(END) #อย่าเล่นกับอนล [สนพ. Deep Publishing]

ตอนที่ 6 : 06 จุดเริ่มต้น [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,123 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

#อย่าเล่นกับอนล

 

 

 

 

สถานการณ์ระหว่างผมกับคิงค่อยๆคลี่คลายลงทีละน้อย

 

หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ในลิฟต์ไป ผมกับมันก็เริ่มกลับมาทำตัวตามปกติ หมายถึงมันกลับมากวนตีนผมนิดๆหน่อยๆ ส่วนผมก็นิ่งบ้าง ตอบโต้กลับไปบ้างเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา แน่นอนว่ายังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม100% ผมยังคงรู้สึกอึดอัดกับคิงอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรก็คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าผมจะลืมเลือนเรื่องนี้ไปได้อย่างสนิทใจ แต่อย่างน้อยๆการที่ผมกับมันกลับมาพูดคุยกันได้เหมือนเดิมก็มีผลดีในแง่ของการทำงาน และเจตมันก็ไม่ต้องนั่งยิ้มแห้งเวลาเห็นผมกับคิงมองหน้ากันเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ แต่ผลเสียก็คือเจตต้องกลับมารับหน้าที่เป็นแมสเซนเจอร์จำเป็นอีกครั้ง

 

ตอนที่ผมทะเลาะกับไอ้คิง พวกผู้ชายในบริษัทคงเห็นว่าผมดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยไม่เข้ามาวอแวหรือฝากของมา แต่พอผมกลับมาเป็นปกติพวกนั้นก็เริ่มกลับไปฝากของเจตให้เอามาให้ผม ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่พอใจมากๆ

 

ผมคิดว่าผมเคยบอกไปชัดเจนแล้วนะว่าผมไม่ยุ่งกับคนในบริษัท ไม่เข้าใจภาษาไทยกันหรือยังไง

 

“น้องเอื้อครับ” เสียงแหบห้าวที่เอ่ยเรียกชื่อผมแต่เช้าของพี่ป้องฝ่ายขาย ทำให้ผมที่กำลังหงุดหงิดกับถุงขนมจากใครสักคนที่เจตเพิ่งเอามาให้ตวัดสายตาไปมอง รุ่นพี่หนุ่มอายุ30 กว่าๆเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในแผนกของผม ในมือถือแก้วกาแฟมาด้วย

 

“พี่ซื้อกาแฟมาฝากครับ” เขาเดินตรงเข้ามาหาผม วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะท่ามกลางสายตาของเหล่าเพื่อนร่วมแผนกบางส่วนที่มาถึงแล้ว ผมเหลือบมองแก้วกาแฟก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

 

“ขอโทษนะครับ แต่ผมคงไม่ทาน---”

 

“น้องเอื้อไม่ทานกาแฟแล้วเหรอครับ งั้นเดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำผลไม้ให้”

 

“ไม่ใช่ครับ ผมไม่ทานอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องซื้อมาให้ผมแล้วครับ” คำพูดของผมทำให้พี่ป้องหน้าเหวอ ผมลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพลางลดเสียงลง

 

“เอาเวลามาดูแลผมไปดูแลคนคุยของพี่ดีกว่า เธออยู่ออฟฟิศข้างล่างเรานี่เองไม่ใช่เหรอครับ ถ้าเธอแล้วรู้ว่าพี่มาตามไล่จีบคนอื่นทั้งๆที่คุยกับเธออยู่ เธอคงไม่รู้สึกดีๆกับพี่อีกแน่ๆ”

 

ผมผละถอยออกมา พอเห็นสีหน้าตื่นๆของพี่ป้องก็ได้แต่นึกสมเพช สำหรับผู้ชายหลายใจแบบนี้ใจจริงผมอยากจะพูดดังๆให้ได้ยินกันทั่วเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ผมไม่ทำเพราะยังหวังว่าเขาอาจจะพอคิดได้หลังจากที่โดนจับได้ให้ขายขี้หน้าแบบนี้

 

แต่เชื่อผมเถอะ ร้อยละ90 ของคนแบบนี้คิดไม่ได้กันหรอก มีครั้งแรกก็มีครั้งต่อๆไปเป็นวงจรอุบาทว์ไม่จบสิ้น

 

“ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องแล้วดีกว่าครับ” ผมยัดแก้วกาแฟใส่มือเขาแล้วกลับไปนั่งทำงานตามเดิม ส่วนพี่ป้องรีบเผ่นออกจากห้องแผนกไอทีไปอย่างรวดเร็ว ผมมองตามหลังรุ่นพี่ไปแล้วแค่นเสียงหึเบาๆในลำคอ

 

ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่มาเหยียบแผนกนี้อีกพักใหญ่เลยล่ะ

 

“เรื่องมากจังนะครับคุณอนล คนเขาอุตส่าห์ซื้อของมาให้ เอามาเสิร์ฟถึงที่ดันปฏิเสธเฉย หยิ่งเหรอมึงอ่ะ?” เสียงกวนๆของไอ้คิงเอ่ยขึ้นทันทีที่แผ่นหลังของพี่ป้องหายลับไปจากห้องแผนก 

 

“กูแค่ทำให้มันชัดเจน ไม่ใช่พูดหวานๆทำตัวให้ความหวังคนอื่นไปทั่วเหมือนใครแถวนี้” ผมหันไปมองมันแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“อย่างกูเขาเรียกรักษาน้ำใจ”

 

“เหรอ แต่แถวบ้านกูเรียกหน้าหม้อ” ผมสวนกลับคนที่แก้คำพูดของผมแล้วเอาดีเข้าตัวได้อย่างหน้าตาเฉย ไอ้คิงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แววตาดูสนุกสนานกับการที่เห็นผมหงุดหงิด

 

นี่แหละคือวิถีปกติของผมกับมัน ถึงจะพูดกันดีๆได้สักสามคำแล้วก็เถียงกันอีกสิบคำ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีความอึดอัดกันเท่าก่อนหน้านี้

 

“แบบนี้กูก็ตัดลิสต์คนที่ต้องรับของฝากออกได้คนนึงแล้วใช่ป่ะ พี่ป้องคงไม่มาตื๊อมึงแล้วมั้ง” เจตที่นั่งข้างๆผมเอ่ยขึ้น

 

“ไม่ว่าใครมึงก็ไม่ต้องไปรับฝาก กูบอกแล้วว่ากูไม่คบกับคนในบริษัท”

 

“แต่ของกูยังรับเหมือนเดิมนะ เดี๋ยวสาวๆเขาเสียใจ ฮ่าๆๆๆ” ไอ้คิงเดินมาตบไหล่เจตดังป้าบๆพลางหัวเราะร่วน ผมพ่นลมหายใจแรงๆ ชำเลืองมองร่างสูงที่อยู่ข้างๆด้วยความหมั่นไส้สุดขีด

 

เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าสันดานแบบนี้มันแก้กันไม่ได้หรอก!

 

 

 

 

 

 

 

วันทำงานอันยาวนานผ่านพ้นไป ในที่สุดวันหยุดสุดสัปดาห์ก็กำลังจะเวียนมาถึงอีกครั้ง คืนวันศุกร์ผมรีบอาบน้ำเข้านอนไวกว่าปกติ เพราะช่วงเช้าวันพรุ่งนี้มีที่แห่งหนึ่งที่ผมจำเป็นต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะข้างเตียงปลุกผมให้ตื่นขึ้นก่อนที่นาฬิกาจะมีโอกาสได้ส่งเสียงปลุก ผมงัวเงียลุกขึ้นมานั่ง มองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าท้องฟ้าข้างนอกสว่างมากแล้ว ผมอ้าปากหาวพลางหยิบโทรศัพท์มาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา

 

“อะไร?” ผมถามคนที่โทรมาขัดขวางความสงบในยามเช้าด้วยน้ำเสียงแหบแห้งปนง่วงงุน

 

“ตื่นสายว่ะ”เสียงกวนประสาทของไอ้คิงลอดผ่านลำโพงออกมา ผมหันไปมองนาฬิกาที่เพิ่งจะบอกเวลาแปดโมงครึ่ง

 

“นี่มันวันหยุด กูจะตื่นกี่โมงก็เรื่องของกู” ผมสวนกลับไปอย่างเคืองๆ ทำงานเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์ มันไม่ผิดสักหน่อยถ้าผมอยากจะตื่นสายในวันหยุด

 

“เออๆ แต่วันนี้มึงควรจะตื่นเช้าหน่อย เผื่อคิวยาว”

 

“คิวอะไร?” ผมถามอย่างงงๆ แล้วก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับมา

 

“คิวตรวจเลือดไง”

 

“..........................”

 

“กูมารับมึงไปตรวจเลือด”

 

“..........................”

 

“กูรออยู่ข้างล่างตึก มึงก็รีบๆอาบน้ำแต่งตัวซะ”อีกฝ่ายพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็ตัดสายไป ความง่วงใดๆของผมปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว ผมลุกขึ้นจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำทันที

 

ปกติเวลามีเซ็กซ์กับใครผมจะให้เขาป้องกันทุกครั้ง แต่ในค่ำคืนนั้นมันเป็นครั้งแรกที่ผมมีอะไรกับใครโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ป้องกัน การมีเพศสัมพันธ์ของชายกับชายเดิมทีก็มีความเสี่ยงมากกว่าคู่ชายหญิงอยู่แล้ว แถมไอ้คิงมันยังเป็นประเภทเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า แล้วคืนนั้นมันก็ยังเสือกจะไม่ใส่ถุงยางอีก ผมจึงตัดสินใจว่าควรจะไปตรวจเลือดเพื่อความสบายใจ ซึ่งจริงๆวันนี้ผมก็ตั้งใจจะแวะไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่คาดคิดว่าคิงมันจะมาพาผมไปตรวจแบบนี้

 

นี่คงเป็นการแสดงความขอโทษในแบบของมันล่ะมั้ง

 

ผมรีบแต่งตัวแล้วลงไปหาคนที่รออยู่ด้านล่าง ไอ้คิงในวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเทากับกางเกงยีนส์สีดำ นั่งรอผมอยู่ที่โซฟาในมุมนั่งรอพร้อมกับกาแฟเย็นแก้วหนึ่งในมือ

 

“กาแฟไหม?” มันถามพลางยื่นกาแฟมาให้

 

“ไม่เอา รีบไปเถอะ” ผมปฏิเสธ ไอ้คิงเลยยกกาแฟขึ้นดูดต่อ ก่อนจะเดินนำไปยังรถของมันด้วยท่าทางสบายๆ

 

“รถมึงยังซ่อมไม่เสร็จอีกเหรอวะเอื้อ?” มันหันมาถามเมื่อเห็นผมเปิดประตูรถมันเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ ผมตอบอืมเบาๆ คิดในใจว่าถ้ารถผมซ่อมเสร็จแล้วผมคงไม่มีวันมานั่งข้างมันแน่ๆ แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะขี้เกียจเถียงกันแต่เช้า

 

อีกอย่างตอนนี้ผมก็เครียดจนไม่มีอารมณ์จะคุยอะไรแล้วด้วย

 

เสียงไอ้คิงชวนผมคุยบ้าง กวนตีนบ้างดังไปตลอดระยะทางที่ขับรถไปโรงพยาบาล แต่ไร้ซึ่งการตอบรับจากผม ความกังวลที่เกาะกินใจมาเกือบสามสัปดาห์ทำให้ผมเริ่มรู้สึกเหมือนจะสติแตก ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยมาตรวจเลือดหาHIV ผมตรวจเลือดอย่างน้อยปีละครั้งอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยพลาดเรื่องการป้องกันเลย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมไปตรวจเลือดด้วยสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยาง

 

ซึ่งก็ต้องโทษไอ้---

 

“เอื้อ มึงทำตาขวางมองกูอีกแล้วเหรอ” ตัวต้นเหตุดูจะรับรู้ได้ถึงสายตาอาฆาตจากผมมันถึงได้ทักขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้ละไปจากถนน ผมพ่นลมหายใจแรงๆอย่างหงุดหงิด ยิ่งเห็นท่าทางชิลๆของไอ้คิงแล้วผมก็ยิ่งอยากฟาดมัน นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะทำรถแหกโค้งก่อนได้ไปตรวจเลือดล่ะก็ผมคงได้ฟาดมันแรงๆสักหนสองหนแน่ๆ

 

ผมต้องมานั่งประสาทกินแบบนี้เพราะมันคนเดียวเลยนะ!

 

พวกผมมาถึงโรงพยาบาลเกือบๆสิบโมงเช้า มีคนมาตรวจเลือดไม่มาก ใช้เวลาไม่นานพวกผมก็ได้เจาะเลือด ตลอดเวลาที่นั่งรอผลตรวจผมได้แต่นั่งเงียบด้วยความกลัว คิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้พูดจาอะไรกับผม รอบกายเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าในที่สุดผลตรวจเลือดก็ออกมา

 

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าผลตรวจของผมกับคิงออกมาเป็นลบทั้งคู่

 

“กลัวล่ะสิ บอกแล้วว่าไม่เป็นหรอก มึงคิดมาก” คิงพูดขึ้นหลังจากพบแพทย์เสร็จเรียบร้อยและเดินกลับมาที่ลานจอดรถ ผมชำเลืองมองค้อนมันพลางสวนกลับ

 

“กูจะไม่กลัวได้ไง มึงทำตัวน่าไว้ใจมากมั้ง”

 

“คุณอนลครับ เห็นกูเป็นแบบนี้กูก็เซฟเซ็กซ์นะครับ ไม่อยากตายเร็วเหมือนกัน”

 

“แต่คืนนั้นมึงไม่ใส่ถุงยาง” ผมกัดฟันพูด ร่างสูงที่กำลังสตาร์ทรถดูอึ้งไปนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะแห้งๆ

 

“เออ ก็กูเมาไง แต่กูสาบานเลยว่าปกติกูใส่ทุกครั้งจริงๆนะ” มันชูสามนิ้วยืนยันคำพูดของตัวเอง ผมเบือนหน้าหนี ไม่อยากจะสนใจอีกต่อไป

 

ถ้ามันไม่รักตัวกลัวตายก็เชิญ ไม่ใช่เรื่องของผมอีกแล้ว

 

บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้นระหว่างที่รถยังคงแล่นต่อไปเรื่อยๆ ผมคิดว่าคิงมันคงจะขับรถกลับไปส่งผมที่คอนโด แต่ทิวทัศน์ข้างทางที่ดูไม่คุ้นตาก็ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว

 

“นี่มันไม่ใช่ทางไปคอนโดกูนะ” ผมแย้งขึ้นเมื่อเห็นว่ามันกำลังขับออกห่างจากทางกลับที่พักของผมไปเรื่อยๆ

 

“แล้วใครบอกว่ากูจะไปคอนโดมึงล่ะ” มันตอบหน้าตาย ผมหันขวับไปมองหน้าทันที

 

“กูหิว ไปหาไรแดกกัน มึงก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่” คิงชำเลืองมองผมที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ ก่อนหน้านี้ตอนที่ตรวจเลือดผมมัวแต่กังวลจนลืมหิว พออีกฝ่ายพูดออกมาผมถึงได้รู้สึกว่าท้องตัวเองกำลังร้องประท้วง

 

ผมไม่ได้ตอบมันแต่เอนหลังลงพิงเบาะอีกครั้ง คิงเห็นว่าผมไม่ได้คัดค้านอะไรจึงขับรถต่อไปเรื่อยๆและเลี้ยวเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์

 

“อยากกินอะไร?” มันหันมาถามผมเมื่อเราเดินเข้ามาในห้างเป็นที่เรียบร้อย ผมนิ่วหน้าพลางมองร้านอาหารแต่ละแห่งที่ราคาไม่ใช่ถูกๆ แล้วตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

 

“กินฟู้ดคอร์ท”

 

“ไม่ต้องกลัวเปลืองหรอก กูเลี้ยง”

 

“มึงคิดยังไงถึงจะมาเลี้ยงข้าวกู” ผมเหลือบมองหน้าคนที่ทำตัวใจป้ำผิดปกติอย่างไม่เข้าใจ

 

“ไถ่โทษ” มันตอบสั้นๆ พอเห็นสีหน้าที่ยังคงเคลือบแคลงของผมมันก็ถอนหายใจ

 

“ให้เลือกก็ไม่เลือก งั้นกูเลือกเองแล้วกัน กินที่นี่แหละ” คิงพูดคว้าแขนผมเดินเข้าไปยังร้านอาหารไทยราคาแพงแห่งหนึ่ง ผมเดินตามแรงฉุดของมันไปแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางรับเมนูมาจากพนักงาน แต่ละเมนูราคาสองร้อยขึ้นไปทั้งนั้น แต่เงินเดือนโปรแกรมเมอร์อย่างมันคงมากกว่าฝ่ายกราฟิกอย่างผมเยอะ คิงมันถึงได้สั่งอาหารอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ

 

ถ้าอยากจะเลี้ยงนักผมก็ไม่ขัดศรัทธา ต่อให้แพงยังไงคนที่จ่ายเงินก็ไม่ใช่ผมอยู่ดี

 

ผมสั่งผัดไทยกุ้งสดไป ระหว่างที่รออาหารก็นั่งเล่นโทรศัพท์เปิดดูคลิปหมาแมวในทวิตเตอร์ ผมชอบสัตว์มาก นึกอยากเลี้ยงหมาหรือแมวสักตัวไว้เป็นเพื่อนคลายเหงามาตลอด แต่คงจะไม่มีวันเป็นไปได้เพราะผมแพ้ขนสัตว์ แค่เข้าใกล้หน่อยก็จามจนหน้าดำหน้าแดงแล้ว ผมเคยไปคาเฟ่แมวกับเจตสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เข้าร้านได้ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องเผ่นออกมาเพราะผมเล่นจามหนักจนคนอื่นหันมามอง ไม่ต้องพูดถึงการมีสัตว์มาอยู่ร่วมบ้านกับผมเลย

 

ใช้เวลาไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ ผมนั่งก้มหน้าก้มตากินผัดไทยของตัวเอง ส่วนไอ้คิงก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นของมันไป บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันค่อนข้างจะแปลกนิดๆสำหรับผม จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาเกือบสามปีนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผมกับคิงได้นั่งกินข้าวกันตามลำพังสองคนโดยไม่มีเจตอยู่ด้วย ผมก็เลยออกจะ...ไม่ค่อยชินนิดหน่อย

 

“มองอะไร กูน่ากินกว่าผัดไทยของมึงเหรอ?” คนที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตา ผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องหน้ามันอยู่

 

“อย่าพูดอะไรให้กูกินข้าวไม่ลงได้มั้ย” ผมกลอกตาให้กับความหลงตัวเองขั้นสุดของมัน ร่างสูงหัวเราะร่วน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางพลางจ้องหน้าผมนิ่ง

 

“เห็นจ้องซะนาน ก็นึกว่าหลงเสน่ห์กูซะอีก”

 

“กูไม่ตาบอดขนาดนั้นหรอก” ผมสวนกลับแล้วรีบกินอาหารในจานให้หมด สิบนาทีต่อมาคิงก็เรียกเช็คบิล ผมชำเลืองไปเห็นตัวเลขสี่หลักในบิลค่าอาหารแล้วมองตามมือหนาที่ยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานเอาไปจัดการ ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา ควักแบงค์ห้าร้อยส่งให้มัน

 

“อะไร?”

 

“หารกัน”

 

“กูบอกว่ากูเลี้ยง”

 

“เอาไปเหอะ” ผมยัดเงินใส่มือมัน ไอ้คิงส่ายหัวพลางปัดมือผม แต่ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปยัดแบงค์ใส่กระเป๋าเสื้ออีกฝ่าย

 

“มึงนี่ดื้อด้านฉิบหาย” มันบ่นด้วยสีหน้ารำคาญ แต่ผมไม่ได้สนใจ

 

ผมแค่ไม่อยากรู้สึกติดค้างอะไรทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

“จะกลับหรือยัง?” คิงหันมาถามผมหลังจากที่เดินออกมาจากร้านอาหาร ผมพยักหน้ารับพลางมองไปรอบตัวที่เต็มไปด้วยผู้คนด้วยความเบื่อหน่าย ผมไม่ชอบอยู่ในสถานที่มีคนเยอะๆเท่าไหร่ โดยเฉพาะห้างในวันเสาร์อาทิตย์ที่ผู้คนจำนวนมากต่างก็ออกมาห้างสรรพสินค้าเพื่อผ่อนคลายหลังจากผ่านการเรียนและทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์

 

ผมกับคิงมุ่งหน้ากลับไปยังลานจอดรถ แต่ท่ามกลางบรรดาฝูงชนที่เดินสวนกันขวักไขว่ผมกลับสังเกตเห็นใครบางคนที่ดูคุ้นตาจนทำให้เผลอหยุดเดิน

 

“นั่น...” ผมพึมพำเบาๆ ตาจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งของผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่เดินโอบหญิงสาวหุ่นสะบึมหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข

 

“อะไรวะ?” ไอ้คิงเห็นว่าผมยืนค้างอยู่กับที่จึงเดินกลับมาหาพลางหันไปมองตามทิศทางสายตาของผม ส่วนผมก็ยืนจับตาดูไปเรื่อยๆจนกระทั่งคนๆนั้นเดินเข้ามาใกล้ในระยะที่สายตามองเห็นได้ชัดเจน ผมก็เหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มหยันทันที

 

เมื่อวานยังส่งข้อความมาตามง้อผมอยู่แท้ๆ วันนี้มาเดินโอบเอวสาวเที่ยวห้างแบบสบายอารมณ์ ให้ตายเถอะ สันดานผู้ชายเจ้าชู้นี่มัน...

 

“คนรู้จักมึงเหรอ?” คิงถาม เป็นจังหวะเดียวกับที่ฝ่ายนั้นกำลังจะเดินสวนมา ผมรีบเบี่ยงตัวไปยืนหลบด้านหลังคิงเพื่อให้แผ่นหลังกว้างของมันบดบังตัวผมไว้ มองตามจนกระทั่งทั้งคู่เดินผ่านไปจึงหันไปบอกเสียงเรียบ

 

“กลับกันเถอะ” ผมไม่รอให้มันซักต่อ สองขารีบก้าวนำไปยังลานจอดรถทันที

 

ฮอนด้าซีวิคสีดำเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งคอนโดของผม สายตาของเจ้าของรถเหลือบมามองผมที่นั่งจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเองเป็นระยะๆ ภาพพี่ป๊อกเดินโอบสาวผ่านหน้าผมไปแบบจะๆยังคงติดตา ส่งผลหัวใจที่เคยคิดว่าคงตายด้านไปแล้วของผมรู้สึกหน่วงๆขึ้นมาอย่างน่าโมโห

 

ถึงผมจะตัดใจจากเขาอย่างเด็ดขาด ไม่เคยคิดจะกลับไปคืนดีด้วย แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรเลย ผมทุ่มเทมอบความรู้สึกและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับคนที่ผมคบด้วยทุกครั้ง ผมชอบเขาจากใจจริง แต่เขากลับตอบแทนความจริงใจของผมด้วยการไปมีคนอื่นในระหว่างที่กำลังง้อผมอยู่เนี่ยนะ!

 

กี่ครั้งกี่หนแล้วที่ผมต้องเจอเรื่องพรรค์นี้ ทำไมผมถึงไม่เคยเจอคนดีๆบ้างเลย...

 

“คนนั้นแฟนเก่ามึงเหรอ ที่มึงมองเขาอ่ะ” เสียงไอ้คิงเอ่ยทำลายบรรยากาศเงียบงันขึ้นมา ผมเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ส่งเสียงเบาๆในลำคอ “อืม”

 

“แล้วมึงจะมานั่งซึมทำไม มันมีใหม่แล้วก็ช่างหัวแม่งไปดิวะ เดี๋ยวมึงก็มีคนมาจีบอีกอยู่ดี ที่ออฟฟิศเราก็เยอะแยะไม่เห็นมึงเอาสักคน” มันพูดไปเรื่อยๆ ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าคร้ามคมของคนที่ขับรถอยู่พลางเรียกเบาๆ

 

“คิง”

 

“อะไร?”

 

“ทำไม...ถึงไม่รู้จักพอกันวะ”

 

“...กูเหรอ?”

 

“คนพวกนั้น”

 

“แฟนเก่ามึงอ่ะนะ?” มันถาม ผมได้แต่ถอนหายใจแทนคำตอบอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวว่าทำไมคนเราถึงนอกใจกันได้ง่ายดายถึงขนาดนี้ สำหรับผม ถ้าผมรักใครผมจะไม่มีวันทำให้คนที่ผมรักเสียใจเด็ดขาด

 

หรือการที่ผมต้องเผชิญกับปัญหานี้อยู่บ่อยๆ มันก็อาจจะชัดเจนอยู่แล้วว่าบรรดาแฟนเก่าของผมไม่เคยมีความรักให้กับผมเลย

 

“มันคงเป็นสันดานล่ะมั้ง แก้ยาก” เสียงทุ้มออกความเห็นขึ้นมา และนั่นทำให้ผมนึกขำ

 

“นี่มึงด่าตัวเองอยู่?”

 

“เฮ้ย อย่าเหมารวมดิ เวลากูมีแฟนกูไม่เคยนอกใจนะ” มันค้านขึ้นมาทันที ประโยคนั้นทำให้ผมเลิกคิ้ว พอคิงเห็นผมเงียบไปมันก็ชำเลืองมอง ดวงตาคมหรี่ลง

 

“มึงทำหน้าเหมือนกูโกหกเลยว่ะ”

 

“แล้วไม่ใช่ไง๊?” ผมย้อนถามเสียงสูง ไม่อยากจะเชื่อน้ำคำของมัน ผมยังจำได้ว่าวันแรกที่เจอกันในผับมันมองผมด้วยสายตาแบบใด ไหนจะพฤติกรรมที่ผมเห็นตลอดเกือบสามปีที่ทำงานด้วยกันมาอีก

 

ใครจะไปเชื่อลง

 

“กูพูดความจริง เออ โอเค กูอาจจะมีเหล่ๆเวลาเห็นคนตรงสเปคบ้าง แต่เวลากูคบกับใครกูก็คบเป็นคนๆ จบไปเป็นคนๆ ไม่มีแอบคุยลับหลัง กูไม่เคยนอกใจแฟนแบบที่มึงโดนหรอก”

 

“...แล้วที่ตามมาอาละวาดถึงออฟฟิศตอนนั้นไม่ใช่แฟนมึงหรือไง?” ผมย้อน เรื่องนี้คนที่ออฟฟิศรู้กันดีว่าเมื่อประมาณสองปีก่อน แฟนเก่าไอ้คิงตามมาโวยวายที่ออฟฟิศว่าโดนมันทิ้งไปหาสาวใหม่เลยมาตามหาตัว วันนั้นคิงมันก็ไม่มาทำงาน สุดท้ายคนรับหน้าก็คือเจตที่ต้องออกไปรองรับอารมณ์ฉุนเฉียวของคุณเธอ

 

“ไม่ใช่ นั่นควงกันเฉยๆ ไม่ใช่แฟนกู” มันตอบหน้าตาเฉย “ตั้งแต่จบมหาลัยกูก็ไม่ได้คบใครอีก ส่วนใหญ่ก็วันไนท์กัน บางทีก็ควงกันชั่วคราว กูก็คุยกับเขาก่อนทุกครั้งว่ากูไม่ได้อยากจริงจังนะ ถ้ารับได้ก็วินๆกันทั้งคู่ ส่วนใหญ่ตอนแรกก็คุยเข้าใจกันดีอยู่อ่ะ แต่พอกูจะห่างดันไม่ยอมซะงั้น”

 

ผมเงียบไปกับคำอธิบายนั้น ผมไม่ได้สนิทกับมันมากพอจะรู้ว่าที่ผ่านๆมามันมีความสัมพันธ์แบบไหนกับใคร ผมเข้าใจมาตลอดว่ามันมีแฟนไปเรื่อย พอเบื่อก็สลัดทิ้ง เหมือนกับพวกแฟนเก่าของผม...

 

“มึงก็รู้ว่ามีปัญหา แต่ก็ไม่เห็นมึงจะเลิกทำ” ผมเอ่ยอย่างไม่ชอบใจ ต่อให้ไม่ใช่แฟนก็เถอะ แต่ไอ้นิสัยส่งสายตาหว่านเสน่ห์คนอื่นไปทั่วแบบนี้มันก็เรียกว่าคนเจ้าชู้อยู่ดีไหม

 

“บอกตรงๆ กูยังต้องการเซ็กซ์ว่ะ” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ผมทำหน้าไม่ถูก คิงละสายตาจากถนนมามองผมแวบหนึ่งก่อนจะหัวเราะหึๆ

 

“ดูทำหน้า มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ป่ะครับ มึงไม่เคยมีอารมณ์หรือไง?”

 

“คนเรามีอารมณ์กับคนที่ไม่ใช่แฟนได้ด้วยเหรอ?”

 

“แล้วคืนนั้นมึงมีอารมณ์กับกูมั้ยล่ะ” ประโยคยอกย้อนนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ

 

“...คืนนั้นเพราะกูเมา” ผมตอบเสียงแผ่ว คืนนั้นผมมีอารมณ์กับมัน แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็ค่อนข้าง...รู้สึกดี

 

แต่นั่นเป็นเพราะผมเมาจนสติเลอะเลือน ควบคุมตัวเองไม่ได้ต่างหาก ถ้าผมมีสติสักหน่อยผมจะยังรู้สึกดีในการมีเซ็กซ์กับคนที่ผมไม่ได้รักได้อีกอย่างนั้นเหรอ?

 

ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอจากคนข้างๆ อีกฝ่ายขยับยิ้มขบขันพลางชำเลืองมองผม

 

“สำหรับกูนะ ความรักกับเซ็กซ์มันไม่จำเป็นต้องมาคู่กัน กูไม่ได้อยากมีแฟน กูแค่อยากหาที่ระบาย แบบFriends With Benefits อ่ะ แต่ส่วนใหญ่เขาไม่ยอมจบกับกู ก็เลยเป็นเรื่องทุกที”

 

“............................”

 

“เงียบแบบนี้นั่งด่ากูอยู่ในใจล่ะสิ” มันดักคอตามด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มันต่างคนต่างมุมมองว่ะ เถียงกันไปก็ไม่จบอยู่ดี แต่กูมองว่าตราบใดที่กูยังโสดกูก็มีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้ ถ้าวันไหนอยากจริงจังกับใครก็เลิกทำ ก็แค่นั้น”

 

ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจเต็มไปด้วยความกังขา ผมไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึที่จะไม่รับฟังทัศนคติของคนอื่นที่ไม่ตรงกับทัศนคติตน ผมพอจะเข้าใจในสิ่งที่คิงมันคิด มันมองว่าตัวเองมีอิสระที่จะทำแบบนั้นได้เพราะมันไม่ได้คบหากับใครจริงจัง แต่ดูเหมือนพ่อของผม แฟนเก่าของผมจะไม่ได้เป็นแบบมัน บางคนอาจจะให้อภัยได้กับการที่คนรักไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ต่อให้บอกว่าแค่นอกกายไม่ได้นอกใจก็เถอะ แต่สำหรับผม ผมก็ไม่โอเคอยู่ดี

 

ส่วนกรณีไอ้คิง พูดตรงๆนะ ผมก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าพอถึงเวลานั้นมันจะหยุดได้จริงๆอย่างที่ว่า ผมไม่เคยเห็นผู้ชายเจ้าชู้ที่ไหนหยุดตัวเองไว้กับใครสักคนได้จริงๆเลย

 

คนพวกนี้รู้จักความรักจริงๆที่ไหนกัน

 

“เอื้อ” มันเรียกผมอีกครั้งหลังจากที่เงียบกันไปครู่หนึ่ง

 

“อะไร?”

 

“...ถ้าพูดไปมึงจะต่อยกูป่ะวะ”

 

“ก็ต้องดูว่ามึงจะพูดอะไร”

 

“ถ้ากูพูดเรื่องคืนนั้นล่ะ?” ประโยคหยั่งเชิงนั้นทำให้คิ้วของผมขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ คิงชำเลืองมองสีหน้าผมแวบหนึ่งก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยต่อว่า

 

“กูเมาก็จริง แต่ก็ยังพอจำได้ว่ามันดี”

 

“................................”

 

“นานๆจะเจอคนที่กูรู้สึกคลิกเรื่องนี้ด้วยสักที ถ้าเป็นคนอื่นกูคงชวนมึงเป็นFriends With Benefits กันไปแล้ว เสียดายว่ะ หรือมึงสนใจมั้ยล่ะ?” มันพูดไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง พอเห็นว่าผมเงียบ อีกฝ่ายก็รีบเปลี่ยนไปชวนคุยเรื่องอื่นทันที แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรไปมากนักเพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

ตลอดชีวิต27 ปีของผม ผมใช้ชีวิตในวิถีทางที่เรียบง่าย ผมพยายามทำตัวดีๆ เป็นลูกที่ดี เป็นคนรักที่ดี ผมให้ใจคนอื่นไปเพราะอยากได้ความรักกลับมา แต่สิ่งที่ผมได้ตอบแทนมาจากคนรอบข้างกลับมีแต่ความเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอได้มาคุยกับไอ้คิงในวันนี้ มันทำให้แวบหนึ่งในความคิดของผมเกิดความสงสัยขึ้นมา

 

ถ้าผมไม่มีความรักไปเลยมันคงจะดีกว่าไหม

 

ถ้าผมมีความต้องการ ก็แค่ลองหาใครสักคนมาเติมเต็มเรื่องเซ็กซ์โดยไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องแบบเดียวกับมัน ถ้าเกิดผมอยากจะลองทำอะไรบ้าๆสักครั้งในชีวิตบ้างล่ะ

 

มันจะเป็นยังไง...

 

คิงมันคงเห็นว่าผมนิ่งไป เลยเปิดเพลงให้เสียงดนตรีดังคลอไปทั่วรถแทนการชวนสนทนา การจราจรยามบ่ายวันเสาร์ไม่ติดมากเท่าวันธรรมดา ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดหมาย

 

“ถึงแล้ว” คิงพูดขึ้นพลางเลี้ยวรถเข้าไปในโครงการคอนโดของผม ผมปลดสายเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวพลางบอก “ขอบใจที่มาส่ง”

 

“เออ เจอกันวันจันทร์” มันตอบ มือที่กำลังจะเปิดประตูของผมชะงักลง ผมสูดลมหายใจลึกๆแล้วเรียกชื่อเจ้าของรถ

 

“คิง”

 

“หืม?”

 

“...ลองดูสิ”

 

“ลองอะไรวะ?” คิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม ผมลังเลอยู่ชั่วขณะแล้วเงยหน้าขึ้นสบตามัน

 

ดวงตาคมสีนิลสะท้อนภาพของผมอยู่ในแววตา ผมจ้องมองใบหน้าเพื่อนของเพื่อนที่ผมรู้สึกไม่ถูกชะตามาหลายปีด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปหมด และก่อนที่ผมจะรู้จะตัว ริมฝีปากก็ขยับเอ่ยบางสิ่งออกไป

 

“เรื่องนั้นที่มึงพูดไง”

 

“..............................”

 

“จะลองดู...ไหมล่ะ”

 

หากไม่มีเสียงเพลงที่ดังคลออยู่บรรยากาศในรถคงจะเงียบสนิทจนแทบไร้เสียงลมหายใจ สีหน้าคนฟังดูนิ่งสนิท ในขณะที่ผมซึ่งเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปตัดสินใจผลักประตูรถออกแล้วรีบเดินขึ้นตึกไปทันที

 

ตอนนั้นผมไม่รู้เลย ว่าความคิดชั่ววูบของตัวเองจะส่งผลต่ออนาคตมากมายเพียงใด

 

 

#อย่าเล่นกับอนล

 

The next level is coming, Are U ready? :)

 

 

มีเรื่องจะแจ้งค่ะ คือตอนนี้เรามีอาการนิ้วล็อคที่มือขวา หมอให้ลดการใช้งานมือขวาชั่วคราว ดังนั้นเราจะขอหยุดอัพนิยายจนกว่าอาการจะดีขึ้นนะคะ อาจจะราวๆ สองอาทิตย์น่าจะได้กลับมาเจอกันใหม่ อย่าเพิ่งลืมกันน้า T^T

 

 

อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นหรือติดแท็ก#อย่าเล่นกับอนล เป็นกำลังใจให้เราหน่อยน้า หรือจะแวะไปคุยเล่นกับเราในทวิตเตอร์ @ltbb_novels ก็ได้นะคะ รออ่านคอมเม้นของทุกคนอยู่นะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.123K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,518 ความคิดเห็น

  1. #3513 jjtk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 19:12
    ชอบคำว่าลองดูสิของเธอจังงยัยอนลลล
    #3,513
    0
  2. #3473 เลดี้วาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:10
    เอาแล่วววววว
    #3,473
    0
  3. #3254 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 11:35

    ุ้ถ้าได้เริ่มแล้ว มันจะหยุดได้ยากนะ ไอ่ความสัมพันธ์แบบนี้น่ะ

    #3,254
    0
  4. #2248 likeblood (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 18:03
    พี่เอื้อ อยากกอดพี่แรงแรงแล้วบอกพี่ว่าพี่เก่งมากแล้ว
    #2,248
    0
  5. #1985 QazWsx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 08:36
    เอื้อค้าบบบบบ แงงงง อย่านะลูก TT
    #1,985
    0
  6. #1824 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 07:33
    คุณอนลลลลล
    #1,824
    0
  7. #1495 Sariei_va (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:20
    อนลลลลลล หนูลูกกกก
    #1,495
    0
  8. #1391 KuKoi Kim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 16:26
    นี่กลัวเอื้อตกหลุมรักคิงอ่ะ กลัวน้องจะเจ็บกลับมา ฮือออออ
    #1,391
    0
  9. #1333 Nielongforever9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 12:19

    จริงนะเรารู้สึกว่าคนแบบเอื้อที่อยู่แต่ในกรอบเรียนก็เรียน ทำงานก็ทำงาน มีคนรักก็ทุ่มเทเอาใจใส่ไม่คิดนอกใจมาตลอด สุดท้ายทุกอย่างมันพังลงก็ย่อมมีความคิดชั่ววูบขึ้นมาอยู่แล้วว่าเราควรเดินออกจากกรอบที่เราสร้างไว้ดีมั้ยมันอาจจะดีกว่าการอยู่แต่ในกรอบแบบนี้ไปตลอดชีวิตก็ได้

    #1,333
    0
  10. #1330 salmonism (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:37
    น้องเอื้อออออออออ
    #1,330
    0
  11. #1263 MyJS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 03:03
    เนี่ย คนที่อยู่ในกรอบมาตลอด พอผิดหวังหลายครั้ง พบว่ากรอบที่รักษาอยู่มันไม่ได้คุ้มครองตัวเองเลย ก็กลายเป็นแหกกรอบของตัวเองไปหมด
    #1,263
    0
  12. #1177 pimpim55512 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:19
    แงแงงง น้องเอื้อลูก
    #1,177
    0
  13. #1109 beamnut22 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:01
    หายไวๆนะคะไรท์ รักษาสุขภาพด้วยงับ
    #1,109
    0
  14. #1107 markjinbliss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:33
    น้องเอื้ออออออ อย่าประชดชีวิตแบบนี้ ที่เดาๆ มาว่าคิงน่าจะแอบชอบเอื้ออยู่ก่อนมีแววสั่นคลอนมากว่าจะไม่ใช่ แต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมคืนนี้คิงไม่ใส่ถุงทั้งที่บอกเอื้อว่าใส่ตลอด ก่อนหน้านี้ไม่เคยเมาก่อนมีอะไรกับใครเลยหรอ? แอบคิดว่าคิงตั้งใจไม่ใส่เพราะทำกับเอื้อแล้วนะ ตอนนี้คือลุ้นมาก อยากรู้ว่าใครจะรู้สึกก่อน แต่ไม่อยากให้เอื้อรู้สึกก่อนเลยเพราะถ้าคิงจะหวังแค่ fwb เอื้อก็ต้องเจ็บอีก ไม่อยากเห็นเอื้อเจ็บอีกแล้ว คุณแม่ใจเจ่บมากค่ะ
    #1,107
    0
  15. #1102 kwan55 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 10:48

    อนลจะเล่นๆกับคิงจริงเหรอ 555
    หายไวไวนะคะไรท์
    #1,102
    0
  16. #1101 Ohmycandy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 10:14
    อนลลลลลลลลลลลล

    อย่าเล่นกับไฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    #1,101
    0
  17. #1026 ferfilmfay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:22
    คิงอึ้งไปเร้ยยยยยยยยยยย
    #1,026
    0
  18. #1014 Wafuii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 13:00
    เริ่มขึ้นแล้วตื่นเต้นๆ หายเร็วนะคะคุณไรท์ เอามือแช่น้ำอุ่นกำแบๆบ่อยๆนะคะ สู้ๆ
    #1,014
    0
  19. #1011 ItsaHeadmillion (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 12:17
    แงงงง อยากอ่านต่อแล้ว แต่รักษาสุขภาพด้วยนะคะคุณไรท์ ดูแลหัวเองให้ดีๆ นานแค่ไหนก็รอได้ค่ะ ;-;
    #1,011
    0
  20. #1006 SajinDangdang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:44
    หายไวไวนะค้า
    #1,006
    0
  21. #1005 Khaha62442 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 18:05

    พีคกว่าพี่เอื้อก็คุณไรท์เนี้ยแหละค่ะรี้ดช็อค!!!ขอให้หายไวๆนะคะจะรอไรท์ที่หน้าทวีตทุกวันเลยฮัฟฮรุม~///>^ #1,005
    0
  22. #1004 Senileee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:11
    เอาแล้ววววววว
    #1,004
    0
  23. #1003 amplono999 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 12:38
    คิง อึ้งเลยดิ พูดลอยๆ เอื้อตอบตกลงจริง 5555

    คุณไรท์หายไวๆนะคะ
    #1,003
    0
  24. #1001 Mimtha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 10:19
    หายไวๆนะคะไรท์
    #1,001
    0
  25. #1000 yuri- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:37
    ขอให้อาการดีขึ้นนะคะ เกมพลิกเลยค่ะ
    #1,000
    0