นเริ่มเข้ามารวมตัวกัน ฉันยกมือปิดปากหาว

  


  "ศิษย์พี่นอนไม่พอรึขอรับ" จื่อเจินคำนับพร้อมกับถามฉัน

  


  ฉันพยักหน้า พลางหันไปมองซือจุย จิ่งอี๋และหลินฮุยที่ต่างก็เริ่มทยอยกันมา

  


  ฉันทักทายและพูดคุยกับพวกเขานิดหน่อย












  




  ซีเฉิน เจียงเฉิง หวายซังตามด้วยวั่งจีเดินเข้ามาในห้องโถง ทุกคนจึงเงียบและทำความเคารพ

  

  ศิษย์ตระกูลเนี่ยออกมาอธิบายกติกาการประลอง

  


  "ถ้าท่านทำเวลาได้รวดเร็วและเก็บกระดาษครบสามแผ่น กระดาษที่ลงเวทย์นั้นจะทำการเผาและส่งสัญญาณพลุสีแดงขอรับ"

  


  ฉันหันไปมองศิษย์ตระกูลอื่นที่ซุบซิบนินทาหวายซังอย่างเปิดเผย ฉันมองพวกเขาตาขวาง พวกเขาจึงเงียบ


  


  "อีกกรณีอย่างหนึ่งที่ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้พวกท่านจุดพลุส่งสัญญาณเป็นตระกูลสัญลักษณ์ของตนเพื่อเรียกบรรดาศิษย์ตระกูลเนี่ยเข้าช่วยเหลือ เท่ากับว่าท่านพ่ายแพ้"


  

  "ส่วนคะแนน ศิษย์ท่านใดทำเวลาได้รวดเร็วเก็บกระดาษครบก็ได้รับชัยชนะทันที"


  


  "มีศิษย์สามท่านที่จะได้รับชัยชนะ ขอให้พวกท่านโชคดี"






 





  





  ฉันมาถึงกลางป่าเมื่อศิษย์ตระกูลเนี่ยมาส่งฉัน ก่อนที่เขาจะไป เขาบอกฉันว่าถ้าฉันโชคดีอาจจะเจอศิษย์คนอื่นที่อาจผ่านมาบริเวณนี้

  


  ฉันมองเขาที่เหาะกระบี่ขึ้นไปบนท้องนภา



  


  เมื่อฉันอยู่ตามลำพังทุกอย่างก็เงียบเชียบ เสียงลมที่พัดจนต้นไม้ปลิวไสว กลิ่นชื้นของป่า ฉันก้มมองรองเท้าสีขาวที่เปรอะไปด้วยดินเรียบร้อยแล้ว

  


  ฉันจับกระบี่แน่นพลางเดินไปทางด้านซ้าย เหตุผลก็เพราะอาจจะเป็นลางดีให้ฉันก็ได้ T^T

  


  ฉันกวาดสายตาไปทั่วทิศทางพลางใช้กระบี่ฮวาฟันไปที่พุ่มไม้ที่พันวัล ฉันตัดสินใจหยิบแผนที่อยู่ในเสื้อคลุมนำออกมาดู

  


  ฉันเลี้ยวมาทางซ้าย..ก็จะมุ่งหน้าไปที่ลำธารก่อนเพื่อหาน้ำดื่มและใกล้ๆนี้ รูปฉันดูไม่ออกแฮะ เป็นก้อนหินใหญ่ๆ ถ้ำงั้นเหรอ..





  

  "ว้าย!!!"




  

  ฉันที่จดจ่ออยู่กับการดูแผนที่ร่วงลงไปที่หลุมโพรงด้านล่าง ฉันเจ็บไปทั่วตัวและรู้ว่าศรีษะของฉันโดนกระแทก กลิ่นชื้นของดินคละคลุ้งไปทั่ว

  

  ฉันค่อยๆลุกจากพื้นพลางเก็บกระบี่และแผนที่ขึ้นจากพื้น

  


  "โอย..เจ็บ!" ฉันใช้มือจับที่กลางหลังซึ่งเป็นบริเวณที่เจ็บมากที่สุด


 

  
  ฉันยืนนิ่งก้มมองกระดาษรูปหมูป่าที่ติดตรงพื้นดินหลุม

  


  เฮ้อ..อย่างน้อยฉันร่วงลงมาในหลุมก็ยังดีละนะ ศิษย์ตระกูลเนี่ยก็สรรหาที่ซ่อนซะจริง!








  



  ฉันยังคงเดินไปเรื่อยๆตามแผนที่ สถานที่เป้าหมายคือถ้ำที่ฉันจะสามารถพักได้ ตลอดทางที่เดินมายังไม่เจอภูติผีเลย มันอาจจะเป็นลางร้ายที่ฉันอาจจะได้เจอสัตว์ป่าดุร้ายแทน ..


  

  ร่างกายของฉันเหนื่อยล้า ชุดสีขาวก็เปรอะไปด้วยดิน อากาศก็อบอ้าวฉันอยากจะถอดเสื้อคลุมที่ลงเวทย์ของสกุลหลานทิ้งไปเลยด้วยซ้ำแต่ฉันทำไม่ได้


 




  




  พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทิวทัศน์ก็เริ่มมืดมัวตาม ฉันกวักน้ำในลำธารล้างมือล้างหน้า ในที่สุดฉันก็มาถึงถ้ำแล้ว


  


  พึ่บ!! ปิ้ว!!

  



  พลุสีแดงพุ่งขึ้นเหนือฟ้าเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีผู้ชนะได้ครอบครองอันดับหนึ่งแล้ว


  


  ฉันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยพลางเดินไปตรงหน้าถ้ำ ฉันมองภายในถ้ำที่มืดทะมึน






  




  เมื่อถ้ำสว่างไปด้วยยันต์ที่ฉันจุดไฟลงบนกองกิ่งไม้ที่รวบรวมมา ฉันถอดเสื้อคลุมเป็นที่รองนอน ภายในถ้ำไม่มีอะไรอยู่ในนี้..คิดว่านะ..แต่ฉันเหนื่อยจริงๆ ไม่ไหวแล้ว..

  


  ฉันล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทรา












  


  "ท่านคิดว่าที่นี่จะปลอดภัยจริงๆน่ะรึ!ข้าได้กลิ่นสาปของสัตว์อยู่ในนี้"

  

  "อย่ากังวลไปเสียคุณชายโฉว เหตุจำเป็นที่ต้องพักที่นี่จนถึงรุ่งเช้า"


  


  ฉันลุกจากผ้าคลุมที่รองพื้นเมื่อได้ยินเสียงบทสนทนาที่ดังก้องภายในถ้ำ




 

  
  "ศิษย์พี่ฟางฮัว!"




  

  ฉันรู้สึกมึนศรีษะไม่รู้นอนหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ชายชุดคลุมสีแดง จื่อเจิน..ปรี่เข้ามาหาฉันด้วยความดีใจแต่คนข้างหลัง ชุนซาน?




  




  "ข้าหากระดาษได้สองแผ่นแล้วขอรับส่วนคุณชายโฉวข้าบังเอิญพบกับเขาก็เลยร่วมเดินทางด้วยกัน..ศิษย์พี่ล่ะขอรับ" จื่อเจินพูดเมื่อพวกเขาทั้งสองนั่งลงบนพื้นข้างกองไฟ

  


  "ข้าหาได้แผ่นเดียว ก่อนหน้านี้ก็ตกลงไปในหลุม" ฉันปรายตามองชุนซานที่นั่งนิ่งหลบหน้าฉัน

  

  "งั้นรึ ข้าว่าพวกเราร่วมมือกันจะชนะรึไม่ขอรับ" จื่อเจินกล่าวพร้อมกับหัวเราะ ฉันยิ้มให้เขาเล็กน้อย


  

 "คุณชายโฉว ท่านเป็นอะไรรึไม่ เจ็บป่วยตรงไหนเจ้าคะ" ฉันตัดสินใจถามเขาที่ดูหน้าซีด ร่างสูงยังคงหลบหน้าฉัน


  

  "มะ..ไม่มีอะไร ขอบคุณแม่นางที่เป็นห่วง ข้าแค่รู้สึกไม่ค่อย—อ้าก!!!"

  


  ฉันตกใจลุกขึ้นพรวดจับกระบี่แน่น




  เสียงคำรามดังกึกก้องภายในถ้ำ ปรากฎร่างของสัตว์สี่ขา ดวงตาสีแดงดุจเลือด ตัวของมันคล้ายเสือแต่ขนของมันสีดำล้วน จ้องมาที่พวกฉันอย่างหิวกระหาย

 

  

  ฉันเหงื่อแตกพลั่ก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นสัตว์ป่าใกล้ๆแบบนี้

 

  

  ฉัน จื่อเจินและชุนซานถือกระบี่จ่อไปที่มัน


  

  "จะทำอย่างไรดีขอรับศิษย์พี่!" จื่อเจินถามอย่างร้อนรน ฉันได้แต่เงียบเป็นคำตอบ ส่วนชุนซานยืนเกาะหลังจื่อเจินไปแล้ว


  



  ฉันมองมันที่อ้าปากกว้างจนเห็นเขี้ยวคมน้ำลายของมันยืดเหนียวจนน่าสยดสยอง


  

  ฉันพยายามควบคุมสติจับกระบี่แน่น จื่อเจินดูระแวงแต่ฉันคิดว่าเขาคงสามารถจัดการมันได้




  

  มันพยายามเข้ามาตะครุบตัวฉัน ฉันจับกระบี่หมายจะฟันไปที่ลำตัวมันแต่..



  

  ฉันรู้สึกมึนศรีษะอย่างกะทันหัน เหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนภาพที่ฉายอย่างช้าๆ ดวงตาของฉันล่อกแล่กไปมา ตัวของฉันเซ



  


  'หนีไป!! ไปที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่!ไปหาท่านประมุขฉีเหริน!'

  

  'แล้วท่าน! ให้ข้าไปกับลูก!?'


  

  ควันไฟกัลป์ลามเข้ามา หญิงสาวหน้าตาสะสวยกอดเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมอกเธอแน่น เสียงของกระบี่ที่ฟาดฟัน กลิ่นควันไหม้และไฟลามไปทั่ว

  


  'ไปซะ!! พาฟางฮัวไปเสีย!!' เสียงทุ้มแผดเสียงดัง เด็กที่อยู่ในอ้อมอกมองแม่ของตนที่มีสีหน้าหวาดผวา เธอร้องไห้พร้อมกับจับเด็กตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมอกอย่างแนบแน่นและวิ่งออกไป..










 

  


  






  "ศิษย์พี่เป็นอะไร.."

  

  "ชีพจรนางปกติแล้วขอรับ.."

  

  "นางฟื้นแล้ว!"


  

  ฉันลุกจากพื้นพลางมองพวกเขาที่ล้อมรอบตัวฉัน ตัวของฉันสั่นมองพวกเขาอย่างตื่นตระหนก


  

  ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัว...


 






  



  "นางไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่รึไม่" ซือจุยถามศิษย์ตระกูลเนี่ย อีกฝ่ายพยักหน้า เขามองหญิงสาวที่ดูตัวสั่นและหวาดผวา

  

  ซือจุยมองจื่อเจินและชุนซานที่ยืนนิ่งจากคำบอกเล่าของพวกเขาทั้งสอง จู่ๆฟางฮัวก็ล้มลงไป สัตว์ที่จะเข้าจู่โจมเธอเป็นสัตว์เวทย์จำลองที่ศิษย์ตระกูลเนี่ยทำขึ้นมา



   

  แต่ทำไม..เธอดูกลัวผวาเหมือนกับคนเสียสติ


  

  พลุสัญลักษณ์ตระกูลหลานปรากฎบนท้องฟ้า เขาเดาว่าสติสุดท้ายของฟางฮัวเธอน่าจะเผลอปล่อยสัญญาณไปด้วยความกลัว

  


  เขาจึงรีบมาตรงจุดหมายตรงที่พลุขึ้นทันที





  




  "ฮึก..ฮือ!!!"

 

  

  เสียงคร่ำครวญของฟางฮัวดังขึ้นอย่างโหยหวนอย่างน่าขนลุก ทุกคนต่างตกใจแม้กระทั่งซือจุย

  

  ด็กหนุ่มย่อตัวลงจับไหล่ฟางฮัวแน่น เขาคิดได้แค่ว่าที่เธอเป็นแบบนี้เพราะเหตุการณ์ที่ฟางฮัวร่วงลงจากน้ำตก..



  

  เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน

  


  "ศิษย์พี่!! ท่านได้ยินข้าไหม!!" เสียงนุ่มตะโกนด้วยความตกใจ เขามองหญิงสาวที่กุมศรีษะของตัวเอง ส่ายหน้าระรัวและยังคงร้องไห้


  

  ซือจุยตัดสินใจใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับไปที่มือของเธอให้วางลงบันตักแทน  เขามองหญิงสาวที่ก้มหน้าที่ยังคงตัวสั่นและร้องไห้

  

  ต้องมีอะไรบางอย่างหลังจากที่ฟางฮัวร่วงลงจากน้ำตกในตอนนั้น


  

  "โปรดหลีกทางให้ข้าด้วย"


  

  เสียงหวานทุ้มดังขึ้น ชุดคลุมสีเหลือง สัญลักษณ์รูปดอกโบตั๋นปรากฎสู่สายตา ใบหน้าหวานที่มีลักยิ้มของชายหยุ่มยิ้มให้กับพวกเขา

  

  เขาสาวเท้าเดินเข้ามาหา ซือจุยยืนขึ้น จิ่งอี๋พยุงให้หญิงสาวลุกจากพื้น



  


  "คารวะ ท่านประมุขจิน" ซือจุยโค้งคำนับ จินกวงเหยายิ้มพลางพยักหน้า


  

  "ข้าทราบข่าวว่ามีศิษย์หญิงตระกูลหลานได้รับบาดเจ็บด้วยอาการที่ผิดปกติ ? ข้าเลยมาดูนางเสียหน่อย เสียงร้องของนางดูทรมานเสียจริง" จินกวงเหยามองฟางฮัวที่ยืนตัวสั่นโดยมีจิ่งอี๋พยุง

  

  "ข้าช่วยนางได้ วางใจเถิด" ประมุขจินยิ้ม ซือจุยคำนับและหลีกทางให้กับจินกวงเหยา











TBC .



ขอขอบคุณผู้อ่านที่ยังคงติดตามนะคะ ไรท์ก็มีเรื่องแจ้งค่ะ คือการหยุดอัพนั่นเอง ซึ่งใกล้สอบแล้ว มีงานต้องเคลียเยอะ จะไม่มาอัพต่อเร็วๆนี้แน่ค่ะ

(สปอยล์) ในตอนต่อๆไปไรท์จะเริ่มความสัมพันธ์ของซือจุยและฟางฮัวที่ตอนนี้ระดับนอลมอลไต่ระดับไปเรื่อยๆค่ะ :)

ส่วนในแท็กทวิตเตอร์ #เอ็นดูหนูซือจุย ถ้าใครเห็นโพสทวิตเตอร์ที่ไรท์แจ้งว่าจะปิดสิ้นเดือนนี้ ไรท์ขอเปลี่ยนใจน้าา ก็ยังไม่ปิดเน้อ ได้เรื่อยๆ ไรท์รออยู่นะ><

ขอบคุณมากๆค่ะ  เร็วๆนี้เจอกันตอนต่อไปค่ะ




  




ASHLEY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #140 TTFUN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:18
    เหยาาาเราไว้ใจนายนะ
    #140
    1
  2. #78 Plang2549 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 16:17

    เหยาเราเชื่อใจนายนะอย่าทำอะไรน้อง
    รออยู่น้าาาา
    #78
    1
    • #78-1 RAY MII(จากตอนที่ 12)
      7 กันยายน 2562 / 21:30
      ขอบคุณค่าา
      #78-1
  3. #76 Phatusanime (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:19
    ขอให้โชคดีในการสอบนะเออ

    รออยู่เสมอจ้าาา
    #76
    1
    • #76-1 RAY MII(จากตอนที่ 12)
      5 กันยายน 2562 / 18:31
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ><
      #76-1
  4. #75 อิกิยะ สึบากิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 01:41
    เชื่อใจอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ น้องเป็นอะไรอะฮือออ เหยาไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ โอ้ยยยยย
    #75
    1
    • #75-1 RAY MII(จากตอนที่ 12)
      5 กันยายน 2562 / 06:29
      นั่นน่ะสิแง รอเน้ออ
      #75-1
  5. #74 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 22:53

    รออ่านอีกน้าาาาา สนุกมากๆเลยค่ะ
    #74
    1
    • #74-1 RAY MII(จากตอนที่ 12)
      5 กันยายน 2562 / 06:28
      ขอบคุณค่ะ><
      #74-1
  6. #73 Frostendzx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 20:50

    เหยาเราเชื่อใจนายเพราะงั้นอย่าทำอะไรน้องนะ;-;

    #73
    1
    • #73-1 RAY MII(จากตอนที่ 12)
      4 กันยายน 2562 / 21:40
      ติดตามน้าา
      #73-1
  7. #72 Fifa1587 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 19:40

    เหยาจะไม่ทำอะไรน้องใช่มั้ย
    #72
    1
  8. #71 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 19:12

    น้อววงงงเหยาขาาาามารักษาพรี้แทนเถอะรออยู่นะคะสู้ๆจ้า
    #71
    1
  9. #70 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 19:11
    อิเหยาแกจะทำไรน้อง;-;
    #70
    1