(END) #อย่าเล่นกับอนล [สนพ. Deep Publishing]

ตอนที่ 7 : 07 ข้อตกลง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,301 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

#อย่าเล่นกับอนล

 

 

***คำเตือน***
 

 

เนื้อหาในตอนนี้มีการบรรยายฉากร่วมเพศ เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีการตัดทอนรายละเอียดบางอย่างออกเพื่ออรรถรสในการอ่านซึ่งไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

ตลอดชีวิต27 ปีของนายอนล นันทภิวัฒน์ ผมคิดว่าวันนี้คือวันที่ผมดูไม่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

 

ผมทรุดตัวลงนั่งบนเตียง สายตามองเหม่อออกไปยังนอกหน้าต่างห้องอย่างเลื่อนลอย ไม่รู้ว่าเมื่อครู่สมองผมเกิดทำงานผิดปกติขึ้นมากะทันหันหรือยังไงถึงได้พูดอะไรแปลกๆออกไป ตอนอยู่บนรถไอ้คิง

 

“จะลองดู...ไหมล่ะ”

 

เมื่อนึกถึงประโยคที่หลุดออกจากปากไปและสีหน้าแววตาที่ยากจะหยั่งของคนฟังผมก็ได้แต่ระบายลมหายใจอย่างอัดอั้น ผมที่แสดงออกอย่างชัดเจนตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมาว่าไม่ชอบหน้าคิง อยู่ๆวันนี้เป็นฝ่ายมาชวนมันเป็นFriends With Benefits ถ้ามันไม่ตกใจสิแปลก แม้แต่ผมยังตกใจกับความคิดตัวเองเลย

 

ผมว่าผมกำลังจะเป็นบ้า ไม่สิ ถ้าถึงขนาดพูดแบบนั้นออกไปได้ก็คงแปลว่าผมเป็นบ้าไปเรียบร้อยแล้ว

 

ตึ๊ง!

 

เสียงข้อความเข้าที่ดังขึ้นทำให้ผมเหลือบไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆตัว หน้าจอโทรศัพท์แสดงป๊อบอัพข้อความที่ถูกส่งมาจากคนที่เพิ่งแยกจากกันไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

 

‘ทำไรอยู่ คุยได้ป่ะ’

 

ผมจับจ้องข้อความนั้นอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจไม่กดเข้าไปอ่าน

 

ผมทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา หัวคิ้วย่นเข้าหากันด้วยความสับสน สิ่งที่ผมพูดกับคิงไปมันคือความบ้าบิ่นชั่วขณะอย่างแท้จริง ผมก็แค่อยากมีแฟนสักคนที่ผมรักเขาและเขาก็รักผมอย่างจริงใจ แต่ในเมื่อผมไม่เคยประสบความสำเร็จดังหวัง มันเลยช่วยไม่ได้ที่ผมจะมีความคิดแปลกๆผุดขึ้นมาในบางคราว

 

ผมควรจะไปขอโทษมันที่อยู่ๆก็ทำให้ตกใจ ผมควรจะบอกว่าเมื่อครู่ที่พูดไปก็แค่พูดเล่นๆ ผมควรจะทำแบบนั้น แต่อีกครึ่งในจิตใจของผมกลับลังเล

 

ในเมื่อผมเจ็บช้ำกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจนเหนื่อยเกินกว่าจะก้าวต่อไป ผมก็ควรจะหยุดพัก และระหว่างนั้นมันก็คงไม่เลวถ้าผมจะมีใครสักคนมาช่วยคลายเหงา

 

ไอ้คิงก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

 

ผมกับมันทำงานที่เดียวกันมาพักใหญ่เลยไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกันอีก หากจะมองในแง่ของเซ็กซ์ ผมก็ยอมรับว่าผมพึงพอใจกับเซ็กซ์ของมัน และทัศนคติไอ้คิงก็ไม่ได้แย่เกินกว่าที่ผมจะรับไหว แม้ส่วนตัวผมจะไม่ชอบความเจ้าชู้หรือการส่งสายตาอ่อยเหยื่อไปทั่วแบบนั้น แต่ในเมื่อไม่ได้คิดจะเอามันมาเป็นแฟน ผมก็ไม่จำเป็นต้องสนใจในเรื่องนี้

 

ตราบใดที่คิงมันไม่ได้ไปแย่งแฟนใครมาหรือมีแฟนแล้วนอกใจ ตราบใดที่คิงมันไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายเหมือนที่พ่อผมนอกใจแม่ หรือแฟนเก่าผมนอกใจไปมีคนอื่น ผมก็คิดว่าผมยังพอจะรับได้อยู่

 

เสียงข้อความเข้าที่ดังขึ้นอีกครั้งราวกับจะเร่งเร้าเอาคำตอบทำให้ผมระบายลมหายใจหนักๆออกมาอย่างคิดไม่ตก ผมตัดสินใจปิดเครื่อง วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วสอดตัวลงใต้ผืนผ้าห่มหนาพลางหลับตาลง

 

คิงมันคงอยากคุยเรื่องนี้ แต่ผมคงยังตอบไม่ได้

 

เพราะผมเองก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

วันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไปไวจนน่าโมโห ยามเช้าวันจันทร์ ผมยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เบียดเสียดแออัดกันเป็นปลากระป๋องอยู่ในรถไฟฟ้าด้วยความเบื่อหน่าย การมีรถขับทำให้ผมไม่เคยชินกับการที่ต้องมายืนเบียดคนมากๆแบบนี้ทุกวัน แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนรอจนกว่าจะถึงวันเสาร์หน้าที่ศูนย์นัดให้ไปรับรถคืน

 

สายตาของคนบนรถไฟฟ้าบางคนชำเลืองมองมาที่ผม แต่ไหนแต่ไรผมก็ไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นตลกร้ายเพราะผู้คนมักจะมองผมกันอยู่เสมอๆ

 

ผมก้มลงไถโทรศัพท์ หาอะไรดูไปเรื่อยเพื่อลดความอึดอัดใจ แต่พอเหลือบไปเห็นตัวเลขข้อความที่ยังไม่ได้อ่านซึ่งโชว์อยู่บนปุ่มแอพพลิเคชั่นผมก็ชะงักกึก

 

หลังจากที่พูดจาแปลกๆออกไป ช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาคิงก็ส่งข้อความมาหาและโทรมาอีกสองสามครั้ง แต่ผมไม่ได้รับสาย ไม่ได้ตอบข้อความมัน เพราะผมเองก็ไม่รู้จะตอบมันไปว่ายังไง

 

ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลย...

 

“อรุณสวัสดิ์” เจตส่งเสียงทักทายทันทีที่ผมเดินเข้าไปในแผนก ตามด้วยเสียงทุ้มๆของไม้ที่ยกมือไหว้สวัสดีผมพร้อมส่งรอยยิ้มนุ่มนวลมาให้

 

“วันนี้ไม่มีของฝากของมึงนะเว้ย พอดีกูมาเช้าไปหน่อย พวกแฟนคลับมึงยังไม่มีใครมาสักคน รอรอบกลางวันแล้วกันนะ” เจตหันมายิ้มแป้นใส่ในขณะที่ผมกำลังเปิดคอมพิวเตอร์อยู่ ตั้งแต่ไม้เข้ามาฝึกงานที่นี่น้องมันก็คอยรับส่งเพื่อนผมทุกเช้าเย็น จากที่เมื่อก่อนผมมักจะมาถึงออฟฟิศก่อนเจต จึงกลายเป็นว่าตอนนี้เจตมาถึงออฟฟิศก่อนผมทุกวัน

 

“กูไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละ”

 

“เออ กูก็บอกไปแบบนั้น แต่ถามว่าพวกนั้นมันเคยฟังมั้ย ก็ไม่ เพราะงั้นมึงก็รับๆไปเหอะ ถือว่ากินของฟรี” เจตส่ายหัวด้วยสีหน้าปลงๆ ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อมองมายังโต๊ะทำงานของผม

 

“แล้วนี่มึงไม่ได้ซื้อกาแฟขึ้นมาเหรอ?” มันทักขึ้นเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะของผมว่างเปล่าปราศจากแก้วกาแฟที่ผมมักจะซื้อติดมือขึ้นมาทุกวัน

 

“คนรอคิวเยอะ ขี้เกียจรอ กูเลยว่าจะมาชงกินเอาเอง”

 

“ฝากผมลงไปซื้อไหมครับ? ผมจะไปซื้อกาแฟให้พี่เจตพอดี” ไม้เสนอตัวขึ้นมาทันที โดยมีเจตพยักหน้าหงึกๆเป็นลูกคู่อย่างกระตือรือร้น

 

“ไม่เป็นไร เราไปเถอะ” ผมตอบ ไม้พยักหน้ารับพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้และหันไปบอกคนที่นั่งข้างๆด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“เดี๋ยวผมขึ้นมานะครับพี่เจต”

 

“จำได้ใช่ป่ะว่าพี่สั่งอะไร?”

 

“ลาเต้แฟรบปูชิโน่เพิ่มวิปครีมราดคาราเมลครับ”

 

“ดีมากกกก ไปๆๆๆ” เจตยิ้มกว้างอย่างถูกอกถูกใจ เรียกรอยยิ้มจากคนอายุน้อยกว่าให้กว้างขึ้นไปอีก สายตาของไม้ดูเหมือนอยากจะกลืนเพื่อนผมเข้าไปทั้งตัวอยู่รอมร่อ แต่ท่าทางไอ้คนถูกมองจะไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากกระตือรือร้นรอคอยของกิน

 

จีบคนหัวช้าก็ลำบากหน่อยนะ

 

“เดี๋ยวกูมานะ” พอไม้เดินออกไป ผมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทิ้งให้เจตนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เคี้ยวขนมครกอันเป็นของหวานมื้อเช้าของมันไปเพียงลำพัง ส่วนตัวเองเดินตรงไปยังห้องเล็กๆซึ่งถูกจัดเป็นโซนทำครัวของแผนก

 

ผมจัดการเสียบปลั๊กกาต้มน้ำไฟฟ้า หยิบซองกาแฟสำเร็จรูปมาเทใส่แก้วระหว่างรอน้ำเดือด ดวงตาเหม่อมองพื้นห้องไปขณะจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

ต่อให้คิดซ้ำๆมานับสิบรอบแล้วแต่จนถึงตอนนี้ผมยังคงลังเลว่าจะเป็น FWB กับไอ้คิงดีไหม ข้อดีของความสัมพันธ์แบบนี้ก็คือไม่มีการผูกมัด แต่ข้อเสีย...

 

“เอื้อ” เสียงทุ้มแหบห้าวคุ้นหูทำให้ผมชะงักมือที่กำลังคนกาแฟอยู่ในทันที ผมปรายตามองร่างสูงใหญ่ของคิงที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง วันนี้มันสวมเสื้อเชิ้ตสีเทากับกางเกงสแล็กสีดำ เส้นผมถูกเซ็ตเปิดหน้าผากขึ้นไปเผยให้เห็นคิ้วเข้มและดวงตาเฉี่ยวอย่างเห็นได้ชัด

 

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์กู” มันถามเสียงเนิบๆ สายตาคมกริบที่มองมาทำให้ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูกราวกับคนมีชนักติดหลัง

 

อืม ก็มีจริงๆนั่นแหละ ผมเล่นไปพูดแบบนั้นเอาไว้นี่นะ

 

“กูไม่ได้เช็คมือถือ มึง...มีอะไร?” ผมถามกลับ มุมปากของคิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างรู้ทัน มันสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นมินท์จางๆเริ่มชัดเจนขึ้นตามระยะห่างที่ลดลง

 

“กูแค่มีเรื่องอยากจะถาม” คิงขยับเข้ามาใกล้จนยืนซ้อนหลังผม ลมหายใจร้อนๆของอีกฝ่ายเป่ารินรดลงบนใบหูจนผมเผลอเกร็งตัวขึ้นมา

 

“เมื่อวันเสาร์ที่มึงบอกก่อนลงจากรถ เรื่องนั้นที่มึงพูด...”

 

“..............................”

 

“ใช่เรื่องเดียวกับกูมั้ย?”

 

“..............................”

 

“มึงพูดถึงFriends with Benefits ใช่มั้ย มึงจะตกลงเหรอวะ?”

 

ลมหายใจของผมสะดุดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มแหบดังอยู่ข้างหู ทั้งๆที่คิงมันไม่ได้แตะต้องตัวผมเลยแม้แต่น้อย แต่ระยะห่างเพียงน้อยนิดก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนโอบกอดไปทั้งตัว

 

“วันนั้นกู...ช่างเถอะ ไม่มีอะไร กูก็พูดไปงั้น” ผมพึมพำตอบไป

 

บอกตามตรงว่าผมยังลังเลอยู่มาก ผมยอมรับว่าผมอยากลอง แต่พอชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียดูแล้วมันก็...

 

เป็นความสัมพันธ์ที่ดูจะเล่นกับความรู้สึกมากเกินไปหรือเปล่า

 

“ลองดูก็ไม่เสียหายนะ ยังไงก็ได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่” ปลายนิ้วเรียวถือวิสาสะลูบต้นคอของผมแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ขนอ่อนของผมลุกชันไปทั้งร่าง ผมหันหน้าไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้ว

 

“มึงกำลังเกลี้ยกล่อมกูเหรอ?”

 

“เออ ก็ถ้ามึงตกลงเราก็วินๆกันไง” ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ส่งผลให้ร่างสูงดูร้ายกาจขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ถึงผมจะหมั่นไส้มันขนาดไหน แต่ก็ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันดูมีเสน่ห์มาก จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆถึงได้พากันเข้าหามันอย่างไม่ขาดสาย

 

คิงมันรู้ตัวว่าตัวเองมีสเน่ห์ และรู้จักใช้จุดเด่นตรงนั้นได้ดีมากทีเดียว

 

“ระหว่างเรายังไงก็ไม่มีเรื่องความรักกันอยู่แล้วนี่” คิงโน้มหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น จมูกโด่งเคลื่อนมาคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม ผมรีบดันไหล่มัน พยายามเอนตัวหนีพร้อมกับกลอกตามองไปทางประตูด้วยความกลัวว่าจะมีคนมาเห็น

 

“มึงถอย--”

 

“ลองดูไหม สักครั้งนึง ถ้ามึงไม่ชอบก็ค่อย...”

 

“พวกมึงงงงง” เสียงเจตที่ลอยมาแต่ไกลทำให้ผมผลักอกอีกฝ่ายออกห่าง พลางหันหลังให้ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

 

“อยู่นี่เอง!” เจตโผล่เข้ามาในห้องครัวพร้อมรอยยิ้ม

 

“เจต มึงมาทำห่าไร?” เสียงห้วนๆของไอ้คิงฟังดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดในระหว่างที่เจตถลามายืนข้างผม

 

“มาชงกาแฟให้เจ๊ฝ้ายอ่ะดิ เจ๊แกขาเจ็บ ไม่รู้ไปเดินอีท่าไหนมา ปูชนียวัตถุของแผนกทั้งคนก็ต้องดูแลกันหน่อยป่ะ” มันอธิบายเสียงร่าเริงพลางหยิบแก้วมายืนชงกาแฟอย่างสบายอารมณ์

 

“........................”

 

“มองอะไรวะคิง? มีอะไรอะไรติดหน้ากูเหรอ?” เจตเอามือลูบแก้มตัวเองเมื่อเห็นเพื่อนวัยเด็กขมวดคิ้วจ้องหน้า คนถูกถามถอนหายใจดังเฮือกแล้วเดินออกไปจากห้อง เจตเลยหันมามองหน้าผม

 

“ตกลงหน้ากูมีอะไรติดป่ะ?”

 

“ไม่มี” ผมตอบ ยกมุมปากขึ้นเมื่อนึกถึงสีหน้าหงุดหงิดของคู่ปรับ ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่งคือเวลาเห็นคิงมันหงุดหงิดทีไร ผมมักจะอารมณ์ดีทุกที

 

มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ผมเองก็นิสัยเสียใช่ย่อยอยู่เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

ตลอดทั้งวันคิงไม่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับผมอีก (ดูจากแววตาแล้วมันก็คงอยากจะพูด แต่ไม่มีโอกาสได้พูดมากกว่า) ผมเองก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ พลางคิดทบทวนเรื่องนี้ซ้ำไปมา ตอนนี้ผมคิดว่าผมเลือกคำตอบได้แล้ว แต่ก็ยังสองจิตสองใจอยู่ไม่น้อย ความคิดที่จะก้าวขาข้ามกรอบที่ตัวเองขีดไว้ออกไปมันทำให้ผมรู้สึกไม่มั่นคง

 

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมคิดอยากจะทำอะไรบ้าๆ อย่างน้อยก็แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อประชดประชันความเฮงซวยทั้งหมดในชีวิตที่เคยพานพบมา แต่อีกใจหนึ่งของผมก็พยายามจะร้องเตือนว่าอย่าทำแบบนั้น

 

อย่าก้าวข้ามเส้น อย่าไปลองเสี่ยง...

 

“เอื้อ ไปกินข้าวหมูแดงที่ตลาดด้วยกันป่ะ?” เสียงของเจตและแรงสะกิดไหล่ทำให้ผมที่กำลังตกอยู่ในภวังค์เหลือบมองนาฬิกาบนจอคอมโดยอัตโนมัติ ก่อนจะพบว่ามันถึงเวลาเลิกงานแล้ว

 

“ไม่ล่ะ มึงไปกันเถอะ” ผมปฏิเสธ คนฟังทำหน้ายู่ เจตหันไปจัดการปิดคอมตัวเองพลางบ่นหงุงหงิง

 

“โหยไรวะ ชวนไปไม่เคยไปเลยมึงอ่ะ”

 

ถามคนข้างมึงหรือยังว่ามันอยากให้กูไปด้วยไหม

 

“ไว้วันหลังแล้วกัน” ผมชำเลืองมองไม้ที่กำลังเก็บสัมภาระ น้องมันหันมาสบตาผมแล้วยิ้มให้แวบหนึ่ง

 

วันหลังที่ว่าคงจะอีกยาวนานทีเดียว

 

“ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน” เจตโบกมือหยอยๆร่ำลา ตามด้วยไม้ที่ยกมือไหว้พี่ๆในแผนกแล้วเดินตามเพื่อนผมออกไป ผมหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมา ตั้งท่าจะกลับคอนโดบ้าง

 

“รถมึงยังซ่อมไม่เสร็จใช่ไหม เดี๋ยวกูไปส่ง” ไอ้คิงเดินมาหาผม

 

“ไม่เป็น---”

 

“ไปเถอะ” มันไม่รอฟังคำปฏิเสธ แล้วฉวยข้อมือผมให้เดินออกไปด้วยกัน ผมเองก็รู้ถึงจุดประสงค์ของการไปส่งในครั้งนี้ดี จึงตัดสินใจเดินตามไปโดยไม่ได้คัดค้านอะไร

 

ผมลังเลมาหลายวันแล้ว บางทีมันคงถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

ฮอนด้าซีวิคเคลื่อนตัวออกจากตึกสำนักงานมุ่งสู่ถนนที่เต็มไปด้วยรถรา การจราจรติดขัดจนแทบไม่ขยับ ผมนั่งเล่นโทรศัพท์ไปเงียบๆ ในขณะที่เจ้าของรถเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยไปพลางเหลือบมองห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกล

 

“ติดแบบนี้คงอีกนาน กูขอแวะกินข้าวก่อนนะ หิวว่ะ” ไอ้คิงพูด ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

พอจอดรถและเข้ามาในห้างเรียบร้อยแล้ว ผมก็ลากคนตัวสูงกว่าตรงดิ่งไปที่ฟู้ดคอร์ทก่อนที่มันจะทำตัวสิ้นเปลืองด้วยการเข้าร้านอาหารแพงๆอีก ผมสั่งข้าวหน้าเป็ดมาทาน ส่วนมันกินข้าวขาหมู เป็นครั้งที่สองในรอบสองวันที่ผมได้กินข้าวกับไอ้คิงแบบสองต่อสอง ก็ค่อนข้างจะน่าเหลือเชื่อหากนึกย้อนไปว่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมกับมันมองหน้ากันไม่ติดด้วยซ้ำ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าบางครั้งเราก็คาดเดาสิ่งที่จะเกิดในอนาคตไม่ได้ และนั่นทำให้ผมลังเลที่จะมีความสัมพันธ์แบบFWB กับมัน

 

เพราะความรู้สึกก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คาดเดาได้ยากเหมือนกัน

 

“เอื้อ มึงกินน้อยจังวะ” มันบ่นเมื่อเห็นผมรวบช้อนส้อมหลังจากทานข้าวหน้าเป็ดไปได้เพียงสองในสามของจาน

 

“กูอิ่มแล้ว” ผมตอบพลางยกขวดน้ำเปล่าขึ้นดื่ม

 

“กินเยอะๆดิ จะได้มีแรง” อีกฝ่ายพูดยิ้มๆ ลำพังคำพูดก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่น้ำเสียงของมันส่อความนัยอย่างเห็นได้ชัด

 

“...กลับเถอะ” ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ คว้าบัตรของศูนย์อาหารไปแลกเงินคืน โดยทำเป็นไม่รับรู้ความหมายของคำนั้น

 

กินข้าวเสร็จพวกผมก็ขึ้นรถมุ่งหน้ากลับคอนโด แต่ระหว่างทางไม่มีการพูดคุยอะไรอย่างที่ผมคาดคิดไว้ ไอ้คิงแค่เปิดเพลงสากลให้ดังคลอเบาๆในรถ ฮัมเพลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างดูการจราจรบนท้องถนนยังคงติดขัดไม่ต่างไปจากก่อนหน้านี้ ความจริงหากรถไม่ติดมันคงจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการเดินทางจากออฟฟิศไปยังแถวบ้านผม แต่ใครๆก็รู้ว่ากรุงเทพมหานครนั้นติดTop 10 ของเมืองที่รถติดที่สุดในโลก

 

ดังนั้นการถึงคอนโดภายในชั่วโมงครึ่งก็ถือว่าปรานีกันมากแล้ว

 

“คิง ทางไปคอนโดกูไม่ได้เลี้ยวแยกนี้นะ” ผมทักขึ้นเมื่อเห็นมันเลี้ยวรถก่อนจะถึงทางที่ควรเลี้ยว

 

“รู้แล้ว” มันตอบเสียงเรียบพลางชำเลืองมองผมที่ขมวดคิ้ว

 

“แล้วมึง---”

 

“นี่ทางไปคอนโดกู”

 

“.........................”

 

“ตกลงเรื่องนั้นมึงจะเอาจริงไหม? กูจะถามมึงครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ถ้ามึงบอกว่าไม่ กูจะเลี้ยวกลับไปส่งมึงที่คอนโด”

 

สิ้นคำถามนั้นบรรยากาศก็เงียบลงทันควัน ผมนั่งมองไปข้างหน้านิ่งๆ ลังเลใจกับคำตอบที่จะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของตัวเอง

 

“เอื้อ” คิงเอ่ยเรียกผมอีกครั้งเมื่อเห็นผมไม่ยอมตอบคำถาม ผมเบือนหน้าออกไปมองด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ

 

“ไปเถอะ”

 

“.......................”

 

“ไปคอนโดมึงนั่นแหละ” ผมตอบ สีหน้าของคิงนิ่งสนิทในขณะที่รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเร็วขึ้น

 

ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเป็นFriends With Benefits กับมัน

 

มีหลายอย่างที่ทำให้ผมต้องคิดมากกับการตัดสินใจในครั้งนี้ นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในแบบที่ผมคุ้นเคย ผมเข้าใจดีว่ามันมีความเสี่ยงโดยเฉพาะในเรื่องของความรู้สึก แต่พอคิดว่าคนที่ผมจะดีลด้วยเป็นไอ้คิงแล้วเรื่องนั้นก็ดูเหมือนจะถูกปัดตกไปได้อย่างง่ายดาย

 

ต่อให้มันไม่ได้นอกใจใคร ผมก็ยังไม่ชอบความเจ้าชู้เล่นหูเล่นตาของมันอยู่ดี ในเมื่อผมไม่มีทางจะรู้สึกอะไรกับคนที่ผมไม่ชอบนิสัยอยู่แล้ว ก็หมดปัญหาเรื่องการก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ไปโดยสิ้นเชิง

 

ระหว่างผมกับมันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้จะมีแค่เรื่องเซ็กซ์เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่คิดว่าผมจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกหลังจากวันนั้นที่ผมทะเลาะกับคิงและเดินออกจากคอนโดมันไป แต่ตอนนี้ผมกำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักขนาดใหญ่ของคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสีลมอีกครั้ง ตอนมาครั้งแรกผมไม่ได้สนใจมองห้องเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะตอนนั้นผมกำลังโกรธจัด ครั้งนี้ผมจึงกวาดสายตาสำรวจห้องกว้างขวางแห่งนี้อย่างถี่ถ้วน

 

ห้องพักของคิงกว้างกว่าที่คอนโดผมมาก แถมยังอยู่ในย่านธุรกิจอย่างสีลม ไม่ต้องสงสัยว่าราคาห้องนี้คงเหยียบสิบล้านแน่นอน ภายในห้องคุมโทนสีน้ำตาลเรียบๆ ที่ดูแล้วขัดกับไลฟ์สไตล์ฉูดฉาดของมันอยู่สักหน่อย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆก็เป็นไปในแบบเรียบง่าย แต่แค่ประเมินด้วยสายตาผมก็รู้ว่าโซฟาเบดบุหนังสีน้ำตาลแดงตัวนั้นคงจะราคาเท่ากับเงินเดือนของผมเกือบสามเดือนรวมกันได้เลย

 

ด้วยความที่เงินเดือนโปรแกรมเมอร์ค่อนข้างสูง และพื้นฐานครอบครัวไอ้คิงก็ถือได้ว่ามีฐานะพอสมควร เท่าที่ผมจำได้พ่อแม่มันทำธุรกิจส่งออก มีบริษัทเป็นของตัวเอง มันคงเคยชินกับการใช้เงินจำนวนมากโดยไม่ต้องกระพริบตาด้วยซ้ำ

 

น่าอิจฉาคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองจริงๆ

 

“มึงจะอาบน้ำก่อนไหม?” มันหันมาถามระหว่างที่ผมกำลังจ้องมองโคมไฟแขวนรูปร่างแปลกตาที่อยู่เหนือหัว

 

“...กูไม่มีชุดเปลี่ยน”

 

“ไม่เป็นไรมั้ง คืนนี้มึงคงไม่ได้ใส่อยู่แล้ว” รอยยิ้มบางๆของเจ้าของห้องเต็มไปด้วยเลศนัย ดวงตาสีนิลคู่นั้นพริบพราวหยอกเย้าชนิดที่ว่าถ้าสาวๆมาเห็นคงจะเขินจนทำตัวไม่ถูก แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกไปจากหมั่นไส้กับนิสัยชอบอ่อยเหยื่อของมัน

 

กับผมก็ยังไม่เว้น ให้ตาย...

 

“เสื้อคลุมอาบน้ำอยู่ในตู้สีดำ” คิงพูดพลางชี้ไปทางห้องนอนตัวเอง “มึงไปอาบก่อนแล้วกัน เดี๋ยวกูค่อยอาบ”

 

“อืม” ผมตอบรับพลางเดินไปหยิบเสื้อคลุมแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องนอนของมัน

 

ผมกดล็อคประตู ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกบานเดียวกับที่วันนั้นผมเห็นสภาพร่างตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยประทับตราของเจ้าของห้อง ผมยังจำแววตาของตนในวันนั้นได้ดีว่ามันดูแตกตื่นเพียงใด แต่ตอนนี้ภาพที่กระจกสะท้อนมากลับมีแต่ความสงบนิ่ง

 

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะตัดสินใจพาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้จริงๆ

 

“มึงใส่แบบนี้แล้วดูเซ็กซี่ดีนะ” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นเมื่อผมผลักประตูห้องน้ำออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วร่างกายผมจนผมต้องเบือนหน้าหนีแววตาพึงพอใจของอีกฝ่าย

 

“เลิกจ้องแล้วไปอาบน้ำซะที”

 

“ครับๆ” มันพูดพลางหยิบผ้าเช็ดตัวเดินผิวปากหวือเข้าไปในห้องน้ำ ผมเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบรีโมตขึ้นมากดเปิดทีวี

 

ผมไม่ได้อยากจะดูอะไรหรอก แค่อยากให้มันมีเสียงมาทำลายความเงียบแปลกๆนี่บ้างก็เท่านั้น

 

ผมนั่งอยู่บนโซฟา คิดทบทวนบางอย่างอยู่ในหัว ไม่นานร่างสูงของเจ้าของห้องก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ผ้าเช็ดตัวสีขาวถูกพันไว้รอบเอวสอบ ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามสมส่วนตามแบบฉบับของคนชอบออกกำลังกาย หยดน้ำที่เกาะอยู่พร่างพราวบนผิวกายสีแทนยิ่งส่งให้ภาพนั้นดูราวกับเป็นรูปปั้นงานศิลปะของช่างฝีมือชั้นเยี่ยม

 

ในฐานะผู้ชายด้วยกัน ผมก็ต้องยอมรับอย่างหมดใจว่าหุ่นไอ้คิงมันดีมากจริงๆ

 

“เอื้อ พร้อมยัง?” มันถาม ผมคว้ารีโมตมากดปิดทีวีแล้วเรียกชื่อเจ้าของห้อง

 

“คิง”

 

“ว่า?”

 

“มาทำข้อตกลงกันก่อน”

 

“ว่ามาสิ” มันเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆผม สภาพล่อแหลมเช่นนี้ทำให้สัญชาตญาณบอกให้ผมขยับถอยห่าง แต่ในเมื่อผมตัดสินใจเลือกที่จะทำแบบนี้แล้วผมจะถอยไปทำไม

 

อีกเดี๋ยวคงจะได้ใกล้กันกว่านี้อีกด้วยซ้ำ หมายถึงถ้าไอ้คิงมันรับข้อตกลงของผมได้ล่ะนะ

 

“กูมีข้อตกลงอยู่หลายข้อจะคุยกับมึง ข้อแรก เราจะทำเรื่องแบบนั้นกันได้ไม่เกินอาทิตย์ละ2 วัน” แค่ผมเกริ่นข้อแรกก็ทำให้อีกฝ่ายส่งเสียงท้วงได้ในทันที

 

“โห น้อยไปป่ะ”

 

“ไม่น้อย มึงมักมากเองหรือเปล่า รับไม่ได้ก็---”

 

“กูยังไม่ได้บอกเลยว่ารับไม่ได้” ไอ้คิงพูดสวนขึ้นมา

 

“แปลว่ารับได้?”

 

“...เดี๋ยวค่อยว่ากันทีเดียว มีไรอีก?” มันถาม ผมยิ้มนิดๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ

 

“ห้ามทำรอยบนตัวกู จะในจะนอกร่มผ้าก็ไม่ได้ กูไม่ชอบเห็นผิวตัวเองเป็นจ้ำๆ”

 

“อ่าฮะ”

 

“ก่อนทำต้องได้รับความยินยอมจากกูทุกครั้ง ถ้ากูบอกว่าไม่ก็คือไม่ แล้วถ้าจะทำก็ต้องใส่ถุงยางทุกครั้งด้วย”

 

“โอเค แค่นี้ใช่ป่ะ?”

 

“มีอีก” ผมเม้มปากแน่นเมื่อนึกมาถึงเรื่องสำคัญที่ผมกังวล

 

“ห้ามทำรุ่มร่ามที่ออฟฟิศ ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด แม้แต่เจตก็ไม่ได้”

 

“เอออออ มึงคิดว่ากูจะเที่ยวเอาเรื่องแบบนี้ไปบอกชาวบ้านหรือไง คิดว่ากูจะบอกไอ้เจตว่า เฮ้ยมึง กูกับไอ้เอื้อเอากันอยู่ว่ะ แบบนี้เหรอ” ไอ้คิงพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พอผมส่งสายตาดุๆ ไปให้มันก็ยิ้มขบขัน

 

“กูสัญญาว่าเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคน ไม่ต้องห่วง” มันเอ่ยยิ้มๆ “มีอะไรอีกไหม?”

 

“ถ้ามึงหรือกูเจอคนที่อยากคุยหรืออยากคบด้วยต้องหยุดเรื่องนี้ทันที หรือถ้าตอนไหนที่ใครอยากหยุดก็ต้องหยุด”

 

“ได้” มันรับปาก “แค่นี้ใช่ไหม?”

 

“อ้อ แล้วก็เรื่องสำคัญ”

 

“อะไร?” มันถาม ผมขยับเข้าไปใกล้ จ้องตามันแล้วพูดเสียงดังฟังชัด

 

“ถ้ามึงไปมีอะไรกับคนอื่นเมื่อไหร่ กูก็จะหยุดเรื่องนี้เหมือนกัน”

 

“...อะไรนะ?” ประโยคดังกล่าวทำให้คนฟังเลิกคิ้วสูง ปฏิกิริยาของมันทำให้ผมยกมุมปากขึ้น

 

“อย่างที่มึงบอกว่ามึงโสด จะทำอะไรก็ได้ ใช่ ถ้าปกติกูก็ไม่สนใจว่ามึงจะไปทำอะไรกับใคร แต่ถ้าจะต้องนอนด้วยกันกูก็กลัวโรคนะ”

 

“กูป้องกัน—“

 

“กูก็กลัวอยู่ดี เพราะงั้นกูจะเป็นFWBกับมึงไปจนกว่าใครสักคนอยากจะหยุด หรือจนกว่ามึงจะหาเพื่อนนอนคนใหม่ได้ รับได้มั้ยล่ะ? ถ้ามึงรับไม่ได้ก็จบกันตรงนี้เลย”

 

ผมเหยียดยิ้มทันทีเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งๆของอีกฝ่าย การที่ผมจงใจยื่นเงื่อนไขแบบบังคับกลายๆเพราะผมไม่ชอบใช้ผู้ชายร่วมกับใคร ต่อให้คนๆนั้นจะไม่ใช่คนที่ผมรักก็ตาม เหตุผลสำคัญก็คือผมกลัวโรคติดต่อ ผมไม่มีทางรู้เลยว่าคนอื่นๆที่มันไปนอนด้วยจะมีโรคไหม ต่อให้ใส่ถุงยางมันก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะป้องกันโรคได้100% เกิดคิงมันเอาโรคมาติดผมขึ้นมา ชีวิตผมคงพังพินาศแน่นอน

 

ผมไม่ได้อยากประชดชีวิตถึงขั้นนั้นหรอก

 

อาจจะดูเหมือนผมเห็นแก่ตัวเกินไป แต่ผมก็ไม่ได้ไปเค้นคอมันให้ตกลงเสียหน่อย ถ้ามันรับไม่ได้ผมก็ไม่ว่าอะไร แค่ปิดดีลกันไปก็เท่านั้น แต่ด้วยนิสัยอย่างไอ้คิงกับเงื่อนไขที่เป็นการจำกัดอิสรภาพกันอย่างชัดเจนแบบนี้ ร้อยละ90 ผมมั่นใจว่ามันจะไม่ตอบตกลง

 

“เออ”

 

เห็นไหม มันไม่...

 

อะไรนะ

 

“ต่อจากนี้กูจะเอามึงคนเดียว โอเคมั้ย”

 

"............................"

 

"กูไปเรื่อยเพราะไม่เจอคนที่คลิกด้วย หรือเจอแล้วแต่มีปัญหา แต่กับมึงกูทั้งคลิกด้วย แล้วยังไงมึงก็ไม่มีวันมาชอบกูอยู่แล้ว กูจะไปหาคนอื่นอีกทำไมล่ะ" มันถามผมที่กำลังนั่งอึ้งด้วยความไม่คาดคิด

 

ผมนึกว่าพอเจอเงื่อนไขนี้เข้าไปมันจะต้องปฏิเสธแน่ๆ ไม่คิดว่ามันจะยอมรับง่ายๆแบบนี้เลย

 

“อย่างมึงอ่ะนะ จะทำได้จริงเหรอ?” ผมหรี่ตาลงอย่างไม่อยากเชื่อ

 

“เออ ไม่รู้เหมือนกันว่ะ แต่ถ้าตอนไหนที่กูไปนอนกับคนอื่น กูสัญญาว่าจะไม่โกหกมึง”

 

"............................"

 

“ยังไงเราก็เพื่อนกันนี่หว่า แล้วก็ทำงานที่เดียวกันอีก กูไม่อยากจบแบบแย่ๆกับมึงว่ะ สมมติถ้าเรื่องนี้มันจบไป กูก็ยังอยากเป็นเพื่อนกับมึงอยู่ดี” มันเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนทำให้ความไม่มั่นใจของผมเริ่มคลายลง

 

พูดตามตรง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเชื่อมันได้มากน้อยแค่ไหน แต่จากเหตุการณ์คืนนั้น และการที่มันขอโทษผมอย่างจริงใจ ผมก็คิดว่ามันน่าจะรับผิดชอบคำพูดของตัวเองอยู่พอสมควร ถึงอย่างไรผมก็ไม่ได้วางแผนให้ความสัมพันธ์นี้มันยืดเยื้ออยู่แล้ว อย่างมากก็คงสักเดือนที่ไอ้คิงจะทนไม่ไหวแล้วต้องออกไปสานสัมพันธ์กับคนอื่น

 

พอถึงเวลานั้นก็จบเรื่องนี้ลง ผมกับมันก็แค่กลับไปทำตัวตามปกติ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 

“แต่กูก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน ถ้ามึงจะไม่ให้กูไปนอนกับคนอื่น 2 วันต่ออาทิตย์มันไม่พอ” มันยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับเจ้าเล่ห์ “กูขอ4 วัน”

 

“เยอะไป” ผมชักสีหน้า

 

“ไม่เยอะ”

 

“กูไม่--”

 

“3 ก็ได้ ตกลงไหม กูจะไปหามึงที่คอนโด 3 วันต่ออาทิตย์พอ” คิงยอมผ่อนปรนลงเมื่อเห็นว่าผมดูท่าจะไม่ยอมจริงๆ ดวงตาสีนิลดูอ่อนแสงลงเล็กน้อยยามที่มันขยับเข้ามาใกล้ผม

 

“เงื่อนไขมึงเยอะแยะกูก็ยอมรับทุกอย่าง นี่กูเสียเปรียบมึงมากแล้วนะคุณอนล ตามใจกูสักเรื่องสิครับ” มันโน้มหน้ามากระซิบเสียงต่ำอยู่ข้างหู ผมเบือนหน้าหนีเล็กน้อยพลางเม้มปากอย่างชั่งใจ

 

“ก็ได้” ผมตอบไป ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆอย่างพึงพอใจในลำคอของอีกฝ่าย คิงเท้าแขนทั้งสองข้างลงกับพนักโซฟา กักตัวผมไว้ในวงแขนกว้างแล้วก้มหน้าลงมาประชิด

 

“ข้อตกลงหมดแล้วใช่มั้ย?” เสียงทุ้มกระซิบพร่าบ่งบอกอารมณ์ที่เริ่มปะทุ

 

“อืม”

 

“งั้นเราจะเริ่มกันได้หรือยัง?”

 

 

 

 

::CUT::

(ตามหาคัทได้ที่ไบโอทวิตเตอร์ @ltbb_novels ค่ะ)

 

 

 

 

 

 

กว่าสงครามบนเตียงของพวกผมจะจบลงเวลาก็ล่วงเลยมาค่อนคืน ผมนอนตาปรืออย่างอ่อนเพลีย รู้สึกเหมือนจะเคลิ้มหลับได้ทุกเมื่อ ในขณะที่คนข้างกายลุกขึ้นพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวแล้วเดินไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก ผมขมวดคิ้วเมื่อเห็นคิงถือไฟแช็กกับบุหรี่เดินมานั่งบนเตียง

 

“ทำอะไร?”

 

“สูบบุหรี่” มันตอบพลางทำท่าจะจุดไฟแช็ก

 

“ออกไปสูบนอกระเบียงเลย” ผมพูดเสียงห้วนพลางยกผ้าห่มขึ้นคลุมโปง สิ่งหนึ่งที่ผมเกลียดก็คือกลิ่นบุหรี่ สำหรับผมแล้วมันเหม็นชวนเวียนหัวมากๆ

 

“เออๆ” มันยอมลุกไปเปิดประตูกระจกออกไปยืนนอกระเบียง

 

ประกายไฟถูกจุดลงบนปลายมวนบุหรี่ คิงจรดริมฝีปากลงบนแท่งสีขาวเพื่อสูดนิโคตินเข้าปอด ควันลอยเอื่อยเฉื่อยออกจากปากของมัน

 

ผมมองเหม่อไปยังแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียง รอยข่วนทั่วแผ่นหลังสีแทนของคิงและร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มของผมบ่งบอกได้ดีว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นั้นเกิดขึ้นจริง

 

คู่นอน เพื่อนบำบัดเซ็กซ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนนั้นผมกับไอ้คิงมีความสัมพันธ์แบบนั้นกันแล้วโดยสมบูรณ์

 

เปลือกตาที่หนักอึ้งเพราะความเหนื่อยอ่อนของผมค่อยๆปิดลงช้าๆ ส่วนลึกภายในจิตใจของผมยังคอยโต้แย่งว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่ก็สายเกินไป เพราะผมตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว

 

มันก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมอยากจะลองทำอะไรบ้าๆ สักครั้งในชีวิต และอีกไม่นานผมก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม

 

อีกไม่นาน...

 

 

 

#อย่าเล่นกับอนล

 

เด็กดีแบนฉากคัทเลยต้องไปอ่านใน RAW กันแทนน้า เราใส่ลิงค์ไว้ให้แล้ว ใครที่มีปัญหาอ่านใน RAW แล้วมันเด้งออก ให้ไปที่ตั้งค่าประสิทธิภาพ แล้วเลือก Lite mode นะคะ

 

 

มีคนถามมาว่าเอื้อไม่ชอบคิง แล้วทำไมถึงยังยอมเป็น FWB ด้วย

 

คำตอบ: ความเจ้าชู้ของคิงยังอยู่ในระดับที่เอื้อพอรับได้ค่ะ คือต่อให้ฟันไปทั่ว คิงก็ไม่ได้ไปแย่งแฟนใครหรือนอกใจแฟนแบบที่เอื้อเคยโดนมา (อันนี้แน่นอนเพราะคิงมีแต่คนควง) ซึ่งเอื้อมองว่ามันก็ยังโอเคอยู่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะชอบ และสาเหตุนี้เองที่เอื้อยอมตกลง เพราะคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันรู้สึกอะไรกับคนนิสัยอย่างคิงแน่ๆนั่นเองค่ะ

 

แต่อนาคตคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้นะคะคุณอนล...

 

 

อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นหรือติดแท็ก#อย่าเล่นกับอนล เป็นกำลังใจให้เราหน่อยน้า หรือจะแวะไปคุยเล่นกับเราในทวิตเตอร์ @ltbb_novels ก็ได้นะคะ รออ่านคอมเม้นของทุกคนอยู่นะ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.301K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,518 ความคิดเห็น

  1. #3442 Nantha_one (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 12:29
    ต้องตามหาซินะ
    #3,442
    0
  2. #3256 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 20:05
    แซ่บเหลือเกินค่ะคุณอนล
    #3,256
    0
  3. #1987 QazWsx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 08:51
    ดีๆกันนะลูกนะ ฮอตมาก แต่กลัวใจในความสัมพันธ์ TT
    #1,987
    0
  4. #1825 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 11:02
    มือทาบอกๆ
    #1,825
    0
  5. #1442 toom2529 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 19:45
    พึ่งมาตามอ่านนนไม่ทันน
    #1,442
    0
  6. #1441 Phoomesri567 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:59
    แงงงงง ทำไมอ่านไม่ล่ายอ๋าาาาาา
    #1,441
    1
  7. #1439 Pipipapa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 11:15
    มีความแซ่บสุดๆ คู่นี้คือเผ็ดร้อนมากแม่หัวใจจะวาย
    #1,439
    0
  8. #1331 salmonism (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 21:12
    โอ่ยยยยยยโซเเดมฮอตมากค่าาาาาทั้งคู่เรยยยยยยยย
    #1,331
    0
  9. #1264 MyJS (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 03:31
    น้องอุตส่าห์สร้างเงื่อนไขให้ยุ่งยาก เผื่อจะมีหวังให้ข้อตกลงโมฆะ แต่คู่กรณีดันรับได้ซะงั้น
    #1,264
    0
  10. #1252 . ฟูอะโลน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 22:17
    แลงมากค่ะคุรพี้ หืดหาดดดด
    #1,252
    0
  11. #1234 Khaha62442 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 08:41

    เกียดการพูดลงท้าย"ครับ"ของพิคิง จิตใจชุ้นระทวยเหลือเกิน~~
    #1,234
    0
  12. #1200 thethirdofsep (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 20:29
    คิงง นายไม่เบากับเพื่อนเลยอะ!!!
    #1,200
    0
  13. #1187 Aisa-Mee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 17:34
    อื้อหืออออออ

    คิงมันจัดเต็ม
    #1,187
    0
  14. #1186 yuri- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:56
    เป็นกำลังใจนะค่ะ
    #1,186
    0
  15. #1182 bbrarrr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 08:19
    แส่บมาก
    #1,182
    0
  16. #1181 daodoy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 07:58
    คุณอนลรอบคอบดีนะ
    เซฟตัวเองเก่งมาก
    #1,181
    0
  17. #1180 Soie Seta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 05:36
    ฮรุก ดีมากตอนนี้ ปริ่มใจ
    #1,180
    0
  18. #1179 Kaoz_Hunter_Sky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 02:05
    เลือดสูบฉีดดีละเกิน 🌚🌝
    #1,179
    0
  19. #1178 markjinbliss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 00:27
    เลือดจะหมดตัวกับ cut scene แซ่บทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร เป็นคู่ fwb ที่สมน้ำสมเนื้อจริงๆ
    มีหลายอย่างในตัวคิงที่ทำให้สงสัยว่าคิงจะชอบเอื้ออยู่ก่อนแล้ว แต่ว่ามันอาจจะเป็นแค่นิสัยของคิง ตอนเจอกันครั้งแรกก็คงอยากได้เอื้ออยู่ไม่น้อยและเก็บความอยากได้นั้นไว้ในใจมาตลอด พอวันที่จะได้เลยพยายามหว่านล้อมให้เอื้อตกลงเพราะยังไงตัวเองก็วินๆ และชื่อเรื่องว่า “อย่าเล่นกับอนล” เหมือนเตือนคิงว่าอย่าเล่นกับไฟเพราะจะโดนไฟครอกซะเอง ตอนนี้เลยเดาว่าเอื้อน่าจะรู้สึกกับคิงก่อน และสุดท้ายก็จัดการคิงด้วยวิธีของคุณอนลได้อยู่หมัด
    #1,178
    0
  20. #1176 sasepalmy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:46
    แซบมากกกกกกกกกกก
    ไม่มีใครยอมใคร แซบทั้งคู่

    เลือดหมดตัวแล้วค่าาาาาาา
    #1,176
    0
  21. #1175 porzaza182546 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:06
    อัากกกกกกพี่คิง ฮือๆๆๆๆๆๆๆแซ่บไม่ไหวแล้ว แง แต่ขอเดาว่าคิงชอบก่อน แงงงงงง ไม่ไหวๆๆๆคิงเอื้อแซ่บมาก ฮือ
    #1,175
    0
  22. #1173 1406chxx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 12:53
    ใจไม่ดีเลยค่ะ อุแง
    #1,173
    0
  23. #1172 jasuhimo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:41
    ใดๆก็ขออย่าให้น้องต้องเสียใจมากไปกว่านี้
    #1,172
    0
  24. #1171 nn1998 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:02
    ใครจะเป็นคนที่เริ่มรู้สึกก่อนนะ
    #1,171
    0
  25. #1170 LittleBJR (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:01
    พอเป็นคนที่คลิกมันก็จะเข้ากันได้ดี อิอิ ติดตามตอนต่อไปงับ
    #1,170
    0