นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,750 ครั้ง
    4 ก.ย. 63

นายแบบหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้นตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้ากระจกให้ทีมช่างแต่งหน้าได้แต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าของตัวเอง

 

“ผิวหน้าดีจังเลยนะคะ มีเคล็ดลับอะไรพอจะแนะนำได้บ้างไหมคะ” เสียงของผู้ช่วยช่างแต่งหน้าที่กำลังลงรองพื้นบนใบหน้าของลิเคียวถามออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมปนอิจฉา แต่หน้าให้กับคนดัง ๆ มาก็เยอะ แต่ลิเคียวจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่ผิวหน้าดีที่สุดที่เธอเคยเจอมา ไม่มีรูขุมขน ไม่มีรอบสิว ไม่มีแม้แต่ไรหนวดด้วยซ้ำ 

 

บางทีพระเจ้าอาจจะใส่เพศให้ผิด

 

ผู้ช่วยช่างแต่งหน้าสาวคิดในใจอย่างอดไม่ได้

 

“แค่ล้างหน้าปกติ….ครับ” น้ำเสียงแหบพร่าของลิเคียวตอบออกไป และพอเขาตอบออกไปอย่างนั้น เขาก็ได้รับสายตาอิจฉากลับมา

 

“เฮ้อออ คนที่ผิวดีอยู่แล้วนี่มันน่าอิจฉาจริง ๆ ฉันนะคะ บำรุงเป็นสิบขั้นตอนหน้ายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของคุณเลย พระเจ้าต้องไม่รักฉันแน่ ๆ” เมื่อหญิงสาวพูดแบบนี้ออกมา สายตาของคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องก็จ้องมองไปที่หล่อนทันที

 

ถ้าการที่ผิวหน้าดีสู้ลิเคียวไม่ได้แปลว่าพระเจ้าไม่รัก งั้นคนที่อยู่ในห้องนี้ทั้งหมดนอกจากลิเคียวแล้วก็ไม่ใช่ลูกรักของพระเจ้าทั้งนั้น!

 

ลิเคียวไม่มีปฏิกิริยาตอบรับอะไรกับคำพูดของผู้ช่วช่างแต่งหน้าคนนี้อีกแล้ว เขานั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างแต่งหน้าได้ละเลงสีสันลงบนใบหน้าของเขาตามสะดวก และคอยทำตามที่ช่างแต่งหน้าบอกเท่านั้น มองบนบ้าง หลับตาบ้าง เม้มปากบ้าง 

 

ไม่รู้ว่าแต่งหน้าหรือทำกายภาพใบหน้ากันแน่

 

คนที่ไม่ค่อยได้แต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนไม่ได้เท่าไหร่นักอดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ในใจ

 

ใช้เวลารังสรรค์ความงดงามอยู่เกือบสองชั่วโมง ในที่สุดนายแบบทั้งเจ็ดคนก็แต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว 

 

ดวงตาคู่ยาวรีของลิเคียวมองตัวเองในกระจกแล้วหัวคิ้วก็ย่นเข้าหากัน เขาไม่ชินกับตัวเองในตอนนี้จริง ๆ เปลือกตาสองชั้นนั้นโดนกรีดด้วยอายไลน์เนอร์สีดำจนเป็นเส้นคมชัด เน้นให้ดวงตาของเขาดูเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

การที่ลิเคียวขมวดคิ้วมองตัวเองในกระจกทำให้ช่างแต่งหน้าและคนอื่นที่มองเขาอยู่นั้นคิดไปเองว่าเขากำลังไม่พอใจกับผลงานที่ได้ออกมา

 

ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าโดยปกติใบหน้าของลิเคียวก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนเฟียส ๆ อยู่แล้ว ถ้าเป็นในสมัยก่อนก็สามารถเรียกได้ว่าเหมาะที่จะรับคาแร็คเตอร์เป็นตัวร้าย ตรงข้ามกับวอดก้าที่มีใบหน้านุ่มนวลอ่อนโยน ใสซื่อบริสุทธิ์ 

 

ทีมช่างแต่งหน้าอ้าปากจะพูดอะไรสักประโยคหนึ่งกับลิเคียว เมื่อเจ้าตัวยังไม่เลิกขมวดคิ้ว ทว่ายังไม่ทันจะได้เปิดปากพูดอะไรออกไป น้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ฟังแล้วจั๊กจี้รูหูก็ดังออกมาก่อน

 

“ขอบคุณครับ” ศีรษะถูกจัดแต่งทรงผมอย่างดี ผมหน้าที่ปกหน้าผากก็ถูกเสยขึ้นไปจนเผยหน้าผากมนสวยได้รูปนั่นก็ก้มลงน้อย ๆ

 

คำพูดขอบคุณของลิเคียว พร้อมกับการขมวดคิ้วที่หายไปแล้วทำให้ความรู้สึกไม่ดีในใจของทีมช่างแต่งหน้าจางหายไป แต่ถึงอย่างนั้นก็นับได้ว่ามีตะกอนอยู่ในใจ

 

และมีคนที่อดไม่ได้จะเอาลิเคียวไปเปรียบเทียบกับวอดก้า ไม่ว่าจะยังไงแล้วพวกเขาก็ชอบวอดก้าที่อ่อนน้อม อ่อนโยน และใสซื่อบริสุทธิ์มากกว่า

 

นับได้ว่าคนพวกนี้น่าเสียดายจริง ๆ ที่อยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี เจอคนมาหลายรูปแบบ แต่ก็ยังแยกคนไม่ออก มองคนไม่ถูก

 

แต่ว่าบางทีก็ไม่อาจโทษคนพวกนี้ได้จริง ๆ ใครใช้ให้วอดก้าเสแสร้งได้เก่งเกินไป เล่นละครตบตาได้อย่างแนบเนียน ส่วนลิเคียวนั้น อาจจะต้องไปเรียนรู้จากวอดก้าให้มากกว่านี้

 

ฮืม ไม่เรียน ไม่ชอบก็ไม่ต้องชอบสิ เตกิล่าชอบก็พอแล้ว

 

ซึ่งนี่ก็คือความในใจที่แท้จริงของลิเคียว

 

เพราะเขาไม่แคร์สายตาของคนอื่น และเขาก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักมาชอบ ไม่ต้องการที่ยืนในวงการบันเทิง เพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจที่จะสร้างภาพ

 

ไม่สนใจว่าใครจะนินทาลับหลังยังไง แต่ถ้าพูดให้ได้ยินกับหู เขาก็จะถามออกไปแค่ประโยคเดียวเท่านั้น

 

‘จะหุบปาก หรือจะตาย’

 

“เอาล่ะ เดี๋ยวแต่ละคนเปลี่ยนชุดกันได้เลย” คราวนี้เสื้อผ้าที่พวกเขาได้รับมาเป็นชุดสูทที่ตัดมาอย่างพอดีตัวแล้วสำหรับทั้งเจ็ดคน ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลสัดส่วนพวกนี้ทางโมเดลิ่งของนายแบบเป็นคนจัดส่งให้ 

 

ชุดที่ทั้งเจ็ดคนต้องใส่นั้นมาในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด และการที่ใส่ชุดเหมือนกัน นั่นจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบได้เป็นอย่างดี

 

สีหน้าของแต่ละคนนั้น ก่อนหน้านี้หากว่ามีความมาดมั่น มั่นใจกันอยู่เต็มร้อย ตอนนี้ก็ลดหายไปพอสมควร และตัวการก็คือลิเคียว

 

แต่ก็ยังมีบางคนที่สามารถเรียกความมั่นใจขงตัวเองกลับมาได้

 

ไม่ว่าจะมองยังไง ชุดสูทพวกนี้ก็ดูจะเหมาะกับรูปร่างของพวกเขามากกว่าลิเคียว

 

คนที่ตัวสูงกว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร และมีรูปร่างที่ตึงกระชับแน่นคิดกับตัวเองในใจ

 

ซึ่งผู้จัดการส่วนตัวที่มากับเขาด้วยนั้นเห็นสีหน้าของนายแบบในความดูแลของตัวเองก็รู้แล้วว่าคิดดอะไรอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะกระซิบเตือนที่ข้างหู

 

“อย่าประมาทเด็ดขาด ลิเคียวมีดีกว่าที่ทุกคนคิด และเขาแตกต่างจากพวกนาย ไม่ใช่แค่ขนาดตัว แต่รวมถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ทางที่ดี นายปรับอารมณ์ของตัวเองให้ดี อย่าทำอะไรผิดพลาด” ผู้จัดการส่วนตัวอยากจะพูดต่อไปอีกด้วยว่า ในวงการสายนี้ ไม่เพียงแค่การมีรูปร่างที่ดีเท่านั้น แต่ต้องมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนด้วย และลิเคียวก็มีมัน นั่นทำให้เจ้าตัวโดดเด่นออกมาจากคนอื่นโดยที่ไม่ต้องลงมือทำอะไรมากเลย

 

ทว่าแม้ว่าอยากจะพูดออกไปแค่ไหน ก็รู้ว่าไม่เหมาะที่จะพูดเวลานี้ ด้วยกลัวว่าจะทำให้เด็กของตัวเองเสียสมาธิ 

 

ชายหนุ่มทั้งเจ็ดคนรับชุดจากทีมงานแล้วเขาไปในห้องเปลี่ยนเสื้อ แต่ละคนก็มีผู้จัดการส่วนตัวของตัวเองตามเข้าไปด้วย รวมทั้งทีมงานอีกหนึ่งคนเข้าไปช่วยด้วย

 

ลิเคียวเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด โดยมีแดนเดินตามเข้าไป ทว่าก่อนที่จะได้เข้าไปในห้องแต่งตัว แดนก็หันไปพูดกับทีมงานที่เดินตามเข้ามาก่อนว่า

 

“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” รอยยิ้มสุภาพถูกส่งออกไป ทว่าแววตานั้นเรียบนิ่งไม่บอกอารมณ์

 

ทีมงานหนุ่มแม้ว่าอยากจะคัดค้าน แต่เห็นสายตาของแดนแล้วก็ถอยกลับไปแต่โดยดี

 

เมื่อแดนเดินตามลิเคียวเข้าไปแล้ว เขาก็พบว่าเด็กหนุ่มกำลังรูดกางเกงยีนส์ออกจากปลายเท้าพอที ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงเหลือแค่เพียงกางเกงในตัวสั้นแบบ๊อกเซอร์เท่านั้นที่คลุมท่อนร่างอยู่

 

แดนหลบตาไปวูบหนึ่ง คิดในใจว่าจะไม่ให้เจ้านายรู้เหตุการณ์ในตอนนี้เด็ดขาด 

 

ลิเคียวไม่สนใจแดนที่เดินตามเข้ามา หลังจากที่ถอดกางเกงออกไปได้ เขาก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวมาสวมก่อน ลงมือติดกระดุมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้ามกางเกงสีดำมาสวมตามโดยที่เก็บชายเสื้อเข้าไปด้านในกางเกงเรียบร้อย 

 

เมื่อลิเคียวใส่เสื้อตัวในและกางเกงเรียบร้อยแล้ว แดนก็เข้ามาช่วยติดกระดุมที่แขนเสื้อให้ลิเคียว ก่อนที่จะหยิบเสื้อสูทสีดำมาสวมทับให้

 

ด้วยความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซ็นติเมตร และรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเจ้าตัว ทำให้ในตอนนี้ลิเคียวไม่ต่างอะไรกับเทพบุตรในฝันของสาว ๆ ใบหน้าที่โดดเด่นนั่นทำให้แดนอดไม่ได้ที่จะมองให้มากหน่อย

 

ลิเคียวไม่สนใจสายตาของแดน เขาหมุนตัวหันหน้าเข้าหากระจกแล้วพบว่าแม้ว่าเขาจะคุ้นชินกับการแต่งตัวแบบนี้ แต่ไม่คุ้นกับใบหน้าที่มีเครื่องสำอางเลยสักนิด

 

ไม่มีโอกาสได้มองตัวเองผ่านกระจกนานนัก เสียงเรียกของทีมงานดังขึ้น เร่งให้พวกเขาไปที่หน้าฉากได้แล้ว

 

การถ่ายทำเซตที่สามเริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ก็ยังคงเป็นการถ่ายแบบหมู่เจ็ดคนอย่างเช่นเคย และคราวนี้ทั้งหกคนต่างฉลาดขึ้นมาอีกนิด พวกเขาไม่ยืนกระจัดกระจายหน้าหลังอีกแล้ว แต่ยืนเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาน และนั่นทำให้ลิเคียวต้องยืนเรียงแบบพวกเขาไปโดยปริยาย

 

ลิเคียวถูกดันไปยืนที่ท้ายสุดของแถว ชายหนุ่มที่มีขนาดตัวเล็กที่สุดในบรรดาเจ็ดคนนั้นไม่ได้ทักท้วงอะไร เขารู้ดีว่าการที่ทีมงานให้ชุดที่เหมือนกันกับพวกเขามา นั่นก็เพื่อที่จะให้เกิดการเปรียบเทียบ และเมื่อผลงานออกมา คนที่โดดเด่นที่สุดจึงจะได้รับเลือก

 

แม้ว่าลิเคียวจะไม่สนใจที่ยืนในวงการบันเทิง เพราะเขาไม่คิดที่จะอาชีพนี้นานนัก ทว่าถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ปล่อยให้คนอื่นรวมหัวกันเล่นงานตัวเองแน่

 

ดวงตายาวรีของลิเคียวปรายมองอีกหกคนที่เหลือ ก่อนที่จะยกยิ้มที่มุมปาก มันเป็นองศาที่พอดิบพอดีราวกับคำนวนมาแล้วว่ายกมุมปากในองศาเท่านี้จะสามารถเรียกความสนใจจากคนอื่นได้มากมาย

 

มุมปากยกเป็นรอยยิ้มทั้งสองข้าง มันเป็นรอยยิ้มที่คลุมเครือ จะบอกว่าอ่อนโยนก็อ่อนโยน แต่เมื่อรวมกับดวงตาที่เหมือนกับหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกลึกลับออกมา

 

อันที่จริงถ้าเกิดว่านายแบบแต่ละคนนั้นฉุกใจคิดสักนิด ก็จะจำได้ว่าคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็คที่พวกเขาเข้าร่วมนี้มีคอนเซ็ปต์อะไร พวกเขาก็จะสามารถพรีเซ็นส์มันออกมาได้เป็นอย่างดี

 

เสียดายที่พวกนั้นมองแค่ว่ารอบนี้เป็นรอบเทสหน้ากล้องเท่านั้น ไม่ใช่การถ่ายทำจริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ให้ความสนใจกับคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็คเลย แล้วกว่าพวกเขาจะนึกได้ ก็เข้าสู่การถ่ายสองเซ็ตสุดท้ายแล้ว

 

ซึ่งมันสายไปที่จะมาเรียกคะแนนความสามารถเอาตอนนั้น

 

การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบเรียบ ทว่าบรรยากาศก็มีความกดดันอยู่พอสมควร สีหน้าของช่างภาพชื่อดังอย่างเกรย์นั้นเรียบนิ่ง ทว่าแววตานั้นคล้ายจะหมดความอดทนเอาเต็มที่ โชคดีที่สองเซ็ตสุดท้ายนายแบบอีกหกคนที่เหลือกลับตัวได้ทัน และนั่นทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาบ้าง เกรย์อารมณ์เสียน้อยลง

 

เมื่อเสร็จสิ้นการถ่ายทำแล้ว นายแบบอีกหกคนนั้นต่างก็พอจะคาดเดาถึงผลลัพธ์ได้แล้ว แต่แน่นอนว่ามันจะไม่ใช่การยอมแพ้อย่างง่าย ๆ แน่นอน มีหลาคนเตรียมที่จะเข้าพบกับผู้มีอำนาจของโมเดลิ่งเพื่อพูดคุยว่าพอจะแก้ไขอะไรได้บ้าง

 

แม้ว่าการได้ขึ้นปกนิยตสารไทม์จะเป็นเกียรติแก่นายแบบหน้าใหม่อย่างพวกเขาแล้ว แต่การได้เป็นตัวหลักของโปรเจ็คนี้ต่างหากจึงจะเรียกได้ว่าเป็นโชคลาภอย่างแท้จริง

 

ซึ่งพวกเขาจะต้องพยายมให้ถึงที่สุดเพื่อแย่งชิงมันมาให้ได้

 

ในขณะที่นายแบบบางคนวางแผนจะเข้าพบผู้มีอำนาจ ลิเคียวกับรีบล้างหน้าเปลี่ยนชุดแล้วไปยืนรอเตกิล่าที่หน้าสตูดิโออย่างใจจดใจจ่อ ปล่อยให้แดนเดินถือสัมภาระของเขาเดินตามมา

 

การเร่งรีบของลิเคียวเรียกความสนใจของทีมงาน และก็มีทีมงานบางคนที่จำได้ถึงคำพูดของเตกิล่าก่อนที่เจ้าตัวจะกลับไป ดังนั้นพวกเขาจึงรู้แล้วว่าลิเคียวรีบเพื่ออะไร

 

“สรุปว่าคนคนนั้นคือเด็กของเวลส์คนน้องใช่ไหม” น้ำเสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่คล้อยหลังลิเคียวและแดน

 

และคำถามนี้มันดังเข้าหูของผู้จัดการส่วนตัวของโรเบิร์ต นายแบบจากประเทศเอ

 

“เป็นเด็กเส้นสินะ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้คนที่ถูกเลือกคือเรียวตะ แต่ตอนหลังได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุจนได้ลิเคียวมาแทนที่ ไม่แน่ว่าเบื้องหลังการเกิดอุบัติเหตุจะมีอะไรซุกซ่อนอยู่ก็ได้” พูดด้วยดวงตาสว่างวาบ คิดว่ากลับไปจะให้คนไปสืบหาข้อมูลสักหน่อย หากว่าเป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ก็จะได้ใช้เป็นข้อเรียกร้องในการถอดลิเคียวให้ออกจากโปรเจ็คนี้

 

ความคิดนี้ไม่ใช่แค่เพียงจากผู้จัดการส่วนตัวของโรเบิร์ตเท่านั้น ยังมีผู้จัดการส่วนตัวของเฉินเซียวหนานด้วย

 

ซึ่งคนพวกนี้ไม่ได้รู้เลยว่าความคิดนี้ของตัวเองนั้นจะนำมาเสียใจมาให้ในภายหลัง

 

นอกจากจะไม่สามารถกำจัดลิเคียวได้แล้ว ยังเสียโอกาสในการเข้าร่วมโปรเจ็คนี้ไปอีกด้วย

 

(ต่อ)

 

ฝ่ายลิเคียวที่ออกมายืนรอเตกิล่าอยู่หน้าสตูดิโอ เขายืนรออยู่ได้ไม่นาน ขบวนรถหรูสีดำก็แล่นเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้า 

 

เสียงจ้องแจ้กจากคนที่ทยอยเดินออกมาเพื่อรอให้รถของตัวเองเคลื่อนที่มารับก็ค่อย ๆ เงียบลง สายตาจับจ้องไปยังรถคันที่อยู่ตรงกลาง ด้วยรู้โดยสัญชาติญาณว่าคนสำคัญอยู่ในนั้น

 

เตกิล่ายิ้มในแววตาและสีหน้า เขาก้าวเท้าเดินไปที่รถอย่างช้า ๆ รอให้เตกิล่าก้าวลงมาจากรถมาก่อน

 

หากเป็นคนอื่น ในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้จะต้องไม่พยายามเผยความสัมพันธ์ระหว่างเตกิล่าเป็นแน่ แต่ลิเคียวไม่สนใจ เขาไม่สนใจถ้อยคำนินทา หรือเสียงกร่นด่าว่าเขาใช้เส้นสายเพื่อให้ได้มาซึ่งงานสำคัญ

 

ไม่สนใจ ถ้าไม่มาพูดให้ได้ยินต่อหน้า

 

เตกิล่าก้าวลงจากรถ แล้วตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาของทีมงานของสตูดิโอ และทีมงานจากสตูดิโอข้างเคียง 

 

“นั่นแฝดเวลส์ คนพี่หรือคนน้องน่ะ แล้วมาทำไมที่นี่” คำพูดนี้ดังมาจากปากของทีมงานที่อยู่สตูดิโอข้าง ๆ 

 

“ดูเหมือนจะมารับคนนะ นั่นน่ะ น่าจะเป็นคนนั้นที่กำลังเดินเข้าไปหาอยู่ ว้าวววว หน้าตาดีจริง ๆ อยากรู้จังว่าเป็นใคร แฝดด้วย อยากรู้ว่าแฝดพี่หรือแฝดน้อง” เพื่อนที่ทำงานอยู่สตูดิโอเดียวกันพูดตอบกลับ ก่อนที่ทีมงานอีกหนึ่งคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กันจะพูดขึ้นมา

 

“ทำไมสงสัยอะไรกันแปลก ผู้ชายสวย ๆ ที่กำลังเดินไปที่รถนั่นก็คนที่เพิ่งเป็นข่าวไปไม่กี่วันก่อนไง แล้วอย่างนั้นคนที่สงสัยกันยังไงก็ต้องเป็นแฝดคนน้อง เตกิล่าอยู่แล้ว แฝดคนพี่มีแฟนแล้ว แล้วแฟนก็ดีมากด้วย เขารักกันมาก มาร์ตินี่ไม่มีทางนอกใจวอดก้ามาอยู่ที่นี่หรอก” อธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงท้าย ๆ

 

คำพูดของทีมงานคนนี้ทำเอาอีกสองคนที่เหลือกลอกตาไปมาอย่างรำคาญ หนึ่งคือรำคาญความเป็นแฟนคลับวอดก้า และสนับสนุนวอดก้ากับมาร์ตินี่ สองคือรำคาญการตัดความคาดหวังที่จะรอฟังข่าวสนุก ๆ ของตัวเอง

 

เป็นเตกิล่าจะไปสนุกได้ยังไงล่ะ ต้องเป็นมาร์ตินี่สิ อยากรู้ว่าถ้าวอดก้าถูกนอกใจจะเป็นยังไง มันต้องบันเทิงมากแน่ ๆ

 

บนโลกนี้ก็มีคนประเภทนี้อยู่ด้วย คนประเภทที่ชอบมาเรื่องความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ใครจะเสียใจยังไงก็ช่าง ขอสร้างความบันเทิงให้ตัวเองก่อน และทั้งนี้หากยิ่งเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่แล้วด้วยยิ่งดีเข้าไปใหญ่

 

คนพวกนี้สักวันหนึ่งจะได้รับบทเรียนราคาแพงในการใช้ชีวิต

 

กลับไปที่ลิเคียว เมื่อเดินเข้าไปหาเตกิล่าแล้วเขาก็เปิดปากพูดทันที

 

“ผมเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซน ตั้งใจทำงานมาก” พูดพร้อมกัแหงนเงยใบหน้าขึ้นสบตากับเตกิล่า ดวงตาคู่รียาวนั้นจดจ้องไปยังดวงตาคู่คมของเตกิล่า กระพริบตาปริบ ๆ มองอย่างเรียกร้องคำชม

 

รีบชมเร็ว ๆ เข้า

 

เตกิล่าคล้ายว่าจะได้ยินเสียงนั้นดังออกมาจากสายตาของลิเคียว เขากระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วยกมือขึ้นวางลงบนกลุ่มผมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสเปรย์ฉีดผมของลิเคียว ลูบมันเบา ๆ สองสามครั้งพร้อมกับเปิดริมฝีปากพูดชม

 

“เด็กดี”

 

คนที่เคยเถียงว่าไม่เด็กแล้ว มาคราวนี้ยิ้มในสีหน้า แววตาทอประกาย ดีใจกับคำชมที่ได้รับ 

 

คนอื่น ๆ ที่มองดูอยู่ เห็นหนึ่งในแฝดเวลส์ลูบผมของลิเคียวแล้วก็เบิกตากว้า

 

อ่อนโยนละลุมละไมอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าจะต้องเสียผัวแห่งชาติไปอีกคนแล้ว!

 

ไม่หรอก ไม่หรอก ก็แค่เหมือนทุกทีนั่นแหละ แฝดน้องอ่อนโยนกับคู่ควงของตัวเองตลอดนั่นแหละ ไม่เหมือนแฝดพี่

 

หลาย ๆ คนมีคำพูดสวนกลับตัวเองในใจทันที และต่างเป็นคำที่คิดขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเองทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงเรื่องลือของเตกิล่าที่พวกเขาเคยได้ยินมาด้วย

 

ถ้ามาร์ตินี่เย็นชาเป็นน้ำแข็ง เตกิล่าก็อ่อนโยนเหมือนแสงอาทิตย์ 

 

ดูเหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าแสงของดวงอาทิตย์ในสมัยนี้นั้นไม่เคยอ่อนโยน ร้อนแรงแผดเผาและอาจจะมอดไหม้ได้ถ้าไม่ทันระวัง 

 

ก็เหมือนกับว่าถ้าใครก็ตามหลงไปกับการเทคแคร์ดูแลที่ได้รับขณะที่ควงอยู่กับเตกิล่า คนผู้นั้นถือว่าได้โดนแสงจางดวงอาทิตย์นี้แผดเผาทำร้ายหัวใจไปแล้ว

 

เพตรา หนึ่งในนางเอกสาวที่กำลังมาแรงนั้นก็เป็นคนที่ไม่ทันระวังด้วยเหมือนกัน

 

ไม่ทันระวังแม้กระทั่งความฉุกคิดสักนิดว่ากำลังโดนเตกิล่าหลอกสวมรอยเป็นมาร์ตินี่ ถ้าวันนั้นเธอไม่ใจกล้าหน้าด้านไปที่เกาะมุกของเวลส์แห่งนั้น เธออาจจะเชื่อไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ว่าคนที่มาทำให้เธอหลงรักและทิ้งเธอไปก็คือมาร์ตินี่

 

มาร์ตินี่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

 

จบเรื่องของเพตราไว้เพียงแค่นี้ก่อน กลับมายังสองเหล้าที่ขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว 

 

เตกิล่าไม่ได้พาลิเคียวกับคอนโดมิเนียมในทันที แต่พามายังคลับแทน 

 

ลิเคียวกวาดตามองคลับที่ตัวเองไม่ได้มาหลายวันแล้ว เขาพบว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ยังคงมีนักท่องราตรีจากตระกูลดัง ๆ หลายตระกูลที่สรวนเสเฮฮากันอยู่ 

 

ลิเคียวละสายตาจากภาพบรรยากาศรอบ ๆ แล้วมาให้ความสนใจกับการเดินตามหลังเตกิล่ามากกว่า ดวงตาคู่ยาวรีมองไปยังแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำหน้าอยู่

 

ตอนนั้นเหมือนว่าแผ่นหลังนี้จะยังไม่กว้างและแข็งแรงเท่านี้ แต่ถึงอย่างไรตอนนั้น มันก็ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลังพอที่จะแบกเด็กอายุสิบสามปีคนหนึ่งไว้บนแผ่นหลัง ให้เป็นที่พักพิง และได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

เตกิล่าอาจจะเป็นหนี้คำสัญญาเขา แต่เขาเป็นหนี้ชีวิตเตกิล่า

 

เตกิล่ารับรู้ได้ถึงสายตาอันอุ่นร้อนของลิเคียวที่มองจ้องมายังแผ่นหลังของเขา ก้อนเนื้อสีแดงภายใต้อกแกร่งเต้นไม่เป็นจังหวะไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะพยายามควบคุมสติของตัวเอง

 

วันนี้เขายังมีงานต้องทำ ทั้งยังเป็นงานที่สำคัญด้วย

 

เตกิล่าเดินนำลิเคียวไปยังห้องซูเปอร์วีไอพีห้องหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ลิเคียวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาคิดว่าเตกิล่าจะพาเขาไปห้องทำงานของเจ้าตัว

 

ยังไม่ทันที่เตกิล่าจะได้พาลิเคียวเดินเข้าห้องไป เสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งก็ดังขึ้นก่อน ลิเคียวก้มลงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของตัวเองขึ้นมาดู 

 

มันเป็นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเขาเอง และชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูก็ทำให้หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่จะกดรับสาย ทว่าไม่ยอมยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู แต่หันไปมองหน้าเตกิล่าก่อน

 

“ผมขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก่อนได้ไหม” ลิเคียวถามเตกิล่า 

 

เตกิล่ามองหน้าลิเคียวก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง แล้วหันไปหาแดนที่เดินตามลิเคียวอยู่

 

“พาเขาไปคุยที่ห้องทำงานของฉัน” 

 

ตอนแรกลิเคียวจะปฏิเสธ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แบบไหน เขาจึงเลือกที่จะไปห้องทำงายของเตกิล่าอย่างที่เจ้าตัวสั่ง

 

เมื่อลิเคียวเดินคล้อยหลังไป เตกิล่าก็หันกลับมาที่ประตูห้องซูเปอร์วีไอพี พยักหน้าให้การ์ดเปิดประตู

 

เมื่อเขาเข้าไปในห้อง เขาก็พบเจอเข้ากับรอยยิ้มต้อนรับของแขกในห้อง

 

ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ไม่ชวนให้รู้สึกดีเลยสักนิด

 

 

ทางฝั่งของลิเคียว หลังจากที่เข้ามาถึงห้องทำงานของเตกิล่า เขาก็ยกโทรศัพท์ที่ยังค้างสายอยู่แนบหู กรอกน้ำเสียงแหบพร่าของตัวเองลงไปทักทายผู้ที่โทรมาหา ดวงตาคู่สวยสีฟ้าอ่อนจางนั้นหดม่านตาลงเล็กน้อยเมื่อสงสัยว่าเพราะเหตุใดคนปลายสายถึงโทรมาในเวลานี้

 

ทว่ายิ่งฟังม่านตาก็ยิ่งหดแคบลง มือที่ถือโทรศัพท์อยู่นั้นกำแน่นจนโทรศัพท์แทบจะแหละคามือ

 

“เขาเป็นของผม เป็นของผมตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปหรอกนะ” ลิเคียวกดเสียงลงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งสังหาร

 

ฝ่ายคนที่เป็นผู้โทรมา เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ถึงกับขมวดคิ้ว

 

“ตอนศัตรูจ่อปืนที่หัวอาเทียซของแก ไม่เห็นแกจะมีน้ำเสียงอาฆาตขนาดนี้” อาเทียซคนนี้ยอมรับไม่ได้กับการที่ลูกชายเห็นคนอื่นดีกว่าพ่อของตัวเองเลยจริง ๆ

 

อาเทียซคนนี้ไม่ได้นึกเลยว่าตอนนั้นลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองไม่ได้มีน้ำเสียงอาฆาตจริง ๆ เพราะเจ้าตัวไม่อาฆาต แต่ลงมือฆาตกรรมทันที

 

ยิงลูกกระสุนแทรกหน้าผากคนที่กล้าจ่อปืนใส่หัวอาเทียซของเขา

 

เพียงนัดเดียวเท่านั้น หมดลมหายใจทันที

 

ลิเคียวแค่นเสียงใส่อาเทียซของตัวเองครั้งหนึ่งแล้วกดตัดสาย ก้าวพาตัวเองออกจากห้องทำงานของเตกิล่า เพื่อที่จะไปหาเจ้าของห้องที่ตอนนี้อยู่ในอีกห้องหนึ่ง

 

ลิเคียวเดินก้าวเข้าห้องหลังจากที่การ์ดหน้าห้องเปิดประตูให้ เมื่อก้าวเข้าไปเขาก็พบว่าผู้ชายของเขากำลังถูกชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเบียดชิดอยู่บนโซฟา

 

การก้าวเข้ามาของลิเคียวทำให้เตกิล่าหันมาสนใจ เตกิล่าค่อย ๆ ดึงแขนของตัวเองออกมาจากมือของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างแนบเนียน แล้วเริ่มที่จะแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน

 

ไม่สิ อันที่จริงต้องบอกว่าแนะนำลิเคียวให้อีกฝ่ายรู้จักมากกว่า เพราะว่าลิเคียวนั้นรู้จักอีกฝ่ายดีอยู่แล้ว

 

“ลิเคียว นี่คืออเล็กเซย์ อังเดโรวิซ ลีคูนิน”

 

ชื่อนี้ ลิเคียวรู้จักดี ทายาทคนที่สามของตระกูลผู้ครอบครองอาวองการ์ด ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องการใช้เสน่ห์ของตัวเองล่อลวงคู่ค้าให้มอบผลประโยชน์ให้ตัวเองมากที่สุด

 

เห็นทีว่าคราวนี้อาวองการ์ดตั้งใจจะใช้ลูกไม้เดิม ๆ

 

ลิเคียวหดม่านตาแคบลง

 

ลูกไม้นี้มันน่ายิงทิ้งจริง ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.75K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,717 ความคิดเห็น

  1. #5693 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 23:56
    คนเดียว=ผัว อยู่กับว่าที่หลัว=แมว
    #5,693
    0
  2. #5657 munkrishear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 21:25
    น้องอยู่คนเดียวก็คือให้อารมณ์ผู้ชายที่หล่อผัวมากกกกกกกกกกไม่ไหวว พออยู่กับเตกิล่าคือกลายเป็นยัยแมวหรือไม่ก็ยัยเสือ55555555555
    #5,657
    0
  3. #5029 zezeuiaz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 20:58

    ชัดเจนมาก ไม่พูดแต่ทำเลย ... แมวกับเสือ เป็นสายพันธุ์เดียวกันสินะ

    #5,029
    0
  4. #4980 Krystal wing (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 22:40
    เตก็กำลังสู้เด็กมันอยู่
    #4,980
    0
  5. #4888 kung0841560683 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 17:48

    น้องโหดดด

    #4,888
    0
  6. #4859 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 00:38
    ขฃจัดไปหนีกๆเลยลู้ก
    #4,859
    0
  7. #4420 khunsom08 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:20
    จัดการให้หนักๆเลยนะคะ
    #4,420
    0
  8. #3686 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 09:28
    ลิเคียว said : จะขยับออกไปจากเตกิล่า

    หรืจะตาย
    #3,686
    0
  9. #3216 PaiiKanj (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:52
    ยับน้องโหดมาก ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆเลยค่ะ
    #3,216
    0
  10. #3013 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:19
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #3,013
    0
  11. #2917 noo_parekapoom (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 18:08
    แกไม่ตายดี
    #2,917
    1
    • #2917-1 catjoy(จากตอนที่ 23)
      6 กันยายน 2563 / 22:49
      ลิเคียวสายโหด
      #2917-1
  12. #2913 ayasira (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:34
    'จะเลิกยุ่งหรือจะตาย'555555555 น้องต้องพูดคำนี้55555555
    #2,913
    0
  13. #2853 baby-m2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 21:54
    เป็้นแค่อาวองการ์ด ริจะมาสู้อัลมาสตีหรอยะ!? เดะรอยัยเคียวเอาคืน เอาให้หึงกระอักเลือดตายไปเลย! ฮึ่ยยย ยัยเคียวชอบก่อนใช่ว่าจะต้องยอมนะ อย่าลืมนะว่าคือใคร เดะให้ยัยวอดช่วยเลยหนิ ถ้าได้ยัยวอดมาช่วยอีกแรงก็เหมือนได้อิพี่มาร์มาอีกแรง เพราะต้องยอมเมีย555 งานนี้ล่ะ สนุกแน่! หึ!!
    #2,853
    0
  14. #2807 faioiio (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 18:30
    อยากเห็นอิพี่เตหึงลิบ้างอ่า
    #2,807
    0
  15. #2806 faioiio (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 18:29
    จัดการมันเลยลิเคียว
    #2,806
    0
  16. #2805 K_INK (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 14:12
    จัดการมันเลยลูก!!ลิเคียว!!
    #2,805
    0
  17. #2804 frift (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:29
    จัดการมันลูก
    #2,804
    0
  18. #2802 PraewPacharee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:23
    รอดูลิเคียวองค์ลงเลย อย่ามายุงกับคนของน้องนะ
    #2,802
    1
    • #2802-1 PraewPacharee(จากตอนที่ 23)
      5 กันยายน 2563 / 12:24
      ยุ่ง* พิมพ์ผิดเฉย
      #2802-1
  19. #2801 PPR-11 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:19
    ยิงมันลูก!!! ใครกล้ามาแย่งผัวหนู!!! หนูต้องยิงมัน!!!
    #2,801
    0
  20. #2800 judit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:09
    โอ้ยยย อยากอ่านต่อไม่ไหวแล้วววว
    #2,800
    0
  21. #2795 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 09:33
    จัดการมันเลยลูกกก
    #2,795
    0
  22. #2794 071727 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 08:43
    อย่าริอาจมาแย่งของรักของหวง ของลิเคียวไป เดี๋ยวจะได้เจอคำถาม โหดโหดๆของลิเคียว #จะตายด้วยอะไรดี!!!!!
    #2,794
    0
  23. #2792 hunnay (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 07:19
    จัดเลยลูก
    #2,792
    0
  24. #2791 Blue möön (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 05:22
    ยิงเลยค่ะน้อง พี่ขัดปืนให้หนูแล้ว
    #2,791
    0
  25. #2790 oกิวราโซ่o (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 03:47
    แฝดคนน้องดูเหทือนต้องเผชิญชะตากรรมอีกเยอะเลยนะ
    #2,790
    0